[FicKuroko No Basuke] Blue Memory {AkashixKuroko}

ตอนที่ 5 : Part 04: ยังอยู่

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 192
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    10 ต.ค. 57

cinna mon

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ตอนที่ 4 : ยังอยู่

                     กรุ๊งกริ๊ง

                เสียงกระดิ่งขนาดเล็กที่ถูกแกว่งส่งเสียงไพเราะท่ามกลางสายลมเอื่อยๆที่พัดพามาจากทางหน้าต่างดังขึ้นแหวกผ่านความเงียบที่ครอบคลุมอยู่ในห้องสีขาวที่ไร้ซึ่งคนอยู่ ของในห้องยังถูกจัดเรียงไว้ที่เดิมทั้งรูป โทรทัศน์ เตียงนอน และตู้เสื้อผ้า

                 นานแล้วที่ในห้องนี้ไม่ได้มีคนมาใช้เนื่องจากเจ้าของห้องได้หายตัวไปอย่างลึกลับหลังจากอุบัติเหตุที่ไม่มีใครคาดคิด แต่ถึงไม่มีคนดูแลห้องนี้เ เขา ก็ยังคงมาดูแลที่นี่ทุกวันอย่างไม่ขาดถึงแม้พอมาถึงห้องแล้วจะไม่มีใครออกมารับและกอดเขาอย่างเมื่อก่อนก็ตาม

                       แกร๊ก

                      “อรุณสวัสดิ์คุโรโกะ วันนี้ฉันมาทำกับข้าวให้นายแล้วนะ”

                    “....” ร่างสูงเดินเข้ามาในห้องด้วยรอยยิ้มแห่งความสุขเหมือนทุกที เอ่ยทักทายเจ้าของห้องกับอากาศ เขาเดินไปที่โซฟาแล้วทิ้งตัวลงนั่งมองรูปที่ตั้งอยู่บนโต๊ะโคมไฟข้างๆโซฟาแล้วหยิบขึ้นมา

                “เฮ้อ นายไม่ตอบฉันมาจะเกือบปีแล้วนะคุโรโกะ หายไปไหนกันนะ” เมื่อมองรูปที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มสดใสของคนผมฟ้า มือทั้งสองที่จับรูปไว้อยู่ก็ยิ่งกำแน่นขึ้น ร่างสูงกอดรูปไว้อย่างเฝ้าคิดถึง น้ำตาแห่งความเหงาก็ไหลลงมาอาบแก้มพร้อมภาพความทรงจำที่ไม่รู้ว่ามีเขาคนเดียวหรือเปล่าที่เก็บเอาไว้แล้วรอคนในรูปที่ตนกอดอยู่มาจนถึงทุกวัน

                ทั้งรอ ทั้งเหงา และอึดอัด

                น้ำตาที่ไหลออกมาล้วนแต่ช่วยได้แค่บรรเทาสิ่งเหล่านี้ให้ทำร้ายเขาน้อยลงเท่านั้น

               แต่มันก็ยังคงทำร้ายเขาอยู่เรื่อยๆทุกวันอย่างนี้จนกว่าเขาจะทำใจได้ว่าคนในรูปผมฟ้าที่ชื่อคุโรโกะคงไม่มีทางกลับมา

                คุโรโกะ เท็ตสึยะได้ตายจากเขาไปตั้งแต่อุบัติเหตุรถชนตั้งนานแล้ว!!

 -----------------------------------------------------------------------------------

                ก๊อกๆ

                แกร๊ก

                “คุณหนูเตรียมของเสร็จรึยังคะ คุณอาคาชิให้มายกของลงไปที่รถน่ะค่ะ”

                “อ้อครับ เพิ่งเสร็จเมื่อกี้นี้เองครับ”

                “โอเคค่ะ เดี๋ยวยกของลงไปให้นะคะ”พูดจบแม่นมก็สั่งให้คนขับรถยกของออกจากห้องของคุโรโกะพลางเดินยกสัมภาระที่เบาๆของคุโรโกะให้แล้วเดินลงมาที่รถ

                ร่างบางเดินลงมาที่ห้องกินข้าวแล้วหยิบขนมปังที่ถูกวางไว้กับโกโก้ร้อนที่ถูกจัดเตรียมเอาไว้ให้เขาโดยเฉพาะขึ้นมากินแล้วมองไปที่นาฬิกาเหมือนอย่างเคยแล้วบันทึกลงไดอารี่ประจำวันของเขา

                วันที่xx/xx/xx

                เวลา08:00 A.M.

                วันนี้อาคาชิคุงจะพาไปพักผ่อนที่ทะเล มาทำงานเหมือนยังไม่ได้ทำงานเลยสักนิดเดียว แถมเวลาพักยังมีเยอะมากๆ นี่ผมได้มาทำงานจริงๆหรือมาเที่ยวเล่นกันนะ

                เมื่อบันทึกลงไปก็อดถอนหายใจเล็กให้กับตัวเองไม่ได้ ทั้งที่สัญญากับคุณย่าเอาไว้แล้วแท้ๆว่าจะทำงานแล้วกลับไปช่วยงานที่ฟาร์ม แต่ตั้งแต่เขามาทำงานกับอาคาชิคุงก็ได้แค่เดินๆดูงาน เช็คความเรียบร้อยนิดหน่อยแล้วส่งผลการประเมินให้อาคาชิคุงไปวันๆเท่านั้น

                    “เท็ตสึยะ เหม่ออะไรอยู่” ขณะที่กำลังคิดอะไรเพลินๆ อาคาชิก็สวมกอดคุโรโกะจากทางด้านหลังแล้วค่อยๆกัดหูคุโรโกะเล่นอย่างสนุกสนานจนทำให้คนร่างเล็กที่ถูกกัดหูสะดุ้งออกจาภวังค์

             “เอ่อ อาคาชิซังอย่าแกล้งผมอย่างนี้สิครับ”ร่างเล็กดิ้นเบาๆ แล้วค่อยแกะมือที่โอบอยู่รอบเอวออก แต่ยิ่งแกะก็เหมือนยิ่งกระตุ้นให้คนที่ตัวสูงกว่าได้ใจกอดรัดแน่นเข้าไปอีกจนคนร่างเล็กกว่าหน้าเริ่มแดงจนไม่เป็นอันหิวอันจะกินข้าวต่อ

                “นายนี่ตัวเล็กดีจริงๆนะ หมั่นเขี้ยวชะมัด”

                “อะ...เอ่อ อาคาชิคุง ผมยังกินข้าวไม่เสร็จเดี๋ยวผมจะปวดท้องนะครับ ปล่อยผมเถอะ”

                เมื่อได้ยินดังนั้นอาคาชิก็ค่อยๆ เอามือที่กอดคุโรโกะออกแล้วเดินไปหยิบขนมปังและกาแฟมายืนกินมองหน้าคุโรโกะพลางๆก่อนจะถามคุโรโกะด้วยรอยยิ้มเหมือนปกติ “นายชอบรึเปล่าคุโรโกะ”

                “ครับ?? ชอบอะไรเหรอครับ”

                “ชอบตัวเองรึเปล่า ตัวเองที่เป็นอยู่ตอนนี้น่ะ” เมื่อพูดคุโรโกะก็ทำหน้าสงสัยแล้วตอบกลับไปอย่างไม่คิดอะไร

                “ไม่รู้สิครับ ที่เป็นอยู่อย่างนี้ตอนนี้ก็ดีอยู่แล้ว แต่ถ้าผมได้อดีต ได้ความทรงจำกลับมา ได้รู้ว่าตัวเองเป็นใครมาจากไหนมีใครเป็นคนที่ผมรักบ้างก็คงดี”

                “อ่าฮะ นั่นสินะ นายความจำเสื่อมนี่ แต่ช่างมันเถอะ กินข้าวต่อให้เสร็จเดี๋ยวเราจะได้ออกเดินทางไปทะเลกัน” อาคาชิพูดกลับด้วยรอยยิ้มก่อนจะดื่มกาแฟจนหมดแก้วแล้วเดินนำหน้าคุโรโกะไปที่รถก่อน เมื่อได้ฟังความปรารถนาเมื่อครู่ของคนที่เขาหลงรักหัวปักหัวปำอย่างนั้นก็อดรู้สึกผิดไม่ได้ที่ไม่ยอมเล่าอะไรที่เกี่ยวกับคุโรโกะให้เจ้าตัวฟังเลยสักนิด แต่เมื่อนึกถึงเรื่องคุโรโกะแล้วมีหน้าอีกคนโผล่มาความรู้สึกผิดเมื่อครู่ก็มลายหายไปเหลือแต่ความรู้สึกยินดีและพอใจขึ้นมาเสียดื้อๆที่คุโรโกะยังความจำเสื่อมอยู่แบบนี้

                “ต่อให้นายอยากจำได้อะไรมากเท่าไหร่ สิ่งที่เป็นอดีตอันไร้ค่านั่นฉันจะเก็บมันไว้คนเดียวเองนะเท็ตสึยะ”

 

-----------------------------------------------------------------------------------

                ฟุ่บ ฟุ่บ

                เสียงเท้าย่ำไปบนพื้นทรายเบาๆโดนเสียงลมและคลื่นจากทะเลกลบจนแทบไม่ได้ยินเสียง หนุ่มผมทองหน้าตาขี้เล่นค่อยๆย่องเข้าไปหาเพื่อนที่นั่งเหม่อมองทะเลอยู่บนชายหาด พร้อมกับแกล้งเพื่อนสนิทของตนดังเช่นทุกๆครั้งที่ผ่านมา

“อาโอมิเนจจิ! มานั่งเหม่ออะไรตรงนี้อีกแล้ว” เสียงใสของเพื่อนสนิทในวัยเด็กดังขึ้นพร้อมกับวงแขนที่โผล่มาโอบคอของร่างคล้ำดังเช่นปกติทุกวันทำให้คนที่นั่งเหม่อเพลินๆอยู่ถึงกับสะดุ้งแล้วแกะมือออกแทบไม่ทัน

                “บอกกี่ครั้งแล้วว่าอย่าโผล่มาแบบไม่ให้ซุ้มให้เสียงแบบนี้!

                “อาโอมิเนจจิน่ากลัวกว่าผีตั้งเยอะ จะไปกลัวทำไมผีอ่ะ” เมื่อคนถูกทักได้ยินดังนั้น จากอาการตกใจเมื่อครู่จึงเปลี่ยนมาเป็นอาการอารมณ์เสียแล้วเริ่มเปิดสงครามกับเพื่อนสนิทผมทองตรงหน้าทันที

                “นี่นายว่าฉันว่าดำเรอะ! คิเสะ!

                “อ๊า~ ผมไม่ได้ว่ามิเนจจิอย่างนั้น คิดเองเออเองเลย” เมื่อโดนทุบหัวไปก็ลูบหัวสีทองๆป้อยๆด้วยท่าทีน่าสงสารก่อนจะฟื้นกลับมาเป็นคนที่ร่าเริงอีกรอบ แล้วเริ่มเข้าสู่โหมดจริงจังแบบดื้อๆจนคนผิวคล้ำตามอารมณ์แทบไม่ทัน

                “นายคิดถึงคุโรโกจจิอีกแล้วเหรอ ถึงนั่งเหม่อน่ะ”

                “อา... ก็นิดหน่อยละนะ” 

                “ก็นะ อยู่ดีๆก็หายไป แล้วพอไม่กี่สัปดาห์ถัดมาครอบครัวก็บอกว่าตกเหวตาย จะไม่ให้นึกสงสารอยู่มันก็โหดร้ายไป” คิเสะพูดด้วยสีหน้านิ่งๆแต่น้ำเสียงกลับเต็มไปด้วยความสมเพชเล็กๆพร้อมกับแค่นเสียงเบาๆตามท้ายตามอารมณ์ที่เริ่มไม่ดี เมื่อไดกิได้ยินดังนั้นก็กระชากเสื้อของคิเสะขึ้นพร้อมกล่าวสั้นๆก่อนจะเดินหนีไปที่อื่น

                “เท็ตสึยังไม่ตาย แล้วนายก็ไม่มีสิทธิ์พูดแบบเมื่อกี้กับเท็ตสึด้วย เท็ตสึน่ะ...สำคัญมากๆ รู้ไว้ซะ”

                เมื่อไดกิเดินไปที่อื่นทิ้งให้คิเสะยืนอยู่ที่เดิม ความรู้สึกน้อยใจก็สะสมเพิ่มขึ้นทีละเล็กทีละน้อย เพื่อนสนิทของตนที่สนิทกันมาตั้งแต่เด็กกลับเห็นคนอื่นสำคัญกว่า ความอิจฉาต่อคนที่ไม่เคยคุยกันมันก็เพิ่มขึ้นจนตอนนี้คิเสะเองก็ยังไม่รู้ตัวว่าเขาได้แค้นคุโรโกะทั้งๆที่ยังไม่ได้คุยกันเลยด้วยซ้ำ

                      “สำคัญมากๆ

                ถ้าสำคัญขนาดนั้น ไม่ตายไปอยู่ด้วยกันไปเลยล่ะ

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
อาเฮื่ออออ ทุกคนคงลืมฟิคเรื่องนี้ไปแล้ว (แต่คนแต่งยังไม่ลืมนะอิอุอิ) อยากจะมาแจ้งน่ะค่ะว่าตอนนี้เราได้คอมใหม่แล้วจากที่หายไปหลายเดิอนเนื่องจากคอมเสีย ปรบมือ!! (แปะๆๆ) ขออภัยอย่างยิ่งค่ะที่ไม่ได้มาลงเลยTT ไฟล์ฟิคที่อยู่ในคอมเครื่องนั้นก็หายไปกู้คืนไม่ได้พร้อมคอมนั่นแหละค่ะ เราก็เลยต้องมานั่งแต่งใหม่นึกพล็อตที่เคยเขียนไว้ใหม่หมดทุกอย่างเลย ฮือๆ
แต่ช่างมันค่ะ-w- ตอนนี้เรากำลังติดสอบ ขอมาอัพแล้วหายไปประมาณ1สัปดาห์อะไรทำนองนี้นะคะ แล้วสัญญาว่าเราจะมาแต่งและอัพต่อให้จบค่ะ  แม้สกิลการแต่งของเราจะอืดอาดยืดยาดนานยิ่งกว่าเต่าแบกครกแต่รับรองว่าแต่งจบแน่นอนค่ะ 
เพราะตอนนี้เรามีโปรเจ็กต์อีกหนึ่งเรื่องอยู่ในหัว (ช่วยแต่งเรื่องนี้ให้จบเถอะ-__-) อุอิ
ตอนนี้มาเริ่มเปิดด้วยตัวละครใหม่อีก2ตัวเลยละกัน=w= ซับซ้อนเข้าไปอีก อิอิ รอบนี้ไม่ขอสปอยด์นะคะว่าจะมีอะไรต่อ ให้ผู้อ่านลองเอาไปแต่งต่อกันเองในหัวสร้างความฟินเฉพาะตัวดู =w= 
[New Character]
1.Kagami Taiga
 
2.Kise Ryouta (น่ารักมุ้งมิ้งฟรุ้งฟริ้ง=w=)

3.Aomine Daiki (=.,,=XXX)


[21/07/57]
(0:16A.M.)

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

78 ความคิดเห็น

  1. #61 mew2233 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2558 / 20:05
    โฮไทกะน่าสงสาร เรื่องมีปมขึ้นมาอีกแล้ว คิเสะอย่าตบคุโรโกะน้า
    #61
    0
  2. #27 net_269 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2557 / 15:58
    ...//ชูป้ายแดงดำ
    #27
    0
  3. #19 นิจิ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2557 / 17:30
    มาต่อเร็วๆๆ นะคะ่

    สนุกมากกก แดงดำ บันซัยยยยยยยย
    #19
    0
  4. #18 Molli Phynyou (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 16 เมษายน 2557 / 02:09
    ได้โปรด ให้มันเป็นฟิคแดงดำอย่างนี้ต่อไปเถอะค่ะ - -;;

       -โดยส่วนตัวแล้วหมั่นไส้บากะกามิมากอ่ะ :)
    #18
    0
  5. #17 wiwiennaniya (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 15 เมษายน 2557 / 03:03
    แลดูมีแววจะดราม่า ;_;
    ขอให้ผุดอาโฮ่ขึ้นมาคู่กับคางามินด้วยเถิด เพราะน้องเป็นของท่านนะ #โดนตบรัวๆ
    ไม่อยากให้เป็นรักสามเศร้าเลยให้ตายสิ #เตรียมทิชชู่ว T^T 
    สนุกมากค่ะ ไรท์มาต่อไวๆนะคะ อาคาชิซามะก็กอดหอมน้องอยู่เรื่อย เล่นเอาแม่ยกจิกหมอนรัวๆเหมือนกัน
    กรี๊ดดดอ่ะ 5555555 >///<


    #17
    0