บัญชารักเทพบุตรร้าย(สนพ.ไลต์ ออฟ เลิฟ)

ตอนที่ 2 : ไม่รู้จักฉันไม่รู้จักเธอ (2)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8,033
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 18 ครั้ง
    11 ส.ค. 58

ตึกผู้ป่วยเด็กพัชราภาทำหน้าที่ของตัวเองอย่างขะมักขะเม้น หล่อนยิ้มแย้มแจ่มใสทุกครั้งที่เข้าไปดูอาการผู้ป่วยอย่างสุภาพและอ่อนหวานสมกับการเป็นนางฟ้าชุดขาว

 

“เดี๋ยวคุณแม่รอสักครู่นะคะ คุณหมอเพิ่งจะมาถึง” หล่อนกล่าวกับแม่ของเด็กที่มีสีหน้าเป็นกังวลกับอาการป่วยของลูกสาวด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน

 

ไม่นานเสียงโทรศัพท์บนโต๊ะทำงานหน้าห้องของหล่อนก็ดังขึ้น พัชราภารีบรับแล้วกรอกเสียงใสไปตามสายเสียงนุ่มนวล

 

“ค่ะ คุณหมอฟิ” พัชราภารู้เพียงว่าวันนี้แผนกของหล่อนมีคุณหมอใหม่ที่ย้ายมาจากต่างประเทศเพิ่งมาทำงานวันนี้เป็นวันแรก เมื่อมาถึงหน้าห้องตรวจหล่อนก็เห็นป้ายชื่อของเขาทำให้หล่อนพอจะทราบชื่อ


              “เข้ามาหาผมที่ห้องหน่อย”  ฟิลิปเป้กล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบๆ และวางสายโทรศัพท์ลงทันที โดยที่พัชราภายังไม่ทันได้พูดต่อ

 

“พึลึกคน” หล่อนวางหูโทรศัพท์ลงด้วยอารมณ์ขุ่นๆ หงุดหงิดที่คุณหมอใหม่เสียมารยาทวางสายโทรศัพท์ใส่ ทั้งที่หล่อนยังพูดไม่จบ

 

พัชราภาเดินมาหยุดอยู่ที่หน้าห้องทำงานของนายแพทย์หนุ่มเจ้าของน้ำเสียงโหดนั้น หล่อนเคาะประตูสองสามครั้งพร้อมกับส่งเสียงบอกคนในห้องเป็นสัญญาณว่ามาถึงแล้ว

 

“ขออนุญาตค่ะ”

 

“เชิญ” แต่ก็ได้รับคำตอบเพียงสั้นๆ และห้วนจัด

 

พัชราภาเปิดประตูเข้าไปด้วยท่าทางใจเย็นพร้อมกับยื่นเอกสารประวัติคนไข้ให้กับเขา ทว่าเมื่อหล่อนเงยหน้ามองเขาถึงกับตัวแข็งทื่อประหนึ่งหิน ดวงตากลมใสเบิกกว้าง เมื่อเห็นหน้าเขาชัดๆ เต็มสองตา ไม่ผิดแน่! เขาคือผู้ชายคนเดียวกันกับคนที่หล่อนหิ้วมานอนด้วยเมื่อคืน หล่อนจำใบหน้าอันหล่อเหลาค่อนไปทางตะวันตกกับคิ้วเข้มๆ อันเป็นเอกลักษณ์นั่นทำให้พัชราภาจำเขาได้อย่างแม่นยำ คิดแล้วอยากจะหันหลังวิ่งหนีไปไกลๆ แต่ก็ทำไม่ได้เพราะขาเจ้ากรรมดันก้าวไม่ออก

 

เช่นเดียวกับฟิลิปเป้ที่มีอาการชะงักอยู่ครู่นึง ก่อนเขาจะปรับสีหน้าเงียบเป็นปกติรับเอกสารจากมือของบางแล้วก้มหน้าลงอ่านชาร์ตทำเป็นไม่สนใจ

 

พัชราภารู้สึกงงและแปลกใจที่เขามีท่าทีปกติเสมือนไม่รู้จักหรือเห็นหล่อนมาก่อน หรือว่าเขาจำหล่อนไม่ได้  พัชราภาไม่อยากจะคิดเข้าข้างตัวแต่ก็แอบหวังให้มันเป็นดั่งที่หล่อนคิด

 

“คุณพยาบาล” จู่ๆ ฟิลิปเป้ก็เอ่ยขึ้นเสียงดัง

 

“คะค่ะ” น้ำเสียงหวานสั่นเกร็งอยู่เล็กน้อย

 

“เป็นอะไร” เขาถามด้วยน้ำเสียงห้วนๆ อีกครั้ง เมื่อเห็นหล่อนยังยืนนิ่งจ้องเขาตาไม่กะพริบ

 

“ปะเปล่าค่ะ” หล่อนบอกพร้อมสั่นหน้าปฏิเสธทันที

 

“เปล่าแล้วยืนจ้องหน้าผมทำไม”

 

คำถามที่ตอกกลับมาทำเอาพัชราภาถึงกับอึกอักพยายามคิดหาคำแก้ตัวกลัวว่าเขาจะจับพิรุธได้

 

“อะ..อ้อ! เสื้อคุณหมอสวยค่ะ เห็นแล้วอยากซื้อไปฝากคนที่บ้าน” หล่อนใช้ไหวพริบหันไปชมเสื้อเชิ้ตสีฟ้าที่เขาสวมใส่แทน

 

แต่อีกคนกลับคิดไปคนละทางกับหล่อน

 

“นี่ใช่เวลาจะมาพูดจาเล่นเหรอ เห็นผมเป็นเพื่อนเล่นคุณหรือไง อีกอย่างผมไม่ชอบคนขี้ประจบสอพอ ไม่ต้องมายกยอปอปันอะไรผมเลย” เขาพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังจนคนโดนตำหนิถึงกับหน้าม้าน

 

“ขะขอโทษค่ะ” ไม่บ่อยนักที่พัชราภาจะโดนหมอดุหรือตำหนิ เพราะหล่อนมักจะเป็นขวัญใจของโรงพยาบาลโดยเฉพาะหมอหนุ่มๆ ที่เข้ามาติดพันหล่อน แต่นี่! ไม่รู้ว่าฟิลิปเป้ไปกินรังแตนมาจากที่ไหนถึงมีอาการหงุดหงิดและโมโหใส่หล่อนแบบนี้

 

“วันนี้คุณมาสาย” ฟิลิปเป้เอ่ยขึ้นแต่สายตาก็ยังคงให้ความสนใจกับชาร์ต

 

“ขอโทษค่ะ”  วันนี้มันเหตุสุดวิสัยจริงๆ ปกติหล่อนไม่ใช่คนช้า ติดจะตรงต่อเวลามากกว่า

 

“ผมไม่ชอบคนไม่ตรงต่อเวลา คราวหน้าคราวหลังถ้าทำงานกับผมคุณควรมาให้เร็วกว่านี้” เขาหงายหน้าขึ้นจ้องหน้าหล่อนอย่างจริงจังและยื่นชาร์ตคืนให้หล่อน

 

“ค่ะ” พัชราภารีบรับมาถือไว้ทันที

 

“เดี๋ยวไปตามคุณหมอนพลักษณ์มาพบผม เสร็จแล้วก็ช่วยไปรับผลแล็ปที่ผมส่งไปเมื่อเช้ามาให้ด้วย” ฟิลิปเป้สั่งเสร็จสรรพก็ลุกขึ้นยืนเดินไปหยิบชุดกราวน์สีขาวที่แขวนอยู่มาสวมใส่ แต่แล้วก็ต้องหยุดชะงักเมื่อหันไปพบว่าพยาบาลสาวยังยืนอยู่กับที่

 

“แล้วนี้จะยืนสวยอีกนานไหม ไปได้แล้ว”  ฟิลิปเป้รู้สึกรำคาญหน้าตาสวยๆ ของหล่อนที่ทำหน้าเหลอหลาเหมือนไม่เข้าใจที่เขาสั่ง เขาจึงจวกใส่หล่อนเข้าให้

 

“คะค่ะ” พัชราภาไม่รอให้เขากล่าวไล่เป็นครั้งที่สองอีก หล่อนรีบหมุนตัวเดินออกไปจากห้องอย่างรวดเร็ว ยิ่งหายตัวได้ยิ่งดี

 

พัชราภาวิ่งวุ้นตามหาตัวหมอนพลักษณ์แพทย์เฉพาะทางด้านหัวใจและทรวงอกหลังจากที่หล่อนติดต่อไปยังแผนกแล้วก็พบว่าแพทย์สาวไม่ได้อยู่ที่แผนก

 

“พริก!

 

เสียงเรียกทำให้เท้าเล็กๆ หยุดลงและหันมองไปตามเสียงนั้น แล้วริมฝีปากสีชมพูระเรื่อก็คลี่ยิ้มออกมากด้วยความดีใจ

 

“ป็อป!” ป็อป หรือ ปองศักดิ์ เพื่อนร่วมห้องของหล่อนที่ตอนนี้เป็นแพทย์เพิ่มพูนทักษะ[1]อยู่ที่แผนกศัลยกรรมร้องทักหล่อนด้วยน้ำเสียงดีใจ

 

โรงพยาบาลแห่งนี้เป็นสถาบันฝึกสอนแพทย์และพยาบาลโดยทำหน้าที่รับ ดูแลผู้ป่วย และเรียนรู้หัตถการพื้นฐานที่จำเป็นซึ่งแพทย์และพยาบาลทุกคนที่จบใหม่จะได้ฝึกการทำงานเสมือนจริงภายใต้การควบคุมของอาจารย์แพทย์และแพทย์ประจำบ้าน[2] และแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเฉพาะทางต่างๆ มากมาย เป้าหมายของโรงพยาบาลคือการผลิตบุคลากรทางการแพทย์ และพยาบาลที่มีคุณภาพ และคนไข้ที่เข้ามารับการรักษาต้องได้การบริการที่ดีเลิศ

 

“มาทำอะไรที่นี่” ปองศักดิ์เอ่ยถามเพื่อนสาวคนสนิทด้วยความแปลกใจ

 

“ฉันกำลังตามหาคุณหมอนพลักษณ์ แกเห็นบ้างไหม”

 

“เห็น”

 

“ที่ไหน” พัชราภาเอ่ยถามแววตามีความหวัง หลังจากที่หล่อนตามหาหมอนพลักษณ์อยู่นาน

 

“เมื่อครึ่งชั่วโมงที่แล้ว แต่ตอนนี้คุณหมอไม่อยู่ เพิ่งออกเวร กลับไปเมื่อกี้”

 

“อ้าว จริงเหรอ ตายแน่!” สีหน้าของพยาบาลสาวแสนสวยผิดหวังขึ้นมาทันที ไม่อยากจะนึกถึงเมื่อหล่อนต้องเข้าไปรายงานฟิลิปเป้ว่าหมอนพลักษ์กลับบ้านไปแล้วเขาต้องต่อว่าหล่อนแน่ที่ชักช้า

 

“มีธุระอะไรกับหรือเปล่า” ปองศักดิ์หน้านิ่วคิ้วขมวดเมื่อเห็นเพื่อนสาวทำหน้าอมทุกข์

 

“ก็หมอฟิลิปเป้น่ะสิ ให้ฉันมาตามหมอนพลักษณ์” เมื่อเอ่ยชื่อถึงฟิลิปเป้พัชราภาก็รู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาหลังจากโดนชายหนุ่มตำหนิทั้งเรื่องที่หาว่าหล่อนไม่มีมารยาทและมาทำงานสาย หล่อนอยากจะบอกให้เขารู้ว่าที่เข้างานสายก็เพราะเขาเองที่เป็นต้นเหตุ

 

“เฮ้ย! หมอฟิลิปเป้นี่หมายถึงอาจารย์ฟิลิปเป้ที่เพิ่งย้ายมาใหม่ใช่ไหม” ผิดกับเพื่อนชายคนสนิทของหล่อนที่แสดงสีหน้าดีใจเป็นอย่างมาก ราวกับว่าได้เจอไอดอลของตัวเองก็ไม่ปาน

 

“นี่แกรู้จักด้วยเหรอ” ดวงตากลมโตหรี่มองท่าทางของเพื่อนรักด้วยความสงสัย ชักเริ่มสงสัยในตัวฟิลิปเป้ เขามีชื่อเสียงโด่งดังขนาดนั้นเชียวเหรอ

 

“ให้ตายเถอะ! ไม่มีใครไม่รู้จักอาจารย์ฟิลิปเป้เทพบุตรชุดกาวน์บ้างล่ะ” ปองศักดิ์ฉีกยิ้มกว้าง ดวงตาชวนฝันเมื่อนึกถึงหน้าและหุ่นล่ำๆ ของฟิลิปเป้ในจินตนาการ เขาเคยอ่านประวัติของฟิลิลเป้ในแม็กซีนของต่างประเทศ ผู้ชายอะไรจะดีเลิศตั้งแต่สมองยันปลายเท้า “และที่สำคัญ เขาเป็นเจ้าของโรงพยาบาลนี้  สาวๆ นี่กรี๊ดสลบ คนอะไรหล่อบาดตับจริงๆ”

 

“ฮะ! เจ้าของโรงพยาบาล”  พัชราภาช็อกเมื่อรู้ตำแหน่งหน้าที่การงานของฟิลิปเป้ เขาไม่ใช่เป็นแค่อาจารย์หมอธรรมดา แต่เป็นถึงผู้บริหารระดับสูงที่หล่อนดันเผลอไปนอนด้วยเสียอีก ตาย! โดนไล่ออกก็คราวนี้แหละ

 

“ความหล่อนี่พอๆ กับความรวยที่พ่วงท้ายมาตั้งแต่เกิดเลยนะยะ ได้ข่าวแววๆ ว่าที่บ้านเป็นเจ้าธุรกิจหลายอย่างหลักๆ ที่คุณหมอดูแลอยู่ก็คือธุรกิจผลิตเครื่องมือแพทย์ส่งออกนอกประเทศและใช้เอง มีแต่ได้กับได้ รวยกับรวย ฉันนี้อยากจะกลายร่างเป็นชะนีให้รู้แล้วรู้รอด อยากจะอ่อยเจ้าของโรงพยาบาลสักทีสองที”

 

“ก็แค่พวกคนรวย หน้าตาดี”  พัชราภาคิดว่าฟิลิปเป้ก็เหมือนกับคนรวยทั่วไปๆ ที่มีทั้งรูปกายและรูปทรัพย์พร้อมเพรียงสาวๆ ที่ไหนก็อยากจะเข้าหา

 

“ย่ะ! นังชะนีหน้าสวย รู้ไหมมีชะนีหลายนาง อยากจะกระโดดขึ้นเตียงกับหมอเทพบุตรตั้งหลายคน แต่ก็เจอพ่อเจ้าประคุณ ทูลกระหม่อมของอีป็อบ สลัดทิ้งเป็นเห็บหมา เพราะพี่แกเกลียดผู้หญิงแรด ยิ่งทำตัวสะดีดสะดิ้งเป็นปลากระดี่ได้น้ำพ่อนี่ใช้เท้าเขี่ยทิ้งอย่างไม่ปรานี หางตาสักนิดก็ไม่แลเลยค่า แกถือว่าโชคดีมากนะที่ได้ร่วมงานกับเขา”

 

“โชคร้ายสิไม่ว่า” พัชราภาพึมพาเบาๆ แต่เสียงก็เล็ดรอดดังไปถึงหูของเพื่อนสาว

 

“โชคร้ายอะไรของแก ทำงานกับมืออาชีพ แกน่าจะดีใจนะ เขาเป็นถึงอาจารย์ มีน้อยคนนักจะเข้าถึงได้ ถ้าฉันมีโอกาสก็อยากเห็นแกผ่าตัดสักครั้งจะเป็นบุญตามากโข”

 

“งั้นฉันยกให้เลย ไปเป็นพยาบาลหน้าห้องแทนฉันวันนี้หน่อย” ถ้าสลับตัวกันได้พัชราภาขอใช้สิทธิ์นั้นทันที

 

ท่าทางรังเกียจรังงอนของพัชราภาทำให้ปองศักดิ์ชักสงสัย ก่อนที่ดวงตาของเขาจะขยายกว้างด้วยความตกใจ

 

“แม่เจ้า!” มือเรียวยาวยกขึ้นทบอกแข็งๆ อย่างตกใจ  “เดี๋ยวน่ะ! ที่แกหายหัวไปทั้งคืน อย่าบอกว่ากะกะแกกับอาจารย์โอ้! ไม่นะ นังชะนีชิงผัว” ปองศักดิ์ถึงกับอ้าปากค้างก่อนจะก่นด่าเพื่อนสาวด้วยความเจ็บใจ อิหน้าสวยจอมฉกโฉบผู้ชายหน้าตาดีอย่างฟิลิปเป้ไปรับประทานเรียบร้อยแล้ว “เมื่อคืนที่แกไม่กลับบ้าน พะเพราะผู้ชายคนนี้ใช่ไหม” ปองศักดิ์เอามือป้องปากมือไม่สั่น ไม่อยากจะเชื่อ

 

“โอ๊ะ! ตายแล้ว ฉันต้องไปรับผลแล็ปก่อนล่ะ ขอบใจสำหรับเรื่องคุณหมอนพลักษณ์นะแก เจอกันที่บ้านเย็นนี้ฉันมีเรื่องจะเม้าให้ฟัง ไปนะ” พูดเสร็จสรรพพัชราภาก็รีบเดินไปยังห้องปฏิบัติการทางการแพทย์ เพราะไม่อยากให้ปองศักดิ์ซักถามเอาความตอนนี้  หล่อนจะรวบยอดเล่าให้ฟังทีเดียวที่บ้านเป็นดีที่สุด

 

 



[1]แพทย์เพิ่มพูนทักษะ (Internship) หมายถึง แพทย์ใช้ทุน หลังจากจบหลักสูตรแพทยศาสตร์บัณทิตที่เรียนทั้งหมด 6 ปี และสอบผ่านการสอบประเมินความรู้ความสามารถทางเวชกรรมที่มีอยู่ทั้งหมด 3 ครั้ง จนได้ใบประกอบวิชาชีพจากแพทยสภาแล้ว ก็ต้องออกไปใช้ทุนยังต่างจังหวัดเป็นระยะเวลา 3 ปีเพื่อเป็นการเพิ่มพูนทักษะ

[2] แพทย์ประจำบ้าน (Residency) เป็นลำดับขั้นหนึ่งของการศึกษาหลังปริญญาของแพทยศาสตร์ศึกษา แพทย์ประจำบ้านเป็นผู้ที่ได้รับปริญญาแพทยศาสตร์บัณฑิตแล้วและกำลังปฏิบัติงานด้านการแพทย์เฉพาะทางภายใต้การควบคุมของอาจารย์แพทย์ที่ได้รับวุฒิบัตรแสดงความรู้ความชำนาญในการประกอบวิชาชีพเวชกรรมในโรงเรียนแพทย์หรือโรงพยาบาลที่เป็นศูนย์การศึกษาของแพทย์ประจำบ้านต่างๆ


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 18 ครั้ง

2,214 ความคิดเห็น

  1. #2210 มณี อินทร์วงค์ (@0947876708) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2560 / 13:55
    มือไม้สั่น__มือไม่สั่น.คำผิดมีเยอะตรวจด้วยนะค่ะ
    #2210
    0
  2. #2056 dragon_megic (@kuea_555) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2558 / 21:29
    "ผู้ชายคนเดียวกับที่หล่อนหิ้วมานอนด้วย" ...ห้ะ! นางเอกหิ้วผู้ชายขึ้นห้อง ...
    #2056
    0
  3. #1585 PatchYeol (@pattchz) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2558 / 09:38
    ทำไมคุณหมอไปว่าเค้าซะขนาดนั้นนน
    #1585
    0
  4. #869 ooiidd4 (@ooiidd4) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2558 / 03:00
    เขียนได้รื่นไหล สำนวนดี น่าอ่าน จนไม่อยากวางมือจากโทรศัพท์เลยค่ะ 555

    ชอบมาดคุณหมอ แกล้งเอ็ดนางเอกซะละมั้ง คงเขิน ><
    #869
    1
    • #869-1 poplove (@blacktea) (จากตอนที่ 2)
      9 ตุลาคม 2558 / 09:45
      ขอบคุณมากค่ะ ปริมปริ่มจังเลยค่ะ ขอบคุณมากๆนะคะที่เข้ามาอ่าน
      #869-1
  5. #10 Pilin Pinit (@pilinpinit) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2558 / 16:24
    คู่นี้ก็น่ารัก แบบลุ้นๆน่าติดตามอ่าน
    #10
    0
  6. #9 Kanisornalex (@Kanisornalex) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2558 / 10:12
    รอคุณหมอนะคะ
    ลุ้นให้พริก ว่าจะเผ็ดเป็นพริกขี้หนูมั้ยนะ
    #9
    0
  7. #8 chompoo06nakaa (@chompoo06nakaa) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2558 / 19:31
    ต่อๆไวๆนะคะ อิอิ
    #8
    0