บัญชารักเทพบุตรร้าย(สนพ.ไลต์ ออฟ เลิฟ)

ตอนที่ 10 : เทพบุตรคลั่งรัก(2)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7,323
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 16 ครั้ง
    29 ส.ค. 58

“คุณพริก!

 

เสียงเรียกจากเอริคทำให้พัชราภาและสกาวใจที่กำลังเดินออกจากโรงพยาบาลหยุดเดินและหันมอง เอริคขับรถเข้ามาจอดใกล้ๆ หญิงสาวทั้งสองพร้อมกับส่งยิ้มกว้างมาให้พัชราภาอย่างเปิดเผย

 

“อ้าว! คุณหมอ” พัชราภาเรียกชื่ออีกฝ่ายเสียงใสแล้วส่งยิ้มกลับไปตามมารยาท แต่เมื่อมองผ่านเอริคไปยังที่นั่งข้างๆ ของคนขับก็เห็นฟิลิปเป้จ้องเขม็งมาที่หล่อนด้วยสายตาไม่พอใจ

 

“จะไปไหนกันครับ” เอริคเอ่ยถามหญิงสาว

 

“กำลังจะไปหาอะไรดื่มค่ะ” แต่ทว่ากลับเป็นสกาวใจที่เป็นคนตอบคำถามนั้นแทนเพื่อต้องการหักหน้าหมอขี้หลีอย่างเอริคเพราะหล่อนก็พอจะทราบกิตติศัพท์ความเจ้าชู้ของชายหนุ่มมาเหมือนกันว่าเจ้าชู้ตัวพ่อทีเดียว

 

“ไปด้วยกันไหมครับผมกำลังจะไปเหมือนกัน” เอริคไม่ยอมให้โอกาสที่จะพูดคุยทำความรู้จักกับพัชราภาให้หลุดลอยไปเขาจึงเอ่ยชวนหญิงสาวทันที

 

คำชักชวนของเอริคทำให้หญิงสาวต้องเหลือบตามองไปยังฟิลิปเป้ที่มองหน้าหล่อนไม่วางตา

 

“ไม่ดีกว่าค่ะ” พัชราภาตอบกลับไปพร้อมกับยิ้มเจือนๆ ส่งให้เอริค

 

“ไม่ต้องเกรงใจครับ ขึ้นมาเลยครับ” เอริคเปิดประตูแล้วก้าวลงมาจากรถพร้อมกับเอื้อมมือไปเปิดประตูหลังให้  พัชราภา การกระทำของเอริคอยู่ในสายตาของฟิลิปเป้อยู่ตลอดเวลา เขาเหลือบตามองหล่อนด้วยสายตาหมายมาด

 

“อะไรกัน วันนี้แกกับฉันนัดกินข้าวร้านเดิมไม่ใช่เหรอ” ฟิลิปเป้ร้องขึ้นขัด เมื่อเห็นท่าทางเอาอกเอาใจของเอริคที่มีต่อพัชราภาก็รู้สึกหมั่นไส้ขึ้นมา

 

“เอาไว้วันหลังแล้วกันเพื่อน” รีบบอกปัดเพื่อนสนิททันที และนั้นก็ยิ่งสร้างความหงุดหงิดให้กับฟิลิปเป้มาก เมื่อเพื่อนรักเห็นผู้หญิงดีกว่าเขา

 

“แต่วันนี้ฉันไม่อยากดื่ม” ฟิลิปเป้โพล่งขึ้นด้วยอารมณ์ขุ่นๆ มองดวงหน้าหวานที่เขาเห็นทีไรก็รู้สึกขัดใจทุกที หน้าใสซื่อต่อหน้าผู้ชายอื่น มารยาชัดๆ แม่ผู้หญิงสองหน้า  

 

“งั้นก็นั่งแท๊กซี่กลับบ้านแกไปก่อนนะ” เอริคบอกอย่างไม่ใส่ใจเพื่อนรัก ฟิลิปเป้ได้แต่อ้าปากค้างมองดูเพื่อนเชื้อเชิญสองสาวขึ้นรถหน้าตาเฉย ก่อนจะเบนสายตาผ่านกระจกหน้ารถไปยังหน้าหวานๆ ที่นั่งปั้นหน้าฉีกยิ้มราวกับเป็นเจ้าหญิงที่คอยมีองครักษาหนุ่มเอาใจใส่เป็นอย่างดีแล้วรู้สึกอยากจะกระชากหน้ากากของหล่อนออกมาให้เอริคเห็นนัก

 

ส่วนพัชราภาเมื่อสบกับดวงตาคมดุคู่นั้นแอบผวาหวั่นใจเล็กน้อย จึงหลบสายตาเขามองออกไปที่หน้าต่างด้านข้างแทน แต่ทว่ากลับรู้สึกเหมือนเขายังไม่เลิกมองมาทีเธอ

 

“เปลี่ยนใจแล้ว ฉันไปด้วย” เขาเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงหยันๆ แล้วยิ้มเจ้าเล่ห์ออกมา

 

“บร๊ะ! เปลี่ยนใจเร็วจริง” เอริคร้องบอกพร้อมกับมองเพื่อนรักด้วยสายตาแปลกๆ

 

“ก็อยากไปดูนารีแปลงกลายเสียหน่อย” คำพูดของฟิลิปเป้สร้างความประหลาดใจกับคนในรถ แต่มีเพียงพัชราภาที่นั่งเม้มริมฝีปากแน่นเท่านั้นที่เข้าใจความหมมายของเขาที่ตั้งใจกระทบกระเทียบหล่อน

 

“อะไรของแกว่ะ นารีแปลงกาย” เอริคเอ่ยถามด้วยความสงสัย

 

“ก็พวกผู้หญิงที่กลางวันทำตัวเป็นนางฟ้าขาวสะอาดตกดึกเข้าหน่อยก็กลายเป็นแมงเม่าที่พร้อมถลาเข้ากองไฟแสงสีในยามค่ำคืนไง”

 

ฟิลิปเป้จงใจแล้วจ้องหน้าตึงเปี๊ยะของพัชราภาผ่านกระจกหน้าอีกครั้ง หล่อนเห็นรอยยิ้มร้ายกาจของเขาเผยออกมา เขาจงใจด่าหล่อนทางอ้อม หยาบคายไร้ความเป็นสุภาพบุรุษเสียจริงเลย

 

“เดี๋ยวนี้แกชอบผู้หญิงแบบนี้แล้ว” เอริคที่ไม่รู้เรื่องอะไร เอ่ยถามด้วยความแปลกใจในรสนิยมในการชอบผู้หญิงของเพื่อน

 

“ของอย่างนี้ไม่ลองไม่รู้”

 

พัชราภาหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาทันที รู้ว่าฟิลิปเป้หมายถึงหล่อนทันที เขาพยายามพูดจาแดกดันให้หล่อนอับอาย   พัชราภาจึงค้อนสายตาอย่างเคืองๆ ใส่เขา

 

“แกว่าเขาหมายถึงแกหรือเปล่าวะ” สกาวใจแอบกระซิบถามพัชราภาหลังจากที่รถกำลังเคลื่อนออกไป

 

“เงียบๆ เถอะน่า”  พัชราภาเอ็ดใส่เพื่อนสาวก่อนจะนั่งเบนสายตาออกไปจากรถด้วยความหงุดหงิด โดยมีสายตาคมดุดันของฟิลิปเป้ที่แอบมองจากกระจกด้วยความสะใจ

 

-------------------------------------------------------

 

ที่สถานบันเทิงเอริคเปิดโต๊ะวีไอพีเพื่อเอาใจสาวๆ โดยเฉพาะพัชราภาที่เขาต้องการชนะใจหล่อน ชายหนุ่มจึงเอาอกเอาใจหญิงสาวเป็นพิเศษ  ไม่ว่าจะเป็นการสั่งเครื่องดื่มหรือถามสารทุกข์สุขดิบในการทำงาน โดยมีฟิลิปเป้ที่นั่งฟังอย่างมึนตึงอยู่ข้างๆ

 

“วันนี้เหนื่อยไหมครับ” เอริคเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเป็นห่วงอย่างจริงใจ

 

“นิดหน่อยค่ะ แต่เด็กๆ ก็น่ารักค่ะ แล้วคุณหมอล่ะคะ วันนี้มีผ่าตัดเยอะไหมคะ” พัชราภาพูดพร้อมกับแกยิ้มออกมาอย่างจริงใจ

 

ยิ้มกว้างขนาดนั้นระวังปากจะฉีกนะแม่คุณ ไม่ต้องยิ้มอ่อยขนาดนั้นหรอก แค่นี้ไอ้เอริคก็หลงหัวปักหัวปรำแล้ว ผู้หญิงอะไรทุเรศที่สุด

 

 

เสียงก่นด่าในใจของฟิลิปเป้ด้วยความไม่พอใจที่เห็นเพื่อนรักกับพัชราภาคุยกันอย่างสนิทสนม แสดงความห่วงใยกันจนออกนอกหน้า ให้ตายเถอะเขาอยากจะรู้จริงๆ ว่าเจ้าหล่อนมีอะไรดีหนักหน้าผู้ชายถึงได้เข้ามาให้หล่อนเลือกเฟ้นขบเขี้ยวราวกับเป็นอาหารว่าง

 

“วันนี้มีผ่าตัดใหญ่ๆ อยู่สองรายครับ ทุกอย่างผ่านพ้นไปด้วยดีที่เหลือก็รอดูอาการหลังผ่า” เอริคเล่าถึงการทำงานของเขาในวันนี้

 

“ยินดีกับคุณหมอด้วยนะคะ”

 

“ขอบคุณครับ”

 

กึก!

 

เสียงของแก้วใบใสกระทบกับโต๊ะกระจกทำเอาการสนทนาของทั้งคู่ชะงักแล้วพร้อมกับเบนสายตามองมายังจุดเกิดเสียงทันที เป็นฟิลิปเป้เองที่นั่งหน้าบูดบึ้งกอดอกด้วยอารมณ์ขุ่นๆ

 

“เฮ้ย! เป็นอะไรวะ ตกใจหมด” เอริคเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วงเพื่อน เมื่อเห็นสีหน้าไม่พอใจของฟิลิปเป้

 

“เอ้า! จำได้ด้วยเหรอว่าพาฉันมาด้วย คิดว่าจะคุยกันอยู่แค่สองคนจะได้กลับไปนอน” กล่าวบอกอย่างกระแนะกระแหน เหลือบตาหันไปมองร่างบางที่นั่งปั้นหน้าสวยส่งมาให้เขา

 

“เออถ้าแกเหนื่อยก็กลับไปก่อนก็ได้” เอริคเอ่ยบอกคิดว่าฟิลิปเป้คงเครียดและเหนื่อยจากการทำงานมา โดยหารู้ไม่ว่าคนที่ทำให้อารมณ์ของฟิลิปเป้ขึ้นๆ ลงๆ ก็คือสาวสวยข้างๆ เอริคนั่นเอง

 

“จะให้กลับยังไงล่ะ ฉันมากับแกนะ” ตอบเพื่อนรักไปด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด

 

“ก็นั่งแท็กซี่กลับไปซิ บ้านก็อยู่ใกล้ๆ แค่นี้เอง” เอริคเอ่ยบอกพร้อมกับหัวเราะร่วน แต่ฟิลิปเป้ไม่รู้สึกตลกด้วย เรื่องอะไรเขาจะทิ้งเพื่อนอยู่กับนางจิ้งจอกได้ล่ะ เขาไม่มีทางให้เอริคต้องตกเป็นเครื่องมือในการล่าผู้ชายของเจ้าหล่อนได้หรอก เขาจะดูว่าพัชราภานั้นมีแผนการอะไรที่จะรวบหัวรวบหางเพื่อนรักของเขา

 

“ไม่เอา เรื่องอะไรฉันต้องกลับแท็กซี่ด้วยล่ะ คุณก็เหมือนกันไหนบอกว่าเหนื่อยทำไมไม่กลับไปนอนพักผ่อน กลับมาเที่ยวกับผู้ชายต่ออีก” ฟิลิปเป้มิวายย้อนกลับมากระแนะกระแนพัชราภาอีก

 

หล่อนถึงกับสะอึกกับคำพูดของเขา

 

“เฮ้ย! ทำไมแกหยาบคายจัง” เอริคหันมาต่อว่าเพื่อนรักทันที เขาไม่ชอบใจนักที่ฟิลิปเป้พูดจากระทบกระเทียบหญิงสาวอยู่ตลอดเวลา เขาไม่อยากคิดว่าฟิลิปเป้แอบหึงหวงพัชราภาที่สนิทสนมกับเขา ซึ่งมันไม่น่าจะเป็นไปได้

 

“คุณพริกผมต้องขอโทษแทนเพื่อนด้วยนะครับ สงสัยวันนี้มันจะทำงานหนักไปหน่อย” เอริครีบแก้ตัวแทนเกรงว่าหญิงสาวจะโกรธเคือง

 

“พริกไม่ถือสาหรอกค่ะ” พัชราภาตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ท่าทางไม่สะทกสะท้านของหล่อนสร้างความหงุดหงิดแก้ฟิลิปเป้เป็นอย่างมาก

 

แน่นอนสิ ก็อยากจะมาเที่ยวกับผู้ชายจนตัวสั่นจะไปถือสาอะไร น่าสงสารแฟนของเธอ ต้องทำงานงกๆ อยู่ที่โรงพยาบาลในขณะที่ตัวเองออกมาเที่ยวเริงร่ากับผู้ชายอื่น

 

“ทุเรศ!” ฟิลิปเป้สบถออกมาเสียงดัง เอริคหันมามองด้วยสายตาประหลาดใจ

 

“แกด่าใครว่าทุเรศ”

 

“ใครก็ได้ที่อยากรับก็รับไป”ฟิลิปเป้บอกด้วยน้ำเสียงกระแทกกระทั้นมิวายค้อนตาใส่พัชราภาที่นั่งหน้าสวยทำเป็นทองไม่ร้อน     

                                                                                                                                                                                     

“เฮ้ย! ไอ้นี้ท่าจะบ้า” เอริคส่ายศีรษะไปมาอย่างเอือมระอากับมารยาทของเพื่อนต่อหน้าผู้หญิงที่เขากำลังจะจีบอยู่

 

“เออฉันมันบ้าแต่ก็ดีกว่าบางคนที่บ้าผู้ชาย”

 

คำพูดของฟิลิปเป้ทำเอาพัชราภาที่กำลังหยิบแก้วเหล้าขึ้นมาจิบถึงกับชะงักแทบสำลักกับวาจาร้ายกาจของเขา

 

“ใครที่บ้าผู้ชาย แกหมายถึงใคร”

 

“ก็ว่าพวกผู้หญิงที่ชอบใช้ร่างกายเปลือง มีแฟนอยู่แล้วก็ยังจะออกล่าหาผู้ชายอื่นอีก”

 

พัชราภาวางแก้วลงก่อนจะลุกขึ้นพรวดด้วยความโกรธมองฟิลิปเป้ที่นั่งวาดวงแขนไปตามผนังโซฟาท่าทางสบายด้วยสายตาอาฆาต

 

“ใจเย็นพริก” สกาวใจกระตุกแขนเพื่อนสาวให้นั่งลง เมื่อเห็นท่าทางของพัชราภาที่เตรียมกางเล็บพร้อมกระโจนที่เข้าใส่ฟิลิปเป้ราวกับนางเสือ

 

“คุณหมอพูดอย่างนี้ เป็นการดูถูกผู้หญิงมากนะคะ” สกาวใจเอ่ยออกมาด้วยความโกรธแทนเพื่อนเช่นกัน เพราะหล่อนรู้ดีว่าพัชราภาไม่เคยเป็นแบบที่ฟิลิปเป้พูด แต่เขาจงใจกระแนะแหนเพื่อนของหล่อน

 

“ผมเปล่าแค่พูดออกมาลอยๆ ไม่ได้ตั้งใจว่าใครตรงๆ” ฟิลิปเป้บอกด้วยน้ำเสียงราบเรียบเช่นเดียวกับใบหน้าของเขา

 

“พูดลอยๆ งั้นเหรอ” พัชราภายืนตัวสั่นด้วยความโกรธกับท่าทางยียวนกวนประสาทของเขา “คุณจงใจว่าฉันมากกว่า”

 

“อย่ามากล่าวหากันสิคุณ...ผมยังไม่ได้เอ่ยชื่อคุณออกมาเลยนะ อย่ากินปูนร้อนท้องไปหน่อยเลยน่า” ใบหน้าคมคายระบายยิ้มออกมา ชอบใจกับอาการกระฟัดกระเฟียดของพัชราภาหล่อนคงจะโมโหเอาการที่โดนเขาพูดจาเสียดสีจนนั่งไม่ติดเก้าอี้เลยทีเดียว

 

“คุณพริกใจเย็นๆ ก่อนนะครับ ฟิลิปยังไม่ได้เอ่ยชื่อถึงคุณเลยนะครับ วันนี้เราอุตส่าห์ออกมาผ่อนคลายกันทั้งที อย่าทำให้บรรยากาศมันเสียเลยครับ”

 

เอริคเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ก็จริงอย่างที่ฟิลิปเป้พูดเขายังไม่ได้ยินเพื่อนรักพูดถึงพัชราภา แต่ทำไมเจ้าหล่อนถึงได้ร้อนตัวโกรธฟิลิปเป้เป็นฝืนเป็นไฟขนาดนี้ด้วย หรือว่าทั้งคู่มีความลับต่อกันโดยที่เขาไม่รู้มาก่อน

 

        “พริกก็คงเข้าใจผิดไปเองต้องขอโทษคุณหมอฟิลิปเป้ด้วยนะคะ พริกคงทำงานมากไป เครียดเลยพาลโมโหใส่คุณหมอ งั้นพริกขอตัวไปเข้าห้องน้ำล้างหน้าล้างตาหน่อยนะคะ” หล่อนพูดจบก็รีบเดินออกไปจากโต๊ะอย่างรวดเร็ว ฟิลิปเป้นั่งกระหยิ่มยิ้มด้วยความสะใจ

 

        “งั้นเจี๊ยบขอตัวไปดูพริกหน่อยค่ะ” สกาวใจใจหันมาบอกสองหนุ่ม ก่อนจะรีบเดินตามเพื่อนสาวไปติดๆ

 

        “ขอร้องเถอะฟิลิป คนนี้ฉันขอ” เอริคเอ่ยบอกฟิลิปเป้ด้วยน้ำเสียงเครียด

        รอยยิ้มบนใบหน้าหล่อเหลาของฟิลิปเป้หุบยิ้มแทบไม่ทัน ตกใจกับคำขอร้องของเพื่อนรักซึ่งเขาไม่คยถูกเอริคขอร้องแบบนี้มาก่อน

 

        “แกจริงจังกับพัชราภาเหรอ” ถามด้วยน้ำเสียงหยันเชิง

 

        “ก็เออสิว่ะ หวังแต่งเลยนะ ไม่มีผู้หญิงคนไหนที่ทำให้ฉันตกหลุมรักได้ตั้งแต่วินาทีแรกที่เห็นเลย”

 

        “แต่แกเพิ่งเจอพัชราภาไม่กี่วันเองนะ”

 

        “แกมันพวกใจดำ จะไปเข้าใจอะไรกับรักแรกพบล่ะ ฉันมองหน้าคุณพริกหัวใจมันก็บอกเลยว่านี่แหละแม่ของลูกฉัน”

 

        คำพูดและสายตาเพ้อฝันของเอริคทำเอาฟิลิปเป้แทบจะนั่งไม่ติดเก้าอี้ ความรู้สึกเหมือนถูกแย่งของรัก

 

        “แกไม่คิดบ้างเหรอว่าเธออาจจะมีเจ้าของอยู่แล้วก็ได้” ฟิลิปเป้ทำเป็นพูดเตือนเพื่อนรัก แต่ข้างในใจอยากจะตะโกนบอกเอริคดังๆ ว่าเขาเนี่ยแหละเจ้าของหล่อนตัวจริง

 

        “ไม่มีฉันถามคุณพริกแล้วเธอโสดล้านเปอร์เซ็นต์”

 

        โสด! แต่ไม่สดสิไม่ว่า

 

        “ฉันว่าแกอย่าเพิ่งรีบดีกว่าไหม....ผู้หญิงที่ดีกว่าพัชราภายังมีอีกเยอะ คนนี้ฉันว่าไม่เหมาะกับแกหรอก”

 

        “ไม่ว่ะ ฉันชอบคนนี้ ฉันโทรไปบอกเลิกกับผู้หญิงคนอื่นหมดแล้ว ฉันว่าจะคบกับคุณพริกแบบจริงจัง” ยิ่งเอริคพูดยิ่งทำให้ฟิลิปเป้หน้าเครียด

 

ดังนั้นเขาจึงตัดสินใจแล้วว่าจะบอกความจริงเรื่องพัชราภาจะทำอย่างไรดีให้เพื่อนรักของเขาได้เห็นธาตุแท้ว่าหล่อนไม่ใช่นางฟ้าอย่างที่เห็น แต่เป็นนางมารร้ายตัวแม่ต่างหาก

 

        “เอริคฟังฉันให้ดีนะพัชรา...”

 

        ยังไม่ทันที่ฟิลิปเป้จะจะบอกจบเสียงข้อความโทรศัพท์ของเอริคก็ดังขึ้นขัดจังหวะพอดี

 

        “ขอโทษที ฉันต้องกลับไปโรงพยาบาล เดี๋ยวๆ ฝากแกบอกคุณพริกด้วยนะ” เอริคเอ่ยจบก็รีบร้อนเดินออกไปทิ้งให้ฟิลิปเป้มองด้วยอาการงงๆ ดีทีว่าเอริคยังไม่ทันดื่มอะไรมีหวังทำงานไม่ได้แน่

 

 

        ด้านสกาวใจที่ตามพัชราภาออกมาแต่ทว่าหญิงสาวก็โทรตามให้กลับไปที่โรงพยาบาลด่วนจึงไม่ได้พูดคุยอะไรกับพัชราภามาก ก่อนที่หล่อนจะปลีกตัวไปที่โรงพยาบาลเช่นกัน

 

        พัชราภาเดินกลับมาที่โต๊ะรู้สึกแปลกใจเมื่อเห็นฟิลิปเป้นั่งอยู่เพียงลำพัง สายตาคมคู่นั้นมองหล่อนอย่างขบขันใบหน้าอันหล่อเหลาฉาบด้วยรอยยิ้มด้วยความหมิ่นแคลน

 

        “ไปเติมหน้ามาเพื่อจะมายั่วเอริคเหรอ ฮึ! สงสัยคงจะเสียเวลาเปล่าๆ เพราะมันไม่อยู่ให้คุณอ่อยแล้วล่ะ” คนพูดเหยียดยิ้มที่มุมปากอย่างเยาะเย้ยอีกฝ่าย

 

        “แล้วเพื่อนฉันล่ะ” หล่อนไม่สนใจในคำพูดของเขา มองหาเพื่อนสาวที่หายตัวไปเช่นกัน

 

        “ถ้าให้เดาก็คงถูกเรียกไปที่โรงพยาบาลเหมือนกัน” ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนเต็มความสูง สองมือล้วงกระเป๋ากางเกงประจันหน้ากับหล่อน

 

        “งั้นฉันขอตัวค่ะ” พัชราภารีบกล่าวลาทันที เพราะไม่อยากอยู่ให้ฟิลิปเป้ได้ถากถางหล่อนนานและเบื่อที่จะต้องต่อปากต่อคำกับเขา

 

        “จะรีบไปไหนล่ะ” เมื่อเห็นพัชราภาทำท่าทางเดินออกไปฟิลิปเป้ก็รีบนำพาร่างอันสูงใหญ่ของตัวเองมาขวางเอาไว้ พัชราภาเลิกคิ้วด้วยความตกใจ “ไหนๆ ก็แต่งสวยมาอวดแล้วให้เกียรติอยู่ดื่มกับผมสักแก้วก่อนสิ”

 

        “ไม่มีทาง!” เสียงร้องขึ้นในห้วนความคิดของเจ้าหล่อน “ไม่ดีกว่าค่ะ หลีกทางหน่อยค่ะฉันกลับไปพักผ่อน” หญิงสาวบอกด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล แต่ในใจเกลียดความคิดต่ำๆ กับปากร้ายๆ ของเขานัก ขืนเธออยู่ต่อมีหวังได้ตบหน้าหล่อๆ ของเขาแน่

 

        “เลิกตีหน้าใสซื่อราวกับว่าตัวเองเป็นสาวบริสุทธิ์ได้แล้ว ผมรู้ว่าคุณมาที่นี่เพราะอะไร”

 

        พัชราภายืนนิ่ง ริมฝีปากบางเฉียบขบกันแน่น เขากำลังทำให้หล่อนคลั่ง

 

        “เพื่อนผมมันไม่โง่ให้คุณหลอกหรอกนะ ตัวมันเองก็หวังในตัวคุณเหมือนกัน”

 

        ร่างบางหมุนกายมาเผอิญหน้ากับเขา หญิงสาวเหยียดยิ้มที่มุมปาก ฟิลิปเป้มองหน้าอีกฝ่ายด้วยความแปลกใจ

 

        “คุณเองก็เหมือนกันก็หวังในตัวฉันด้วยใช่ไหมคะ”

 

        ท่าทางยั่วยวนกวนอารมณ์ของพัชราภาทำให้ร่างหนาเกิดอาการหน้าตึงขึ้นมาทันที สะอึกกับคำพูดของหล่อน เขาเนี่ยนะหวังในตัวหล่อน เขาแสดงออกมาชัดเจนขนาดนั้นเชียวหรือ

 

        “อย่าคิดสิว่าผู้ชายทุกคนเขาจะหลงเสน่ห์ในตัวคุณ สวยแต่รูปจูบไม่หอมผู้ชายเขาก็ไม่เอาหรอก” 

 

        “แน่นอนค่ะไม่ใช่ทุกคนที่หลงเสน่ห์ฉัน แต่ฉันสามารถทำให้ใครบางคนแถวนี้คลั่งเป็นหมาบ้าได้ก็แล้วกัน กูดไนท์ค่ะคุณหมอ พดดีนึกได้ว่ามีธุระต้องไปทำ” พูดจบก็เดินเชิดหน้าเฉิดฉายออกไปอย่างผู้ชนะ ทิ้งให้ฟิลิปเป้ยืนตัวแข็ง สายตาคมลุกเป็นไฟมองคนหน้าสวยเดินออกไปอย่างเจ็บใจ





 

     ขอบคุณทุกกำลังใจจากนักอ่าน ขอให้อ่านให้สนุกค่ะ  

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 16 ครั้ง

2,214 ความคิดเห็น

  1. #1592 PatchYeol (@pattchz) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2558 / 10:15
    พริกเริ่ดดดดดดดด
    #1592
    0
  2. #1367 meemook321 (@meemook321) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2558 / 11:55
    แซบมากค่ะนู๋พริกVSเฮียหมอคู่นี้มันส์มากกกกกกกกกกคร้า.


    #1367
    0
  3. #47 Soodteerak San D (@vanilla-seal) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2558 / 17:33
    ชอบค่ะชอบ สนุกดีค่ะ มาต่อไวไวนะคะ
    #47
    0
  4. #45 Kung Naruemon (@korkungza) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2558 / 03:50
    ติดตามค่ะ สนุก
    #45
    0
  5. #44 Kung Naruemon (@korkungza) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2558 / 03:50
    ติดตามค่ะ สนุก
    #44
    0
  6. #43 kaminuki (@piyamapor) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2558 / 01:54
    ผู้ชายปากร้ายมากๆๆ
    #43
    0