[FicKuroko No Basuke] Blue Memory {AkashixKuroko}

ตอนที่ 11 : Part 09 : ขอคืน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 93
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    27 ธ.ค. 57

cinna mon
 

--------------------------------------------------------------------

ตอนที่ 9 : ขอคืน

 

                แสงแดดส่องรำไรเข้ามาในห้องพาดลงมาบนเปลือกตาสีละมุนจนแสบตา คุโรโกะจึงค่อยๆเปิดตาพร้อมขยี้ตาแรงๆแล้วปรับสายตาให้เข้ากับแสงและภาพในวันใหม่

 

                หันไปข้างกายก็พบคางามินอนเปลือยท่อนบนพร้อมด้วยแขนแข็งแรงที่ยังคงพาดโอบตัวเขาไว้แน่นราวกับจะไม่ให้เขาหนีไปไหนได้ คุโรโกะค่อยๆชันตัวลุกขึ้นก่อนจะเดินมาเข้าห้องน้ำด้วยสภาพเบลอๆแล้วใช้น้ำเย็นล้างหน้าล้างตาจนตื่นแบบเต็มตัวก่อนหันไปมองนาฬิกาที่อยู่บริเวณกลางห้องนอนเรือนใหญ่ที่แขวนไว้บนผนัง

 

                สิบโมงครึ่ง...

 

                แย่แล้ว!! เขาไม่ได้กลับบ้าน!

 

                ถ้าจำไม่ผิดคุโรโกะบอกว่าจะออกมาข้างนอกเพื่อพานิโกวมาหาหมอและจะกลับบ้านในเวลาไม่นาน แต่เนื่องจากเมื่อคืนเขาดันมาเจอคางามิพร้อมกับความทรงจำที่เกือบจะเป็นทั้งหมดที่เขาพอจะจำได้เขาจึงเกิดอาการปวดหัวกำเริบก่อนจะนอนคุ้ดคู้อยู่ในอกของคางามิแล้วผล็อยหลับไป

 

                ตอนนี้ที่บ้านคงกำลังตามหาเขาวุ่นอยู่แน่นอน

 

                รวมถึง...คงจะอยากลงโทษเขาด้วย

 

                คุโรโกะรีบทำเสื้อผ้าให้เข้าที่ที่สุดก่อนจะรีบลงบันไดไปพร้อมกับเขียนกระดาษโน้ตแปะไว้หน้าตู้เย็นแล้วรีบอุ้มนิโกวเดินออกจากบ้านด้วยท่าทีเร่งรีบเพื่อไปเรียกแท็กซี่กลับบ้านด้วยใจร้อนรน

 

                เมื่อรถแท็กซี่มาจอดหน้าบ้าน ก้าวแรกเมื่อเหยียบเข้ามาบริเวณบ้านจู่ๆก็มีสาวใช้และคนงานนับสิบเดินมาหิ้วปีกคุโรโกะเข้าบ้านพร้อมทั้งบอกกับเขาต่างๆนาๆว่าถ้ายังหาคุโรโกะไม่เจอหลังอาคาชิกลับจากการออกไปประชุมช่วงเช้าในตอนเก้าโมงครึ่งเมื่อไหร่ คนในบ้านนี้จะโดนหักเงินเดือนครึ่งหนึ่งเป็นระยะเวลาครึ่งปีนับแต่เดือนนี้เป็นต้นไป

 

                ตอนนี้อาคาชิก็คงยังไม่กลับมาสินะ

 

                คิดได้ดังนั้นคุโรโกะก็โล่งอกก่อนจะขอตัวขึ้นห้องไปอาบน้ำพร้อมสัญญากับเหล่าสาวใช้และคนงานในบ้านว่าจะไม่ได้หนีไปไหนอีก เรื่องที่ไม่กลับบ้านเมื่อคืนมันเป็นเหตุสุดวิสัยนิดหน่อยที่ทำให้ลับบ้านไม่ได้ก็เท่านั้น

 

                สุดวิสัยจริงๆนะ

 

                ติ๊ดๆ

 

                เมื่อเปิดเข้าห้องมาก็ได้ยินเสียงโทรศัพท์มือถือที่ตนลืมทิ้งไว้ตั้งแต่เมื่อคืนส่งเสียงดังถี่ๆ คุโรโกะเดินไปรับสายพร้อมกับเอ่ยตอบรับสุภาพเพราะเนื่องจากปลายสายเป็นเบอร์ที่ไม่ได้เมมเก็บไว้

 

                “สวัสดีครับ”

 

                [ฮู่ว! ในที่สุดนายก็รับสายแล้วสินะคุโรโกจจิ! ฉันโทรไปหานายตั้งหลายสายทำไมไม่รับเลยล่ะ]

 

                “อ่า...คิเสะคุงเหรอครับ”

 

                [อ้าวๆ ลืมเพื่อนได้ยังไงคุโรโกจจิ พูดงี้ฉันน้อยใจนะ] ปลายสายทำเสียงเง้างอนมาทำให้คุโรโกะแอบอมยิ้มเล็กๆกับตนเอง

 

                “ล้อเล่นครับ คนที่เรียกผมอย่างนี้มีคนเดียว ผมไม่ลืมหรอก”

 

                [น่าดีใจจัง! ว่าแต่ทำไมคุโรโกจจิไม่มาทำงานล่ะ ไม่สบายเหรอ?]

 

                “อ่อ พอดีว่า...ก็ตามนั้นแหละ” อันที่จริงคือนอนแล้วตื่นสายต่างหาก

 

                [อ่อ งั้นพักเยอะๆนะคุโรโกจจิ! อย่าทำให้ท่านอาคาชิจจิเป็นห่วงล่ะ วันนี้ดูอารมณ์ไม่ดีเลยตั้งแต่เช้า แค่นี้ก่อนนะหัวหน้าแผนกเดินมาน่ะ] เสียงขอคิเสะค่อยๆเบาลงก่อนจะตัดสายหายไป อันที่จริงตัวคุโรโกะเองยังไม่ได้รู้จักกับคิเสะมากเท่าไหร่นัก(พูดให้ถูกคือรู้จักเมื่อวาน) แต่คิเสะเป็นคนเข้าหาคนได้ง่ายมาก อีกทั้งพอคุโรโกะพูดคุยด้วยแล้วยังรู้สึกอุ่นใจและสนุกอย่างบอกไม่ถูก

               

                จะว่าไปคิเสะไปเอาเบอร์เขามาได้ไงน่ะ?

 

                แต่เบอร์ของเขาคงไม่ได้หายากนักหรอกมั้งนะ ก็เมื่อวานเขาทำความรู้จักคนแทบจะทุกแผนกเลยนี่นะ

 

                ก็อกๆ

 

                “คุณคุโรโกะคะ ทานอะไรมารึยังคะให้เตรียมอาหารอะไรไว้มั้ย”

 

                “อ่อ ครับๆ เดี๋ยวผมลงไปนะครับ” เมื่อคุโรโกะตอบกลับไปเรียบร้อยแล้วร่างบางก็เดินไปเข้าห้องน้ำไป คุโรโกะอาบน้ำอยู่นานพอสมควรระหว่างอาบน้ำก็คิดอะไรเรื่อยเปื่อย เมื่ออาบน้ำเสร็จร่างบางจึงนุ่งผ้าซึ่งปกปิดแค่ส่วนร่างเท่านั้นพร้อมเดินออกมาด้วยปอยผมที่ยังชุ่มไปด้วยหยดน้ำเล็กๆอยู่

 

                แอ๊ด~

 

                “เมื่อคืนไปไหนมา”

 

                เฮือก!!

 

                เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นมาเรียบๆพร้อมกับใบหน้าเย็นชาที่ออกจะดุกว่าปกติ ร่างสูงยืนกอดอกอยู่หน้าห้องน้ำรอเมื่อคุโรโกะเปิดประตูห้องน้ำออกมาอาคาชิก็รวบร่างคุโรโกะให้เข้าไปชิดแนบเนื้อ ไอร้อนจากลมหายใจของทั้งสองโรยรดกันจนหัวใจร่างบางเต้นระส่ำไม่เป็นจังหวะ อาคาชิค่อยๆก้มหน้ามาจนริมฝีปากสัมผัสกับผิวแก้มเนียนจนร่างบางหน้าขึ้นสีระเรื่อ กลิ่นสบู่อ่อนๆจากร่างบางชวนให้ร่างสูงยิ่งลุ่มหลงมากขึ้นจนมือของร่างสูงเริ่มไล้มาแตะอยู่ที่สะโพกของร่างบาง ริมฝีปากก็ค่อยๆไล้ลงมาจากแก้มลงมาที่คอจนทำให้คุโรโกะตัวสั่น

 

                “ยะ..อย่านะ..อะ..อาคาชิ!

 

                “เมื่อคืนไปไหนมา” ร่างสูงยังคงเล้าโลมร่างบางต่อ แต่กลับต่างจากเสียงที่เปล่งออกมาเมื่อครู่ที่เย็นชา คุโรโกะรู้สึกหวาดหวั่นและอันตรายจึงพยายามขัดขืนแต่ดูเหมือนว่ายิ่งขัดขืนกลับยิ่งโดนรัดแน่นขึ้นและเสียเปรียบมากกว่าเดิม

 

                “ปะ..ปล่อยผมเถอะ”

 

                “ตอบผมมาคุโรโกะ”

 

                “ผะ...ผมไปค้างบ้านเพื่อนมา”

 

                “มีเพื่อนด้วยหรือ? คนไหน? ชื่ออะไร?” อาคาชิยังคงไล้แบบเดิม จนทำให้คุโรโกะเริ่มกลัว

 

                “กะ...ก็ เพื่อนที่ทำงานนั่นแหละ แล้วผมปวดหัวด้วยก็เลยขอนอนพัก..”

 

                “คนไหน ผมจะได้ไปไล่มันออกเดี๋ยวนี้!”ขณะที่พูดมือใหญ่ๆก็บีบแรงๆลงมาที่แขนพร้อมด้วยใบหน้าแสดงอาการโกรธสุดขีด ยังไม่ทันได้ตั้งตัวคุโรโกะก็โดนประกบปากจากร่างสูงอีกรอบ ริมฝีปากของทั้งสองบดขยี้กันจนคุโรโกะรู้สึกอ่อนโรยแรงจนแทบจะยืนไม่ไหว ทั้งใจสั่นและขอบตาร้อนผ่าว อารมณ์ภายในแปรปรวนจนแทบจะกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่

 

                พลั่ก!

 

                “ปะ..เป็นบ้าอะไรไปครับ!!” แล้วคุโรโกะก็ใช้กำลังชุดสุดท้ายกระแทกอาคาชิออก ริมฝีปากของอาคาชิที่ใช้บดขยี้ปากของร่างบางเมื่อครู่ตอนนี้กลับมีรอยช้ำและเลือดไหลปนมาเล็กน้อย อาคาชิใช้มือเช็ดคราบเลือดออกก่อนจะหันมาสบตากับร่างบางที่สั่นระริกทั้งน้ำตา นัยย์ตาแสดงความหวาดกลัวและเสียใจอย่างเด่นชัดจนคนผมแดงรู้สึกผิดมหันต์ว่าตัวเองทำรุนแรงไปก่อนอาคาชิจะค่อยๆเดินเข้าไปใกล้คุโรโกะโดยที่เจ้าตัวก็ขยับหนีออกห่าง

 

                “อย่าเข้ามานะ!!” ร่างบางแผดเสียงลั่นพร้อมส่งสายตารังเกียจมาให้ในขณะที่ใบหน้ายังคงมีรอยน้ำตาติดอยู่และยังคงมีน้ำตาไหลลงมาซ้ำเรื่อยๆสร้างความหวาดกลัวและเสียใจจนทำให้อาคาชิรู้สึกผิดและปวดร้าวแบบที่เคยรู้สึก

 

                สายตารังเกียจเขา ก่อนที่จะร่างบางนี่จะเดินไปหาคนอื่นอย่างไม่หันหลังกลับ

 

                “คุโรโกะ...ผมขอโทษ” อาคาชิเอ่ยเสียงแผ่วลง อารมณ์โกรธและหึงหวงเมื่อครู่หายไปจนได้สติ ร่างสูงค่อยๆก้าวเข้าไปใกล้คุโรโกะที่ตัวยังสั่นระริกอยู่ทั้งยืน นัยย์ตาแดงก่ำด้วยอารมณ์โกรธ เสียใจ ตัดพ้อ และหวาดกลัวถูกส่งมาให้อาคาชิอย่างไม่ปิดบัง ยิ่งอาคาชิก้าวใกล้คุโรโกะมากเท่าไหร่ร่างบางก็ยิ่งพยายามหาสิ่งป้องกันตัวไม่ว่าจะเป็นหมอน กล่องเล็กๆปาใส่อาคาชิไม่ยั้ง

 

                “ยะ..อย่าเข้ามาใกล้ผม”คุโรโกะพยายามข่มเสียงไม่ให้สั่น น้ำตาตอนนี้ได้หยุดไหลไปแล้วพร้อมแววตาที่เย็นชาลงเรื่อยๆ ร่างบางพยายามรวบรวมความกล้าก่อนที่จะยืนนิ่งแล้วทำหน้าไม่รู้สึกอะไรจนภาพคนที่สั่นระริกเมื่อครู่หายไปอย่างกับไม่เคยเกิดขึ้น

 

                “ฉัน..ขอโทษ”

 

                “....”

 

                “ฉันเป็นห่วงนาย ถ้านายโดนทำอะไรไม่ดีขึ้นมาจะเกิดอะไรขึ้น โทรศัพท์นายก็ไม่เอาไป ฉันใจเสียจนเมื่อคืนแทบจะไม่ได้นอน”

 

                “แล้วคนที่เป็นห่วงกันต้องทำรุนแรงจนถึงขนาดนี้ด้วยเหรอครับ”

 

                “ฉันไม่ได้ตั้งใจคุโรโกะ ฉันขอโทษ ฉัน..”ยังไม่ทันที่อาคาชิจะได้พูดจบคุโรโกะก็พูดแทรกขึ้นพร้อมมองอาคาชิด้วยสายตาผิดหวัง

 

                “คนเป็นห่วงกันเขาจะปล้ำคนที่เขาเป็นห่วงเลยเหรอครับ มันไม่เกินไปหน่อยเหรอ!

 

                “....”

 

                “ทุกครั้งที่คุณโมโหคุณก็มักจะอารมณ์เสียจนไม่ได้สติ ผมห้ามก็ไม่ฟัง! แล้วอย่างนี้จะให้ผมเชื่อใจอยู่กับคุณที่ยังเป็นแบบนี้ได้เหรอครับ ทุกๆคำที่คุณบอกว่ารักและห่วงผมแต่การกระทำทุกอย่างกลับตรงกันข้าม มันเป็นการกระทำที่ต้องการชัยชนะ ผลประโยชน์และการครอบครอง การกระทำของคุณล้วนวนอยู่แต่กับสิ่งพวกนี้แต่มันไม่เคยแสดงถึงความรักให้ผมเห็นเลยสักนิด!!” คุโรโกะระบายสิ่งที่อัดอั้นมานานด้วยสายตาเสียใจ ร่างบางพยายามคุมตัวไม่ให้สั่นและสะกดกลั้นน้ำตาเอาไว้เพื่อไม่ให้มันไหลอีกรอบ ร่างสูงก็ปล่อยให้คุโรโกะพูดอย่างไม่โต้แย้งใดๆทั้งสิ้น ยืนนิ่งรับฟังราวกับก้อนหินที่ไม่ได้รู้สึกแล้วคุโรโกะจึงพูดต่อ

 

                “ตอนที่ผมเสียความทรงจำ คุณพยายามป้อนความทรงจำให้ผม ให้สิ่งที่มันล้วนแต่ทำให้ผมเกลียดทุกคนที่ผมรู้จัก แต่คุณไม่เคยรู้เลยว่าสิ่งที่คุณทำนั้นพอผมจำทุกอย่างได้ผมกลับยิ่งรังเกียจมากกว่าเดิม! ผมรังเกียจคุณ! ผม..!”ยังพูดม่ทันจบอาคาชิก็พุ่งเข้ามาชิดร่างบางและจูบปิดปากคุโรโกะอีกครั้ง คุโรโกะพยายามดิ้นหนีจากการเกาะกุมแต่ด้วยแรงและขนาดตัวที่น้อยกว่าทำให้ดิ้นไม่หลุดอีกทั้งยังโดนรุกล้ำเข้ามามากกว่าเดิมจนเผลอครางในลำคอตามอารมณ์ที่อาคาชิมอบมาให้ด้วย

 

                คุโรโกะเกลียดจูบแบบนี้..จูบที่ทำให้เขายอมแพ้ให้กับร่างสูงตรงหน้านี่

               

                “ขอร้องล่ะ อย่าพูดคำว่ารังเกียจกับฉันคุโรโกะ  ถึงนายจะทำทุกอย่างได้แต่ขออย่างเดียวคืออย่าจากฉันไปอีก”

 

                “...”

 

                “อยู่กับฉันที่นี่ อย่างน้อยขอแค่ให้อยู่ในสายตาฉัน แล้วฉันไม่มายุ่งวุ่นวายกับนายอีก” อาคาชิค่อยๆปล่อยร่างบางออกเป็นอิสระ สายตาที่อาคาชิมองมายังคุโรโกะเป็นแววตาที่คาดเดาไม่ได้ ทั้งสายตานั่นยิ้มแต่กลับเป็นยิ้มที่แตกต่างออกไปจากทุกทีจนทำให้คุโรโกะรู้สึกเจ็บในใจอย่างบอกไม่ถูก

 

                ยิ้มแบบเจ็บปวด

 

                ร่างสูงเดินออกจากห้องร่างบางไปทิ้งให้คุโรโกะทิ้งตัวลงนั่งกับพื้นอย่างหมดแรง การทะเลาะเมื่อครู่ทำให้เขาเริ่มสับสนขึ้นมาแล้วว่าควรจะอยู่ที่นี่ต่อหรือควรจะย้ายไปอยู่กับคางามิแบบเมื่อก่อน คุโรโกะนั่งกอดเข่าตัวเองพร้อมทิ้งหัวอย่างสับสน วันนี้เป็นวันที่เขาไม่อยากทำอะไรทั้งสิ้นแล้วนอกจากนอนให้เหตุการณ์ที่ผ่านมาเป็นเพียงแค่ความฝันเท่านั้น

 

                คนที่เขารักมากก็ทำให้เขาเจ็บมาก

 

                คนที่เขาไม่ได้รักก็ดีกับเขามากเหลือเกิน

 

           ---------------------------------------------------------------------------

                           ตั้งแต่ตอนนั้นเป็นต้นมาอาคาชิก็ไม่ได้ยุ่งกับคนตัวเล็กอีกเลย ไม่มีการแกล้ง ไม่มีการหยอกล้อหรือยิ้มแบบแต่ก่อน เวลาไปทำงานคุโรโกะและอาคาชิก็ต้องแยกรถกันนั่งไป เรื่องทีคุยกันก็ล้วนมีแต่เรื่องงานไม่มีเรื่องเล่นโผล่มาเลยแม้สักประโยคเดียว คนที่คอยคุยคอยเล่นกับคุโรโกะที่ทำงานจึงมีเพียงแค่คิเสะเท่านั้น

 

                ทั้งที่พอเป็นแบบนี้แล้วน่าจะรู้สึกดีแล้วแท้ๆแต่กลับไม่เลย

 

                “เฮ้! คุโรโกจจิไม่สบายอะไรเปล่า? ช่วงนี้เหม่อๆนะ” คิเสะหันมาทักพร้อมกับสะกิดแก้มนิ่มของคุโรโกะเบาๆเรียกสติคุโรโกะให้หลุดออกมาจากภวังค์

 

                “อ่ะ เอ่อ อ่อ ช่วงนี้ผมทำงานหนักไม่ได้นอนน่ะ เลยเบลอๆนิดหน่อย แหะๆ”

 

                “อืม มีอะไรก็บอกได้นะคุโรโกจจิ เออจริงสิ! ทำไมช่วงนี้อาคาชิจจิกับคุโรโกจจิดูห่างๆกันนักล่ะ ปกติอาคาชิจจินี่แทบจะจับคนที่เข้ามายุ่งกับนายโยนออกนอกบริษัทแทบทุกคนเลยนา แต่เดี๋ยวนี้กลับเมินเฉยเสียอย่างนั้น”

 

                “อาคาชิคุงคงจะชินล่ะมั้งครับ แหะๆ” คุโรโกะยิ้มแห้งให้คิเสะพร้อมกับที่อาโอมิเนะเดินมาร่วมวงสนทนาของทั้งสองคนอย่างเหมาะเจาะ อาโอมิเนะเลือกที่จะนั่งข้างๆคุโรโกะก่อนจะร่วมคุยกับทั้งสองอย่างสนุกสนานด้วยท่าทีเหนื่อยๆ

 

                “นี่ไปสนิทกันตั้งแต่เมื่อไหร่นะพวกนายสองคน คุยกันดูว่างดีนี่ งานไม่ทำกันหรือไง”

 

                “โธ่ๆ อาโอมิเนจจิก็ว่าซะพวกเราดูแย่เลย ฉันกับคุโรโกจจิทำงานกันเสร็จแล้วตั่งหาก ไม่เมหือนอาโอมิเนจจิหรือนะที่ชอบมาปั่นงานตอนใก้ลเดธไลน์แบบนี้น่ะ” คิเสะพูดพร้อมตักเค้กขึ้นมานั่งทานต่ออย่างอร่อยและสนุกปากกับการคุยเล่นในวงต่อไป คุโรโกะเองก็แกล้งยิ้มคุยอย่างปกติโดยไม่ให้มีอะไรผิดแปลกมากไปและพยายามเลี่ยงคำตอบเกี่ยวกับอาคาชิและความทรงจำของตนเองเพื่อไม่ให้ข้อมูลอะไรมันรั่วไหลมากเกินควร

               

                ถึงจะจำทุกสิ่งได้หมด แต่ก็ยังไม่รู้ว่าใครที่คิดจะฆ่าเขาและอาคาชิ ไม่รู้เลยแม้แต่เงา

 

                “ว้า~! แย่จังเลยแฮะ เวลาพักของพวกเราหมดซะแล้วล่ะ งั้นเดี๋ยวเจอกันใหม่ตอนเช้าเลยละกันนะคุโรโกจจิ ฉันกับอาโอทิเนจจิมีงานที่ต้องทำยาวๆเลยน่ะ รีบกินแล้วรีบไปทำงานก่อนที่อาคาชิจจิจะว่าเอานะ! ฉันกับอาโอมิเนจจิไปก่อนล่ะบายย” เมื่อพูดจบคิเสะก็ลุกขึ้นก่อนจะเดินมาดึงอาโอมิเนะขึ้นด้วยท่าทีสนุกสนานก่อนจะเดินออกไปพร้อมวางเงินค่าของกินบนไว้โต๊ะทิ้งไว้ให้คนตัวเล็กรับไปจ่ายแทน

 

                ติ๊ง!

 

                New Message (01) ---Read

 

                เสียงข้อความจากโทรศัพท์ดังขึ้น คุโรโกะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดดูบนหน้าจอก็พบเบอร์ที่ไม่ได้บันทึกไว้กับข้อความที่ถูกส่งมาหนึ่งข้อความ คุโรโกะจึงจ่ายเงินค่าของกินก่อนจะเดินไปยังโต๊ะทำงานโดยที่ระหว่างทางก็อ่านข้อความไปเรื่อยๆตลอดทางเดิน

 

                คุโรโกะวันนี้ว่างมั้ย? นี่เบอร์ฉันเอง คางามินะ วันนี้ฉันอยากไปรับนายไปเที่ยวกันตอนเย็นซะหน่อย แล้วสะดวกไปนอนที่บ้านมั้ย เอาเจ้านิโกวมาด้วยนะ ฉันเตรียมอะไรที่นายต้องชอบเอาไว้เรียบร้อยแล้ว ตอบกลับด้วยนะ--------Unknown

 

                คางามิ? เอาเบอร์เขามาได้ยังไงกันล่ะเนี่ย

 

                คุโรโกะแอบประหลาดใจเล็กน้อยกับข้อความที่เพิ่งอ่านไป คางามิสามารถไปเอาเบอร์เขามาได้ทั้งที่เขาไม่น่าจะรู้ได้เลยเพราะคนตัวเล็กเองไม่เคยได้บอกไว้ ถ้าจะรู้ก็คงต้องเป็นคนในบริษัทที่เคยติดต่อประสานงานกับคุโรโกะเองเท่านั้นถึงจะมีเบอร์เขาได้

 

                แต่จะว่าไปคิเสะเองก็ได้เบอร์เขามาง่ายๆเลยนี่นะ

 

                ความรู้สึกประหลาดใจเมื่อครู่สะดุดลงพร้อมกับการที่ร่างกายของคนตัวเล็กกระแทกเข้ากับแผ่นอกหนาๆของใครคนหนึ่ง กลิ่นน้ำหอมที่คุ้นชินและน่าหลงใหลลอยมาแตะจมูกเรียกสายตาของร่างบางให้ผละออกจากหน้าจอโทรศัพท์ทันทีก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาประสานกับนัยย์ตาสีแดงเข้าอย่างจัง

 

                “ขะ...ขอโทษครับประธาน”

 

                “...”

 

                อาคาชิยังคงยืนนิ่งและมองด้วยใบหน้าเรียบเฉย เมื่อคุโรโกะเดินชนเขาเมื่อครู่อาคาชิก็แค่หยุดยืนให้ร่างเล็กรู้สึกตัวก่อนจะเดินเข้านำเข้าห้องผู้บริหารไปทำงานก่อนโดยไร้ซึ่งการทักทายและไม่เอ่ยปากพูดกับคนร่างเล็กเลยสักนิดเดียว

 

                อึดอัดจนอยากจะร้องไห้

 

                คุโรโกะรู้สึกเจ็บแปลบบริเวณอกขึ้นมา ร่างกายชาวาบราวกับโดนตบหน้าและทรมาณมานับไม่ถ้วนทั้งๆที่เมื่อกี้แค่เดินชนกับอาคาชิ ร่างบางสกัดกั้นอารมณ์และน้ำตาที่เริ่มรื้นเอาไว้ก่อนจะเดินตามเข้าห้องทำงานไปแล้วนั่งทำงานต่อที่โต๊ะตัวเองเงียบๆที่ภายในห้องปกติจะมีมิโดริมะมาทำงานด้วย แต่วันนี้มิโดริมะมีงานนอกสถานที่เลยไม่ได้เข้าบริษัททิ้งให้ร่างบางอยู่กับอาคาชิสองคนท่ามกลางบรรยากาศมาคุตลอดวัน

 

                เมื่อถึงเวลาเลิกงาน คุโรโกะเองก็ลงไปเช็คเอาต์ก่อนจะเดินไปบอกพนักงงานขับรถที่คอยรับส่งเขาประจำให้กลับได้เลยแล้วจากนั้นร่างบางก็โทรหาคางามิให้มารับที่ร้านกาแฟใกล้ๆบริษัทก่อนจะเดินออกไปรอที่ร้านกาแฟ

 

                “คุโรโกะ!!”คางามิในชุดสูทผูกเน็คไทที่เป็นชุดทำงานดึงดูดสายตาคนรอบข้างทั้งร้านจนกลายเป็นจุดสนใจ คุโรโกะที่เพิ่งเดินมาถึงร้านกาแฟก็เดินเข้าไปหาร่างสูงที่เด่นเตะตาอยู่กลางร้านก่อนจะเอ่ยทักด้วยความประหลาดใจ

 

                “ทำไมคางามิคุงมาเร็วจังเลยล่ะครับ ผมเพิ่งโทรไปบอกเมื่อกี้เองนะ”

 

                “ฉันขับรถเที่ยวแถวนี้รอนายมาสักพักนึงแล้วล่ะ พอนายโทรมาฉันก็ตรงมาที่ร้านกาแฟนี่ทันทีมันเลยเร็วล่ะมั้งนะ”  คางามิพูดก่อนจะหันมามองร่างเล็กด้วยสายตาครุ่นคิดก่อนจะพูดด้วยรอยยิ้มน้อยๆ “นายในชุดทำงานก็ดูน่ารักไปอีกแบบนะ ว่าแต่ไหนล่ะนิโกว ไม่พามาด้วยเหรอ”

 

                “อ้อ นิโกวอยู่บ้านน่ะ ปล่อยไว้ที่บ้านน่าจะสะดวกกว่า”

 

                “งั้นเหรอ อืม...ไปกันเลยมั้ย” เมื่อคางามิพูดจบก็เอื้อมมือมาจับคุโรโกะไปกุมไว้หลวมๆก่อนจะส่งยิ้มมาให้

 

                “ครับ” หลังการตกปากรับคำของคุโรโกะทั้งคู่ก็เดินออกจากร้านกาแฟแล้วตรงไปยังรถ ระหว่างทางก็เดินผ่านหน้าบริษัทซึ่งในตึกมีคนคุ้นหน้าคุ้นตาอยู่คนหนึ่งกำลังจ้องมองมาทางทั้งคู่อย่างไม่วางตาด้วยสายตานิ่งคาดเดาความรู้สึกไม่ได้ขนรถที่ทั้งสองนั่งขับออกไป ร่างสูงจึงได้ละสายตาแล้วหันกลับมาบอกลูกน้องๆด้วยเสียงเย็นยะเยือกก่อนจะเดินขึ้นตึกไป0      

               

                “ให้คนไปเช็คว่ารถที่อยู่หน้าบริษัทเราตอนช่วงสี่โมงกว่าๆ เป็นรถอะไร ทะเบียนอะไรจากนั้นให้สืบหาแล้วตามรอยรถนั่นว่าไปที่ไหนมาให้ฉันภายใน1ชั่วโมง ถ้าหามาไม่ได้ฉัน...อาคาชิ เซย์จูโร่จะไล่นายออกรวมทั้งพนักงานที่อยู่ในแผนกของนายทั้งหมดด้วย”

 

               

                “แกจะเริ่มได้เมื่อไหร่ ตอนนี้เป็นโอกาสที่ดีที่พวกแกจะรีบกำจัดไอ้สองคนนั่นให้พ้นๆทางความสุขของฉันซะ!” เสียงตะโกนแผดลั่นคุ้นหูดังขึ้นพร้อมอารมณ์ริษยาที่แผ่ออกมาจากคำพูดส่งตรงไปให้ปลายสายโทรศัพท์ ขณะนี้เป็นเวลามืดแล้วคนในบริษัทจึงน้อยกว่าปกติ พื้นที่ส่วนตัวจึงเพิ่มมากขึ้นเหมาะเป็นช่วงเวลาที่ดีในการคุยสิ่งสำคัญ

 

                [ผมกำลังสืบหาที่อยู่หลักของพวกมันครับ จะดีมากถ้าเจ้านายส่งที่อยู่...]

 

                “ก็บอกแล้วไงว่ามันอยู่บ้านเดียวกับอาคาชิ!! บ้านที่พวกแกเคยไปดูลาดเลานั่นแหละ!

 

                [ครับ เป้าหมายคือคุโรโกะคนเดียว...ใช่ไหมครับ?]

 

                “ใครมันมาขวางทางก็ฆ่ามันทิ้งให้หมดจะไปยากอะไรเล่า... ฆ่ามันทั้งคู่ไปเลย อยากรักกันมากก็ไปรักกันในนรกซะให้พอ จะได้ไม่ต้องมาแย่งความรักไปจากคนที่ฉันรักอยู่แบบนี้” ปลายสายพูดด้วยน้ำเสียงสนุก ริมฝีปากยกยิ้มเผยออย่างพอใจก่อนจะพูดต่อ “ถ้าพวกแกฆ่าพวกมันได้เร็วฉันอาจจะแถมโบนัสให้นะ รีบๆทำจะได้จบงานซะ ฉันนี่อยากจะให้ตังค์พวกแกใจจะขาดแล้ว หึๆ” เมื่อพูดจบมือเรียวก็กดปุ่มวางก่อนจะเก็บมือถือลงกระเป๋ากางเกงก่อนจะเดินออกมาจากที่ส่วนตัวแล้วปั้นหน้ายิ้มเดินเข้าแผนกอย่างกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น

 

                ใครที่มาแย่งของของเขาไปมันจะต้องหายไปให้หมด!!

 

                “อาโอมิเนะ...เมื่อไหร่นายจะตาสว่างซะทีนะ”

--------------------------------------------------------------------
        ขอโทษตัวโตๆ
เลยค่ะT^T ช่วงนี้ไรท์เตอร์เปิดเทอมแล้ว เวลาจะแต่งต่อแทบไม่มีเลย ทำงานหามรุ่งหามเช้าตลอด พยามเคลียร์งานจะได้มาแต่งแล้วลงให้ไวๆอยู่แต่มันไม่มีเวลาเลยฮือออออออ ใครที่รอก็ขอบคุณและขอโทษนะคะ จะพยายามมาอัพให้ทุกอาทิตย์เลยย
            ตอนนี้น้องครก.จะไปจากนายน้อยแล้วง่ะ ไปอยู่กับแองกรี้เบิร์ด(?)เฉยเลย เค้าก็แอบเศร้านะตะเองแต่ไม่ดราม่ามันไม่ใช่แนวอ่ะ555 ส่วนอีคนที่มันจะฆ่าคุโรโกะนี่มันเป็นใครวะ อยากรู้เหมือนกัน แต่งเองยังลังเลอยู่เลยว่าจะให้ใครเป็นดี555 ติดตามต่อเรื่อยๆนะคะ แต่ไรท์คิดว่าคงมีบางคนรู้แล้วล่ะว่าเป็นใคร-.,- 
 [มีพิมพ์ผิดตรงไหนบอกเตือนได้นะคะ จะQMหรือCommentทิ้งไว้ก็ได้ค่ะ เดี๋ยวกลับมาแก้แน่นอน <3]

 

[16/11/2557]
[01:24 A.M.]
Contact Me : @STcurrent #Twitter

 

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

78 ความคิดเห็น

  1. #66 mew2233 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2558 / 20:53
    งือ ไม่รู้จะโทษใครเลย.. มันยากไปหมด สู้ๆนะคุโรโกะ TT เชื่อใจอาคาชิอีกครั้งสักน้า
    #66
    0
  2. #55 zusuran (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2557 / 21:37
    ชักสงสารอาคาชิแล้วสิเนี่ย
    #55
    0
  3. #54 ฟรุ้งฟริ้ง (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2557 / 22:12
    เดาว่าคิเสะได้ไหม คนใกล้ชิดมีไม่กี่คน เราคิดว่าน่าจะเป็นคิเสะ//ลางสังหรณ์
    #54
    0
  4. #53 NaNa (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2557 / 21:37
    สู้ๆๆๆ นะค่ะ

    จะรออ่านนะค่ะ
    #53
    0
  5. #52 คนที่ไร้นาม (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2557 / 09:55
    เจ็บปวดดดด >w <
    #52
    0
  6. #51 NaNa (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2557 / 15:27
    เศร้าค่ะ เศร้ามากจริงๆๆ ร้องไห้เลย

    สงสารทั้งน้อง และ นายน้อย เเต่ส่งสารนายน้อยจริง โดนคนที่ตัวเองรักมาก

    บอกว่าเกลียดนี้ เจ็บปวดจริงๆๆ มาต่อเร็วๆ ๆๆๆ นะค่ะ สู้ๆๆนะค่ะไรท์

    เป็นเรื่องที่สนุกมากจริงๆ นะค่ะ
    #51
    0