[ Hermit Books ตีพิมพ์ ] Just Another Guy (Y)

ตอนที่ 15 : 14 : หวั่นไหว [ Rewrite ]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 11,995
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 428 ครั้ง
    20 ก.พ. 63

Calista εїз



14

หวั่นไหว

 

เราใช้เวลากว่าสามชั่วโมงในการซ้อมดนตรีอยู่ในห้องซ้อมส่วนตัวบนชั้นสามของร้าน ซึ่งผมเพิ่งรู้ว่าเตอร์ นักร้องนำวง The Quantum เป็นหุ้นส่วนด้วย พวกเขาจึงยึดที่นี่เป็นที่ซ้อมดนตรีและที่หลับนอนเป็นบางครั้งเพื่อความสะดวก เวลาที่เมาจนกลับบ้านไม่ไหว

มันทำให้ผมอดย้อนกลับไปคิดไม่ได้ว่าทำไมเชนถึงไม่มานอนที่นี่แทนหอผม เพราะมันกว้างและดูจะสะดวกสบายกว่าหอผมเสียอีก

“น้ำ” เตอร์ว่าพลางโยนขวดน้ำเย็นมาให้ผมซึ่งกำลังนั่งเกากีตาร์อยู่ที่โซฟา

“ขอบใจ” ผมเปิดน้ำดื่ม ก่อนจะก้มหน้าเกากีตาร์ต่อ หลังจากที่ไม่ได้จับกีตาร์ไฟฟ้ามานาน พอได้มาลองเล่นวันนี้ แถมได้เล่นเพลงร็อกหนักๆ อีก มันทำให้ผมอดฮึกเหิมไม่ได้จริงๆ ถึงเพลงร็อกจะเป็นแนวที่ผมไม่ได้เล่นบ่อยนัก และการร่วมวงกับคนอื่นเป็นครั้งแรก ทำให้ผมต้องปรับเทคนิคในการเล่นเพื่อให้เข้ากับพวกเขาพอสมควร แต่หลังจากที่ซ้อมมาสักพักก็เริ่มชิน และเริ่มจะสนุก ที่ได้เล่นดนตรีร่วมกับคนเก่งๆ อย่างพวกเขา

“พักก่อนก็ได้มั้ง” ต้า มือกลองเดินมานั่งข้างๆ พร้อมกับมองผมอย่างขบขัน

ผมยิ้มกลับไป แต่ก็ไม่วายกลับมาจดจ่อกับโน้ตเพลงและกีตาร์ในมืออยู่ดี

“มึงนี่เล่นเก่งนะ สมแล้วที่ไอ้เชนมันแนะนำ” เตอร์เอ่ยชมพลางทิ้งตัวลงบนโซฟาบ้าง ผมเงยหน้าขึ้นไปมองอย่างไม่ค่อยเชื่อหูตัวเองเท่าไหร่ เพราะตลอดเวลาที่ซ้อมด้วยกัน หมอนี่ไม่เคยพูดชมหรือบอกว่าผมเล่นดีเลย มีแต่บอกให้ผมปรับนู่นปรับนี่ จนผมแอบคิดไปแล้วว่าเขาอาจจะไม่ชอบเสียงกีตาร์ของผม

“ว่าแต่วันนี้ไอ้เชนมันจะมาหรือเปล่า” คราวนี้วินที่นั่งเงียบอยู่นานเป็นคนถาม

“ไม่รู้ ช่างหัวแม่งเหอะ” เตอร์ตอบสั้นๆ น้ำเสียงไม่ค่อยสบอารมณ์เท่าไหร่ เป็นผมก็อาจจะอารมณ์เสียเหมือนกัน เพราะตั้งแต่เข้ามาในห้องซ้อม ผมก็ไม่เห็นเชนเลยจนกระทั่งตอนนี้ เตอร์บอกว่าอยู่ๆ หมอนั่นก็เบี้ยวนัด แถมติดต่อไม่ได้ เลยต้องให้วินซึ่งเป็นมือเบสอยู่แล้วเล่นแทน ทั้งๆ ที่วันนี้คนที่ควรมาซ้อมมากที่สุดคือผมกับหมอนั่นแท้ๆ ผมไม่รู้หรอกว่าเหตุผลที่เชนโดดซ้อมไปดื้อๆ คืออะไร แล้วก็ไม่อยากคิดเข้าข้างตัวเองว่ามันเป็นเพราะผมด้วย

“ถ้ายังไงพรุ่งนี้มึงลองมาเล่นกับพวกกูที่ร้านเลยนะ สะดวกหรือเปล่า” เตอร์ถามขึ้นมาทำให้ผมที่มัวแต่นั่งเหม่อต้องเรียกสติตัวเองกลับมา

“อะ...อืม ไม่มีปัญหา”

“อ่อ แล้วก็นี่” เขายื่นกระดาษสองแผ่นมาให้ ผมมองผ่านๆ ก็เห็นว่ามันเป็นโน้ตเพลงสองเพลง “เพลงที่พวกกูจะใช้ประกวดอาทิตย์หน้า มึงลองเอาไปซ้อมก่อนแล้วกันนะ”

ผมชะงัก “อ้าว ไม่ใช่ว่างานนี้พวกนายจะเล่นด้วยกันเหมือนเดิมเหรอ”

ผมจำได้ว่าตอนคุยกันในวงเหล้า ใครสักคนบอกว่าผมแค่มาเล่นที่ร้านหลังจากวินไปแล้วเท่านั้น ส่วนการประกวดนี่มันจัดขึ้นก่อนที่วินจะเดินทางหนึ่งวัน แม้จะฉุกลุกไปหน่อยแต่ก็คุ้มที่ได้เล่นสั่งลาด้วยกันในเวทีใหญ่ๆ ผมก็เลยไม่จำเป็นต้องมีส่วนเกี่ยวข้องอะไรกับการประกวดครั้งนี้ 

“พอดีว่าไอ้วินมันต้องไปจัดการอะไรนิดหน่อย ก็เลยต้องบินก่อนกำหนดสองวัน ไม่ทันได้อยู่จนงานประกวดหรอก” เตอร์พูดด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง ทั้งๆ ที่ผมรู้ว่าพวกเขาซ้อมหนัก และรอคอยงานประกวดนี้แค่ไหน เพราะมันเป็นงานสุดท้ายที่สมาชิกจะครบ ก่อนที่จะต้องรออีกหนึ่งปีเพื่อให้วินกลับมา และจนถึงตอนนั้น วง The Quantum อาจจะไม่ได้เป็นอย่างทุกวันนี้ก็ได้ เพราะปีนี้พวกเขาก็ขึ้นปีสามแล้ว ยิ่งปีโตขึ้นก็ยิ่งต้องงานหนักขึ้น และมุ่งหน้าที่จะเรียนให้จบ จนอาจจะต้องพักเรื่องดนตรีไว้ก่อน แต่มันก็เป็นแค่ข้อสันนิษฐานของคนขี้กังวลย่างผมล่ะนะ ถึงเวลานั้นจริงๆ พวกเขาอาจจะเลือกคว้าไว้ทิ้งสองอย่างเลยก็ได้ ทั้งเรื่องเรียนและเรื่องดนตรี

“ฉัน...ไม่คิดว่าต้องลงประกวดด้วย” ผมพูดด้วยน้ำเสียงกังวลอย่างเห็นได้ชัด เตอร์เลยหันมายิ้มให้ ก่อนจะตบบ่าผมเบาๆ

“ไม่ต้องคิดมากหรอกน่า มันก็เหมือนเล่นในผับนั่นแหละ แค่เวทีใหญ่ขึ้นแค่นั้น” น้ำเสียงของเขาดูไม่มีความกังวล ต่างจากผมที่เริ่มคิดว่าตัวเองอาจจะทำให้คนพวกนี้ผิดหวังก็ได้ ผมเพิ่งเริ่มซ้อมวันนี้วันแรกเองนะ ยังไม่ทันรู้ด้วยซ้ำว่าผมเข้ากับพวกเขาได้จริงๆ หรือเปล่า ถึงตัวผมเองจะสนุกมากก็เถอะ แต่ใครจะไปรู้ ผมอาจจะทำพลาดในวันประกวดจนทำให้วงแพ้อย่างขายหน้าก็ได้

“อย่าหน้าเสียแบบนั้นสิวะ เอาเป็นว่าลองเอาไปเล่นดูก่อนแล้วกัน ได้ไม่ได้ค่อยว่ากันอีกที” ต้าพูดขึ้นมาท่าทางไม่ยี่หระ ผมก้มหน้าลงมองโน้ตเพลงในมืออย่างพิจารณา

“เออ กูมีเดโม่ด้วย ลองฟังก่อนมะ?” เตอร์ว่าก่อนจะควักมือถือออกมากดๆ เสียบหูฟังและยื่นมาให้ผม

เสียงอินโทรเพลงร็อกจังหวะกระแทกหูดังขึ้นมาจนทำเอาผมผงะไปเล็กน้อย แต่ก็ยังคงฟังต่อไป เมโลดี้ที่เพิ่งฟังครั้งแรกก็รู้ได้เลยว่ามันต้องติดหู ทำให้ผมอดประทับใจไม่ได้ เพลงนี้คงเป็นเพลงที่เชนเคยบอกว่าเตอร์เป็นคนแต่งสินะ

“เจ๋งดีอ่ะ” ผมบอกด้วยความจริงใจหลังจากฟังจบ เก็บน้ำเสียงตื่นเต้นของตัวเองไว้ไม่ได้จริงๆ เตอร์หัวเราะ ก่อนจะยิ้มมุมปากอย่างวางมาด

“แหงล่ะ ก็กูแต่งนี่”

“แต่ไอ้วินเป็นคนใส่ทำนอง” ต้าพูดแทรกขึ้นมาแทบจะทันทีที่ได้ยินคำพูดหลงตัวเองของเพื่อน ผมหันไปมองคนถูกพาดพิงที่ยืนล้วงกระเป๋าสูบบุหรี่อยู่ตรงมุมห้องด้วยความทึ่ง วินเหลือบตามามองนิดหน่อยก่อนจะยักไหล่ท่าทางไม่ยี่หระ

ผมหัวเราะนิดๆ และหันกลับมามองเนื้อเพลงในมือ ไม่น่าเชื่อนะว่าคนอย่างวินจะแต่งทำนองเพราะๆ แบบนี้ได้ เขาดูเป็นคนเงียบมาก คุยกับผมแทบจะนับคำได้เลยด้วยซ้ำ (อาจเพราะยังไม่สนิทใจกันล่ะมั้ง) นึกภาพตอนเขานั่งแต่งเพลงไม่ออกจริงๆ

“ส่วนอีกเพลง ไอ้เชนเป็นคนแต่ง ทั้งเนื้อทั้งทำนอง” เตอร์พูดขึ้นมาในขณะที่ผมกำลังเปิดฟังเพลงถัดไปพอดี

ผมไม่ค่อยรู้สึกแปลกใจเท่าไหร่ เพราะรู้อยู่แล้ว แต่ก็แอบคิดไม่ถึงเหมือนกันนะ ว่าเขาจะกล้าใช้เพลงนี้ประกวด ทั้งๆ ที่ตั้งใจแต่งเพลงนี้ให้ฟ้า ซึ่งตอนหลังกลายเป็นคนทำร้ายเขาซะเอง

แสดงว่าเขาคงจะยังรักเธออยู่สินะ

อยู่ๆ ผมก็เผลอถอนหายใจออกมาโดยไม่รู้ตัว ก่อนจะกวาดสายตามองเนื้อเพลงที่ถูกเขียนด้วยลายมือหวัดๆ ในมือ แต่แล้วก็ต้องชะงักไป เมื่ออ่านข้อความเหล่านั้นดีๆ และพบว่ามันมีบางอย่างแปลกๆ

ไม่สิ... เพลงนี้มันไม่น่า...

“จริงๆ ตอนแรกมันจะแต่งอีกเพลงนึงไว้ด้วยนะ แต่ยังไม่ทันเขียนจบแม่งก็เอาไปเผาทิ้งเฉยเลย จนต้องเดือดร้อนแต่งเพลงใหม่ตั้งแต่ต้น” คำพูดของเตอร์ทำให้ผมถึงกับต้องเงยหน้าขึ้นไปมองเขาด้วยความตกใจ ก่อนจะก้มลงอ่านเนื้อเพลงอีกครั้ง

มันไม่ใช่อย่างที่ผมคิดจริงๆ ด้วย

“โชคดีนะที่มันได้เพลงนี้มา แถมดีกว่าเพลงเก่าซะด้วย” ต้าพูดเสริม ดูภูมิใจในความสามารถของเพื่อนตัวเอง

“ลองกดเลื่อนฟังเดโม่ที่ไอ้เชนมันเล่นกับกีตาร์โปร่งไว้ดิ กูว่าแม่งตอแหลแหงๆ ที่บอกว่าไม่เคยแต่งเพลงมาก่อน” ต้าว่าด้วยน้ำเสียงกึ่งหมั่นไส้กึ่งชื่นชมพลางเอื้อมมือมากดเปลี่ยนเพลงให้ผมเสร็จสรรพ ก่อนจะยืนกอดอกรอดูปฏิกิริยาของผมอย่างใจจดใจจ่อ

ทั้งๆ ที่เป็นแค่ช่วงอินโทรเพลงช้าๆ ยังไม่ทันจะมีเสียงร้องขึ้นมา อยู่ๆ จังหวะหัวใจของผมก็เปลี่ยนไปอย่างน่าประหลาด มันค่อยๆ เต้นแรงขึ้นๆ จนผมแทบอยากจะหนีไปจากห้องเงียบๆ นี่ เพราะกลัวว่าคนอื่นจะได้ยินเสียงตึกตักน่าละอายนั่น

“...!” และทันทีที่เสียงร้องท่อนแรกดังขึ้น เสียงทุ้มต่ำที่ร้องออกมาเป็นทำนองเพลงหวานๆ แต่กลับไม่หลุดคราบเพลงร็อกได้อย่างน่าอัศจรรย์ ก็ทำให้ผมถึงกับยกมือทั้งสองข้างขึ้นมาปิดหน้าตัวเองเอาไว้ พลางก้มหน้าลงจนแทบจะชิดหัวเข่า

“เฮ้ย เป็นไรวะ เพราะจนอยากจะร้องไห้เลยเหรอ” เสียงเตอร์โวยวายขึ้นมาทันทีที่เห็นปฏิกิริยาแปลกๆ ของผม

ผมได้แต่ส่ายหน้ารัวๆ ทั้งที่มือทั้งสองข้างยังคงปิดหน้าอยู่ ไม่กล้าพูดอะไร ไม่กล้าแม้แต่จะหายใจด้วยซ้ำ เสียงเพลงที่ยังคงดังอยู่ในหู ยิ่งกระตุ้นให้อุณหภูมิในร่างกายของผมมันร้อนขึ้นเรื่อยๆ พร้อมกับหัวใจที่เต้นแรงจนผมคิดว่าอีกไม่นานมันอาจจะระเบิดออกมา

แต่ที่น่าประหลาดใจที่สุดคือ ริมฝีปากของผมกำลังฉีกยิ้มกว้างอย่างไม่รู้จะหุบมันยังไง และนั่นเป็นสาเหตุที่ทำให้ผมไม่กล้าเปิดเผยใบหน้าของตัวเองตอนนี้ให้ใครเห็น ถ้าเป็นไปได้ ผมอยากจะหายตัวไปทันทีที่ได้ฟังท่วงทำนองที่ไพเราะเกินบรรยายนี่เลยด้วยซ้ำ

บ้าเอ๊ย! เพลงนี้มัน...

 

วันต่อมา

เมื่อคืนผมนอนไม่หลับ

ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน แต่อยู่ๆ เพลงนั้นมันก็วนเวียนเข้ามาอยู่ในหัวของผมตลอด และมันก็รบกวนความคิดของผมจนไม่สามารถข่มตานอนได้จริงๆ นี่มันบ้าชัดๆ ผมกำลังฟุ้งซ่านบ้าบออะไร กับอีแค่เพลงเพลงเดียว ถึงเนื้อเพลงมันจะเป็นแบบนั้น แต่ก็ใช่ว่าหมอนั่นจะแต่งให้...

ให้ตายเถอะ มันไม่มีทางเป็นอย่างที่ผมคิดได้หรอก ไม่มีทางอยู่แล้ว ที่ผมหลอนขนาดนี้คงเป็นเพราะเมื่อวานผมถูกบังคับให้ซ้อมเพลงนี้เป็นสิบๆ รอบ แน่ๆ

กริ๊งงง

ผมสะดุ้งสุดตัวเมื่อโทรศัพท์ที่วางอยู่บนเตียงส่งเสียงขึ้นมา ทำให้รู้ตัวว่าตัวเองกำลังเหม่อทั้งๆ ที่มือยังขัดห้องน้ำอยู่ ผมถอนหายใจหนักๆ กับตัวก่อนจะวางแปรงขัดห้องน้ำลงพร้อมกับถอดถุงมือ และเดินออกไปหยิบโทรศัพท์มากดรับสาย

“ฮัลโหล”

[ ตรี นี่กวาวนะ ]

“อ่า...” ผมพยักหน้ากับตัวเองเบาๆ “มีอะไรเหรอ”

[ คือว่าเรา... ] เธอทำน้ำเสียงอึกอักแต่ไม่นานก็พูดออกมาจนได้ [ เราจะโทรมาถามว่า วันนี้ตรีจะเข้าคณะหรือเปล่า? ]

“หือ?” ผมขมวดคิ้ว พลางนั่งลงที่เตียง “เข้าสิ วันนี้มีตรวจงานนี่” ผมยกมือขึ้นมาเกาท้ายทอยงงๆ เมื่อปลายสายถามอะไรแปลกๆ

[ อะ...เออ นั่นสิเนอะ ] ทองกวาวหัวเราะแห้งๆ ท่าทางเหมือนเพิ่งนึกขึ้นได้

ผมหัวเราะกลับไป นี่โทรมาหาผมแต่เช้าต้องการอะไรกันแน่นเนี่ย ยัยบ๊องเอ๊ย

[ คือ... เราก็ต้องไปคณะเหมือนกัน... ] ผมหยักหน้า และรอฟังว่าปลายสายจะพูดอะไรต่อ พูดอึกอักซะจนผมลุ้นตามไปหมด [ แล้วทีนี้... รถเราอ่ะ น้ำมันมันใกล้จะหมด... แล้วทีนี้... ]

“ทำไมไม่ไปเติมน้ำมันล่ะ” ผมแกล้งถามกลับไป ทั้งๆ ที่พอจะเข้าใจแล้วว่าอีกฝ่ายต้องการอะไร แต่ไอ้น้ำเสียงเกรงใจนั่นทำให้ผมอดไม่ได้จริงๆ

[ เออะ... ] คราวนี้ยัยตัวเล็กถึงกับพูดไม่ออกไปเลย ทำให้ผมที่กำลังกลั้นขำอยู่ถึงกับหัวเราะเสียงดังออกมา

“ล้อเล่น จะให้เราไปรับใช่มั้ย ได้สิ แค่นี้เอง” ผมตอบโดยที่ไม่ต้องให้อีกฝ่ายถามตามตรง ทองกวาวที่เหมือนจะช็อกไปเมื่อครู่จึงตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนไปอย่างชัดเจน

[ ขอบคุณนะ! ] น้ำเสียงดีใจเกินเหตุนั่นทำให้ผมเผลอหลุดหัวเราะออกมาอีกรอบ จะว่าไปยัยตัวเล็กนี่ก็น่ารักดีนะ ใครได้เป็นแฟนก็คง...

อา แต่ตอนนี้คนที่เป็นแฟนเธอก็คือผมเองนี่หว่า ลืมไปได้ยังไงกันเนี่ย ไอ้บ้าเอ๊ย

และไม่รู้ทำไม พอผมนึกถึงเรื่องนี้ขึ้นมาได้ ความรู้สึกประหลาดมันก็เข้ามาเกาะที่หัวใจทันที มันเป็นความรู้สึกเหมือนกับเวลาที่ผมทำอะไรบางอย่างผิดพลาด ทั้งๆ ที่ผมมั่นใจว่าตัวเองไม่ได้ทำอะไรผิดเลยสักนิด

ทำไมถึงเป็นแบบนี้กันนะ

[ ตรี ฟังเราอยู่หรือเปล่า? ] น้ำเสียงหวานเอ่ยถามทำให้ผมรู้สึกตัวอีกครั้ง

นี่ผมเหม่ออีกแล้วเหรอ ช่วงนี้รู้สึกว่าจะเหม่อลอยบ่อยเกินไปแล้ว

“ขอโทษที กวาวว่าไงนะ” ผมถามอย่างยอมรับความจริงว่าไม่ได้ฟังอีกฝ่ายเลยสักนิด

[ คือเราถามว่า... ไม่มีอะไรหรอก แค่นี้ก่อนนะ ] ทองกวาวทำท่าเหมือนจะพูดอะไรออกมา แต่สุดท้ายก็บ่ายเบี่ยง

แต่ก่อนที่เธอจะว่างสาย ผมก็เรียกเธอไว้ก่อน “นี่ยัยตัวเล็ก”

[ หือ? ]

“คราวหลังไม่ต้องเกร็งขนาดนั้นก็ได้ อยากให้เราไปรับเมื่อไหร่ก็โทรมาได้เสมอ ไม่ต้องเกรงใจ ทำตัวตามปกติเถอะ” ผมบอกจากใจจริง ถึงแม้ความสัมพันธ์ของเราสองคนจะเปลี่ยนไปแล้ว แต่ถึงยังไงเราก็เป็นเพื่อนกันมาก่อน ผมรู้สึกแปลกๆ นิดหน่อยที่ยัยนี่ทำตัวแปลกไปหลังจากที่เราคบกัน

[ อื้อ เข้าใจแล้ว ] ปลายสายตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงสดใส ก่อนจะขอตัววางสายไป ผมวางโทรศัพท์ลงที่เดิม แล้วถอนหายใจออกมาอีกครั้ง

เป็นแบบนี้มันดีแล้วจริงๆ ใช่มั้ย?

แกรก!

ในขณะที่ผมกำลังคิดเรื่องวุ่นวายอยู่ในสมอง อยู่ๆ ประตูห้องก็เปิดออกพร้อมกับร่างสูงที่เดินเข้ามาด้วยสภาพอิดโรยเหมือนไม่ได้นอนมาทั้งคืน เชนชะงักนิดหน่อยเมื่อเงยหน้าขึ้นมาสบตากับผม ก่อนจะเบือนหน้าไปอีกทางพร้อมกับถอดเสื้อช็อปสีน้ำเงินเข้มของตัวเองออกมาพาดไว้บนเตียง

เมื่อคืนหมอนี่ไปอยู่ที่ไหนมาน่ะ

เมี้ยวว

เจ้าตัวเล็กที่ตอนนี้ไม่ถือว่าเล็กแล้ว ส่งเสียงร้องพร้อมกับมุดออกมาจากใต้เตียงและเข้าไปเลียแข้งเลียขาร่างสูงอย่างรู้งานระยะหลังมานี้ผมลืมพูดถึงเจ้าเตไปซะสนิทเลย เพราะหลังจากที่เปิดเทอม งานของผมก็ยุ่งๆ จนแทบไม่มีเวลาได้สนใจสิ่งรอบข้างเท่าไหร่ กับเจ้าเตเอง ที่ปกติก็ไม่ได้ติดผมอยู่แล้ว เลยมีหน้าที่แค่ให้อาหารมันเท่านั้น ส่วนหน้าที่เล่นกับมันคงต้องปล่อยให้เชนเป็นคนจัดการ แต่ก็อย่างที่บอก ว่าช่วงนี้ผมแทบไม่เห็นเขาในห้องเลย ไม่รู้ด้วยว่าเขากลับห้องมาเล่นกับเจ้าเตบ่อยแค่ไหน ดังนั้นจึงไม่แปลกที่ช่วงนี้มันจะดูเหงาๆ ซึมๆ ไปบ้าง

“เป็นไง คิดถึงฉันล่ะสิ” เชนนั่งลงกับพื้นพร้อมกับลูบหัวเจ้าเตที่กระโดดขึ้นไปนั่งบนตักอย่างออดอ้อน ผมไม่เห็นภาพแบบนี้มานานแค่ไหนแล้วนะ

“ไม่ไปเรียนเหรอ” ผมสะดุ้งนิดๆ เมื่ออยู่ๆ น้ำเสียงทุ้มก็ถามขึ้นมา แถมมันก็ไม่ใช่ประโยคที่จะพูดกับแมวได้ซะด้วย 

“ปะ...ไปสิ” ผมตอบอึกอักอย่างตั้งตัวไม่ทัน เจ้าของดวงตาสีน้ำตาลอ่อนเงยหน้าขึ้นมามองผมด้วยท่าทางสงสัย แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรต่อ กลับเป็นผมเองที่อยากหาเรื่องพูดออกมาเพื่อเปลี่ยนบรรยากาศซะงั้น

“ทำไม...เมื่อวานไม่ไปซ้อมล่ะ” ผมถาม เสียงเบาซะจนน่าโมโห

ทำไมต้องเกร็งขนาดนี้ด้วยเนี่ย บ้าไปแล้วหรือไง

“มีธุระเรื่องรับน้องนิดหน่อย” เขาตอบโดยที่ยังคงเล่นกับเจ้าเตต่อ

อา... ถ้าจำไม่ผิด ผมว่าผมเคยได้ยินใครสักคนบอกว่าหมอนี่เป็นพี่ว้ากของคณะวิศวะสินะ ถ้าอย่างนั้นก็คงจะยุ่งน่าดูเลย ไหนจะเรียน ไหนจะรับน้อง ไหนจะต้องไปเล่นดนตรีที่ร้านอีก เตอร์บอกผมอยู่เหมือนกันว่าช่วงเปิดเทอม The Quantum จะขึ้นเวทีน้อยลงเพราะทุกคนต่างก็มีเรียน และก็มีงานที่ต้องทำ ทำให้ไม่มีเวลาว่างมาเล่นดนตรีเหมือนตอนเปิดเทอม แต่ถึงอย่างนั้นหมอนี่ก็รับภาระเยอะเกินไปแล้ว ร่างกายจะไหวเหรอเนี่ย

“ท่าทางนายเพลียๆ ถ้าจะนอน ก็นอนบนเตียงได้เลยนะ ไม่ต้องเกรงใจ” ผมบอกก่อนจะเดินกลับเข้าไปในห้องน้ำอีกครั้ง สวมถุงมือยางเตรียมตัวขัดห้องน้ำในส่วนที่เหลือ

แต่ยังไม่ทันที่จะลงมือ ร่างสูงที่ควรอยู่ข้างนอก กลับเดินเข้ามาในห้องน้ำแคบๆ นี่ ก่อนจะยืนพิงผนังข้างๆ ฝักบัวและมองมาที่ผมด้วยสายตาแปลกๆ “ฉันอยากอาบน้ำ”

“อ่อ งั้นรอแป๊บนึงนะ ฉันขัดใกล้จะเสร็จแล้ว เฮ้ย!” ผมร้องออกมาเสียงดังเมื่อร่างสูงไม่ได้มีท่าทีว่าจะฟังเลย แถมยังถอดเสื้อตัวเองออกหน้าตาเฉยอีกต่างหาก “ทำบ้าอะไรเนี่ย!?

“ก็บอกแล้วไงว่าจะอาบน้ำ” ว่าพลางทำท่าปลดเข็มขัดออกอย่างไม่สนใจเลยว่าตอนนี้ผมหน้าเหวอแค่ไหน

“เฮ้ยๆ! เดี๋ยว! ไม่เห็นหรือไงว่าขัดห้องน้ำอยู่ รอแป๊บนึงดิ” ผมโวยวายลั่นห้อง พร้อมกับหันหลังให้คนที่กำลังจะแก้ผ้าต่อหน้าอย่างไม่แคร์สายตาผมเลย

มะ...ไม่ได้อยากจะเห็นสักหน่อยนะเว้ย

“หึ” แต่ในขณะที่ผมกำลังโวยวายไม่ให้หมอนี่ถอดไปมากกว่านี้ กลับได้ยินเสียงหัวเราะเบาๆ ดังขึ้นมาจากร่างสูงก่อนที่บรรยากาศจะกลับเข้าสู่ความเงียบ

ถึงจะกลัวเห็นภาพอนาจาร แต่ด้วยความสงสัยว่าเขากำลังทำอะไรอยู่ทำให้ผมค่อยๆ หันกลับไปอีกครั้ง แล้วก็ต้องโล่งอกเมื่อพบว่าร่างสูงไม่ได้กำลังแก้ผ้าอย่างที่คิด ถึงแม้ร่างกายท่อนบนจะเปลือยเปล่า แต่ร่างกายท่อนล่างก็ยังคงสวมกางเกงยีนอยู่ครบ

“นายออกไปก่อน ฉันขอขัดตรงนี้ต่ออีกแป๊บนึงเดี๋ยวก็เสร็จแล้ว” ผมบอกพร้อมโบกมือไล่ร่างสูง ก่อนจะนั่งลงและหยิบแปรงขัดห้องน้ำขึ้นมาอีกครั้ง

“...” แต่แทนที่จะออกไปตามที่บอก ร่างสูงกลับยืนนิ่งอยู่อย่างนั้น จนผมต้องเงยหน้าขึ้นไปมอง แต่ก็เหมือนจะคิดผิด เมื่อสายตาของผมสบกับดวงตาสีน้ำตาลอ่อนคู่สวยที่มองมาอย่างเดาไม่ออกว่ากำลังคิดอะไร

หะ...ให้ตาย หมอนี่ต้องการอะไรจากผมเนี่ย

“ฟังเพลงนั้นแล้วเหรอ” อยู่ๆ น้ำเสียงทุ้มก็เอ่ยถามออกมาท่ามกลางความเงียบ ผมชะงักไปอึดใจหนึ่งก่อนจะนึกออกว่าเขาพูดถึงอะไร

“อะ...อือ” ผมพยักหน้าพร้อมกับเบือนหน้าหนี ทำทีเป็นขัดห้องน้ำต่อ ทั้งๆ ที่ตรงนี้ขัดจนสะอาดเรียบร้อยแล้ว

“เป็นไง”

ผมได้แต่เงียบ อยู่ๆ หัวใจมันก็เต้นรัวขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ “กะ...ก็เพราะดี” ผมตอบอึกอัก ไม่กล้าที่จะหันกลับไปสบตา

“แล้วชอบหรือเปล่า”

“ฮะ?” ผมร้องเสียงหลง และหันกลับไปมองร่างสูงที่ยืนล้วงกระเป๋าพิงผนังห้องน้ำอย่างไม่ค่อยเข้าใจคำถามเท่าไหร่ แต่พอสบตากับสายตาอ่านยากนั่น ผมก็ต้องหลบสายตาอีกครั้ง “ฉะ...ฉันจะชอบหรือไม่ชอบ มันก็ไม่เห็นมีผลอะไรกับการประกวดนี่”

ร่างสูงเงียบไปพักใหญ่ ในขณะที่ผมแสร้งทำเป็นขัดห้องน้ำอย่างไม่ใส่ใจ ทั้งๆ ที่ความจริงหัวใจมันเต้นแรงซะจนเหมือนจะกระเด็นออกมากองอยู่ที่พื้นแล้ว

“มีผลสิ” แต่แล้วน้ำเสียงทุ้มนั้นก็เร่งจังหวะหัวใจของผมให้เต้นแรงมากขึ้นไปอีก “ถ้านายไม่ชอบ เพลงนี้มันก็ไม่มีความหมาย”

“...”

“ไม่รู้เหรอ ว่าฉันแต่งเพลงนี้มาเพราะอะไร”

“...!”

บะ...บ้าชะมัด หมอนี่กำลังพูดบ้าอะไรเนี่ย อย่ามาทำให้ผมรู้สึกว่าสิ่งที่ผมคิดมันเป็นความจริงได้มั้ย ในเมื่อมันไม่มีทาง... ไม่มีทางเป็นแบบนั้นไปได้หรอก...

“เชน” ไม่รู้อะไรดลใจ อยู่ๆ ผมก็เรียกชื่อของอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงจริงจังอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน พร้อมกับเงยหน้าขึ้นสบตากับเขา ร่างสูงไม่ได้ตอบอะไร แต่คิ้วเข้มที่ขมวดเข้าหากันเล็กน้อย ก็บ่งบอกว่าเขากำลังรอฟังในสิ่งที่ผมพูดอยู่

“ฉัน...” ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้ยังทำเป็นกล้าอยู่เลยแท้ๆ แต่พอได้สบตากับคนตรงหน้า ไม่ว่าจะครั้งไหนๆ ความกล้าที่มีอยู่ในตัวผม ก็เหมือนจะถูกดวงตาสีน้ำตาลอ่อนคู่สวยดูดกลืนไปเสียหมด อยู่ต่อหน้าหมอนี่ ผมก็เป็นได้แค่ไอ้ตรี ที่แสนจะโง่เง่าและอ่อนหัด แบบนี้มันน่าโมโหชะมัดเลย

“ฉันมีแฟนแล้วนะ” ในที่สุดผมก็เอ่ยออกไป สายตาหลุบต่ำลงเพราะไม่อยากรู้ปฏิกิริยาของคนตรงหน้าสักเท่าไหร่ “ฉันลองคบกับผู้หญิงคนหนึ่ง...เธอเพิ่งมาสารภาพรักกับฉัน แล้วฉันก็เห็นว่ายัยนั่นน่ารักดี ก็เลย...” ผมพูดได้แค่นั้น และไม่รู้จะพูดอะไรต่อ จริงๆ ผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองจะพูดเรื่องนี้ออกมาทำไม ทั้งๆ ที่มันเป็นเรื่องส่วนตัวของผม ไม่จำเป็นจะต้องให้คนตรงหน้ารู้เลยสักนิด

แต่...อีกใจหนึ่งผมก็อยากรู้... อยากรู้ว่าเขาจะทำยังไง

“...” ความเงียบที่ปกคลุมอยู่ในห้องน้ำแคบๆ นี่ทำให้ผมรู้สึกอึดอัดจนอยากจะหนีออกไป แต่ความอึดอัดนี้ผมเป็นคนสร้างขึ้นมาเองนี่นา อย่างน้อย ผมก็ควรจะรอดูว่ามันจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป

ซ่า!       

“!? ผมสะดุ้งสุดตัวด้วยความตกใจ เมื่ออยู่ๆ ก็มีน้ำเย็นๆ ฉีดลงมาที่หัวจนเปียกไปหมด

ผมตกใจจนไม่ทันได้อ้าปากร้องด้วยซ้ำ ได้แต่เงยหน้ามองเจ้าของฝ่ามือหนาที่กำฝักบัวอยู่ เป็นหลักฐานยืนยันอย่างดีว่าเป็นฝีมือเขา

“ทะ...ทำบ้าอะไรเนี่ย” ผมถามพลางลุกขึ้นยืนด้วยสีหน้าเหวอๆ

ซ่า!

“เฮ้ย!!” แต่แทนที่จะตอบคำถามผมดีๆ คนตรงหน้ากลับฉีดน้ำใส่หน้าผมอีกรอบโดยที่ผมไม่ทันตั้งตัว

บ้าเอ๊ย! น้ำมันเข้าจมูกผมนะเว้ย

“หมั่นไส้” น้ำเสียงเรียบนิ่งแสนจะกวนประสาทเอ่ยออกมาด้วยท่าทีไม่สะทกสะท้านเลย ก่อนที่ฝ่ามือหนาทำท่าจะเปิดน้ำโจมตีผมอีกรอบ แต่คราวนี้ผมไม่ยอมหรอก ผมพุ่งเข้าไปหาร่างสูงสุดตัวเพื่อจะแย่งฝักบัวมาจากมือเขา

“เฮ้ย!”

แต่สิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น เมื่อร่างสูงเอี้ยวตัวหลบ ในขณะที่พื้นกระเบื้องซึ่งเต็มไปด้วยน้ำ ทำให้การทรงตัวของผมไม่เป็นไปอย่างที่ใจคิด ร่างของผมถลาเข้าหาผนังอย่างรวดเร็ว และหัวของผมคงจะฟาดเต็มแรงแน่ ถ้าไม่ติดที่ว่ามีมือหนามาคว้าเอวผมและดึงไปอีกทางเสียก่อน

ปึก!

“โอ๊ย!” ร่างของผมกระแทกกับอะไรบางอย่างเต็มๆ แต่เสียงร้องนั่นไม่ใช่ของผมหรอกนะ เพราะสิ่งที่ผมกระแทกลงไปไม่ได้แข็งถึงขนาดจะทำให้ผมเจ็บได้

เสียงปึก และเสียร้องเมื่อครู่ เกิดจากการที่หลังของใครอีกคนกระแทกกับผนังอีกฝั่งอย่างเต็มแรงต่างหาก และใครคนที่ว่า ก็คือคนเดียวกับเจ้าของฝ่ามือหนาที่กำลังโอบเอวผมอยู่ในตอนนี้ด้วย รู้ตัวอีกทีร่างของผมที่เปียกโชกไปด้วยน้ำกับร่างที่ท่อนบนเปลือยเปล่าของเขาก็กำลังแนบชิดกันอย่างน่าใจหาย ทำเอาผมตัวแข็งทื่ออย่างทำอะไรไม่ถูก ไม่กล้าแม้แต่จะหายใจด้วยซ้ำ

“เป็นไรมั้ย” คิ้วเข้มขมวดกันด้วยสีหน้าเป็นกังวล แต่คนควรใช้คำถมนั้นมันควรเป็นผมต่างหาก

“...”

“เฮ้ ฉันถามว่าเป็นอะไรหรือเปล่า” เชนถามย้ำ และยื่นหน้าเข้ามาใกล้ ทั้งๆ ที่ตอนนี้ร่างของเราก็แนบชิดจนแทบจะหลอมรวมกันอยู่แล้ว ลมหายใจร้อนๆ ที่เป่าลงมาบนใบหน้า ทำให้ผมได้แต่ส่ายหัวรัว ก่อนจะก้มหน้าลงเพื่อหลบสายตา แต่ยิ่งทำอย่างนั้น ก็ยิ่งเหมือนกับผมกำลังซุกใบหน้าลงกับซอกคอของเขายังไงยังงั้น

บ้าชะมัด สถานการณ์แบบนี้ผมต้องทำยังไงเนี่ย

“เล่นอะไรบ้าๆ ถ้าเกิดหัวกระแทกขึ้นมาจะทำยังไง” เขาบ่นด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด แต่ก็แฝงด้วยความโล่งอกที่ไม่ได้มีใครเป็นอะไรร้ายแรง ผมเข้าใจนะว่าเขาคงจะตกใจน่าดู แต่...อย่างน้อยก็ช่วยรู้ตัวหน่อยเถอะว่ากำลังกอดผมอยู่... และควรจะปล่อยมือได้แล้ว

“ฉะ...ฉัน ไม่เป็นอะไร” ผมพูดอ้อมแอ้มและพยายามดันตัวเองออก แต่แทนที่คนตรงหน้าจะปล่อยมือ เขากลับโอบผมแน่นขึ้นจนตัวผมกลับไปแนบชิดกับตัวเขาอีกครั้ง แล้วก้มหน้าลงมาในระดับเดียวกันทำให้ใบหน้าของเราสองคนอยู่ห่างกันแค่ไม่กี่เซนเท่านั้น

“รังเกียจเหรอ” เขาถามด้วยรอยยิ้มมุมปาก ท่าทางแบบนั้นยิ่งทำให้ผมได้แต่อึกอัก ก่อนจะเบือนหน้าหนี ทั้งๆ ที่หนีไปไหนไม่รอด 

“หึ” เสียงหัวเราะร้ายกาจดังขึ้น ก่อนที่เขาจะทำเรื่องน่าตกใจโดยการเอาคางมาเกยไว้บนหัวผมโดยไม่สนใจเลยว่ามันจะกลายเป็นภาพที่น่าอายแค่ไหน

ทะ... ทำบ้าอะไรของเขาเนี่ย!?

“นายนี่มัน... เป็นคนที่น่าหมั่นไส้ที่สุดในโลกเลย รู้ตัวมั้ย” ผมกำลังจะโวยวายออกมา แต่ก็ถูกขัดด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่เหมือนกับกำลังระอาใจ ทำให้ผมต้องหุบปากลงอย่างช่วยไม่ได้

“ฉันอุตส่าห์เปิดใจขนาดนี้แล้วเชียว” เขายังคงพูดในสิ่งที่ผมไม่เข้าใจ ในขณะที่ผมได้แต่เงียบ ปล่อยให้ลมหายใจร้อนๆ ของอีกฝ่ายเป่ารดลงมาบนศีรษะอยู่อย่างนั้นนานหลายวินาทีโดยไม่ขัดขืน

หลังจากปล่อยให้ความเงียบครอบคลุมอยู่เนิ่นนาน ผมก็ได้ยินร่างสูงพ่นลมหายใจหนักๆ ออกมา แล้วฝ่ามือหนาก็ยอมปล่อยผมให้เป็นอิสระเสียที ผมถอยหลังออกมาจากตัวเขาโดยอัตโนมัติ และได้แต่ยืนนิ่งอย่างไม่รู้จะทำยังไงต่อ เจ้าของดวงตาสีน้ำตาลอ่อนจ้องมาที่ผมนิ่งๆ พักหนึ่ง พร้อมกับริมฝีปากบางที่กระตุกยิ้มมุมปาก แต่ก่อนที่เขาจะเดินออกไปจากห้องน้ำแคบๆ นี่ น้ำเสียงทุ้มก็เอ่ยประโยคที่ทำให้ผมถึงกับพูดอะไรไม่ออก

“อาทิตย์หน้าฉันจะย้ายออก”

“...!”

“ถ้าไม่อยากเสียใจทีหลัง ก็รีบรั้งฉันไว้ล่ะ” ถึงแม้ว่ามันจะเป็นประโยคที่แสนหลงตัวเอง แต่กลับทำให้ผมรู้สึกใจหายอย่างประหลาด 

จะย้ายออกงั้นเหรอ... ไหนตอนแรกบอกว่าจะไม่ยอมทิ้งเจ้าเตไปไหนไง

“ดะ...เดี๋ยวสิ!” ผมเรียกเขาเอาไว้ ในขณะที่ร่างสูงกำลังจะเดินออกไป 

เชนชะงักฝีเท้า และรอฟังว่าผมจะพูดอะไร แต่... ให้ตาย ผมพูดอะไรไม่ออกจริงๆ และในเมื่อรออยู่นานผมก็ไม่ยอมเอ่ยอะไรออกไป ร่างสูงจึงเดินไปหยิบเสื้อช็อปของตัวเองมาสวมไว้ลวกๆ ก่อนจะเดินออกจากห้องไปโดยไม่หันกลับมามองผมอีกเลย  

ปัง

ทันทีที่เชนออกไปจากห้อง ผมก็รู้สึกหมดแรงจนต้องนั่งลงกับพื้นห้องน้ำอย่างหมดสภาพ ยกมือขึ้นมาลูบหัวตัวเองเบาๆ รู้สึกได้ว่าแรงกดจากคางของอีกฝ่ายยังอยู่ตรงนี้ แล้วอยู่ๆ หัวใจของผมที่เหมือนจะหยุดเต้นไปชั่วครู่ก็เต้นรัวขึ้นมาอีกครั้ง จนต้องเลื่อนฝ่ามือลงมากุมมันไว้ หวังจะให้มันเต้นช้าลงบ้าง ไม่อย่างนั้นผมคงจะหัวใจวายตายแน่ๆ    

ตอนนี้ความรู้สึกในใจของผมมันสับสนปนเปกันไปหมด จนไม่รู้แล้วว่าความรู้สึกจริงๆ ของตัวเองมันเป็นยังไงกันแน่ ผมไม่แน่ใจเลยว่าตัวเองกำลังคิดอะไรอยู่ และไม่รู้ว่าควรจะจัดการกับความรู้สึกพวกนี้ยังไง รู้แต่ว่าที่มาของความรู้สึกบ้าๆ นี่มันมาจากผู้ชายคนเดียวทั้งหมด...

เป็นเพราะเขานั่นแหละ ที่ทำให้ผมเป็นเหมือนคนเสียสติเข้าไปทุกที

เป็นเพราะเขา ที่ทำให้ผมสับสนกับตัวเองจนแทบจะบ้าตายแบบนี้... 

ให้ตาย นี่ผมปล่อยให้ผู้ชายคนนั้น มีอิทธิพลต่อจิตใจของผมได้มากมายขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 428 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,986 ความคิดเห็น

เจ้าของบทความปิดแสดงความคิดเห็น
  1. #1965 saisaisaisai14 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2562 / 15:10
    อยากตีน้องว่ะ อย่าหลอกตัวเองดิ
    #1,965
    0
  2. #1875 Beom_0601 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2561 / 18:57
    นี่ถ้ามีคนมาสารภาพสักสิบคนก็โอเคหมดเลยดิ ไม่งั้นเดี๋ยวเค้าผิดหวัง ย้ายออกไปเลยเชน
    #1,875
    0
  3. #1744 hh_9094 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 13 มีนาคม 2561 / 16:19
    อย่าหนีความรู้สึกตัวเองนะ
    #1,744
    0
  4. #1720 Kim-kibom (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2561 / 20:58
    รู้ตัวได้แล้วนะ
    #1,720
    0
  5. #1694 Mune (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 19 มกราคม 2561 / 04:57
    เมื่อไหร่ตรีจะรู้ตัวนะ
    #1,694
    0
  6. #1621 Nebbianuvolaa (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2560 / 15:40
    พี่เชนคนดีy___y
    #1,621
    0
  7. #1611 querypee (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2560 / 18:27
    รีบเคลียร์ความรู้สึกตัวเองนะ ตรีกำลังให้สิทธ์ในตัวเองกับผู้หญิงที่ไม่ได้รักเลยนะ น่าตีจริงๆเลย
    #1,611
    0
  8. #1593 Sket-D (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2560 / 06:40
    ตรีไม่น่าไปพูดแบบนั้นกับทองกวาวเลย สงสารทองกวาวถ้าต้องมารู้ว่าตรีไม่ได้รัก ที่คบด้วยเพราะเห็นใจ แล้วกับพี่เชนนี่อยากรู้ว่าตรีจะรั้งไว้ไหม แล้วจะรั้งไว้ยังไง หวั่นไหวกับเขาขนาดนี้แล้วจะยอมปล่อยไปไหม55555 กับทองกวาวนี่เลิกเถอะ ยิ่งนานไปมันจะยิ่งเจ็บและยุ่งยากนะตรี
    #1,593
    0
  9. #1480 pommys (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2560 / 22:04
    ตรีพูดไม่คิดอ่ะ
    #1,480
    0
  10. #1303 lk-czsoung (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2559 / 14:24
    นี่มันทำร้ายกวาวมากเลยอ่ะตรี ทำไมไม่คิดดีๆ
    #1,303
    0
  11. #1129 Sweet Time (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2559 / 20:04
    ยุ่งยากแล้วล่ะตรี ส่วนทองกวาว ถ้าปล่อยให้มันนานกว่านี้ เธอก็จะยิ่งเจ็บมากกว่านี้นะ เพราะฉนั้นรีบปล่อยเธอไปเถอะ
    #1,129
    0
  12. #905 pannjed . (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 15 เมษายน 2559 / 17:26
    เจ้าตรี เจ้าโง่
    #905
    0
  13. #327 thifu:') (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 19 มีนาคม 2559 / 15:20
    อาการชัดมากเลยนะตรี เราว่านายกลัวมากกว่าที่จะคบกับผู้ชายจริงๆ เพราะแผลใจจากซั---แค่กๆ นั่นแหละ แต่เราว่านายลองดูสักครั้งก็ได้ ส่วนทองกวาว ถ้าตัดสินใจแบบนี้ไป ยิ่งรีบพูดเลิกยิ่งดีนะในอนาคต อันที่จริงก็ไม่ชอบการกระทำของตรีเท่าไรเหมือนกัน หมันไส้ 555555555555
    #327
    0
  14. #226 DAlSY (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2558 / 20:40
    เราชอบเรื่องนี้มากเลยค่ะ แต่คนเขียนก็หายไปนานมากแล้วเหมือนกัน บอกตรงๆ ว่าทุกวันนี้ก็ยังรอคนเขียนมาต่อให้จบ ถ้าเลิกแต่งไปแล้วจริงๆ เราคงเสียดายแย่ เพราะเรื่องนี้ถือว่าเป็นนิยายเรื่องหนึ่งที่คนแต่งแต่งออกมาได้ดีมาก ถ้าคุณคนเขียนเข้ามาเห็นเม้นนี้ช่วยกลับมาแต่งต่อหรือไม่ก็บอกมาเลยค่ะว่าจะแต่งต่อมั้ย คนที่รอนิยายเรื่องนี้จะได้เลิกหวังเลิกรอกันค่ะ
    #226
    0
  15. #223 B.Rolyne (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 29 กันยายน 2557 / 03:16
    มาอัพๆๆๆ
    #223
    1
    • #223-1 makok_num(จากตอนที่ 15)
      5 กันยายน 2558 / 15:07
      ขอบคุณที่เข้ามาอ่านนะคะ ตอนนี้ยังไม่มีเวลาแต่งเลย ขอโทษที่ไหายไปนานค่ะ U_U
      #223-1
  16. วันที่ 1 กรกฎาคม 2557 / 13:31
    เชนทิ้งไพ่ตายจะย้ายออกมาดูกันว่าตรีจะรั้งไว้มั้ย ตรีจ๋านุ๋ปล่อยชะนีทองกวาวไปตามหาพี่คร้าวเถอะ เด๋วไม่มีคนเล่นกับเจ้าเตนะ
    #218
    0
  17. #215 Unli_Sky (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2557 / 17:06
    ว้ากกกกกกกกกกกกกก เฮียเชนอย่าปายยยยย ตรีรั้งไว้เลยยยยยยย
    ตรีกำลังสับสน เฮียมาทำให้ตรีหวั่นไหวอีกเด้~~~ ตรีจะได้หายสับโสนนนนน
    สู้ๆนะไรเตอร์ รอติดตามครับ~
    #215
    0
  18. #214 Darius Roran (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2557 / 09:15
    ตรีรีบรั้งไว้นะ เด่วพี่เชนไปแล้วเสียจายยย
    #214
    0
  19. #213 Fai27897 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2557 / 21:56
    กรี๊ดดดดดด อะไรจะฟินขนาดนี้ จิกหมอนมากกก //อยากรู้เนื้อเพลงมาก//ตรีรู้ใจตัวเองได้แล้วลูก เชนบอกรักตรงๆไปเลยเถอะลูก ขุ่นแม่ขอร้องมากกก>~
    #213
    0
  20. #212 Prang' (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2557 / 19:40
    โอ้ยยยยยย ฟินแพรบบบ > <
    ถ้าพี่เชนจะทำอย่างนี้  แล้วฉันเป็นตรี ฉันจะไปเลิกกับนางชะนี้นางนั้นทันที 5555

    รออ่านตอนต่อไปน้าาา
    #212
    0
  21. #211 Libra-n Gemini (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2557 / 17:53
    สมน้ำหน้า เชอะ!!! เชิญแอ๊บแล้วคบกับน้องนีตามสบายนะคะตรี เด๋วเราดูแลพี่เชนเอง 555 (#เม้นอย่างไรให้ดูเป็นนางร้าย?)

    #211
    0
  22. #210 fai27897 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2557 / 20:29
    ฟินมากกก อ่านแล้วใจเต้นตามอยากรู้จังว่าเนื้อเพลงเป็นยังไง ติดตามเสมอนะค้าา เป็นกำลังใจให้ค่ะ
    #210
    0
  23. #209 Twins_LuvSuJu (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2557 / 01:55
    มาต่อไวไวนะคะ :-)
    #209
    0
  24. #208 Prang' (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2557 / 20:02
    อยากอ่านต่อแล้วววว > <
    แล้วก็ตรีไปเลิกกับนางผญคนนั้นซะเถอะนะ 5555
    มาคบกับเชนดีกว่าาา 
    #208
    0
  25. #206 my mine (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2557 / 19:37
    ติดตามๆๆๆ แล้วตรีจะเอาไงต่อดีล่ะนั่น คบไปแล้วนะคบไปแล้ว บุ่ยๆๆ
    #206
    0