[FicKuroko No Basuke] Blue Memory {AkashixKuroko}

ตอนที่ 9 : Part 07: ข้อมูล

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 86
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    15 ต.ค. 57

cinna mon

--------------------------------------------------------------------------------------------------------
ตอนที่7 : ข้อมูล 


                หลังจากที่อาคาชิและคุโรโกะได้เดินทางกลับมาถึงบ้าน คนร่างเล็กก็ขอตัวขึ้นไปห้องอาบน้ำพักผ่อนด้วยท่าทีปกติ อาคาชิเมื่อกลับมาถึงบ้านก็แยกตัวออกไปโทรหาใครสักคนหนึ่งจนค่ำๆก็มานั่งกินข้าวร่วมโต๊ะกัน ในวันนี้การกินข้าวดูท่าจะคึกคักเป็นพิเศษเนื่องจากคุโรโกะที่คุยเยอะขึ้นและใบหน้าดูสดใสกว่าแต่ก่อน คนผมฟ้าชวนคนที่ร่วมโต๊ะอาหารและในห้องรับประทานอาหารคุยอย่างเป็นมิตรและทำตัวเหมือนกับตัวเขาเมื่อก่อนได้อย่างแนบเนียน

 

                “คุณคุโรโกะเริ่มจำป้าได้ป้าก็ดีใจแล้วล่ะค่ะ ถึงจะจำป้าได้ไม่ทั้งหมดแต่ก็ทำให้ป้ารู้สึกเหมือนคุยกับคุณคนที่ป้ารู้จักเมื่อก่อนเลยนะคะ”

 

                “เหรอครับ ผมอยากรู้จังเลยว่าเมื่อก่อนผมเป็นแบบไหน”

 

                “คุณคุโรโกะเป็นคนเงียบๆน่ะค่ะ แต่พอรู้จักกันคุณเป็นคนที่คุยด้วยสนุกมาก แถมยังใจดีอีกด้วย คล้ายๆกับตอนนี้ไม่มีผิดเลยล่ะค่ะ” ป้าแม่บ้านที่อาคาชิเรียกว่านมกล่าวพร้อมกับบรรจงตักข้าววางลงบนจานของคุโรโกะอย่างสวยงามก่อนจะเดินไปตักให้อาคาชิที่นั่งอยู่ใกล้ๆกัน อาคาชินั่งจิบน้ำชาพร้อมอ่านเอกสารบางอย่างด้วยหน้าตาเครียดเล็กน้อย คิ้วเรียวสีแดงที่เริ่มชนกัน สายตาที่ดูเอาจริงเอาจังกับงานที่กำลังจดจ่ออยู่ข้างหน้ายิ่งเสริมความน่านับถือและเท่ไปตามๆกันจนร่างบางเองยังแอบเผลอมองไม่รู้ตัว

 

                และเหมือนคนที่กำลังถูกจ้องอยู่จะรู้ สายตาที่กำลังจดจ่ออยู่กับการอ่านเอกสารเลื่อนขึ้นมาจนสบตากับสายตาของคุโรโกะพอดี ฝ่ายร่างบางเมื่อโดนจับได้ก็เสมองมายังโต๊ะอาหารแล้วตักกับข้าวกินทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ทานข้าวต่อ

 

                เขาต้องทำตัวให้เป็นปกติกว่านี้หน่อย

 

                คุโรโกะนั่งทานข้าวพร้อมกับความคิดเตือนตนเองในหัว การที่เขาจะแกล้งทำเป็นความจำเสื่อมแบบในละครนี่ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ต้องระวังทุกอย่างทั้งคำพูด อารมณ์ และลักษณะบุคลิกซึ่งถึงแม้ว่าตอนนี้เขาจะทำได้ดีเพียงใดแต่สักวันนึงเรื่องความลับที่เขาไม่ได้บอกทุกคนว่าเขาจำเรื่องเกี่ยวกับอาคาชิได้หมดทุกอย่างแล้วมันก็จะต้องถูกจับได้อยู่ดี พอถึงวันนั้นก็ค่อยมานั่งคิดแก้ปัญหาอีกทีแล้วกัน

 

                อันที่จริงเขาก็ไม่ได้ผิดเรื่องเก็บความลับนั้นเอาไว้เสียหน่อย เรื่องที่จำอาคาชิได้ก็เป็นเพียงส่วนหนึ่งของความทรงจำ  เรื่องอื่นที่ไม่ได้เกี่ยวกับอาคาชิเขาเองก็ยังจำไม่ได้เลย

 

                แต่ส่วนของอาคาชิ...มันเป็นแค่ส่วนๆหนึ่งจริงๆน่ะเหรอ?

 

                “คุโรโกะ ข้าวไม่อร่อยเหรอ?” เสียงทุ่มต่ำเรียกสติของคุโรโกะคืนมาอยู่กับจานข้าวหน้าตัวเองอีกครั้งหลังจากครุ่นคิดเกี่ยวกับตนเองอยู่ครู่หนึ่ง

 

                “อ่อ อร่อยครับ แค่คิดว่าอยากทำอาหารให้ได้แบบคุณป้าบ้างก็คงดี”ร่างบางตอกลบเกลื่อนก่อนจะหันไปทางแม่บ้านแล้วส่งยิ้มน้อยๆให้ ฝ่ายคนที่ถูกยิ้มให้ก็ยิ้มตอบก่อนจะเล่าประสบการณ์ต่างๆเกี่ยวกับการทำอาหารของตนพร้อมกับอาคาชิตั้งแต่ยังเด็กด้วยท่าทีมีความสุขราวกับภูมิใจในฝีมือของตนเองมากจนคนทุกคนๆต้องหยุดให้แม่บ้านท่านนี้เล่าเรื่องอยู่ฝ่ายเดียว

 

                “งั้นวันไหนคุณคุโรโกะว่าง ป้าจะพามาสอนทำขนมที่นายน้อยชอบที่สุดเอามั้ยคะ เผื่อคุณหนูอาคาชิเบื่อฝีมือป้าแล้วจะได้ให้คุณคุโรโกะทำให้ทานแทน”

 

                “เอ่อ ผมไม่เก่งขนาดนั้นหรอกครับ” คุโรโกะบอกปัดอย่างเร็ว อันที่จริงเขาไม่ได้สนใจการทำอะไรเลยแม้แต่น้อย ที่พูดว่าอยากทำให้เก่งเมื่อกี้เป็นแค่การพูดแก้ตัวที่ตนไม่ได้ชอบจริงๆเลย

 

                “ลองดูก็ไม่เสียหายหรอกครับคุโรโกะ ผมจะรอทานละกัน”

 

                แต่ร่างสูงที่นั่งอยู่ใกล้ๆดูจะเชื่อและตั้งมั่นว่าอยากให้เขาทำขนมมาให้กินจริงๆซะงั้น

 

                “อ่า...ครับ ผมจะลองดูนะครับ” สุดท้ายแล้วร่างบางเมื่อโดนแรงกดดันจากคนหลายๆคนเข้าก็ตกปากรับคำด้วยความไม่ค่อยเต็มใจเท่าไหร่นัก

 

                เมื่อทานข้าวเสร็จคุโรโกะก็ออกมาเดินเล่นนอกบ้าน เมื่อขาก้าวพ้นประตูหมาน้อยที่สวมชุดนักกีฬาบาสสีดำแดงก็ออกมาเห่าบ็อกๆเหมือนจะขอให้เขาเล่นด้วย แปลกมากที่อยู่ดีๆคุโรโกะก็รู้สึกชอบและคุ้นๆกับเจ้าหมาตัวน้อยนี่เหลือเกิน คุโรโกะก้มลงไปลูบหัวมันเบาๆก่อนจะค่อยๆอุ้มไปเดินเล่นบริเวณสวนหลังบ้านที่มีพื้นที่กว้างขวางพอสมควร บรรยากาศเงียบสงบพร้อมกับลมพัดโชยอ่อนๆยามดึกทำให้สภาพน่านอนดูดาวเล่นมากกว่ามาเล่นกับหมามาก

 

                “บ็อกๆ”

 

                “แกนี่น่ารักดีแฮะ  ชื่ออะไรไหนขอดูหน่อยละกัน” คุโรโกะจับปลอกคอที่มีป้ายเงินๆขนาดเล็กห้อยอยู่พลิกหน้าขึ้นมา ป้ายเงินนี่สลักไว้ทั้งชื่อ ที่อยู่และเบอร์โทรที่น่าจะสลักเอาไว้กันหาย

 

                -Nigou  

-Tel.074xxxxxxx

-89 Road.XXXX

 

แต่ข้อมูลเหล่านี้กลับคุ้นมากจนเขารู้สึกประหลาด คุโรโกะเริ่มไม่แน่ใจจึงหยิบนามบัตรติดต่อของอาคาชิเพื่อ  นำมาเทียบกับเบอร์โทรกับเจ้าของบ้านแต่กลับไม่ตรงเลยสักเบอร์ติดต่อเดียว

 

หมานี่มีเจ้าของ แต่ไม่ใช่อาคาชิ

 

คุโรโกะสรุปได้ดังนี้ก่อนจะพยายามนึกเบอร์หรือสถานที่ที่ตรงกับข้อมูลในป้ายเงินห้อยคอน้องหมานี่อย่างเอาที่สุดแต่จนแล้วจนรอดก็คิดไม่ออกหนำซ้ำยังทำให้เขาเริ่มปวดหัว ร่างบางจึงละทิ้งความพยายามเอาไว้แต่เพียงเท่านี้ก่อนจะอุ้มหมาน้อยที่ชื่อนิโกวนี่ไปไว้ยังบ้างสุนัขข้างๆบ้านแบบเดิมแล้วจึงเดินเข้าไปบ้านไปทำธุระส่วนตัวแล้วเข้านอน

หมานั่นไม่ใช่ของอาคาชิแล้วเข้ามาอยู่ที่นี่ได้ยังไง

 

หรือที่อยู่บนป้ายเงินนั่นจะเป็นที่อยู่เก่าของเขากันนะ?
 

--------------------------------------------------------------------------


              วันต่อมาอาคาชิได้พาคุโรโกะมาทำงานที่บริษัทในตำแหน่งเลขาส่วนตัวซึ่งเป็นตำแหน่งเดียวกันกับมิโดริมะ แต่งานของคุโรโกะนั่นคือการเช็ครายรับของทางบริษัทด้านการทำธุรกิจที่เกี่ยวกับการค้าขาย ซึ่งเป็นการช่วยแบ่งเบาภาระงานของมิโดริมะได้มากโข การเริ่มงานวันแรกจึงเป็นแค่การศึกษางานที่ไม่ค่อยยากมาก และเนื่องจากเป็นครั้งแรกที่ได้เข้ามาทำงานจริงจังอาคาชิจึงมอบหมายให้มิโดริมะพาคุโรโกะสำรวจบริษัท หลังจากที่คุโรโกะนั่งรถมากับอาคาชิเขาก็แทบไม่เจออาคาชิเลย

 

โอกาสที่จะเก็บรวบรวมความทรงจำก็ช่วงนี้แหละ

 

“คุโรโกะคุง มีที่ไหนที่อยากไปดูอีกไหมครับ”เมื่อเดินมาถึงชั้นห้องรับรองแขกที่เป็นชั้นสุดท้ายของบริษัท คุโรโกะก็เดินตรงไปยังห้องที่หน้าประตูห้องมีป้ายเขียนว่า [ห้องพักหัวหน้าบริษัท] พร้อมหันกลับมาหามิโดริมะ

 

“ผมเข้าไปได้ไหมครับ?”

 

“เอ่อ ถ้าจะหาคุณอาคาชิให้ลงไปห้องข้างล่างนะครับ คุณอาคาชิตอนนี้ไม่ได้อยู่ห้องนี้หรอกครับ”

 

“ผมไม่ได้จะมาหาอาคาชิซังน่ะครับ ผมอยากเข้าไปดูว่าห้องพักของอาคาชิซังจะมีอะไรบ้าง”

 

“เอ่อ ผมเกรงว่าคุณอาคาชิจะไม่สะดวก...” ก่อนมิโดริมะจะได้พูดจบสายตาสีเขียวมรกตก็ได้สังเกตุเห็นคนๆหนึ่งที่เขาต้องการจะคุยด้วย มิโดริมะจึงบอกให้คุโรโกะลงไปหาอาคาชิที่ห้องข้างล่างแทนก่อนจะวิ่งไปหาคนๆหนึ่งแล้วทิ้งให้คุโรโกะอยู่หน้าห้องพักของอาคาชิคนเดียว

               

ถ้าเป็นคุโรโกะเมื่อก่อนไม่ว่าใครพูดอะไรเขาก็จะรับฟังและทำตามไปหมดแต่ตอนนี้ไม่ใช่อีกแล้ว เมื่อได้โอกาสคุโรโกะจึงแอบลอบเข้าห้องของอคาชิโดยใช้บัตรสแกนVIPที่อาคาชิให้ไว้แตะลงที่เซ็นเซอร์หน้าประตูห้องก่อนจะได้ยินเสียงดังกริ๊ก แล้วคุโรโกะจึงลอบเข้าไป

 

ภายในห้องเป็นเหมือนห้องพักคอนโดหรู มีทั้งโซฟา ทีวีจอโค้ง ชุดสเตอริโอและชั้นเก็บหนังสือมากมาย หากใครโดนปิดตามาตอนก่อนเข้าบริษัทแล้วมาอยู่ในห้องนี้เลยคงต้องนึกว่าที่นี่เป็นคอนโดราคาแพงแน่นอน

คุโรโกะเริ่มต้นด้วยการเข้าไปดูที่โต๊ะหนังสือต่างๆแต่ลิ้นชักทั้งหมดนั้นดันถูกล็อกไว้หมด ร่างบางจึงย้ายมาจดจ่ออยู่กับชั้นหนังสือแล้วค่อยๆเดินดูชั้นหนังสือที่มีหนังสือเรียงรายอยู่นับสิบเล่ม หนังสือทั้งหมดนั้นส่วนใหญ่จะเป็นพวกนิยายแปลซะส่วนใหญ่ แต่แล้วสายตาก็ต้องมาหยุดอยู่ที่สันหนังสือเล่มหนึ่งที่ดูต่างจากพวก

 

‘LOVE at first sight of HIM’

 

สันหนังสือนี้ถ้าดูผ่านๆคงไม่ได้สังเกตอะไร แต่ถ้าลองดูดีๆกลับพบว่าหนังสือเล่มนี้ส่วนใหญ่น่าจะเป็นการทำมือขึ้นมาเองเสียหมด แม้หน้าปกจะเป็นกระดาษพิมพ์แต่ก็แตกต่างกับกระดาษปกของพวกนิยายที่อยู่ในล็อกเดียวกัน คุโรโกะจึงหยิบออกมาเปิดดูอย่างระวังมือก่อนจะต้องตกตะลึงกับเนื้อหาที่อยู่ในหนังสือ

 

มีแต่รูปของคุโรโกะทั้งนั้น!!!

 

หนังสือแต่ละหน้าจะมีภาพแปะไว้และมีการเขียนบรรยายใต้ภาพถึงเวลา สถานที่ และรายละเอียดต่างๆเกี่ยวกับตัวคุโรโกะ เมื่อร่างบางดูดีๆจึงได้รู้ว่ารูปเหล่านี้ที่อยู่ในสมุดรวมภาพเหล่านี้เป็นรูปแอบถ่ายทั้งนั้น ทั้งตอนเขายิ้ม เขาหัวเราะ เขากำลังเหม่อ หรือแม้กระทั่งตอนเขาเผลอนอนหลับ

 

เมื่อเปิดไปเรื่อยๆภาพต่างๆของคุโรโกะก็ดูจะย้อนกลับไปวัยเด็กมากขึ้น ทั้งตอนที่เขาอ่านหนังสือบนทางเดินระเบียงตอนม.ปลาย หรือแม้กระทั่งตอนที่คุโรโกะแอบไปร้องไห้หลังตึกเรียนหลังโดนเพื่อนแกล้ง

 

นี่อาคาชิรู้จักเขาตั้งแต่มัธยมต้นเลยเหรอ!?!

 

คุโรโกะประหลาดใจกับอาคาชิแม้ในใจจะพยายามปฎิเสธตัวเองว่าคนผมแดงไม่ได้คิดอะไรกับตนมากกว่าผลประโยชน์ที่ได้ แต่ความรู้สึกที่มีอยู่ในใจตอนนี้กลับทำให้คนผมฟ้าหน้าแดงระเรื่อและเขินอยู่คนเดียวจนห้ามไว้ไม่อยู่

 

กริ๊ก!

 

เสียงปลดล็อกของประตูเรียกสติของคุโรโกะคืนจากภวังค์ในทันที เมื่อร่างสูงผมแดงได้ก้าวเท้าเข้าห้องมาคุโรโกะเองก็รีบเก็บหนังสือเล่มนี้เข้าที่ให้เหมือนเดิมก่อนจะพยายามหาที่ซ่อนแม้ไม่ทันแล้วก็ตาม

 

“เข้ามาทำอะไรครับคุโรโกะ?”

 

“ครับ? ผมอยากมานอนพักน่ะครับ ไม่รู้จะไปพักที่ไหนเลย เอ่อ...มาพักห้องอาคาชิซังแทน”

“เหรอครับ แล้วเมื่อกี้หยิบหนังสืออะไรมาอ่านเหรอครับ”

 

“ผมแค่หยิบมาดูน่ะครับ ยังไม่ได้อ่านเลย แหะๆ....ว่าแต่ทำไมอาคาชิซังถึงได้ขึ้นมาล่ะครับ?”

 

“ผมก็แค่อยากมาดูน่ะครับว่าใครมันแอบลอบเข้าห้องผม ทุกครั้งที่ห้องของผมมีคนเข้าออกจากคนอื่นที่ไม่ใช่ผมมันจะส่งสัญญาณมาเตือนน่ะครับ” อาคาชิว่าพร้อมยกสมาร์ทโฟนในมือขึ้นมาก่อนจะเปิดให้ดูถึงการแจ้งเตือนที่ว่า ก่อนจะเก็บเข้ากระเป๋ากางเกงดังเดิมแล้วค่อยๆเข้ามาประชิดร่างบางเรื่อยๆพร้อมถามดูน้ำเสียงอ่อนโยนปนกระหาย(?)แปลกๆ“รู้สึกปวดหัวอีกแล้วเหรอ?”

 

“ตะ..ตอนนี้ไม่รู้สึกแล้วล่ะครับ ผมคิดว่าผมน่าจะพอไปทำงานไหวแล้ว” เมื่อเห็นท่าไม่ดีคุโรโกะจึงรีบบอกปัดก่อนจะเดินเลี่ยงห่างออกจากตัวอาคาชิ แต่เนื่องจากช่วงแขนที่ยาวกว่าคุโรโกะจึงถูกดึงแขนจนต้องเซมาซบอยู่บนอกกว้างของอาคาชิพร้อมรับกอดที่มาจากคนตัวสูงและเสียงกระซิบเบาๆที่ข้างหูจนรู้สึกสยิว

 

“ผมลืมบอกคุโรโกะไปอย่างนึงน่ะ”

 

“คะ..ครับ?”

 

“นอกจากโทรศัพท์มันจะเตือนว่ามีคนเข้ามาในห้องแล้วมันยังสามารถฉายภาพที่อยู่ในห้องขณะนั้นได้ด้วยว่ามีคนทำอะไรอยู่ในห้องบ้าง”

 

!?!?!

 

“ผมก็เลยรู้หมดเลยล่ะว่าคุณกำลังค้นห้องผม เอาล่ะ...”เมื่อจบประโยคอาคาชิก็จับคางคุโรโกะขึ้นให้สายตาของเขาประสานกับแววตาของคุโรโกะก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงแบบเดิมแล้วยิ้มเย็นๆพร้อมบีบคางคนร่างเล็กจนแรงขึ้น “คุโรโกะก็รู้ว่าผมไม่ชอบคนโกหก บอกผมได้รึยังครับว่ากำลังหาอะไรอยู่?”

 

“ผมแค่...จะอ่านหนังสือ”

 

“หนังสือ? แล้วทำไมต้องไปค้นที่โต๊ะผมด้วยครับ?”อาคาชิพูดเนิบๆแต่กลับทำให้คนฟังเช่นคุโรโกะขนลุกกราวอย่างไม่รู้ตัว มือที่บีบคางเมื่อครู่ค่อยๆเลื่อนต่ำลงเรื่อยๆลงมายังอกเอวสะโพกจนคนร่างบางสะดุ้งก่อนร่างสูงจะเรียกสติคุโรโกะกลับมาอีกครั้งด้วยการพูดนิ่งๆใส่ด้วยรอยยิ้มเหมือนเดิม

 

“ตอบได้รึยังครับ?”

“ผม...ผมแค่อยากจะรู้จักคุณมากขึ้น การที่คุณรู้เรื่องของผมแต่ผมไม่รู้เรื่องของคุณเลยมันสิ่งที่ไม่เท่าเทียมกันเลยนะครับ อย่างน้อยอาคาชิซังน่าจะบอกผมมาบ้างเกี่ยวกับตัวคุณ”

 

“มีอะไรอีกไหมครับ?”

 

“กะ..ก็ แล้วถ้าผมไม่ได้มาห้องนี้ ผมก็คงไม่รู้ว่าอาคาชิซังรู้จักผมมานานมาก คุณแอบเก็บรูปผมตั้งแต่ตอนสมัยที่ผมเดาว่าผมน่าจะอยู่ชั้นมัธยมต้น ในหนังสือเล่มที่ผมเจอมีแต่รูปแอบถ่ายทั้งนั้นเลย มันเลยทำให้ผมมั่นใจ...” คุโรโกะทิ้งท้ายไว้แล้วเม้มปากไม่พูดต่อ หลบสายตาต่อร่างสูงตรงหน้าก่อนที่ร่างสูงจะใช้วิธีบังคับแบบตนโดยการเม้มที่หูคนร่างเล็กเล่นทำให้คนร่างเล็กรู้ว่าตนทำสิ่งใดที่พลาดไป

 

“มั่นใจอะไรเหรอครับ หันมามองตาแล้วตอบผม”

 

“ทำให้ผมมั่นใจว่าอาคาชิซัง....เป็นสโตรกเกอร์”

 

จึก!

 

เป็นคำตอบที่ตรงจนทำให้คนฟังรู้สึกแปลกใจและเจ็บใจอยู่ลึกๆเหมือนกัน
[50%] 
              
อาคาชิประหลาดใจเล็กน้อยกับคำตอบที่คุโรโกะให้มา แม้ในใจจะยังไม่เชื่อว่าสิ่งที่พูดออกมาจากร่างบางนั่นจะเป็นเรื่องจริงแต่พอสังเกตุท่าทีของร่างบางที่อยู่ใต้อ้อมกอดนี้แล้วก็คิดว่าหากเชื่อไปคงไม่เสียหายอะไร

 

แต่นานๆทีจะได้กอดแบบนี้ งั้นขอแกล้งต่ออีกหน่อยจะเสียหายอะไร?

 

“ปล่อยผมเถอะครับอาคาชิซัง ถ้าหากคนอื่นมาเห็นในเวลางานแบบนี้มันจะดูไม่ดีนะครับ”

 

“ในห้องนี้ไม่มีคนอื่นนอกจากผม คุณ และมิโดริมะที่สามารถเข้ามาได้หรอกครับแล้วอีกอย่าง...ใกล้เวลาพักกลางวันแล้ว ผมกับคุณก็สามารถอยู่ในห้องนี้ได้เกือบเป็นชั่วโมงเชียวล่ะ”ปากเรียวสีแดงกระซิบที่ข้างๆใบหูที่เริ่มขึ้นสีระเรื่อ มือที่โอบเอวร่างเล็กอยู่ก็ค่อยๆดึงเสื้อเชิ้ตร่างบางออกช้าๆแล้วไต่เล่นบนแผ่นหลังเล็กของร่างบางอย่างสนุกสนาน

 

“อะ...อาคาชิซัง! หยุดเถอะครับ”

 

“แน่ใจเหรอครับว่าอยากให้ผมหยุดน่ะ”มือที่ลูบไล้แผ่นหลังขาวเนียนของร่างบางอยู่ค่อยๆไล้มายังหน้าท้องเรื่อยขึ้นมายังอกเล็กๆที่อาคาชิกำลังสัมผัสได้ว่าก้อนเหนือตรงบริเวณกลางอกของร่างบางกำลังเต้นแรงอย่างบ้าคลั่ง   ด้วยความตกใจคุโรโกะจึงพยายามดิ้นจนหลุดออกจากอ้อมอกคนตัวใหญ่กว่าแล้วรีบวิ่งหนีออกจากห้องทันที

 

หลังจากแผ่นหลังของร่างบางพ้นขอบประตูไปเขาก็เผลอหลุดยิ้มออกมาไม่รู้ตัว อาคาชิเดินไปยังชั้นวางหนังสือก่อนจะหยิบหนังสือที่รวบรวมภาพต่างๆที่เจ้าของรูปภาพที่อยู่ในหนังสือเล่มนี้ดันมาเปิดเจอแล้วหาว่าเขาเป็นสโตรเกอร์ซะได้ มือเรียวค่อยๆเปิดหน้าแต่ละหน้าด้วยความสุข จะว่าเขาเป็นพวกโรคจิตก็อาจจะใช่แต่ความจริงแล้วนั้นเขาเป็นคนที่รู้จักคุโรโกะคนแรกๆ และเคยไปทักร่างบางเมื่อนานมาแล้วแม้ร่างบางจะจำไม่ได้เลยแม้แต่น้อย

 

เขาเป็นคนเจอคุโรโกะคนแรก และคุโรโกะก็ต้องเป็นของเขาเท่านั้น

 

นั่นคือสิ่งที่อาคาชิยึดมั่นมาจนถึงทุกวันนี้และเป็นตัวจุดฉนวนความแค้นเคืองระหว่างเขากับคู่อริตัวฉกาจที่แม้ตอนเด็กๆจะเป็นเพื่อนที่สนิทกันมากก็ตาม

 

เพราะคางามิหักหลังเขาด้วยการแย่งตัวคุโรโกะไป ครั้งนี้จึงเป็นทีของอาคาชิที่แย่งคุโรโกะคืนมา

 

 --------------------------------------------------------------------------

 

ปัง!!

 

คุโรโกะเดินเข้าห้องน้ำมาพร้อมกระแทกประตูปิดดังปังก่อนจะมานั่งสงบสติอารมณ์อยู่ในห้องน้ำด้วยความเขินจนแทบจะคลั่ง ตอนนี้แม้จะไม่ได้มองกระจกเขาก็สามารถรู้ได้เลยว่าหน้าตัวเองแดงแค่ไหน ยิ่งคิดถึงสัมผัสจากมือของอาคาชิที่เขาได้รับมาเมื่อกี้หน้าเนียนกลับยิ่งร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ ถ้าเป็นไปได้คุโรโกะก็อยากจะเอาหัวโขกผนังห้องน้ำให้หัวแตกจนรู้แล้วรู้รอดกันไปเลย

 

“มันกลับมาทำงานได้ยังไง? สรุปแล้วมันยังรอดอยู่งั้นเหรอวะ?”

 

คุโรโกะเลิกคิดเกี่ยวกับเรื่องอาคาชิก่อนจะหันมาสนใจบทสนทนาของผู้เข้ามาในห้องน้ำอย่างตั้งใจ ร่างบางพับฝาชักโครกลงก่อนจะทิ้งตัวนั่งอย่างแผ่วเบาพร้อมนั่งลงอย่างใจจดใจจ่อ

 

“ถ้ามันกลับมาจริงก็ต้องทำให้มันหายไปเหมือนเดิม เข้าใจไหม”

 

“....” 

“เหอะ! ไอ้อาคาชินั่นมันก็แค่เด็กเอาแต่ใจ สำหรับมันน่ะไม่มีทางทำอะไรพวกเราได้ แต่สิ่งที่เราต้องทำคือกำจัดคุโรโกะให้หายไปเหมือนเดิม!! เข้าใจมั้ย!!

 

กำจัด?

 

มันเรื่องอะไรกัน?

 

“ถ้าทำได้ยิ่งเร็วก็ยิ่งได้เงินเยอะ จำใส่หัวเอาไว้ซะ”

 

คุโรโกะนั่งกอดเข่าและนั่งงงอยู่กับตัวเอง คนที่เข้ามาในห้องนั้นคงไม่รู้ว่าคุโรโกะอยู่ในห้องน้ำด้วยเนื่องจากเขาเข้ามานั่งในห้องข้างในสุดแล้วคุยกับปลายสายโดยที่ในประโยคสนทนานั้นก็ยังมีชื่อเขาและอาคาชิโผล่มาเรื่อยๆ แต่ถ้าฟังแล้วคาดว่าเนื้อหาส่วนใหญ่น่าจะเกี่ยวกับตัวคุโรโกะเองเสียมากกว่า

 

“เออ เดี๋ยวฉันจะออกไปทำงานแล้ว งานของพวกแกยังไม่จบ!! ตราบใดถ้าไอ้คุโรโกะนั่นมันยังไม่ตาย!! ฉันจะออกไปทำงานต่อ ถ้าแกทำงานนี้ไม่สำเร็จค่าจ้างรอบที่แล้วก็จะยังไม่ได้ ส่วนของรอบนี้แกก็จะไม่ได้เหมือนกัน จำไว้ซะ!!!” เมื่อชายคนนั้นพูดจบก็เดินออกจากห้องน้ำทิ้งให้คุโรโกะหวาดกลัวปนสงสัย อุบัติเหตุตอนนั้นอาจจะไม่ใช่อุบัติเหตุ แต่กลับเป็นความตั้งใจของใครบางคนที่ทำให้มันดูคล้ายกับอุบัติเหตุก็เป็นได้

 

เมื่อคิดได้ว่าใครบางคนกำลังพยายามฆ่าเขาอย่างจริงจังคุโรโกะเองก็แอบหวาดกลัวอยู่ลึกๆ ความทรงจำก็ยังกลับมาไม่หมดดังนั้นจึงไม่มีทางรู้เลยว่าเคยไปทำอะไรให้ใครโกรธแค้นรึเปล่า การจะสืบหาเบาะแสของคนที่อาจจะทำให้เขากลายมาเป็นคนไร้ความทรงจำแบบนี้จึงแทบเป็นไปไม่ได้

 

แต่อย่างน้อยเขาก็รู้ล่ะนะว่าคนที่มันพยายามจะฆ่าเขาทำงานอยู่ที่นี่

 

คุโรโกะเดินออกมาจากห้องน้ำด้วยความหวาดระแวง ใบหน้าเรียบเฉยกักเก็บอารมณ์ที่แท้จริงเอาไว้ภายในและพยายามทำตัวให้เป็นปกติที่สุด เวลานี้ที่ทำงานดูจะโล่งไปหมดเพราะเป็นเวลาพักทานอาหารเที่ยง คุโรโกะเดินเลี่ยงโรงอาหารขึ้นไปยังชั้นที่เป็นห้องที่ทำงานของตัวเองก่อนจะพยายามตั้งสติและละทิ้งความหวาดกลัวเมื่อสักครู่แล้วกลับมาสนใจเบาะแสที่เกี่ยวกับความทรงจำของเขาเหมือนเดิม

 

ยิ่งได้ความทรงจำกลับมาเร็วเท่าไหร่ก็ยิ่งปลอดภัย

 

“ทะ...เท็ตสึ?” เสียงทุ้มนุ่มดึงความสนใจของคุโรโกะจนต้องหันไปตามเสียงเรียก เรือนผมสีน้ำเงิน สีผิวเข้ม ร่างกายสูงใหญ่ บุคลิกของผู้ชายคนนี้ดูเป็นผู้ชายโหดๆ คุโรโกะแอบหวาดหวั่นกับคนที่อยู่ในสายตาตนเองคนนี้ เขาเองไม่แน่ใจว่ารู้จักผู้ชายคนนี้ไหมแต่ดูจากการเรียกชื่อแล้วผู้ชายคนนี้ต้องรู้จักกับเขาอยู่บ้างแน่นอน

 

หรือคนๆนี้จะเป็นคนที่จะฆ่าเขา

 

เมื่อคิดได้ดังนั้นคุโรโกะก็พยายามถอยห่างจากผู้ชายคนนั้นแบบเนียนๆ มือก็พยายามค้นหาโทรศัพท์มือถือและชวนคุยแบบที่เขาควรจะทำ

 

“คุณ..รู้จักผมเหรอ?”

 

“นาย? อย่าบอกนะว่าจำเรื่องของฉันไม่ได้เลย?”

 

“....” คุโรโกะนิ่งไปแล้วพยายามกดไล่หาเบอร์อาคาชิ คนที่เขาต้องการมากที่สุดตอนนี้

 

“ฉันอาโอมิเนะไง เท็ตสึ!

 

อาโอมิเนะ....ก็คุ้นๆอยู่นะ

 

ใช่! คุ้นมากๆ

 

“เท็ตสึ! หลังเลิกเรียนแล้วไปกินแกงกะหรี่กัน”

 

“วันนี้อาโอมิเนะคุงมีซ้อมบาสไม่ใช่เหรอครับ”

 

“ก็วันนี้วันเกิดเท็ตสึไม่ใช่หรือ? โดดซ็อมวันเดียวฉันไม่ได้เก่งน้อยลงหรอก”

 

“อึก...” คุโรโกะเอามือกุมหัวจากอาการปวดที่อยู่ดีๆก็นึกเรื่องบางเรื่องออก ทั้งๆที่ความทรงจำเขาเริ่มกลับมาอาการปวดหัวแบบนี้ก็มักจะมีทุกครั้ง แต่ก็ไม่เคยจะชินกับความเจ็บปวดนี้ซักที

 

“เฮ้!! เท็ตสึ! เป็นอะไรไปน่ะ!?!” เสียงเรียกจากชายผิวสีแทนดังเข้ามาในหัวพร้อมด้วยภาพต่างๆที่ค่อยๆแล่นเข้ามาในความทรงจำเรื่อยๆทวีอาการปวดจนคุโรโกะเริ่มทนไม่ไหวแล้วล้มลง ภาพสุดท้ายที่ได้เห็นคือภาพที่อาโอมิเนะพุ่งมาหาเขาก่อนจะรับตัวเขาไว้ก่อนที่สติจะดับวูบไป

 

อาคาชิซังอยู่ไหน ช่วยผมที      
-------------------------------------------------------------------------------------------
             ฮั๊ยยยยยยยยย จบไปแล้วกับตอนนี้=.,= ตอนนี้อาจจะไม่ค่อยมีอะไร(?)เนอะ ออกจะน่าเบื่อไปนิดสำหรับผู้ที่ต้องการความSM-.- ฮี้ๆ อาโอมิเนจจิเริ่มมีบทบาทมาบ้างละเนอะ555 ปมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ +W+ อ่านกันแบบงงๆแบบนี้ไปก่อนเนอะรีดเดอร์ เดี๋ยวไรท์เตอร์ค่อยมาเฉลยมันทีเดียว555 #โดนตรบ #จะโดนแบนมั้ยเนี่ยเรื่องของฉันนนนน

             ขอบคุณที่ติดตามกันนะคะ! เลิฟนักอ่านทุกคนค่ะ จุ้บบบ <3

 

 
 
  



[1510/2557]
[3:23 P.M.]
Contact ME: @STcurrent #Twitter
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

78 ความคิดเห็น

  1. #64 mew2233 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2558 / 20:41
    อาคาชิซัง ช่วยคุโรโกะเร็ววววว! TT เร็วเข้าอาโอมิเนะดีหรือร้ายยังไง อย่าปล่อยคุโรโกะไว้กับคนอื่นเส้
    #64
    0
  2. #44 net_269 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2557 / 17:51
    สะ...สโตรกเกอร์!? กร็ากกก ถึงกับกลั้นขำไม่ทันเลยทีเดียว ฮ่าฮ่าฮ่า //กรรไกรปักหัว
    #44
    0
  3. #43 Kisaragi Aya (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2557 / 17:15
    กร๊ากกก #โดนตบ นายน้อยยย ถึงจะเป็นพวกสโตรกเกอร์แต่เราก็ยังคงรักนายน้อยอยู่เหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลงนะคะ-------- !! #โดนน้องลากไปเก็บ >//< 
    #43
    0
  4. #41 Coco (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2557 / 16:03
    ใครจะฆ่า น้องนี้ น้องจะจำได้มากแค่ไหน

    - มาต่อเร็วๆๆนะค่ะ -

    #41
    0
  5. #40 chilly (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2557 / 17:18
    สโตรกเกอร์ กร๊ากกกกกก //โดนนายน้อยฟาด
    #40
    0