[ Hermit Books ตีพิมพ์ ] Just Another Guy (Y)

ตอนที่ 16 : 15 : การตัดสินใจที่ผิดพลาด [ Rewrite ]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 11,463
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 381 ครั้ง
    20 ก.พ. 63


                                                                                                                       



 

15

การตัดสินใจที่ผิดพลาด

 

สองวันแล้วที่ผมกับเชนไม่ได้คุยกันอีกเลย

เขาไม่ได้กลับมานอนที่ห้อง และไม่ได้บอกว่าจะไปค้างที่ไหน เราเจอกันตอนซ้อมดนตรี แต่หมอนั่นก็ไม่ได้ทักทาย หรือพูดคุยกับผมเหมือนอย่างปกติ อาจเป็นเพราะเวลามันไม่เอื้อให้เราคุยกัน หรืออะไรก็แล้วแต่ แต่ตลอดหลายชั่วโมงที่อยู่ในห้องซ้อม เชนก็เอาแต่ก้มหน้าก้มตาเล่นเบส และถามเทคนิคจากวินจนอีกฝ่ายไม่มีอะไรจะสอนแล้ว (ผมเคยบอกหรือยัง ว่าทักษะด้านดนตรีของเขาสูงปรี๊ดอย่างน่าหมั่นไส้มาก) ในขณะที่ผม ก็ถูกเตอร์เคี่ยวเข็ญให้ซ้อมแทบไม่ได้หยุดพักเพราะการแข่งใกล้เข้ามาทุกทีแล้ว     

สำหรับเพลงเร็วผมไม่มีปัญหาหรอก เพราะพอจำคอร์ดได้ผมก็เริ่มเล่นได้อย่างสบายๆ แต่กับเพลงช้านี่สิ... ไม่รู้ว่าเพราะอะไร หลายๆ ท่อนของเพลง มันทำให้ผมเสียสมาธิจนเผลอเล่นหลุดจังหวะแทบจะทุกครั้งที่ซ้อมเลย

“ช่วงนี้มึงกับกวาวดูสนิทกันกว่าปกตินะ” เสียงไอ้เวสป้าถามขึ้นมาขณะที่ผมกำลังเก็บของใส่กระเป๋า

ผมชะงักไปนิดหน่อย ก่อนจะพยักหน้า “อือ กูกับกวาวกำลังคบกันอยู่”

“ฮะ!” ไอ้เวสช็อกไปตามคาด มันแทบจะกระโดดเข้ามาหน้าชิดผม พร้อมกับทำตาโตด้วยความตกใจ “มึงโม้ป่ะเนี่ย?

ผมดันมันหน้าออกด้วยความกลัวเล็กๆ “เปล่า กูพูดจริง”

“เชี่ยยย ทำไมกูไม่เห็นรู้เรื่องอะไรเลยวะ” มันยังคงทำตาโตจนผมกลัวว่าลูกตามันจะหลุดกระเด็นออกมา

“ก็กูไม่บอก กวาวไม่บอก แล้วมึงจะรู้ได้ไง” ผมตอบแบบขอไปที ก่อนจะยกกระเป๋าขึ้นมาสะพาย เตรียมตัวกลับหอ ไม่แปลกที่ไอ้เวสมันจะช็อกขนาดนั้น เพราะเรื่องที่ผมกับกวาวคบกัน แทบจะไม่มีใครในสตูดิโอรู้เลย นอกจากเพื่อนสนิทในกลุ่มของกวาวแค่คนสองคน แต่ผมก็ไม่ได้ตั้งใจจะปิดบังอะไรหรอกนะ เพียงแต่ มันยังไม่มีใครถามขึ้นมาเท่านั้น

“แล้วมึงไปชอบกันตอนไหนวะ” น้ำเสียงอยากรู้อยากเห็นของไอ้เวสถามประโยคที่ทำเอาผมถึงกับเงียบไป

นั่นสินะ...

“ตรี” ยังไม่ทันที่ผมจะได้ตอบคำถามไอ้เพื่อนตัวดี เสียงหวานของคนที่กำลังพูดถึงก็ดังขึ้นมา ทองกวาวยืนยิ้มห่างออกไปไม่ไกล ดวงตากลมโตเป็นประกายสดใสเหมือนเช่นทุกวัน

“โห กำลังพูดถึงก็มาเลย” ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าเป็นเสียงไอ้เพื่อนจอมสอดที่พูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงมีเลศนัย “จะไปสวีทกันที่ไหนเหรอจ๊ะ” ผมอยากจะหันไปฟาดปากไอ้เวสด้วยความหมั่นไส้ แต่ก็ทำเพียงหันไปถลึงตาใส่มันเท่านั้น

รู้งี้ไม่น่าบอกแม่งเลย  

ไปเหอะกวาว” ผมรีบตัดบทก่อนที่ไอ้ตัวแสบจะเอ่ยแซวอะไรออกมาอีก ทองกวาวที่ยืนทำหน้างงอยู่จึงพยักหน้าหงึกหงัก แล้วเดินตามผมออกจากสตู

วันนี้ผมกับกวาวมีนัดกินข้าวเย็นกัน ก่อนที่ผมจะต้องไปส่งเธอที่หอ ตั้งแต่คบกันมา นี่เป็นครั้งที่สองเองมั้ง ที่เรากินข้าวด้วยกัน ปกติแล้วเราจะต่างคนต่างแยกกันไปกินกับเพื่อนในกลุ่มตามความเคยชินมากกว่า

เมื่อกี้เวสป้าพูดเรื่องอะไรเหรอ” ขณะที่กำลังจะเดินไปที่รถ ทองกวาวก็ถามขึ้นมา

อ๋อ ไม่มีอะไรหรอก” ผมตอบปัด เพราะไม่รู้จะตอบยังไงดี

ทองกวาวเงียบไปพักหนึ่งก่อนจะถามขึ้นมาอีกรอบ “เรื่องของเราหรือเปล่า”

เมื่อถูกถามตรงประเด็น ผมจึงทำอะไรไม่ได้ นอกจากพยักหน้า “อืม”

ตรีบอกเวสป้าว่าเราคบกันเหรอ” คนตัวเล็กยื่นหน้าเข้ามาถาม ด้วยสีหน้าเหมือนอยากรู้เต็มแก่ ผมเลยหัวเราะกลับไป

ใช่ พอดีมันถามน่ะ ว่าทำไมช่วงนี้เรากับกวาวสนิทกัน เราก็เลยบอกไป” ผมตอบไปตามตรง แต่ไม่รู้ทำไม พอพูดออกไปแล้ว ในใจมันกลับรู้สึกแปลก

อ๋อ” ทองกวาวพยักหน้าเบาๆ ก่อนจะอมยิ้ม “เราคิดว่าตรีอยากเก็บเป็นความลับซะอีก”

ทำไมต้องเก็บเป็นความลับด้วยล่ะ” ผมเลิกคิ้ว

ก็... เราไม่เห็นตรีเล่าเรื่องนี้ให้ใครฟังเลย คิดว่าตรีอายซะอีก ที่คบกับเรา” เสียงหวานตอบ ใบหน้าเจื่อน  

เล่นเอาผมชะงัก มองคนตรงหน้าด้วยความรู้สึกประหลาด ก่อนจะหัวเราะออกมาเบาๆ

“ฮ่ะๆ ทำไมเราต้องอายด้วยล่ะ ไม่มีอะไรน่าอายซะหน่อย ที่เราไม่พูด เพราะไม่มีใครถามต่างหาก”

“อ่อ แบบนี้นี่เอง” คนตัวเล็กคลี่ยิ้ม สีหน้าเหมือนกำลังโล่งอก

ผมยิ้มตอบ “ขอโทษนะ ที่ทำให้เข้าใจผิด เอางี้มั้ย ตั้งแต่พรุ่งนี้ไป เราจะเป็นคนบอกเพื่อนในสตูฯ เองว่าเรากับกวาวกำลังคบกันอยู่ กวาวจะได้สบายใจ” ผมเสนอ แต่ทองกวาวกลับส่ายหน้าพัลวัน

“ไม่หรอก เราผิดเองแหละที่คิดมาก ตรีไม่ต้องทำขนาดนั้นหรอก เราเขิน” ใบหน้าขาวใสเปลี่ยนเป็นสีแดงระเรื่อด้วยความเขินอย่างที่ว่า “คนรู้น้อยๆ ก็ดีเหมือนกันแหละ จะได้ไม่โดนล้อไง”

“นั่นสินะ” ผมยิ้มตอบ แต่ในใจกลับคิดว่าคงไม่ทันแล้วล่ะ เพราะถ้าไอ้เวสป้ารู้ ก็เท่ากับคนทั้งสตูฯ (หรืออาจจะทั้งคณะ) ต้องรู้

ผมกับกวาวไม่ได้คุยอะไรต่อ จนกระทั่งเดินมาถึงรถ คนตัวเล็กจึงถามขึ้นมา “วันนี้เราจะกินอะไรกันดี”

“กวาวเลือกเลย” ผมบอก พร้อมกับเปิดประตูรถให้เธอเข้าไปนั่ง ก่อนจะเดินไปเปิดฝั่งตัวเองและประจำหน้าพวงมาลัย

“เรานึกไม่ออก ตรีช่วยคิดหน่อย” เธอว่าพลางขมวดคิ้วหนัก ผมหัวเราะ และพยายามนึกบ้าง

“เออ เราได้ยินว่าตรีทำกับข้าวเก่งนี่ ใช่มั้ย?แต่แล้วเสียงหวานก็เปลี่ยนประเด็นคำถามขึ้นมา

“ก็ไม่ถึงขนาดนั้นหรอก ทำไมเหรอ” ผมเลิกคิ้ว

“เราอยากกินกับข้าวฝีมือตรี” รอยยิ้มกว้างกับคำพูดตรงไปตรงมานั่นทำเอาผมชะงักไปอีกรอบ

“เอ่อ... จะดีเหรอ?ผมถามเสียงเบา ไม่แน่ใจเหมือนกันว่ากำลังกลัวอะไรอยู่

“ทำไมอ่ะ ไม่อยากทำเหรอ” ร่างเล็กเลิกคิ้วมองด้วยสีหน้าที่ทำให้ผมรู้สึกผิดแปลกๆ

“เปล่าหรอก ได้สิ เดี๋ยวเราทำให้กิน แต่ถ้าไม่อร่อยห้ามโทษเรานะ” ผมแสร้งพูดติดตลก และเบือนหน้ากลับมาขับรถ ขณะที่ในใจกำลังรู้สึกประหลาด เมื่อคิดว่านี่เป็นครั้งแรกที่ผมจะพาแฟนไปที่ห้อง

มันเป็นความรู้สึก หวั่นใจอย่างบอกไม่ถูก

 

ผมรู้ว่ามันเป็นเรื่องแย่มากที่แวบหนึ่งในความคิดผมรู้สึกว่าผมไม่สะดวกใจที่จะพาทองกวาวมาห้อง ทั้งที่เธอเป็นแฟนผม และมันคงเป็นเรื่องปกติที่คนเป็นแฟนกันจะมาเยี่ยมเยือนห้องของอีกฝ่าย แถมมันไม่ใช่สถานการณ์ล่อแหลมหรือน่าเป็นห่วงอะไรเลย เราแค่มากินข้าวเย็นกันเท่านั้น ไม่มีอะไรที่ผมต้องกังวล เพียงแต่...

“ตรี เป็นอะไร สีหน้าดูไม่ดีตั้งแต่อยู่ในรถแล้ว” กวาวชะโงกหน้ามาถาม เรียกสติให้ผมหันกลับไปมองใบหน้าหวานใสของเธออีกครั้ง 

“ปะ...เปล่านี่” เสียงผมอึกอักอย่างปิดไม่มิด

ทองกวาวขมวดคิ้ว ดูก็รู้ว่าเธอไม่เชื่อ แต่ผมไม่รู้จะพูดอะไรนอกจากนั้นแล้วจริงๆ

“ตรี” เธอเรียกผมอีกหนด้วยสีหน้าจริงจังและเป็นกังวล “ถ้าไม่อยากให้เราไปที่ห้อง บอกตรงๆ ก็ได้นะ”

“...” คำพูดแทงใจดำและท่าทางรู้สึกผิดของกวาวทำเอาผมชะงักไปชั่วครู่ ก่อนที่สมองจะสั่งให้ผมพูดอะไรสักอย่างออกไป

“เปล่าหรอก ไม่ใช่อย่างนั้น... คือ ห้องเรามันรกมากๆ น่ะ เราก็เลย...อายนิดหน่อย” ผมแก้ตัว

โกหกอย่างน่าสมเพชอีกแล้ว 

แต่มันอาจจะดีแล้วล่ะที่พูดไปแบบนั้น เพราะเห็นได้ชัดว่าทองกวาวมีสีหน้าโล่งใจขึ้น เธอยิ้มขำก่อนจะตีแขนผมเบาๆ “แค่นี้เอง? ไม่เห็นเป็นไรเลย เด็กคณะเราจะมีสักกี่คนที่ห้องสะอาด จริงมั้ย?

“นั่นสินะ” ท่าทางไร้เดียงสานั่นทำเอาผมตอบอะไรไม่ได้นอกจากเออออ

“เรามาดูกันดีกว่า ว่าห้องตรีกับห้องเราใครจะรกกว่ากัน” กวาวว่าพลางหัวเราะคิกคัก ขณะที่ผมเริ่มขมวดคิ้วหนักขึ้น เมื่อรู้ดีว่าอีกเพียงไม่กี่ก้าว เราก็จะถึงที่หมายแล้ว 

“นี่ห้องตรีเหรอ?คนตัวเล็กถามอีกรอบ เมื่อเห็นผมหยุดอยู่หน้าประตูห้องหนึ่ง

“อืม” ผมตอบยิ้มๆ พลางหยิบกุญแจออกมาไข  

รู้สึกเลยว่ามือของตัวเองมันทำงานช้ากว่าปกติ อาจเป็นเพราะในใจผมกำลังลังเลว่าควรจะไขเข้าไปดีหรือเปล่า แต่มาถึงขั้นนี้แล้ว จะหันหลังกลับก็คงไม่ทัน ได้แต่หวังว่าหลังประตูบานนี้จะมีเพียงห้องว่างเปล่า เพราะผมไม่รู้จะอธิบายหรือทำตัวยังไงจริงๆ ถ้าหากเปิดประตูเข้าไป และพบว่า หมอนั่น อยู่ด้านใน 

แกรก

แต่พระเจ้าไม่เคยเข้าข้างผมเลยสักครั้ง... นั่นแหละความจริง

ทันทีที่เปิดประตูเข้ามา กลิ่นบุหรี่ที่ลอยคละคลุ้งอยู่เต็มห้อง ก็ทำเอาผมอยากจะปิดประตูลงอีกครั้งแล้วหายตัวไปจากตรงนี้ แต่มันเป็นไปไม่ได้แน่ๆ โดยเฉพาะเมื่อเจ้าของแผ่นหลังกว้างที่กำลังนั่งเล่นกับเจ้าเตอยู่บนเตียง รู้ตัวและหันกลับมาสบตากับผมแล้ว 

“...”

“...” ไม่มีคำพูดใดๆ เกิดขึ้นระหว่างผม กับเจ้าของดวงตาสีน้ำตาลอ่อนคู่นั้น เขาเพียงหันมาสบตานิ่งๆ ขณะที่ปากยังคาบบุหรี่อยู่ ส่วนผมก็ตกใจกับการมีอยู่ของเขาจนไม่อาจจะเอ่ยอะไรออกมาเช่นกัน

“ไหน ไม่เห็นจะรกเลย” จนกระทั่งทองกวาวแทรกผ่านร่างผมเข้ามาในห้องพร้อมกับเสียงเล็กๆ แสดงความตื่นเต้นที่ทำให้เวลาซึ่งเหมือนจะหยุดนิ่งไป กลับมาหมุนอีกครั้ง   

เธอมองสำรวจไปทั่วห้อง ก่อนจะชะงักทันที เมื่อเห็นร่างสูงที่ยังคงสบตากับผมอยู่

“พะ...พี่เชน?น้ำเสียงประหลาดใจ และแววตางุนงงที่หันกลับมามอง ทำให้ผมรู้ตัวว่าควรพูดอะไรสักอย่าง

“ขอโทษที่ไม่ได้บอกก่อน พอดีเรา...อยู่กับเขา...ชั่วคราวน่ะ” ผมตอบอึกอักและเสียงเบากว่าที่ตัวเองตั้งใจไว้มาก พร้อมกับเบือนหน้าหนี ไม่กล้าสบตากับดวงตาสีน้ำตาลอ่อนคมกริบตรงหน้าแล้ว

“ชั่วคราวเหรอ?ทองกวาวยังคงทำหน้างุนงง 

เป็นผมก็คงงงและไม่เข้าใจเหมือนกันนั่นแหละ ที่อยู่ๆ ก็ได้รู้ว่าแฟนตัวเองมีรูมเมทเป็นผู้ชายแปลกหน้าที่ไม่ได้สนิทชิดเชื้ออะไร สถานะระหว่างผมกับเชนที่กวาวรู้คือเขาเป็นพี่รหัสของไอ้ซัน ซึ่งเป็นเพื่อนของผมอีกทีเท่านั้น ถ้าจะให้อธิบายที่มาที่ไปของเรื่องทั้งหมด มันคงจะซับซ้อนน่าดู

ผมควรบอกยังไง

“หึ” แต่ยังไม่ทันที่ผมจะนึกคำพูดที่เหมาะสมออก ร่างสูงที่นั่งนิ่งประเมินสถานการณ์อยู่นานก็ส่งเสียงหัวเราะในลำคอออกมาเบาๆ พร้อมกับคีบบุหรี่ออกจากริมฝีปากบางเพื่อดับมันลงกับที่เขี่ยบุหรี่ข้างเตียง ก่อนจะลุกขึ้น และเดินมาหาพวกเราช้าๆ “พอดีฉันมีปัญหาเรื่องเงินน่ะ ก็เลยมาขออาศัยหมอนี่อยู่”

ผมเงยหน้าขึ้นมองเขาอีกครั้งทันทีที่ได้ยินแบบนั้น เขาโกหก...ทำไมกัน?

แต่พอสบตากับดวงตาสีน้ำตาลอ่อนที่นิ่งสนิทจนกลายเป็นเย็นชาตรงหน้า ผมก็รู้ว่าตัวเองควรหลบสายตาลงอีก เพราะอยู่ๆ ก็เกิดความรู้สึกประหลาดบางอย่างที่ทำให้ไม่รู้ว่าต้องแสดงสีหน้ายังไง นี่ผมเป็นอะไรไปเนี่ย

“ตรีนี่...ใจดีจังเนอะ” ทองกวาวพูดอึกอักอย่างพยายามทำลายบรรยากาศกระอักกระอ่วนที่กำลังก่อตัวขึ้นมา

ไม่จริงเลย ผมไม่ใช่คนใจดีเลยสักนิด 

“นั่นสิ” แต่ยังไม่ทันได้แย้งอะไร เสียงทุ้มของอีกคนก็เอ่ยขัดเสียก่อน ร่างสูงปรายตามองผมด้วยสายตาอ่านยากขณะที่มุมปากยกเป็นรอยยิ้มเล็กๆ ขึ้นมา “ขนาดกับแค่คนรู้จัก ยังทำดีด้วย หายากนะผู้ชายอย่างนี้”

เป็นรอยยิ้มร้ายกาจที่ทำให้ผมรู้สึกเจ็บไม่แพ้คำพูดประชดประชันอย่างจงใจนั่นเลย

“แฟนนายน่ารักดีนี่” เขายังคงแสยะยิ้ม แต่ดวงตาคู่นั้นไม่ได้ยิ้มไปด้วยเลยแม้แต่นิด 

“...” พอเห็นว่าผมได้แต่ยืนนิ่งไม่พูดอะไร ร่างสูงก็หัวเราะในลำคอออกมาเบาๆ อีกครั้ง ก่อนจะหมุนตัวกลับไปหยิบกระเป๋ากีตาร์ของตัวเองที่วางไว้ข้างเตียงขึ้นมาสะพายไหล่ พลางล้วงบุหรี่มวนใหม่ขึ้นมาจุดสูบท่ามกลางความเงียบอันน่าอึดอัด 

“ขอตัวก่อน ขอโทษด้วยที่ขัดจังหวะ” เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นอีกครั้งพร้อมกับพ่นควันสีขาวขุ่น ก่อนที่ร่างสูงจะเดินผ่านไปอย่างช้าๆ โดยไม่แม้แต่จะปรายตากลับมามองผมที่ได้แต่ยืนใบ้กินอยู่ตรงนี้เลยสักนิด  

ผมไม่รู้ว่ามันเป็นเพราะอะไร ทั้งๆ ที่ผมเห็นรอยยิ้มมุมปากร้ายกาจแบบนั้นมาหลายครั้ง...เห็นท่าทางและสายตาเย็นชาอย่างน่ากลัวของเขามาเป็นร้อยๆ หน แต่คราวนี้ความรู้สึกมันกลับต่างออกไป

และไม่ว่าจะเป็นเพราะอะไรก็ตาม แต่ทั้งน้ำเสียง รอยยิ้ม ท่าทาง โดยเฉพาะดวงตาที่แสนเย็นชาคู่นั้น

ผมรู้สึกไม่ชอบเอาซะเลย

 

เวลาผ่านไป

ผมรู้สึกผิดต่อทองกวาวจริงๆ ที่ไม่ได้ใส่ใจเธอเท่าที่ควร ทั้งๆ ที่เธอพยายามชวนคุยและทำตัวร่าเริงตลอดเวลาที่เราอยู่ด้วยกัน แต่ผมกลับไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองเท่าไหร่เลย ผมไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าตัวเองเอาแต่เหม่อลอยใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว ไม่ได้สนใจคนตรงหน้า จนกระทั่งทองกวาวออกปากถาม และบอกให้ผมพักผ่อนเพราะคิดว่าผมอาจจะกำลังเหนื่อยจากการเรียน ผมไปส่งทองกวาวที่หอโดยไม่พูดอะไรเลยตลอดทาง บรรยากาศเงียบเชียบจนคนตัวเล็กที่พูดคนเดียวจนเมื่อยปากต้องขอเปิดเพลงกลบความเงียบ แต่ถึงอย่างนั้นในหัวของผมก็มีเรื่องมากมายให้คิดจนไม่สนใจด้วยซ้ำว่าเพลงที่ดังอยู่ในรถเป็นเพลงอะไร

หลังจากส่งทองกวาวเสร็จ ผมก็ตรงดิ่งไปยังห้องซ้อมอย่างรวดเร็ว แน่นอนว่าผมไปถึงเป็นคนสุดท้าย แต่ก็ไม่มีใครว่าอะไร พวกเราเริ่มซ้อมทันทีที่ผมมาถึง นั่นทำให้ผมไม่ได้ทำในสิ่งที่คิดจะทำ

“ขอใหม่” เตอร์พูดเสียงเครียด หลังจากที่เราหยุดเล่นกลางเพลงเป็นรอบที่สี่

ไม่ต้องบอกก็รู้ตัวว่ามันเป็นความผิดของผมอีกแล้ว

ตลอดการซ้อมผมวอกแวกจนโดนดุหลายครั้ง แต่ไม่ว่าจะพยายามตั้งสมาธิยังไง มันก็อดไม่ได้ที่จะหลุดคิดเรื่องอื่นทุกที ยิ่งสายตาผมเหลือบไปเห็นร่างสูงที่เอาแต่ก้มหน้าก้มตาเล่นเบสด้วยท่าทางเคร่งเครียดกว่าปกติ ผมก็ยิ่งเสียสมาธิจนแทบจะเล่นไม่ได้

ผมไม่รู้ว่าทำไมตัวเองต้องหันไปมองเชนบ่อยๆ อาจเป็นเพราะในใจของผมตอนนี้มันร่ำร้องว่าเรามีเรื่องต้องคุยกัน ทั้งที่ไม่แน่ใจว่าจะคุยอะไรด้วยซ้ำ ผมไม่รู้ว่าควรเริ่มบทสนทนายังไงในสถานการณ์อันคลุมเครือน่าสับสนนี่ แต่อย่างน้อยผมก็อยากจะถามเรื่องหนึ่งที่ค้างคาใจตลอดหลายชั่วโมงที่ผ่านมาว่าท่าทางพวกนั้นของเขา มันหมายความว่ายังไง

พอๆ พอเลย!” เตอร์โวยขึ้นมาอีกรอบ ทั้งที่เรายังเล่นได้ไม่ถึงครึ่งเพลง เขาหันกลับมากอดอกใส่พวกเราพลางขมวดคิ้วแน่น “ไอ้ตรี มึงเล่นผิดนะ” เขาบอกนิ่งๆ เป็นคำที่ผมได้ยินเป็นรอบที่ห้าของวัน

ขอโทษครับ” ผมก้มหน้ายอมรับผิด เตอร์จึงถอนหายใจหนักๆ ก่อนจะหันไปมองอีกคน

“ส่วนไอ้เชน มึงเป็นเหี้ยอะไรวะ มีสมาธิหน่อยดิ” เตอร์ทำหน้าเครียดอย่างที่ผมไม่เคยเห็นมาก่อน คิ้วเข้มขมวดเข้าหากัน ขณะที่มองเพื่อนตัวเองอย่างไม่เข้าใจ

ผมไม่รู้ว่าเชนเล่นผิดร้ายแรงขนาดไหนเพราะแทบไม่มีสมาธิเลย แต่อย่างที่รู้กันว่าฝีมือด้านดนตรีของเชนเป็นที่ยอมรับของคนในวงแค่ไหน ต่อให้เขาไม่มาซ้อม ก็แทบจะไม่ถูกตำหนิ เพราะรู้ดีว่าเขาจะทำได้ดีขึ้นในการซ้อมครั้งต่อไป แต่คราวนี้ดูจากสีหน้าของเตอร์แล้วเขาดูเหลือทนจริงๆ

“...” ผมเหลือบมองคนถูกดุที่ยังคงยืนนิ่งด้วยสีหน้าเรียบเฉยอ่านยากเช่นเคย

มึงมีปัญหาอะไรวะ ปกติไม่เป็นงี้นี่หว่า” เตอร์ถามหลังจากถอนหายใจเป็นรอบที่เท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้

คราวนี้เจ้าของดวงตาสีน้ำตาลอ่อนเองก็ถอนหายใจออกมาเบาๆ เช่นกัน มือเรียวหยิบบุหรี่ยี่ห้อโปรดออกมาจากกระเป๋ากางเกงพลางจุดสูบขณะที่เงยหน้ามองเพื่อนสนิท “กูไม่อยากเล่นเพลงนี้” เขาตอบนิ่งๆ ท่าทางไม่ยี่หระ

ไม่อยากเล่นเหี้ยอะไร!” เตอร์ขึ้นเสียงจนผมเผลอสะดุ้ง “เพลงนี้มึงเป็นคนแต่งนะเว้ย ถ้ามึงไม่อยากเล่น แล้วหมาตัวไหนมันจะอยากเล่นวะ!” ผมไม่เคยเห็นเตอร์ขึ้นเสียงมาก่อน ถึงแม้ท่าทางปกติของเขาจะไม่ได้ดูเป็นมิตรนัก แต่ท่าทางตอนโกรธก็ดูน่ากลัวซะจนผมลอบกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ ผมหันไปมองคนอื่นที่เหลือซึ่งเริ่มหยิบบุหรี่ออกมาสูบท่าทางเคร่งเครียดไม่แพ้กัน ทุกคนต่างมองไปที่เชนอย่างรอคำอธิบาย แต่ตัวต้นเหตุก็ดูเหมือนจะไม่สะทกสะท้านเลย เขายังคงยืนนิ่ง ไม่คิดจะพูดอะไร

เออ ถ้ามึงไม่อยากเล่น พวกกูก็จะไม่เล่น” ในที่สุดเตอร์ก็เอ่ยออกมาหลังจากปล่อยให้ทั้งห้องเงียบกริบ มีแต่กลิ่นบุหรี่คละคลุ้งอยู่พักใหญ่ ท่าทางเขาดูไม่ได้เย็นลงเลย แต่ก็คงรู้ดีว่าทำอะไรมากกว่านี้ไม่ได้แล้ว

แล้วถ้าจะยังเล่นห่วยอยู่แบบนี้ ก็ไม่ต้องข่งไม่ต้องแข่งแม่งหรอก ขายขี้หน้าว่ะ” พูดจบเตอร์ก็โยนไมค์ไว้ที่โซฟา ก่อนจะเดินออกจากห้องซ้อมไปด้วยท่าทางหัวเสียอย่างน่ากลัว 

ต้ากับวินที่ได้แต่ดูสถาการณ์เงียบๆ อยู่นานก็พากันเดินออกจากห้องซ้อมไปโดยไม่พูดอะไรเช่นกัน ผมได้แต่ยืนนิ่งขณะที่ต้าเดินมาตบบ่าเบาๆ เหมือนจะปลอบใจ แต่ตอนนี้สายตาของผมไม่สนใจสิ่งอื่นใดเลย นอกจากร่างสูงที่ยังคงยืนอัดควันเข้าปอดอยู่ตรงหน้านานนับนาทีก่อนที่เขาจะถอนหายใจออกมาเบาๆ และถอดเบสวางลงกับพื้นข้างตัว

เดี๋ยวสิ” และไม่รู้อะไรดลใจให้ผมเปล่งเสียงเรียก ขณะที่เชนทำท่าว่าจะเดินออกไปอีกคน

“...” แต่เมื่อดวงตาสีน้ำตาลอ่อนแสนเย็นชาคู่นั้นปรายตามองกลับมา ผมก็ได้แต่นิ่งเงียบพูดอะไรไม่ออก ราวกับมีใครเอามือมาอุดปากอีกครั้ง

สายตาคู่นั้น เหมือนกับจะเตือนให้รู้ว่า เป็นเพราะผม...ที่ทำให้การซ้อมวันนี้มันพังเละเทะไม่เป็นท่า

ปัง

และวินาทีที่เหลือเพียงผมคนเดียวภายในห้องสีเหลี่ยมอันว่างเปล่า มันก็ยิ่งตอกย้ำความจริงที่ว่า

ผมไม่ควรมายืนอยู่ตรงนี้ ตั้งแต่แรก


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 381 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,986 ความคิดเห็น

เจ้าของบทความปิดแสดงความคิดเห็น
  1. #1966 saisaisaisai14 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2562 / 15:21
    เลิกกับกวาวเถอะแม่งรักก็ไม่ได้รักคบไปทำไมวะ ชอบพี่เชนก็ไปคบพี่เชนดิ
    #1,966
    0
  2. #1927 CarpeDiemYok (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 4 มีนาคม 2562 / 12:58
    เข้าใจว่าตรีทั้งไม่มั่นใจในความรู้สึกทั้งของตัวเองและของเชนด้วยเลยเลือกที่จะไม่ตอบตกลงไป แต่ที่ตอบตกลงคบกับกวาวเพราะเข้าใจความรู้สึกกวาวในสถานะคนแอบรักคนอื่นเหมือนกันและเพราะสงสารด้วย อย่างที่ไรท์ปูเรื่องมาแต่แรกว่าตรีเป็นคนใจอ่อนอ่ะนะคะ บางทีมันอาจจะไม่ถูกใจคนอ่านแต่ก็เป็นเรื่องที่พอจะเข้าใจได้ แค่อะไรๆมันเข้ามาในเวลาที่มันไม่เหมาะไม่ควรทุกอย่างมันเลยดูยุ่งเหยิงวุ่นวายไปหมดTT
    #1,927
    0
  3. #1876 Beom_0601 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2561 / 19:03
    พังชีวิตทุกคน รวมทั้งตัวเองด้วย อยู่คนเดียวไปนะดีแล้ว

    คนอย่างเธอ
    #1,876
    0
  4. #1861 mmamaexx (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 25 กันยายน 2561 / 23:34
    หงุดหงิดเห้ยเชนก็ดีด้วยแล้วยังทำตัวบ้าบออยู่ได้ ปฏิเสธเชนทั้งที่รู้สึกดี แต่มาขอคบกับคนอื่นจะบ้าตายยย
    #1,861
    0
  5. #1821 27 degree (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2561 / 23:05
    จะว่าเชนงี่เง่าก็ไม่ได้ด้วย เพราะตรีดันไปตกลงกับอีกคนแทน ง่าาาาา น้องตรี เอ็งรีบเคลียร์เดี๋ยวนี้เลยยยย
    #1,821
    0
  6. #1745 hh_9094 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 13 มีนาคม 2561 / 16:53
    ตรีก็เหมาะกับการอยู่คนเดียวนะ ดูสิไม่ได้ชอบเขายังคบกับเขาเลย เหมือนชอบหนีปัญหา สิ่งที่ควรทำกลับไม่ทำ เฮ้ออ
    #1,745
    0
  7. #1612 querypee (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2560 / 18:39
    สงสารความรู้สึกพี่เชน เราอยากตีตรีหนักๆสักที ไปสอนพี่เค้าให้เข้าใจโลก ให้แคร์คนอื่น แต่ดูตัวเองทำสิ เอาจริงๆเราก็เข้าใจตรีนะ
    #1,612
    0
  8. #1594 Sket-D (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2560 / 06:58
    อึดอัดเลยอ่ะแต่ตรีก็ทำตัวเอง ทำให้มันยุ่งยากขึ้นมาด้วยตัวเอง นี่สงสารพี่เชนจัง อุตส่าห์แต่งเพลงนี้ให้ตรี ฮือออออ
    #1,594
    0
  9. #1578 ชิชชิ (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 29 เมษายน 2560 / 17:23
    สมนำ้หน้าสมควรอ่ะ เป็นนายเองที่โง่ที่สุดจากทุกๆเรื่องที่อ่านมาเลยนะเนี้ย
    #1,578
    0
  10. #1481 pommys (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2560 / 22:11
    เป็นเพราะนายแหละตรี ทำอะไรไม่เคยคิดให้ดีๆเลย
    #1,481
    0
  11. #1130 Sweet Time (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2559 / 20:12
    ไม่ใช่นายไม่ควรมาอยู่ตรงนี้ แต่เป็นนายที่ทำให้มันเป็นแบบนั้นเอง รู้ไวซะ 
    #1,130
    0
  12. #1112 CaKe_KukKik (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2559 / 21:47
    เราตกใจมากตอนอ่านทอล์คของไรต์ ตรงบอกพระเอกตาย.....
    #1,112
    0
  13. #906 pannjed . (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 15 เมษายน 2559 / 17:39
    ฮืออออ ไม่ไหวแล้ว สงสารพี่เชนของหนูสุดหัวใจ T_T
    #906
    0
  14. #501 oDeeo (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 30 มีนาคม 2559 / 00:02
    กระวนกระวายใจแทนตรีอะ
    #501
    0
  15. #328 thifu:') (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 19 มีนาคม 2559 / 15:23
    ขออนุญาตskip time แงงงงง้
    #328
    0
  16. #250 มาโอ (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 9 มีนาคม 2559 / 16:05
    เห็นแจ้งเตือนในเฟสตกใจมาก เปิดดูอย่างไว55555 ขอบคุณพี่ลีฟที่กลับมาอัพต่อ รักเลยยยย
    #250
    0
  17. #249 magic moon (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 9 มีนาคม 2559 / 00:19
    กลับมาขอให้แต่งเรื่องนี้ยาวๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ เลยนะคะ นะคะๆๆๆๆๆๆๆ เพราะชีวิตเราไม่ได้มีแค่มาม่า และก็คบกันจากนั้นก็จบใช่ม้าาาาาา. ขอให้เขียน everyday life ของสองคนนะคะ ได้ไหมๆ เอาสักร้อยตอนเป็นไงงงงงงง 555 เป็นเรื่องที่น่ารักมากกกก อยากอ่านเรื่อยๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ เรื่อยๆค่ะ หมดมาม่าแล้วหนูสมัครเป็นแฟนคลับตามติดชีวิตพี่เชนนะค้าาาา
    #249
    0
  18. #248 yingsdu (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 8 มีนาคม 2559 / 20:40
    กรี๊ดสิบตลบ ดีใจมากในที่สุดก็มากแล้ววว มาแบบฟินเลย ขอบคุณมากนะคะ :D
    #248
    0
  19. #247 nnnnmBYUN (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 8 มีนาคม 2559 / 14:35
    โหยย รอๆๆๆๆ
    #247
    0
  20. #246 Nagato/หิมะสีเลือด (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 8 มีนาคม 2559 / 14:30
    ตาฝาดไปช่ายม้ายยย 55555 โอ้ยย กลับมาแย้วว แล้วเราก็กลับไปอ่านใหม่อีกรอบ -..-
    #246
    0
  21. #245 คิมดงจุน (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 8 มีนาคม 2559 / 13:50
    อยากให้หายอึดอัดอ่าาาา รอนะจ้า
    #245
    0
  22. #244 january.pu (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 6 มีนาคม 2559 / 22:10
    ยังรออยู่น้าาาาาา :)
    #244
    0
  23. #239 DAlSY (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 6 มีนาคม 2559 / 08:45
    ดีใจที่กลับมาค่ะ เรายังเก็บเรื่องนี้ไว้ เพราะชอบพล็อตและตัวละครมากๆ เลยค่ะ สู้ๆ นะคะคนเขียน
    #239
    0
  24. #238 Popularpong (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 6 มีนาคม 2559 / 01:14
    ดีใจที่กลับมานะคะ :)
    #238
    0
  25. #237 i3abie.J (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 6 มีนาคม 2559 / 00:28
    เย้ๆๆ มาต่อแล้ว เก็บไว้ในกรุนิยายจนแมงมุมเกาะหมดแล้วนะ 5555
    #237
    0