ตอนที่ 9 : บทที่ 2 เสียงปริศนา [3]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 629
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    9 พ.ย. 60






โซลาโน่มาหายาบารีตั้งแต่เช้าตรู่ แต่กว่าจะได้เดินทางออกจากบ้านก็สายมากแล้ว ชายหนุ่มขออนุญาตคุณย่าโรมีนาหากต้องมีการค้างแรมซึ่งคุณย่าก็ไม่ขัดข้อง วันนี้เขาเอารถยนต์กลางเก่ากลางใหม่มาด้วย ชายหนุ่มขับเข้าไปในเมืองกุสโก ยาบารีสังเกตว่าเมืองนี้เต็มไปด้วยโบสถ์สไตล์บารอก ซึ่งเธอพอจะทราบมาบ้างว่าหลังจากสเปนได้เข้ามารุกรานอาณาจักรอินคา สเปนก็บังคับให้ชาวอินคาหันมานับถือศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิก ดังนั้นเมืองนี้จึงเต็มไปด้วยโบสถ์มากมาย

 

และผลจากประวัติศาสตร์ครั้งนั้นก็ทำให้ประชาชนชาวเปรูนับถือศาสนาคริสต์สืบต่อกันมา รวมทั้งยังใช้ภาษาสเปนเป็นภาษาราชการอีกด้วย

วันนี้เราจะไปที่ไหนกันบ้างหรือคะอาจารย์ เธอเอ่ยถามระหว่างสาวเท้ายาวก้าวตามชายหนุ่มไปเรื่อยๆ

 

“วันนี้ทั้งวันผมจะพาคุณรีเที่ยวชมเมืองกุสโก อดีตเมืองหลวงของอาณาจักรอินคาให้ทั่ว แล้วพรุ่งนี้เราถึงจะเดินทางไปมาชูปิกชู ว่าแต่คุณรีอยากไปที่ไหนเป็นพิเศษหรือเปล่าครับ” ชายหนุ่มก้าวเท้าให้ช้าลงแล้วหันมามองหญิงสาว คิ้วหนาเลิกขึ้นน้อยๆ เมื่อเธอถอดหมวกแก๊ปออกแล้วปล่อยผมเปียที่เธอม้วนเก็บไว้ลงมา

 

“มาชูปิกชูคือสุดยอดความใฝ่ฝันของรีเลยค่ะอาจารย์ รีแทบจะอดทนรอให้ถึงพรุ่งนี้ไม่ไหวเสียแล้วสิ” หญิงสาวยิ้มกว้างแล้วมองไปรอบๆ จุดที่เธอยืนอยู่ ตรงนี้คงจะเป็นจัตุรัสกลางเมืองกุสโก

 

“ตรงนี้เรียกว่าพลาซ่า เดอ อาร์มาส ใช่หรือเปล่าคะอาจารย์” หญิงสาวหมุนตัวมองไปรอบๆ ก่อนจะหันมาหยุดมองชายหนุ่มที่มองเธออยู่ก่อนแล้ว

 

“อาจารย์คะ...อาจารย์โซลาโน่” หญิงสาวเรียกอาจารย์หนุ่มซ้ำถึงสองครั้งเมื่อเขาเอาแต่ยืนนิ่งจ้องมองเธอจนแทบไม่กะพริบตา หญิงสาวจึงยกมือขึ้นจับผมเปียทั้งสองข้างของตัวเอง

 

“รีเปียผมแบบนี้แล้วดูประหลาดหรือคะ ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวรีม้วนเปียเก็บแล้วสวมหมวกปิดไว้ดีกว่า” หญิงสาวรู้สึกไม่มั่นใจ แม้ว่าเมื่อเช้าเธอจะหมุนตัวอยู่หน้ากระจกหลายครั้ง และมองอย่างเข้าข้างตัวเองว่าเปียสองข้างนี่ช่างน่ารักเสียเหลือเกิน เธอเห็นผู้หญิงที่นี่ส่วนใหญ่ถักเปียกันทั้งนั้น เธอจึงอยากลองถักเปียบ้าง แต่เมื่อถูกมองด้วยสายตาเช่นนั้นก็ทำให้เธอหมดความมั่นใจลงไปเสียดื้อๆ

 

“เปล่าครับ เพียงแต่...” ชายหนุ่มทำท่าทางคิดหนักก่อนจะปฏิเสธออกไป “ช่างเถอะครับ เราไปเดินเที่ยวพลาซ่า เดอ อาร์มาสกันดีกว่า” ชายหนุ่มออกเดินนำหญิงสาวไป ทว่ายาบารีกลับวิ่งไปขวางหน้าชายหนุ่มเอาไว้

 

“แต่อะไรหรือคะอาจารย์”

 

โซลาโน่ขมวดคิ้วเข้าหากัน เขาชอบให้นักศึกษาเรียกเขาว่าอาจารย์ ยกเว้นหญิงสาวตรงหน้าที่เขาอยากให้เธอเรียกชื่อเขาแทนที่จะเรียกอาจารย์เช่นนี้ “ผมแค่ตกใจที่คุณรีมีคนรักแล้ว เอ่อ...แต่ก็คงไม่น่าแปลกเพราะคุณรีสวยออกขนาดนี้”

 

“คนรักหรือคะ คนรักเกี่ยวอะไรกับผมเปียหรือคะอาจารย์” หญิงสาวขมวดคิ้วถามด้วยความสงสัย

 

“อ้าว! คุณรีไม่ทราบหรือครับว่าการเปียผมสองข้างหมายถึงผู้หญิงที่แต่งงานมีคู่รักแล้ว ถ้าเป็นผู้หญิงโสดก็จะเปียผมเพียงแค่ข้างเดียวเท่านั้นครับ เพื่อแสดงว่าเธอยังเปิดใจรอชายโสดเข้ามาจีบหรือพูดคุยสานสัมพันธ์” โซลาโน่อธิบาย

 

“ตายแล้ว รีไม่ทราบเลยค่ะอาจารย์ รีนึกว่าใครๆ ก็เปียผมสองข้างกันทั้งนั้น ก็รีเห็นผู้หญิงแถวบ้านคุณย่าเปียผมสองข้างกันแทบทุกคนเลย รีก็เลยเปียผมดูบ้าง” ยาบารีหน้าแดงก่ำ รีบแก้เปียผมของตัวเองออกอย่างรวดเร็วแล้วเปลี่ยนเป็นมัดหางม้าแทน

 

เธออายุยังน้อยยังอยู่ในวัยเรียนจึงไม่เคยคิดเรื่องมีแฟน หากใครมาจีบเธอก็จะปฏิเสธไปแทบทุกครั้ง เพราะตั้งใจเอาไว้ว่าจะตัดสินใจคบหาดูใจกับเพศตรงข้ามก็ต่อเมื่อเธอเรียนจบระดับปริญญาตรี สามารถทำงานหาเงินเองได้แล้วเท่านั้น แม้ว่าเพื่อนสาวคนอื่นๆ จะมีคนรัก ควงแขนกันไปดูหนังฟังเพลงราวกับแฟชั่น แต่เธอก็ไม่เคยสนใจ หรืออาจเพราะไม่เคยมีผู้ชายคนไหนทำให้หัวใจของเธอเต้นแรงได้เลยกระมัง

 

“ผมคิดว่าคุณรีมีแฟนแล้วเสียอีก” ในน้ำเสียงของชายหนุ่มฉายชัดว่าโล่งใจจนคนตัวเล็กถึงกับเงยหน้าขึ้นมองใบหน้าของเขา ต่างฝ่ายต่างสบตากันและกันก่อนที่ทั้งคู่จะรีบเบือนหน้าหนี

 

“ไปนั่งตรงนู้นดีกว่าครับคุณรี เดี๋ยวผมเล่าประวัติเมืองนี้ให้ฟัง”











เสน่หาอินคา
เพียงฤทัย
www.mebmarket.com
ยาบารี ยาบารี ที่รักของข้า? เสียงเรียกอันแสนคุ้นเคยของใครบางคนที่ ยาบารี หญิงสาวลูกครึ่งไทย-เปรู ฝันถึงตั้งแต่ครั้งแรกที่เดินทางมายังเปรูดินแดนต้นกำเนิดอาณาจักรอินคาที่เธอหลงใหล เสียงปริศนาดังชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ทั้งในยามหลับและยามตื่นราวกับกำลังเรียกเธอให้ไปหา... แล้วปาฏิหาริย์ก็ชักนำให้เธอหลงกาลเวลาไปยังอาณาจักรอินคา ดินแดนแห่งทองคำเมื่อสี่ร้อยกว่าปีก่อน ด้วยสร้อยพระอาทิตย์ของสำคัญที่บิดาทิ้งไว้ให้ก่อนจะเสียชีวิต ณ ที่แห่งนี้ เธอได้พบและผูกพันหัวใจไว้กับเจ้าชายทูปัก วีรา เจ้าชายหมอผู้สูงศักดิ์ ท่ามกลางสงครามและยุคสมัยแห่งการล่มสลายของอาณาจักรที่รุ่งเรือง หญิงสาวผู้มาจากอนาคตและเจ้าชายหนุ่มจะร่วมกันแก้ไขหน้าประวัติศาสตร์ได้หรือไม่ แล้วเธอจะหาทางกลับมายังปัจจุบันได้อย่างไร เมื่อยังมีสายสัมพันธ์รักอันยิ่งใหญ่กับชายสูงศักดิ์เกี่ยวกระหวัดให้หัวใจมิอาจลืมเลือน ***ปาฏิหาริย์ที่เกิดขึ้นจากหัวใจรัก นำพาให้คนทั้งสองได้พบเพื่อจาก และพรากเพื่อเจอ ตราบใดที่หัวใจทั้งสองดวงยังคงร้อยรัดด้วยสายใยแห่งรักและผูกพัน ปาฏิหาริย์จะชักพาหัวใจทั้งสองดวงให้กลับมาเคียงคู่กันในสักวัน

ซากุระผลิที่กลางใจ
เพียงฤทัย
www.mebmarket.com
หลิวหลุดเข้าไปใน 'ยุคสมัยเฮอัน' ซึ่งย้อนอดีตไปถึงพันปีเหตุการณ์กลับตาลปัตรเมื่อเธอกลายเป็นคุณหนูของคฤหาสน์อาจิไซ บุตรีขององคมนตรีชั้นเอกผู้เป็นข้ารองบาทขององจักรพรรดิในขณะเรื่องราวผิดฝาผิดตัวสร้างความโกลาหลวุ่นวายหัวใจของหญิงสาวก็เบ่งบานไม่ต่างจากดอกซากุระ

ดวงใจปฏิพัทธ์
สะมะเรีย
www.mebmarket.com
เลือดต้องล้างด้วยเลือด จักต้องแผดเผาศัตรูให้พินาศย่อยยับแต่เหตุใดเล่า... เมื่อเห็นนางเจ็บ เขากลับเจ็บยิ่งกว่า! องครักษ์หนุ่มนัยน์ตาสีน้ำเงิน ผู้ที่เข้ามาทำให้โลกของเจ้าหญิงครีษมาสดใส นางหลงรักเขาอย่างหมดหัวใจ ทว่าการที่องครักษ์หนุ่มเข้ามาใกล้ชิดนางนั้นกลับเต็มไปด้วยเงื่อนงำ... เมื่อองครักษ์หนุ่มคืนสู่ศักดิ์อันแท้จริง เขาคือเจ้าชายภานรินทร์ที่หายสาบสูญ เขากลับมาอีกครั้งเพื่อขจัดความอยุติธรรม พร่าเกียรติและศักดิ์ศรีเจ้าหญิงผู้สง่างามให้พลิกผันเป็นเพียงนางบำเรอชั้นต่ำ!นาง...เจ็บเจียนตายแต่หัวใจกลับรักเขาเขา…แค้นฝังใจแต่มิอาจปล่อยมือจากนางบทสรุปความรักจะเป็นเช่นไร...รักฤาชัง

มายามรณะ
รางนาก
www.mebmarket.com
ภาพหลอน! ความกลัว! ความตาย! และความสิ้นหวัง! ประดังเข้าสาดซัดนางเอกสาวดาวรุ่งราวกับห่าฝนในคืนเดือนมืด เมื่อมือที่มองไม่เห็นยื่นมากระชากชีวิตของหญิงสาวให้เปลี่ยนไปตลอดกาล...

มะนาวซ่อนหวาน
สะมะเรีย
www.mebmarket.com
ใครๆ ต่างพากันตั้งฉายาให้ มะนาว ว่า...ไฮโซขาวีน และ ไฮโซมือตบแต่...อย่าได้แคร์สื่อ เธอยังคงสวย เริด เชิด หยิ่งจนกระทั่งผู้เป็นบิดาต้องงัดไม้เด็ดมาปราบลูกสาวหัวดื้อทางด้าน เตชธรรม ถึงกับกุมขมับเมื่อได้รับมอบหมายให้ดัดนิสัยยายตัวร้ายที่เขาให้คำจัดความว่าตั้งแต่แรกเห็นว่า‘ชอบเที่ยวกลางคืน ยั่วยวนผู้ชาย ไม่รู้จักรักนวลสงวนตัว’ชายหนุ่มจึงงัดสารพัดวิธีที่มั่นใจว่าได้ผลร้อยเปอร์เซ็นต์ออกมาจัดการทว่า...ผิดคาด เมื่อมะนาวลูกนี้ไม่ได้มีดีแค่ความเปรี้ยวซ่าอย่างที่คิดและกว่าจะรู้ตัวว่า...ผิดแผน หัวใจก็ลิ้มรสหวานจนถอนตัวถอนใจไม่ขึ้นเสียแล้ว

มนตราสีกุหลาบ
สะมะเรีย
www.mebmarket.com
มนตราแห่งเพตรา ดลบันดาลให้หัวใจสองดวงผูกพัน ก่อเกิดเป็นความรักร้อนแรงจนแม้แต่แสงจากดวงอาทิตย์ก็มิอาจเทียบ หลังจากผิดหวังในความรัก ยี่สุ่น...หญิงสาววัยเบญจเพสจึงตัดสินใจเดินทางมายังจอร์แดนตามคำชักชวนของมารดา พร้อมความเชื่อมั่นว่าสักวันหนึ่งเธอจะได้พบรักแท้ และเมื่อเธอมาถึงนครเพตรา?นครศิลาสีชมพู เธอก็ได้พบรัฟฟาน หนุ่มจอร์แดนมาดเข้ม เธอหลงคิดว่าเขาเป็นไกด์พื้นเมืองจึงใช้งานเขาสารพัด รัฟฟาน... ตำรวจสากลผู้ได้รับมอบหมายให้มาสืบหาแหล่งผลิตยาเสพติดที่นครเพตรา ยินยอมเป็นไกด์ให้ยี่สุ่นเพราะต้องการปลอมตัวให้แนบเนียน ไม่เป็นที่สงสัยของคนร้าย แต่นักท่องเที่ยวสาวกลับทำให้เขาต้องคิดทบทวนว่าเขาคิดผิดหรือไม่ที่ยอมเป็นไกด์ให้เธอ เพราะเธอเปิ่นและบ้าดีเดือดชนิดไม่มีใครเหมือน ซ้ำยังทำให้หัวใจเขาหวั่นไหว ท่ามกลางทะเลทรายอันร้อนระอุ ความรักได้ก่อเกิดขึ้นจากความใกล้ชิด พร้อมกับอันตรายที่คืบคลานเข้ามาให้เขากับเธอร่วมกันฟันฝ่า เพื่อพิสูจน์ว่ารักแท้มีอยู่จริง +++++++++++++“ผมต้องทำยังไงคุณถึงจะเชื่อว่าผมไม่ได้ตั้งใจลวนลามคุณ ผมแค่เข้ามาปลุกคุณไปกินอาหารเย็น” รัฟฟานหัวเสียไม่น้อย นี่ล่ะเขาถึงไม่อยากมีแฟนเพราะรำคาญผู้หญิงที่ชอบพูดไม่รู้เรื่อง เอะอะก็โวยวายเอาไว้ก่อนไม่เคยฟังเหตุผลอะไรเลยสักอย่างเดียว“ฉันไม่เชื่อ”“ถ้าอย่างนั้นผมจะทำให้ดู”“คุณ...”รัฟฟานไม่เปิดโอกาสให้หญิงสาวโวยวายไปมากกว่านี้ เขาปิดปากอิ่มได้รูปด้วยริมฝีปากเรียวอย่างรวดเร็ว ยี่สุ่นพยายามโวยวายแต่กลับเป็นการเปิดเรียวปากให้ชายหนุ่มแทรกลิ้นร้อนเข้าไปตวัดเร้าควานหาความหอมหวานจากปากนุ่มสีกุหลาบ ยี่สุ่นสั่นไปหมดทั้งตัว หัวสมองหนักอึ้ง รู้สึกเหมือนกำลังจะขาดอากาศหายใจ แต่แล้วเขาก็เติมเต็มลมหายใจให้เธอพร้อมๆ กับฉกฉวยมันไป สลับไปมาจนเธอชาวาบจนถึงปลายเท้า แข้งขาอ่อนแรงจนแทบยืนไม่ติดพื้น เมื่อเขาบดจูบเร่าร้อนยาวนานจนเธอเผลอกอดตอบเขาและเผลอ...จูบตอบเขาอย่างไร้เดียงสารัฟฟานผละออกจากริมฝีปากอิ่มอย่างเสียดาย ยี่สุ่นทรุดฮวบลงไปกองที่พื้นอย่างไร้เรี่ยวแรง คิดหาคำพูดหรือคำด่าทอไกด์หนุ่มไม่ถูก นั่งบื้อใบ้หัวสมองมึนงงด้วยความสับสน“คราวนี้เชื่อหรือยังว่าผมมาปลุกคุณให้ตื่นไปรับประทานอาหารเย็น ไม่ได้ตั้งใจเข้ามาลวนลาม เพราะถ้าผมตั้งใจจะทำ...ผมจะทำแบบเมื่อครู่นี้ เอาละ...อีกสิบห้านาทีผมจะกลับเข้ามารับ อย่าช้าล่ะเพราะที่นี่จัดอาหารเย็นแบบบุฟเฟต์หากเกินเวลาไปมากกว่านี้อาจไม่เหลืออะไรให้คุณกิน” พูดจบเขาก็เดินออกไปทิ้งให้หญิงสาวนั่งหน้าแดงก่ำจูบแรกของฉัน...

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

42 ความคิดเห็น