[FicKuroko No Basuke] Blue Memory {AkashixKuroko}

ตอนที่ 7 : Part 06 : ขอผมอยู่อย่างนี้สักพักนะครับ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 119
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    10 ต.ค. 57

cinna mon
------------------------------------------------------------------------------
ตอนที่ 06 : ขอผมอยู่อย่างนี้สักพักนะครับ

                 คุณเป็นใครเหรอ?

               

                ...คำถามนั่นอีกแล้ว

 

                คางามินอนกระสับกระส่ายพลิกไปพลิกมาอยู่บนที่นอน เขานอนไม่หลับเพราะเรื่องที่เจอคุโรโกะวันนี้มันทำให้เขาดีใจมากๆอย่างบอกไม่ถูกถึงแม้คนผมฟ้านั้นจะดูเหมือนเสียความทรงจำไปจนจำเรื่องของตนเองเลยไม่ได้ด้วยซ้ำ

 

                เพราะจำอะไรไม่ได้เลยไปอยู่กับอาคาชิงั้นหรือ?

               

                ยิ่งคิดเหตุผลสรุปออกมาแบบนั้นยิ่งทำให้หัวใจเขาสั่นรัว ความรู้สึกกังวลและห่วงคนผมฟ้ายิ่งมากขึ้นทวีคูณ เพราะถ้าหากเป็นแบบนั้นจริงสักวันนึงคุโรโกะต้องทรมานใจแน่นอน

 

                ต้องหาทางทวงความทรงจำคืน

               

ไม่ว่าอาคาชิจะพยายามซ่อนความทรงจำของคุโรโกะไว้ที่ไหนเขาจะไม่มีทางทำให้คนตัวเล็กที่เขารักต้องทรมานอีกเป็นครั้งที่สอง

 

 -----------------------------------------------------------------------------------

               

                คุโรโกะนอนพลิกไปพลิกมาขณะคิ้วเรียวสวยขมวดพันกันยุ่งเหยิง หอยหายใจถี่รัว หน้าตาที่กำลังหลับอยู่อาบชุ่มไปด้วยเหงื่อหลายเม็ด ความรู้สึกกลัวแล่นเข้ามาสู่จิตใจอีกครั้งหนึ่งแม้ร่างบางจะหลับอยู่ ความฝันเจ้าปัญหาที่ว่าตัวของคุโรโกะกำลังร่วงหล่นจากหน้าผาและเมื่อมองขึ้นไปนั้นก็มีคนผมสีแดงเพลิงจะคว้าเขาเอาไว้ก่อนจะตกลงสู่ความมืดมิดที่ว่างเปล่าในความฝัน

               

ความรู้สึกปวดหนึบๆที่หัวเริ่มทวีความรุนแรงจนปลุกคุโรโกะขึ้นมา ภาพความฝันนั้นยังไม่หายไปแต่ถึงแม้จะฝันซ้ำกันหลายๆครั้งเขาก็ยังนึกเรื่องของตัวเองหรือนึกหน้าเจ้าของผมสีแดงเพลิงนั่นไม่ออกสักที

               

ยิ่งคิดยิ่งรู้สึกปวดหัว เมื่อหันไปมองนาฬิกาก็เป็นเวลาที่คุโรโกะต้องตื่นพอดี ร่างบางจึงค่อยๆลุกขึ้นมาบิดขี้เกียจสักครู่หนึ่งก่อนจะค่อยๆพยุงตัวลุกขึ้นอย่างช้าๆ อาการปวดหัวยังอยู่และสร้างความรำคาญให้คนผมฟ้าอยู่เรื่อยๆ คุโรโกะจึงต้องพยายามพยุงร่างตัวเองไปอาบน้ำและทานยาแก้ปวดดังเช่นประจำก่อนจะออกมาเดินรับลมข้างนอกที่พัก

 

“เดินเล่นแถวนี้ถ้าตกน้ำไปว่ายน้ำเป็นเหรอ” เสียงทักทายแรกเริ่มยามเช้าพร้อมลมทะเลที่พัดมากระทบตัวทำให้คุโรโกะหันไปตามต้นเสียง

 

“อะ..อรุณสวัสดิ์ครับ” คนร่างเล็กหลบตาก่อนพูดทักคนร่างสูงด้วยน้ำเสียงสั่นๆ

 

                เห็นคนร่างเล็กไม่กล้าสบตา อาคาชิจึงทำการเดินเข้าไปใกล้ๆแล้วจับคางของคุโรโกะให้ใบหน้าและสายตาประสานกัน เช้าวันนี้เขาอารมณ์ดีเป็นพิเศษ คนตัวเล็กจึงถูกแกล้งแบบไม่ได้เตรียมใจมารอไว้ก่อน

               

                “หลบตาผมอีกแล้ว บอกกี่รอบแล้วว่าเวลาพูดห้ามหลบตามผม ^^?

               

                “ไม่ได้หลบตาครับ”

 

                “งั้นตอนนี้ก็มองตาผมสิครับ” เมื่ออาคาชิพูดจบก็ค่อยๆเลื่อนหน้าไปใกล้ๆคนตัวเล็ก ตาสีแดงสดทั้งสองข้างมองจ้องลึกเข้าไปในดวงตาสีฟ้าอ่อนด้วยความสเน่หา ลมหายใจร้อนรดกันตามจังหวะหายใจเข้าออกสม่ำเสมอของทั้งสองฝ่ายจนในที่สุดริมฝีปากบางๆของคุโรโกะก็ถูกทาบปิดชิดแน่นด้วยปากของอาคาชิ ความรู้สึกอ่อนนุ่มและเบาหวิวถูกถ่ายมาจากอาคาชิ

               

                ความรู้สึกต่างๆ ทั้งลมที่พัดมากระทบผิวอ่อนๆ หรือเสียงคลื่นกระทบฝั่งแบบระลอกๆราวกับอยู่ในความฝัน ความอ่อนโยนที่อาคาชิถ่ายทอดมาให้รู้สึกคุ้นเคยและใฝ่หาราวกับขาดมานาน คุโรโกะค่อยๆปล่อยให้ตนหลุดเข้าไปอยู่ในห้วงแห่งความสุขอยู่สักครู่หนึ่งจนเมื่อเริ่มคุมสติได้ขึงค่อยๆผละออกจากอาคาชิแล้วก้มหน้าด้วยความเขินอาย

 

                “อะ..อาคาชิ”

 

                “หืม??”

 

                “ผมว่าเราไปทานข้าวกันเถอะครับ เดี๋ยวจะปวดท้องเอา”

 

                “อ่า ไม่ปวดหรอก ผมทานมื้อเช้าไปแล้วล่ะ” เมื่ออาคาชิพูดจบคุโรโกะก็เงยหน้ามามองด้วยความสงสัย

 

                “ทานตอนไหนเหรอครับ??”

               
                “ทานกับคุโรโกะเมื่อกี้ไงครับ”

 

                “…//////
 

         -----------------------------------------------------------------------------------


              
               
                ขณะที่คุโรโกะและอาคาชิกำลังออกไปทำงานนอกสถานที่(?) ผู้ซึ่งรับหน้าที่ตัวแทนหัวหน้าบริษัทจำเป็นอย่าง มิโดริมะซัง ก็ต้องทำงานหนักกว่าเดิมทวีคูณ อันที่จริงเขาก็ไม่ค่อยพอใจหน้าที่เลขาที่เวลาเจ้านายไม่อยู่ต้องขึ้นมาบริหารงานเองสักเท่าไหร่ แต่เนื่องจากพ่อของอาคาชิมีบุญคุณต่อเขามากการคอยดูแลจัดการปัญหาและงานต่างๆจึงเปรียบเสมือนหน้าที่หลักเท่าชีวิตของเขาเพื่อตอบแทนบุญคุณของครอบครัวเซย์จูโร่

 

                ถึงแม้เขาจะมีอายุมากกว่าแต่ตั้งแต่ไหนแต่ไรอาคาชิก็ยังคงเป็นคนๆหนึ่งที่เขานับถือเพราะความคิดที่เป็นผู้ใหญ่มากกว่าวัยเสมอ ถึงแม้จะเหนื่อยจากการทำงานแต่ผลที่ได้รับก็ประสบผลสำเร็จอย่างดีตามที่อาคาชิมอบหมายและตั้งเป้าไว้โดยไม่มีการขาดตกบกพร่องใดๆเลยสักครั้ง จนบางครั้งมิโดริมะเองก็กลัวที่จะมาทำงานร่วมกับนายน้อยอาคาชิเหมือนกัน

 

                เพราะอาคาชิไม่เคยล้มหรือแพ้ให้ใคร ถ้าหากเขาล้มลงมาสิ่งที่จะตามมาคือเขาลุกขึ้นใหม่และพร้อมเหยียบคนที่ขัดใจเขาให้จมดินมากกว่าที่เขาล้มเป็นทวีคูณ

 

                เรื่องความรักของนายน้อยคนนี้เองก็เช่นกัน ไม่ว่าเขาจะต้องทำด้วยวิธีใดหากเจอคนที่ถูกใจหรือรักใคร่อย่างมากอาคาชิก็จะหาทุกวิถีทางทำให้คนๆนั้นมาอยู่ข้างกายตนให้ได้โดยไม่สนเรื่องวิธีการว่าจะถูกหรือผิดเช่นใด

 

                ก๊อกๆ

 

                “มิโดริมะซัง ขออนุญาตครับ”

 

                “เข้ามาได้ มีเรื่องอะไรหรือ?”

 

                “มีคนมาขอพบท่านอาคาชิครับ จะให้บอกไปว่าอย่างไรครับ”

 

                “ใคร?”

 

                “เขาชื่อคางามิ ไทกะครับ CEOของบริษัทXXที่เคยร่วมธุรกิจกันกับเราน่ะครับ”

 

                คางามิ ไทกะ....

 

                “เรียกเขามาพบผมที่ห้องรับแขกVIP” เมื่อมิโดริมะพูดจบพนักงานบริษัทก็หมุนตัวเดินออกจากห้องไป ก่อนที่มิโดริมะจะขึ้นไปยังห้องรับแขกพลางครุ่นคิดถึงการมาของคนที่ไม่ควรจะย่างก้าวเข้ามาที่นี่อีก

 

                คนที่เคยเป็นเพื่อนสนิทเจ้านายของเขา

 

                เมื่อมิโดริมะขึ้นมาถึงห้องรับแขกได้ไม่นาน เจ้าของร่างสูงผมสีแดงเพลิง นัยย์ตาดุจเหยี่ยวก็เดินเข้ามาในห้องรับแขกที่แสนกว้างขวาง มิโดริมะจึงไม่รีรอที่จะยื้ยหรือถ่วงเวลาอะไรมากมายจึงเอ่ยถามด้วยเสียงราบเรียบ

               

                “มีอะไรด่วนหรือครับถึงกล้าบุกมาที่นี่”

 

                “เรื่องของคุโรโกะ”

 

                “...!!!

 

                “เจ้านายของคุณเอาแฟนผมไปซ่อนที่ไหน บอกผมมาครับมิโดริมะซัง”คางามิพูดพร้อมกับจ้องหน้ามิโดริมะด้วยสายตาเย็นชา มือทั้งสองข้างที่กุมกันอยู่ก็กุมแน่นขึ้นจนคล้ายจะเป็นการจิกเนื้อลงไปจนมีรอยบางๆ มิโดริมะที่กำลังตกใจอยู่เนื่องจากเป็นข่าวใหม่ที่เขาเพิ่งรู้สะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะตั้งสติตอบกลับไปตามความเป็นจริง

 

                “ผมไม่รู้ แต่ความเป็นจริง....คุโรโกะคุงน่าจะตายไปแล้วนี่?”

 

                “ไม่! เขายังมีชีวิตอยู่และเจ้านายของคุณก็เป็นคนพาเขาไป!

 

                “เจ้านายของผมปล่อยวางเรื่องเขาได้ตั้งนานแล้...”

 

                “เจ้านายคุณเอาคนของผมไป!!! ผมมาขอคืน!”เมื่อสิ้นเสียงตะคอกคางามิก็ลุกพรวดขึ้นก่อนจะกระชากคอปกเสื้อของมิโดริมะจนทำให้เจ้าตัวต้องลุกขึ้นตามแรงกระชากที่มหาศาล คางามิงื้อหมัดขึ้นมาจะชกมิโดริมะ นัยย์ตาลุกประกายไปด้วยความโกรธ แต่เนื่องจากเสียงตะคอกของคางามิเมื่อครู่ดังพอสมควรเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยข้างนอกจึงกรูแห่เข้ามาในห้องและชี้ปืนมาใส่เขาจึงทำให้คางามิวางหมัดและปล่อยมืออีกข้างที่กำคอปกเสื้อมิโดริมะไว้ออก ก่อนจะพรวดพราดเดินออกไปทางประตูด้วยความโกรธ

 

                “คุโรโกะยังไม่ตาย!! เจ้านายคุณเอาเขาไปจากผม!

                ถือเป็นข่าวใหม่ที่ทำให้รู้สึกดีใจและเครียดไปในคราวๆเดียวกัน เรื่องที่คุโรโกะไม่ตายถือเป็นข่าวใหม่มากๆเพราะหลังจากคราวรถของคุโรโกะเกิดอุบัติเหตุตอนนั้นเขาก็ไม่เคยได้เห็นหน้าค่าตาหรือเรื่องราวคุโรโกะจากอาคาชิอีกเลย และช่วงนั้นเองจึงทำให้อาคาชิกับคางามิแตกคอกันจนลงรอยกันไม่ติดแบบนี้

 

                เพราะเพื่อนสนิทกันดันมาชอบคนๆเดียวกันแบบนี้ความสัมพันธ์จึงถูกตัดขาดลงอย่างไม่น่าจะมาต่อกันได้อีก

 

                “อาคาชิซัง ทำไมเรื่องใหญ่แบบนี้ถึงไม่ยอมบอกผมกันครับ”มิโดริมะทำได้แค่บ่นกับตัวเองก่อนจะไล่รปภ.ให้ออกไปทำหน้าที่ตามเดิมแล้วจึงเดินลงไปทำงานต่อโดยสมาธิไม่ได้จดจ่ออยู่กับเรื่องงานเลยสักนิดเดียว

 

 -----------------------------------------------------------------------------------

 

                วันนี้เป็นวันสุดท้ายของการออกมาทำงานนอกสถานที่(?)ของคุโรโกะและอาคาชิ ทั้งสองคนต่างไปเที่ยวบริเวณใกล้ๆเพื่อเป็นการสำรวจสถานาที่ไปในตัว คุโรโกะระหว่างเดินดูสถานที่กับอาคาชิไปเรื่อยๆจนเดินมาเจอบ้านหลังหนึ่งที่สะดุดใจจนเขาต้องหยุดเพื่อมองมัน

 

                “หืม? มีอะไรรึเปล่า”

 

                “อาคาชิครับ บ้านหลังนี้ของใครเหรอครับ”

 

                “อ่อ... มันเป็นบ้านของคนๆนึงที่ผมซื้อเอาไว้เพราะความชอบของเขาน่ะครับ”

 

                “แล้วตอนนี้เขาไปไหนล่ะครับ?”คุโรโกะพูดพรอมมองมาทางอาคาชิด้วยใบหน้าสงสัย หากแต่อาคาชิตอบกลับด้วยรอยยิ้มก่อนจะเดินต่อไปด้วยท่าทีปกติ

 

                “บ้านหลังนี้สวยจังนะครับ”

 

                “งั้นเหรอ ถ้างั้นลองเข้าไปในบ้านดูสิครับ”

 

                “ผมไม่ใช่เจ้าของบ้าน เข้าไม่ได้ครับ”

 

                “นายเป็นเจ้าของแล้วคุโรโกะ บ้านหลังนี้ผมยกให้ละกัน แล้วไว้หลังทำงานเสร็จรามาพักอยู่ที่นี่ด้วยกันบ่อยๆนะครับ”

 

                อยู่ๆหัวของคุโรโกะก็ปวดตุบๆ จนต้องทิ้งตัวลงมานั่งกับพื้นและกุมหัวด้วยความเจ็บปวด ภาพความทรงจำอยู่ดีๆก็หลั่งไหลเข้ามาจนทำให้เขาร้องเสียงหลงเรียกความสนใจจากชายหนุ่มผมแดงที่เดินนำอยู่ให้วิ่งกลับมาพะยุงตัวร่างบางไว้

               

                “คุโรโกะ! เป็นอะไรหรือเปล่าครับ”

 

                “ผะ..ผมป่าว” คุโรโกะพูดเสียงอ่อย นัยย์ตาเริ่มพล่ามัว อาการปวดหัวเริ่มทวีคูณหนักขึ้นเมื่อเจ้าตัวเริ่มพยายามคุ้ยหาความจำเพิ่มขึ้นจนทำให้ในที่สุดร่างบางก็ค่อยๆทิ้งตัวก่อนจะหมดสติไปอยู่ในอ้อมแขนของชายร่างสูงที่ร่างบางพอจะรู้เรื่องของเขามาบ้างแล้ว

 

                อาคาชิเคยรู้จักเขาจริง

               

                แถมยังรู้จักมากพอจนสนิทเลยก็ว่าได้
 

-----------------------------------------------------------------------------------

                ขณะนี้ผมและคุโรโกะกำลังอยู่ที่โรงพยาบาลห้องพักพิเศษซึ่งผมเป็นคนพาเขาเข้ามา ตั้งแต่ตอนที่คุโรโกะหมดสติไปตอนนั้นจนตอนนี้ก็ล่วงเลยมาเป็นเวลาประมาณ7ชั่วโมงได้แล้ว แต่คนร่างบางตรงหน้าของผมก็ยังไม่ตื่นขึ้นมาสักที

               

                ผมนั่งกุมขมับหน้าผากด้วยความร้อนใจ ความหวาดระแวงต่อการลาจากหวนคืนกลับมาอีกครั้งถึงแม้หมอจะบอกว่าคุโรโกะเพียงแค่หมดสติไปเท่านั้นแต่ผมก็ยังไม่วางใจเพราะความกลัวต่อการสูญเสียมันมากเกินกว่าที่ผมจะปลอบใจตัวแองได้ว่าคนที่นอนอยู่บนเตียงคนป่วยตรงหน้าไม่ได้เป็นอะไร

 

                การหวาดกลัวต่อการสูญเสียคนรักเป็นแผลที่แสนสาหัสและเขาจะไม่ยอมสร้างแผลนั้นขึ้นมาด้วยตัวเขาเองแน่นอน

 

                แต่ผลจากความกลัวก็เหมือนจะโดนลบเลือนไปถ้าคุโรโกะไม่กลับมาอีก มันเป็นความดีใจและความสุขที่สร้างความกลัวนี้ให้กลับมาอีกครั้งหลังจากที่คุโรโกะกลับมา

 

                แต่เพียงคุโรโกะอยู่ เขาก็จะปกป้องไม่ให้เขาหายไปไหนอีก

 

                ร่างบางเริ่มขยับตัวอยู่บนเตียง เปลือกตาที่เคยปิดสนิทเริ่มเปิดออกพร้อมกับสีหน้ามึนๆงงๆก่อนจะค่อยๆใช้แขนพยุงตัวให้นั่งได้แล้วใช้มืออีกข้างที่ยังว่างบีบนวดขมับเบาๆเพื่อคลายคิ้วที่พันกันยุ่งเหยิง

 

                “คุโรโกะ รู้สึกดีขึ้นรึยัง” ผมวางนิตยสารที่อ่านอยู่ก่อนจะหันมาสนใจคนตัวเล็กตรงหน้า แขนทั้งสองข้างของผมเอื้อมไปกอดคนตัวเล็กอย่างหลวมๆด้วยความอุ่นใจ ถ่ายทอดความรู้สึกที่มีต่อคนตัวเล็กตรงนั้นผ่านทางการกอดนี้ให้หมดสิ้น

 

                “ขอบคุณมากนะครับ อาคาชิซัง

 

                เมื่อได้ยินการเรียกชื่อที่เปลี่ยนไปของคุโรโกะผมจึงชะงักไปชั่วขณะ ความกลัวบางอย่างผุดขึ้นมาในใจอย่างเด่นชัด ผมคลายกอดก่อนจะมองหน้าคุโรโกะด้วยใบหน้ายิ้มน้อยๆเหมือนอย่างทุกที

 

                แต่ในความรู้สึกผมมันกลับรู้สึกแปลกไปอย่างเห็นได้ชัด

 

                “เป็นไงบ้าง รู้สึกดีขึ้นไหม”

 

                “ครับ ขอบคุณนะครับ ผมเริ่มจำบางอย่างที่เกี่ยวข้องกับตัวเองได้บ้างแล้วครับ เพราะบ้านหลังนั้นที่อาคาชิซังซื้อไว้ให้ผมแท้ๆ ขอบคุณมากนะครับ” สิ่งที่คุโรโกะตอบกลับผมมาทำให้การคาดเดาของผมนั้นผิดพลาดไปเล็กน้อย แต่ผมก็ยังคงความเป็นอาคาชิแสนดีคนเดิมเอาไว้ได้อย่างไม่มีผิดเพี้ยน

 

                แสดงว่าความทรงจำยังกลับมาไม่หมดสินะ

 

                “ถ้าผมจำทุกอย่างได้หมดก็คงจะดีแท้ๆ ทำยังไงกันนะผมถึงจะจำทุกอย่างได้สักที” คุโรโกะว่าพลางจับหัวแล้วส่ายน้อยๆด้วยรอยยิ้มปนความเศร้า แต่แล้วก็หันหลับมาหาผมด้วยใบหน้าสดใสและเริ่มพูดเยอะกว่าแต่ก่อน

               

                “ถ้าผมจำทุกอย่างได้ผมว่าเราน่าจะไปพักที่บ้านนั่นกันดีกว่านะครับ ถ้าบ้านมันพูดได้ผมคิดว่ามันคงจะบอกว่าเหงาเพราะไม่มีใครไปอยู่แน่ๆเลยล่ะ”

 

                “ครับ คุโรโกะหิวอะไรไหม?”

 

                “อืม...แหะๆ จะว่าไปก็เริ่มหิวเลยล่ะครับหลังจากอาคาชิซังทักผม”

 

                “งั้นเดี๋ยวผมลงไปซื้อของมาให้ทาน คุโรโกะก็นอนพักอยู่ตรงนี้นะครับ” ผมว่าพลางสวมกอดคุโรโกะก่อนจะเดินออกจากห้องพักโดยก่อนออกก็หันไปยิ้มน้อยๆแบบเดิม เมื่อประตูห้องพักผู้ป่วยปิดลงรอยยิ้มเมื่อครู่ที่ผมบรรจงสร้างให้ร่างบางก็หายไปเหลือทิ้งไว้แต่ความกังวลต่างๆที่เกี่ยวกับเรื่องความทรงจำของคุโรโกะ

               

                กลัวมาก

               

                กลัวว่าถ้าความจำเขากลับมาทั้งหมดแล้วผมจะไม่มีวันได้กอดเขาอีกแบบวันนี้

 

 -----------------------------------------------------------------------------------

 

                เมื่อประตูห้องพักปิดลงรอยยิ้มที่แต่งเติมบนหน้าร่างบางก็เลือนหายไปเหลือทิ้งไว้เพียงความเงียบและใบหน้านิ่งๆของคนผมฟ้าที่นั่งอยู่บนเตียงด้วยความอึดอัด คุโรโกะค่อยๆขยับตัวลงมาจากเตียงช้าๆด้วยความเพลียและเหนื่อยอ่อน หัวที่ปวดหนึบๆก็พอที่จะทุเลาอาการปวดลงบ้างแล้วแต่ก็ยังหายไปไม่หมดสักที

 

                เช่นเดียวกับความทรงจำของเขาที่ยังกลับมาไม่หมดสักที

 

                ตอนนี้ในหัวของคุโรโกะจำเรื่องเกี่ยวกับอาคาชิได้หมดแล้ว แต่ก็แค่เฉพาะเรื่องของอาคาชิเท่านั้นที่จำได้ เรื่องของตัวเองและคนที่เคยเจอคุโรโกะที่ร้านอาหารคราวก่อนก็ยังจำไม่ได้เลยสักนิด

 

                คุ้นๆเหมือนจะชื่อ...คางามิ?

 

                แต่จำชื่อได้ก็แค่นั้นเพราะเขายังจำเหตุการณ์ต่างๆเกี่ยวกับเขาคนนั้นไม่ได้เลยสักนิด แถมอยู่ดีๆก็มีใบหน้าปริศนาโผล่แถมมาเพิ่มแต่ก็จำได้แค่ลักษณะคร่าวๆ ชื่อแส้อะไรเขาก็ยังไม่รู้จักเลย

 

                ยิ่งคิดก็ยิ่งปวดหัว

 

                คุโรโกะลุกจากเตียงแล้วเดินมายังระเบียงห้อง ร่างบางเปิดประตูออกพร้อมหิ้วสายน้ำเกลือออกมาแล้วแขวนไว้ยังที่แขวนบริเวณริมระเบียง สายตาก็ทอดมองออกไปยังวิวต่างๆ โชคดีที่โรงพยาบาลที่นี่เป็นโรงพยาบาลต่างจังหวัด เมื่อมองออกมาเขาจึงยังพอสังเกตุเห็นต้นไม้ภูเขาและวิวซึ่งแซมด้วยบ้านเป็นหย่อมๆทำให้ไม่เบื่อหรือรกสายตามากนัก

 

                มองออกไปพลางคิดถึงเรื่องที่อาคาชิพยายามทำดีกับเขาตั้งแต่วันที่อาคาชิเจอเขาที่ไร่องุ่นของคุณย่าใจบุญที่ช่วยชีวิตเขาไว้จากเหตุการณ์รถตกเหวเมื่อเกือบปีที่ผ่านมา ทำให้เขาทั้งมีความสุข ความรัก และความอบอุ่นใจเหมือนอย่างแต่ก่อน แต่เพราะความทรงจำที่อาคาชิได้ฝากไว้ก่อนที่เขาจะความจำเสื่อมได้หวนคืนกลับมาอีกครั้ง

คุโรโกะจึงทำได้แค่ปั้นหน้ายิ้มรับความรู้สึกที่ก่อตัวขึ้นมาในใจอย่างเงียบๆและทำตัวแบบปกติจนกว่าความทรงจำของเขาจะกลับมาทั้งหมด

 

                อาคาชิทำดีกับเขาเหมือนก่อนทุกอย่าง ทำดีกับเขาโดยเฉพาะต่อหน้าแบบเดิมทุกอย่าง!

 

                ทั้งรอยยิ้ม การกอด การจูบที่อาคาชิมอบมาให้นั้น ตั้งแต่ตอนที่เขาและอาคาชิรู้จักกันมันกลับเป็นแค่ความรู้สึกดีและฝันลมๆแล้งของเขาเองทั้งหมด มีอยู่สิ่งเดียวที่อาคาชิจริงใจกับเขาตลอดมาที่เขารู้นั้นก็คือ ผลประโยชน์

 

                ถึงแม้ความรู้สึกที่เขามีให้ต่ออาคาชิจะยังคงไม่แปรเปลี่ยนไป ชอบอย่างไรก็ยังชอบเหมือนเดิมและอาจชอบมากกว่าเดิมด้วยซ้ำแต่สุดท้ายแล้วเขาก็ต้องเดินหนีออกมาจากวังวนแห่งการเพ้อฝันสักที

 

                เขาจะไม่ยอมโดนหาผลประโยชน์ฝ่ายเดียวอีกต่อไป

 

                แต่เขาจะอาศัยสิ่งที่อาคาชิมอบมาให้เพื่อมาช่วยเป็นเครื่องมือตามหาความทรงจำของเขาที่เหลือเหมือนกัน!

 -----------------------------------------------------------------------------------

 

                เมื่อร่างสูงเปิดประตูเข้ามาภายในห้องพักผู้ป่วย ก็เห็นร่างบางที่อยู่ริมระเบียงกำลังพยายามจะปีนออกโดยที่ขาข้างหนึ่งได้ก้าวพ้นรั้วระเบียงไปแล้ว ของที่ถืออยู่ในมือของอาคาชิหล่นลงสู่พื้นพร้อมกับใจที่หล่นลงไปถึงตาตุ่มเช่นกัน ด้วยปฎิกิริยาอัติโนมัติของอาคาชิ ร่างสูงจึงพุ่งไปคว้าร่างบางที่อยู่บริเวณระเบียงออกมาจากบริเวณริมรั้วแล้วสวมกอดแน่นด้วยความตกใจ

 

                “อะ...อาคาชิซัง กลับมาแล้วเหรอครับ”

 

                “เมื่อกี้นายจะทำอะไร!?!

 

                “ครับ? ผมแค่.. เอ่อ”

               

                “จะทำอะไร!?!” ร่างสูงไหล่สั่มเทิ้มด้วยความกลัว กระชับกอดรัดตัวคุโรโกะแน่นก่อนจะใช้มืออีกข้างหนึ่งกดหัวของคุโรโกะให้ซบมาบริเวณไหล่กว้างล็อกตัวไม่ให้ไปไหน บรรยากาศรอบข้างดูเหมือนถูกกดpauseเอาไว้ชั่วขณะหนึ่งจนในที่สุดคุโรโกะก็ได้ทำลายความเงียบนั่นด้วยคำพูดที่อาคาชิคาดไม่ถึง

 

                “ผมกำลังจะช่วยนก ใจเย็นๆแล้วดูนั่นสิครับ”

 

                ร่างบางผลักตัวอาคาชิออกก่อนจะชี้ไปทางริมระเบียงของห้องข้างๆที่มีลูกนกตัวน้อยๆที่ดูเหมือนจะมีบาดแผลที่ปีกขวาจนขยับปีกไม่ได้ เมื่อเห็นดังนั้นอาคาชิที่ไหล่สั่นเพราะความกลัวก็ดึงคุโรโกะจนร่างบางเซเข้าซุกอกกับร่างใหญ่อีกครั้ง ก่อนจะตามมาด้วยเสียงพูดที่ดูใจเย็นลงบ้างของร่างสูงที่เขาซบอกอยู่

 

                “อย่าทำแบบนั้นอีกได้ไหม ผมกลัวว่านายจะหายไปอีก”

 

                “ผมแค่จะช่วยนกที่อยู่ตรง..”

 

                “ขอร้องนะคุโรโกะ อย่าหายไปอีก”

 

                “.....”

 

                “ผมกลัว ถ้านายหายไปอีกผมจะทำยังไง ผมไม่อยากที่จะต้องสูญเสียคนที่ผมรักไปอีกเป็นครั้งที่สองแล้ว”

 

                “.....”

 

                “ทำอะไรนึกถึงความปลอดภัยและความรักของผมบ้างได้ไหม”

 

                “อ่า..ครับ แต่อาคาชิครับ ผมว่าหยุดกอดผมแบบนี้ก่อนนะครับ ผมหายใจไม่ออกแล้ว” คุโรโกะดันอกออกเบาๆก่อนจะเลื่อนมือที่ผลักหน้าอกใหญ่มาจับมือของอาคาชิไว้ข้างหนึ่งแล้วใช้มืออีกข้างหนึ่งยกขึ้นมาเกี่ยวก้อยสัญญาก่อนจะตอบกลับมาด้วยรอยยิ้มสดใส

 

                “ผมสัญญาครับว่าผมจะไม่หายไปไหน ผมจะอยู่ตรงนี้ตลอดไปตราบเท่าที่อาคาชิซังยังเป็นอาคาชิซังคนที่ปกป้องผมคนเดิม และจะคอยทำงานให้คุณตามที่ได้รับมอบหมายมาจากคุณย่าด้วย” คุโรโกะพูดพร้อมกับยิ้มส่งให้แบบเดิม อาคาชิที่ถูกปลอบจึงโล่งใจไปเปราะหนึ่งก่อนจะดึงตัวคุโรโกะเข้ามาประกบริมฝีปากด้วยความนุ่มนวลโดยที่คุโรโกะเองก็เต็มใจยอมให้อาคาชิจูบเช่นกัน

 

                ความรักที่ส่งผ่านมาทางริมฝีปากเล็กของร่างบางนั้นเป็นของจริง เป็นสิ่งที่ทำให้อาคาชิมั่นใจว่าคนตัวเล็กตรงหน้าจะยังคงอยู่กับเขาตลอดไป ยังคงสร้างความเชื่อมั่นและความรัก ความหลงใหลในตัวของคนผมฟ้าไม่เปลี่ยน ความหวังเล็กๆในการที่จะได้ยืนเคียงข้างในฐานะคนรักเริ่มกลับมาเต็มร้อยพร้อมกับความรู้สึกชอบของคนร่างสูงที่มีให้แก่คนตัวเล็กที่ยิ่งทวีคูณ

 

                ซึ่งความรู้สึกนั้นร่างบางก็รู้สึกเช่นเดียวกัน ทั้งโหยหาและต้องการมากเหมือนเมื่อก่อนไม่เปลี่ยน ความรู้สึกที่คุโรโกะมอบให้อาคาชิไปนั้นเป็นของจริงตลอดเวลาและทุกครั้งที่อาคาชิมารับไป แต่ความเป็นจริงในความทรงจำก็ยังไม่แปรเปลี่ยน ความรักที่เขามอบให้จึงกลายมาเป็นเครื่องมือในการตามหาความทรงจำและความจริงทั้งหมดที่เขาจะสามารถทำได้ก็เท่านั้น

 

                “ขออยู่อย่างนี้ กอดนายอย่างนี้อีกสักพักนะครับคุโรโกะ”

 

                ในขณะที่คนหนึ่งให้ความรักเพื่อจะปกป้องและครอบครองความรักเอาไว้

 

                และอีกคนกำลังใช้ความรักที่มอบให้มาตามหาความจริงทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับตน

 

                ความรักที่ทั้งสองมอบให้มันล้วนเป็นของจริงทั้งคู่เพียงแต่มีจุดประสงค์ที่แตกต่างกันเหลือเกิน แตกต่างมากเกินไปจนอาจทำให้ทั้งสองตกหลุมของตัวเองที่กำลังขุดรอเอาไว้รอให้อีกฝ่ายมาพลัดตกจนได้รับความเจ็บปวดเอง

 

                “ครับ ผมก็ขอกอดอาคาชิซังแบบนี้อีกสักพักนะครับ”

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
                  ครบแล้ววว!!! อัพ100%แล้ววว!!! +W+ แฮ่ๆ ตอนนี้อาจจะฉุกละหุกและดูจะทำให้คนอ่านและคนแต่งใจหายไปตามๆกัน(?) อยู่ๆดีๆนายน้อยของเราก็โดนตลบหลังหลอกใช้ซะงั้นU_U แอบสงสารเอกชัยเล็กน้อย รีดเดอร์ที่อ่านคงเริ่มจะหมั่นไส้(?)น้องครก.ของเรากันถ้วนหน้า อาแฮ่!! เราก็สงสารน้องครก.นะ เพราะงั้นอย่าเพิ่งว่าน้องครกของเราไป-w- อิอิอิ
            ตามที่ได้มีคนรีเควสมาว่าอยากได้รูปของCosplayerจากเรื่องKNBนี้ ไรท์เตอร์จึงขุดรูปที่มีอยู่ในเครื่องตัวเองแล้วเอามาให้ลงกันเนอะ อาจจะไม่ได้ใส่เครดิตด้วยเพราะจำไม่ได้ว่าเอามาจากเว็บไหนบ้างอ่ะU_U ขออภัยเครดิตไว้ก่อนเลยเน่อ ตามไปดูรูปได้ในตอนต่อไปเลยนะคะ>_<! 

 

[09/10/2557]
[09:30 P.M]
Contact Me : @STcurrent #Twitter

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

78 ความคิดเห็น

  1. #63 mew2233 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2558 / 20:27
    อย่าไปจำคุโรโกะ ปล่อยตัวปล่อยใจไปกับอาคาชิซังซะนะลูก อดีตที่ผ่านมาแล้วก็ปล่อยให้มันเป็นอดีตไป อย่าไปรื้อฟื้นเลย ฮือ กอดกันนานๆน้า ไม่ยากให้เรื่องเข้าความดราม่าเลย เศร้า
    #63
    0
  2. #38 net_269 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2557 / 22:24
    เนื้อเรื่องมันจะเป็นยังไงหว่าา
    #38
    0
  3. #36 LiTTeLJeSus (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2557 / 11:10
    เนื้อเรื่องพีคมาก...เพราะยังไม่มีดราม่า ///v///
    #36
    0
  4. #32 * * Lucky ^^ (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2557 / 22:51
    แล้วจะเป็นงัยต่อละเนี้ย

    เดาไม่ออกเลยจริงๆๆๆๆ มาต่อเร็วๆๆๆนะค่ะ

    อยากอ่านมาก สนุกมากค่ะ
    #32
    0
  5. #31 คนที่ไร้นาม (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2557 / 10:35
    เรื่องมันเป็นยังไง...เรื่องมันเป็นยังง๊ายยย!!???
    รีบมาต่อด่วยเลยนะคะ! ก่อนเราจะลงแดงซะก่อน 55555
    #31
    0
  6. #30 ์Nana (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2557 / 01:53
    โอ้ยยยยยยย น้องจะจำเรื่ิงยองบายน้อยได้มากเท่าไรนะ

    ลัุนมากค่ะ มาต่อเร็วๆๆนะค่ะ เป็นกำลังใจให้ สู้ๆๆๆ นะค่ะ ไรท์
    #30
    0
  7. #29 zusuran (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2557 / 19:14
    อืม หล่อจริงๆนั่นแหล่ะเนาะ เหมือนมากจริงๆ หามาให้ครบทีมสิคะ ^___^
    #29
    0