ตอนที่ 33 : บทที่ 7 ผู้ถูกเลือก [2]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 508
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    2 ม.ค. 61








 

“เดือนเดียวไม่น้อยไปหรือเชรี อะไรกันทำไมจึงรีบนัก” หญิงสาวผู้มาจากอนาคตเถียงอย่างไม่ยอมลดรา เชรีได้แต่ส่ายหน้าแล้วถอนหายใจพรืดใหญ่

 

“ถ้าคบหากันนานขนาดนั้นจะถูกครหาเอาได้ ว่าผู้ชายไม่รักจริง หวังจีบเล่นไปอย่างนั้นเอง ฉะนั้นปกติแล้วจะพูดคุยกันสามสี่ครั้ง หากถูกใจก็จะให้ผู้ใหญ่มาสู่ขอให้เป็นเรื่องราว ข้าไม่เคยเห็นใครที่ไหนจีบกันเป็นปีๆ โดยไม่แต่งงาน ประหลาดจริง”

 

นั่นแหละยาบารีจึงคิดได้ ว่าจะเอาบรรทัดฐานจากสังคมที่เธอถูกหล่อหลอมมากะเกณฑ์เอากับเพื่อนสาว ที่โตมาจากคนละสังคม ต่างทั้งเชื้อชาติและวัฒนธรรมไม่ได้อย่างเด็ดขาด

 

“งั้นหรือ ข้าขอโทษ” ยาบารีหัวเราะแห้งๆ อย่างไม่รู้จะแก้ตัวว่าอย่างไร ก็ในยุคของเธอ หากผู้หญิงยอมตกลงง่ายๆ โดยไม่ศึกษาดูใจให้ถ้วนถี่ ร้อยทั้งร้อยมีแต่ช้ำกับช้ำ แต่นั่นแหละจะเทียบกับผู้คนในยุคนี้ไม่ได้ ชาวอินคาอยู่กันผัวเดียวเมียเดียว ไม่นิยมมีภรรยาครั้งละหลายคน และหากใครผิดลูกผิดเมียชาวบ้านก็จะถูกลงโทษสถานหนัก

 

“ช่างเถอะ เรากลับบ้านกันดีกว่า ป่านนี้พ่อกับแม่ของข้าคงกลับจากไร่แล้ว ไม่เห็นข้าอยู่ในบ้านประเดี๋ยวจะโดนเอ็ดเอาได้”

 

“นั่นสิ โรปาก็คงกลับมาแล้วเหมือนกัน เรารีบวิ่งไปกันเถอะ มาวิ่งแข่งกันดีกว่า ใครไปถึงก่อนชนะ” ยาบารีท้าทายเชรี ทั้งสองมักท้ากันวิ่งแข่งอยู่เนืองๆ ผลัดกันแพ้ผลัดกันชนะ สนุกสนานไปอีกแบบ

“มาเลย ครั้งนี้ข้าต้องชนะเจ้าให้ได้” เชรีรับคำท้า ก่อนที่ทั้งสองจะเริ่มวิ่งไปพร้อมๆ กัน วิ่งลงเนินเขาเตี้ยๆ ด้านล่างคือบ้านเรือนปลูกเรียงรายลดหลั่นกันไปตามเนินเขา หมู่บ้านนี้รายล้อมด้วยภูเขาสูงชันสลับที่ราบลุ่มสำหรับทำการเกษตร หมู่บ้านเล็กๆ ที่อยู่รอบนอกพระราชวัง เปรียบดังอู่ข้าวอู่น้ำขนาดใหญ่ที่ส่งผลผลิตกว่า 2 ใน 3 ส่วนเข้ารัฐ

 

 

 

 

เมื่อแยกจากยาบารี เชรีก็อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเตรียมเข้านอน ทว่านางจะข่มตาหลับลงได้อย่างไรในเมื่อชายที่นางมีใจให้ยังคงรอนางอยู่ที่ท้ายหมู่บ้าน หญิงสาวนอนพลิกตัวไปมา ในที่สุดก็ไม่อาจนอนเฉยอยู่ได้ เมื่อเห็นว่าบิดามารดาหลับลึกแล้วนางจึงค่อยๆ ย่องออกจากบ้านอย่างเงียบเชียบ ดึกมากแล้วทุกคนต่างเหน็ดเหนื่อยจากการทำสวนทำไร่จึงเข้านอนอย่างรวดเร็ว แทบไม่มีใครออกมาเดินเพ่นพ่านยามวิกาล มีเพียงเชรีที่คว้าผ้าคลุมผืนใหญ่ห่มเอาไว้ แล้วสาวเท้าเดินไปยังท้ายหมู่บ้านทันที

 

ทว่าเมื่อไปถึงจุดที่องครักษ์วาคัคนัดเอาไว้ กลับไม่มีแม้เงาของชายหนุ่ม หญิงสาวหมุนตัวจะกลับทว่ามือหนาของใครบางคนกลับดึงมือเธอไว้เสียก่อน

 

“จะกลับแล้วหรือเชรี” คนตัวโตยิ้มที่มุมปาก มองใบหน้านวลแดงระเรื่อจนเห็นได้ชัดเมื่ออยู่ภายใต้จันทร์เต็มดวงเช่นนี้ ยิ่งมองก็ยิ่งหลงรักจนอยากจะดึงร่างบางเข้ามากอด แต่กลัวว่าหญิงสาวจะตกใจจนวิ่งหนีเตลิดไม่ยอมมาพบเขาอีก

 

“ข้านึกว่าท่านไม่มา”

 

“ข้าพูดคำไหนคำนั้นไม่คิดคืนคำ เมื่อข้าบอกว่าชอบเจ้า ข้าก็ชอบเจ้าจริงๆ และเมื่อข้าบอกว่ารัก...” องครักษ์หนุ่มคุกเข่าลงตรงหน้าหญิงสาวแล้วจับมือบางขึ้นมาจุมพิตบนหลังมือแผ่วเบา “ข้าก็รักจนหมดหัวใจ ขออย่าได้กังขาในตัวข้า...”

 

“...” เชรีไม่ตอบได้แต่ยิ้มเอียงอายเมื่อชายหนุ่มป้อนคำหวานจนนางทำอะไรไม่ถูก

 

“ว่าแต่เจ้ารักข้าบ้างหรือไม่”

 

“ข้าไม่ทราบค่ะ” เชรีดึงมือกลับแล้วเดินหนีไปเสียดื้อๆ องครักษ์หนุ่มรีบเดินไปดักหน้าหญิงสาวเอาไว้ แล้วรวบมือทั้งสองข้างมากุมไว้ไม่ยอมให้เดินหนีอีก

 

“ไม่ทราบได้อย่างไร หัวใจเป็นของเจ้า เจ้าแค่ตอบข้าตามที่หัวใจของเจ้ารู้สึก”

 

เชรีรู้สึกใบหน้าร้อนผ่าวจนแทบจะระเบิดออกมาเสียให้ได้ หญิงสาวเลือกที่จะไม่ตอบได้แต่ยืนนิ่งอยู่อย่างนั้น องครักษ์หนุ่มไม่คาดคั้นขอคำตอบด้วยกลัวหญิงสาวจะอายไปมากกว่านี้

 

“คราวนี้ข้าคงหายไปหลายวัน ข้ามีสิ่งนี้อยากมอบให้เจ้า ถือว่าเป็นของหมั้นหมายจากข้า เมื่อข้ากลับมา ข้าจะขอให้เจ้าชายทูปัก วีรา มาสู่ขอเจ้ากับพ่อแม่” ชายหนุ่มยื่นหินสีดำกลมมนมีริ้วสีทองพาดกลางส่งให้หญิงสาว

 

“ข้ารับไว้ไม่ได้หรอกค่ะ” มองดูก็รู้ว่าริ้วสีทองในก้อนหินสีดำนั้นคือทองคำแท้ นางไม่กล้ารับของมีค่าขนาดนั้นมาเก็บเอาไว้ กลัวว่ามันจะสูญหายไปเสียก่อน

 

“มันเป็นของมีค่าที่แม่ของข้ามอบให้ข้าไว้ เพื่อให้แก่คนที่ข้ารักและอยากแต่งงานด้วย รับไว้เถอะเชรี มันสมควรเป็นของเจ้า” เขาวางหินลงบนมือของหญิงสาว แล้วจุมพิตลงบนหน้าผากอย่างอ่อนโยน

 

“รอข้านะเชรี แล้วข้าจะรีบกลับมา”

 

“ค่ะ” เชรีรับคำเสียงแผ่ว ปล่อยให้เขาดึงนางเข้าไปกอดอย่างไม่ขัดขืน หัวใจทั้งดวงตกเป็นขององครักษ์หนุ่มเสียแล้ว...

 

 










ฝากแฟนเพจด้วยนะคะ 
กดที่รูปการ์ตูนสะมะเรียได้เลยค่ะ



เสน่หาอินคา
เพียงฤทัย
www.mebmarket.com
ยาบารี ยาบารี ที่รักของข้า? เสียงเรียกอันแสนคุ้นเคยของใครบางคนที่ ยาบารี หญิงสาวลูกครึ่งไทย-เปรู ฝันถึงตั้งแต่ครั้งแรกที่เดินทางมายังเปรูดินแดนต้นกำเนิดอาณาจักรอินคาที่เธอหลงใหล เสียงปริศนาดังชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ทั้งในยามหลับและยามตื่นราวกับกำลังเรียกเธอให้ไปหา... แล้วปาฏิหาริย์ก็ชักนำให้เธอหลงกาลเวลาไปยังอาณาจักรอินคา ดินแดนแห่งทองคำเมื่อสี่ร้อยกว่าปีก่อน ด้วยสร้อยพระอาทิตย์ของสำคัญที่บิดาทิ้งไว้ให้ก่อนจะเสียชีวิต ณ ที่แห่งนี้ เธอได้พบและผูกพันหัวใจไว้กับเจ้าชายทูปัก วีรา เจ้าชายหมอผู้สูงศักดิ์ ท่ามกลางสงครามและยุคสมัยแห่งการล่มสลายของอาณาจักรที่รุ่งเรือง หญิงสาวผู้มาจากอนาคตและเจ้าชายหนุ่มจะร่วมกันแก้ไขหน้าประวัติศาสตร์ได้หรือไม่ แล้วเธอจะหาทางกลับมายังปัจจุบันได้อย่างไร เมื่อยังมีสายสัมพันธ์รักอันยิ่งใหญ่กับชายสูงศักดิ์เกี่ยวกระหวัดให้หัวใจมิอาจลืมเลือน ***ปาฏิหาริย์ที่เกิดขึ้นจากหัวใจรัก นำพาให้คนทั้งสองได้พบเพื่อจาก และพรากเพื่อเจอ ตราบใดที่หัวใจทั้งสองดวงยังคงร้อยรัดด้วยสายใยแห่งรักและผูกพัน ปาฏิหาริย์จะชักพาหัวใจทั้งสองดวงให้กลับมาเคียงคู่กันในสักวัน

ซากุระผลิที่กลางใจ
เพียงฤทัย
www.mebmarket.com
หลิวหลุดเข้าไปใน 'ยุคสมัยเฮอัน' ซึ่งย้อนอดีตไปถึงพันปีเหตุการณ์กลับตาลปัตรเมื่อเธอกลายเป็นคุณหนูของคฤหาสน์อาจิไซ บุตรีขององคมนตรีชั้นเอกผู้เป็นข้ารองบาทขององจักรพรรดิในขณะเรื่องราวผิดฝาผิดตัวสร้างความโกลาหลวุ่นวายหัวใจของหญิงสาวก็เบ่งบานไม่ต่างจากดอกซากุระ

ดวงใจปฏิพัทธ์
สะมะเรีย
www.mebmarket.com
เลือดต้องล้างด้วยเลือด จักต้องแผดเผาศัตรูให้พินาศย่อยยับแต่เหตุใดเล่า... เมื่อเห็นนางเจ็บ เขากลับเจ็บยิ่งกว่า! องครักษ์หนุ่มนัยน์ตาสีน้ำเงิน ผู้ที่เข้ามาทำให้โลกของเจ้าหญิงครีษมาสดใส นางหลงรักเขาอย่างหมดหัวใจ ทว่าการที่องครักษ์หนุ่มเข้ามาใกล้ชิดนางนั้นกลับเต็มไปด้วยเงื่อนงำ... เมื่อองครักษ์หนุ่มคืนสู่ศักดิ์อันแท้จริง เขาคือเจ้าชายภานรินทร์ที่หายสาบสูญ เขากลับมาอีกครั้งเพื่อขจัดความอยุติธรรม พร่าเกียรติและศักดิ์ศรีเจ้าหญิงผู้สง่างามให้พลิกผันเป็นเพียงนางบำเรอชั้นต่ำ!นาง...เจ็บเจียนตายแต่หัวใจกลับรักเขาเขา…แค้นฝังใจแต่มิอาจปล่อยมือจากนางบทสรุปความรักจะเป็นเช่นไร...รักฤาชัง

มายามรณะ
รางนาก
www.mebmarket.com
ภาพหลอน! ความกลัว! ความตาย! และความสิ้นหวัง! ประดังเข้าสาดซัดนางเอกสาวดาวรุ่งราวกับห่าฝนในคืนเดือนมืด เมื่อมือที่มองไม่เห็นยื่นมากระชากชีวิตของหญิงสาวให้เปลี่ยนไปตลอดกาล...

มะนาวซ่อนหวาน
สะมะเรีย
www.mebmarket.com
ใครๆ ต่างพากันตั้งฉายาให้ มะนาว ว่า...ไฮโซขาวีน และ ไฮโซมือตบแต่...อย่าได้แคร์สื่อ เธอยังคงสวย เริด เชิด หยิ่งจนกระทั่งผู้เป็นบิดาต้องงัดไม้เด็ดมาปราบลูกสาวหัวดื้อทางด้าน เตชธรรม ถึงกับกุมขมับเมื่อได้รับมอบหมายให้ดัดนิสัยยายตัวร้ายที่เขาให้คำจัดความว่าตั้งแต่แรกเห็นว่า‘ชอบเที่ยวกลางคืน ยั่วยวนผู้ชาย ไม่รู้จักรักนวลสงวนตัว’ชายหนุ่มจึงงัดสารพัดวิธีที่มั่นใจว่าได้ผลร้อยเปอร์เซ็นต์ออกมาจัดการทว่า...ผิดคาด เมื่อมะนาวลูกนี้ไม่ได้มีดีแค่ความเปรี้ยวซ่าอย่างที่คิดและกว่าจะรู้ตัวว่า...ผิดแผน หัวใจก็ลิ้มรสหวานจนถอนตัวถอนใจไม่ขึ้นเสียแล้ว

มนตราสีกุหลาบ
สะมะเรีย
www.mebmarket.com
มนตราแห่งเพตรา ดลบันดาลให้หัวใจสองดวงผูกพัน ก่อเกิดเป็นความรักร้อนแรงจนแม้แต่แสงจากดวงอาทิตย์ก็มิอาจเทียบ หลังจากผิดหวังในความรัก ยี่สุ่น...หญิงสาววัยเบญจเพสจึงตัดสินใจเดินทางมายังจอร์แดนตามคำชักชวนของมารดา พร้อมความเชื่อมั่นว่าสักวันหนึ่งเธอจะได้พบรักแท้ และเมื่อเธอมาถึงนครเพตรา?นครศิลาสีชมพู เธอก็ได้พบรัฟฟาน หนุ่มจอร์แดนมาดเข้ม เธอหลงคิดว่าเขาเป็นไกด์พื้นเมืองจึงใช้งานเขาสารพัด รัฟฟาน... ตำรวจสากลผู้ได้รับมอบหมายให้มาสืบหาแหล่งผลิตยาเสพติดที่นครเพตรา ยินยอมเป็นไกด์ให้ยี่สุ่นเพราะต้องการปลอมตัวให้แนบเนียน ไม่เป็นที่สงสัยของคนร้าย แต่นักท่องเที่ยวสาวกลับทำให้เขาต้องคิดทบทวนว่าเขาคิดผิดหรือไม่ที่ยอมเป็นไกด์ให้เธอ เพราะเธอเปิ่นและบ้าดีเดือดชนิดไม่มีใครเหมือน ซ้ำยังทำให้หัวใจเขาหวั่นไหว ท่ามกลางทะเลทรายอันร้อนระอุ ความรักได้ก่อเกิดขึ้นจากความใกล้ชิด พร้อมกับอันตรายที่คืบคลานเข้ามาให้เขากับเธอร่วมกันฟันฝ่า เพื่อพิสูจน์ว่ารักแท้มีอยู่จริง +++++++++++++“ผมต้องทำยังไงคุณถึงจะเชื่อว่าผมไม่ได้ตั้งใจลวนลามคุณ ผมแค่เข้ามาปลุกคุณไปกินอาหารเย็น” รัฟฟานหัวเสียไม่น้อย นี่ล่ะเขาถึงไม่อยากมีแฟนเพราะรำคาญผู้หญิงที่ชอบพูดไม่รู้เรื่อง เอะอะก็โวยวายเอาไว้ก่อนไม่เคยฟังเหตุผลอะไรเลยสักอย่างเดียว“ฉันไม่เชื่อ”“ถ้าอย่างนั้นผมจะทำให้ดู”“คุณ...”รัฟฟานไม่เปิดโอกาสให้หญิงสาวโวยวายไปมากกว่านี้ เขาปิดปากอิ่มได้รูปด้วยริมฝีปากเรียวอย่างรวดเร็ว ยี่สุ่นพยายามโวยวายแต่กลับเป็นการเปิดเรียวปากให้ชายหนุ่มแทรกลิ้นร้อนเข้าไปตวัดเร้าควานหาความหอมหวานจากปากนุ่มสีกุหลาบ ยี่สุ่นสั่นไปหมดทั้งตัว หัวสมองหนักอึ้ง รู้สึกเหมือนกำลังจะขาดอากาศหายใจ แต่แล้วเขาก็เติมเต็มลมหายใจให้เธอพร้อมๆ กับฉกฉวยมันไป สลับไปมาจนเธอชาวาบจนถึงปลายเท้า แข้งขาอ่อนแรงจนแทบยืนไม่ติดพื้น เมื่อเขาบดจูบเร่าร้อนยาวนานจนเธอเผลอกอดตอบเขาและเผลอ...จูบตอบเขาอย่างไร้เดียงสารัฟฟานผละออกจากริมฝีปากอิ่มอย่างเสียดาย ยี่สุ่นทรุดฮวบลงไปกองที่พื้นอย่างไร้เรี่ยวแรง คิดหาคำพูดหรือคำด่าทอไกด์หนุ่มไม่ถูก นั่งบื้อใบ้หัวสมองมึนงงด้วยความสับสน“คราวนี้เชื่อหรือยังว่าผมมาปลุกคุณให้ตื่นไปรับประทานอาหารเย็น ไม่ได้ตั้งใจเข้ามาลวนลาม เพราะถ้าผมตั้งใจจะทำ...ผมจะทำแบบเมื่อครู่นี้ เอาละ...อีกสิบห้านาทีผมจะกลับเข้ามารับ อย่าช้าล่ะเพราะที่นี่จัดอาหารเย็นแบบบุฟเฟต์หากเกินเวลาไปมากกว่านี้อาจไม่เหลืออะไรให้คุณกิน” พูดจบเขาก็เดินออกไปทิ้งให้หญิงสาวนั่งหน้าแดงก่ำจูบแรกของฉัน...

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

42 ความคิดเห็น