[ Hermit Books ตีพิมพ์ ] Just Another Guy (Y)

ตอนที่ 2 : 1 : แอบรัก [ Rewrite ]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 22,060
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 562 ครั้ง
    20 ก.พ. 63


1

แอบรัก

 

            หนึ่งปีก่อน

“ซัน... กูชอบมึงว่ะ” เสียงทุ้มติดจะสั่นๆ เอ่ยคำสารภาพรักที่ไม่ได้มีความหวานซึ้งอยู่ในนั้นเลยสักนิด 

มีแต่ความจริงใจที่แสดงออกมาทางสายตาเท่านั้นที่ผมหวังว่ามันจะสื่อออกไปถึงคนที่ยืนอยู่ตรงหน้า

                “มะ...มึง...ชอบกู?” แต่อีกฝ่ายดูจะตกใจไม่น้อย ก่อนที่ร่างสูงจะหัวเราะแห้งๆ ออกมา “ล้อเล่นใช่มั้ยเนี่ย”

                “...” ไม่มีคำตอบอะไรกลับไป แต่นั่นก็เป็นการยืนยันได้ดีว่าสิ่งที่ผมพูดไป ไม่ใช่แค่เรื่องล้อเล่นอย่างที่มันเข้าใจ

                หรือพยายามจะเข้าใจ

                “มึง...เอาจริงดิ?” คิ้วหนาขมวดเข้าหากันอย่างไม่อยากจะเชื่อ

                ถ้าผมเป็นมัน ผมก็คงไม่อยากเชื่อเหมือนกัน ว่าเพื่อนสนิทที่คบกันมาตั้งแต่ม.สี่ อยู่ๆ ก็มาสารภาพรักกันแบบนี้

แต่อย่างว่า... มันคงจะน่าช็อกน้อยกว่านี้สักนิด ถ้าเพื่อนสนิทที่ว่า ไม่ได้เป็นผู้ชาย เหมือนที่มันเป็น

                “กูขอโทษนะ” ผมไม่แปลกใจเท่าไหร่ที่ได้ยินคำนี้ และยังพอเดาออกด้วยว่า ประโยคต่อไปจะเป็นอะไร “แต่กู...ชอบมึงไม่ได้... กูชอบผู้หญิง มึง...เข้าใจใช่มั้ย”

                สีหน้ารู้สึกผิดและน้ำเสียงอึกอักของคนตรงหน้า ทำให้ผมหัวเราะออกมานิดๆ ก่อนจะพูดออกไปเหมือนไม่เป็นอะไร

                “คิดว่ากูไม่รู้หรือไง มึงน่ะ เปลี่ยนผู้หญิงบ่อยยิ่งกว่ากางเกงใน” ดูเหมือนคำพูดติดตลกของผม จะทำให้บรรยากาศที่แสนอึดอัดเมื่อครู่ผ่อนลายลงนิดหน่อย ไอ้ซันเกาหลังหูพลางยิ้มนิดๆ แต่ก็ไม่ยอมสบตาผม

                ผมกำลังจะเอื้อมมือไปแตะบ่ามันเหมือนทุกที แต่ก่อนที่มือของผมจะสัมผัสตัวคนตรงหน้า ผมก็ตระหนักได้ว่า หลังจากที่ผมสารภาพคำนั้นออกไป อะไรๆ มันก็ไม่อาจเหมือนเดิมได้แล้ว ผมลดมือตัวเองลง และเปลี่ยนเป็นล้วงมือลงในกระเป๋ากางเกงแทน

“มึงไม่ต้องคิดมากหรอก กูไม่ได้จริงจังอะไรขนาดนั้น กูก็แค่อยากบอกไว้ เพราะอีกไม่กี่วัน พวกเราก็จะเรียนจบแล้ว” ผมยิ้มบางๆ ก่อนจะถอนหายใจเบาๆ

                “...” ความเงียบของคนตรงหน้าทำให้ผมรู้สึกอึดอัดมากขึ้น และผมก็เริ่มรู้สึกว่าตัวเองคิดผิด ที่พูดออกไป

                “เอ่อ... งั้นกูไปก่อนนะ” ผมตัดบท และเดินจากมาอย่างเงียบๆ หัวใจที่เคยเต้นรัวก่อนที่จะตัดสินใจสารภาพออกไป เริ่มเต้นช้าลงทุกทีด้วยความสิ้นหวัง จนผมไม่แน่ใจแล้วว่า ตอนนี้มันยังเต้นอยู่หรือเปล่า

                “ไอ้ตรี” แต่แล้วเสียงทุ้มของอีกฝ่ายก็ทำให้ผมหยุดชะงัก แต่ถึงอย่างนั้นผมก็ไม่กล้าหันกลับไปสบตากับร่างสูงที่ผมคุ้นเคยอีกแล้ว

                อย่างน้อยก็ไม่ใช่ตอนนี้... ตอนที่ดวงตาทั้งสองข้างของผมกำลังมีน้ำใสๆ เอ่อคลอ พร้อมที่จะร่วงหล่นลงมา

                “มึงเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของกูเสมอนะ” คำพูดที่ฟังดูจริงใจของไอ้ซันทำให้ผมยิ้มบางๆ ออกมา แม้ว่าคำพูดนั้นจะทำให้ผมเจ็บปวดมากเช่นกันก็ตาม

                “อือ กูรู้” ผมหันกลับไปยิ้มตอบมัน หลังจากพยายามกะพริบตาจนไล่น้ำตาออกไปได้ ก่อนจะหันหลังกลับอีกครั้ง โดยที่ไม่มองเลยว่ามันกำลังทำสีหน้าแบบไหนอยู่ ผมได้แต่กำหมัดแน่นสะกดกลั้นความเจ็บปวดจนร่างเกร็งไปหมด ขณะที่เดินจากมา

                ถึงคำพูดสุดท้ายของมันจะบ่งบอกว่าเรายังคงเป็นเพื่อนกันได้ แต่ไม่ว่ายังไง คำปฏิเสธที่ได้รับก็ทำให้ผมอยากขอเวลาทำใจสักพักอยู่ดี

                โชคดีนะที่ผมเลือกที่จะสารภาพรักกับมันในวันสุดท้ายก่อนที่พวกเราจะเรียนจบมัธยม และกำลังจะแยกย้ายกันไปเรียนต่อมหาวิทยาลัย ดังนั้นกว่าผมจะได้เจอมันอีก ผมก็คงจะเลิกชอบมันแล้ว

                หวังว่านะ...

 

                ปัจจุบัน

                ผมมันโง่

                ใครบอกกันว่าหลังจากจบมัธยมแล้วเราจะไม่เจอกันอีก ใครบอกกันว่าผมกับมันจะแยกย้ายกันไป ต่างคนต่างก็เรียนตามที่ตัวเองฝัน...

                เออ ปกติมันก็ควรจะเป็นแบบนั้นแหละ เพราะผมกับมันมีความฝันคนละอย่างกัน ผมอยากเรียนสถาปัตย์ฯ ส่วนไอ้ซัน มันอยากเป็นวิศวกร ผมอุตส่าห์หนีมาเรียนไกลถึงเชียงใหม่ แต่พระเจ้าต้องแกล้งผมแน่ๆ ถึงทำให้ไอ้เวรนี่แอดติดที่นี่ด้วยเหมือนกัน

แล้วแบบนี้ผมจะตัดใจได้ยังไงกัน ให้ตายเถอะ!

                ถึงผมจะพยายามหลบหน้ามันมาได้ตลอดหลายเดือนที่เราเรียนที่นี่ แต่ก็ใช่ว่าผมจะไม่ได้ข่าวคราวมันเลย ในเมื่อมันเป็นถึงเชียร์ลีดเดอร์ของคณะ แถมยังฮอตมากซะด้วย สาวๆ ในคณะผม พูดถึงมันกรอกหูแทบทุกวัน ผมรู้แม้กระทั่งว่ามันกำลังคบกับใครอยู่ด้วยซ้ำ และข่าวที่มันทะเลาะกับแฟนก็ดังกระฉ่อนไปทั่วมหาลัย จนผมไม่ต้องเดาเลยว่าสาเหตุที่ทำให้มันมาเมาหัวทิ่มในร้านที่ผมเล่นดนตรีอยู่เป็นเพราะอะไร

                “อุ๊บ!

                “เฮ้ยๆ มึงอย่าอ้วกนะ” ผมร้องเสียงหลง เมื่อได้ยินเสียงนรกจากร่างปวกเปียกที่ตัวเองกำลังแบกอยู่ ผมรีบพามันไปให้ถึงห้อง ก่อนที่มันจะอ้วกออกมาจริงๆ

                ที่อยู่ของไอ้ซันก็เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่ผมรู้จากสาวๆ ในคณะ แม้จะไม่ได้คุยอะไรกับมันเลยหลังจากที่เราเรียนจบ

ไม่ต้องสงสัยหรอกว่าทำไมผมไม่พามันไปที่หอผมแทน นั่นเป็นเพราะผมตั้งใจว่าจะแค่มาส่งมัน และจะรีบกลับ ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ไม่ต้องให้มันรู้ว่าคนที่ช่วยมันไว้คือเพื่อนสนิทที่เคยคิดไม่ซื่อด้วย

ผมหาหมายเลขห้องที่สลักเอาไว้บนลูกกุญแจจนเจอ ก่อนจะพยายามไขกุญแจทั้งที่อีกมือก็แบกมันอยู่

                หนักชิบ

                ตุบ!

                แต่สุดท้ายผมก็สู้น้ำหนักไอ้เพื่อนเวรนี่ไม่ไหว จนต้องให้มันไหลลงไปนั่งกองอยู่ที่พื้น ในขณะที่ผมเปิดประตูห้องมันจนได้ ผมหันกลับมามองไอ้ซันที่หมดสภาพไปเรียบร้อยแล้ว ก่อนจะถอนหายใจออกมาพร้อมกับเตะมันเบาๆ อย่างหมั่นไส้

                “มึงช่วยให้ความร่วมมือกับกูสักนิดได้มั้ยเนี่ย”

                “...” แน่นอนว่าไม่มีการตอบรับ นอกจากเสียงกรนเบาๆ จากร่างที่นอนพิงผนังห้องอยู่ ผมถอนหายใจอีกรอบและเอื้อมมือไปดึงมันขึ้นมาจากพื้น

                แต่มันง่ายดายซะที่ไหน ไอ้เวรนี่มันควายชัดๆ มันตัวใหญ่ขึ้นกว่าตอนมัธยมหรือเปล่าเนี่ย ทำไมถึงได้หนักขนาดนี้วะ

                “โอ๊ย!” ผมร้องออกมาเสียงดัง ก่อนจะตัดสินใจปล่อยไอ้เพื่อนร่างยักษ์นี่ให้ลงไปกองที่พื้นอีกรอบอย่างหมดความอดทน

                “ทำอะไร” อยู่ๆ ก็มีเสียงนิ่งๆ ดังขึ้นมาจากด้านหลัง ทำให้ผมที่กำลังสบถพึมพำก่นด่าคนเมาอย่างกับคนบ้าต้องหยุดชะงัก ก่อนจะหันไปมองต้นเสียงอย่างงุนงง

                ห่างออกไปไม่ไกล มีร่างสูงของผู้ชายคนหนึ่งที่ยืนสูบบุหรี่มองผมด้วยสีหน้านิ่งสนิท ดวงตาเรียวคมสีน้ำตาลอ่อน จ้องมาด้วยสายตาเย็นชาซะจนผมรู้สึกหนาวขึ้นมานิดๆ คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันเล็กน้อย พลางจ้องมายังร่างที่หมดสภาพอยู่แทบเท้าผม ก่อนที่มือเรียวสวยจะคีบบุหรี่ออกจากปากบาง แล้วพ่นควันสีขาวออกมา พร้อมกับเอ่ยน้ำเสียงเรียบนิ่งเหมือนที่ผมได้ยินก่อนหน้านี้ออกมา

                “นั่นไอ้ซันเหรอ?” ร่างที่สูงกว่าถามและก้าวขายาวๆ นั่นเข้ามาใกล้ขึ้นจนผมเห็นใบหน้าของเขาได้ชัดเจน ใบหน้าดุๆ ที่ดูเข้ากันดีกับน้ำเสียงเรียบนิ่ง ยิ่งทำให้คนตรงหน้าดูเหมือนเจ้าชายที่หลุดมาจากปราสาทน้ำแข็ง หรืออะไรทำนองนั้น

                ถ้าไม่ติดที่ว่าคงไม่มีเจ้าชายที่ไหน สวมเสื้อยืดกางเกงยีนสีดำทั้งตัว แถมแบกกระเป๋ากีตาร์ท่าทางเซอร์ๆ แบบนี้อ่ะนะ

                “ฉันถามว่าใช่ไอ้ซันหรือเปล่า” คำถามดังขึ้นอีกรอบ ด้วยน้ำเสียงที่ดูเหมือนจะเริ่มหงุดหงิดขึ้นมานิดๆ ผมกระแอมอย่างตั้งสติ เพิ่งรู้ตัวว่าตัวเองจ้องคนตรงหน้านานไปแล้ว

“อืม” ผมตอบสั้นๆ แล้วหันกลับมาพยายามแบกร่างเพื่อนรักที่นอนกองอยู่บนพื้นขึ้นมาอีกรอบ

แต่ให้ตายเถอะ ไอ้เวรนี่มันหนักมากจริงๆ มีแต่ซูเปอร์แมนเท่านั้นแหละที่แบกมันได้

“ถอยไปซิ” ขณะที่ผมเอาแต่บ่นในใจ น้ำเสียงนิ่งๆ จากคนคนเดิมก็ดังแทรกขึ้นมาอีกรอบ แถมไม่ว่าเปล่า มือหนายังคว้าไหล่ผม พร้อมกับดันออกให้พ้นทางอีกด้วย

“ฝากหน่อย” ผมได้แต่ยืนเอ๋อ ตอนที่ผู้ชายแปลกหน้าซึ่งจนตอนนี้ผมก็ยังไม่รู้ว่าเขาเป็นใครยื่นกระเป๋ากีตาร์ที่แบกเอาไว้บนหลังมาให้ผมถือเอาไว้ ซึ่งผมก็ได้แต่รับมาอย่างงงๆ

ร่างสูงทิ้งก้นบุหรี่ที่สูบไปได้แค่ครึ่งมวนลงพื้น พร้อมกับใช้เท้าขยี้อย่างลวกๆ แล้วเดินเข้ามาแทรกกลางระหว่างผมกับไอ้ซัน ก่อนจะใช้เพียงมือข้างเดียวแบกร่างที่สลบไสลขึ้นมาจากพื้นอย่างง่ายดาย

ทั้งๆ ที่ผมพยายามอยู่เป็นพัก แต่ก็ไม่มีทีท่าว่ามันจะขยับเนี่ยนะ?

อึ้งชะมัด...

“เปิดประตูให้หน่อย” พอเห็นว่าผมเอาแต่ยืนบื้ออยู่ที่เดิม น้ำเสียงของหมอนั่นก็เริ่มหงุดหงิด แถวคิ้วเข้มก็ดูเหมือนจะขมวดเข้าหากันมากกว่าปกติ จนผมต้องลนลานเดินไปเปิดประตูให้ ก่อนที่ไอ้เจ้าชายน้ำแข็งนี่จะปล่อยไอเย็นออกมาสาปผมจนแข็งตาย (เหมือนเขาจะทำแบบนั้นได้จริงๆ นะ สาบาน)

ผมจัดการเคลียร์โซฟาห้องรับแขกที่รกเกินจะบรรยายด้วยการโยนทุกอย่างลงไปกองไว้ที่พื้น เพื่อให้ชายปริศนาพาเพื่อนผมมานอน

“ขอบคุณ” ผมพูดสั้นๆ หลังจากที่ร่างไอ้ซันถูกโยนลงไปนอนหมดสภาพที่โซฟาเรียบร้อยแล้ว ผมวางกระเป๋ากีตาร์ลงกับพื้น ก่อนจะหันกลับมาจัดท่าได้มันได้นอนดีๆ แถมด้วยการเดินเข้าไปหยิบผ้าห่มในห้องนอนที่เปิดประตูค้างไว้มาคลุมให้มันเสร็จสรรพ

“นายเป็นเป็นใคร” น้ำเสียงนิ่งๆ ของร่างสูงที่ยังคงยืนอยู่ด้านหลังเอ่ยถามในขณะที่ผมกำลังเอาหมอนหนุนหัวให้ไอ้ซัน

“ผมชื่อตรี เป็นเพื่อนสมัยมัธยมของมัน” ผมตอบ โดยที่ไม่ได้หันกลับมามองร่างสูง ใบหน้ายามหลับที่ดูไร้เดียงสาของเพื่อนที่ผมแอบรักทำให้ผมแทบจะไม่ได้สนใจเลยว่ามีคนอื่นอยู่ในห้องนี้ด้วย

จนกระทั่งกลิ่นบุหรี่จางๆ ลอยเข้ามาปะทะจมูกทำให้ผมได้สติอีกครั้ง ผมหันกลับมามองเจ้าของดวงตาเรียวคม ที่ถือวิสาสะสูบบุหรี่ในห้องคนอื่นด้วยใบหน้าเรียบเฉย

“แล้วคุณล่ะเป็นใคร” ผมถามกลับบ้าง จริงๆ ผมสงสัยตั้งแต่หมอนี่โผล่มาแล้วนะ ดูเหมือนเขาจะรู้จักไอ้ซัน แถมยังมีน้ำใจช่วยแบกร่างควายๆ ของมันเข้ามาในห้องให้อีก

“ฉัน...” อยู่ๆ หมอนี่ก็เว้นวรรค พลางพ่นควันสีขาวออกจากปาก “เป็นแฟนมัน”

                คำตอบสั้นๆ นั่นทำเอาผมถึงกับช็อกค้างไปเลย

                ฟะ...แฟน?

                ไหนก่อนหน้านี้มันบอกผมว่า...ชอบผู้หญิง ไม่ใช่เหรอ?

                แต่แล้วความคิดของผมก็หยุดลงแค่นั้น เมื่อผู้ชายที่ตัวสูงกว่าก้มหน้าลงมาพ่นควันบุหรี่ใส่หน้าพร้อมกับแสยะยิ้ม

                “เชื่อเหรอ? ...โง่แฮะ”

                “...” คำพูดร้ายกาจและท่าทางกวนประสาทนั่นทำเอาผมพูดไม่ออกเลย

อะ...ไอ้เวรนี่

                “หึ” เสียงหัวเราะในลำคอดังมาจากร่างสูงที่กลายร่างจากเจ้าชาย เป็นราชาปีศาจไปแล้ว หมอนั่นก้มตัวลงหยิบกีตาร์ที่ผมวางไว้ แล้วเดินผ่านไปที่ประตู ก่อนที่เสียงฝีเท้าหนักๆ จะหยุดลง พร้อมกับเสียงนิ่งๆ ที่เอ่ยออกมาเบาๆ

                “ฉันชื่อเชน เป็นพี่รหัสไอ้ซัน”

                “...” ผมหันไปมองร่างสูงด้วยความอึ้งเล็กๆ คิดว่าเขาอยู่รุ่นเดียวกับผมซะอีก

                “ฉันอยู่ห้องตรงข้ามเนี่ย มีอะไรก็เรียกล่ะ” ว่าจบ ร่างสูงก็เดินออกจากห้องไป พร้อมกับปิดประตูตามหลัง โดยที่ไม่รอให้ผมได้พูดอะไรต่อ

                ซึ่งอันที่จริง ผมก็ไม่รู้จะพูดอะไรเหมือนกัน

                ผมเลิกสนใจผู้ชายแปลกหน้า ที่จริงๆ แล้วเป็นถึงพี่รหัสของไอ้ซัน ก่อนจะหันกลับมาสนใจไอ้คนเมาที่ตอนนี้เข้าสู่ห้วงนิทรา หลับลึกไปเป็นที่เรียบร้อย ผมถอนหายใจออกมาเบาๆ ก่อนจะเดินหากะละมัง และผ้าผืนเล็กๆ มาเช็ดตัวให้ไอ้เพื่อนสนิทที่ผมแอบคิดไม่ซื่อด้วยมานาน

                และผมก็รู้ตัวเองว่าเวลาหลายเดือนที่ผมพยายามหลบหน้ามัน ไม่ได้มีผลอะไรเลย เพราะตอนนี้ เพียงแค่ได้นั่งมองใบหน้ายามหลับของคนตรงหน้า ก็ทำให้จังหวะการเต้นของหัวใจที่ผมพยายามควบคุมให้อยู่ในอัตราที่ปกติตลอดมา กลับกลายเป็นเต้นรัวจนแม้แต่ผม ก็ไม่สามารถควบคุมมันเอาไว้ได้

                ให้ตายเถอะ ผมคิดถูกหรือคิดผิดกันนะที่ยื่นมือเข้ามาช่วยมันในวันนี้

...เพราะดูท่าแล้ว ผมคงจะไม่สามารถตีตัวออกห่างจากผู้ชายตรงหน้าได้เป็นครั้งที่สองแล้วล่ะ

 

07.35 A.M.

ผมตื่นขึ้นมาเพราะเสียงอ้วกที่ดังมาจากในห้องน้ำ แม้จะยังสะลึมสะลืออยู่ แต่ผมก็เรียกสติตัวเองเดินไปยังห้องน้ำเพื่อลูบหลังให้ร่างสูงที่กำลังโก่งคออ้วกอย่างหมดสภาพ

จริงๆ ผมตั้งใจจะกลับหอตัวเองตั้งแต่ที่เช็ดตัวให้ไอ้ซันเสร็จแล้ว แต่พอผมกำลังจะออกจากห้อง ไอ้เวรนี่ก็ทำท่าจะอ้วกออกมา แถมยังเพ้อหนัก จนผมอดไม่ได้ที่จะต้องกลับมาดูแลมันอีกรอบจนกระทั่งเช้าอย่างที่เห็น ดูเหมือนว่าอาการแฮงก์จะทำให้มันไม่มีสติพอที่จะหันมามองว่าคนที่ลูบหลังให้ตัวเองเป็นใครเหมือนกัน

ผมลูบหลังให้ไอ้ซันจนกระทั่งมันอ้วกออกมาหมดไส้หมดพุงแล้วจึงเดินออกไปหาน้ำมาให้มันดื่ม ตอนนั้นแหละผมถึงได้เห็นสีหน้าตกใจของอดีตเพื่อนรัก

“มะ...มึง ไอ้ตรี?” สีหน้าช็อกโลกนั่นน่าขำชะมัด แต่ผมก็ไม่ได้ยิ้มออกมา ได้แต่ตีหน้านิ่งก่อนจะยื่นน้ำให้

“เออ กูเอง ไม่เจอกันนาน หมดสภาพเลยนะมึง” ผมแกล้งทำสายตาสมเพชใส่ จนมันต้องรีบฝืนสังขารลุกขึ้นมา แต่ด้วยอาการแฮงก์ทำให้ร่างสูงล้มลงไปที่พื้นอีกรอบ ซึ่งแน่นอนว่าผมคว้าไม่ทัน

ไอ้ซันหันมาเบ้หน้าใส่ และโวยวายที่ผมปล่อยให้มันล้มก้นจ้ำเบ้า “มึงไม่คิดจะช่วยกูเลยเหรอ”

ผมมองหน้าเบะๆ ของมันก่อนจะหันหน้าหนี แกล้งยกมือขึ้นมาแสร้งเป็นกระแอมปกปิดริมฝีปากที่เผลออมยิ้มออกมาอย่างห้ามไม่อยู่  

ให้ตายเถอะ ทำไมต้องน่ารักขนาดนี้ด้วยวะ

“กูจะทำข้าวต้มทิ้งไว้ให้ ออกไปกินด้วยล่ะ” ผมว่าพร้อมกับเดินหนีออกมา ก่อนที่มันจะจับอาการผิดปกติของผมได้ ผมกลับมาสงบสติอารมณ์ที่ครัวอีกรอบพร้อมกับจัดการหาวัตถุดิบทำข้าวต้มไปด้วย แต่ไม่นานไอ้ตัวดีก็เดินตามผมมาด้วยใบหน้าที่ยังบึ้งตึงไม่หาย

“ใจดำ มึงเป็นใคร มึงเอาไอ้ตรีที่แสนน่ารักของกูคืนมานะ!” คำพูดโวยวายแกมตัดพ้อของอีกฝ่ายทำให้ผมที่กำลังรินน้ำลงในหม้อถึงกับหยุดชะงัก

“มึงแน่ใจเหรอว่าอยากให้กูกลับไปเป็นเหมือนเดิม” ผมถามกลับไป โดยที่ไม่หันไปสบตา

“...” ความเงียบก่อตัวขึ้นทันที ในขณะที่ผมแสร้งทำเป็นต้มข้าวต้มต่อไปอย่างไม่คิดอะไร แต่จริงๆ แล้วผมกำลังรู้สึกอึดอัดอย่างบอกไม่ถูก... ผมรู้ว่ามันกำลังคิดอะไรอยู่ เพราะผมเองก็กำลังคิดเหมือนกัน

คิดถึงเหตุการณ์ในวันนั้น... คิดถึงคำสารภาพที่ไม่มีทางเป็นไปได้ของคนโง่อย่างผม

“อีกแป๊บนึงก็คงกินได้ มึงตักกินเองแล้วกันนะ” ผมว่าพร้อมกับวางทัพพีลง และเดินไปล้างมือโดยไม่หันไปมองหน้าไอ้ซันเลยสักวินาที บอกตามตรง ความเงียบของมันทำให้ผมทำตัวไม่ถูกเลย

“ไอ้ตรี” ผมหยุดชะงักเมื่อเสียงนุ่มทุ้มแสนคุ้นเคยเรียกชื่อผมออกมา “มึง...ยังคิดกับกู...แบบนั้นอยู่หรือเปล่า?” มันถามด้วยน้ำเสียงอึกอัก เหมือนไม่แน่ใจว่าควรจะถามดีหรือเปล่า ผมนิ่งไปพักใหญ่ ก่อนจะหันไปสบตามัน พร้อมกับโกหกคำโต

“เปล่า” มันเป็นแค่คำตอบสั้นๆ แต่กลับทำให้ผมรู้สึกเจ็บปวดกว่าที่คิด

และความเจ็บปวดของผมก็ยิ่งทวีคูณเมื่อคนตรงหน้ายิ้มกว้างอย่างยินดี  

“กูว่าแล้วไง! มึงกลับมาชอบผู้หญิงแล้วใช่มะ กูเข้าใจนะว่าตอนนั้นมันเป็นแค่อารมณ์ชั่ววูบ ก็นะ กูหล่อขนาดนี้ใครๆ ก็หวั่นไหวเป็นธรรมดาอยู่แล้ว” ไอ้ซันพล่ามยาวอย่างติดตลก พร้อมกับเดินเข้ามากอดคอผม ผมแค่นหัวเราะก่อนจะผลักมันออกไปด้วยความหมั่นไส้ แต่ไอ้ตัวดีกลับยิ้มร่าอย่างไม่สะทกสะท้าน

ผมเงียบไปพักใหญ่ ก่อนจะพูดประโยคที่อาจจะทำให้มันมองผมแปลกไปอีกครั้ง

“เปล่าหรอก กูไม่ได้กลับมาชอบผู้หญิง”

“...” และก็เป็นอย่างที่คิด เมื่อไอ้ซันนิ่งไปพร้อมกับหุบยิ้ม

ผมรู้สึกสมเพชตัวเองในใจ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากพ่นคำโกหกที่จะช่วยให้คนตรงหน้าไม่รู้สึกรังเกียจผมมากไปกว่าเดิม

“แต่กูคงไม่กลับไปชอบมึงเป็นครั้งที่สองหรอก ไม่ต้องห่วง” ผมยิ้มบางๆ และเดินผ่านมันมาอย่างไม่คิดจะพูดอะไรอีก

คราวนี้ไอ้ซันไม่ได้เรียกผมไว้อีก แม้ว่ามันคงมีเรื่องอยากจะพูดต่อก็ตาม แต่นั่นก็ดีแล้วล่ะ เพราะผมคิดคำโกหกต่อไปไม่ได้แล้ว ...แค่นี้ผมก็รู้สึกอึดอัดกับคำโกหกอันน่าสมเพชของตัวเองจนจะหายใจไม่ออกอยู่แล้ว

ปัง

ผมปิดประตูและยืนพิงอยู่อย่างนั้นอย่างหมดแรง ...นี่ผมคิดผิดจริงๆ สินะที่กลับเข้ามาในชีวิตมันอีกครั้ง ถ้าเมื่อคืนผมไม่เข้าไปไอ้ซันเอาไว้ ตอนนี้ หัวใจของผมก็คงไม่ต้องมาเจ็บปวดแบบนี้

แกรก

เสียงเปิดประตูจากฝั่งตรงข้ามทำให้ผมได้สติอีกครั้ง ผมยืดตัวตรงพร้อมกับจะเดินออกไป แต่ก็เป็นจังหวะเดียวกับที่เจ้าของห้องฝั่งตรงข้ามเดินออกมาพอดี ตาของผมสบกับดวงตาสีน้ำตาลอ่อนที่นิ่งสนิทจนเหมือนไม่มีอารมณ์อะไรอยู่ในนั้น เป็นอีกครั้งที่ผมรู้สึกว่าผู้ชายตรงหน้านี้ช่างเย็นชาและเข้าถึงยากซะจริง

น่ากลัวชะมัด

แต่คงปฏิเสธไม่ได้ว่าถ้าผมเป็นผู้หญิงก็คงอดหวั่นไหวกับใบหน้าหล่อเหลา และท่าทางลึกลับน่าค้นหาของเขา แถมพอใส่เสื้อช็อปสีน้ำเงินเข้มของคณะวิศวะแบบนี้ ยิ่งขัดให้ลุคเข้มๆ ของเขาดูแบดขึ้นไปอีก 

“หวัดดีครับ” ผมโค้งหัวทักทาย เพราะยังไงหมอนี่ก็เป็นรุ่นพี่ แถมยังเป็นพี่รหัสไอ้ซันอีกด้วย แต่แทนที่จะทักทายกลับ คนตรงหน้ากลับมองหน้าผมนิ่งๆ และเมินผมไปหน้าตาเฉย

“เชน” ชื่อของคนเย็นชาดังขึ้นมา ซึ่งแน่นอนว่าผมไม่ได้เป็นคนเรียก ประตูห้องตรงข้ามเปิดออกอีกครั้งพร้อมกับเจ้าของเสียงหวานๆ เมื่อครู่ที่เดินออกมาในสภาพชุดนอนที่มีแค่เสื้อเชิ้ตสีขาวตัวโคร่งกับกางเกงขาสั้น ร่างบางหันมามองผมงงๆ นิดหน่อย ก่อนจะหันไปหาร่างสูงในเสื้อช็อปสีเข้มที่เดินออกไปได้ไม่ไกลนัก

“ทำไมตื่นแล้วไม่เรียกฟ้าล่ะ” เสียงหวานฟังดูออดอ้อนซะจนผมคิดว่าผู้ชายคนไหนได้ยินก็คงอ่อนระทวย คงมีแต่คนที่ถูกอ้อนนั่นแหละที่ยังคงตีหน้านิ่ง แถมไม่ตอบคำถามเธอ

“แล้วคืนนี้จะกลับดึกหรือเปล่า?” คำถามนั้นทำให้ผมไม่ต้องเดาถึงสถานะของทั้งสองคนเลย ถึงมันจะเป็นเรื่องปกติของชายหญิงสมัยนี้ที่จะอยู่ด้วยกันแม้จะยังไม่ได้แต่งงานก็เถอะ แต่คนหัวโบราณอย่างผมก็ยังไม่ชินกับวิถีชีวิตสมัยใหม่เหล่านี้อยู่ดี แต่มันไม่ใช่ธุระกงการอะไรของผมล่ะนะ และมันก็เสียมารยาทมากแล้วด้วยที่ผมมายืนฟังอยู่นานสองนานแบบนี้ ผมจึงตัดสินใจเดินออกจากตรงนั้นมาเงียบๆ  

“อืม” ผมพยายามไม่ใส่ใจแล้ว แต่บทสนทนาของทั้งคู่ก็ยังคงเข้ามาในหูของผมอยู่ดี ร่างสูงตอบสั้นๆ พร้อมกับลูบหัวผู้หญิงคนนั้นเบาๆ และยิ้มมุมปาก

หมอนั่นยิ้มแบบเป็นมิตรไม่เป็นหรือไงนะ ไม่รู้เหรอว่าการแสยะยิ้มแบบนี้มันทำให้เขาดูร้ายกาจจนไม่น่าเข้าใกล้น่ะ

                ผมเลิกสนใจคู่รักหวานแหววและเดินไปรอลิฟต์ แต่ไม่นานผมก็ได้ยินเสียงฝีเท้าของคนอีกคนดังตามหลังมา ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าเจ้าของเสียงฝีเท้านั่นเป็นใคร กลิ่นบุหรี่ที่โชยเข้ามาปะทะจมูก ยิ่งช่วยยืนยันตัวตนได้เป็นอย่างดี

                ไม่กลัวเป็นมะเร็งปอดหรือไงนะ สูบบุหรี่จัดขนาดนี้

                ไม่ใช่ว่าผมจะไม่สูบหรอกนะ แต่ก็ไม่ได้สูบจัดขนาดหมอนี่แน่ๆ ผมมักจะหยิบบุหรี่ขึ้นมาเวลาเครียดๆ เท่านั้น ผมเคยได้ยินว่า การสูบบุหรี่มันเป็นวิธีแก้ปัญหาของคนที่จิตใจอ่อนแอ ผมว่าคำพูดนั้นคงเชื่อถือไม่ได้แล้วล่ะ เพราะผมมองไม่เห็นความอ่อนแอของผู้ชายคนนี้เลยแม้แต่นิด

                ผมภาวนาให้ลิฟต์มาถึงก่อนร่างสูง แม้จะไม่เข้าใจว่าผมจะพยายามหนีหมอนั่นทำไมก็เถอะ แต่ไม่ว่ายังไงมันก็เป็นไปไม่ได้หรอก เพราะไม่กี่วินาทีต่อมาร่างสูงในเสื้อช็อปกับกางเกงยีนเซอร์ๆ ก็เดินมารอลิฟต์อยู่ข้างๆ แล้ว

                “บุหรี่มั้ย?”  

                “ฮะ?” ผมชะงักไปเมื่อได้ยินคำถามที่ไม่คิดว่าจะได้ยิน “มะ...ไม่ล่ะ” ผมอึกอัก

                “แน่ใจ?”

                “ครับ” ผมตอบห้วนๆ อย่างปัดรำคาญ

                ทีเมื่อกี้ผมทัก กลับนิ่ง แต่ตอนนี้จะมาชวนผมสูบบุหรี่เนี่ยนะ อะไรของเขาวะ?  

                “ไอ้ซันเป็นไง” ขณะที่ผมยังงง เขาก็เปลี่ยนคำถาม

                “เอ่อ... ตื่นแล้วครับ กำลังกินข้าวอยู่” ผมอึกอัก ร่างสูงไม่ว่าอะไรต่อ แต่กลับเลิกคิ้วมองมาด้วยสีหน้าที่ผมไม่เข้าใจ

ผมทนกับความเงียบอันน่าอึดอัดได้ไม่นาน ประตูลิฟต์ก็เปิดออก ผมรีบเข้าไปในลิฟต์อย่างรวดเร็ว แต่จะมีประโยชน์อะไรในเมื่อผมกับหมอนี่ก็ต้องเข้ามาอยู่ในลิฟต์ด้วยกันอยู่ดี

                “...” แต่ดูเหมือนฝ่ายตรงข้ามจะจับความรู้สึกไม่ถูกชะตา หรืออะไรก็ตามที่ผมส่งไปให้อย่างชัดเจนได้ เพราะผมเข้าลิฟต์มาจนประตูลิฟต์ปิดแล้ว เขาก็ยังคงยืนสูบบุหรี่อยู่ที่เดิม จนผมต้องกดเปิดประตูลิฟต์ออกมาถาม

                “ไม่ไปเหรอ” คนตรงหน้ายักไหล่ ผมขมวดคิ้วอย่างไม่เข้าใจ แล้วกลับเข้ามาในลิฟต์ใหม่ ไม่สนใจแล้วว่าเขาจะเข้ามาหรือเปล่า

                แต่ก่อนที่ประตูลิฟต์จะปิดลง เสียงเรียบนิ่งติดจะเย็นขาของผู้ชายคนนั้นกลับดังขึ้นมา และคงจะไม่น่าประหลาดใจเลยสักนิด ถ้าสิ่งที่หมอนั่นพูด ไม่ได้เกี่ยวกับผม

                “ไม่ได้คิดแค่เพื่อนสินะ...กับไอ้ซันน่ะ”

                “...!!” มือที่กำลังจะกดเลขชั้นของผมหยุดชะงักลงทันที แล้วเปลี่ยนไปกดปุ่มเปิดลิฟต์อีกรอบแทน แต่เมื่อประตูลิฟต์เปิดออก กลับไม่เห็นร่างสูงเจ้าของสายตาเย็นชายืนอยู่ที่เดิมแล้ว ทิ้งไว้เพียงกลิ่นบุหรี่จางๆ ที่บ่งบอกว่าเขาเพิ่งเดินออกไปได้ไม่นาน

                ผมคิดว่าเขาคงจะเปลี่ยนไปเดินลงบันได แต่ก็ไม่คิดจะตามไป เพราะเอาเข้าจริง ผมก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าสิ่งที่ผมได้ยินนั่นมันถูกต้องหรือเปล่า ผมอาจจะหูแว่วไปเองก็ได้ และอีกอย่าง...ต่อให้สิ่งที่ผมได้ยินมันไม่ผิด ผมก็ไม่รู้ว่าจะพูดอะไรอยู่ดี

                ผมกลับเข้ามาในลิฟต์อีกครั้งพร้อมกับถอนหายใจเฮือกใหญ่พลางยกมือขึ้นมากุมขมับ เรื่องที่เจอวันนี้ชักทำให้ผมรู้สึกปวดหัวขึ้นมานิดๆ แล้ว

                บางที...ตอนนี้ผมอาจจะต้องการบุหรี่อย่างที่เขาว่าจริงๆ ก็ได้

 


Calista εїз

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 562 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,986 ความคิดเห็น

เจ้าของบทความปิดแสดงความคิดเห็น
  1. #1954 saisaisaisai14 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2562 / 23:02
    เฟรนโซนเข้าง่ายออกยาก
    #1,954
    0
  2. #1847 Praew (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2561 / 16:37
    โคตรลึกลับ ผู้ชายที่ชื่อเชน น่าค้นหาไรขนาดนี้อ่าา
    #1,847
    0
  3. #1843 maybee23 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2561 / 15:52
    พี่เชนรู้ได้ไงอะ เก่งไปนะคนเรา55555
    #1,843
    0
  4. #1820 pandar_pink (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2561 / 20:59
    น้องสาวป่าวว
    #1,820
    0
  5. #1731 hh_9094 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 12 มีนาคม 2561 / 17:53
    พี่เชนมีแฟนแล้วหรออ
    #1,731
    0
  6. #1712 Kim-kibom (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2561 / 22:48
    พี่เชนนี่อย่างเท่ห์
    #1,712
    0
  7. #1687 Mune (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 18 มกราคม 2561 / 15:42
    เชนดูลึกลับมาก 555 แค่แปปเดียวก็ดูออกเลยหรอ
    #1,687
    0
  8. #1114 Sweet Time (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2559 / 16:18
    เชนน่าขย้ำมาก 5555
    #1,114
    0
  9. #887 pannjed . (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 15 เมษายน 2559 / 12:32
    หนูชอบพี่เชนจัง 5555555555555
    #887
    0
  10. #800 minoteamiry (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 12 เมษายน 2559 / 00:40
    แต่งดีมากเลย หงื้ออออวิศวะ ถาปัตย์ คืองานดี เราชอบ
    #800
    0
  11. #467 angel188 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 27 มีนาคม 2559 / 09:16
    ชอบบบบ คือดีอะ
    #467
    0
  12. #450 Choi Dong Jae Pupae (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 26 มีนาคม 2559 / 09:55
    นี่แหละนิยายที่ตามหา กริ๊ดดดด
    #450
    0
  13. #261 ศศิวิมาน (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 11 มีนาคม 2559 / 20:05
    โอ้ยอ่านแล้วหลง >< ชอบจังนิยายสำนวนแบบนี้
    #261
    0
  14. #91 StraWBerry_ImIn (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 22 มีนาคม 2557 / 07:14
    ว่าแต่ คนนี้ใช่พระเอกหรือเปล่านะ พี่เชนเนี่ย
    แฮ่ก
    เดี่ยวนะ
    พี่เชนบางทีอาจจะแอบชอบซัน #ไม่โว๊ยยยย!!
    โอ๊ยย .. แต่ตรีน่ารักมากเลย ค่อยๆไป เรื่อยๆ ถูกใจค่ะ <3 
    #91
    0
  15. #82 prang-plft (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 20 มีนาคม 2557 / 15:48
    น่าสนุกจังงง เป็นครั้งแรกที่อ่านนิยายวายเลยนะ
    แต่เพราะเป็นพี่โอลีฟแต่ง หนูเชื่อว่ามันต้องสนุกแน่
    เพราะงั้นก็สู้ๆนะค้าาา หนูเป็นกำลังใจให้
    #82
    0
  16. #71 Black Rook (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 19 มีนาคม 2557 / 14:55
    เจ็บปวด เจ็บปวด สงสารตรีจัง หันมาชอบเชนดีก่านะ
    #71
    0
  17. #62 ThePitch (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 19 มีนาคม 2557 / 00:35
    เฮียเชนชอบตรีละซิ๊ -//////////- #ผิด
    ชอบเรื่องนี้อะะะะะ
    ผช มุ้งมิ้งมากอรั้ยยยยยยย
    ทำไมตรีมุ้งมิ้งงง อรั้ยยย
    ตรีนายมุ้งมิ้งมากรู้ตัวปะะ 55555555555555555555555
    #62
    0
  18. #8 Unli_Sky (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 6 มีนาคม 2557 / 00:34
    ชอบมากเลยค่ะ อ่านแล้วน่าติดตามต่อ มาอัพไวๆนะคะ~
    #8
    0
  19. #7 XyXear* (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 มีนาคม 2557 / 21:22
    ชอบมากคร่าาาาาาาาาาาา
    สงสัยว่าพี่เชนเป็นพลังงานบางอย่างหรือเปล่า พี่แกหายตัวได้รวดเร็วมากกกกก
    แต่ชอบลุคพี่เชนนะคะะะ
    มาอัพต่อไวๆนะคะ รอ่านอยู่ อิ้อิ้

    ปล.ขอเป็นเอฟซีไรเตอร์ได้มั้ยค้าาาาาาาา?
    #7
    0
  20. #4 Prang' (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 มีนาคม 2557 / 16:39
    อั๊ยย่ะ เชนนนนนนน > ,<

    ชอบผู้ชายยยนิ่งๆอย่างนี้
    เราขอนะไรเตอร์ ชอบบบบ บบ 5555555

    มาอัพต่อไวๆนะคะ รอติดตามคะ
    #4
    0