[ Hermit Books ตีพิมพ์ ] Just Another Guy (Y)

ตอนที่ 11 : 10 : เจ็บเหมือนกัน [ Rewrite ]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 13,480
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 437 ครั้ง
    20 ก.พ. 63

Calista εїз



10

เจ็บเหมือนกัน

 

                วันนี้เป็นวันอาทิตย์ ผมว่างทั้งวันเพราะไม่มีเรียน และไม่ต้องไปเล่นดนตรีที่ร้านด้วย ผมเลยตั้งใจว่าจะออกไปเดินเล่นแถวๆ นี้ และหาที่สวยๆ วาดรูปสักหน่อย ผมยังคงตื่นมาแต่เช้า ทำกับข้าว และกิจวัตรประจำวันเล็กๆ น้อยๆ แต่ที่น่าแปลกใจก็คือ วันนี้ร่างสูงที่มักจะตื่นทีหลังผมเสมอ กลับลุกขึ้นมานั่งเล่นกีตาร์ที่ระเบียงแต่เช้า

                “นึกคึกอะไรขึ้นมาเนี่ย” ผมเหน็บแนมเบาๆ ขณะที่ตักผัดผักที่เพิ่งทำเสร็จใส่จาน คนที่นั่งดีดกีตาร์อยู่ จึงหันมาแสยะยิ้ม

                “ก็แค่คิดอะไรดีๆ ออก” ผมเลิกคิ้วมองนิดหน่อย

                “แต่งเพลงได้เหรอ” ผมว่าพลางหันไปตักข้าวใส่จานสองจานอย่างเคย

                “อืม ฟังมั้ย” ร่างสูงเงยหน้าขึ้นมาถาม ผมชะงักนิดหน่อย ก่อนจะพยักหน้า

                ไม่กี่วินาทีต่อมา เสียงกีตาร์ในทำนองช้าๆ ก็ดังขึ้นมา ผมกอดอก หลับตา และปล่อยใจให้จินตนาการไปตามเสียงดนตรีที่ได้ยิน

                “เป็นไง” เขาถามหลังจากที่เล่นเสร็จ ผมลืมตาขึ้นมาก็เห็นสีหน้าคาดหวังเล็กๆ

                “มันยังไม่จบสินะ” ผมถาม ก่อนจะพูดต่อ “ฉันว่ามันเพราะดี”

                “จริงจังป่ะเนี่ย” เชนขมวดคิ้วทำหน้าเหมือนไม่เชื่อคำพูดผมเท่าไหร่

                “จริงจังดิ” ผมหัวเราะ และยืนยัน เชนยังทำท่าเหมือนไม่อยากเชื่อ แต่ก็ไม่ได้พูดอะไร เขาก้มลงเกากีตาร์ต่อ ในขณะที่ผมหันไปตักข้าวสวยใส่จาน

ผมกำลังจะเรียกเขากินข้าว แต่พอหันกลับไปก็เห็นหมอนั่นก้มหน้ามองโทรศัพท์มือถือของตัวเอง คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันเล็กน้อย ก่อนจะที่เขาจะวางโทรศัพท์ลง

                “มีอะไรเหรอ” ผมถาม

                “ไม่มีอะไร” ร่างสูงตอบปัด ก่อนจะลุกขึ้นจากเก้าอี้และเดินเข้ามาช่วยผมยกกับข้าวไปไว้ที่โต๊ะญี่ปุ่นตัวเดิม ผมเลิกคิ้วนิดหน่อย แต่ก็ไม่คิดจะซักไซ้ต่อ

                ผมถือจานข้าวตามไป โดยไม่ลืมหนีบอาหารเจ้าเตไปด้วย ผมเทอาหารแมวใส่ชามให้เจ้าตัวเล็กที่วิ่งมาอย่างรู้งาน ดูมันกินอย่างเอร็ดอร่อยแล้วอดที่จะยื่นมือไปลูบหัวแรงๆ อย่างหมั่นไส้ไม่ได้ แต่เมื่อเงยหน้าขึ้นมาก็เห็นว่าคนตรงข้ามกำลังมองอยู่

                “ทำไม” ผมขมวดคิ้วถาม แต่หมอนี่กลับยักไหล่ ก่อนจะก้มหน้ากินข้าวหน้าตาเฉย ผมเบ้หน้าใส่ก่อนจะลงมือกินข้าวบ้าง

“แล้วนี่นายแต่งเนื้อเพลงหรือยัง” ผมถามเมื่อนึกขึ้นได้

                “ยัง” เขาตอบสั้นๆ ก่อนจะเดินกลับไปที่ครัวเพื่อหยิบน้ำออกมา

                “แล้วจะทันมั้ยเนี่ย” ผมขมวดคิ้ว แต่เชนกลับยักไหล่อย่างไม่ยี่หระเท่าไหร่

ตกลงว่าจริงจังกับการแต่งเพลงครั้งนี้มั้ย? หรือพอผมบอกให้ปล่อยใจสบายๆ ก็เลยสบายเกิน จนเหมือนไม่คิดอะไรเลยแบบนี้

                “แล้วอยากได้ประมาณไหนล่ะ เผื่อฉันช่วยได้” ผมถามพลางวางช้อนส้อมลง คนตรงหน้าทำท่าครุ่นคิดพักหนึ่งก่อนจะยักไหล่

“ไม่รู้เหมือนกัน”  ผมมองคนที่นั่งกินข้าวเช้าอย่างไม่ยี่หระ ก่อนจะถอนหายใจเบาๆ

ผมลุกขึ้นมา ท่ามกลางสายตางุนงงของอีกฝ่าย เดินหยิบกีตาร์ของตัวเอง และเดินไปนั่งที่เตียง ก่อนจะเริ่มเกาคอร์ดตามทำนองที่ได้ยินมาเมื่อครู่

                อืม... จะเริ่มจากอะไรดีนะ

                “ทำอะไร” ขณะที่ผมกำลังคิดคำเริ่มต้นของเพลง เชนก็หยุดกิน และหันมาเลิกคิ้วมองผมแทน

                “ชู่ว์! ฉันกำลังคิดอยู่” ผมทำเสียงจุปากให้เขาเงียบ และหลับตาลงพลางเกากีตาร์ไปด้วย

                “คิดอะไร” แต่แทนที่จะเงียบ เขากลับถามขึ้นมาอีก สีหน้าแบบไม่เข้าใจสุดๆ ผมหลุดหัวเราะ ก่อนจะตอบ

                “ก็คิดเนื้อเพลงให้ไง” คราวนี้ร่างสูงเลยเงียบไป คิ้วของเขายังคงขมวดอยู่ ขณะรอดูว่าผมจะคิดเนื้อเพลงยังไงออกมา ผมมองไปทั่วห้องเพื่อหาแรงบันดาลใจ ก่อนที่สายตาจะไปหยุดอยู่ที่เจ้าเตซึ่งกำลังกินอาหารอย่างเอร็ดอร่อย ผมยิ้มออกมานิดๆ และเริ่มร้อง

                “เจ้าเตๆ~ เจ้าเตคือแมวแสนขี้เกียจ มันชอบมานอนเบียด แถมยังดื้อรั้น วันทั้งวันได้ยินแต่เสียงเหมียวหง่าวๆ...” เพลงที่ควรจะเป็นเพลงรักหวานซึ้ง กลับถูกเร่งจังหวะ และใส่เนื้อร้องที่ไม่ได้ใกล้เคียงกับคำว่าเพลงรักลงไปเลยสักนิด

                “เจ้าเตๆ เจ้าเตกำลังเติบใหญ่ ชอบตะกุยตะกาย ทำลายข้าวของยิ่งกว่าอะไร ปลอกหมอน รองเท้าบรรลัย ข้าวของกระจุยกระจาย แต่ก็ว่าไม่ได้ เพราะมันคือเจ้าเต~” ผมกรีดสายกีตาร์เป็นครั้งสุดท้าย เพื่อจบเพลง ก่อนจะหันไปมองหน้าเจ้าของทำนองเพลงที่นั่งอึ้งไปตั้งแต่ได้ยินเนื้อร้องท่อนแรก

“หึ...ฮ่ะๆๆ” แต่แล้วอยู่ๆ เจ้าของดวงตาสีน้ำตาลอ่อน ก็ยกมุมปากเป็นรอยยิ้มออกมา ก่อนที่รอยยิ้มนั้นจะกว้างขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็นเสียงหัวเราะในที่สุด “เพลงบ้าอะไรเนี่ย” เขาว่าพลางหัวเราะไม่หยุด ผมวางกีตาร์ลง และเดินไปนั่งหน้าจานข้าวของตัวเองต่อ

                “เพราะจะตาย” ผมยักไหล่ และตักข้าวกิน

จริงๆ ก็แอบตลกตัวเองเหมือนกันนะ ที่คิดเพลงติงต๊องอะไรแบบนี้ขึ้นมาได้ คนตรงหน้าผมหยุดหัวเราะ ก่อนจะเอื้อมมือไปอุ้มเจ้าเตที่กินอาหารเสร็จแล้ว และมานั่งมองพวกผมตาแป๋ว  

                “ไอ้แมวขี้เกียจ” พูดกับมันเบาๆ ก่อนจะหัวเราะออกมาอีกรอบ เสียงหัวเราะจริงๆ ที่เพิ่งได้ยินครั้งแรก ทำให้ผมประหลาดใจ ก่อนจะหัวเราะตามบ้าง

                พอหัวเราะออกมาแบบนี้ ดูกลายเป็นคนละคนกับนายเชนผู้แสนเย็นชาไปโดยสิ้นเชิงเลยแฮะ ทั้งๆ ที่พอยิ้มหรือหัวเราะก็ทำให้ดูดีมากขึ้นแท้ๆ แต่ทำไมถึงไม่ชอบทำนะ เอาแต่ทำหน้านิ่งเป็นเจ้าชายน้ำแข็งอยู่นั่นแหละ ไม่เมื่อยหน้าบ้างหรือไง

                แต่แล้วคนตรงหน้าก็หยุดหัวเราะ ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนที่กำลังสบตาอยู่ ทำให้ผมรู้ตัวว่าผมเผลอมองหน้าเขานานเกินไปอีกแล้ว มุมปากบางกระตุกเป็นรอยยิ้มขึ้นมา ก่อนที่คนตรงหน้าจะเบือนหน้าหนี ผมจึงก้มหน้าลงกินข้าวบ้าง

                “จริงๆ วันนี้ฉันมีนัดกับฟ้า” อยู่ๆ เขาก็พูดเรื่องนี้ขึ้นมา ผมเงยหน้าและเลิกคิ้วมอง

                “แล้ว?”

                “ยัยนั่นเพิ่งส่งข้อความมาบอกว่าไปไม่ได้แล้ว” เขายังคงพูดหน้านิ่ง ในขณะที่ผมเริ่มขมวดคิ้ว

                “ทำไมล่ะ” ผมอดถามไม่ได้ ความคิดแวบหนึ่งของผมบอกว่า บางทีมันอาจจะเกี่ยวกับไอ้พี่นิวอะไรนั่น

                คนตรงหน้าเงียบไปพักหนึ่ง ก่อนจะถอนหายใจ “เพราะไอ้พี่นิวนั่น ขู่ว่าจะโทรไปฟ้องพ่อ ถ้ายัยนั่นออกมากับฉัน”

                ว่าแล้วไง

                ผมถอนหายใจบ้างก่อนจะวางช้อนส้อมอีกรอบ “ฉันไม่เห็นเข้าใจเลย นายต่างหากที่เป็นแฟนฟ้านะ ไม่ใช่หมอนั่น”

“...”

“เขาไม่มีสิทธิ์มาห้ามซะหน่อย ถ้านายจะไปไหนมาไหนกับผู้หญิงคนนั้น” ผมบอกด้วยความรู้สึกอัดอั้น ตั้งแต่รู้เรื่องความสัมพันธ์อันน่าปวดหัวของหมอนี่กับแฟน

“แล้วจะให้ทำยังไงล่ะ” เสียงทุ้มเอ่ย สีหน้าเหมือนรำคาญใจ

                “ก็ไม่ต้องไปแคร์สิ ต่อให้หมอนั่นมันจะขู่ หรือทำอะไรก็ช่างหัวมัน ปกตินายเป็นคนแบบนั้นนี่” ผมนึกไปถึงตอนแรกๆ ที่รู้จักกัน เชนไม่เคยสนใจสายตาคนรอบข้างที่ไม่มีผลอะไรกับชีวิตเขาทั้งนั้นแหละ แต่ในระยะเวลาแค่สั้นๆ ทำไมเขาถึงเปลี่ยนไปได้ขนาดนี้นะ

                ร่างสูงขมวดคิ้วหันมามองหน้าผม “คนที่แคร์น่ะ ไม่ใช่ฉันสักหน่อย”

                “...”

                “ในเมื่อยัยนั่นเป็นคนขอร้องให้ฉันอยู่ห่างๆ สักพัก แล้วจะให้ฉันทำยังไง หน้าด้านไปเจองั้นเหรอ”

“แล้วนายไม่อึดอัดบ้างเหรอ” ผมถาม ถึงจะทำท่าเหมือนไม่รู้สึกอะไร แต่การที่อยู่ๆ ก็ถูกกีดกันไม่ให้เจอกับแฟนตัวเอง เป็นใครก็ต้องอึดอัดทั้งนั้นแหละ

                “...” คนตรงหน้าไม่ตอบอะไร เขาเอาแต่ลูบหัวเจ้าเต และทำหน้าเหมือนไม่อยากจะคุยเรื่องนี้แล้ว สุดท้ายผมเลยต้องยอมสงบปากสงบคำ เพราะเพิ่งตระหนักได้ว่า นี่มันไม่ได้เกี่ยวอะไรกับผมเลยสักนิด

                ผมเอาจานข้าวของตัวเองที่เหลืออยู่นิดหน่อยไปเก็บ เพราะรู้สึกอิ่มแล้ว ไม่นานเชนก็ลุกตามมาพร้อมกับหยิบจานกับข้าวมาด้วย เขาวางจานข้าวของตัวเองไว้ข้างๆ จานผม ก่อนจะเดินไปเปิดตู้เย็นเพื่อหยิบน้ำออกมา

                ผมมองร่างสูงที่ยืนกินน้ำด้วยสีหน้านิ่งเฉย ก่อนจะรู้สึกว่าคนตรงหน้านี่ช่างเป็นผู้ชายที่เข้าใจยากเกินไปจริงๆ หลายครั้งที่เขาทำให้ผมรู้สึกว่าเขารักผู้หญิงคนนั้น แต่บางครั้งกลับดูเหมือนเขาไม่สนใจความรู้สึกของเธอเลย ทั้งๆ ที่ทำเหมือนจะฝืนทำในสิ่งที่ไม่ใช่ตัวเองเพื่อคนรัก แต่บางทีก็กลับเหมือนไม่คิดจะพยายามอะไร บางครั้งก็ชัดเจน แต่บางทีก็เหมือนจะไม่สามารถจับต้องได้ การกระทำหลายๆ อย่างของเขามันดูขัดกันไปหมด จนผมอดสงสัยไม่ได้ว่าเจตนาจริงๆ ของเขามันคืออะไรกันแน่ ตกลงแล้วเขาคิดจะเอายังไงกับเรื่องของเขากับฟ้า ในความสัมพันธ์ที่มันคาราคาซังน่าปวดหัวขนาดนี้

                “นี่” ไม่รู้ทำไม อยู่ๆ ผมก็อยากเรียกเขาขึ้นมา ร่างสูงหันหน้ามาและเลิกคิ้วตั้งคำถาม

                ผมเงียบไปพักใหญ่ ก่อนจะพูดในสิ่งที่ไม่คิดว่าตัวเองจะพูดออกมา “วันนี้ฉันจะออกไปวาดภาพข้างนอก”

                “?”

                “ก็... ไหนๆ นายก็โดนเบี้ยวนัดแล้วนี่”

                “แล้ว?”

“แล้ว...” ผมลากเสียงไม่รู้อยู่ๆ ทำไมผมถึงรู้สึกไม่อยากสบตาคนตรงหน้าขึ้นมา “แล้วสนใจไปด้วยกันมั้ยล่ะ” ผมเบือนหน้าหนีจากดวงตาสีน้ำตาลอ่อนคู่สวย ก่อนจะยกมือขึ้นมาเกาท้ายทอยตัวเองแก้เก้อ

“หึ” แต่ร่างสูงกลับหัวเราะในลำคอ จนผมต้องหันกลับไปมองอีกครั้งเพื่อจะถามว่าเขาหัวเราะอะไร “เอาสิ”

แต่ยังไม่ทันที่จะได้ถาม คนตรงหน้าก็ตอบคำถามก่อนหน้าผมเสียก่อน มุมปากบางยังคงยกเป็นรอยยิ้มเล็กๆ ที่

สร้างความรู้สึกแปลกๆ ในใจผมแวบหนึ่ง

“อะ...อืม” ผมตอบรับเบาๆ ก่อนจะเบือนหน้าหนีอีกรอบ แล้วหันไปล้างจานที่กองพะเนินอยู่ในอ่างล้างจานแทน

เหอะ... พอผมชม (ในใจ) ว่าหัวเราะแล้วดูดี ก็เอาแต่ยิ้มใหญ่เชียวนะ คนอะไร

                 

10.38 P.M.

 

When the days are cold,  And the cards all fold 

And the saints we see, Are all made of gold

When the days are cold,  And the cards all fold
And the saints we see  Are all made of gold


เสียงทุ้มต่ำ แต่มีความแหบอย่างทรงเสน่ห์ของเตอร์ นักร้องนำวง The Quantum สะกดคนแทบจะทั้งร้านได้

ตั้งแต่เริ่มประโยคแรงของเพลง รอยยิ้มเล็กๆ ที่ผุดขึ้นตรงมุมปากระหว่างร้องเพลง ทำให้สาวๆ โต๊ะข้างผม ส่งเสียงกรี๊ดออกมาอย่างเก็บอาการไม่อยู่เลยทีเดียว

 

When your dreams all fail, And the ones we hail
Are the worst of all, And the blood
s run stale
I wanna hide the truth, I wanna shelter you
But with the beast inside, There
s nowhere we can hide

No matter what we breed, We still are made of greed
This is my kingdom come, This is my kingdom come

 

นี่เป็นอีกครั้งที่ผมมานั่งดูการแสดงของพวกเขา แม้ว่าวันนี้ผมจะไม่ได้ไปเล่นดนตรีที่ร้าน แต่เพราะผมกับเชน

ออกไปข้างนอกทั้งวันจนค่ำเลยมาที่นี่เลย เพราะเขาไม่ได้หยุดงานวันอาทิตย์แบบผม ถึงช่วงนี้ผมจะมาร้านนี้บ่อยมาก แต่ก็อดยอมรับไม่ได้ว่า เสน่ห์ของ The Quantum ไม่ได้ลดลงไปจากวันแรกที่ผมเห็นเลย เสน่ห์และความสามารถของพวกเขาเพิ่มมากขึ้นทุกวัน จนผมเชื่อว่าลูกค้าหลายคนเข้าขั้น คลั่งไคล้การแสดงสดของวงดนตรีวงนี้จนถอนตัวไม่ขึ้น

 

When you feel my heat, Look into my eyes
It
s where my demons hide, Its where my demons hide
Don
t get too close, Its dark inside
It
s where my demons hide, Its where my demons hide

 

เสียงโห่ร้อง และร้องตามท่อนฮุคของเพลงดังไปทั่วร้านอย่างขาดไม่ได้ ในขณะที่สายตาของผมเลื่อนไปหยุดอยู่ที่

ร่างสูงในชุดเสื้อยืดสีดำ และกางเกงยีนตัวโปรด ที่ยังคงเล่นกีตาร์ด้วยท่าทางสบายๆ แต่กลับดูเท่อย่างหาคนเปรียบได้ยากเหมือนเคย ผมคิดไม่ออกจริงๆ ว่าถ้าผมขึ้นไปอยู่ในตำแหน่งนั้นบ้าง ผมจะทำให้ตัวให้มีเสน่ห์ขนาดนั้นได้ยังไง  ช่วงหลังผมมาที่นี่บ่อยๆ แต่ก็ยังโดนถามอยู่หลายครั้งว่าตกลงจะมาเล่นให้ The Quantum หรือเปล่า แต่ผมก็ยังให้คำตอบพวกเขาไม่ได้สักที ไม่ใช่ว่าผมไม่อยากเล่นหรอกนะ แต่ผมกลัวจะเทียบรัศมีพวกเขาไม่ติดต่างหาก

               

            When the curtains call, Is the last of all

When the lights fade out, All the sinners crawl
So they dug your grave, And the masquerade
Will come calling out, At the mess you've made
[1]

 

ผมยกแก้วเบียร์ของตัวเองขึ้นดื่ม เป็นจังหวะเดียวกับที่เจ้าของดวงตาสีน้ำตาลอ่อนหันมาสบตากับผมพอดี เชน

ยิ้มมุมปากกลับมาให้เหมือนเคย ในขณะที่ผมตีหน้านิ่งและเบือนหน้าหนี

โอเค... ยอมรับเลยว่านี่มันเป็นอาการที่ประหลาดมาก ผมไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมเดี๋ยวนี้ผมไม่กล้าสบตาเขา ไม่กล้ามองรอยยิ้มมุมปากแสนร้ายกาจนั่นด้วย วันนี้ทั้งวันที่ผมกับเขาไปเดินเล่นรอบเมืองด้วยกัน ผมรู้สึกว่าไม่เป็นตัวของตัวเองสุดๆ แม้แต่ตอนวาดรูปผมก็แทบไม่มีสมาธิเลยเมื่อหมอนั่นนั่งดีดกีตาร์อยู่ข้างๆ ทั้งๆ ที่เขาก็ไม่ได้ทำอะไรประหลาดกว่าปกติดเลยสักนิด

ผมไม่รู้เหมือนกันว่าไอ้อาการแบบนี้มันเริ่มมาจากไหน มันทำให้ผมรู้สึกประหลาดอย่างบอกไม่ถูกจริงๆ และไม่รู้ด้วยว่าจะจัดการกับมันยังไง

หลังจากที่เพลงจบ เสียงปรบมือและเสียงโห่ร้องก็ดังไปทั่วทั้งร้าน ด้วยความชอบใจของลูกค้า ผมเรียกพนักงานเพื่อสั่งเครื่องดื่มและกับแกล้มเพิ่ม เพราะเดี๋ยวอีกสักพักพวกเขาก็จะกลับมานั่งโต๊ะแล้ว อย่างที่บอกแหละ ว่าช่วงนี้ผมมาบ่อยมาก ทำให้รู้ว่าพอเล่นเสร็จพวกเขาจะสั่งอะไรมากินบ้าง ผมเลยสั่งไว้ให้ก่อนแบบนี้ตลอด พอมาถึงโต๊ะ พวกนั้นจะได้ไม่โวยวายว่าหิวไง

“ฟ้าไม่ชอบที่แบบนี้เลยค่ะพี่นิว กลับเหอะ” อยู่ๆ บทสนทนาที่ดังแว่วเข้ามาในหูก่อนที่เสียงเพลงบีตหนักๆ จะดังขึ้นมากลบ ผมเหลียวหลังกลับไปมองเพราะรู้สึกว่าเคยได้ยินเสียงนั้นมาก่อน และลางสังหรณ์ก็เป็นจริงเมื่อเจ้าของบทสนทนาคือชายหญิงคู่หนึ่งที่ผมเพิ่งเจอไปเมื่อไม่กี่วันก่อน

“ไม่เอาน่าฟ้า พี่ขอไปเจอเพื่อนแป๊บเดียวนะ เดี๋ยวค่อยกลับนะคะ” ผู้ชายคนนั้นพูดอะไรสักอย่างที่ผมได้ยินไม่ค่อยชัด สีหน้าออดอ้อนจนเกินงามนั่นทำให้ผมอดที่จะหมั่นไส้ไม่ได้

ไอ้หมอนี่มันกล้าดียังไงวะ ก็รู้อยู่ไม่ใช่หรือไงว่าผู้หญิงเขามีเจ้าของแล้ว

ผมเห็นฟ้าทำหน้าไม่สบอารมณ์นิดหน่อย ก่อนจะพูดอะไรสักอย่าง และเดินปลีกตัวออกไป ตอนที่เธอเดินผ่าน ผมต้องหลบหน้าเพราะไม่อยากให้เธอเห็นเท่าไหร่ ผมมองแผ่นหลังของผู้หญิงคนนั้นที่เดินหายไปตรงทางไปห้องน้ำ ก่อนจะรู้สึกว่า ผมควรจะเข้าไปคุยอะไรสักอย่างกับเธอ อย่างน้อยผมควรบอกเธอว่าเลิกทำแบบนี้สักที มันไม่ใช่เรื่องที่ถูกต้องเลยสักนิด

“เฮ้ จะไปไหน” แต่พอผมลุกขึ้นจากโต๊ะ เสียงทุ้มที่คุ้นเคยก็ตะโกนมาจากด้านหลัง ผมหันไปมองอย่างตกใจ ลืมไปเลยว่าเชนเองก็อยู่ที่นี่ด้วย

อา...แบบนี้ยิ่งต้องเข้าไปคุยเลย ถ้าเชนเห็นว่าแฟนของเขามาเที่ยวกับผู้ชายคนอื่นในขณะที่ตัวเองถูกขอร้องให้ออกห่างๆ จะรู้สึกยังไง

“ฉัน... ฉันจะไปเข้าห้องน้ำ นายเฝ้าโต๊ะล่ะ ฉันสั่งอาหารให้แล้ว” ผมบอกพร้อมกับดันหมอนั่นให้นั่งลงที่โต๊ะ ร่างสูงทำหน้างงใส่นิดหน่อย แต่ก็ไม่ได้ว่าอะไร

ผมปลีกตัวออกมาโดยไม่ลืมหันกลับไปมองเพื่อให้แน่ใจว่าเขาไม่ได้ตามมาจริงๆ ผมเดินมารอที่หน้าห้องน้ำหญิงได้ไม่นาน ฟ้าก็เดินออกมา ปฏิกิริยาตอนที่เธอเห็นผมเป็นไปตามที่จินตนาการอย่างไม่มีอะไรผิดเพี้ยนเลย

“ตะ...ตรี” เสียงหวานครางชื่อผมออกมา ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกใจ “นะ...นาย มาอยู่ที่นี่ได้ยังไง” สีหน้าหวาดระแวงของคนตรงหน้าทำให้ผมต้องถอนหายใจเบาๆ

“ไม่ใช่แค่ฉันนะที่อยู่ที่นี่ หมอนั่นเองก็อยู่” ไม่ต้องบอกเธอก็คงจะเดาออกว่า หมอนั่น ที่ผมพูดถึงหมายถึงใคร

“เชนเหรอ? เชนอยู่ที่นี่เหรอ?” ร่างเล็กเบิกตากว้างขึ้น ก่อนจะมองไปรอบๆ ด้วยท่าทางตกใจ

                “นี่เธอไม่รู้เหรอว่าเขาทำงานอยู่ที่นี่” ผมเลิกคิ้ว เผลอใช้ท่าทางและสรรพนามที่ไม่สุภาพ โดยลืมไปเลยว่าคนตรงหน้าอายุมากกว่า

                แต่เอาเถอะ ตอนนี้เธอไม่ได้ดูมีวุฒิภาวะมากกว่าผมเท่าไหร่หรอก

                ฟ้าทำหน้าตกใจยิ่งกว่าเก่า ปากของเธอพึมพำอะไรสักอย่างที่ฟังไม่ได้ศัพท์ แต่ผมว่าเธอคงกำลังกังวลมากทีเดียว แหงล่ะ สิ่งที่เธอทำอยู่มันน่ากังวลน้อยซะที่ไหนล่ะ

                “เลิกทำแบบนี้เถอะ” ผมบอก จริงๆ เรียกว่าเตือนดีกว่า

                “ทะ...ทำอะไร” เธอถามอึกอัก สีหน้ายังคงดูหวาดระแวง

                “ก็อะไรที่ทำอยู่ล่ะ” ผมกอดอก และมองคนตรงหน้านิ่งๆ “ฉันเคยคิดว่าเธอเป็นผู้หญิงที่น่ารักมากคนหนึ่งนะ แต่การที่เธอมาเที่ยวกับผู้ชายคนอื่นลับหลังแฟนตัวเองแบบนี้... ฉันไม่แน่ใจแล้วล่ะ ว่าตกลงเธอเป็นผู้หญิงประเภทไหน”

                “...” ร่างเล็กนิ่งไป เธอก้มหน้า สีหน้าบ่งบอกว่ากำลังรู้สึกผิด

                “ฉันไม่ได้อยากยุ่งเรื่องของคนอื่นแบบนี้หรอกนะ แต่ว่าหมอนั่นมันซื่อบื้อเกินไปจนฉันอดไม่ได้จริงๆ”

                “...”

                “เลิกยุ่งกับพี่นิวอะไรนั่น แล้วกลับไปหาเชนเถอะ ก่อนที่เรื่องมันจะแย่ลง” ผมบอกอย่างจริงจัง  

                “นายไม่เข้าใจ...” เจ้าของเสียงหวานเงยหน้าขึ้นมา ดวงตาคู่สวยมีน้ำตาเอ่อคลอทำให้ผมตกใจเล็กๆ “ถ้าฉันไม่ทำแบบนี้ ฉันกับเชนก็ต้องเลิกกัน” น้ำเสียงของเธอเริ่มสั่นเครือเหมือนจะปล่อยโฮออกมาเต็มทีแล้ว ผมแสร้งถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะเบือนหน้าหนี

ถึงผมจะพยายามทำตัวนิ่งอยู่ แต่ก็ไม่ได้ใจร้ายถึงขนาดทนเห็นผู้หญิงร้องไห้ต่อหน้าได้หรอกนะ

                “ทำไมเธอไม่ไว้ใจหมอนั่นล่ะ”  

                “...”

                “รู้บ้างมั้ยว่าเขากำลังพยายามอยู่” ผมหันกลับมามอง ร่างบางที่มองผมด้วยสีหน้าตั้งคำถามเช่นกัน น้ำตาที่เคยเอ่อคลอที่ขอบตาร่วงหล่นลงมาโดยที่เจ้าตัวไม่คิดจะห้าม

“เขากำลังจะเลิกบุหรี่ เพื่อให้พ่อกับแม่ของเธอยอมรับ รู้บ้างหรือเปล่า?”  

                “จริงเหรอ” เสียงหวานถามกลับ เธอยกมือขึ้นมาปาดน้ำตาที่ไหลลงมาอย่างลวกๆ

                ผมพยักหน้า “อืม เพราะฉะนั้นเธอเลิกทำแบบนี้ได้แล้ว มันไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้นมาหรอก ไม่อึดอัดหรือไงที่ต้องไปไหนมาไหนกับคนที่ไม่ใช่แฟนตัวเอง”

                ร่างเล็กก้มหน้าลงอีกครั้ง ผมเห็นน้ำตาของเธอยังคงไหลออกมาไม่หยุดแม้ว่ามือเล็กๆ นั่นจะพยายามปาดมันออกแค่ไหนก็ตาม “อึดอัดสิ แต่ว่าฉัน...”

                “ฟ้า” ยังไม่ทันที่จะพูดจบ เสียงทุ้มของใครบางคนก็ดังขึ้นมา ผมหันกลับไปมองก็พบว่าเป็นผู้ชายแว่นหนาคนนั้นที่มองมาทางผมด้วยสายตาไม่เป็นมิตร

                “มายุ่งอะไรกับแฟนฉัน” ร่างสูงขมวดคิ้วถามในขณะที่เดินเข้ามา หมอนั่นเดินมาแทรกกลางระหว่างผมกับฟ้าที่เอาแต่ยืนหน้าเหวออยู่

                “แน่ใจเหรอว่าเป็นแฟน” ผมแค่นหัวเราะ

                กล้าพูดชิบ พอเจ้าของเขาไม่มาให้เห็นแป๊บเดียว ก็ริอ่านเป็นแมวขโมยแล้วเหรอวะ

                “เออ” ไอ้แว่นกอดอกตอบด้วยท่าทางที่พยายามทำให้ดูว่าเหนือกว่า ผมมองหน้ากลับอย่างไม่ยอมแพ้ แต่ประโยคต่อมาก็ทำให้ผมถึงกับชะงักไป

“ผู้หญิงคนนี้เป็นแฟนฉัน และกำลังจะเป็นคู่หมั้นด้วย เพราะฉะนั้นนายมาทางไหนก็ไปทางนั้นดีกว่า ฉันไม่อยากให้มีเรื่อง”

                “พี่นิว!” เสียงหวานเอ็ดขึ้นมา ในขณะที่ผมกำลังขมวดคิ้วอย่างแปลกใจกับคำพูดของหมอนี่

                เมื่อกี้เขาว่าไงนะ... คู่หมั้น?

                “ไม่ต้องพูดเลยฟ้า พี่แค่ปล่อยให้คลาดสายตาแป๊บเดียว ก็มีผู้ชายเข้ามาจีบเลยเหรอ แล้วแบบนี้พี่จะไว้ใจได้ยังไง”

                “พอได้แล้วพี่นิว!

                ผมมองคนสองคนตรงหน้าที่กำลังเถียงกัน ด้วยความไม่เข้าใจเท่าไหร่ ท่าทางจริงจังของไอ้พี่นิวและท่าทางที่ดูร้อนรนแปลกๆ ของฟ้า ทำให้ผมยิ่งรู้สึกสงสัยในความสัมพันธ์ของสองคนนี้มากยิ่งขึ้น

                “นี่พวกนายสองคน...” ผมไม่รู้ว่าจะถามว่าอะไรดี ในเมื่อตอนนี้ผมไม่เข้าใจสถานการณ์เอาซะเลย ฟ้าหันมาส่งสายตาบอกผมเหมือนกับว่าจะอธิบายทุกอย่าง ก่อนที่เธอจะหันไปพูดกับร่างสูงที่ยังคงยืนทำหน้าไม่พอใจอยู่

                “พี่นิวกลับไปที่โต๊ะก่อนเถอะค่ะ นี่เพื่อนฟ้า ไม่ได้มีอะไรทั้งนั้น พี่ไม่ต้องห่วงหรอก”

                “แต่ว่า..”

                “ถ้าไม่ไว้ใจกัน ฟ้าก็จะไม่คุยกับพี่อีก” เธอทำสีหน้าจริงจัง จนร่างสูงต้องชะงัก

                เขาหันมาทำสายตาข่มขู่ผม แต่ก็ยอมเดินออกไปตามที่ผู้หญิงคนนั้นของร้อง ผมหันกลับมามองร่างบางที่ยืนอยู่ตรงหน้าเพื่อรอฟังคำอธิบาย แต่ยังไม่ทันที่เธอจะได้เอ่ยปากพูดอะไร เสียงโวยวายที่ดังขึ้นมาจากด้านหลังก็ขัดจังหวะขึ้นมาเสียก่อน

                “เฮ้ย อะไรวะ” ผมหันกลับไปมองก็พบว่าไอ้พี่นิวอะไรนั่น กำลังโวยวายพร้อมกับพยายามเช็ดเสื้อที่ดูเหมือนจะมีอะไรบางอย่างหกใส่

                “เชน” แต่เสียงของร่างบางก็ทำให้ผมเลิกสนใจหมอนั่น และเงยหน้าขึ้นไปมองคู่กรณีที่ยืนล้วงกระเป๋า ในขณะที่มืออีกข้างถือแก้วเหล้าที่ตอนนี้ว่างเปล่าอยู่

                หมอนั่น...มาตั้งแต่เมื่อไหร่กัน...

                “โทษทีว่ะ มือมันลื่น” ร่างสูงในชุดเสื้อยืดสีดำและกางเกงยีนคุ้นตา พูดด้วยน้ำเสียงและสีหน้าเรียบเฉยซะจนดูจงใจกวนประสาท ผมเห็นท่าทางพี่นิวนั่นเหมือนจะโวยวายขึ้นมาอีก แต่ก็ชะงักไปเมื่อเห็นว่าคู่กรณีเป็นใคร

                “นาย...”

                “เออ กูเอง” เชนพูดแทรกขึ้นมาโดยที่ไม่รอให้อีกฝ่ายพูดจบเลย และถึงพี่นิวจะมีอายุมากกว่า แต่ดูเหมือนเขาก็ไม่คิดที่จะใช้คำพูดสุภาพด้วย

                “ชะ...เชน เชนอย่าเพิ่งเข้าใจผิดนะ ฟังฟ้าอธิบายก่อน” ในที่สุดร่างเล็กที่ได้แต่ยืนอึ้งอยู่ข้างผมมานาน ก็มีบทบาทสักที เธอเดินเข้าไปหาคนที่ได้ชื่อว่าเป็นแฟน ก่อนจะพยายามพูดด้วยดวงตาที่มีน้ำตาเอ่อคลอ

                “อธิบายสิ” เสียงทุ้มสั้นๆ สายตาของเขาที่มองมายังร่างบาง มีแต่ความเย็นชาจนแม้แต่ผมยังรู้สึกเจ็บปวดแทน

                “คะ... คือฟ้ากับพี่นิว... ระ...เราไม่ได้มีอะไรกันนะ เราแค่...”

                “พอเถอะฟ้า” ไม่ใช่เสียงของร่างบางที่กำลังละล่ำละลักพูดอย่างร้อนรน แต่เป็นเสียงทุ้มของผู้ชายแว่นหนาคนนั้น ที่พูดแทรกขึ้นมา ก่อนที่จะดึงฟ้าไปไว้ด้านหลัง

                “มาถึงขั้นนี้แล้ว ปิดบังไปก็ไม่มีประโยชน์หรอก” หมอนั่นพูดในสิ่งที่ผมไม่เข้าใจ พร้อมกับเงยหน้าขึ้นราวกับตั้งใจจะเผชิญหน้ากับเชนที่ยังคงยืนนิ่ง รอฟังคำอธิบายอยู่

                “ฉันกับฟ้ากำลังจะหมั้นกัน อีกไม่กี่เดือนข้างหน้านี้ตามคำสั่งของพ่อกับแม่ของฟ้า” พอผู้ชายคนนั้นพูดออกมา ร่างบางที่ยืนอยู่ด้านหลังก็เริ่มร้องไห้ พร้อมกับเอาแต่ส่ายหน้า เหมือนพยายามจะปฏิเสธ

                “ฉันไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมฟ้าถึงไม่บอกนายสักที แต่มาถึงขั้นนี้ฉันจะบอกแทนแล้วกัน”

                “...”

                “เลิกกับฟ้าไปเหอะ”

                ผมอยากเข้าไปทำอะไรสักอย่าง ให้ไอ้แว่นนั่นหยุดพูด หรือทำอะไรก็ได้ ที่จะไม่ทำให้เหตุการณ์มันเลวร้ายลงไปกว่านี้ แต่เรื่องนี้ผมทำอะไรไม่ได้เลยจริงๆ มันไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับผมเลยสักนิด แค่ผมมายืนฟังอยู่แบบนี้มันก็ละลาบละล้วงเรื่องของคนอื่นมากพอแล้ว

                 ผมหันไปมองร่างสูงที่ยังคงเอาแต่นิ่ง สีหน้าไม่บ่งบอกอะไร แต่ผมพอจะเดาออกว่าเขาคงช็อกกับสิ่งที่ได้ยินอยู่ไม่น้อย ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนของเขามองไปยังร่างบางของผู้หญิงที่ขึ้นชื่อว่าเป็นแฟนของตัวเองเหมือนจะรอฟังอะไรบางอย่างจากเธอแต่ก็ได้กลับมาเพียงเสียงสะอื้น

                “หึ... หมั้นเหรอ” ริมฝีปากบางแสยะยิ้มเยือกเย็น ขณะปรายตามองร่างบางเอาแต่ร้องไห้ไม่หยุด พร้อมกับเรียกชื่อเขาซ้ำไปซ้ำมา

                “เรื่องนี้นายเป็นคนผิดเองนะ...!

                พลั่ก!

                ไอ้แว่นทำท่าจะพูดอะไรบางอย่างออกมา แต่คำพูดนั้นก็ถูกกลบไปด้วยเสียงหมัดที่กระทบกับใบหน้าใสโดยไม่ทันได้ตั้งตัว เสียงกรีดร้องดังขึ้นพร้อมกับร่างสูงที่ล้มลงกับพื้นตามแรงหมัด

                “พี่นิว!!” ฟ้ารีบวิ่งเข้าไปประคองร่างของว่าที่คู่หมั้นของเธอเอาไว้ พร้อมกับใบหน้าที่เต็มไปด้วยคราบน้ำตา

                “พล่ามอยู่ได้ กูรำคาญ” ผมกำลังจะเข้าไปห้าม แต่ก็ต้องหยุดชะงักไป เมื่อเห็นสายตาเย็นชาของเชนที่ผมไม่เคยเห็นมาก่อน

ถึงปกติเขาจะเป็นคนนิ่งๆ อยู่แล้ว แต่ผมก็ไม่เคยคิดเลยว่า เวลาโกรธ เขาจะกลายเป็นคนเย็นชาที่ดูน่ากลัวได้มากขนาดนี้ ทั้งๆ ที่ไม่ได้โวยวาย หรือทำท่าเกรี้ยวกราดอะไร แต่ความกดดันที่แผ่ออกมาจากร่างสูง ก็ทำให้แม้แต่ผมเองยังไม่อยากจะเข้าไปใกล้เลย

                “มีอะไรจะพูดอีกมั้ย” คราวนี้สายตาเย็นชาคู่นั่น มองไปยังร่างบางของคนรัก

                “เชน...”

                “ฉันถามว่ามีอะไรจะพูดอีกมั้ย!” คำถามถูกเอ่ยย้ำด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูเกรี้ยวกราดกว่าที่เคย แต่ฟ้ายังคงนั่งร้องไห้สะอึกสะอื้นอยู่อย่างนั้น ในขณะที่พี่นิวที่ดูเหมือนจะเพิ่งได้สติหลังจากถูกต่อย เข้ามาประคองกอดเธอ และมองร่างสูงเจ้าของสายตาเย็นชาด้วยสายตาคาดโทษ

                “ถ้านายทำอะไรอีก คราวนี้ฉันไม่ยอมแน่” ชายสวมแว่นขู่ พร้อมกับเช็ดเลือดที่มุมปากของตัวเอง ในขณะที่อีกฝ่าย ยังคงแสยะยิ้มมองด้วยสายตาสมเพช

                “กูไม่ได้คุยกับมึง” เสียงต่ำเอ่ยออกมา ก่อนที่สายตาเย็นชา จะหันกลับไปมองร่างบางที่กำลังร้องไห้ปานจะขาดใจอยู่ตรงหน้าอีกครั้งอย่างคาดคั้น

                “เชน ฮึก... เชน... ฟ้าขอโทษ...เชน...” เสียงหวานที่เจือไปด้วยเสียงสะอื้น พร่ำเรียกชื่อคนรักของตัวเองพร้อมกับพูดขอโทษซ้ำไปซ้ำมาจนผมต้องเบือนหน้าหนีเพราะทนเห็นภาพตรงหน้าไม่ได้ ถ้าคนพวกนั้นไม่ขวางทางออกอยู่ ผมคงเดินหนีจากเหตุการณ์น่าอึดอัดนี้ไปนานแล้ว แต่มันช่วยไม่ได้จริงๆ ที่ผมยังคงยืนอยู่ตรงนี้ และรับรู้เรื่องราวทั้งหมด

                ผมไม่อาจเดาได้เลยว่าเชนจะตัดสินใจยังไง แต่ถ้าเป็นผมเห็นคนที่ตัวเองรักร้องไห้ราวกับจะขาดใจอยู่ตรงหน้าแบบนี้ ต่อให้เธอทำผิดร้ายแรงแค่ไหน ผมก็ไม่ใจแข็งพอที่จะทำเมินเฉยแน่ๆ ผมคงจะให้อภัยโดยที่ไม่สนใจด้วยซ้ำว่าเธอจะทำให้ผมเจ็บปวดมากแค่ไหน

                แต่ดูเหมือนว่าเชนจะไม่ได้ขี้ใจอ่อนอย่างผม... ดวงตาของเขายังคงเต็มไปด้วยความเย็นชาไม่เปลี่ยนแปลง และไม่กี่วินาทีต่อมา ก็ทำให้ผมรู้ว่าเขาตัดสินใจที่จะจบเรื่องนี้ยังไง

                เพล้ง!

                เสียงแก้วที่ถูกโยนลงพื้นจนแตกกระจายอยู่ตรงหน้าชายหญิงคู่นั้น ทำให้ผมถึงกับสะดุ้งนิดๆ ร่างสูงที่ยืนเงียบไปนานมองคนที่เคยขึ้นชื่อว่าเป็นแฟนของตัวเอง ก่อนจะเบือนสายตาไปยังผู้ชายอีกคน ที่เข้ามาแทรกกลางจนความสัมพันธ์ของคนทั้งสองต้องพังทลายลงอย่างไม่มีชิ้นดี

                “ไสหัวไป” น้ำเสียงเรียบนิ่งเอ่ยขึ้น ก่อนที่ร่างสูงจะหันหลังกลับ เรียวขายาวก้าวออกจากบริเวณนี้ไป โดยไม่แยแสผู้หญิงที่เอาแต่ร้องไห้เรียกชื่อเขาด้วยความเจ็บปวดเลยสักนิด ผมมองร่างบางที่ถูกสวมกอดโดยผู้ชายที่กำลังจะเป็นว่าที่คู่หมั้นของเธอ ก่อนจะถอนหายใจออกมาเบาๆ

                จบแล้วสินะ

                ผมเดินออกมาจากตรงนั้น เพราะไม่รู้จะอยู่ไปทำไม จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ผมไม่รู้จริงๆ ว่าเรื่องนี้ใครเป็นคนผิดกันแน่ อาจจะเป็นพี่นิวที่เข้ามาแทรกกลางความสัมพันธ์ระหว่างคนสองคน... อาจจะเป็นฟ้า ที่ไม่เข้มแข็งพอ และปล่อยให้พ่อกับแม่มาบงการความรักของตัวเองจนเรื่องมันวุ่นวายไปหมด หรืออาจจะเป็นเชน... ที่ยังไม่ดีพอ ที่จะทำให้พ่อแม่ของคนที่ตัวเองรักไว้ใจก็ได้

                ไม่ว่าเรื่องนี้ใครจะผิดหรือใครจะถูก แต่สุดท้ายแล้วพวกเขาก็กำลังแยกทางกัน ความรักของคนสองคนที่ผมมองว่าเหมาะสมยิ่งกว่าคู่ไหนๆ กำลังพังทลายลงอย่างไม่สามารถเรียกกลับคืนมาได้เลย

น่าเจ็บปวดนะ ว่ามั้ย

 

                ผมเดินออกมาที่โต๊ะ ก็พบว่าสมาชิก The Quantum คนอื่นๆ กำลังนั่งดื่มกันอยู่ตามปกติ ในขณะที่เชนไม่ได้อยู่ที่โต๊ะด้วย

                “เชนล่ะ” ผมถาม ต้าที่เป็นมือกลองของวงหันมาเลิกคิ้วมองผม ก่อนจะเพยิดหน้าไปทางหน้าร้าน ผมจึงเดินตามออกมาอย่างอดเป็นห่วงไม่ได้

                ถึงท่าทางของหมอนั่นเมื่อครู่จะทำให้ผมกลัวก็เถอะ แต่ในสถานการณ์แบบนี้ ถ้าผมไม่ทำอะไรสักอย่างก็ออกจะใจร้ายไปหน่อย ผมเห็นเหตุการณ์ทุกอย่าง และถือว่าตัวเองเป็นส่วนหนึ่งของเรื่องยุ่งๆ นี่ไปแล้ว แถมไม่ใจแข็งพอจะปล่อยมันไปเฉยๆ ด้วย ผมมองหาไม่นาน ก็เจอร่างสูงที่ยืนพิงผนัง หันหลังมาทางนี้อยู่ไม่ไกล ควันสีขาวจางๆ และกลิ่นฉุนๆ ที่ลอยเข้ามาแตะจมูกทำให้ผมรู้ว่าเขากำลังทำอะไรอยู่

                “ขอบุหรี่หน่อยสิ” ผมพูดขึ้นทำลายความเงียบ ร่างสูงจึงหันกลับมาเลิกคิ้วมอง ก่อนจะยิ้มมุมปากเหมือนเคย

                ท่าทางเขาดูเย็นลงกว่าเมื่อครู่มาก สายตาเย็นชาที่ดูน่ากลัวนั่นกลับมาเป็นสายตาเรียบนิ่งแบบปกติแล้ว มือหนาล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกงก่อนจะดึงกล่องอะไรบางอย่างออกมา ผมชะงักไปเมื่อพบว่ามันไม่ใช่กล่องบุหรี่ แต่เป็นหมากฝรั่งที่เขาพกเป็นประจำหลังจากที่บอกว่าจะเลิกสิ่งเสพติดทำลายปอดนี่

“มีแต่ไอ้นี่” เขาโยนกล่องหมากฝรั่งมาให้ผม ซึ่งรับได้ทันอย่างหวุดหวิด เพิ่งสังเกตว่าบุหรี่ที่เขาสูบอยู่ เป็นคนละยี่ห้อกับที่เขาสูบประจำ น่าจะขอใครสักคนมาล่ะมั้ง

ผมมองกล่องหมากฝรั่งในมือ ก่อนจะยักไหล่อย่างช่วยไม่ได้ และแกะหมากฝรั่งออกมาเคี้ยวพลางเดินไปยืนพิงผนังข้างๆ ร่างสูง แล้วเงยมองท้องฟ้าโดยไม่พูดอะไร อันที่จริงผมไม่มีคำพูดอะไรเตรียมไว้ด้วยซ้ำ อาจไม่มีประโยชน์ก็ได้ที่ผมอยู่ตรงนี้ แค่คิดว่าถ้ามีคนอยู่เป็นเพื่อนสักหน่อย เขาอาจจะรู้สึกดีกว่า แต่ถ้าเขาไม่ต้องการผมก็พร้อมไป แค่ออกปากไล่มาครั้งเดียว

“นี่” ไม่นานเสียงทุ้มก็เอ่ยขึ้นมาท่ามกลางความเงียบ ผมหันกลับไปมองเสี้ยวหน้าของร่างสูงที่ยังคงพูดโดยที่ไม่หันกลับมาสบตา

“นายเคยถามใช่มั้ยว่าตกลงฉันรักผู้หญิงคนนั้นจริงๆ หรือเปล่า”

“อืม” ผมรับคำ หลายครั้งที่ผมถามเขาออกไปแบบนั้น เพราะท่าทางเย็นชาของเขา มันทำให้บางครั้งผมก็รู้สึกว่า เขาอาจจะไม่ได้คิดจริงจังกับเธอ แต่จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น มันทำให้ผมรู้ว่าเขาไม่ได้ไม่รู้สึกอะไรโดยสิ้นเชิง

“จะรักหรือไม่รักก็ไม่รู้...” ร่างสูงพูด ก่อนที่จะหันมาสบตาผม ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนที่เคยมีแต่ความนิ่งเฉยกำลังสั่นระริก

“...”

“แต่ตอนนี้...ฉันโคตรเจ็บเลยว่ะ”

“...”

ผมไม่รู้ว่าต้องพูดอะไรถึงจะทำให้หมอนี่รู้สึกดีขึ้นมาจึงได้แต่ปล่อยให้ความเงียบเป็นตัวแทนความรู้สึก

ความเงียบที่จะแสดงให้คนที่อยู่ข้างๆ รู้ว่า ผมเข้าใจดี... ว่าความเจ็บปวดจากความรักมันเป็นยังไง



[1] เพลง Demons Imagine Dragons


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 437 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,986 ความคิดเห็น

เจ้าของบทความปิดแสดงความคิดเห็น
  1. #1925 CarpeDiemYok (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 4 มีนาคม 2562 / 11:32
    เราเขียนคอมเม้นต์ไม่เก่งเอาซะเลย แต่ขอบคุณไรท์นะคะที่เขียนเรื่องนี้ขึ้นมาให้อ่านกัน เราทั้งอิน สนุกและเศร้าตามเนื้อเรื่องไปด้วย เป็นกำลังใจให้และขอบคุณนะคะ
    #1,925
    0
  2. #1924 CarpeDiemYok (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 4 มีนาคม 2562 / 11:32
    เราเขียนึอมเม้นต์ไม่เก่งเอาซะเลย แต่ขอบคุณไรท์นะคะที่เขียนเรื่องนี้ขึ้นมาให้อ่านกัน เราทั้งอิน สนุกและเศร้าตามเนื้อเรื่องไปด้วย เป็นกำลังใจให้และขอบคุณนะคะ
    #1,924
    0
  3. #1891 Jibangrin (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 11 มกราคม 2562 / 17:00
    เห้ออออออ
    #1,891
    0
  4. #1816 27 degree (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2561 / 16:05
    ก่อนอื่นเลย เราต้องขอโทษนะคะ อ่านมา10ตอนมไม่เคยเม้นเลย ขอโทษจริงๆค่ะ



    ขออนุญาตหวีดตอนน้องตรีร้องเพลงเจ้าเหมียวเตค่ะ คือจินตนาการว่าน้องต้องร้องสไลต์เป้ อารักษ์แน่ๆ แล้วนี่ก็นึกตาม เออ เฮ้ย มันได้ เท่านั้นแหละค่ะ หวีดบ้าบอคอแตกมาก



    สำหรับเราแล้ว เชนรักฟ้าไหม อาจจะรักแต่แค่แสดงความรู้สึกไม่เก่งค่ะ จนเสียเขาไปแล้วเลยรู้ว่ารู้สึกยังไงเสียไปแล้ว ทั้งความผูกพันธ์ที่มีให้ด้วย



    สำหรับเรา เรามองว่าฟ้าไม่ได้ผิด เพราะฟ้าไม่ได้นอกใจ แค่ไม่ยอมบอกว่ากำลังเจอปัญหาอะไรอยู่ จนปล่อยให้ทุกอย่างลามจนในที่สุดก็พังไปหมด 
    #1,816
    0
  5. #1740 hh_9094 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 13 มีนาคม 2561 / 11:51
    นอกหัก2คนอยู่ด้วยกัน
    #1,740
    0
  6. #1718 Kim-kibom (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2561 / 20:41
    เฮ้อ.มีแต่คนเจ็บปวดกะความรัก
    #1,718
    0
  7. #1690 Mune (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 19 มกราคม 2561 / 01:56
    เชนเองก็คงมีความรู้สึกดีๆให้ฟ้าเหมือนกัน ถ้าดูจากที่รู้ตอนนี้เราว่าฟ้าน่าสงสารนะ โดนคนอื่นเข้ามาขัดขวางความรัก ยิ่งคนนั้นเป็นพ่อแม่ตัวเองมันก็ยิ่งขัดอะไรไม่ได้ สุดท้ายก็เข้าใจผิดกับแฟนตัวเองจนต้องเลิกกัน ตรีเริ่มหวั่นไหวก่อนซะงั้นนน พี่แกแค่มองเองนะ ยังไม่รุกเลย 5555
    #1,690
    0
  8. #1665 $iviα✻ (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2560 / 23:14
    เห็นหลายคนบ่นว่าตัวประกอบบทดูเด่นกว่าตัวเอก...แต่ส่วนตัวเราโอเคกับความค่อยๆเปลี่ยนไปทีละนิดแบบนี้นะคะ ในความเป็นจริงคงไม่มีอะไรเปลี่ยนขยับเดินหน้าปุ๊บปั๊บได้ในทันทีหรอกเนอะ เรื่องนี้ทั้งสามคนต่างคนต่างผิดกันคนละส่วนจริงๆ โทษใครทั้งหมดคงไม่ได้ เชนนี่ก็คีพคาร์แรคเตอร์เย็นชาได้ตลอดจริงๆ หายเจ็บเร็วๆนะเชน คนข้างตัวนายยังว่างอยู่นะเออ
    #1,665
    0
  9. #1407 NNYuki (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2559 / 13:02
    เลิกกันได้ก็ดีแล้ว เรายอมเลว แต่เราว่าเชนไม่ได้รักฟ้าเท่าไหร่อ่ะ ตอนเชนอยู่กับตรีดูมีความสุขมากกว่าอีกกกก
    #1,407
    0
  10. #1364 สาววาย (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2559 / 14:09
    เอาอิฟ้านี้ออกไปได้ก็ดีค่ะ คู่พระนางเค้าจะได้ก้าวต่อไปมั่ง55 รู้สึกว่าบทนางจะเยอะเหลือหลาย และสงสารน้องตรีที่ไม่มีความรักกับเค้าสักที ไอ่ซันอะไรนั้นก็น่าหมั่นไส้ รู้ทั้งรู้ว่านายเอกรักมัน แต่ก็ลอบพร่ำเพร้ออะไรไม่รู้ พี่เชนรักน้องตรีเร็วๆนะคะ
    #1,364
    0
  11. #1362 few (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2559 / 16:47
    วายแน่หรอเรื่องนี้คิดว่าช-ญซะอีกไม่มีความรู้สึกว่าเป็นวายเลยผ่านมาหลายตอนแหละตัวประกอบบทเยอะเด่นจริงๆเห้ออ
    #1,362
    0
  12. #1301 lk-czsoung (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2559 / 13:14
    เชน.. ไม่รู้จะสงสารเชนหรือฟ้า โดนพ่อแม่กีดกัน แถมยังส่งลูกให้คนที่ลูกไม่ได้รัก แต่นี่ไม่สงสารนิวเลย สมควรโดนหนักกว่าหมัดอ่ะ เลว
    #1,301
    0
  13. #1124 Sweet Time (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2559 / 18:02
    เชนนน TT 
    #1,124
    0
  14. #900 pannjed . (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 15 เมษายน 2559 / 15:58
    สงสารพี่เชน T___T
    #900
    0
  15. #891 Phonsuda Kongsakul (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 15 เมษายน 2559 / 13:59
    เรื่องนี้มี เอ็นซีไหมคะ ทำไมเราอยากให้เชนตรีได้กัน ฮือๆๆๆ ตามมาจาก Boyslove คะไรท์
    #891
    0
  16. #282 รันรัณญ์. (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 13 มีนาคม 2559 / 15:05
    เชนนี่เป็นคาแรกเตอร์เย็นชาที่เท่จริงๆ
    #282
    0
  17. #136 XyXear* (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 29 มีนาคม 2557 / 14:54
    ค่อยๆขยับมาทีละนิด
    #136
    0
  18. #132 วายเข้าเส้น (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 28 มีนาคม 2557 / 22:27
    รู้สึกโล่งงง จะว่าเราเลวก็ได้มั้ง เลิกกันได้ก็ดี เพราะเรื่องนี้เป็นวายยังไงก็เชียร์ตรีอยู่ดี ถ้าไม่เลิกตรีจะคู่ใครรรรร จากที่เราอ่านมาเรื่อยๆอ่ะ เราว่าฟ้าเชนผูกพันธ์มากกว่ารักอ่ะ
    #132
    0
  19. #131 prang-plft (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 28 มีนาคม 2557 / 20:25
    กรี๊ดดดดดดดดดด สนุกเฟ่อร์
    สงสารเชน อยากต่อยพี่นิวอะไรนั่นมากเลย หมัดเดียวมันน้อยไป
    5555 จะคอยติดตามนะคะ สู้ต่อปายยยย
    #131
    0
  20. #130 yume (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 28 มีนาคม 2557 / 13:08
    สงสารพี่เชนจริงๆ ตรีจะปลอบใจยังไงดีจ้ะ
    #130
    0
  21. #129 yingsdu (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 28 มีนาคม 2557 / 01:26
    สงสารเชน T^T ตรีปลอบเชนดีๆนะ 
    #129
    0
  22. #128 pooddleboy (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 28 มีนาคม 2557 / 00:30
    เรามองว่าฟ้าก็ไม่ได้เต็มใจไปไหนมาไหนกับไอแว่นนั่นเลยนะ

    ทำไมมีแต่คนเกลียดนาง เราว่าฟ้าคงไม่มีทางเลือกหรือขี้ขลาดจนขัดพ่อแม่ไม่ได้

    แต่คงรักเซนอยู่ ดูจากการกระทำก็ไม่ได้ร้ายกรี๊ดกร๊าดจนน่าตบนะ

    อีกอย่างเราว่าแต่ก่อนเซนมันก็ทำไม่ถูกเอง ทั้งเรื่องบุหรี่อะไรนั่นอีก

    ขนาดตรีไปเตือนก็ยังพูดด้วยดีๆนี่นา เว้นแต่ว่าพอตรีกับเซนคบกัน

    แล้วนางจะแผลงฤทธิ์อันนั้นค่อยว่ากันอีกที
    #128
    0
  23. #127 kenumber (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 27 มีนาคม 2557 / 01:47
    เริ่่มรู้สึกลำคาญยัยฟ้า!!
    เมื่อไหร่นางจะออกๆ
    ไปซักทีเนี่ย #ขัดหูขัดตา

    เป็นกำลังใจให้ไรต์อัพต่อๆไปเลื่อยๆน้ะค้ะ
    #127
    0
  24. #126 XyXear* (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 26 มีนาคม 2557 / 20:20
    เมื่อไรฟ้าจะหมดบท...ฮา..
    ไรเตอร์เปิดซัมเมอร์พร้อมเค้าเลยอ่ะ 5555555
    ตั้งใจเรียนนะคะ อย่าลืมมาแต่งนิยายด้วย
    หลับบ่อยๆเสียสุขภาพนะคะ ^^
    #126
    0
  25. #125 yume (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 26 มีนาคม 2557 / 19:50
    ใกล้ชิดกันวันละนิด ชอบจริงๆ
    #125
    0