ตอนที่ 37 : บทที่ 7 ผู้ถูกเลือก [6]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 523
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8 ครั้ง
    11 ม.ค. 61









 

 

ผู้คนสมัยนี้หากรักใครรักจริง การเป็นชู้มากผัวมากเมียไม่ค่อยมีให้เห็น ชาวอินคามักอยู่กับคู่ของตนแล้วใช้ชีวิตไปจนแก่เฒ่า เมื่อผูกสมัครรักใคร่พูดคุยกันถูกคอ ก็จะตบแต่งอย่างถูกพิธี ไม่มีคบนาน คบเผื่อเลือกแล้วเลิกร้างให้ผู้หญิงเสียชื่อเด็ดขาด ไม่เหมือนยุคสมัยที่เธอจากมา ความรักกลายเป็นสิ่งฉาบฉวย บ้างคบกันนานอยู่กินกันอย่างผิดประเพณี เมื่อเบื่อก็เลิกร้างกันไปอย่างง่ายดาย ความรักจึงไม่มีค่าหากเทียบกับความรักขององครักษ์วาคัคและเชรี

 

“เฮ้อ! ความรักหนอความรัก”

 

หญิงสาวหมุนตัวกลับทว่ากลับชนเข้ากับแผงอกกว้างของใครบางคน

 

“กระต่ายน้อยซุ่มซ่ามอีกแล้วงั้นหรือ” เจ้าของพระวรกายสูงทรงเลิกพระขนงขึ้นทอดพระเนตรใบหน้าหวานที่บัดนี้ซีดเผือดด้วยความตกใจ

 

“ขอประทานอภัยเพคะเจ้าชาย” หญิงสาวถอยกรูด เพราะรู้สึกตัวว่าใกล้ชิดเจ้าชายหนุ่มเกินไปแล้ว แม้จะเป็นการพบกันครั้งที่สี่ ทว่าทุกครั้งที่พบเจ้าชายหัวใจเธอมักเต้นแรงจนยากที่จะควบคุม

 

“เจ้าใช้คำราชาศัพท์” ทรงแปลกพระทัยไม่น้อยเมื่อพบหญิงสาวครั้งนี้ เธอใช้คำราชาศัพท์ได้ดีขึ้นมาก “ฝึกพูดเพื่อข้างั้นหรือ” ตรัสถามพลางสาวพระบาทเข้าหาหญิงสาว ในขณะที่เธอถอยห่างช้าๆ ราวกับการเข้าใกล้เจ้าชายหนุ่มจะทำให้เธอสูญเสียความเป็นตัวเองไปอย่างรวดเร็ว

 

ยาบารีช้อนเปลือกตาขึ้นสบพระเนตรคมแล้วก็รีบหลุบตาลงต่ำ เพราะสายพระเนตรกรุ้มกริ่มทำให้เธอรู้สึกราวกับว่าปลายเท้าของเธอกำลังยืนไม่ติดพื้น ก่อนจะบังคับเสียงไม่ให้สั่นปฏิเสธออกไป “เปล่าเพคะ หม่อมฉันแค่ไม่อยากถูกลงโทษ”

 

เธอโกหก! รู้อยู่แก่ใจว่าเรียนคำราชาศัพท์เพื่อใคร...

 

“งั้นหรือ... นึกว่าฝึกพูดเพื่อข้าเสียอีก ข้ารึหลงดีใจ” ทรงยกพระพาหาทั้งสองข้างขึ้นกอดแนบพระอุระด้วยท่าทางสบายๆ

 

“หม่อมฉันเปล่า...” หญิงสาวหน้างอเล็กน้อยเมื่อโดนจับได้ “แล้วทำไมพระองค์ต้องดีพระทัยด้วยล่ะเพคะ หม่อมฉันจะพูดคำราชาศัพท์ได้หรือไม่ ไม่เห็นเกี่ยวกับพระองค์สักนิด”

 

“งั้นหรือ” ทรงย้อนถามเสียงสูง ก่อนจะทรงพระสรวลในลำพระศออย่างอารมณ์ดี

 

“เพคะ”

 

“ไม่เกี่ยวก็ไม่เกี่ยว ใจเจ้าย่อมรู้ดีกว่าข้า เจ้าว่าจริงหรือไม่” พระองค์ตรัสด้วยพระสุรเสียงอ่อนโยน เมื่อเห็นหญิงสาวนิ่งเฉย มีเพียงแก้มนวลแดงระเรื่อก็ทรงแย้มพระโอษฐ์อย่างถูกพระทัย

 

“หม่อมฉันไม่ทราบเพคะ”

 

“แปลกนะ...หัวใจเป็นของเจ้า เหตุใดเจ้าจึงไม่รู้” ทรงไขว้พระพาหาไปด้านหลัง ก่อนจะสาวพระบาทเข้าหาหญิงสาวราวกับต้องการจะแกล้งคนตัวเล็ก

 

“...” ยาบารีนิ่งเงียบ ก้มหน้าลงต่ำอย่างไม่รู้จะต่อปากต่อคำกับเจ้าชายทูปัก วีรา อย่างไร หากเขาเป็นสามัญชนเธอคงเถียงขาดใจ แต่นี่เขาเป็นถึงเจ้าชาย หากว่าเขาโกรธจนสั่งลงโทษเธอขึ้นมา เธอคงแย่แน่ๆ

 

“กระต่ายน้อย เจ้าชื่ออะไรหรือ” ตรัสถามขณะเชยคางมนที่เอาแต่ก้มหน้างุดให้เงยขึ้นสบพระเนตรของพระองค์ และเมื่อเหลือบพระเนตรไปเห็นรอยแผลเป็นเล็กๆ ที่ลำคอระหงก็ยิ่งทำให้พระองค์ทรงแน่พระทัยว่าผู้หญิงตรงหน้า คือหญิงชาวป่าที่ช่วยกระต่ายจนวิ่งตัดหน้าขบวนเสด็จของพระองค์อย่างไม่ต้องสงสัย

 

“หม่อมฉันชื่อยาบารีเพคะ”

 

“ชื่อเพราะ สมกับหน้าสวยหวานของเจ้า”

 

“ขอบพระทัยเพคะเจ้าชาย” หญิงสาวถอยหลังออกห่าง การอยู่ใกล้ชิดกับเจ้าชายหนุ่มเช่นนี้ทำให้เธอหายใจติดขัดชอบกล เธอต้องหาทางหนีเพราะยิ่งคุยยิ่งใกล้ชิดเธอก็ยิ่งรู้สึกแปรปรวนในหัวใจ

 

“เมื่อครู่ข้าเห็นเจ้าคุยกับวาคัค มีเรื่องอะไรงั้นหรือ” ในที่สุดพระองค์ก็ตรัสถามถึงสิ่งที่ค้างคาพระทัย อยากจะตรัสถามเสียตั้งแต่แรกแต่ทรงตรองดูแล้วว่าคงไม่ดีนัก

 

ยาบารีนิ่วหน้า ไม่รู้ว่าบอกเจ้าชายทูปัก วีรา ได้หรือไม่ จึงส่ายหน้าปฏิเสธแทนคำตอบ “หม่อมฉันคิดว่าพระองค์น่าจะถามองครักษ์วาคัคด้วยพระองค์เองนะเพคะ หม่อมฉันขอตัว” หญิงสาวย่อตัวลงเล็กน้อยแล้วเดินหนีไปเสียดื้อๆ

 

ไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนกล้าเดินหนีเจ้าชายทูปัก วีรา อย่างกระต่ายน้อยนางนี้เลยสักที ก็แปลกไปอีกแบบ... เจ้าชายหนุ่มทรงพระสรวลก่อนจะทอดพระบาทช้าๆ ชื่นชมธรรมชาติอย่างสำราญพระทัย

 

 









ฝากแฟนเพจด้วยนะคะ 
กดที่รูปการ์ตูนสะมะเรียได้เลยค่ะ



เสน่หาอินคา
เพียงฤทัย
www.mebmarket.com
ยาบารี ยาบารี ที่รักของข้า? เสียงเรียกอันแสนคุ้นเคยของใครบางคนที่ ยาบารี หญิงสาวลูกครึ่งไทย-เปรู ฝันถึงตั้งแต่ครั้งแรกที่เดินทางมายังเปรูดินแดนต้นกำเนิดอาณาจักรอินคาที่เธอหลงใหล เสียงปริศนาดังชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ทั้งในยามหลับและยามตื่นราวกับกำลังเรียกเธอให้ไปหา... แล้วปาฏิหาริย์ก็ชักนำให้เธอหลงกาลเวลาไปยังอาณาจักรอินคา ดินแดนแห่งทองคำเมื่อสี่ร้อยกว่าปีก่อน ด้วยสร้อยพระอาทิตย์ของสำคัญที่บิดาทิ้งไว้ให้ก่อนจะเสียชีวิต ณ ที่แห่งนี้ เธอได้พบและผูกพันหัวใจไว้กับเจ้าชายทูปัก วีรา เจ้าชายหมอผู้สูงศักดิ์ ท่ามกลางสงครามและยุคสมัยแห่งการล่มสลายของอาณาจักรที่รุ่งเรือง หญิงสาวผู้มาจากอนาคตและเจ้าชายหนุ่มจะร่วมกันแก้ไขหน้าประวัติศาสตร์ได้หรือไม่ แล้วเธอจะหาทางกลับมายังปัจจุบันได้อย่างไร เมื่อยังมีสายสัมพันธ์รักอันยิ่งใหญ่กับชายสูงศักดิ์เกี่ยวกระหวัดให้หัวใจมิอาจลืมเลือน ***ปาฏิหาริย์ที่เกิดขึ้นจากหัวใจรัก นำพาให้คนทั้งสองได้พบเพื่อจาก และพรากเพื่อเจอ ตราบใดที่หัวใจทั้งสองดวงยังคงร้อยรัดด้วยสายใยแห่งรักและผูกพัน ปาฏิหาริย์จะชักพาหัวใจทั้งสองดวงให้กลับมาเคียงคู่กันในสักวัน

ซากุระผลิที่กลางใจ
เพียงฤทัย
www.mebmarket.com
หลิวหลุดเข้าไปใน 'ยุคสมัยเฮอัน' ซึ่งย้อนอดีตไปถึงพันปีเหตุการณ์กลับตาลปัตรเมื่อเธอกลายเป็นคุณหนูของคฤหาสน์อาจิไซ บุตรีขององคมนตรีชั้นเอกผู้เป็นข้ารองบาทขององจักรพรรดิในขณะเรื่องราวผิดฝาผิดตัวสร้างความโกลาหลวุ่นวายหัวใจของหญิงสาวก็เบ่งบานไม่ต่างจากดอกซากุระ

ดวงใจปฏิพัทธ์
สะมะเรีย
www.mebmarket.com
เลือดต้องล้างด้วยเลือด จักต้องแผดเผาศัตรูให้พินาศย่อยยับแต่เหตุใดเล่า... เมื่อเห็นนางเจ็บ เขากลับเจ็บยิ่งกว่า! องครักษ์หนุ่มนัยน์ตาสีน้ำเงิน ผู้ที่เข้ามาทำให้โลกของเจ้าหญิงครีษมาสดใส นางหลงรักเขาอย่างหมดหัวใจ ทว่าการที่องครักษ์หนุ่มเข้ามาใกล้ชิดนางนั้นกลับเต็มไปด้วยเงื่อนงำ... เมื่อองครักษ์หนุ่มคืนสู่ศักดิ์อันแท้จริง เขาคือเจ้าชายภานรินทร์ที่หายสาบสูญ เขากลับมาอีกครั้งเพื่อขจัดความอยุติธรรม พร่าเกียรติและศักดิ์ศรีเจ้าหญิงผู้สง่างามให้พลิกผันเป็นเพียงนางบำเรอชั้นต่ำ!นาง...เจ็บเจียนตายแต่หัวใจกลับรักเขาเขา…แค้นฝังใจแต่มิอาจปล่อยมือจากนางบทสรุปความรักจะเป็นเช่นไร...รักฤาชัง

มายามรณะ
รางนาก
www.mebmarket.com
ภาพหลอน! ความกลัว! ความตาย! และความสิ้นหวัง! ประดังเข้าสาดซัดนางเอกสาวดาวรุ่งราวกับห่าฝนในคืนเดือนมืด เมื่อมือที่มองไม่เห็นยื่นมากระชากชีวิตของหญิงสาวให้เปลี่ยนไปตลอดกาล...

มะนาวซ่อนหวาน
สะมะเรีย
www.mebmarket.com
ใครๆ ต่างพากันตั้งฉายาให้ มะนาว ว่า...ไฮโซขาวีน และ ไฮโซมือตบแต่...อย่าได้แคร์สื่อ เธอยังคงสวย เริด เชิด หยิ่งจนกระทั่งผู้เป็นบิดาต้องงัดไม้เด็ดมาปราบลูกสาวหัวดื้อทางด้าน เตชธรรม ถึงกับกุมขมับเมื่อได้รับมอบหมายให้ดัดนิสัยยายตัวร้ายที่เขาให้คำจัดความว่าตั้งแต่แรกเห็นว่า‘ชอบเที่ยวกลางคืน ยั่วยวนผู้ชาย ไม่รู้จักรักนวลสงวนตัว’ชายหนุ่มจึงงัดสารพัดวิธีที่มั่นใจว่าได้ผลร้อยเปอร์เซ็นต์ออกมาจัดการทว่า...ผิดคาด เมื่อมะนาวลูกนี้ไม่ได้มีดีแค่ความเปรี้ยวซ่าอย่างที่คิดและกว่าจะรู้ตัวว่า...ผิดแผน หัวใจก็ลิ้มรสหวานจนถอนตัวถอนใจไม่ขึ้นเสียแล้ว

มนตราสีกุหลาบ
สะมะเรีย
www.mebmarket.com
มนตราแห่งเพตรา ดลบันดาลให้หัวใจสองดวงผูกพัน ก่อเกิดเป็นความรักร้อนแรงจนแม้แต่แสงจากดวงอาทิตย์ก็มิอาจเทียบ หลังจากผิดหวังในความรัก ยี่สุ่น...หญิงสาววัยเบญจเพสจึงตัดสินใจเดินทางมายังจอร์แดนตามคำชักชวนของมารดา พร้อมความเชื่อมั่นว่าสักวันหนึ่งเธอจะได้พบรักแท้ และเมื่อเธอมาถึงนครเพตรา?นครศิลาสีชมพู เธอก็ได้พบรัฟฟาน หนุ่มจอร์แดนมาดเข้ม เธอหลงคิดว่าเขาเป็นไกด์พื้นเมืองจึงใช้งานเขาสารพัด รัฟฟาน... ตำรวจสากลผู้ได้รับมอบหมายให้มาสืบหาแหล่งผลิตยาเสพติดที่นครเพตรา ยินยอมเป็นไกด์ให้ยี่สุ่นเพราะต้องการปลอมตัวให้แนบเนียน ไม่เป็นที่สงสัยของคนร้าย แต่นักท่องเที่ยวสาวกลับทำให้เขาต้องคิดทบทวนว่าเขาคิดผิดหรือไม่ที่ยอมเป็นไกด์ให้เธอ เพราะเธอเปิ่นและบ้าดีเดือดชนิดไม่มีใครเหมือน ซ้ำยังทำให้หัวใจเขาหวั่นไหว ท่ามกลางทะเลทรายอันร้อนระอุ ความรักได้ก่อเกิดขึ้นจากความใกล้ชิด พร้อมกับอันตรายที่คืบคลานเข้ามาให้เขากับเธอร่วมกันฟันฝ่า เพื่อพิสูจน์ว่ารักแท้มีอยู่จริง +++++++++++++“ผมต้องทำยังไงคุณถึงจะเชื่อว่าผมไม่ได้ตั้งใจลวนลามคุณ ผมแค่เข้ามาปลุกคุณไปกินอาหารเย็น” รัฟฟานหัวเสียไม่น้อย นี่ล่ะเขาถึงไม่อยากมีแฟนเพราะรำคาญผู้หญิงที่ชอบพูดไม่รู้เรื่อง เอะอะก็โวยวายเอาไว้ก่อนไม่เคยฟังเหตุผลอะไรเลยสักอย่างเดียว“ฉันไม่เชื่อ”“ถ้าอย่างนั้นผมจะทำให้ดู”“คุณ...”รัฟฟานไม่เปิดโอกาสให้หญิงสาวโวยวายไปมากกว่านี้ เขาปิดปากอิ่มได้รูปด้วยริมฝีปากเรียวอย่างรวดเร็ว ยี่สุ่นพยายามโวยวายแต่กลับเป็นการเปิดเรียวปากให้ชายหนุ่มแทรกลิ้นร้อนเข้าไปตวัดเร้าควานหาความหอมหวานจากปากนุ่มสีกุหลาบ ยี่สุ่นสั่นไปหมดทั้งตัว หัวสมองหนักอึ้ง รู้สึกเหมือนกำลังจะขาดอากาศหายใจ แต่แล้วเขาก็เติมเต็มลมหายใจให้เธอพร้อมๆ กับฉกฉวยมันไป สลับไปมาจนเธอชาวาบจนถึงปลายเท้า แข้งขาอ่อนแรงจนแทบยืนไม่ติดพื้น เมื่อเขาบดจูบเร่าร้อนยาวนานจนเธอเผลอกอดตอบเขาและเผลอ...จูบตอบเขาอย่างไร้เดียงสารัฟฟานผละออกจากริมฝีปากอิ่มอย่างเสียดาย ยี่สุ่นทรุดฮวบลงไปกองที่พื้นอย่างไร้เรี่ยวแรง คิดหาคำพูดหรือคำด่าทอไกด์หนุ่มไม่ถูก นั่งบื้อใบ้หัวสมองมึนงงด้วยความสับสน“คราวนี้เชื่อหรือยังว่าผมมาปลุกคุณให้ตื่นไปรับประทานอาหารเย็น ไม่ได้ตั้งใจเข้ามาลวนลาม เพราะถ้าผมตั้งใจจะทำ...ผมจะทำแบบเมื่อครู่นี้ เอาละ...อีกสิบห้านาทีผมจะกลับเข้ามารับ อย่าช้าล่ะเพราะที่นี่จัดอาหารเย็นแบบบุฟเฟต์หากเกินเวลาไปมากกว่านี้อาจไม่เหลืออะไรให้คุณกิน” พูดจบเขาก็เดินออกไปทิ้งให้หญิงสาวนั่งหน้าแดงก่ำจูบแรกของฉัน...

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8 ครั้ง

42 ความคิดเห็น