ตอนที่ 44 : บทที่ 8 พลทหารยาปา [7]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 456
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    18 ม.ค. 61









 

“นั่นสิ! ข้าว่าแล้ว” องครักษ์หนุ่มตบฝ่ามือลงบนหน้าขา “ข้าก็คิดอยู่ว่าเจ้าเหมือนใครสักคน ที่แท้ก็เหมือนยาบารีนี่เอง มิน่าเจ้าถึงได้มีหน้าตาเหมือนยาบารีราวกับเป็นฝาแฝดกันเช่นนี้”

 

“กะ...ก็ ชะ...ใช่!” หญิงสาวพยักหน้ารับอย่างรวดเร็ว “ขะ...ข้าเป็นแฝดน้องของยาบารีน่ะสิ หน้าตาถึงได้เหมือนกัน แต่ข้าไม่ชอบหรอกนะ ข้าเกลียดหน้าตาและหุ่นแบบนี้ มันทำให้ข้ากลายเป็นตัวตลก” หญิงสาวไหลลื่น ไหนๆ คิดจะโกหกก็ต้องแนบเนียน ประสมโรงเออออไปเสียเลย หากผ่านวาคัคไปได้ก็คงผ่านด่านเจ้าชายไปได้เช่นกัน

 

วาคัคพยักหน้าน้อยๆ อย่างเห็นใจยาปา หากเขาเป็นชายแล้วรูปร่างอ้อนแอ้นกระเดียดไปทางหญิงเช่นนี้ก็คงกลุ้มใจน่าดู “แล้วยาบารีเป็นอย่างไรบ้าง ข้าไม่ได้เจอนางอีกเลยตั้งแต่นางมาบอกข้าเรื่องเชรีในวันนั้น”

 

“นางสบายดี ท่านไม่ต้องเป็นห่วง ข้าพอจะทราบเรื่องท่านกับ
เชรีอยู่บ้าง นางฝากมาบอกว่านางจะหาทางให้ท่านได้พบกับเชรีแน่นอน เมื่อได้พบกับเชรีแล้ว ท่านก็ไปขอให้เจ้าชายทูปัก วีรา ทูลขอต่อองค์จักรพรรดิ หากท่านมีพระเมตตาประทานอนุญาตก็คงดี”

 

“ยาบารีบอกเจ้าเช่นนั้นหรือ”

 

หญิงสาวพยักหน้าน้อยๆ เธออยากช่วยให้วาคัคและเชรีสมหวังในความรัก และที่สำคัญที่สุดเธออยากพบเชรีอีกครั้ง ดังนั้นเธอต้องคิดวางแผนให้รัดกุม ว่าเธอจะเข้าไปพบเชรีได้อย่างไร

 

“หากเป็นเช่นนั้นได้ก็จะดีมาก มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะพบเชรีได้ มันเสี่ยงเกินไป ข้าเคยไปป้วนเปี้ยนที่เขตแอคลาฮัวซี[1] ของนางห้ามหลายครั้ง แต่ก็โดนขับไล่ออกมาทุกครั้ง ทหารดูแลคุ้มกันแน่นหนามาก ไม่มีใครกล้าก้าวล้ำเข้าไปลองดี” วาคัคถอนหายใจเฮือกใหญ่

 

“ขอให้ท่านเชื่อใจยาบารี”

 

“ขอบใจมาก ฝากเจ้าไปขอบใจยาบารีแทนข้าด้วย”

 

“ได้ขอรับ”

 

“ข้าไปละ วันนี้เจ้าพักผ่อนไปเถอะ พรุ่งนี้ถึงจะเริ่มเรียนรู้งานต่างๆ”

 

“ข้าขอขอบคุณท่านมาก” ยาบารีเอ่ยขอบคุณ มองร่างสูงขององครักษ์หนุ่มเดินจากไปแล้วคิดหนัก เธอเดินไปเปิดห่อผ้าที่พกมาด้วย ด้านในคือผมเปียยาวของเธอ

 

“บางทีเจ้านี่อาจมีประโยชน์ก็คราวนี้แหละ...” หญิงสาวยิ้มที่มุมปาก

 

 

 

ชีวิตของการเป็นแอคลาหรือนางห้ามนั้นมิได้ลำบากอะไรเลย อันที่จริงแล้วพวกนางมีศักดิ์เหนือกว่านางกำนัลด้วยซ้ำ เพราะถือว่าเป็นข้ารับใช้องค์สุริยเทพ ทว่าเชรีเป็นคนเดียวที่ไม่มีความสุขและไม่ยินดีกับสิ่งที่ได้รับเอาเสียเลย เสื้อผ้าสวยๆ เสื่อนอนอย่างดี เพื่อนใหม่มากมาย งานทอผ้าไม่หนักหากเทียบกับการทำไร่ทำสวน ทว่านางกลับรู้สึกอ้างว้างหดหู่จนต้องแอบมานั่งร้องไห้เพียงลำพัง

 

         นับจากนี้นางต้องครองพรหมจรรย์ ห้ามแต่งงาน ห้ามมีคนรัก

 

         นางเจ็บปวดเมื่อต้องพลัดพรากจากคนรักไปตลอดกาล ชาตินี้คงไม่อาจได้พบกันอีก “ท่านวาคัค ป่านนี้ท่านคงลืมข้าไปแล้ว หญิงสาวในเมืองหลวงล้วนหน้าตางดงามนัก ข้าเป็นเพียงหญิงชาวบ้าน เข้ามาในชีวิตท่านไม่นานก็จำต้องพลัดพรากจากกัน”

 

หญิงสาวรำพันราวกับตัดพ้อต่อดวงจันทร์ แหงนหน้าขึ้นมองพระจันทร์ดวงโต สุกสกาวอยู่ท่ามกลางหมู่ดาวบนท้องฟ้ากว้าง ลมเย็นพัดมากระทบไหล่บางจนต้องห่อไหล่เข้าหากันด้วยความเหน็บหนาว หยาดน้ำใสจากดวงตาไหลอาบแก้มอิ่มไม่ขาดสาย

 

“จันทร์เจ้าขา ข้าคิดถึงบ้าน คิดถึงพ่อแม่ คิดถึงเพื่อน คิดถึงคนรัก เหตุใดโชคชะตาของข้าจึงได้อาภัพนัก” หญิงสาวยกมือขึ้นปิดหน้าสะอื้นไห้จนตัวโยน ความเหงาเกาะกินหัวใจราวกับโรคร้าย นางทรมานคล้ายจะขาดหายใจ แต่กลับไม่ตาย นางยังมีชีวิตอยู่ อยู่เพื่อต่อสู้กับความคิดถึงที่แสนทรมาน

 

“เชรีมายืนอยู่ตรงนี้นี่เอง ข้าตามหาจนทั่ว กลับเข้าไปข้างในเถอะ เจ้าต้องไปฝึกทอผ้าให้คล่อง เมื่อเก่งแล้วจะได้ทอพระภูษาถวายแด่องค์จักรพรรดิและพระนางโคยา” นางห้ามหญิงวัยกลางคน แม้จะอายุมากแล้ว แต่กลับมีหน้าตาสะสวย ผิวพรรณนวลผ่องเพราะอยู่แต่ในร่มแทบไม่เคยโดนแดด เธอรับหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงสอนงานให้แก่เชรี

 

“ข้าไม่ชอบทอผ้า ข้าชอบทำไร่ ชอบปลูกมันสำปะหลัง ชอบเก็บฝักข้าวโพดมาทำสตู ข้าไม่อยากอยู่ที่นี่ ปล่อยข้ากลับไปเถอะนะ” เชรีร้องไห้ออกมาอย่างไม่อาย นางมักมายืนข้างกำแพงเขตหวงห้าม มองทหารร่างยักษ์ที่ยืนเฝ้าอยู่หน้าประตูอย่างสิ้นหวัง

 

“อะไรกันเชรี เจ้าไม่ใช่เด็กๆ แล้ว เจ้าควรจะปรับตัวให้ชินกับการเป็นแอคลา ชีวิตไม่ได้เป็นของเจ้าอีกต่อไป ต่อไปนี้เจ้าต้องอุทิศทั้งตัวและจิตวิญญาณเพื่อถวายการรับใช้องค์สุริยเทพ และพระบุตรของพระองค์ นั่นก็คือองค์จักรพรรดิและพระบรมวงศานุวงศ์ทุกท่าน”

 

ชาวอินคานั้นถือว่าดวงอาทิตย์บนฟากฟ้าคือเทพผู้ดลบันดาลทุกสิ่ง และดวงอาทิตย์หรือองค์สุริยเทพก็ได้ประทานพระบุตรของพระองค์ลงมาปกครองอาณาจักรแห่งนี้ และสืบทอดต่อๆ กันมาทางเชื้อสาย ซึ่งมักจะอภิเษกสมรสกันเองภายในขัตติยตระกูลเท่านั้น

 

“ท่านมีความสุขหรือคะที่ต้องรับใช้องค์สุริยเทพโดยไม่มีสิทธิ์เลือกชีวิตเป็นของตนเอง” เชรีย้อนถามพี่เลี้ยงวัยกลางคนด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ อีกฝ่ายเมื่อได้ยินดังนั้นก็นิ่งเงียบราวกับมีอะไรบางอย่างซุกซ่อนอยู่ในหัวใจ

 

“ข้าไม่มีสิทธิ์เลือกว่าต้องการหรือไม่ต้องการอะไร เจ้าก็เช่นกันเชรี ตามข้ากลับเข้าไปข้างในเดี๋ยวนี้” แม้จะตะคอกห้วนราวกับต้องการจะตำหนิหญิงสาวผู้อ่อนวัยกว่า ทว่าหากจับน้ำเสียงดูจะพบว่าในน้ำเสียงนั้นสั่นเครือ และเศร้าเสียใจไปไม่น้อยกว่าเชรีเลย...

 

“ข้าขอโทษค่ะ” เชรีเอ่ยเสียงแผ่วอย่างสำนึกผิด นางไม่ใช่คนเดียวที่โศกเศร้า คนอื่นๆ ก็คงรู้สึกเช่นนาง เพียงแต่พวกเขาเลือกที่จะไม่แสดงความอ่อนแอให้ใครเห็นเท่านั้นเอง นางก็ต้องเข้มแข็งเช่นกัน ไม่ควรอ่อนแอให้เป็นภาระของใครอีก

 



[1] เขตแอคลาฮัวซี คือ บริเวณที่พักของนางห้าม ซึ่งเป็นเขตลับตาคน (ข้อมูลจากหนังสือ อาณาจักรลับอินคา แผ่นดินแห่งเลือดและทองคำ โดย บรรยง บุญฤทธิ์ เรียบเรียง)









ฝากแฟนเพจด้วยนะคะ 
กดที่รูปการ์ตูนสะมะเรียได้เลยค่ะ



เสน่หาอินคา
เพียงฤทัย
www.mebmarket.com
ยาบารี ยาบารี ที่รักของข้า? เสียงเรียกอันแสนคุ้นเคยของใครบางคนที่ ยาบารี หญิงสาวลูกครึ่งไทย-เปรู ฝันถึงตั้งแต่ครั้งแรกที่เดินทางมายังเปรูดินแดนต้นกำเนิดอาณาจักรอินคาที่เธอหลงใหล เสียงปริศนาดังชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ทั้งในยามหลับและยามตื่นราวกับกำลังเรียกเธอให้ไปหา... แล้วปาฏิหาริย์ก็ชักนำให้เธอหลงกาลเวลาไปยังอาณาจักรอินคา ดินแดนแห่งทองคำเมื่อสี่ร้อยกว่าปีก่อน ด้วยสร้อยพระอาทิตย์ของสำคัญที่บิดาทิ้งไว้ให้ก่อนจะเสียชีวิต ณ ที่แห่งนี้ เธอได้พบและผูกพันหัวใจไว้กับเจ้าชายทูปัก วีรา เจ้าชายหมอผู้สูงศักดิ์ ท่ามกลางสงครามและยุคสมัยแห่งการล่มสลายของอาณาจักรที่รุ่งเรือง หญิงสาวผู้มาจากอนาคตและเจ้าชายหนุ่มจะร่วมกันแก้ไขหน้าประวัติศาสตร์ได้หรือไม่ แล้วเธอจะหาทางกลับมายังปัจจุบันได้อย่างไร เมื่อยังมีสายสัมพันธ์รักอันยิ่งใหญ่กับชายสูงศักดิ์เกี่ยวกระหวัดให้หัวใจมิอาจลืมเลือน ***ปาฏิหาริย์ที่เกิดขึ้นจากหัวใจรัก นำพาให้คนทั้งสองได้พบเพื่อจาก และพรากเพื่อเจอ ตราบใดที่หัวใจทั้งสองดวงยังคงร้อยรัดด้วยสายใยแห่งรักและผูกพัน ปาฏิหาริย์จะชักพาหัวใจทั้งสองดวงให้กลับมาเคียงคู่กันในสักวัน

ซากุระผลิที่กลางใจ
เพียงฤทัย
www.mebmarket.com
หลิวหลุดเข้าไปใน 'ยุคสมัยเฮอัน' ซึ่งย้อนอดีตไปถึงพันปีเหตุการณ์กลับตาลปัตรเมื่อเธอกลายเป็นคุณหนูของคฤหาสน์อาจิไซ บุตรีขององคมนตรีชั้นเอกผู้เป็นข้ารองบาทขององจักรพรรดิในขณะเรื่องราวผิดฝาผิดตัวสร้างความโกลาหลวุ่นวายหัวใจของหญิงสาวก็เบ่งบานไม่ต่างจากดอกซากุระ

ดวงใจปฏิพัทธ์
สะมะเรีย
www.mebmarket.com
เลือดต้องล้างด้วยเลือด จักต้องแผดเผาศัตรูให้พินาศย่อยยับแต่เหตุใดเล่า... เมื่อเห็นนางเจ็บ เขากลับเจ็บยิ่งกว่า! องครักษ์หนุ่มนัยน์ตาสีน้ำเงิน ผู้ที่เข้ามาทำให้โลกของเจ้าหญิงครีษมาสดใส นางหลงรักเขาอย่างหมดหัวใจ ทว่าการที่องครักษ์หนุ่มเข้ามาใกล้ชิดนางนั้นกลับเต็มไปด้วยเงื่อนงำ... เมื่อองครักษ์หนุ่มคืนสู่ศักดิ์อันแท้จริง เขาคือเจ้าชายภานรินทร์ที่หายสาบสูญ เขากลับมาอีกครั้งเพื่อขจัดความอยุติธรรม พร่าเกียรติและศักดิ์ศรีเจ้าหญิงผู้สง่างามให้พลิกผันเป็นเพียงนางบำเรอชั้นต่ำ!นาง...เจ็บเจียนตายแต่หัวใจกลับรักเขาเขา…แค้นฝังใจแต่มิอาจปล่อยมือจากนางบทสรุปความรักจะเป็นเช่นไร...รักฤาชัง

มายามรณะ
รางนาก
www.mebmarket.com
ภาพหลอน! ความกลัว! ความตาย! และความสิ้นหวัง! ประดังเข้าสาดซัดนางเอกสาวดาวรุ่งราวกับห่าฝนในคืนเดือนมืด เมื่อมือที่มองไม่เห็นยื่นมากระชากชีวิตของหญิงสาวให้เปลี่ยนไปตลอดกาล...

มะนาวซ่อนหวาน
สะมะเรีย
www.mebmarket.com
ใครๆ ต่างพากันตั้งฉายาให้ มะนาว ว่า...ไฮโซขาวีน และ ไฮโซมือตบแต่...อย่าได้แคร์สื่อ เธอยังคงสวย เริด เชิด หยิ่งจนกระทั่งผู้เป็นบิดาต้องงัดไม้เด็ดมาปราบลูกสาวหัวดื้อทางด้าน เตชธรรม ถึงกับกุมขมับเมื่อได้รับมอบหมายให้ดัดนิสัยยายตัวร้ายที่เขาให้คำจัดความว่าตั้งแต่แรกเห็นว่า‘ชอบเที่ยวกลางคืน ยั่วยวนผู้ชาย ไม่รู้จักรักนวลสงวนตัว’ชายหนุ่มจึงงัดสารพัดวิธีที่มั่นใจว่าได้ผลร้อยเปอร์เซ็นต์ออกมาจัดการทว่า...ผิดคาด เมื่อมะนาวลูกนี้ไม่ได้มีดีแค่ความเปรี้ยวซ่าอย่างที่คิดและกว่าจะรู้ตัวว่า...ผิดแผน หัวใจก็ลิ้มรสหวานจนถอนตัวถอนใจไม่ขึ้นเสียแล้ว

มนตราสีกุหลาบ
สะมะเรีย
www.mebmarket.com
มนตราแห่งเพตรา ดลบันดาลให้หัวใจสองดวงผูกพัน ก่อเกิดเป็นความรักร้อนแรงจนแม้แต่แสงจากดวงอาทิตย์ก็มิอาจเทียบ หลังจากผิดหวังในความรัก ยี่สุ่น...หญิงสาววัยเบญจเพสจึงตัดสินใจเดินทางมายังจอร์แดนตามคำชักชวนของมารดา พร้อมความเชื่อมั่นว่าสักวันหนึ่งเธอจะได้พบรักแท้ และเมื่อเธอมาถึงนครเพตรา?นครศิลาสีชมพู เธอก็ได้พบรัฟฟาน หนุ่มจอร์แดนมาดเข้ม เธอหลงคิดว่าเขาเป็นไกด์พื้นเมืองจึงใช้งานเขาสารพัด รัฟฟาน... ตำรวจสากลผู้ได้รับมอบหมายให้มาสืบหาแหล่งผลิตยาเสพติดที่นครเพตรา ยินยอมเป็นไกด์ให้ยี่สุ่นเพราะต้องการปลอมตัวให้แนบเนียน ไม่เป็นที่สงสัยของคนร้าย แต่นักท่องเที่ยวสาวกลับทำให้เขาต้องคิดทบทวนว่าเขาคิดผิดหรือไม่ที่ยอมเป็นไกด์ให้เธอ เพราะเธอเปิ่นและบ้าดีเดือดชนิดไม่มีใครเหมือน ซ้ำยังทำให้หัวใจเขาหวั่นไหว ท่ามกลางทะเลทรายอันร้อนระอุ ความรักได้ก่อเกิดขึ้นจากความใกล้ชิด พร้อมกับอันตรายที่คืบคลานเข้ามาให้เขากับเธอร่วมกันฟันฝ่า เพื่อพิสูจน์ว่ารักแท้มีอยู่จริง +++++++++++++“ผมต้องทำยังไงคุณถึงจะเชื่อว่าผมไม่ได้ตั้งใจลวนลามคุณ ผมแค่เข้ามาปลุกคุณไปกินอาหารเย็น” รัฟฟานหัวเสียไม่น้อย นี่ล่ะเขาถึงไม่อยากมีแฟนเพราะรำคาญผู้หญิงที่ชอบพูดไม่รู้เรื่อง เอะอะก็โวยวายเอาไว้ก่อนไม่เคยฟังเหตุผลอะไรเลยสักอย่างเดียว“ฉันไม่เชื่อ”“ถ้าอย่างนั้นผมจะทำให้ดู”“คุณ...”รัฟฟานไม่เปิดโอกาสให้หญิงสาวโวยวายไปมากกว่านี้ เขาปิดปากอิ่มได้รูปด้วยริมฝีปากเรียวอย่างรวดเร็ว ยี่สุ่นพยายามโวยวายแต่กลับเป็นการเปิดเรียวปากให้ชายหนุ่มแทรกลิ้นร้อนเข้าไปตวัดเร้าควานหาความหอมหวานจากปากนุ่มสีกุหลาบ ยี่สุ่นสั่นไปหมดทั้งตัว หัวสมองหนักอึ้ง รู้สึกเหมือนกำลังจะขาดอากาศหายใจ แต่แล้วเขาก็เติมเต็มลมหายใจให้เธอพร้อมๆ กับฉกฉวยมันไป สลับไปมาจนเธอชาวาบจนถึงปลายเท้า แข้งขาอ่อนแรงจนแทบยืนไม่ติดพื้น เมื่อเขาบดจูบเร่าร้อนยาวนานจนเธอเผลอกอดตอบเขาและเผลอ...จูบตอบเขาอย่างไร้เดียงสารัฟฟานผละออกจากริมฝีปากอิ่มอย่างเสียดาย ยี่สุ่นทรุดฮวบลงไปกองที่พื้นอย่างไร้เรี่ยวแรง คิดหาคำพูดหรือคำด่าทอไกด์หนุ่มไม่ถูก นั่งบื้อใบ้หัวสมองมึนงงด้วยความสับสน“คราวนี้เชื่อหรือยังว่าผมมาปลุกคุณให้ตื่นไปรับประทานอาหารเย็น ไม่ได้ตั้งใจเข้ามาลวนลาม เพราะถ้าผมตั้งใจจะทำ...ผมจะทำแบบเมื่อครู่นี้ เอาละ...อีกสิบห้านาทีผมจะกลับเข้ามารับ อย่าช้าล่ะเพราะที่นี่จัดอาหารเย็นแบบบุฟเฟต์หากเกินเวลาไปมากกว่านี้อาจไม่เหลืออะไรให้คุณกิน” พูดจบเขาก็เดินออกไปทิ้งให้หญิงสาวนั่งหน้าแดงก่ำจูบแรกของฉัน...

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

42 ความคิดเห็น