บัญชารักเทพบุตรร้าย(สนพ.ไลต์ ออฟ เลิฟ)

ตอนที่ 47 : จุดหักเห(2)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7251
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 17 ครั้ง
    19 ต.ค. 58

  


สวัสดีค่ะนักอ่านที่น่ารักทุกคน ใกล้งานมหกรรมหนังสือแล้วเบลล์ก็ขอฝากผลงานของเบลล์ภายใต้นามปากกา ลลิลธร ให้นักอ่านทุกคนช่วยอุดหนุนด้วยนะคะตามรายชื่อหนังสือด้านบนเลยจ้า ใครไปงานหนังสืออย่าลืมแวะไปที่บูธนายอินทร์โซน C2 บูธ Q26 ซื้อหนังสือกับสำนักพิมพ์ไลต์ออฟเลิฟมีของแถมให้ด้วยนะคะ

รายละเอียดโปรโมชั่นมีตามนี้ค่ะ
1.ลด 20 % ทุกเรื่องในเครือของสำนักพิมพ์ ไลต์ออฟเลิฟ, แก้วชวาลา, เขียนฝัน, แสนรัก และ ทู้บโรส
2.ซื้อหนังสือของแก้วชวาลา 1 เล่ม รับที่คั่นแม็กเน็ต 1 ชุด
3.ซื้อหนังสือของแก้วชวาลา 2 เล่ม รับแผ่นรองเม้าท์ 1 แผ่น
4.ซื้อหนังสือในเครือของสำนักพิมพ์ ไลต์ออฟเลิฟ, แก้วชวาลา, เขียนฝัน, แสนรัก และ ทู้บโรส ครบ 3 เล่ม รับตุ๊กตาหมอนข้างสุดน่ารัก 1 ตัว

อย่าลืมไปอุดหนุนกันเยอะๆ นะคะ


----------------------------------------------------------------------------------

        ฟิลิปเป้ไล่ตามเอริคมาถึงที่ดาดฟ้าของโรงพยาบาล เอริคหยุดยืนนิ่งความรู้สึกเสียใจ ถูกหักหลังประดังเข้ามาใส่เขา และที่น่าเสียใจที่สุดก็คือเพื่อนที่ไว้ใจกลับทำร้ายเขาอย่างแสนสาหัส

 

        “เพื่อนทำไมต้องหักหลังเพื่อนด้วยวะ หรือว่าแกไม่เคยเห็นฉันเป็นเพื่อนของแก” เอริคเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงปวดร้าว ไม่นึกไม่ฝันจะถูกทั้งเพื่อนและผู้หญิงที่ตนเองรักทำร้ายแบบนี้

 

        “เอริคฉันจะไม่แก้ตัวอะไรทั้งนั้น ฉันขอโทษที่ไม่ได้บอกแกเรื่องนี้ ฉันยอมรับผิดทุกอย่าง ฉันรักพัชราภา และฉันก็เห็นแกเป็นเพื่อนมาตลอด”

 

        “และแกทำไมไม่บอกฉันตั้งแต่วันแรกที่ฉันบอกแกว่าจะจีบคุณพริก” เอริคตะคอกถามเสียงกึกก้อง ทั้งโกรธและเสียใจไม่คิดเลยว่าเรื่องแบบนี้จะเกิดขึ้นกับตัวเอง

 

        “ฉันฉันผิดเอง ตอนแรกฉันคิดว่าพัชราภาไม่ได้จริงจังกับแก คิดว่าหล่อนหลอกให้แกรัก แต่จริงๆ แล้วหล่อนไม่ได้คิดอะไรกับแกเลย”

 

        “แกก็เลยจีบคุณพริกและรวบรัดเป็นแฟนเลยใช่ไหม”

 

        “ไม่ใช่ แต่ก่อนหน้านั้นมันมีเหตุ คือว่าฉันกับพัชราภาเราเคยเจอกันมาก่อน”

 

        เอริคหันมาสบตากับฟิลิปเป้

 

        “แล้วทำไมแกไม่บอกฉันก่อน” เสียงของเอริคดังขึ้น ยิ่งฟังฟิลิปเป้เขาก็ยิ่งชังน้ำหน้าเพื่อนรักนัก

 

        “มันเป็นเรื่องที่ไม่ควรจะเล่าให้ฟัง เพราะการพบกันระหว่างฉันกับพัชราภามันไม่ได้น่าประทับใจที่ฉันต้องเล่าให้แกฟัง”

 

        “แต่ฉันต้องการฟัง ถ้าแกไม่เล่าก็เลิกคบกับฉันไปเลย” เอริคยื่นคำขาด เล่นเอาคุณหมอหนุ่มผู้ฉลาดปราดเปรื่องถึงกับสะอึกพูดไม่ออก เพื่อนดีๆ นั้นหาง่าย แต่ถ้าเพื่อนตายอย่างเอริคนั้นหายาก เขาไม่อยากเสียเพื่อนสนิทอย่างเอริคไปจึงจำใจยอมเล่าเรื่องวันนั้น แม้ว่ามันจะเป็นการไม่ให้เกียรติพัชราภาก็ตาม

 

        “ฉันมาถึงกรุงเทพฯ วันแรกก็เลยไปสังสรรค์กับเพื่อนเก่า จำได้ว่าฉันเมามากมารู้สึกตัวอีกทีก็เห็นพัชราภานอนอยู่ข้างๆ ฉัน”

 

        “แกกับคุณพริกมีอะไรกันแล้วเหรอ” เอริคช็อกเป็นรอบที่สอง

 

        “วันนั้นยังไม่มี แต่หลังจากนั้น” ฟิลิปเป้หยุด รู้สึกกระดากอายที่จะบอกเล่าเรื่องแบบนี้ เอริคกับเขาเป็นเพื่อนกันมานานก็จริง แต่ก็ไม่เคยพูดถึงคู่นอนของแต่ละคน

 

        “ไม่ต้องพูดแล้ว” เอริคไม่อาจทนฟังต่อได้อีก พอแล้ว แค่นี้เขาก็เจ็บปวดเหมือนถูกขยี้หัวใจแล้ว

 

        “แล้วทำไมแกต้องทำเป็นแกล้งคุณพริกด้วยล่ะ ฉันก็คิดมาตลอดว่าแกไม่ได้รักคุณพริก” อีกข้อนึงที่เอริคสงสัย การที่ฟิลิปเป้แสดงท่าทางไม่ชอบและคอยกลั่นแกล้งพัชราภามาตลอดทำให้เขาปรักใจเชื่อว่า ฟิลิปเป้ไม่มีทางปันใจให้พัชราภาแน่ๆ เขาจึงไม่ระแวงกลับไประแวงดนัยพัฒน์มากกว่า

 

        “พัชราภากับฉันไม่รู้จักกันมาก่อนและที่สำคัญพวกเราสองคนก็ไม่รู้ว่าทำงานในโรงพยาบาลเดียวกัน ฉันคิดว่าหล่อนแกล้งจำฉันไม่ได้ก็เลยแกล้งคืน”

 

        “แกล้งไปแกล้งมาแกก็เลยทำตัวเป็นสมภารกินไก่วัด ยอมกลืนน้ำลายตัวเองว่างั้น”

 

        ฟิลิปเป้ทำหน้าปูเลี่ยนเมื่อโดนเพื่อนรักจับไต๋ได้

 

        “ฉันยอมรับกับแกตรงนี้ก็ได้ ฉันรักพัชราภาตั้งแต่แรกเห็น  แล้วหล่อนก็สวยและฉลาด ฉันคิดว่าหล่อนต้องมีผู้ชายอื่นเข้ามาพัวพันเยอแยะ แต่ฉันคิดผิดวะ และฉันก็ได้ลงมือทำร้ายหล่อน”  ฟิลิปเป้ระบายออกมาด้วยความละลายแก่ใจ ที่เข้าใจผิดพัชราภาตั้งแต่แรก คิดว่าหล่อนเป็นผู้หญิงไม่ดีที่จ้องจะจับเขากับเพื่อนจึงชิงลงมือกับหล่อนก่อน

 

        พลั่ก!

 

        สิ้นคำพูด ร่างของฟิลิปเป้ก็ร่วงลงไปนอนกับพื้นแบบไม่ทันตั้งหลัก เอริคตามไปคร่อมร่างแล้วกระชากเนคไทเพื่อนรักขึ้นมาสบตากับเขา

 

        “หมัดนั้นฉันล้างแค้นให้คุณพริกที่แกล่วงเกินเธอ ถ้าแกทำคุณพริกของฉันต้องเสียน้ำตาเมื่อไร แกจำคำฉันไว้เลยนะ ฉันจะแย่งคุณพริกมาจากแกให้ได้”  พูดจบก็สะบัดมือออก ขยับกายลุกขึ้น จ้องหน้าฟิลิปเป้ที่พยายามบ้วนน้ำลายปนด้วยเลือดทิ้ง

 

        “ฉันกับแกไม่เคยทะเลาะกันเรื่องผู้หญิง หวังว่าครั้งนี้จะเป็นครั้งสุดท้าย”  เอริคเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงจริงจัง ยื่นมือออกไปเพื่อจะช่วยพยุงร่างเพื่อนรักให้ลุกขึ้น

 

        ฟิลิปเป้คลี่ยิ้มออกมาอย่างโล่งใจ คิดว่าจะมองหน้าเพื่อนรักไม่ติดเสียแล้ว 

        “ขอบใจนะ ที่เข้าใจกัน ไอ้เพื่อนยาก” พูดจบก็เอื้อมมือออกไป เอริคจึงออกแรงดึงฟิลิปเป้ให้ลุกขึ้นยืน

 

        “กลับไปหานางฟ้าคนสวยของฉันให้ทำแผลให้ไป๊” เอริคตบไปที่บ่ากว้างของฟิลิปเป้ ฝืนยิ้มให้เพื่อนรักแม้ข้างในเจ็บแสนเจ็บ

 

        “นางฟ้าของแกเสียที่ไหน ของฉันต่างหาก” คนขึ้หวงทักทวงขึ้นทันที

 

        “เออแล้วอย่าลืมที่ฉันบอกล่ะ” 

 

        “ไม่ลืม วันไหนที่แกเห็นพัชราภาร้องไห้ ฉันให้แกต่อยอีกสิบหมัดเลย” ฟิลิปเป้ให้คำเป็นมั่นเป็นเหมาะ  เขาน่ะรักพัชราภาจริงๆ และจะไม่ยอมให้หล่อนเสียน้ำตาให้กับเขาอีก

---------------------------------------------------------

       

        “อ้ย! เบาๆ หน่อยสิคุณ เป็นพยาบาลอะไรมือหนักเป็นบ้าเลย” คนที่โดนจับทำแผลถึงกับร้องโอดโอยที่พัชราภาเอาแต่จิ้มๆ ลงมาที่แผลของเขาไม่ยั้งมือ

 

        “คุณหมอเอริคน่าจะต่อยสักอีกสองสามหมัด จะได้เลาะฟันออกจากปากของคุณให้หมด” พัชราภาถอดถุงมือยางออกแล้วเก็บกวาดอุปกรณ์ทำแผล หลังจากล้างทำความสะอาดบาดแผลและใส่ยาให้เขาเสร็จเรียบร้อย

 

        “คุณควรที่จะเข้าข้างผมนะ”  

 

        “งานนี้คุณผิดเต็มๆ และฉันควรจะขอบคุณหมอเอริคด้วยที่ช่วยล้างแค้นแทนฉัน” หล่อนล้างมือเสร็จก็เห็นมาบอกเขาด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน

 

        “ก็ไปสิ มันคงรอให้คุณไปเลียแผลใจให้อยู่”  เสียงเข้มเอ่ยบอกติดประชด

 

        “งั้นฉันจะไปคุยกับคุณหมอเอริค” พัชราภาทำท่าจะเดินออกไป ร่างสูงก็รีบเอาตัวเข้ามาขวางทางทัน

 

        “มันไม่ว่างหรอก ติดผ่าตัดอยู่” 

 

        คำพูดของฟิลิปเป้ทำเอาหล่อนไม่อยากจะเชื่อ

 

        “คุณไปทำงานเถอะ” เขาไล่หล่อนไปทำงานเสียงขรึม ขณะนั้นเองโทรศัพท์ของเขาก็ดังขึ้นมา ฟิลิปเป้ลวงโทรศัพท์มาจากกระเป๋า ก่อนที่พัชราภาจะเดินออกไปฟิลิปเป้ก็ขโมยหอมแก้มหล่อนไปหนึ่งฟอด

 

        “คุณหมอ!” หล่อนทำตาขุ่นใส่เขา

 

        คนที่ชอบลักขโมยทำท่าเอานิ้วแตะที่ริมฝีปากหยักเป็นเชิงบอกให้หล่อนเงียบเสียง แล้วกรอกเสียงหล่อๆ ไปตามสาย พัชราภายอมพ่ายแพ้ให้กับคนขี้โกงและสะบัดตัวเดินออกไป

 

        “ครับคุณยาย”

 

        “ฟิลิปเหรอลูก ว่างอยู่หรือเปล่า ยายโทร.มารบกวนไหม” คุณนายผ่องพรรณเอ่ยถามหลานชายสุดรักสุดดวงใจ นางไม่ค่อยอยากจะโทรศัพท์มารบกวนพ่อหลานชายสักเท่าไหร่ หากไม่จำเป็นจริงๆ เพราะรู้ว่าฟิลิปเป้งานยุ่งตัวเป็นเกลียว

 

        “สำหรับคุณยาย ผมว่างเสมอครับ” ฟิลิปเป้เอ่ยบอกเสียงอ่อนเสียงหวาน พาร่างสูงใหญ่ทรุดลงนั่งที่เก้าอี้

 

        “ปากหวานจริงนะพ่อ”  ปลายสายยิ้มน้อยยิ้มกับคารมของพ่อหลานชายสุดที่รัก

 

        “คุณยายมีอะไรหรือเปล่าครับ”  ฟิลิปเป้ถามจี้ประเด็นทำเอาคนแก่ถึงกับสะดุ้ง

 

        “โธ่พ่อก็ ยายโทร.มาหานี่ ต้องมีเรื่องด้วยเหรอ” เพราะกลัวว่าพ่อหลานชายรูปหล่อแสนฉลาดจะจับได้ว่า นางแอบวางแผนจับคู่ให้เขาล่ะก็ มีหวังได้โดนหลานสุดรักถอนงอกแน่ๆ

 

        “เปล่าครับ ผมก็แค่ถามเฉยๆ”

 

        “จ้า ยายแค่อยากจะถามว่าฟิลิปจะมาเยี่ยมยายอาทิตย์หน้าได้ไหม ยายน่ะ คิดถึงหลานใจจะขาดรอนอยู่แล้ว อยู่ที่บ้านนอกคอกนาคนเดียวแล้วมันหงา อยากจะให้ลูกให้หลานมาเยี่ยมมั่ง” คนแก่ว่าไปตามภาษาคนที่โดนทอดทิ้งให้อยู่ในอาณาจักรคนเดียว หมายจะให้หลานชายสงสาร แต่จริงๆ แล้วมันคือแผนที่คุณนายผ่องพรรณจะล่อลวงหลานรักให้มาดูสาวที่นางหมายหมั้นปั้นมือว่าจะให้ตบให้แต่งกัน

 

        “ขอดูตารางงานก่อนนะครับ”  ฟิลิปเป้เอื้อมมือไปคว้าสมุดจดบันทึกและพลิกสมุดไปด้านหลังที่มีปฏิทินบอกตารางงานอาทิตย์หน้าก็พบว่าเขาไม่มีนัดผ่าตัด ส่วนเรื่องการสอนคงต้องวานอาจารย์ท่านอื่น

 

        “ว่าไงล่ะ ว่างหรือเปล่า” คุณนายผ่องพรรณใจร้อนอยากจะรู้ว่าฟิลิปเป้จะกลับมาดูตัวได้หรือเปล่า ได้รีบโทร.ไปบอกทางโน่น

 

        “ครับๆ คุณยาย ว่างครับ” 

 

        “งั้นอาทิตย์หน้าขึ้นมาหายายนะ ยายจะทำอาหารของโปรดของฟิลิปไว้รอ” พอได้ยินว่าว่างเท่านั้น คุณนายผ่องพรรณถึงกับตบตักฉาดใหญ่ด้วยความสะใจ คราวนี้แหละจะได้เห็นหลานเป็นฝั่งเป็นฝากับคนที่นางหมายตาเอาไว้ให้แล้ว

 

        “ครับยาย คุณยายสบายดีนะครับ” ฟิลิปเป้รับคำเสียงอ่อนเสียงหวานมิวายถามถึงสารทุกข์สุขดิบ

 

        “ยายน่ะสบายดี จะสบายอีกทีก็ตอนหลานแต่งนั่นแหละ”

 

        “อะไรนะครับ ใครจะแต่งงานเหรอครับ”

 

         คุณนายผ่องพรรณหุบปากแทบไม่ทันทีดันหลุดปากเรื่องงานแต่งออกไปได้

 

        “อ่อ ลูกสาวของยายแป้นจะแต่งงาน”  แต่ด้วยความฉลาดหลักแหลมนางสามารถกลบเกลื่อนได้อย่างแนบเนียน

 

        “ยายแป้นไหนครับ”  ยิ่งพูดฟิลิปเป้ก็ยิ่งงง

 

        “ยายแป้นลูกหนี้ยาย หลานไม่รู้จักหรอก อย่าไปสนใจเลย”

 

        “ครับๆ”

 

        “เอ่อ ยายถามอะไรหน่อย”

 

        “อะไรครับ”

 

        “หลานเลิกกับแม่หนูเสาวลักษณ์หรือยัง”

-------------------------------------------------------

 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 17 ครั้ง

2,214 ความคิดเห็น

  1. #1421 thesun-sets (@thesun-sets) (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2558 / 13:51
    รอตอนต่อไปค่ะ
    #1421
    1
    • #1421-1 Pilin Pinit (@pilinpinit) (จากตอนที่ 47)
      21 ตุลาคม 2558 / 17:46
      จะได้แต่งงานกันแล้ว เป็นคู่หมายปองแบบไม่รู้เนื้อรู้ตัว รอติดตามตอนต่อไปค่ะ
      #1421-1
  2. #1409 Bow3333 (@Bow3333) (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2558 / 15:17
    เสาวลักษณ คือไครค่ะ55555
    #1409
    0
  3. #1403 ไรเฟิล (@rifle_ke) (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2558 / 22:52
    เสาวลักษณ?มีตัวตน? แง่ๆ
    #1403
    0
  4. #1398 mmnaw (@mmnaw) (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2558 / 21:52
    อ่าาคุณยาย^^
    #1398
    0
  5. #1397 อามูร์ (@cookkiecake) (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2558 / 21:45
    รอต่อนะคะะ
    #1397
    0