[FicKuroko No Basuke] Blue Memory {AkashixKuroko}

ตอนที่ 12 : Part10 : เปลี่ยนแปลง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 89
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    27 ธ.ค. 57

cinna mon
--------------------------------------------------------------------

ตอนที่10 : เปลี่ยนแปลง

 

                คุโรโกะนั่งเหม่อลอยมองออกไปนอกหน้าต่างอย่างเงียบๆภายในรถของคากามิ นัยย์ตาสีฟ้าออกแววไม่มีความสุข ในหัวมีแต่ความคิดที่ไร้ซึ่งคำตอบมากมายวนเวียนอย่างไม่รู้จบ แม้อาการหายปวดหัวจะมีบ้างเล็กน้อยแต่เรื่องในหัวกลับมีให้คิดมากทวีคูณกว่าเมื่อก่อนซะอีก

 

                “คุโรโกะ เฮ้ ได้ยินไหม”

 

                “อ่ะ....คางามิพูดว่าอะไรนะครับ?”

 

                “ให้ตายสิ เป็นอย่างนี้ตั้งแต่ตอนออกมาจากบริษัทแล้วนะ เป็นอะไรรึเปล่า?”คากามิพูดพร้อมเลื่อนมือจากเกียร์รถมากุมมือนุ่มของร่างบางไว้หลวมๆแล้วระบายยิ้มออกมา

 

                “อ่อ เครียดเรื่องงานนิดหน่อยน่ะ คากามิจะพาผมไปไหนเหรอ?”

 

                “เดี๋ยวก็ถึงแล้วล่ะ” เมื่อคากามิพูดจบก็เลี้ยวรถเข้าซอยแห่งหนึ่งและขับต่อมาเรื่อยๆแล้วมาหยุดลงตรงหน้าบ้านหลังใหญ่แห่งหนึ่งที่ไม่คุ้นตา ประตูบ้านค่อยๆเลื่อนออกเองอัตโนมัติ คากามิจึงขับรถเข้าไปจอดรถแล้วพาคุโรโกะเดินมาหยุดอยู่หน้าบ้านที่มีสาวใช้ยืนยิ้มรับรออยู่

 

                “ยินดีต้อนรับกลับค่ะ คุณหนูคุโรโกะ”เจ้าตัวเมื่อถูกเรียกชื่อก็สะดุ้งด้วยความตกใจ คุโรโกะหันไปมองหน้าคากามิเป็นเชิงคำถามว่าทำไมคนที่นี่ถึงรู้จักชื่อเขา แต่คากามิทำเพียงแค่ยิ้มน้อยๆก่อนจะพาคุโรโกะเดินเข้าในบ้านพร้อมด้วยสาวใช้ที่เดินตามเข้ามาสมทบทีหลัง

 

                คางามิพาเดินเข้ามาในบ้านที่ถูกตกแต่งอย่างเรียบง่าย แต่ละมุมของบ้านดูสบายๆไม่ได้หรูหราอะไรมากมายเท่าบ้านของอาคาชิแต่ถ้าถามถึงของใช้แล้ว บ้านหลังนี้ก็สามารถหาของใช้ที่ต้องการได้ทุกอย่างเลยเหมือนกัน

 

                “เอาล่ะ ถึงแล้ว”

               

                “...!!!!!” เมื่อเดินมาถึงสวนที่อยู่ทางหลังตัวบ้านซึ่งมีขนาดไม่ใหญ่หรือไม่เล็กไป นัยย์ตาสีฟ้าก็พลันไปสบกับหญิงสาววัยกลางคนนั่งอยู่บนรถเข็นคนพิการ

ผมยาวสีฟ้าอ่อนปลิวไปตามแรงลมลับกับใบหน้าที่เริ่มดูมีอายุ นัยย์ตาสีฟ้าเป็นประกายกำลังมองไปยังต้นไม้ใหญ่ของสวนหลังบ้านอย่างมีความสุข รอยยิ้มที่ประดับอยู่บนใบหน้าทำให้คุโรโกะเหมือนโดนต้องมนตร์สะกดจนละสายตาไปไหนไม่ได้ ความรู้สึกบางอย่างเอ่อล้นออกมาท่ามกลางบรรยากาศเงียบสงบนี่จนเมื่อรู้สึกตัวอีกทีน้ำตาก็ไหลออกมาเป็นสายอาบข้างแก้มของคุโรโกะจนไหลสั่นอย่างหยุดไม่ได้

 

                “หืม.... คะ...คุโระจัง!! เมื่อหญิงสาวละสายตาจากต้นไม้มาพบกับร่างหนุ่มน้อยเรือนผมสีฟ้าเช่นเดียวกับตัวเองก็ร้องออกมาด้วยความปลื้มใจก่อนจะรีบเคลื่อนเข้ามาใกล้พร้อมประคองหน้าเด็กหนุ่มที่ตอนนี้เปรอะไปด้วยน้ำตาขึ้นก่อนจะเกลี่ยน้ำตาออกจากใบหน้าพร้อมยิ้มให้

 

                “ในที่สุดลูกก็กลับมาหาแม่...”

 

                “...แม่...?”

 

                “ยินดีต้อนรับกลับนะจ๊ะ นายน้อยของแม่” ว่าจบหญิงสาวก็สวมกอดเข้ากับร่างบาง น้ำตาค่อยๆไหลออกมาจากหน้าคนทั้งสองที่สวมกอดกันอยู่ด้วยความสุข ความอบอุ่นนี้เรียกความคุ้นเคยและความทรงจำของคุโรโกะกลับคืนมา ความรู้สึกคิดถึงและโหยหาเอ่อล้นจนคุโรโกะสวมกอดแน่นขึ้นก่อนจะกดหน้าลงบนไหล่ผู้เป็นแม่ของตนด้วยความคิดถึงแล้วระบายอารมณ์ออกด้วยน้ำตา

 

                “ครับ ผมกลับมาแล้ว”

 

 ---------------------------------------------------------------------------

 

                “ครับ?? คุณจะลาออก?” มิโดริมะขยับแว่นตัวเองขึ้นด้วยความตกใจก่อนจะรับซองสีขาวจากคุโรโกะมาด้วยความสงสัย

               

                อยู่ดีๆลาออกเนี่ยนะ?

 

                “ครับ พอดีผมจะย้ายไปอยู่กับแม่แล้วบ้านตรงนั้นกับบริษัทมันค่อนข้างไกลน่ะครับ ผมเลยคิดว่าจะมาลาออกแล้วย้ายไปทำงานแถวบ้านแทน”

 

                “แต่คุโรโกะซังมีสัญญาที่ติดค้างไว้กับอาคาชิซังอยู่นี่ครับยังไม่ครบกำหนดเวลาเลยด้วยซ้ำ ถ้าคุณลาออกไปแล้วจะหาใครมาแทนล่ะครับ?”

 

                “ผมโทรคุยกับคุณย่าเรียบร้อยแล้วครับ เดี๋ยวคุณย่าจะส่งคนมาใหม่และจะต่อสัญญาเพิ่มอีกครึ่งปีด้วย ถ้างั้นผมขอยื่นเรื่องกับคุณมิโดริมะเลยละกันนะครับ”

 

                “แต่อาคาชิซังยังไม่รู้เรื่—”

 

                “เขาไม่สนใจหรอกครับ” คุโรโกะชิงพูดตัดหน้าด้วยเสียงแข็ง ใบหน้านิ่งไร้ความรู้สึกส่งตรงมาที่มิโดริมะครู่หนึ่งก่อนจะหลบสายตาก้มมองพื้นแล้วยื่นซองกระดาษสีขาวมาให้แกมบังคับ มิโดริมะรับมาด้วยความหนักใจก่อนจะสังเกตท่าทีของร่างบางตรงหน้า

 

                “ทะเลาะอะไรกับนายน้อยรึเปล่าครับ”

 

                “.....”

 

                “ผมไม่แน่ใจหรอกนะครับว่าคุณทำแบบนี้แล้วจะรู้สึกดีขึ้นมั้ย แต่ถ้านายน้อยรู้นายน้อยต้องเสียใจแน่ๆครับ”

 

                “.....”

 

                “ยังมีเวลาคิดนะครับ ลองกลับไปคิดดูก่—”

 

                “ผมตัดสินใจมาแล้วครับ”

 

                “..แต่ผม

 

                “ผมเลือกแล้วว่าผมจะออกจากบริษัทนี้ ผมคิดทบทวนมานานมากแล้วครับมิโดริมะซัง ได้โปรดกรุณาเข้าใจผมด้วยเถอะครับ ผมมีเหตุผลของผมที่ต้องลาออกจริงๆไม่ว่ายังไงก็ตาม” ไหล่ของร่างบางเริ่มสั่นน้อยๆ เสียงของคุโรโกะที่เปล่งออกมาเริ่มสั่นเครือจนสังเกตได้ มิโดริมะจึงมองคุโรโกะเงียบๆก่อนจะตัดสินใจรับซองกระดาษสีขาวมาก่อนที่คุโรโกะจะโค้งเคารพแล้วเดินออกไปอย่างเงียบๆ

 

                เรื่องยุ่งวุ่นวายเกิดขึ้นเอาตอนที่เขามาดูแลรักษาการแทนอาคาชิทุกครั้งที่เจ้าตัวไม่อยู่ทุกครั้งเลย ให้ตายสิ!

 

                “อาคาชิซัง ผมว่าทีหลังเอาคนอื่นมาดูแลตำแหน่งแทนเถอะครับ”

 

---------------------------------------------------------------------------

                คุโรโกะเดินออกจากห้องผู้บริหารลงมายังที่ทำงานของตนพร้อมเก็บของใส่กล่องลังจนโต๊ะที่ทำงานโล่งเหมือนไม่เคยมีคนใช้งานมาก่อน ระหว่างที่เริ่มขนย้ายของออก เสียงที่คุ้นเคยก็ทักเขาขึ้นพร้อมกับเจ้าตัวที่วิ่งเข้ามาหาแบบพรวดพราดไม่ทันได้ตั้งตัว

 

                “คุโรโกจจิ!!! นายจะไปไหนอ่ะ! ทำงานไปแปปเดียวจะออกแล้วเหรอ!

 

                “อ่าครับ ว่าจะย้ายไปทำงานที่บริษัทอื่นน่ะ ที่นี่มันไกลบ้าน”

 

                “เหตุผลแค่เนี้ยอ่านะที่ทำให้ต้องย้ายออก!?! ไม่เอาน่าคุโรโกจจิ อันที่จริงให้รถจากทางบริษัทไปรับ-ส่งก็ได้นี่ อย่าทิ้งกันไปแบบนี้สิ!!” คิเสะว่าพลางเข้ามากอดคุโรโกะแล้วทำท่างอแงใส่ คุโรโกะทำเพียงแค่ยิ้มน้อยๆก่อนจะค่อยๆดันคนผมเหลืองออกแล้วอธิบายเหตุผลให้กับคนที่นิสัยเหมือนเด็กตรงหน้านี่

 

                “มันไกลแล้วผมจะย้ายไปดูแลแม่ด้วยน่ะครับเลยคิดว่าถ้าทำงานใกล้ๆบ้านแม่ผมมันอาจจะทำให้ผมดูแลแม่ได้สะดวกกว่า”

 

                “ง๊า!! คุโรโกจจิอ่ะ งอนได้ไหมเนี่ย” คิเสะพูดก่อนจะทำหน้ามุ่ยปากจู๋เหมือนเด็กๆ

 

                “ฮ่าๆ ขอโทษจริงๆ แต่มันหาทางอื่นไม่ได้แล้วล่ะ”

 

                “บู้ว ทำไมไม่ลองให้อาคาชิจจิช่วยล่ะ แค่คุโรโกจจิออกปากขอนะ ยังไงเขาก็ให้อยู่แล้วล่ะ”

 

                “เอ่อ...ไม่ดีกว่า ผมขอเก็บของก่อนนะ แท็กซี่ข้างล่างรอนานแล้วล่ะ”คุโรโกะพูดก่อนจะเดินหลีกออกมา ประโยคที่คิเสะพูดเมื่อครู่ทำให้เขาเจ็บใจอยู่ลึกๆจนอยากจะร้องไห้ออกมา ถ้าทำแบบที่คิเสะพูดเมื่อกี้แน่นอนอยู่แล้วล่ะว่าอาคาชิต้องช่วยเขาแน่นอน

 

                ถ้าเป็นเมื่อก่อนล่ะก็นะ

 

                คุโรโกะทยอยยกของมาเก็บเข้ารถแท็กซี่ก่อนจะเดินขึ้นมาตรวจของเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะเดินลงมาชั้นล่างเพื่อนั่งแท็กซี่กลับบ้าน ระหว่างทางก็เดินไปกดโทรศัพท์ไปจนไม่ได้มองทาง จนเมื่อถึงทางแยกของอาคารร่างกายก็รู้สึกได้ถึงแรงกระแทกอย่างแรงของคนร่างปริศนาจนคุโรโกะล้มลงกับพื้น

 

                “โอ๊ย!

 

                “โอย... ขอโทษครับเป็นอะไรรึเปล่าครับ”คุโรโกะล้มลงกับพื้นก่อนจะลูบก้นเบาๆแล้วช่วยเก็บของที่หล่นกระจัดกระจายเต็มพื้น ขณะกำลังช่วยเก็บของทั้งหมดสายตาก็เหลือบไปเห็นรูปภาพใบหนึ่งที่มีคนคุ้นตาอยู่ คุโรโกะจึงเอื้อมมือไปหยิบขึ้นมาแต่ก็โดนฉกเอาไปซะก่อน

 

                “ดูไม่ได้นะ!!” คนตรงหน้าคุโรโกะตวาดลั่นก่อนจะสะดุ้งรู้สึกตัวแล้วรีบเก็บของต่อ

 

                “ขะ...ขอโทษครับ”

 

                “มะ...ไม่เป็นไรครับ ขอตัวก่อนนะ”เมื่อพูดจบคนที่คุโรโกะเดินชนก็รีบเก็บภาพใส่แฟ้มอย่างร้อนรนก็จะรีบชันกายลุกขึ้นแล้ววิ่งหนีไปโดยก่อนจะลุกขึ้นยืนนั้นคุโรโกะได้มองป้ายชื่อพนักงานที่ติดอยู่บนปกเสื้อของชายคนนั้นพอดีก่อนที่เจ้าตัวจะวิ่งหนีไป

 

                เรียว ซาคุไร

 

                คนๆนี้กลัวเขามากเกินไปรึเปล่า?

 

               ---------------------------------------------------------------------------

                เมื่อคุโรโกะนำของที่อยู่ที่บริษัทกลับไปเก็บที่บ้านแล้วคนผมฟ้าก็นั่งแท็กซี่มาเก็บของที่บ้านของอาคาชิอย่างเงียบๆ เมื่อก้าวเท้าลงจากรถและเดินเข้ามาในบริเวณบ้าน นิโกวก็รีบวิ่งมารับเหมือนอย่างทุกทีก่อนจะตามมาด้วยเสียงของนมที่เรียกชื่อของเขาอย่างคิดถึง

 

                “คุณคุโรโกะ! หายไปไหนมาคะ นมคิดถึงคุณมากเลย ถามคุณอาคาชิก็ไม่ตอบว่าคุณคุโรโกะไปไหน ทั้งป้าทั้งนิโกวคิดถึงคุณคุโรโกะมากๆเลยนะคะ ทีหลังนี่ถ้าจะไปไหนบอกป้าก่อนด้วยนะคะ เป็นห่วงจะแย่เลย”

 

                “อ่า ครับ ครั้งนี้คงเป็นครั้งสุดท้ายแล้วล่ะครับที่ผมจะได้มาเจอกับนมแบบนี้น่ะ ขอตัวไปเก็บของก่อนนะครับ”

 

                “เอ๋? เดี๋ยวๆค่ะคุณคุโรโกะ ที่บอกเจอครั้งสุดท้ายนี่ยังไงคะ? ป้างงไปหมดเลย”

 

                “ผมจะย้ายออกแล้วครับ คงไม่ได้มาอีกแล้วล่ะ”เมื่อพูดจบคุโรโกะก็เดินขึ้นห้องนอนมาเก็บของใช้ส่วนตัว ทันทีที่พบเห็นสภาพห้องที่ถูกจัดอย่างเรียบร้อย ของทุกอย่างวางอย่างเป็นระเบียบ แม้แต่ฝุ่นสักนิดยังไม่มีติดทำให้คุโรโกะรู้ว่าห้องนี้ได้รับการดูแลเอาใจใส่ทุกวันด้วยความรักที่มีให้แก่เขามันมากมายแค่ไหน

 

                คุโรโกะยืนเสียใจกับตัวเองนิ่งๆก่อนจะค่อยๆทยอยเก็บผ้าลงกระเป๋าเสื้อผ้าทีละน้อยๆ เสื้อผ้าชุดไหนที่อาคาชิซื้อให้ก็พับเก็บเข้าตู้ไปไม่เอาติดกลับมาด้วย ของใช้ทุกอย่างที่ไม่ใช่ของเขาแต่แรกก็ถูกวางไว้ที่เดิมไม่เคลื่อนย้ายไปไหนแม้แต่ชิ้นเดียว คุโรโกะรีบเก็บกระเป๋าก่อนจะเดินลงมายังห้องโถงก่อนจะออกจากบ้านเพื่อไปหานมเป็นครั้งสุดท้าย

 

                “คุณคุโรโกะมีอะไรรึเปล่าคะ ทั้งคุณทั้งนายน้อยดูเศร้าทั้งคู่เลย ทะเลาะอะไรกันรึเปล่าคะ บอกป้าได้นะคะ ป้าจะเอาไปบอกนายน้อยให้ อย่าทะเลาะกันอีกเลยนะคะ”

 

                “ไม่มีอะไรหรอกครับนม ผมแค่ต้องไปทำงานที่อื่น อันที่จริงมาอยู่นี่ผมก็อาศัยอาคาชิซังอยู่มาตลอด แต่ตอนนี้ผมมีที่ไปแล้ว ผมจะได้ไม่รบกวนคนของบ้านหลังนี้อีก”

 

                “คุณคุโรโกะคะ ตลอดมาตั้งแต่ป้ารู้จักคุณป้าไม่เคยคิดเลยนะคะว่าคุณรบกวนป้า คุณคือคนที่ทำให้คุณหนูมีความสุข คุณหนูเห็นคุณเป็นคนในครอบครัว ป้าก็เห็นคุณคุโรโกะเป็นคนในครอบครัวเช่นเดียวกัน ดังนั้นอย่าคิดว่าตัวเองเป็นคนนอกเลยนะคะ”

 

                “ขอบคุณมากนะครับนม แต่ยังไงผมฝากดูแลนิโกวแทนผมด้วยนะครับ” เมื่อพูดจบคุโรโกะก็ย่อตัวลงไปลูบหัวนิโกวน้อยที่ตอนนี้กำลังกระดิกหางระริกรอให้เจ้าของเล่นด้วย แต่เมื่อคุโรโกะคุยกับนมเสร็จคนผมฟ้าก็เดินออกจากบ้านมาโดยไม่หันหลังกลับไปมองอีก

 

                เมื่อร่างบางเดินพ้นขอบรั้วประตูและขึ้นแท็กซี่ไป นิโกวน้อยก็ทำตาละห้อยก่อนจะเดินกลับเข้าบ้านไปหานมแล้วครางหงิงๆราวกับเสียใจกับการที่คุโรโกะเมินมันแล้วหนีไป ส่วนนมก็ทำได้แค่เพียงยืนมองพร้อมความรู้สึกใจหายผสมปนเปกันมั่วจนรู้สึกเหงาขึ้นมา

 

                “ถึงยังไงคุณคุโรโกะก็ยังเป็นครอบครัวของคุณหนูอยู่ดี นมยินดีต้อนรับเสมอค่ะ” 
--------------------------------------------------------------------
          สวัสดีหลังจกาการหายไปนานค่ะ! อย่าเพิ่งลืมเค้านะตะเองงงT^T คือการบ้านเยอะมากสอบเยอะกว่าอีก ล่าสุดเพิ่งสอบตกไปประมาณ2วิชาละ(บอกเพื่อ?) มิมิ ตอนนี้อัพครบ100%ตู้มรอบเดียวเยย
             หลายๆคนอ่านตอนนี้แล้วคงแบบ อาคาชิหายไปไหนน? ในตอนนี้คืออาคาชิไปทำงานอยู่ต่างประเทศค่ะ ตั้งแต่ทะเลาะกับน้องครกนายน้อยของเราก็ไม้ได้คุยกันเลยแถมบินไปทำงานอีก Part10นี้อาคาชิจึงไม่โผล่หัวมาเลย555 ขอโทษที่ไม่ได้เขียนบอกไว้นะคะ กะจะเขียนในPartหน้าแต่ก็ยังไม่รู้ว่าจะมาอัพเมื่อไหร่เลยมาบอกไว้ด้านล่างก่อนอิอิ-w-

ในPartนี้มีตัวละครใหม่ด้วยนะคะ มาดูหน้ากันเลย เย้! 


ผู้หญิงคนนี้เป็นแม่น้องครกค่ะ! ภาพนี้มันอาจจะสาวไปหน่อยเนอะ แต่ภาพนี้แหละค่ะเข้าเค้าที่สุดแล้ว! [ไปสูบรูปเต็มจิ้มที่ภาพเลยนะคะ]


ส่วนผู้ชายคนนี้นั่นก็คือออออออออ...
เรียว ซาคุไร นั่นเองค่าาา 
ตัวละครนี้ไม่ค่อยมีบทในอนิเมะด้วยนะเนี่ย แต่เราก็จะทำให้เขามีบทให้ได้ค่ะในนิยายเรื่องนี้!//ปรบมือๆ


      ช่วงนี้งานเยอะมากกก เวลาอัพไม่สามารถกำหนดได้เลยค่ะว่าจะว่างมาอัพให้ตอนไหน แต่ยังไงก็ต้องขอบคุณรีดเดอร์ที่ยังติดตามอ่านอยู่นะคะ รักรีดเดอร์ทุกท่านทั้งนักอ่านเงาและผู้ที่เม้นติชมทุกท่านค่ะ <3 แล้วเจอปืนค่ะ!




[1:27 A.M.]
[27/12/2557]
Contact Me : @STcurrent[Twitter] // Page Facebook


นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

78 ความคิดเห็น

  1. #67 mew2233 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2558 / 20:55
    เดี๋ยวคุโรโกะ อย่าทิ้งอาคาชิไปสิ... TT ฮืออย่าใจร้ายสิ แง้ววววว
    #67
    0
  2. #56 ์Nana (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 3 มกราคม 2558 / 17:55
    ทำไมน้องทำงี้อะ นายน้อยกลับมาไม่มีน้องอยู่เเล้วจะทำยังงัยนี่

    ผมนี้รู้เศร้าเลย
    #56
    0