ACADEMY CRIMINAL [ { BAI-CHA } ]

ตอนที่ 12 : { A.C. } LESSON#4

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 13
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    26 พ.ค. 57



:)  Shalunla

Professor’s Art of survive

Japan’s talk : สวัสดี Criminors ทุกคนในสถาบันด้วยนะครับ (ตาปรือ) ขอแนะนำตัวอย่างเป็นทางการนะครับ กระผม นายเจแปน จะมาทำหน้าที่อาจารย์สอนวิชาศิลปะการเอาตัวรอดในคลาสเรียนนี้ เด็กเก่าจาก CDS และเด็กโดมบุกแหลกของผมคงรู้จักผมดี ผมไม่ใช่คนถือตัวอะไร เพราะฉะนั้น ..... (เริ่มสะอึกออกมาเป็นกลิ่นเหล้า) ขอโทษที เมื่อวานเจ้าแบล็คเบิร์ดชวนกินวอดก้า เลยดื่มหนักไปหน่อย เอิ๊กกก (เลอก่อนจะรีบปิดปากตัวเองเพราะเหมือนจะอาเจียน)

ใบชา : เด็กสาวผมเปียยาวสีน้ำตาลมอง อ.เจเปนอย่างเอือมระอากับนิสัยเดิมๆ จากนั้นก็ฟุบหน้าลงกับโต๊ะเรียนของตัวเองที่มีตำแหน่งอยู่มุมหลังสุดใกล้กับประตูของห้อง

 

วิชาศิลปะการเอาตัวรอด
การส่งงานในห้องเรียน
 50 คะแนน
สอบข้อเขียน
 50 คะแนน

วันนี้เริ่มเรียนกันเลยแล้วกันนะ ... เอิ๊กกกกก (กดรีโมทฉายเนื้อหาก่อนจะหลับฟุบกับโต๊ะ)

 

 

LESSON#4 : รถจมน้ำ/หนีตายในกองเพลิง

 

ทำอย่างไรเมื่อรถยนต์ตกน้ำ 

            คงปฏิเสธไม่ได้ว่ารถยนต์นั้นถือเป็นปัจจัยที่ ๕ ต่อการดำรงชีวิตของมนุษย์ในปัจจุบัน การเดินทางไปไหนมาไหนด้วยรถยนต์ถือเป็นการเดินทางที่แพร่หลาย
ที่สุดในโลก และการเดินทางแต่ละครั้งก็จะต้องมีความระมัดระวังเป็นอย่างมาก มิฉะนั้นแล้วจะก่อให้เกิดความเสียหายทั้งชีวิตและทรัพย์สิน ดังนั้นความไม่ประมาทใน
ขณะขับขี่รถยนต์ จะทำให้เกิดความปลอดภัยในที่สุด

            การที่ตนเองไม่ประมาทก็ใช่ว่าจะปลอดภัยได้ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์เสมอไป เพราะว่าบนถนนนั้น มีรถยนต์วิ่งไปมาเป็นจำนวนมากมาย ผู้คนที่ขับขี่รถยนต์ก็มีความ
สามารถในการขับขี่ที่ไม่เหมือนกัน ซึ่งก็อาจทำให้เราเกิดอุบัติเหตุได้เช่นกัน แต่ถ้ากรณีที่รถยนต์ประสบอุบัติเหตุตกน้ำ ซึ่งเป็นอุบัติเหตุอย่างหนึ่งที่มีข่าวเกิดขึ้นบ่อย
ครั้ง แต่ละครั้งผู้ขับขี่หรือผู้ที่โดยสารร่วมอยู่ด้วย มีโอกาสน้อยมากที่จะรอดชีวิตอย่างน่าเสียดาย เป็นเพราะเพียงคิดง่ายๆ ว่าเรื่องอย่างนี้เป็นเรื่องไกลตัว  ไม่น่าจะเกิด
กับตัวเรา



เมื่อรถยนต์ตกน้ำ

            ให้พึงระลึกไว้เสมอว่า เรายังมีเวลาพอที่จะทำอะไร หรือแก้ไขอะไรได้ เพราะขณะที่รถยนต์ตกน้ำ (รถยนต์ส่วนบุคคลสมัยนี้เกือบ ๑๐๐ % มักจะปิดกระจกใน
ขณะขับขี่) ดังนั้น รถจะไม่จมลงในทันที แต่จะค่อย ๆ จมลงอย่างช้า ๆ อย่างต่อเนื่องประมาณ ๑๗ - ๒๐ วินาที

ขั้นตอนการเอาตัวรอดทำอย่างไร คัดจาก : หนังสือนาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๓ เล่มที่ ๑๑ )

  1. อันดับแรกสำคัญมากที่สุด คือต้องตั้งสติให้มั่น (นับหนึ่งถึงสิบไม่ได้เพราะเวลาจะหมดไปโดยเปล่าประโยชย์) ให้คิดง่าย ๆ ว่ 'มันไม่ยากเกินไปที่จะแก้ไขเมื่อมีสติ'
  2. ขณะที่รถยนต์กำลังเคลื่อนที่ไปในทิศทางที่จะตกน้ำ อย่าปลดเข็มขัดนิรภัยออกจนกว่ารถจะหมดแรงกระแทก หลายคนเมื่อเห็นว่ารถกำลังเคลื่อนที่จะลงน้ำ
    ก็จะปลดเข็มขัดนิรภัยออกในทันที ซึ่งกรณีนี้อาจทำให้ศีรษะไปกระแทกจากแรงประทะของผิวน้ำได้
  3. ทันทีเมื่อรถยนต์นิ่งสงบอยู่ในน้ำ ไม่ควรเปิดประตูรถเพราะแรงดันน้ำจากภายนอกจะทำให้ไม่สามารถเปิดประตูได้ (จนท.ตำรวจสหรัฐ พิสูจน์ความจริงข้อนี้
    แล้วว่า จากการนำรถยกห้อยรถในน้ำไว้ครึ่งคัน แล้วให้ตำรวจทั้งที่อยู่ในและนอกรถลองพยายามเปิดประตูรถ แต่ก็ไม่สามารถกระทำได้)
  4. ขณะที่น้ำเข้ารถให้ออกทางหน้าต่างเท่านั้น โดยลดกระจกลง แบบมือหมุน (MANUAL) มีเวลาพอ แต่สำหรับกระจกไฟฟ้าจากสถานการณ์จำลองพบว่า แม้
    รถจะจมอยู่ในน้ำระบบไฟฟ้าต่าง ๆ ก็ยังสามารถใช้งานได้ดีอีกประมาณ ๑๐ นาที ถึงแม้เครื่องยนต์จะดับ ไม่ต้องกลัวไฟช็อต เพราะในรถยนต์จะใช้ไฟกระแส
    ตรง (D.C.) ไม่เหมือนไฟบ้านที่เป็นกระสลับ (A.C.) ซึ่งเมื่อโดนน้ำแล้วช็อตเลย ฉะนั้นในรถยนต์จะไม่มีการช็อต การทำงานของกระจกไฟฟ้าไม่กี่วินาทียังพอ
    มีเวลาที่จะทำงานได้
  5. สูดลมหายใจให้เต็มที่และค่อยๆ เอาตัวออกที่ช่องหน้าต่าง ถึงแม้ช่วงที่เอากระจกลงจะมีน้ำไหลเข้ามาในรถก็ตาม ตัวเราก็สามารถว่ายน้ำออกทางหน้าต่าง
    ได้ ไม่ต้องห่วงข้าวของมีค่า ถ้ามีผู้โดยสารมาด้วยก็บอกให้กระทำเช่นเดียวกัน หากมีเด็กให้หนีบเด็กนั้นออกมากับตัวท่านได้อีกหนึ่งคน ดังนั้น แม้เวลาเสี้ยว
    วินาที ก็ต้องรีบกระทำดีกว่าไม่ทำอะไรเลย
  6. กรณีไม่สามารถออกทางหน้าต่างได้ (เปิดหน้าต่างไม่ได้) ไม่ว่าสาเหตุอะไรก็แล้วแต่ ข้อควรปฏิบัติต่อไป คือ ให้ปลดล็อกประตูที่เป็นทางออก (MANUAL)
    ถ้าเป็นประตูไฟฟ้าก็ต้องกดปลดล็อก (เหตุผลเดียวกับข้อ 4) เมื่อน้ำเข้ามาในรถมากพอเกือบถึงหลังคา หลังความดันภายนอกและภายในรถใกล้เคียงกันแล้ว
    ก็ให้ผลักบานประตูออกให้กว้างสุด แล้วนำตัวออกจากห้องโดยสารของรถได้ ท่านอาจจะปล่อยตัวให้ลอยขึ้นเหนือน้ำตามธรรมชาติ หรือ จะว่ายขึ้นมาก็ได้
    ในกรณีหากน้ำลึกมาก ๆ อาจจะมองไม่เห็นว่าทิศใดเหนือหรือใต้น้ำ เพราะว่ามืดไปหมด ไม่ควรใช้วิธีว่ายน้ำ เพราะอาจว่ายน้ำไปทางทิศที่ไม่ขึ้นเหนือน้ำ 
    ในกรณีนี้ควรปล่อยให้ตัวลอยขึ้นตามธรรมชาติ หรือลองเป่าอากาศดูฟองว่าลอยขึ้นทางทิศใด ก็ให้ว่ายไปทางทิศของฟองอากาศลอยไป เช่นนี้แล้วจะไม่มี
    อาการหลงน้ำ
  7. เมื่อไม่สามารถเปิดประตูหรือลดกระจกลงได้เนื่องจากเกิดแรงกระแทกและชน (เกิดอุบัติเหตุ) ก่อนรถจะตกน้ำ ขั้นตอนต่อไปควรหาของแข็งมาทุบกระจก
    เครื่องมือประจำรถที่เหมาะสมที่สุด คือ เหล็กขันน็อตที่มีอยู่ในถุงอะไหล่ รถกระบะทุกชนิดไม่ว่าสี่ประตู หรือ CAB จะเก็บถุงเครื่องมือไว้ใต้เบาะหลัง หรือ
    ส่วนที่อยู่ในเก๋งด้านหลัง ส่วนรถเก๋งต้องหาวัสดุที่เป็นเหล็กหรือของแข็งพอที่จะทุบให้กระจกแตกได้ กระจกที่เลือกทุบ
    มีหลักอยู่ว่ากระจกหน้าหลังจะเป็น
    กระจกนิรภัยออกแบบให้แตกยาก ควรทุบกระจกด้านข้างเมื่อสู้แรงดันน้ำได้ หรือ ให้แรงดันน้ำในและนอกใกล้เคียงกันแล้วให้นำตัวออก  มีความเป็นไปได้
    กรณีไม่สามารถทุบกระจกข้างให้แตกได้ เพราะแรงดันน้ำภายนอก วิธีต่อไปให้เลือกทุบกระจกหลังเพราะเป็นส่วนที่จมน้ำหลังสุด (เพราะส่วนหัวจะจมก่อน)
  8. อย่าตามอากาศอย่างเด็ดขาด การเสียชีวิตเนื่องจากติดอยู่ในรถก็เพราะผู้เสียชีวิตพยายามตามอากาศที่ไหลไปรวมกันอยู่หลังรถ เพราะหน้ารถพุ่งลงน้ำ
    (เครื่องยนต์อยู่ด้านหน้า) หัวรถจะจมน้ำก่อนแล้วท้ายรถก็จะโด่งขึ้นอากาศจึงไหลไปรวมกันที่นั่งหลัง อากาศที่อยู่หลังรถดูเหมือนจะมีให้หายใจได้ แต่เมื่อ
    จมลงไปเรื่อย ๆ ตัวรถจะเริ่มตั้งฉากอากาศจะถูกบีบออกทางกระโปรงหลังภายในไม่กี่นาที
  9. การตัดสินใจปฏิบัติตามขั้นตอน ควรทำอย่างรวดเร็วเพราะไม่สามารถทายได้ว่าก้นน้ำจะมีความลึกมากแค่ไหน ภูมิประเทศใต้น้ำอย่างไร ถ้าเป็นโคลนโอกาส
    รอดก็จะมีน้อยทีเดียว

            จากสาระเล็กๆ น้อยๆ นี้เชื่อว่าน่าที่จะเป็นประโยชย์ได้บ้าง เมื่อผู้ประสบภัยรถตกน้ำและพอที่จะจำขั้นตอนการปฏิบัติได้ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าท่านผู้อ่านจะนำไปปฏิบัติเมื่อเกิดเหตุ หรือถ่ายทอดกับผู้อื่น และมีผู้ปฏิบัติรอดชีวิตสักเพียงหนึ่งคนก็จะเป็นอานิสงส์อย่างยิ่ง / นว.สส. เรียบเรียง

เมื่ออยู่ในกองเพลิง

เกี่ยวกับเรื่องนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่บรรเทาสาธารณภัยได้ให้ข้อแนะนำว่า การออกไปอยู่ในอาคารปิดทึบ ไม่ว่าจะเป็นผับ บาร์ หรือห้างสรรพสินค้า สิ่งที่พึงกระทำเป็นอันดับต้น ๆ คือการมองหาทางหนีไว้อย่างน้อย ทาง เช่น สังเกตตำแหน่งบันไดหลักและบันไดหนีไฟ ประตู หน้าต่าง เส้นทางหนีไฟ และทางออกจากตัวอาคาร และจะต้องตรวจสอบให้แน่ใจว่า ทางออกนั้นไม่ได้ปิดล็อกหรือมีสิ่งกีดขวาง สามารถใช้ได้อย่างปลอดภัยจริง

          นอกจากนี้ ต้องสังเกตอุปกรณ์ช่วยชีวิตและอุปกรณ์เตือนภัยว่ามีอยู่หรือไม่ เป็นแบบใด อยู่ที่ไหน จำนวนและใช้อย่างไร ได้แก่ เครื่องดักจับควัน (Smoke Detectors) เครื่องดักจับความร้อน (Heat Detectors) อุปกรณ์ดับเพลิงอัตโนมัติ (Sprinkler)อุปกรณ์แจ้งเหตุฉุกเฉิน (Fire/Emergency Alarm) และเครื่องดับเพลิง (Fire Extinguisher)


 


วิธีการช่วยเหลือตนเองเบื้องต้น เมื่อประสบเหตุเพลิงไหม้

          1. ต้องควบคุมสติให้ได้ อย่าตื่นกลัวจนทำอะไรไม่ถูก แล้วเปิดสัญญาณเตือนเพลิงไหม้(ถ้ามี) และหากได้ยินสัญญาณเตือนไฟไหม้ ให้รีบออกจากตัวอาคารทันที อย่าเสียเวลาตรวจสอบว่าเพลิงไหม้ที่ใด 

          2. หากเพลิงมีขนาดเล็ก พอที่จะดับเองได้ ให้ใช้ถังดับเพลิง เพื่อดับไฟ หากไม่มีอุปกรณ์ หรือไม่สามารถดับเพลิงเองได้ ให้รีบแจ้งตำรวจดับเพลิง โทร. 199 จากนั้นรีบออกจากตัวอาคารทันที และปิดประตู-หน้าต่างห้องที่เกิดเพลิงไหม้ให้สนิทที่สุดทันที (ถ้าทำได้) เพื่อให้เกิดภาวะอับอากาศ วิธีนี้จะช่วยให้เพลิงไหม้ช้าลง ทำให้ง่ายต่อการดับเพลิง แต่ต้องแน่ใจว่าไม่มีใครติดอยู่ข้างใน แล้วรีบวิ่งหนีออกมา

          3. หากอยู่ในอาคารที่มีเพลิงไหม้ ก่อนจะเปิดประตูต้องแตะลูกบิดก่อน โดยนั่งชันเข่าให้มั่นคงหลังประตู แล้วใช้หลังมือแตะที่ลูกบิดประตู ถ้ามีความร้อนสูงแสดงว่ามีเพลิงไหม้อยู่ในห้อง หรือบริเวณใกล้ ๆ ดังนั้น อย่าเปิดประตูโดยเด็ดขาด แต่หากลูกบิดไม่ร้อน ให้ค่อย ๆ บิดออกช้า ๆ โดยใช้ไหล่คอยหนุนประตูไว้ หากทำได้ควรหาผ้าชุบน้ำปิดจมูก หรือผ้าห่มชุบน้ำชุ่ม ๆ ไว้ด้วย

          4. หากต้องเผชิญกับควันไฟที่ปกคลุม ให้ใช้วิธีคลานต่ำ ๆ และหนีไปยังทางออกฉุกเฉิน เพราะอากาศที่พอหายใจได้จะอยู่ด้านล่างเหนือพื้นห้องไม่เกิน ฟุต เนื่องจากผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บในเหตุเพลิงไหม้ประมาณร้อยละ 90 เป็นผลมาจากสำลักควันไฟ เพราะมีทั้งก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์และไอร้อน ทำให้ขาดออกซิเจน ควรเตรียมหน้ากากหนีไฟฉุกเฉิน (Emergency smoke mask) ไว้จะปลอดภัยกว่า หรืออาจใช้ถุงพลาสติกใสขนาดใหญ่ตักอากาศ แล้วคลุมศีรษะหนีฝ่าควันออกมา เพราะการคลานต่ำจะไม่สามารถทำได้จากชั้นบนลงชั้นล่างที่มีควัน

          5. อย่าใช้ลิฟต์และบันไดเลื่อนขณะเกิดเพลิงไหม้ เพราะอุปกรณ์เหล่านี้จะหยุดการทำงานเนื่องจากไม่มีกระแสไฟฟ้า ให้ใช้บันไดหนีไฟเท่านั้น

          6. หากติดอยู่ในวงล้อมของไฟ ให้โทรศัพท์แจ้งหน่วยดับเพลิงว่าท่านอยู่ที่ตำแหน่งใดของเพลิงไหม้ แล้วหาทางช่วยเหลือตัวเองโดยปิดประตูให้สนิท หาผ้าหนา ๆ ชุบน้ำอุดตามช่องที่ควันเข้าได้ เช่น ใต้ประตูหรือช่องลมต่าง ๆ ปิดพัดลมและเครื่องปรับอากาศ แล้วเปิดหน้าต่างส่งสัญญาณด้วยการใช้ไฟฉายหรือผ้าโบก และตะโกนขอความช่วยเหลือ ทั้งนี้ เพื่อให้คนนอกอาคารรู้ตำแหน่งที่แน่นอน

          7. หากมีไฟลามติดตัว อย่าเพิ่งวิ่ง เพราะยิ่งวิ่ง... ไฟจะยิ่งลุกลาม ให้หยุดนิ่ง และล้มตัวลงนอนกับพื้นทันที หลังจากนั้นให้ใช้มือปิดหน้า กลิ้งตัวทับเสื้อผ้าที่ติดไฟจนดับ

          8.ถ้าหนีออกมาได้แล้ว ไม่ควรกลับเข้าไปในอาคารอีก หากยังมีคนอื่นติดอยู่ภายในอาคาร ให้แจ้งเจ้าหน้าที่ดับเพลิงทราบ เพื่อที่เจ้าหน้าที่จะได้เข้าไปช่วยเหลือผู้ที่ติดอยู่

 


การปฐมพยาบาลผู้บาดเจ็บจากไฟไหม้เบื้องต้น

           1. ใช้น้ำสะอาด ราด รด หรือแช่ผู้บาดเจ็บจากไฟลวก เพื่อลดความเจ็บปวดของบาดแผล หยุดการทำลายจากความร้อน

           2. หากผู้บาดเจ็บสวมแหวน นาฬิกา กำไล ให้รีบถอดออก เพราะไม่นานบริเวณที่ถูกความร้อนจะเกิดอาการบวม

          3. ปิดแผลด้วยผ้าปิดแผล ถ้าหาไม่ได้ให้ใช้ผ้าเช็ดหน้า ปลอกหมอนหรือผ้าปูที่นอนพันบาดแผลไว้ และรีบนำส่งโรงพยาบาล

สิ่งที่ต้องเตรียมไว้ล่วงหน้า

          1. บันไดหนีไฟ เป็นสิ่งจำเป็นที่สุด เมื่อเกิดเพลิงไหม้จะช่วยให้เราออกจากสถานที่เกิดเหตุได้ พวกอาคารสูงๆ นั้นก็ต้องมีบันไดหนีไฟไว้ด้วย แต่ถ้ามีบันไดแล้วใช้ไม่เป็นก็ไม่ดีแน่ค่ะ นี่คือข้อแนะนำในการใช้บันไดหนีไฟ

          - ควรมีการตรวจสอบสภาพของบันไดหนีไฟให้พร้อมใช้งานได้อยู่ตลอดเวลา

          - ควรซักซ้อมความเข้าใจในการใช้บันไดหนีไฟ

          - หากมีลูกกรงเหล็กดัด ต้องทำกลอนประตูที่เปิดออกได้ง่าย ไม่ควรคล้องกุญแจเด็ดขาด

          2. อุปกรณ์ดับเพลิง ควรมีไว้ประจำบ้าน ประจำชั้นต่าง ๆ ของตึก และต้องเรียนรู้การใช้เครื่องดับเพลิงด้วย

          3. วัตถุไวไฟ ควรเก็บให้มิดชิด หากไม่จำเป็นจริง ๆ ควรเก็บไว้นอกที่พักจะดีกว่า 

          4. อุปกรณ์ไฟฟ้า ต้องรักษาให้อยู่ในสภาพดี ควรมีการตรวจสอบอยู่เสมอ หากพบว่าชำรุดต้องรีบแก้ไข ซ่อมแซมหรือเปลี่ยนใหม่ทันทีเพื่อป้องกันการเกิดไฟฟ้ารั่ว ซึ่งเป็นต้นเหตุของเพลิงไหม้

          5. อย่าใช้ลิฟต์ขณะเกิดเพลิงไหม้ เพราะลิฟต์จะเป็นช่องทางให้ควัน ความร้อนและเปลวไฟผ่าน และยิ่งถ้ากระแสไฟถูกตัดขาด รับรองว่าติดอยู่ในลิฟต์ตายแน่นอน

          6. อย่าหวงข้าวของต่าง ๆ อย่าคิดว่ามีเวลาเหลือพอที่จะกอบโกยข้าวของออกมา ควรรีบหนีไฟออกมาก่อนดีกว่า เงินทองของนอกกาย ไม่ตายก็หาเอาใหม่ได้ 

          หวังว่าข้อแนะนำต่าง ๆ เหล่านี้ คงเป็นประโยชน์กับทุกคนนะคะ อย่างไรก็ตาม หากเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น อย่าลืมว่าสิ่งสำคัญคือการมีสติเท่านั้นที่จะช่วยให้เรารอดชีวิตได้

 

 

เสียงกริ่งดังขึ้น เจแปนสะดุ้งก่อนจะรีบเช็ดน้ำลายของตัวเอง เด็ก ๆ ในคลาสกำลังเก็บของกันเตรียมจะออกจากห้อง

 

เฮ้อย่าลืมทำการบ้านบนไสลด์ด้วยนะ เดี๋ยวช่วงเย็น ๆ จะมีคนมารับพวกนายไปทำภารกิจ

 

ใบชา : เด็กสาวรู้สึกตัวอีกทีก็หมดคาบเรียนเสียแล้ว เธอเงยหน้าขึ้นพร้อมกับมองเหล่าเพื่อนๆที่ทยอยออกจากห้องอย่างเบลอๆ เด็กสาวบิดไล่ความง่วงหลายที แล้วลุกขึ้นยืน ก่อนจะเดินออกจากห้องไปโดยไม่ได้ฟังสิ่งที่ อ.เจเเปนพุด

 

การบ้านวิชาศิลปะการเอาตัวรอด

คำสั่ง นักเรียนทุกโดมถูกวางยาสลบและพาตัวไปปฏิบัติภารกิจเสี่ยงตาย ทุกคนต้องอธิบายวิธีการหนีตายออกมาจากบริเวณที่กำหนดให้ได้

Spinel Dormitory / = พวกหนู ๆ เป็นโดมที่ผมดูแลอยู่ เพราะฉะนั้นจะเป็นโดมพิเศษที่ได้ถูกส่งไปยังตึกที่เกิดเพลิงไหม้ หนีตายจากตึกที่กำลังเกิดเพลิงไหม้โดยที่นักเรียนอยู่คนละห้องกัน

 

Canalian Dormitory / Quartz Dormitory /  Topaz Dormitory = อยู่ในรถมือสองที่ใกล้จะจมน้ำเต็มที หาทางรอดออกมาจากรถให้ได้นะ ^^

ขอย้ำขอย้ำนี่คือการปฏิบัติการจริงของนัก(ฆ่า)ล่าอาชญากรทุกท่าน เอาตัวรอดกลับมาส่งงานให้ได้นะ

เงื่อนไข
- อธิบายการทำภารกิจที่ได้รับมอบหมาย
- คะแนน 50 คะแนน

กำหนดส่งวันที่ 27 มกราคม – 1 กุมภาพันธ์ เวลา 21.00 น.
- ส่งงานที่ห้องนอนของเจแปน

ค่าตอบแทนเมื่อทำงานสำเร็จ
Tact Skill +9
- Body Skill + 12
- Note Skill + 9
- Decision Skill +7
- Life +10
คะแนนงานที่ได้ (ได้ไม่เท่ากัน)

เมื่อทำงานไม่สำเร็จ!
- Life-20
โดนขึ้นป้ายรายงานที่หน้ากระดานคะแนน (เกิน 3 ครั้ง ตาย!)



 

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

10 ความคิดเห็น