บัญชารักเทพบุตรร้าย(สนพ.ไลต์ ออฟ เลิฟ)

ตอนที่ 7 : ยิ่งหนี ยิ่งเจอ(1)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7,010
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 19 ครั้ง
    7 ต.ค. 58

       


         

      พัชราภามาทำงานแต่เช้าตรู่เพราะไม่อยากให้ใครบางคนตำหนิได้อีกว่าหล่อนนั้นเข้าทำงานสาย หญิงสาวเข้าไปตรวจเช็คคนไข้ในห้องเด็กอ่อนพร้อมกับพูดคุยกับพ่อแม่ของเด็กอย่างเป็นกันเอง บางครั้งก็เข้าไปทักทายเล่นกับเด็กเป็นประจำอย่างที่เคยทำ

 

        “ขอชาร์ตประวัติคนไข้เตียงสิบด้วยค่ะ”

 

        “นี่จ๊ะ”

 

        “ขอบคุณมากค่ะ” พัชราภากล่าวขอบคุณพร้อมทั้งส่งยิ้มให้กับผู้ช่วยพยาบาลฝ่ายทะเบียน

 

        “เจ้านายจอมโหดมาหรือยัง” สกาวใจที่เพิ่งเดินออกมาจากห้องเก็บอุปกรณ์เดินเข้าขึ้นมาตีคู่เอ่ยถามถึงฟิลิปเป้ทันที

 

        “ยังไม่เห็นนี่” พัชราภาไม่ได้สนใจคำถามของสกาวใจสักเท่าไร หล่อนมัวแต่ก้มลงอ่านชาร์ตคนไข้ในมืออยู่

 

        “รู้หรือยังพี่วรรณลาคลอด” วรรณที่สกาวใจหมายถึงก็คือพยาบาลที่คอยติดตามอาจารย์หมอไปทุกหนทุกแห่ง หรืออาจจะเรียกว่าเป็นผู้ช่วยอาจารย์ก็ว่าได้

 

        “ก็พอได้ยินข่าวมาบ้าง” ปากพูดแต่ตาก็ยังคงให้ความสนใจกับสิ่งที่อยู่ในมือ

 

        “หัวหน้าพยาบาลกำลังหาคนมาแทนพี่วรรณอยู่”

 

        “เออแล้วไง”

 

        “อ้าว! ก็หมายความพวกเราอาจมีสิได้ขึ้นไปเป็นผู้ช่วยอาจารย์ ไม่ต้องมาทนฟังหัวหน้าพยาบาลโขกสับ” สกาวใจหันซ้ายหันขวาก่อนจะกระซิบกระซาบบอกพัชราภาด้วยความตื่นเต้น

 

        “คุณสายสมรคงมีเด็กของเขาอยู่แล้ว”

 

        “ไม่แน่เพราะฉันยังไม่เห็นคุณสายสมรโปรดปรานใครเลย ฉันคอนเฟิร์มว่าไม่มี” เรื่องนี้สกาวใจรู้ดีเพราะหล่อนได้ไปสืบหามาหมดแล้วว่าหัวหน้าพยาบาลไม่ได้ให้ความสำคัญกับใครเป็นพิเศษดังนั้นทุกคนก็มีสิทธิ์เท่ากัน

 

“คุณพริกครับ”

 

เสียงทุ้มนุ่มลึกที่เรียกพัชราภาทำให้หญิงสาวทั้งสองคนต้องหันไปมอง พัชราภาถึงกับฉีกยิ้มเมื่อเห็นว่าเป็นเอริคนั่นเอง

 

“สวัสดีค่ะคุณหมอ มาทำงานแต่เช้าเลยนะค่ะ” หล่อนเอ่ยทักเขาด้วยสีหย้ายิ้มแย้มแจ่มใส

 

ส่วนสกาวใจก็คอยยืนสังเกตการณ์ดูความสัมพันธ์ของทั้งคู่

 

“เปล่าหรอกครับ ผมยังไม่ได้กลับบ้านเลยต่างหาก พอดีมีผ่าตัดใหญ่เมื่อคืนเพิ่งเสร็จเมื่อเช้านี้เองครับ”  เอริคเอ่ยบอกน้ำเสียงเหนื่อยๆ

 

“โอ้โห! อย่างนี้คุณหมอคงเหนื่อยแย่ทำไมไม่รีบกลับไปพักผ่อนที่บ้าน มาทำอะไรที่แผนกเด็กล่ะคะ” เป็นสกาวใจนั่นเองที่เอ่ยถาม พัชราภารู้ทันเพื่อนจึงหยิกไปที่หลังของสกาวใจเป็นการเตือนว่าอย่าเล่นกับเอริค นั่นอาจารย์หมอนะ

 

“คุณหมอมาหาคุณหมอฟิลิปเป้ใช่ไหมคะ” พัชราภารีบพูดขึ้นมาทันที

 

“เปล่าครับ ผมมาหาคุณพริกล่ะครับว่าจะชวนไปดื่มกาแฟ เหลือเวลาครึ่งช่วงโมงกว่าจะเข้างาน คุณพริกไปด้วยกันนะครับ” เอริคยิ้มอย่างเปิดเผยว่าเขานั้นกำลังจีบหญิงสาว

 

พัชราภาและสกาวใจหันมองหน้ากันอย่างรู้กันอยู่สองคน ปองศักดิ์คาดเดาถูกเอริคกำลังปิ๊งหล่อนและเขากำลังชวนหล่อนออกเดตโดยการไปดื่มกาแฟกัน

 

“อ้อฉันไปก่อนแล้วกันนะ ลาล่ะค่ะคุณหมอ” สกาวใจหันมาบอกเพื่อนสาว ก่อนจะร่ำลาเอริคแล้วรีบเดินออกไปเพราะไม่อยากเป็นก้างขวางคอทั้งสองคน

 

“เพื่อนคุณพริกเหรอครับ” เอริคเอ่ยถามแววตาเขาเต็มเปี่ยมไปด้วยความรักยามเมื่อมองมาที่หล่อน

 

“ใช่ค่ะเธอชื่อเจี๊ยบค่ะเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่สมัยเรียนมัธยม” หญิงสาวบอกด้วยวาจาอ่อนหวาน

 

“อ้อครับตกลงว่าไงครับ คุณพริกจะให้เกียรติไปดื่มกาแฟกับผมไหมครับ” เอริคเอ่ยถามอีกครับเมื่อพัชราภายังไม่ตอบตกลง

 

“ตกลงค่ะ” หล่อนยิ้มบางๆ ให้เขา

 

“งั้นเชิญเลยครับ” เอริคผายมือเป็นการให้เกียรติหญิงสาวเดินนำเขาไปก่อน

 

        ที่โรงอาหารเอริคและพัชราภาคุยกันอย่างสนุกสนาน เอริคเล่าเรื่องเขากับฟิลิปเป้สมัยเรียนเป็นนักศึกษาแพทย์ เพราะฟิลิปเป้ขึ้นชื่อเป็นหัวโจกในการทำเรื่องแผงๆ  ทั้งเขาและฟิลิปเป้มีอะไรๆ ที่เหมือนกันหลายอย่าง เช่น ทั้งคู่ต่างก็เป็นลูกครึ่ง แม่ของพวกเขาเรียนจบแพทย์ที่สถาบันเดียวกัน และไปต่อเฉพาะทางที่ฝรั่งเศสที่เดียวกันจนได้ไปพบรักกับพ่อของทั้งคู่ เขากับฟิลิปเป้ยังเกิดวันเดือนปีเดียวกัน ชอบอะไรๆ ที่คล้ายกันแม้กระทั้งเรื่องผู้หญิง หลายครั้งที่ทั้งคู่เกือบจะทะเลาะกันเพราะแย่งผู้หญิงคนเดียวกัน จนต้องทำสัญญาว่าถ้าจะจีบผู้หญิงคนเดียวกันต้องมีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งต้องบอกกันก่อน

 

        “แล้วตอนนี้คุณหมอฟิลิปเป้คบกับใครอยู่ล่ะคะ” ตั้งใจจะเก็บข้อมูล เรื่องคาวๆ ของเขาบ้าง

 

        “รายนั้นคบผู้หญิงอยากมากครับ ตอนนี้โสดสนิทเพราะเพิ่งอกหัก มันถึงย้ายมาประจำที่นี่”

 

        “อกหักเหรอคะ” พัชราภามีสีหน้าตกใจไม่อยากจะเชื่อหน้าหล่อๆ อย่างเขาน่ะหรือเคยอกหักด้วย หล่อนว่าที่เขาอกหักพ่อไม่ใช่หน้า แต่เพราะนิสัยกับปากร้ายๆ ของเขามากกว่า ผู้หญิงคนไหนก็ทนไม่ได้ทั้งนั้นแหละ

 

        “ใช่ครับก็คนรักของมันดันแต่งงานไปแล้ว มันก็เลยกินแห้ว ต้องหอบหัวใจอันบอบช้ำข้ามน้ำข้ามทะเลกลับไทย” เอริคเอ่ยนัยน์ตาขบขัน เมื่อนึกถึงเมื่อวันก่อนฟิลิปเป้เมาจนหัวราน้ำยิ่งกว่าหมาเสียอีกจนไม่รู้ว่าสาวที่ไหนหิ้วมันไป เพราะก่อนหน้านั้นเขากลับมาก่อนเพราะมีเคสผ่าตัดด่วนจึงไหว้วานเพื่อนๆ แถวนั้นดูแทน แต่พอเขาเสร็จภารกิจเพื่อนๆ ก็โทรศัพท์มาเล่าให้ฟังว่าฟิลิปเป้ถูกสาวหิ้วขึ้นโรงแรม

 

        “ถึงว่า” เสียงหล่อนพึมพำเบาๆ ถึงว่าทำไมเขายอมให้หล่อนหิ้วขึ้นห้องง่ายๆ

 

        “ถึงว่าอะไรเหรอครับ” เขาถามเมื่อได้ยินหล่อนพูดไม่ถนัด

 

        “ปะเปล่าค่ะ” พัชราภาปฏิเสธชายหนุ่มเพื่อนกลบเกลือน ก็จะให้เขารู้ได้ไงว่าผู้หญิงที่หิ้วฟิลิปเป้ไปก็คือหล่อนนั้นเอง แบบนี้ภาพนางฟ้าที่แสนดีในสายตาเขาก็เสียหมด

 

        “คุณพริกล่ะครับตอนนี้คบใครอยู่หรือเปล่า” เอริคเอ่ยถามแววตามีความหวัง

 

        “ไม่มีค่ะ” พูดเลยว่าหล่อนไม่ได้อ่อย แค่เป็นคนเปิดเผย

 

        “แสดงว่าคุณพริกโสด”

 

        “ค่ะ”

 

        เอริคแววตาฉายความปรารถนาหล่อนอย่างแรงกล้า เมื่อได้ทราบว่าผู้หญิงที่เขาหมายปองโสดสนิทก็ดีใจเตรียมเดินหน้าจีบหล่อนเต็มที่

 

        “ไม่น่าเชื่อนะครับว่าสวยๆ อย่างคุณพริกจะโสด” เขาเปรยๆ ขึ้นมา แต่หัวใจตอนนี้มันพองโตยิ่งกว่าลูกโป่งเสียอีก นานๆ ทีจะมีสาวโสดแถมสวยรวยเสน่ห์มาตกถึงท้อง งานนี้มีหรือจะพลาด

 

        “เชื่อเถอะค่ะ” หญิงสาวบอกแล้วยิ้มออกมาเล็กน้อย เอริคฉีกยิ้มกว้างเมื่อสบสายตาหล่อนอย่างปลาบปลื้มระคนภาคภูมิใจงานนี้เขาจะเดินหน้าทำคะแนนเต็มที่

 

        ภาพการสนทนา หัวเราะและการส่งสายตาหวานเยิ้มของทั้งคู่ถูกจดจำอยู่ในหัวสมองของฟิลิปเป้ไว้ทุกรายละเอียด สายตาเข้มจ้องเขม็งไปที่เจ้าของร่างบางอย่างไม่พอใจ ฟิลิปเป้จับจ้องสองร่างนั้นมานานตั้งแต่ทั้งคู่ก้าวมาถึงโรงอาหาร อดทนดูเจ้าหล่อนหัวเราะต่อกระซิกกับเพื่อนรักของเขาอย่างน่าไม่อาย ทั้งๆ ที่มีผัวเป็นตัวเป็นตัวเป็นตนอยู่แล้วยังเที่ยวหว่านเสน่ห์ให้ผู้ชายอื่นไปทั่ว หน้าด้าน! ไร้ยางอาย นางวังทองสองใจ มากรักมากผัวไม่รู้จักพอ

 

        ฟิลิปเป้ค่อนขดพัชราภาด้วยความหึงหวงโดยที่ตัวเองไม่เคยรู้ตัวมาก่อน หงุดหงิดทุกครั้งที่เห็นหญิงสาวใกล้ชิดสนิทสนมผู้ชายอื่น จนในที่สุดทนดูไม่ไว้ลุกขึ้นยืนแล้วเดินไวๆ ไปยังโต๊ะที่ทั้งคู่นั่งอยู่

 

        พัชราภาเห็นร่างสูงหน้าบูดบึ้งมาแต่ไกลได้แต่ตกใจเมื่อเห็นเขามาปรากฏตัวอยู่ที่นี่ หน้าตาตื่นของพัชราภาพาลทำเอาเอริคต้องหันไปมอง

 

        “อ้าวฟิลิปมาแต่เช้าเชียว” เป็นเอริคที่เป็นฝ่ายเอ่ยทักเขาก่อน

 

        “อืม” เขาตอบห้วนๆ สั้นๆ แต่สายตากับจับจ้องไปที่พัชราภาหมายจะประทุษร้ายให้ได้

 

        “นั่งด้วยกันไหม” เอริคเอ่ยชวน

 

        ไม่ทันขาดคำฟิลิปเป้ก็ลากเก้าอี้จากโต๊ะข้างๆ มานั่งร่วมโต๊ะกับทั้งคู่โดยไม่ต้องให้เอริคเอ่ยชวนซ้ำสอง พัชราภามีสีหน้าอึ้งๆ กับการกระทำของเขา

 

        “คุยอะไรกันอยู่เหรอ”  ฟิลิปเป้หันมันถามแม่วันทองสองใจของเขาคล้ายอยากจะกวนโทสะของเจ้าหล่อน


        “ก็คุยเรื่องเรื่อยเปื่อย” เอริคเห็นหน้าหญิงสาวทำท่าอึดอัดจึงช่วยหล่อนตอบคำถามแทน

 

        “ฉันไม่ได้ถามแกฉันถามพยาบาลของฉัน” ฟิลิปเป้เน้นประโยคสุดท้ายอย่างชัดเจนเหมือนจะบอกอีกฝ่ายเป็นนัยๆ

 

พัชราภาถึงกับหน้าร้อนผ่าวกับคำพูดของเขา หล่อนไม่เข้าใจว่าเขากล้าพูดออกมาได้อย่างไรว่าหล่อนเป็นพยาบาลของเขาต่อหน้าเอริค

 

“ใครตอบมันก็เหมือนๆ กันนั่นล่ะ เพราะฉันกับคุณพริกเราคุยเรื่องเดียวกัน” เอริคบอกแล้วหันไปยิ้มกับพัชราภา

 

ฟิลิปเป้มองการกระทำของทั้งสองคนก็ต้องขบกรามแน่นด้วยความโมโห ทำมาเป็นยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ ดัดจริตนัก! 

 

“เป็นอะไรทำไมไม่ตอบคำถามผมล่ะ” เขาหันไปเล่นงานหล่อนอีกครั้ง

 

พัชราภาพยายามข่มอารมณ์ให้ขุ่นไปตามคำพูดของเขาแม้จะรู้ดีว่าการมาของฟิลิปเป้นั้นต้องการที่จะหาเรื่องหล่อน พัชราภาแสร้งฉีกยิ้มหวานให้เขาก่อนจะตอบกลับไป

 

“คุณเรื่องเดียวกับที่คุณหมอเอริคบอกค่ะพอดีว่ามันเป็นความลับไม่อยากให้บุคคลที่สามรู้” คำตอบของพัชราภาทำเอาฟิลิปเป้หน้าตึงเมื่อถูกหญิงสาวเหน็บแนมต่อหน้าเพื่อนรัก ส่วนเอริคนั้นนั่งหัวเราะคิกๆ

 

ยายแม่มด! กล้าว่าฉันเสือกงั้นเหรอ

 

        ฟิลิปเป้ลุกขึ้นด้วยท่าทางโกรธจัดมองหน้าหล่อนด้วยแววตากริ้วโกรธ  พัชราภามองตามด้วยสายตาหวาดหวั่นหัวใจส่วนหนึ่งหวั่นเกรงกลัวความโกรธที่ลุกโชนอยู่ในดวงตาของเขา แต่เขาจงใจหาเรื่องหล่อนก่อน จะให้นิ่งเฉยอยู่อย่างไรก็ต้องโต้ตอบไปเสียบ้างจะได้รู้ว่าหล่อนไม่ใช่ผู้หญิงที่เขาจะมาแสดงอำนาจบาตรใหญ่ได้เสมอ

 

        “ในเมื่อมันเป็นความลับ ฉันไปก็ได้” น้ำเสียงของเขาติดประชดประชันอยู่ไม่น้อย ก่อนจะเดินออกไปด้วยท่าทางฉุนเฉียว

 

        “สุดยอดเลยครับคุณพริก” เอริคตบมือให้หญิงสาวด้วยความชื่นชม แต่พัชราภาทำหน้างงใส่เขา

 

        “อะไรเหรอคะ”

 

        “ก็เล่นงานจอมโหดซะกลับไปตั้งหลักแทบไม่ทัน” เอริคเอ่ยหัวเราะอยู่ในลำคอ

 

        “อันที่จริงพริกก็ไม่ได้ตั้งใจพูดแบบนั้นใส่คุณหมอฟิลิปเป้แบบนั้นนะคะ ถ้าคุณหมอฟิลิปเป้ไม่จงใจแกล้งกันก่อน” หญิงสาวบอกใบหน้าดูขึงขัง แต่เอริคกลับยิ้มอย่างเอ็นดูกับใบหน้าของหล่อน

 

        “ยิ้มอะไรคะ พริกพูดจริงนะคะ” พัชราภาตีหน้ามุ่ยเมื่อเห็นอีกฝ่ายขบขันใส่หล่อน

 

        “เปล่าครับผมชอบเวลาที่คุณพริกแสดงสีหน้าจริงจังมันดูน่ารักดี” ชายหนุ่มกล่าวอย่างเอาใจหญิงสาว พัชราภาได้แต่ยิ้มแก้เขิน

 

        “พริกว่าใกล้เวลางานแล้วเราไปกันเถอะค่ะ” หล่อนเอ่ยชวนเขาเมื่อดูเวลาจากนาฬิกาที่ข้อมือแล้วว่าใกล้เวลาทำงานเต็มที อีกอย่างหล่อนไม่ต้องการมีปัญหากับเจ้านายเรื่องเข้างานสายพาลทำให้เขาเอามาเป็นข้ออ้างในการประชดประชันหล่อนอีก

 

        “จริงด้วย! งั้นเดี๋ยวผมเดินไปส่งคุณที่แผนกนะครับ”

 

        “ค่ะ”

 

        เอริคเดินไปจ่ายค่ากาแฟที่เคาน์เตอร์ก่อนจะเดินเคียงคู่พัชราภาพาหล่อนไปส่งที่แผนกและหลังจากนั้นเขาจะกลับไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าที่บ้านแล้วงีบสักชั่วโมงและจะกลับเข้ามาที่โรงพยาบาลอีกครั้ง



        แอบเห็นมีคนสาปแช่งคุณหมอของเราแล้ว ยังค่ะ ฮียังหึงไม่พอ ต้อวติดตามต่อไปว่าแกจะหึงพยาบาลสาวสุดสวยสะบัดขนาดไหน ขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามค่ะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 19 ครั้ง

2,214 ความคิดเห็น

  1. #580 pittanan (@pittanan) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2558 / 03:14
    ไรท์ขา อันนี้ตั้งใจเลยใช่ไหมที่ให้ คุณหมอเรียก นางเอกว่า นังแม่มด อ่านแล้วรู้สึกขัดใจค่ะ มันดูรุนแรงเหมือนคนที่ชาตินี้จะไม่มีวันดีกัน ใช้เรียกอีกฝ่ายอ่า เค้าว่า แค่ ยัยแม่มด ก็โอแล้วนะคะ ดูซอฟลง แล้วบ่งบอกว่าอิหมอ มีความรู้สึกด้านบวกกับนางเอกอยู่
    #580
    1
    • #580-1 poplove (@blacktea) (จากตอนที่ 7)
      7 ตุลาคม 2558 / 09:33
      ขอบคุณค่ะที่ทักทวงเรื่องนี้เดี๋ยวจเปลี่ยนเป็นยายแม่มดนะคะ พอดีเนื้อเรื่องที่นำมาลงยังไม่ผ่านการรีไรท์ ต้องขออภัยด้วยนะคะ ขอบคุณสำหรับคำแนะนำ และที่ติดตามค่ะ
      #580-1
  2. #28 Pilin Pinit (@pilinpinit) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2558 / 21:36
    สมน้ำหน้าตาหมอฟิลิปอยากเล่นตัวดีนักมันน่าให้หนูพริกหักอกอีกรอบนัก
    #28
    0
  3. #27 nuinuinui56 (@nuinuinui56) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2558 / 16:32
    มั่นใส้จริงๆเลยพริกจ๋าอย่าไปยอมสัูๆ
    #27
    0
  4. #26 Soodteerak San D (@vanilla-seal) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2558 / 21:59
    หึง แต่ทำอะไรไม่ได้ คิกๆๆๆ ขำคุณหมอจริงๆๆ
    #26
    0