[ Hermit Books ตีพิมพ์ ] Just Another Guy (Y)

ตอนที่ 24 : 23 : รู้ใจ [ Rewrite ]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 11,198
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 365 ครั้ง
    20 ก.พ. 63




23

รู้ใจ

 

ผมน่าจะไปบอกเขาเองกับตัว อย่างน้อยก็คงไม่ต้องมานั่งกังวลจ้องโทรศัพท์มือถือตลอดเวลาเหมือนคนบ้าแบบนี้

เชนไม่ตอบกลับอะไรมาเลยแม้ว่าเขาจะอ่านข้อความที่ผมส่งไปแล้วก็ตาม ไม่รู้ว่าผมควรคาดหวังคำตอบแบบไหน แต่ที่แน่ๆ การที่เขาเงียบไปมันทำให้ผมรู้สึกโหวงๆ ในอกอย่างประหลาด ตลอดทางที่ขับรถมาหาไอ้ซัน ผมเอาแต่ก้มหน้ามองโทรศัพท์แทบจะทุกๆ ห้านาที แต่ก็ไม่มีสัญญาณตอบรับใดๆ สุดท้ายเลยต้องตัดใจวางมือถือลงโฟกัสกับอีกคนที่นั่งเซื่องซึมอยู่ตรงหน้าแทน

กว่าชั่วโมงที่ผ่านมา ไอ้ซันเอาแต่นั่งเหม่อมองแก้วเหล้าด้วยสายตาเลื่อนลอยราวกับคนวิญญาณหลุด มันหยุดร้องไห้แล้วตั้งแต่สิบนาทีแรกที่ผมมาถึง ไอ้ซันไม่ได้ฟูมฟายหนักอย่างที่คิด แถมไม่ได้กระดกเหล้าเป็นน้ำเปล่าเหมือนคราวที่แล้ว แต่อาการเซื่องซึมเหม่อลอยนี้ก็ทำให้ผมรู้ว่าคราวนี้อาการมันหนักว่าครั้งก่อนมาก

ไม่ใช่แค่การทะเลาะกันที่พอปรับความเข้าใจแล้วก็หาย

แต่เป็นการเลิกราที่เกิดจากความไม่ซื่อสัตย์ และปล่อยใจให้พ่ายแพ้ต่ออุปสรรคเรื่องระยะทาง

วีนอกใจไอ้ซัน ไปหาเพื่อนข้างบ้านคนนั้นที่ใกล้ชิดกันมากกว่า ผมไม่รู้รายละเอียดมากนัก รู้เพียงแค่ว่าวีเพิ่งมาสารภาพกันมันว่าเธอมีคนใหม่ และขอโทษที่ใจไม่แข็งพอ

เจ็บปวดนะ... แต่อย่างน้อยเธอก็มีความจริงใจดี ที่พูดออกมาตรงๆ

“เอาน้ำแข็งเพิ่มมั้ย” ผมถาม ตั้งใจล้อเล่นมากกว่าจะถามจริงจัง เพราะเห็นว่าบรรยากาศมันเงียบเกินไปแล้ว

ไอ้ซันหันมายิ้มขืนๆ และยื่นแก้วเหล้าให้ผมเติมน้ำแข็งลงไป มันเทแอลกอฮอล์เพียวๆ ลงในแก้ว และกระดกรวดเดียวหมดไม่มียั้ง ผมตกใจนิดหน่อย แต่ไม่คิดจะห้าม ตอนนี้มันอยากทำอะไรผมก็จะให้มันทำ เผื่อจะลบล้างความเสียใจได้บ้าง

เป็นเรื่องปกติไปแล้วที่ผมจะต้องมานั่งตรงนี้ ในเวลาแบบนี้ ต้องรับฟังความทุกข์ใจของเพื่อนคนเดิมซ้ำๆ และทำอะไรไม่ได้นอกจากปลอบใจด้วยความเงียบ ไอ้ซันไม่ชอบให้ใครมาจู้จี้จุกจิก ถ้าให้เลือกระหว่างต้องนั่งฟังคำปลอบใจสวยหรู กับคนที่เงียบเป็นเป่าสากและปล่อยให้มันเป็นฝ่ายระบายจนหนำใจ มันจะเลือกอย่างหลัง... ซึ่งก็คือผม

แม้ว่าที่ผ่านมาที่ผมเงียบไม่ใช่เพราะความหวังดีใดๆ ทั้งนั้น ผมก็แค่พูดอะไรไม่ออก... เพราะกำลังเจ็บอยู่เหมือนกัน

แต่คราวนี้มันกลับต่างออกไป ต่าง...จนผมต้องยกมือขึ้นมาทาบอกข้างซ้ายตัวเองดูว่ามันเกิดความผิดปกติอะไรหรือเปล่า ทั้งๆ ที่ต้องรับฟังประโยคเดิมๆ ที่ตอกย้ำความผิดหวัง แต่ก้อนเนื้อที่เต้นอยู่ตรงนี้ มันกลับไม่เจ็บเหมือนเคย

หรือเป็นเพราะมันด้านชาไปหมดแล้วกันแน่นะ?

“กูควรปล่อยเขาไปจริงๆ ใช่มั้ย” ประโยคนั้นจากเพื่อนรัก เหมือนจะพูดลอยๆ ให้ตัวเองฟัง มากกว่าจะต้องการคำตอบจากใคร ผมไม่รู้จะพูดอะไร เลยได้แต่เอื้อมมือออกไปตบบ่ามันสองสามครั้ง เพื่อบอกว่าไม่ว่ามันจะตัดสินใจยังไง ก็ยังมีผมอยู่ข้างๆ เสมอ

ไอ้ซันเทเหล้าใส่แก้วเดิมและกระดกรวดเดียวหมดอีกครั้ง แต่คราวนี้เหมือนเป็นการสั่งลา เพราะมันหันหน้ามาหาผมด้วยสายตาที่บอกว่าหมดเวลาสำหรับความเสียใจแล้ว

“วันนี้กูไปนอนห้องมึงได้มั้ย”

“...”

“กูยังไม่อยากกลับไปในที่ที่เคยมีกูกับเขาว่ะ” สายตาที่มองมาไม่ได้มีความเว้าวอนหรือขอร้องใดๆ เป็นเหมือนกับคำถามที่รอให้ผมตัดสินใจมากกว่า

ผมเงียบไปพักใหญ่ ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าตัวเองลังเลอะไร เพราะถ้าเป็นเวลาปกติ ผมคงตอบตกลงอย่างไม่ยากเย็น เพราะสภาพของไอ้ซันตอนนี้ น่าสงสารซะจนผมคิดว่าถ้าปล่อยมันกลับไป มันอาจจะเสียใจจนเป็นบ้าขึ้นมาจริงๆ แต่ตอนนี้ในใจผมกลับมีความคิดขัดแย้ง และรู้ดีว่าสาเหตุมันเป็นเพราะอะไร

ผมไม่ได้อยู่ห้องนั้นคนเดียวอีกต่อไปแล้ว... ถ้าลากไอ้ซันไปเพิ่ม ผมไม่คิดว่าเชนจะพอใจนัก

สามคนมันอึดอัดเกินไปในพื้นที่แสนคับแคบนั้น

“เอาดิ” แต่สุดท้าย ผมก็ไม่อาจปฏิเสธเจ้าของดวงตาที่กำลังมองมาอย่างรอคอยคำตอบได้เลยสักครั้ง ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหนก็ตาม

  

ถึงจะไม่ได้เมาจนหัวราน้ำ แต่สภาพไอ้ซันก็ยังถือว่าน่าเป็นห่วงอยู่ดี ผมพยุงร่างที่เดินโซเซของมันขึ้นรถโฟล์คสีน้ำเงินคันเก่า และขับกลับมาที่หอในเวลาไม่กี่นาที พวกเราต่างคนต่างเงียบมาตลอดทาง เพราะต่างก็มีความคิดอยู่ในหัว

น่าแปลกที่คราวนี้ในหัวผม ไม่ได้มีเรื่องของคนที่นั่งข้างตัว แต่กลับมีความกังวลถึงผู้ชายอีกคนที่จนถึงป่านนี้ก็ยังไม่ตอบข้อความ อย่างน้อยผมควรโทรบอกเชนว่าจะพาไอ้ซันกลับมาค้าง เพราะถ้าเขายังไม่กลับ จะได้ตัดสินใจถูกว่าจะมานอนกับพวกเราหรือเปล่า

บอกแล้วว่าสามคนมันยัดเยียดเกินไป... เขาอาจจะอึดอัด

“มึงเดินไหวแน่นะ” ผมหันไปถามไอ้ซันที่เปิดประตูกำลังจะก้าวออกจากรถ

“เออ” มันหัวเราะนิดๆ ทำหน้าเหมือนทั้งเอือมทั้งขำกับนิสัยเหมือนแม่ของผม

ผมมองตามร่างสูงที่เดินลงจากรถไปก่อนด้วยความกังวลนิดๆ แต่ดูเหมือนว่าการนั่งรถตากลมจะทำให้ความเมาของมันลดลงไปไม่น้อย ผมเก็บกุญแจและเปิดประตูลงตาม ขณะที่ความรู้สึกบางอย่างแล่นขึ้นมาจุกที่อกในทุกก้าวที่กำลังจะเดินขึ้นไปยังห้องนอนตัวเอง

“แป๊บนะ” ผมบอกไอ้ซัน แล้วหยิบโทรศัพท์ออกมาจากกระเป๋ากางเกง แต่เพราะเผลอดึงออกมาแรงเกินไป จึงทำให้กระเป๋าสตางค์ที่เสียบอยู่ด้วยกันหล่นลงมาด้วย

ผมกำลังจะก้มเก็บ แต่เสียงเรียกเข้าจากมือถือที่อยู่ในมือก็ขัดจังหวะขึ้นมาเสียงก่อน ผมรีบก้มดูโทรศัพท์โดยอัตโนมัติหัวใจผมเหมือนจะพองโตขึ้นมาแวบหนึ่ง แต่แล้วก็เหี่ยวลง เมื่อพบว่าคนที่โทรมาคือไอ้เวสป้า

[ มึงหายไปไหนวะ ] มันถามเสียงดัง ยังไม่ทันฟังคำทักทายจากผมด้วยซ้ำ

“โทษที พอดีมีธุระว่ะ” ผมตอบขณะที่กำลังจะหันกลับไปเก็บกระเป๋าสตางค์ที่ตกอยู่บนพื้น แต่ก็ไม่ทันอีกคนที่ก้มลงเก็บให้แทน

“...” แต่แทนที่มันจะส่งคือ ไอ้ซันกลับชะงัก มองกระเป๋าสตางค์ของผมที่แบออกแล้วขมวดคิ้ว

[ เออดี ทิ้งกูเฉยเลย อุตส่าห์ตามหาจนงานเลิก ] ผมกำลังจะถามไอ้ซันว่าเป็นอะไร แต่เสียงไอ้เวสป้าก็เรียกความสนใจกลับไปเสียก่อน

“ขอโทษจริงๆ ว่ะ ธุระกะทันหัน” แต่ถึงอย่างนั้นสายตาของผมก็ยังคงจับจ้องอยู่ที่คนตรงหน้าซึ่งเงยหน้าขึ้นมาสบตาด้วยสีหน้าอธิบายยาก

[ วันหลังเลี้ยงเหล้ากูเลย เพื่อนก็หนี สาวก็แห้ว ชีวิตคนหล่ออาภัพสัส... ] ผมคงจะยอมฟังไอ้เวสบ่นจนหนำใจ ถ้าหากว่าสีหน้าของไอ้ซันไม่เป็นปริศนาจนทำให้ผมคับข้องใจขนาดนี้

“แค่นี้ก่อนนะไอ้เวส กูต้องทำธุระต่อว่ะ” ผมบอกแค่นั้น และกดตัดสายโดยไม่ฟังคำโต้แย้งใดๆ ได้ยืนมองหน้าไอ้ซันอย่างไม่เข้าใจสายตาคู่นั้น นานหลายวินาที กว่าที่มันจะยอมขยับตัว เดินเข้ามายื่นกระเป๋าสตางค์คืนให้ผม

และนั่นทำให้ผมรู้คำตอบว่าสิ่งที่ทำให้สีหน้ามันเป็นแบบนั้น คืออะไร...

ในกระเป๋าสตางค์ใบเก่าที่เปิดอ้าจนเห็นด้านใน มีรูปถ่ายใบหนึ่งเสียบเอาไว้ในซองใสด้านหน้าช่องใส่บัตร มันคือรูปที่ผมกับไอ้ซันกำลังกอดคอหัวเราะให้กันในชุดนักเรียน มันเป็นช่วงเวลาก่อนที่ผมจะสารภาพรักเพียงไม่กี่วัน

“มึงเคยบอกว่าเลิกชอบกูแล้ว” เสียงทุ้มจากคนที่ยืนอยู่ตรงหน้า เรียกให้ผมเงยหน้าขึ้นไปสบตามันอีกครั้ง “โกหกใช่มั้ย”

สายตาคู่นั้นที่มองมา มีทั้งความมึนงง จากฤทธิ์แอลกอฮอล์ และความสับสนจากสิ่งที่เห็นด้วยตา

เป็นผมก็คงจับได้เหมือนกัน ถ้าได้เห็นรูปตัวเองถูกเก็บไว้อย่างดีในกระเป๋าสตางค์ของคนที่เคยสารภาพรักตัวเองแบบนี้

“...” ผมได้แต่นิ่งไปนาน จนคนตรงหน้าเป็นฝ่ายขยับเข้ามาใกล้กว่าเดิม และเอ่ยประโยคที่แสนจะแทงใจดำ

“ที่ผ่านมา มึงฝืนใจมาตลอดเลยเหรอ... ฝืนใจกลับมาเป็นเพื่อนกับกู ฝืนใจฟังกูปรึกษาปัญหาเรื่องวี... ทั้งหมดนั่น มึงยอมทำทั้งๆ ที่ตัวเองกำลังเจ็บปวดเหรอวะ”

“...” ผมไม่แน่ใจว่ามันต้องการอะไรจากคำถามเหล่านั้น แต่ผมก็ไม่มีคำตอบดีๆ กลับไปให้มันเลย ได้แต่ยืนเงียบด้วยความรู้สึกที่ปนเปจนแยกไม่ออกว่ามันคือความรู้สึกอะไร

ตกใจที่โดนจับได้... หรือเสียใจที่ความเป็นเพื่อนของเรา กำลังจะจบลงเหมือนเดิมอีกครั้ง

“ตอบดิวะ!” มันคาดคั้น เสียงดังกว่าเดิมจนผมตกใจ

“...” แต่ก็ไม่มีคำตอบใดๆ ให้อยู่ดี

ไอ้ซันนิ่งไป ขมวดคิ้วในความดื้อด้านอมพะนำของผม ก่อนจะแค่นหัวเราะ

“ถ้ามึงไม่ตอบ กูจะพิสูจน์เอง... ว่าที่ผ่านมามึงโกหกกูจริงหรือเปล่า”

“...!!” จบคำพูดนั้น ร่างของผมก็ถูกมือหนากระชากคอเสื้อเข้าไปประชิด ก่อนที่ริมฝีปากบางที่คละคลุ้งไปด้วยกลิ่นแอลกอฮอล์จะทาบลงมาบนริมฝีปากของผมอย่างรวดเร็ว ผมตกใจจนแทบช็อกกับการกระทำอันเหนือความคาดหมายของไอ้ซัน และได้แต่ยืนนิ่ง ปล่อยให้ริมฝีปากของเราแตะกันอยู่อย่างนั้น นานหลายวินาที

หลายวินาทีที่ทำให้ผมจะตระหนักได้ว่า จูบนี้... มันไม่ใช่

มันแทบจะไม่เรียกว่าจูบด้วยซ้ำ เพราะดูเหมือนไอ้ซันเอง ก็ไม่ได้เต็มใจเหมือนกัน มันแค่ทำไปเพราะต้องการค้นหาคำตอบบางอย่างผ่านริมฝีปากของผม ที่ไม่ยอมพูดความจริงออกมา

ความจริง... ที่แม้แต่ผมเองก็เพิ่งรู้

เอี๊ยดด~!

ผมคิดว่าเรื่องบางอย่างกำลังจะคลี่คลายเพราะความรู้สึกที่ชัดเจนของตัวเอง แต่เปล่าเลย... ทันทีที่เสียงล้อบดขยี้กับพื้นลานจอดรถตรงหน้าผมดังขึ้น พร้อมกับที่บิ๊กไบค์สีดำแสนคุ้นเคยปรากฏแก่สายตา

ผมก็รู้ทันที ว่ามันคือเวลาแห่งหายนะ

ผมผลักไอ้ซันออกด้วยความตกใจ เมื่อเห็นร่างสูงที่แม้จะซ่อนใบหน้าไว้ภายใต้หมวกกันน็อกสีดำสนิท แต่ก็รู้ได้ไม่ยากเย็นว่าเขาคือใคร ผมก้าวเท้าไปหาเขาโดยอัตโนมัติเร็วกว่าที่ตัวเองจะรู้ตัวเสียอีก ในหัวคิดคำอธิบายมากมายเพื่อจะพูดออกมา ...แต่ก็ไม่ทัน

ร่างสูงบิดคันเร่งอีกครั้ง พร้อมกับวนรถกลับออกไปอย่างรวดเร็ว ก่อนที่ผมจะวิ่งไปถึงตัวเขาเพียงไม่กี่วินาที

...เขาหนีผมไปอีกแล้ว

               “เดี๋ยวสิ...” ผมพึมพำได้แต่มองตามจุดที่แผ่นหลังกว้างเพิ่งจะหายไป ด้วยความรู้สึกที่เหมือนกับว่าหัวใจมันหล่นวูบไปอยู่ที่ปลายเท้า คำถามมากมายเกิดขึ้นในหัว แต่ก็ได้รับคำตอบในเวลาเดียวกัน

               ไม่เอาหรอก ยังไงผมไม่ยอมให้เขาหนีไปแบบนี้แน่ๆ

               “ไอ้ซัน” พอคิดได้ดังนั้นผมก็หันกลับไปมองเพื่อนที่ ‘เคย’ แอบรักด้วยสายตาจริงจังกว่าครั้งไหนๆ

“...”

“มึงคงได้คำตอบที่ต้องการแล้วใช่มั้ย” ผมถาม ไม่ได้ต้องการคำตอบ

เพราะถ้ามันตอบไม่ได้ ผมก็จะเป็นคนตอบเอง

“กูไม่ได้โกหก”

“...”

“กูเลิกรักมึงได้แล้วจริงๆ” พูดเพียงแค่นั้น แล้วผมก็หันหลังผละออกมา

วิ่งสุดชีวิต ไปตามทางที่คิดว่าจะไม่ทำร้ายใครเพราะความโง่เง่าไม่รู้ใจตัวเองของผมอีกแล้ว



 





Calista εїз
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 365 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,986 ความคิดเห็น

เจ้าของบทความปิดแสดงความคิดเห็น
  1. #1974 saisaisaisai14 (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2562 / 18:40
    มาได้จังหวะมากค่ะพี่เชนนนนน
    #1,974
    0
  2. #1931 CarpeDiemYok (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 4 มีนาคม 2562 / 14:11
    จริงๆน่าจะต้องว่าซันด้วยนะ คิดยังไงถึงเลือกจะพิสูจน์ความรู้สึกเพื้อนด้วยวิธีนี้หรอ เหมือนดูถูกเพื่อนเลยอะ จูบเขาแล้วคิดว่าตรีจะดีใจอะถ้าวิธีนี้อะ จะมองหน้ากันติดไหมหลังสร่างเมา เนี่ยเขาถึงบอกพอเหล้าเข้าปากแล้ว สติความคิดได้อะไรก็ดรอปลง
    #1,931
    0
  3. #1900 Jibangrin (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 11 มกราคม 2562 / 18:39
    เห้อออ!! สักทีนะ สักที!!!
    #1,900
    0
  4. #1754 hh_9094 (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 14 มีนาคม 2561 / 01:18
    พี่เชนโกรธนานๆเลยนะ คนแบบตรีต้องได้บทเรียนของความโลเล
    #1,754
    0
  5. #1698 Mune (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 19 มกราคม 2561 / 21:11
    อ่านตอนนี้แล้วหงุดหงิดตรีมากเลยค่ะ 555555555 ทิ้งคนพี่ไว้ แถมปล่อยให้เค้าจูบอีก กว่าจะรู้ตัวเองก็ทำร้ายอีกคนไปเยอะแล้วนะ
    #1,698
    0
  6. #1658 feonixsh (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2560 / 21:07
    ป้าล่ะหน่าย ถ้าพี่เชนมันไม่ดีด้วย ป้าจะสมน้ำหน้าตรีดีมั้ยยยย
    #1,658
    0
  7. #1629 Nebbianuvolaa (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2560 / 17:16
    พี่มันต้องเจ็บอีกกี่ครั้ง ตรีรีบชัดเจนสักทีดิT-T
    #1,629
    0
  8. #1488 pommys (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 1 มีนาคม 2560 / 07:59
    สมน้ำหน้าตรีว่ะ สะใจจจจ
    #1,488
    0
  9. #1442 Aumoon (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2560 / 02:11
    มาต่อเร็วๆ นะ~ อย่าปล่อยเค้าไว้นานละ ไม่งั้นเค้าจะร้องไห้แล้วนะ
    #1,442
    0
  10. #1438 singwongtr (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2560 / 19:57
    ไรท์มาต่อเร็วๆน้า~~ คือแบบติดเรื่องนี้มากกก. สนุกดีๆ
    #1,438
    0
  11. #1437 GyoGeow (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2560 / 19:53
    รอ ไร์รีไรท์ อิอิ สนุกๆ
    #1,437
    0
  12. #1379 cmaxx. (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 25 กันยายน 2559 / 12:27
    เอออออ ชัดเจนสักทีนะเว้ยยย
    #1,379
    0
  13. #1138 Sweet Time (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2559 / 21:15
    ให้เร็วเลยตรี ในเมื่อทุกอย่างมันไม่ได้ค้างคาแล้ว ก็ถึงเวลาทำตามหัวใจสักที
    #1,138
    0
  14. #940 Phonsuda Kongsakul (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 16 เมษายน 2559 / 00:13
    อ่านคาเรตเตอร์ ตรี แล้วคิดถึง ขอบฟ้า จาก Rough and tender เลยในความอมพน่ำนั้น แต่พี่กรจะไวไฟกว่านิดนึงยังงัยก้อ อยากเข้าไปสิงร่าง เพราะทั้งตรีและขอบฟ้า ทั้ง2 คนมีผู้เเซ่บเหมือนกัน และเราก้อรักทั้งสองคนเลย ฮริ้งๆๆ
    #940
    0
  15. #914 pannjed . (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 15 เมษายน 2559 / 19:49
    ตรีเอ๊ย แรมต่ำหรืออะไรลูก
    #914
    0
  16. #509 oDeeo (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 30 มีนาคม 2559 / 01:22
    กุมขมับ หกล้มแน่ตรี
    #509
    0
  17. #398 มาโอ (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 24 มีนาคม 2559 / 15:09
    ตรีจะง้อยังไงรอเลยยย
    #398
    0
  18. #394 thifu:') (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 23 มีนาคม 2559 / 21:46
    สงสารรรก็แต่แม่ปลาบู่... ไม่ใช่ล่ะ ต้องสงสารพี่เชนว์ เจ็บซ้ำซ้อนจังพี่ อ่านแล้วอยากเขย่าตัวตรีแรงๆ ฮอลล ช่างไม่รู้อะไรบ้างเลย...ซันก็คนจริงอะไรจริง เออดี ชัดเจน เหลือก็แต่ความฮู้สึกของตรี ...รีบง้อนะจ้ะเธอว์ เชนเขาไม่ได้ยอมอดทนรอนายคนเดียวได้ทั้งชาตินะะ วิ่งสิตรี! วิ่งงง! # สตงสติไปหมดล่ะเม้นต์นี้
    #394
    0
  19. #389 BeNz Na Ja (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 23 มีนาคม 2559 / 19:04
    ตอนแรกกำลังเครียดเลยตรีจะทันป่าวว่ะพอมาอ่านทอล์กขำลั่นเลย555555
    #389
    0
  20. #372 Fai_KV (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 22 มีนาคม 2559 / 20:50
    อ่านถึงทอล์กพี่โอลีฟ ตรง ตรีลูก...วิ่งทำไม หนูมีรถ คือปล่อยก๊ากเลย555555 โอ้ยยยย ตามให้ทันน้าาาา
    #372
    0
  21. #371 Millions (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 22 มีนาคม 2559 / 20:43
    จะเป็นยังไงต่อน้า อยากอ่านต่อเร็วๆ
    #371
    0
  22. #370 em-en (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 22 มีนาคม 2559 / 20:07
    ทำไมพี่เชนไม่รอน้องตรีน้องตรีเขาจะวิ่งไหวเหรอ
    #370
    0
  23. #369 Jinious (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 22 มีนาคม 2559 / 19:22
    กรี๊ดค่าาาา พี่เชนมองกระจกหลังด้วยค่ะ น้องวิ่งตามค่ะ น้องรู้ตัวแล้ววววว คงไม่สายไปใช่มั้ย
    #369
    0
  24. #368 TKSR ( ) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 22 มีนาคม 2559 / 16:05
    กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดด ตามค่ะตาม วิ่งวนไปลูกจนกว่าจะได้ 555
    ต่อไวๆนะคะ ชอบมากๆ
    #368
    0
  25. #367 XyXear* (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 22 มีนาคม 2559 / 16:03
    ตรีอาจจะอยากเลียนแบบจีดราก้อนในเอมวี haru haru ก็ได้....
    #367
    0