เสน่หาอินคา

ตอนที่ 41 : บทที่ 8 พลทหารยาปา [4]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 454
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    16 ม.ค. 61









 

 

ยาบารีขมวดคิ้วมุ่นเมื่อมองขึ้นไปบนแท่นหินที่ซ้อนทับขึ้นไปเป็นขั้นบันไดสูง ด้านบนมีคนนั่งอยู่หลายคน เพ่งมองไกลๆ จึงไม่เห็นว่าคนเหล่านั้นหน้าตาเป็นอย่างไร หญิงสาวจึงหันไปถามโทฮุย เพราะมั่นใจว่าโทฮุยคงรู้หมดทุกเรื่อง เพราะตั้งแต่ยืนข้างกันมาเห็นคุยจ้อไม่หยุด

 

“นี่โทฮุย คนที่นั่งบนนั้นเป็นใครเหรอ”

 

“พวกนายพล บ้างก็นายกอง พวกนี้เขาจะมาดูพวกหน่วยก้านดีๆ คัดเอาไปรับใช้อย่างใกล้ชิด ฝึกฝนให้เป็นมือดี เรียกว่าถ้าเป็นที่ถูกใจละก็สบายเลยละ เติบโตไวกว่าเป็นพลทหารทั่วไปแน่ๆ เห็นว่าวันนี้เจ้าชายทูปา ฮวลปา[1] และเจ้าชายทูปัก วีรา เสด็จมาด้วย ทั้งสองพระองค์อยากได้ทหารใหม่ฝีมือดีไปไว้ใช้งานเช่นกัน”

 

“เจ้าชายทูปัก วีรา...” หญิงสาวรำพันชื่อของเจ้าชายหนุ่มด้วยความตกใจ หากพระองค์จำเธอได้ เธอจะทำอย่างไร “เจ้าชายทูปัก วีรา ทรงเป็นหมอ เหตุใดจึงอยากได้ทหาร”

 

“เจ้าไม่รู้หรือว่า พระองค์ทรงเป็นนักรบที่เก่งกาจด้วยเช่นกัน แต่พระองค์ไม่โปรดสงครามและการเข่นฆ่า แต่หากมีภัยมาเยือน พระองค์ก็ทรงคุมทหารออกรบได้อย่างสง่างาม”

 

“งะ...งั้นหรือ เดี๋ยวข้ามานะ” ยาบารีวิ่งออกไปจากแถว หัวสมองเธอวิ่งวุ่น เธอจะทำอย่างไรดี หากเจ้าชายทรงจำเธอได้ เธอต้องอดเป็นทหาร และอาจได้รับโทษที่ปลอมตัวมารับการคัดเลือกแน่ๆ

 

“อ้อ! จริงสิ”

 

หญิงสาวคิดอะไรบางอย่างออก จัดการหาถ่านมาถูหน้าเหมือนตอนที่โรปาทาหน้าให้เธอตอนเดินป่าจากเมืองมาชูปิกชูมายังเมืองกุสโก แบบนี้เจ้าชายมองไกลๆ คงจำเธอไม่ได้แน่ๆ หญิงสาวเดินกลับมาเข้าแถว พบว่าโทฮุยหายไปแล้ว ทหารผู้คุมเริ่มทำการคัดแยกและสุ่มทหารจับคู่ออกไปประลองที่ลานกว้าง

 

เสียงเชียร์ดังก้องไปทั่วลานกว้าง เมื่อพลทหารคู่แล้วคู่เล่าต้องต่อสู้กัน เป็นการต่อสู้ที่มิได้เข่นฆ่าถึงแก่ชีวิต เพียงแค่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งทำให้คู่ต่อสู้ล้มลงไปนอนกับพื้นได้ ทหารผู้คุมก็จะยกมือให้อีกฝ่ายเป็นผู้ชนะทันที แล้วจึงจะจัดการนำคนใหม่มาต่อสู้กับผู้ที่ชนะ จนกว่าจะมีผู้ชนะคนใหม่

 

ความแข็งแกร่งเทียบได้กับจำนวนฝ่ายตรงข้ามที่สามารถล้มได้ ยิ่งล้มได้มากเท่าไหร่ ก็มีสิทธิ์ได้สังกัดในกรมกองที่ใหญ่ขึ้นตามลำดับ

ยาบารีหน้าซีดเผือด รู้สึกใจคอไม่ค่อยดีนัก เพราะการต่อสู้แต่ละคู่นั้นใช้เวลาแค่เพียงไม่นาน เน้นแค่รู้แพ้รู้ชนะเท่านั้น ซึ่งเธอมองว่าคนตัวใหญ่ได้เปรียบกว่าคนตัวเล็ก

 

“แต่เราตัวสูง เราเคยเรียนคาราเต้มา มั่นใจในตัวเองหน่อยยาบารี” หญิงสาวปลุกปลอบใจตัวเองแล้วสูดลมหายใจเข้าปอดลึก เห็นแบบนี้ที่ยุคของเธอ เธอถือว่าร่างกายแข็งแรงและชอบเล่นกีฬากว่าผู้หญิงคนอื่นๆ เทียบกับผู้หญิงรุ่นเดียวกันเธอถึกที่สุด แต่เมื่อเทียบกับผู้ชายยุคนี้เธอก็ต้องยกมือขึ้นปาดเหงื่ออย่างหนักใจ

 

หนทางที่จะเอาชนะคงต้องใช้สมองมากกว่ากำลังเท่านั้น...

 

“พลทหารคนต่อไป...โทฮุย”

 

ยาบารีเบิกตาเมื่อได้ยินชื่อโทฮุย เห็นเขาเดินลงไปในลานประลองด้วยท่าทางฮึกเหิม แล้วเขาก็ทำให้หญิงสาวเห็นว่าเขาไม่ได้มีดีแค่คำพูด เมื่อโทฮุยสามารถล้มแชมป์คนล่าสุดลงได้ แล้วขึ้นเป็นแชมป์คนต่อไปอย่างภาคภูมิ

 

“พลทหารโทฮุยคือผู้ชนะคนล่าสุด!

 

“เฮ...”

 

เสียงร้องเชียร์ดังไปทั่วสนาม หญิงสาวมองโรปาที่มองเธออยู่ก่อนแล้วด้วยสายตาเป็นห่วง แน่นอนว่ายิ่งลงไปประลองช้าเท่าไหร่ คู่ต่อสู้ที่ล้มแชมป์เพื่อขึ้นมาเป็นแชมป์ย่อมเก่งกาจมากขึ้นเรื่อยๆ หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าปอดลึก มองไปยังด้านหลัง พลทหารที่รอการต่อสู้หดหายลงไปมาก อีกไม่นานก็คงถึงคิวเธอที่ต้องลงไปประลอง

 

การประลองที่ไม่ใช้อาวุธ ใช้เพียงไหวพริบและพละกำลัง เธอจะทำได้หรือไม่นั้นไม่ใช่ปัญหา เพราะเธอจะพยายามทำให้ดีที่สุด

 

“พลทหารคนต่อไป...ยาปา”

 

ยาบารียังคงมองเหม่อ ด้วยจำชื่อใหม่ของตัวเองไม่ได้

 

“พลทหารคนต่อไป...ยาปา อยู่หรือไม่!” ทหารผู้คุมการคัดเลือกตะโกนเสียงดัง ทั้งลานกว้างจึงเงียบสนิท มองหากันเองว่าพลทหารยาปายังอยู่หรือไม่ หรือว่าขลาดเขลาจนหนีกลับบ้านไปเสียแล้ว


“พลทหารยาปา ยังอยู่หรือไม่!



[1] เจ้าชายทูปา ฮวลปา พระโอรสของอดีตจักรพรรดิวา นาคาแพ็ค ส่วนเจ้าชายทูปัก วีรา นั้นเป็นตัวละครที่ผู้เขียนสมมุติขึ้น ไม่มีปรากฏในประวัติศาสตร์อินคา



 มีใครตามเอาใจช่วยหนูยาบารีบ้างคะ ขอเสียงโหน่ยยยยย






ฝากแฟนเพจด้วยนะคะ 
กดที่รูปการ์ตูนสะมะเรียได้เลยค่ะ



เสน่หาอินคา
เพียงฤทัย
www.mebmarket.com
ยาบารี ยาบารี ที่รักของข้า? เสียงเรียกอันแสนคุ้นเคยของใครบางคนที่ ยาบารี หญิงสาวลูกครึ่งไทย-เปรู ฝันถึงตั้งแต่ครั้งแรกที่เดินทางมายังเปรูดินแดนต้นกำเนิดอาณาจักรอินคาที่เธอหลงใหล เสียงปริศนาดังชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ทั้งในยามหลับและยามตื่นราวกับกำลังเรียกเธอให้ไปหา... แล้วปาฏิหาริย์ก็ชักนำให้เธอหลงกาลเวลาไปยังอาณาจักรอินคา ดินแดนแห่งทองคำเมื่อสี่ร้อยกว่าปีก่อน ด้วยสร้อยพระอาทิตย์ของสำคัญที่บิดาทิ้งไว้ให้ก่อนจะเสียชีวิต ณ ที่แห่งนี้ เธอได้พบและผูกพันหัวใจไว้กับเจ้าชายทูปัก วีรา เจ้าชายหมอผู้สูงศักดิ์ ท่ามกลางสงครามและยุคสมัยแห่งการล่มสลายของอาณาจักรที่รุ่งเรือง หญิงสาวผู้มาจากอนาคตและเจ้าชายหนุ่มจะร่วมกันแก้ไขหน้าประวัติศาสตร์ได้หรือไม่ แล้วเธอจะหาทางกลับมายังปัจจุบันได้อย่างไร เมื่อยังมีสายสัมพันธ์รักอันยิ่งใหญ่กับชายสูงศักดิ์เกี่ยวกระหวัดให้หัวใจมิอาจลืมเลือน ***ปาฏิหาริย์ที่เกิดขึ้นจากหัวใจรัก นำพาให้คนทั้งสองได้พบเพื่อจาก และพรากเพื่อเจอ ตราบใดที่หัวใจทั้งสองดวงยังคงร้อยรัดด้วยสายใยแห่งรักและผูกพัน ปาฏิหาริย์จะชักพาหัวใจทั้งสองดวงให้กลับมาเคียงคู่กันในสักวัน

ซากุระผลิที่กลางใจ
เพียงฤทัย
www.mebmarket.com
หลิวหลุดเข้าไปใน 'ยุคสมัยเฮอัน' ซึ่งย้อนอดีตไปถึงพันปีเหตุการณ์กลับตาลปัตรเมื่อเธอกลายเป็นคุณหนูของคฤหาสน์อาจิไซ บุตรีขององคมนตรีชั้นเอกผู้เป็นข้ารองบาทขององจักรพรรดิในขณะเรื่องราวผิดฝาผิดตัวสร้างความโกลาหลวุ่นวายหัวใจของหญิงสาวก็เบ่งบานไม่ต่างจากดอกซากุระ

ดวงใจปฏิพัทธ์
สะมะเรีย
www.mebmarket.com
เลือดต้องล้างด้วยเลือด จักต้องแผดเผาศัตรูให้พินาศย่อยยับแต่เหตุใดเล่า... เมื่อเห็นนางเจ็บ เขากลับเจ็บยิ่งกว่า! องครักษ์หนุ่มนัยน์ตาสีน้ำเงิน ผู้ที่เข้ามาทำให้โลกของเจ้าหญิงครีษมาสดใส นางหลงรักเขาอย่างหมดหัวใจ ทว่าการที่องครักษ์หนุ่มเข้ามาใกล้ชิดนางนั้นกลับเต็มไปด้วยเงื่อนงำ... เมื่อองครักษ์หนุ่มคืนสู่ศักดิ์อันแท้จริง เขาคือเจ้าชายภานรินทร์ที่หายสาบสูญ เขากลับมาอีกครั้งเพื่อขจัดความอยุติธรรม พร่าเกียรติและศักดิ์ศรีเจ้าหญิงผู้สง่างามให้พลิกผันเป็นเพียงนางบำเรอชั้นต่ำ!นาง...เจ็บเจียนตายแต่หัวใจกลับรักเขาเขา…แค้นฝังใจแต่มิอาจปล่อยมือจากนางบทสรุปความรักจะเป็นเช่นไร...รักฤาชัง

มายามรณะ
รางนาก
www.mebmarket.com
ภาพหลอน! ความกลัว! ความตาย! และความสิ้นหวัง! ประดังเข้าสาดซัดนางเอกสาวดาวรุ่งราวกับห่าฝนในคืนเดือนมืด เมื่อมือที่มองไม่เห็นยื่นมากระชากชีวิตของหญิงสาวให้เปลี่ยนไปตลอดกาล...

มะนาวซ่อนหวาน
สะมะเรีย
www.mebmarket.com
ใครๆ ต่างพากันตั้งฉายาให้ มะนาว ว่า...ไฮโซขาวีน และ ไฮโซมือตบแต่...อย่าได้แคร์สื่อ เธอยังคงสวย เริด เชิด หยิ่งจนกระทั่งผู้เป็นบิดาต้องงัดไม้เด็ดมาปราบลูกสาวหัวดื้อทางด้าน เตชธรรม ถึงกับกุมขมับเมื่อได้รับมอบหมายให้ดัดนิสัยยายตัวร้ายที่เขาให้คำจัดความว่าตั้งแต่แรกเห็นว่า‘ชอบเที่ยวกลางคืน ยั่วยวนผู้ชาย ไม่รู้จักรักนวลสงวนตัว’ชายหนุ่มจึงงัดสารพัดวิธีที่มั่นใจว่าได้ผลร้อยเปอร์เซ็นต์ออกมาจัดการทว่า...ผิดคาด เมื่อมะนาวลูกนี้ไม่ได้มีดีแค่ความเปรี้ยวซ่าอย่างที่คิดและกว่าจะรู้ตัวว่า...ผิดแผน หัวใจก็ลิ้มรสหวานจนถอนตัวถอนใจไม่ขึ้นเสียแล้ว

มนตราสีกุหลาบ
สะมะเรีย
www.mebmarket.com
มนตราแห่งเพตรา ดลบันดาลให้หัวใจสองดวงผูกพัน ก่อเกิดเป็นความรักร้อนแรงจนแม้แต่แสงจากดวงอาทิตย์ก็มิอาจเทียบ หลังจากผิดหวังในความรัก ยี่สุ่น...หญิงสาววัยเบญจเพสจึงตัดสินใจเดินทางมายังจอร์แดนตามคำชักชวนของมารดา พร้อมความเชื่อมั่นว่าสักวันหนึ่งเธอจะได้พบรักแท้ และเมื่อเธอมาถึงนครเพตรา?นครศิลาสีชมพู เธอก็ได้พบรัฟฟาน หนุ่มจอร์แดนมาดเข้ม เธอหลงคิดว่าเขาเป็นไกด์พื้นเมืองจึงใช้งานเขาสารพัด รัฟฟาน... ตำรวจสากลผู้ได้รับมอบหมายให้มาสืบหาแหล่งผลิตยาเสพติดที่นครเพตรา ยินยอมเป็นไกด์ให้ยี่สุ่นเพราะต้องการปลอมตัวให้แนบเนียน ไม่เป็นที่สงสัยของคนร้าย แต่นักท่องเที่ยวสาวกลับทำให้เขาต้องคิดทบทวนว่าเขาคิดผิดหรือไม่ที่ยอมเป็นไกด์ให้เธอ เพราะเธอเปิ่นและบ้าดีเดือดชนิดไม่มีใครเหมือน ซ้ำยังทำให้หัวใจเขาหวั่นไหว ท่ามกลางทะเลทรายอันร้อนระอุ ความรักได้ก่อเกิดขึ้นจากความใกล้ชิด พร้อมกับอันตรายที่คืบคลานเข้ามาให้เขากับเธอร่วมกันฟันฝ่า เพื่อพิสูจน์ว่ารักแท้มีอยู่จริง +++++++++++++“ผมต้องทำยังไงคุณถึงจะเชื่อว่าผมไม่ได้ตั้งใจลวนลามคุณ ผมแค่เข้ามาปลุกคุณไปกินอาหารเย็น” รัฟฟานหัวเสียไม่น้อย นี่ล่ะเขาถึงไม่อยากมีแฟนเพราะรำคาญผู้หญิงที่ชอบพูดไม่รู้เรื่อง เอะอะก็โวยวายเอาไว้ก่อนไม่เคยฟังเหตุผลอะไรเลยสักอย่างเดียว“ฉันไม่เชื่อ”“ถ้าอย่างนั้นผมจะทำให้ดู”“คุณ...”รัฟฟานไม่เปิดโอกาสให้หญิงสาวโวยวายไปมากกว่านี้ เขาปิดปากอิ่มได้รูปด้วยริมฝีปากเรียวอย่างรวดเร็ว ยี่สุ่นพยายามโวยวายแต่กลับเป็นการเปิดเรียวปากให้ชายหนุ่มแทรกลิ้นร้อนเข้าไปตวัดเร้าควานหาความหอมหวานจากปากนุ่มสีกุหลาบ ยี่สุ่นสั่นไปหมดทั้งตัว หัวสมองหนักอึ้ง รู้สึกเหมือนกำลังจะขาดอากาศหายใจ แต่แล้วเขาก็เติมเต็มลมหายใจให้เธอพร้อมๆ กับฉกฉวยมันไป สลับไปมาจนเธอชาวาบจนถึงปลายเท้า แข้งขาอ่อนแรงจนแทบยืนไม่ติดพื้น เมื่อเขาบดจูบเร่าร้อนยาวนานจนเธอเผลอกอดตอบเขาและเผลอ...จูบตอบเขาอย่างไร้เดียงสารัฟฟานผละออกจากริมฝีปากอิ่มอย่างเสียดาย ยี่สุ่นทรุดฮวบลงไปกองที่พื้นอย่างไร้เรี่ยวแรง คิดหาคำพูดหรือคำด่าทอไกด์หนุ่มไม่ถูก นั่งบื้อใบ้หัวสมองมึนงงด้วยความสับสน“คราวนี้เชื่อหรือยังว่าผมมาปลุกคุณให้ตื่นไปรับประทานอาหารเย็น ไม่ได้ตั้งใจเข้ามาลวนลาม เพราะถ้าผมตั้งใจจะทำ...ผมจะทำแบบเมื่อครู่นี้ เอาละ...อีกสิบห้านาทีผมจะกลับเข้ามารับ อย่าช้าล่ะเพราะที่นี่จัดอาหารเย็นแบบบุฟเฟต์หากเกินเวลาไปมากกว่านี้อาจไม่เหลืออะไรให้คุณกิน” พูดจบเขาก็เดินออกไปทิ้งให้หญิงสาวนั่งหน้าแดงก่ำจูบแรกของฉัน...

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

42 ความคิดเห็น