ACADEMY CRIMINAL [ { BAI-CHA } ]

ตอนที่ 13 : { A.C. } การบ้าน #๔

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 14
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    26 พ.ค. 57


:)  Shalunla


 

การบ้าน #4

 

ชื่อ – นามสกุล : วิรัสญา ปรากาณุศิตย์

ชื่อเล่น : ใบชา

Dormitory : ควอซ

รหัสประจำตัว : ACQ01

สถานภาพการขาดส่งงาน : 0

การบ้านวิชา : ศิลปะการเอาตัวรอด

คำสั่ง นักเรียนทุกโดมถูกวางยาสลบและพาตัวไปปฏิบัติภารกิจเสี่ยงตาย ทุกคนต้องอธิบายวิธีการหนีตายออกมาจากบริเวณที่กำหนดให้ได้

Spinel Dormitory / = พวกหนู ๆ เป็นโดมที่ผมดูแลอยู่ เพราะฉะนั้นจะเป็นโดมพิเศษที่ได้ถูกส่งไปยังตึกที่เกิดเพลิงไหม้ หนีตายจากตึกที่กำลังเกิดเพลิงไหม้โดยที่นักเรียนอยู่คนละห้องกัน

Canalian Dormitory / Quartz Dormitory /  Topaz Dormitory = อยู่ในรถมือสองที่ใกล้จะจมน้ำเต็มที หาทางรอดออกมาจากรถให้ได้นะ ^^

สถานที่ส่ง : ห้อง อ.เจแปน

ชื่ออาจารย์ผู้สอน : อ.เจแปน

 

ll ส่วนเนื้อหา ll

ชื่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น : ผักตบชะวา 

อัตราความเสี่ยงในเหตุการณ์ของคุณ : 90%

เรียบเรียงเหตุการณ์การทำภารกิจในการเอาตัวรอด 

          รถเต่าแสนเก่าตามเศรษฐกิจเงินในกระเป๋าของเด็กสาวผมเปียยาวสีน้ำตาลที่ดันอุตริซื้อรถเต่ารุ่นเก่ามือสองมาใช้ไปเที่ยวผับในเวลากลางคืน เหอะช่างเป็นเด็กที่รักเรียนสุดๆ 
          รถเต่าคันเก่าไม่หรูเคลื่อนตัวออกจากซอยคับแคบไปสู่ถนนใหญ่ใจกลางเมืองอย่างช้าๆตามสภาพรถ ภายในรถค่อนข้างที่จะเก่ามากถึงมากที่สุด กระจกก็ยังเป็นระบบใช้มือหมุนๆ แถมประตูก็จะพัง โชคดีที่แอร์ทำงานได้ เดี๋ยวล็อกเด๊๋ยวไม่ล็อก อัตราเร็วอยู่ที่ 50-70 กม./ชม. ไปทางทิศเนือสู้สาถบันอันทรงเกียรติ สถาบันนัก(ฆ่า)ล่าอาชกร สองข้างทางเต็มไปด้วยรถยนต์ที่แน่นเอียดบนเส้นทางคู่ขนาน เด็กสาวจึงตัดสินใจเลี่ยงไปใช้เส้นทางเลี่ยงเมืองที่มีรถน้อยกว่า แต่ถนนค่อนข้างชำรุดทรุดโทรม จึงต้องขับข้ามสะพานไม้เก่าๆใก้ลพังเพื่อข้ามคลองแสนแสบขนาดกว้างมากกว่าห้าร้อยเมตร แถมลึกมากกว่าสิบเมตร
          เด็กสาวขับรถเต่าของเธอไปเรื่อยๆ แบบเหงาๆ เปล่าเปลี่ยว ไม่มีรถตามมสักคัน ยังโชคดีที่มีไวโอลีนตัวโปรดที่มักจะห้อยตามไปด้วยทุกที่ บัดนี้มันนั่งเป็นตุ๊กตาหน้ารถให้เรียบร้อย(?) จนมาถึงทางขึ้นสะพานที่รถยนต์สามารถวิ่งสวนกันได้ เธอขับขึ้นไปตามปกติ โดยวันนี้เริ่มจะไม่ปกติเท่าไหร่ เมื่อชาวบ้านแถวนั้นเกิดนึกขยันรวมพลกันมาช่วยกันซ่อมสะพาน เพราะฉะนั้นจึงมีผู้คนจำนวนมากที่ใส่ผ้าโพกหัวกันแดดดเดินกันทั่วสะพาน จนกระทั่งไฟสัญญาณเตือนที่สัญลักณ์รูปถังอะไรสักอย่างกระพริบขึ้นเตือนเพื่อให้รู้ว่ารถเต่ารุ่นเก่าคันนี้สามารถขับเคลื่อนได้อีกเพียงหนึ่งร้อยเมตรเท่านั้น 
          "เหอะ น้ำมันจะหมด ให้ตายเถอะ แล้วฉันจะไปหาปั๊มกลางสะพานได้ที่ไหนล่ะเนี่ย! ไม่น่าก้าวท้าวขวาออกจากบ้านเลย" เด็กสาวบ่นกับตัวเองเบาๆ "ช่างเถอะ เดี๋ยวจอดรถแล้วไปหาขอซื้อน้ำมันจากชาวบ้านแถวนี้ก็ได้" ไม่พูดเปล่าเด็กสาวเตรียมจอดรถแอบไว้ริมสะพาน เพื่อที่จะเปิดประตูออกไปพูดคุยขอซื้อน้ำมันจากชาวบ้าน
          เหมือนวันนี้ดวงเธอจะซวยที่ก้าวเท้าขวาออกจากบ้าน สะพานที่ชาวบ้านช่วยกันซ่อมยังไม่เสร็จทีดันเกิดร้อน อยากจะลงไปเล่นน้ำในคลองแสนแสบแสนสะอาดให้ชื่นใจพร้อมกับรับมอบความทุกข์ให้กัยบชาวบ้านที่ต้องหาไม้มาต่อใหม่ 

          ไม่! 
          มันทุกข์สำหรับเด็กสาวมากกว่า
          เพราะอะไรน่ะหรอ?
          "กรี๊ดดดดด" เด็กสาวร้องลั่นเมื่อรถเต่ารุ่นเก่าของเธอเริ่มเอนไปกับสะพานที่ร้อนร่วงลงไป มันไม่น่ากลัวหรอกถ้ารถเต่าจะร่วงตกคลองไป แต่....
          "กรี๊ดดดดดดดดดดดด" เด็กสาวร้องลั่นกว่าเดิมพร้อมกับชาวบ้านที่พากันหนีลงสะพานกันหมด แต่ตัวเธอยังติดอยู่ในรถ "ช่วยด้วยยยยยยยย" เสียงขอเธอเริ่มขาดหายไปเมื่อรถเต่ารุ่นเก่าของเธอเริ่มจมดิ่งลงสู่ท้องคลองแสนแสบ ไม่มีเสียงใดเล็ดรอดออกมาจากภายในรถอีก พร้อมกับเด็กสาวที่พยายามมองหาทางออกจากรถเต่า แต่ออกไปจะทำยังไงล่ะ 
          เด็กสาวนามว่าใบชา "ว่ายน้ำไม่เป็น"
          ยังโชคดีที่เธอยังพอมีสติที่จะคิดและทำอะไรลงไปทันที เธอเริ่มจากการเปิดประตูรถทั้งสองประตู
          "บ้าเอ้ย มาล็อกอะไรตอนนี้เนี่ย" เธอบ่น เมื่อประตูไม่เป็นใจให้เธอเปิดออกไปตอนนี้ 
          เด็กสาวเก็บกักออกซิเจนไว้ในปอดให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ สองมือควานหาอะไรสักอย่างเพื่อมาเป็นพยานในการตายของเธอ(?) และในที่สุดเธอก็คว้าได้ไวโอลีนตัวโปรดที่วางไว้ที่เบาะข้างคนขับ ในขณะที่น้ำจากคลองแสนแสบเริ่มใหลเข้ามาผ่านช่องของเศษเหล็กที่เริ่มพุพัง กลิ่นเหม็นจากเศษซากต้นอะไรสักอย่างที่ชอบลอยไปมาตามคลอง 
          เด็กสาวตัดสินใจยกไวโอลีนขึ้นมาทุบกระจกรถจนแจก เพราะที่หมุนกระจกรถของเธอหลุดไปตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ กระจกรถแตก แต่มันยังไม่กว้างพอที่ร่างกายอันผอมเพรียวของเธอจะผ่านออกไปได้ น้ำจากคลองแสนแสบเริ่มทะลักเข้ามาภายในรถ ขณะที่รถเต่าของเธอจมลงสู่ก้นคลองเรื่อยๆ ออกซิเจนใกล้จะหมด ลมหายใจเริ่มขาดหายเป็นช่วงๆ อีกทั้งเศษกระจกยังถูกน้ำซัดเข้ามาถูกแขนของเธอจนมีเลือดไหล
          เด็กสาวใช้ไวโอลีนทุบกระจกอีกครั้งจนเธอสามารถออกจากตัวรถได้ โชคดีที่ไวโอลีนอยู่ในกล่องทำให่ตัวไวโอลีนไม่ได้รับอันตรายใดๆ สายตาเริ่มพร่ามัวมองอะไรไม่เห็นเนื่องจากน้ำนั้นมีสภาวะเป็นน้ำคลองมีตะกอนมากมาย ใบชาใช้ขายันหลังคารถเต่าของเธอเพื่อดันตัวเองขึ้นไปสู่ผิวน้ำ แต่ก้ไม่ได้ช่วยอะไรมาก เธอเหลือแรงน้อยเต็มทีที่จะพาตัวเองขึ้นไปเหนือผิวน้ำ แรงส่งที่เธอยันหลังคารถก็ช่วยให้เธอเดินทางไปไม่ถึงผิวน้ำด้วย
          ไวโอลีนตัวโปรดยังคงอยู่ในมือ แสงสว่างจากดวงอาทิตย์เริ่มริบหรี่ เพราะผักตบชะวาเคลื่อนตัวมาบัง เท้าทั้งสองข้างตีตามประสาคนว่ายน้ำไม่เป็นพร้อมกับมือและแขนซ้ายที่พยายามพาร่างกายขึ้นไปสู้ผิวน้ำ มือและแขนขวากอดไวโอลีนไว้แน่น แต่...
          "อ่อก...!!!" ออกซิเจนห่างหายออกไปจากปอด สติเริ่มขาดหายตามไปด้วย เรี่ยวแรงหายไปชั่วขณะ แขนซ้ายชูขึ้นสูงเพื่อหวังว่าจะคว้าผักตบชะวาไว้ได้ แต่ไม่ มันอยู่สูงเกินไปที่เธอจะคว้ามันมาเป็นที่ตั้งหลักได้ สองเท้ายังคงทำหน้าที่จากตีเป็นเตะเต็มที่ แต่มันไม่ได้ช่วยให้เธอลอยขึ้นไป มันกลับทำให้เด็กสาวจมลงเรื่อยๆ
          ด้วยอากาศที่ไม่มีอีกแล้ว น้ำจึงทำหน้าที่เข้าไปแทนออกซิเจน แต่นั่นส่งผลเสียกับเด็กสาว มือซ้ายที่เริ่มจะหมดหน้าที่ แต่ตอนนี้มันกลับมามีหน้าที่อย่างเต็มที่อีกครั้ง เด็กสาวใช้มือซ้ายจับไวโอลัน ส่วนมือขวาจับคันสีแน่น กล่องหรือกระเป๋าใส่ไวโอลีน และที่ใช้ทุบกระจกนั้นจมดิ่งสู่ก้นคลองอย่างรวดเร็ว ร่างกายขยับตามจังหวะนักบัลเล่ห์
          แขนขวาและซ้ายเหยียดตรง แต่มือขวานั้นอยู่เหนือศีรษะ ส่วนมือซ้ายอยู่บริเวณช่วงขาทำมุมสี่สิบห้าองศากับร่างกาย 
          "อ่อก...!!!" เด็กสาวตะเกียกตะกายไปให้ถึงต้นผักตบชวา ความรู้สึกถึงว่าปลายของคันสีขึ้นทะลุผักตบชะวาและไม่สามารถดึงมันให้กับลงมาได้ เพราะฉะนั้นมันถูกอะไรเกี่ยวเอาไว้แน่ๆ
          เด็กสาวมีแรงอีกครั้ง เธอดึงคันสีเต็มที่ ซึ่งนั่นทำให้เธอลอยขึ้นไปอย่างรวดเร็ว และผักตบชะวาก็จมลงมาเล็กน้อย เด็กสาวดึงอีกครั้งในขณะที่ลมหายใจหมดลง สติเริ่มขาดหาย พร้อมกับส่วนหัวที่โผล่พ้นผิวน้ำไปแล้ว เบื้องหน้าคือภาพสีดำทั้งหมด ทั้งที่ความจริงมันต้องเป็นกลุ่มผักตบชะวา ไวโอลีนที่ควรจะลอยน้ำตั้งแต่แรกลอยขึ้นมาอย่างรวดเร็ว และในจังหวะนั้น ร่างกายของเด็กสาวควรจะจมลงสู่ก้นคลองทันที แต่โชคดีที่ชาวบ้านว่ายน้ำเข้ามาดึงไว้ทัน ร่างของเธอจึงถูกยกขึ้นไปไว้บนบกและส่งตัวไปยังโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด

ผลที่ได้เมื่อรอดจากเหตุการณ์นั้น : ไวโอลีนและคันสีที่รอดมาด้วยกันแต่พังต้องซ่อม เสียค่ารักษาพยาบาลไปหลายหมื่นเพราะหมดสติไปสองวันเต็มๆ ฟื้นขึ้นมาก็เป็นไข้ต่อ หมอไม่ให้หลับบ้านจึงต้องพักรักษาตัวเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์เต็ม พร้อมกับสองแขนที่มีแผลเต็มไปหมดจากเศษกระจกที่กระเด็นมาบาด

อุปสรรคในระหว่างการทำภารกิจ : ไวโอลีนที่ทำมาจากไม้น้ำมันเข้าไปข้างในแต่สามารถลอยได้ แต่มันไม่ลอยเพราะน้ำหนักของเด็กสาวที่ถ่วงไว้ และชาวบ้านไม่กล้าเข้าไปช่วยทันทีเพราะเกรงว่ารถจะระเบิด และพวกเขานึกว่าเด็กสาวจะลอยขึ้นมาพร้อมกบไม้ที่พังลงน้ำไป

 


 


 

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

10 ความคิดเห็น