บัญชารักเทพบุตรร้าย(สนพ.ไลต์ ออฟ เลิฟ)

ตอนที่ 12 : นารียั่วรัก (2)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,916
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 14 ครั้ง
    2 ก.ย. 58

      เมื่อถึงเวลาพักกลางวันพัชราภา สกาวใจ และปองศักดิ์ออกมาทานอาหารที่ร้านเจ้าประจำใกล้ๆ กับโรงพยาบาล สองเพื่อนซี้ตั้งอกตั้งใจฟังเรื่องดนัยพัฒน์

 

        “ดนัยพัฒน์! แม่ะนีน้อยไปงมฝาหอยที่ไหนมาย่ะ ถึงไม่รู้จักคุณหมอ

ดนัยพัฒน์แพทย์ศัลยกรรมมือหนึ่งของโรงพยาบาล นี่คุณหมอเพิ่งจะกลับมาจากอังกฤษ คนนี้หล่อลากกระชากตับมาก ขอบอก สาวๆ นี้กรี๊ดกันเกลียว” ปองศักดิ์สาธยายสรรพคุณความหล่อให้สกาวใจฟัง เมื่อเพื่อนหน้าสวยระดับกลางบอกว่าไม่รู้จักดนัยพัฒน์ แม่นี่คงจะเอาไปมุดกับชักโครกมาถึงไม่รู้เรื่องผู้ชายในโรงพยาบาลเลย

 

        “เขาจีบแกเหรอพริก” สกาวใจหันมาถามเพื่อนสาวด้วยความอยากรู้

 

        “ไม่รู้สิ  ฉันเพิ่งเจอเขาวันนี้เอง”

 

        “ หยุดหยุดเลย แม่ชะนีหน้าสวย “ปองศักดิ์โบกมือขึ้นห้าม พร้อมกับกล่าวต่อ “อย่าคิดเข้าใกล้ผู้ชายคนนี้ เลี่ยงได้เป็นเลี่ยง เพราะฮีคือเสือผู้หญิงตัวพ่อ ขอขีดเส้นใต้ว่าตัวพ่อแบบเน้นๆ” ปองศักดิ์เน้นปากเน้นคำ

 

        พัชราภาและสกาวใจหันมามองหน้ากันตาปริบๆ

 

        “ฉันก็ไม่ได้อยากยุ่งกับเขานะ” พัชราภาเอ่ยขึ้นพร้อมกับตักกับข้าวมาใส่ในจานของหล่อน

 

        “ฉันไม่สวยพอที่จะทำให้หมอดนัยมาชอบหรอก” สกาวใจเสริมต่อ ผู้หญิงหน้าตาธรรมดาอย่างหล่อน กับหมอฮอตๆ อย่างดนัยพัฒน์ไม่มีทางชายตามองมาที่แน่

 

        “คุณหมอคนนี้ขอแค่เป็นผู้หญิงฟาดเงียบหมดจ้ะ ไม่สนหรอกว่าจะสวยไม่สวย ขอแค่ได้กินก็พอ” ปองศักดิ์บอกสำทับกลัวว่าเพื่อนสาวทั้งสองจะไปหลงเสน่ห์ดนัยพัฒน์เข้า

 

        “พูดอย่างกับโดนเขาฟาดมาแล้วเลย” พัชราภาพึมพำขึ้นมาคนเดียว แต่ปองศักดิ์ก็ได้ยินเต็มสองรูหู

 

        “ก็อยากโดนฟาดย่ะ แต่เขาไม่นิยมฟาดเก้งกวงาอย่างฉัน คุณหมอเขาชอบกินหอยสด” พูดจบห็สะบัดพรืดใส่พัชราภาและสกาวใจได้แต่ยิ้มและขำกับท่าทางเพื่อนรัก

 

        ในขณะนั้นเองอาทิตยาและเพื่อนพยาบาลอีกสองคนก็เดินเข้ามานั่งในร้าน และพอดีว่าโต๊ะที่ว่างดันใกล้กับโต๊ะ พัชราภาจึงเกิดสงครามสายตากันขึ้นมาทันที

 

        “สงสัยจะกินข้าวไม่ลงแล้ววันนี้” อาทิตยาทำเป็นพูดลอยๆ ขึ้นมา เมื่อนั่งลงที่เก้าอี้อี้พลาสติกสีแดง ก่อนจะส่งสายตาๆ เหยียดมาที่กลุ่มพัชราภา

 

        “อย่าไปสนใจพวกปากหอยปากปูเลยพริก รีบๆ กินจะได้รีบไปทำงาน” ปองศักดิ์ลอยหน้าลอยตาบอกเพื่อนสาวตั้งใจจะยั่วกลุ่มอาทิตยาให้สะดุ้งเล่น

 

        “หมอพูดแบบนี้ไม่อยากมีปากไว้กินส้มตำต่อใช่ไหมคะ” อาทิตยาถามขึ้น ใบหน้าขึงขังเอาเรื่อง

 

        “นี่แมงปอ ฉันว่าเธออย่ามาหาเรื่องพวกฉันดีกว่า ต่างคนต่างกินไปก็ดีแล้ว” สกาวใจเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นว่าฝ่ายโน่นทำท่าอยากจะมีเรื่องเต็มแก่

 

        “ฉันเนี่ยหาเรื่องพวกเธอ ไหน! ฉันพูดอะไรถึงพวกเธอตอนไหน” อาทิตยาแสร้งทำหน้าเป็นไม่รู้ไม่ชี้ พูดเสียงดังขึงขังขึ้นมา

 

        พัชราภาที่นั่งทนฟังอยู่นานก็หันหลังขึ้นสวนทันที

 

        “แล้วใครกันล่ะที่เข้ามาเห่าหอน ถ้ากินไม่ลงก็ไปกินร้านอื่นสิ”

 

        “นังพริก! แกด่าฉันเป็นหมาเหรอ” อาทิตยาขึ้นเสียง ชี้หน้าพัชราภา

 

        “แล้วแกคิดว่าฉันด่าใครอยู่ล่ะ ถ้าไม่ใช่แก”

 

        “พูดแบบนี้ขอตบปากทีเถอะ” อาทิตยาถลาเข้าไปทำท่าจะตบพัชราภาแต่ก็ต้องชะงัก เมื่ออีกฝ่ายถือส้อมในมือเตรียมจะต่อกรใส่เหล่อนเช่นกัน

 

        ปองศักดิ์และสกาวใจต่างก็มาช่วยกันดึงร่างของพัชราภาเอาไว้

 

        “อยากหน้าแหกก็เข้ามาซี ขอบอกว่าฉันแทงไม่ยั้งมือนะ” พัชราภาไม่ได้ขู่ แต่หล่อนจะทำจริงๆ

 

        “นังพริก!” อาทิตยาเรียกชื่ออีกฝ่ายอย่างเคียดแค้น

 

        พัชราภาจ้องหน้าอาทิตยาไม่หลบสายตาเช่นกัน

 

        “กลับไปสงบสติอารมณ์ที่โต๊ะแกซะ” พัชราภาไล่เสียงแข็ง

 

         ไม่รู้ว่าอาทิตยาจะหาเรื่องหล่อนไปถึงไหนเพราะเรื่องบาดหมางของหล่อนและอาทิตยาก็ผ่านพ้นมานานถึงสี่ปีแล้ว สมัยยังเรียนเป็นนักเรียนพยาบาลอยู่เลย แต่อาทิตาก็ยังแค้นหล่อนฝังหุ่นเจอหน้ากันทีไรต้องมีการปะทะคารมอยู่เสมอ

 

        อาทิตยาจำต้องสะบัดหน้าพรืดเดินไปนั่งที่โต๊ะของตัวเองอย่างกระฟัดกระเฟืยดแต่มิวายค้อนตาใส่พัชราภาเป็นการส่งท้าย

 

        “พริกฉันว่าแกใจเย็นก่อนนะ” สกาวใจใจเอ่ยเพราะไม่อยากให้เรื่องราวใหญ่โต

 

        “อย่าลงไปฟัดกับหมาบ้าเลยแก เดี๋ยวเชื้อบ้าจะติดเอา ป่ะๆ กินๆ จะได้รีบไป” ปองศักดิ์ช่วยพูดอีกแรงเมื่อเห็นเพื่อนสาวยังจ้องอีกฝ่ายตานี่ไม่กะพริบ

 

        พัชราภาจำต้องยอมลดทิฐิลงแล้วหมุนตัวนั่งลงที่เก้าอี้ของตัวเองอีกครั้ง

 

------------------------------

        พัชราภา ปองศักดิ์ และสกาวใจเดินกำลังเดินพูดคุยกันอย่างสนุกเข้ามาในตึก ก่อนที่จะเห็นร่างของพยาบาลสายสมรวิ่งกระหืดกระหอบตรงเข้ามาปองศักดิ์สีหน้าตื่น

 

        “คุณหมอปองศักดิ์” หล่อนหยุดวิ่ง และยืนหอบอยู่หน้าพัชราภา

 

        “ใจเย็นๆ ค่ะ คุณสายสมร” พัชราภาเข้าไปจับร่างของสาววัยสี่สิบกว่าๆ ที่พยายาบสูดลมหายใจเข้าปอดอย่างช้าๆ

 

        “มีอะไรครับ” น้ำเสียงของปองศักดิ์ขึงขังขึ้นมาทันที

 

        “คุณหมอเอริคเรียกพวกอินเทรนประชุมที่ห้องพักรวมด่วนค่ะ” สายสมรเอ่ยบอกปองศักดิ์น้ำเสียงเรียบ “ส่วนเธอคุณหมอฟิลิปเป้เรียกไปพบที่ห้องทำงาน อยากพบเธอด่วน” พอหันมาพูดกับพัชราภากับกลายเป็นน้ำเสียงแข็งกระด้าง   สะงั้น

 

        ปองศักดิ์ไม่รอช้าวิ่งหน้าตั้งออกไปอย่างรวดเร็ว ถ้าอาจารย์เรียกตัวด่วนแบบนี้แล้วแสดงว่าต้องมีเคสใหญ่ๆ เกิดขึ้นแน่

 

        “นี่หล่อนไม่รีบหรือไง คุณหมอฟิลิปเป้รออยู่นะ” สายสมรที่กลับมาหายใจปกติอีกครั้ง หันมามาตวาดถามพัชราภาที่ยังคงอยู่อึ้ง

 

        “อ่อค่ะๆ” พอได้ยินเสียงของคุณสายสมรศิริรักษ์ก็ได้สติวิ่งตามปองศักดิ์ไปติดๆ

 

        “ส่วนเธอไปทำงานได้แล้ว ที่แผนกกำลังวุ่นวายเลย”

 

        “ค่ะ” สกาวใจเอ่ยบอกพร้อมกับยิ้มแหยๆ แล้วเดินตามหลังสายสมรไป

 

        พัชราภาเดินมาถึงห้องทำงานฟิลิปเป้ทันทีที่หล่อนก้าวเข้ามา เสียงทุ้มกังวานก็กระแนะกระแหนหล่อนขึ้นมา

 

        “มัวไปกินข้าวถึงประเทศไหนล่ะแม่คุณ ถึงได้กลับมาป่านนี้”

 

        พัชราภาถึงกับหน้างอง้ำ เมื่อมองไปที่ร่างสูงภายใต้ชุดกาวน์สีขาวนั้นกำลังง่วนอยู่กับกองเอกสารตรงหน้า แม้ตากับมือจะไม่ว่าง แต่ปากเขาว่างยังสามารถค่อนขอดหล่อนได้อีก

 

        “อ้าว! จะยืนชมรูปร่างผมอีกนานไหม มาช่วยผมยกแฟ้มเอกสารพวกนี้ไปที่ห้องพักแพทย์เร็ว”

 

        น้ำเสียงแข็งๆ ที่ดังขึ้นทำให้พัชราภาต้องรีบลนลานเข้าไปช่วยเขาหอบแฟ้มเอกสารที่สูงเกือบท่วมหัวของหล่อนก็ว่าได้

 

        “ทำไมต้องไปห้องพักแพทย์ล่ะคะ” พัชราภาเอ่ยถามด้วยความสงสัย

 

        “พอดีมีเคสใหญ่เพิ่งเข้ามาเมื่อเช้าแต่ยังสาเหตุไม่ได้ หมอเอริคก็เลยเรียกพวกอินเทิร์นมาช่วย เพราะหมอคนอื่นงานล้นมือจนไม่มีเวลามาช่วยกันวินิจฉัย” ฟิลิปเป้พูดในขณะที่เขาช่วยพัชราภาหอบแฟ้มข้อมูลเกี่ยวกับอาการคนไข้ไปที่ห้องพักรวม

 

        “อย่าเรียกว่าช่วยดีกว่า เรียกว่าใช้เถอะ” พัชราภาบ่นอุบอิบตามหลังเขาไป

 

        ฟิลิปเป้หยุดเดินหันมามองพัชราภาตาเขม็ง พัชราภาเบรคตัวโกร่งประคองแฟ้มในมือไม่ให้ล่วง

 

        “ผมไม่ได้ใช้ แต่เพียงต้องการให้พวกเขาสะสมประสบการณ์ก่อนที่จะออกไปเป็นแพทย์เต็มตัวเท่านั้น แล้วก็เลิกนินทาคนอื่นหลับหลังได้แล้วนะ คุณพยาบาลพัชราภา! ” ฟิลิปเป้ขยายความให้คนตัวเล็กได้เข้าใจจุดประสงค์ของเขา และยังเอ่ยสำทับให้หล่อนหยุดพูดจาลับหลังเขาอีก

 

        “ค่ะ” พัชราภารับคำหน้าเจือน แล้วรีบหอบแฟ้มตามฟิลิปเป้ที่เดินลิ่วๆ นำหน้าหล่อนไป

 

        พวกอินเทนกะกลางคืนหน้าตาอิดโรย เมื่อต้องถูกเรียกตัวมากะทันหันจากคำสั่งของอาจารย์หมอ เอริคก้าวเข้ามาพร้อมกับฟิลิปเป้คนในห้องก็กระตือรือร้นนั่งหันมาสนใจที่ทั้งคู่ทันที

 

        “ต้องขอโทษทุกคนด้วยนะ ที่ผมรบกวนเวลาพักผ่อนของพวกคุณหลายคน แต่พอดีเรามีผู้ป่วยที่อาการกำลังแย่และยังหาสาเหตุไม่ได้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น ผมจึงอยากให้พวกคุณทุกคน ระดมมันสมองและสติปัญญา และความรู้ต่างๆ ที่ร่ำเรียนมา หาสาเหตุของเคสนี้ เรื่องรายละเอียดผมจะให้คุณหมอฟิลิปเป้เป็นคนกล่าวต่อ”  เอริคพูดจบก็เดินออกไปด้านข้างให้ฟิลิปเป้ได้ขึ้นมายืนแทนที่

 

        “เดี๋ยวพวกคุณฟังผมและก็ดูแฟ้มเอกสารที่ผมเตรียมมาให้ไปด้วยนะ คุณพัชราภา” ท้ายประโยคฟิลิปเป้หันไปเรียกหญิงสาวเสียงเรียบ

 

         พัชราภาปฏิบัติงานอย่างรู้หน้าที่โดยการวางเอกสารลงบนโต๊ะแล้วเดินกลับไปยืนประจำที่ของตัวเองอีกครั้ง พวกอินเทนก็หยิบแฟ้มข้อมูลคนไข้ส่งต่อจนทั่วถึงฟิลิปเป้จึงกล่าวต่อ

 

        “คนไข้ชื่อ เด็กหญิง ปานประดับ วงศ์วิจิตรตระกูล อายุ 12 ปี มีอาการชักกระตุกอย่างรุนแรงก่อนที่จะมาถึงโรงพยาบาล ไม่มีอาการป่วยมาก่อน หลังจากเข้าเครื่องสแกนร่างกาย ไม่พบความผิดปกติใดๆ ทั้งสิ้น เธอเข้าโรงพยาบาลเพราะอาการชักกระตุกจนหมดสติและตอนนี้เธอนอนหมือนเจ้าหญิงนิทรา ดังนั้น ผมอยากให้พวกคุณช่วยกันหาสาเหตุการชักกระตุกอย่างรุนแรงของเธอมันเกิดจากสาเหตุใด อย่าถือว่าการที่ผมมาขอให้พวกคุณช่วยเพราะว่าผมขี้เกียจ แต่ตอนนี้แพทย์ในโรงพยาบาลของเรามีงานล้นมือ และผมก็เล็งเห็นแล้วว่าพวกคุณก็สามารถช่วยงานนี้ได้ แต่การช่วยครั้งนี้ไม่ได้ช่วยมือเปล่านะ เชิญคุณหมอเอริคครับ”     ฟิลิปเป้กล่าวทิ้งท้ายเป็นปริศนาทำให้พวกอินเทรนทั้งหลายต่างเริ่มสนใจในสิ่งที่เขาพูดขึ้นมาทันที

 

        “ใครสามารถหาสาเหตุในครั้งนี้ได้จะได้รับโอกาสเข้าไปดูการผ่าตัดใหญ่ โดยในการผ่าตัดครั้งนี้จะมีผม หมอฟิลิปเป้ และหมอดนัยพัฒน์ร่วมผ่าตัดด้วย”

 

        เสียงฮือฮาดังขึ้นมาเมื่อเอริคเอ่ยรายนามของอาจารย์หมอที่จะเข้าร่วมในครั้งนี้เพราะนี่ถือได้ว่าเป็นการร่วมมหาเทพของวงการแพทย์ก็ว่าได้ หากได้รับโอกาสได้เข้าไปดูการผ่าตัดข้างในถือว่าเป็นประสบการณ์ครั้งสำคัญเลย

 

         “เพราะฉะนั้นผมฝากพวกคุณทุกคนสืบหาสาเหตุด้วยนะ อีกอย่างหนึ่ง ยิ่งเราหาสาเหตุได้เร็วคนไข้ก็มีโอกาสรอดสูง” เอริคพูดจบก็ยิ้มเป็นกำลังใจให้บรรดาอินเทนทุกคนจากนั้นจึงเดินออกไปเงียบๆ 

 

        ปองศักดิ์เดินมาลากพัชราภาไปคุยที่มุมห้องโดยมีสายตาของฟิลิปเป้มองตามไม่วางสายตา

 

        “อะไรของแกนังป็อป” พัชราภาหันมาตวามเพื่อนสาวที่ทำตัวลับๆ ล่อๆ

 

        “แกต้องช่วยฉันนะ” ปองศักดิ์กระซิบบอกด้วยน้ำเสียงขอร้อง

 

        “ช่วยอะไรของแก”

 

        “ฉันอยากเข้าไปดูการผ่าตัดครั้งนี้

 

        “แกก็ไปไขปริศนามาสิ” พัชราภาบอกเพื่อนอย่างไม่เข้าใจ

 

        “ฉันหาคำตอบไม่ได้หรอกเพราะฉันโง่ที่สุดในชั้นแล้ว” ปองศักดิ์เอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงอ่อยๆ รู้ดีว่าสติปัญญาของตัวเองสู้เพื่อนร่วมรุ่นไม่ได้ สอบทีไรก็รั้งท้ายเกือบทุกที จะให้เขาไปหาสาเหตุก็ยังไม่รู้เลยว่าจะไปเริ่มที่ตรงไหนก่อนดี

 

        “โง่ของแกแต่ก็ฉลาดกกว่าฉันเยอะ ถ้าแกโง่คงไม่ได้มาเป็นหมอแบบนี้หรอกคิดบ้างสิ เลิกดูถูกตัวเองได้แล้ว” พัชราภาต่อว่าอย่างไม่ชอบใจที่ปองศักดิ์มักจะคิดอยู่เสมอว่าตัวเองไม่ฉลาดแต่ต้องมาเรียนหมอเพราะพ่อแม่บังคับตอนแรกเขาอยากเรียนพยาบาลเหมือนพัชราภาและสกาวใจ แต่ก็ดันสอบติดแพทย์เสียก่อน แต่พอได้เรียนจริงๆ จังความเป็นแพทย์ก็ค่อยๆ ซึมซับเข้ามาในสายเลือดของเขา เห็นคนเจ็บป่วยไม่ได้ต้องเข้าไปช่วยรักษาตลอด

 

        “แต่คราวนี้ฉันจำเป็นให้แกช่วยจริงๆ” ปองศักดิ์จับไหล่ทั้งสองข้างเพื่อนรักแน่น พลางส่งสายตาอ้อนวอนแกมขอร้องมาที่หล่อน

 

        และภาพนั้นก็ดันอยู่ในสายตาของฟิลิปเป้เขาเห็นทุกอย่างทุกการกระทำของทั้งคู่ นี่ขณะอยู่ในเวลาทำงานก็ยังมาพลอดรักกันไม่แคร์สายตาใครอีกนะ แม่พยาบาลสาวใจง่าย!

 

        “อะๆ จะให้ช่วยอะไรก็พูดมา”  เพื่อตัดความรำคาญพัชราภาจึงจำใจให้ปองศักดิ์เอ่ยในสิ่งที่เขาต้องการให้หล่อนช่วย

 

        “แกช่วยไปพูดกับอาจารย์หมอหน่อยนะให้เขายอมรับฉันเข้าร่วมผ่าตัดในครั้งนี้”

 

        “นังป็อป! “ พัชราภาถึงกับเบิกตาโต “แกคิดว่าฉันมีอำนาจถึงขนาดสั่งอาจารย์หมอได้เหรอ” พัชราภาถามเพื่อนชายเสียงเขียว ไม่คิดว่าปองศักดิ์จะมีความคิดบ้าๆ แบบนี้

 

        “มีไม่มีแกก็ทำให้หมอฟิลิปเป้หึงฉันกับแกหน้าดำหน้าแดงอยู่ตรงโน้นไง” ปองศักดิ์บุ้ยใบ้ปากไปทางฟิลิปเป้ที่จ้องมองมาที่พัชราภาด้วยแววตาไม่พอใจ

 

        พัชราภาเห็นดังนั้นก็ฉีกยิ้มที่มุมปาก คิดแผนเด็ดๆ ในการกลั่นแกล้งใครบางคนได้แล้ว

 

        “ก็ช่างเขาสิ แต่ฉันช่วยแกเรื่องนี้ไม่ได้จริง” ปากพูดมือก็ลูบไล้ไปที่อกแข็งๆ ของปองศักดิ์

 

        ปองศักดิ์ถึงกับขนลุกซู่มองเพื่อนสาวอย่างขยาด

 

        “แกอย่าทำแบบนี้นะ ฉันไม่ชอบ” ปองศักดิ์พยายามปัดมือพัชราภาออกแล้วคิดว่าเพื่อนสาวของเขาต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ

 

        “อยู่เฉยๆ ได้ไหม ถ้าแกอยากให้ฉันช่วย แกก็ต้องช่วยฉัน” พัชราภายื่นหน้าเข้าไปกระซิบบอกปองศักดิ์

 

        “แกจะทำอะไร” ปองศักดิ์ถามเสียงหลง มองหน้าเพื่อนรักอย่างงงๆ

 

        ฟิลิปเป้ที่ยืนอดทนอยู่นานสุดท้ายก็ทนไม่ไหวเดินดุ่มๆ เข้ามาหาทั้งคู่

 

        “ไปทำงานของคุณได้แล้ว คุณพยาบาลพัชราภา” ฟิลิปเป้เอ่ยบอกเสียงห้วน “คุณด้วยหมอปองศักดิ์ วันนี้คุณขึ้นวอร์ด[1]ศัลย์นี่”

 

        “คะครับ” ปองศักดิ์ขานรับได้เท่านั้นก็รีบปลีกตัวออกไปทันที

 

        พัชราภายิ้มกริ่มแต่พอหันหน้ามาเจอหน้าฟิลิปเป้หล่อนรีบหุบยิ้มแทบไม่ทัน แววตาของเขามองมาที่หล่อนแบบไม่พอใจสุดๆ ก่อนจะตัดสินใจหมุนตัวเดินออกไปอย่างฉุนเฉียว

 

       

    จบตอนแล้วค่ะ ขอบคุณที่ติดตามนะคะ 

       

 

 

 



[1] วอร์ด  มาจากคำภาษาอังกฤษว่า Ward หมายถึง ห้องพักผู้ป่วยที่รับไว้รักษาในโรงพยาบาล บ้างก็เรียกว่า ตึกผู้ป่วย ตึกผู้ป่วยใน” “หอผู้ป่วย” “ตึกคนไข้ในเป็นต้น


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 14 ครั้ง

2,214 ความคิดเห็น

  1. #1998 longaway (@longaway) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2558 / 21:14
    ขำกลิ้งๆๆชะนีใช้เก้งกวาง เป็นเหยื่อล่อ หมอ งานจะเข้านะพริกนะ
    #1998
    0
  2. #559 littlepayoon (@payoonlittle) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2558 / 21:44
    เขียนหนุกคะ
    #559
    1
    • #559-1 poplove (@blacktea) (จากตอนที่ 12)
      6 ตุลาคม 2558 / 22:38
      ขอบคุณมากค่ะ
      #559-1
  3. #57 Soodteerak San D (@vanilla-seal) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 2 กันยายน 2558 / 21:13
    คุณหมอหึง แต่ปากแข็ง
    #57
    0
  4. #55 Murea535713410 (@Murea535713410) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 2 กันยายน 2558 / 11:23
    มาเร็วๆๆๆๆ
    #55
    0
  5. #53 Amore12 Amore (@amore12amore24) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 2 กันยายน 2558 / 07:09
    คุณหมอหึงอิอิ
    #53
    0