ตอนที่ 25 : บทที่ 5 แผ่นดินทองคำ [5]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 543
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    2 ธ.ค. 60









 

 

 

 

“เจ้าชายพ่ะย่ะค่ะ” องครักษ์หนุ่มวาคัควิ่งมาแต่ไกลด้วยท่าทางกระหืดกระหอบ “มีชายแก่ไข้ขึ้นพ่ะย่ะค่ะ ลูกชายเพิ่งวิ่งมาบอกเมื่อสักครู่ เห็นว่าหมอในหมู่บ้านรักษาไม่ไหว อาการหนักเหลือเกิน” วาคัค
รีบกราบทูลทันที

 

“งั้นหรือ ข้าจะไปเดี๋ยวนี้” เจ้าชายหันมาหาหญิงสาวหน้าแฉล้มเมื่อครู่ ทว่าเธอกลับอันตรธานหายไปอย่างรวดเร็วราวกับมีเวทมนตร์สามารถล่องหนได้เสียกระนั้น

 

“ไปไหนเสียแล้ว...”

 

“อะไรหรือพ่ะย่ะค่ะ”

 

“ไม่มีอะไรหรอก ไปกันเถอะ ชักช้าเดี๋ยวจะไม่ทันการณ์” ทรงพยักพระพักตร์เพื่อให้องครักษ์คนสนิทนำหน้าไป กระนั้นก็ยังไม่วายหันกลับมามองหาหญิงสาว...

 

ยาบารีแอบอยู่หลังต้นไม้ใหญ่ มือเล็กกุมหัวใจด้านซ้ายเอาไว้ มันเต้นรัวเร็วจนแทบกระโจนออกมานอกอกเสียให้ได้ ให้ตายเถอะ! เธอนั่งเล่นบนต้นไม้อยู่ดีๆ ทว่าเจ้าชายทูปัก วีรา กลับเสด็จมาประทับริมลำธาร เธอคิดว่าจะแอบดูเขาเงียบๆ แต่เจ้าชายกลับช่างสังเกตและระแวดระวังพระองค์เสียจนจับเธอได้เสียก่อน

 

“เจ้าชายทูปัก วีรา พระองค์เป็นคนอย่างไรกันนะ เหตุใดในหน้าประวัติศาสตร์อินคา จึงไม่มีใครกล่าวถึงพระองค์เลย ทั้งที่ทรงเป็นที่รักของชาวอินคาถึงเพียงนี้...”

 

หัวใจเจ้ากรรมคิดถึงชายผู้สูงศักดิ์ เธอจำต้องสะบัดหน้าแรงๆ เพื่อขับไล่พระพักตร์คมคล้ามออกไปจากห้วงแห่งความคิด

 

“เพ้อเจ้อใหญ่แล้วนะรี เธอเป็นผู้หญิงบ้าหลงยุค ส่วนเขาคือเจ้าชายเชียวนะ อย่าคิดแม้แต่จะฝันเชียว” หญิงสาวเดินกลับไปที่บ้านของตนเอง พระอาทิตย์คล้อยต่ำลงจดยอดเขาแล้ว อีกไม่นานก็คงมืด เธอต้องรีบเตรียมอาหารให้โรปา ซึ่งไปทำไร่ข้าวโพดมาตลอดทั้งวัน

 

 

 

 

 

หญิงสาวเริ่มชินกับการนั่งรับประทานอาหารบนพื้นเสียแล้ว แม้ในบางครั้งเธอจะสานเสื่อผืนเล็กๆ มาวางรองนั่งบนพื้น เธอพยายามให้โรปานั่งเช่นเดียวกับเธอ แต่เขาไม่ยอมนั่งกระนั้นก็ไม่ได้บังคับเธอ เขาตามใจเธอแทบทุกอย่าง ไม่ว่าเธออยากทำอะไรเขาก็เห็นดีเห็นงามไปด้วย แต่ก็ตักเตือนบ้างหากสิ่งที่หญิงสาวทำมันพิเรนทร์เกินไปจนอาจเกิดอันตรายได้

 

“โรปาคะ”

 

“เจ้ามีอะไรหรือยาบารี” ชายวัยกลางคนตักสตูเข้าปากด้วยท่าทางเอร็ดอร่อย

 

“ข้าอยากรู้เรื่องสงคราม โรปาพอจะเล่าให้ข้าฟังได้มั้ย” หญิงสาวเอ่ยถาม มั่นใจว่าโรปาต้องรู้เรื่องนี้แน่ๆ เพราะเธอสังเกตว่าโรปาสนิทกับท่านผู้เฒ่าซึ่งเป็นคนดูแลหมู่บ้านแห่งนี้ และบางครั้งเธอก็เห็นเขาพูดคุยกับคนของรัฐบาลที่มาเก็บผลผลิตจากชาวบ้านอย่างสนิทสนม

 

“เจ้าเป็นผู้หญิงจะรู้ไปทำไม แล้วตอนนี้บ้านเมืองก็สงบไม่มีสงครามอย่างที่เจ้าถามถึงหรอก” โรปาบอกปัดอย่างไม่สนใจนัก

 

“ไม่มีสงครามหรือคะ” หญิงสาวขมวดคิ้วมุ่น นั่นก็แสดงว่าเธออยู่ในช่วงที่ยังไม่เกิดสงคราม เพราะจากประวัติศาสตร์ที่เธออ่าน ในสมัยจักรพรรดิวาส การ์ นั้นเต็มไปด้วยสงครามและผู้คนล้มตายมากมายก่ายกอง

 

“ใช่ ไม่มี...”

 

“แต่มีชนวนสงครามใช่มั้ยคะโรปา”

 

โรปานิ่งเงียบ มองหน้ายาบารีอย่างวิเคราะห์ “เจ้าจะรู้ไปทำไม”

 

“รู้เอาไว้เฉยๆ ไม่ได้หรือคะโรปา ก็ข้าอยากรู้นี่นา” ยาบารีออดอ้อนเพราะรู้ว่าโรปารักเธอราวกับลูกสาวของเขาเอง การที่เขาสูญเสียลูกสาวไปด้วยโรคร้ายยังคงทำให้เขาเสียใจและทำใจไม่ได้มาโดยตลอด แต่เมื่อเขาได้อยู่กับเธอ เพื่อนบ้านต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าโรปาดูสดชื่นและกลับมาเป็นโรปาคนเดิม

 

“เล่าก็ได้ แต่อย่าไปพูดต่อเชียว เรื่องแบบนี้ไม่ควรพูดเพราะจะทำให้แตกตื่น” โรปามองออกไปนอกบ้าน เมื่อไม่เห็นใครเดินผ่านไปมาจึงเริ่มเล่าให้ยาบารีฟัง

 

“มันเริ่มจากก่อนหน้านี้หลายปี คนในวังต่างรู้กันทั่วว่าเจ้าชายวาส การ์ และเจ้าชายอะตาฮวลปาไม่ลงรอยกัน เมื่ออดีตจักรพรรดิวา นาคาแพ็ค เสด็จสวรรคต นักบวชชั้นสูงต่างลงมติเป็นเอกฉันท์เสนอให้เจ้าชายวาส การ์ ขึ้นเป็นจักรพรรดิองค์ต่อไป แต่เจ้าชายอะตาฮวลปาไม่ทรงพอพระทัย”

 

ยาบารีพอจะเคยอ่านประวัติศาสตร์มาบ้างถึงชนวนสงครามสองพี่น้อง แต่รายละเอียดเชิงลึก และชนวนสงครามได้ดำเนินมาถึงขั้นตอนไหนนั้น เป็นเรื่องที่หญิงสาวต้องการรู้

 

“ไม่ทรงยอมเข้าร่วมพิธีทำมัมมี่พระศพของอดีตจักรพรรดิซึ่งเป็นพระบิดาใช่มั้ยคะ”

 

“ใช่แล้ว” โรปาพยักหน้าช้าๆ แต่แล้วก็ขมวดคิ้วมุ่นมองยาบารีด้วยความแปลกใจ “เจ้ารู้อย่างนั้นเหรอ ไปรู้เรื่องพวกนี้มาจากที่ไหน”

 

“เอ่อ...ข้าไม่รู้หรอกโรปา ข้าก็เดาไปมั่วๆ แหมถูกด้วยหรือเนี่ย” หญิงสาวแสร้งหัวเราะกลบเกลื่อน โรปามิได้ติดใจสงสัยจึงยื่นมือไปขยี้ผมหญิงสาวด้วยความเอ็นดู

 

“เจ้าหัวดีนัก นี่ถ้าหากเป็นผู้ชายข้าจะส่งเข้าไปเป็นทหาร คงก้าวหน้าไวกว่าคนรุ่นราวคราวเดียวกันแน่ๆ” โรปามองใบหน้าหญิงสาว อันที่จริงมีเพียงเค้าหน้าบางส่วนเท่านั้นที่เหมือนบุตรสาวของเขา ส่วนอื่นๆ ของยาบารีนั้นไม่มีความคล้ายคลึงเลยสักนิด ทว่าเขากลับรักและรู้สึกถูกชะตากับยาบารีเป็นอย่างมาก บอกไม่ถูกเหมือนกันว่าทำไม...

 

“เสียดายที่ข้าเป็นหญิงนี่สิคะโรปา ว่าแต่หลังจากนั้นเกิดอะไรขึ้นหรือคะ”

 

“เจ้าชายอะตาฮวลปาทรงประกาศไม่ยอมรับจักรพรรดิพระองค์ใหม่ แล้วไปแต่งตั้งกองทัพอยู่ที่เมืองคีโต”

 

โรปาถอนหายใจอย่างเหนื่อยอ่อน เหตุใดเขาจึงรู้ลึกถึงเพียงนี้น่ะหรือ นั่นก็เพราะว่า...ความจริงแล้วโรปาคืออดีตนายทหารในสมัยจักรพรรดิวา นาคาแพ็ค พระบิดาของเจ้าชายทั้งสอง เมื่อพระองค์เสด็จสวรรคต เขาก็ตัดสินใจลาออกจากราชการ แล้วหลบมาซ่อนตัวอยู่ในหมู่บ้านอย่างเงียบเชียบ เขาเบื่อหน่ายความวุ่นวายในวัง การแก่งแย่งชิงดีชิงเด่น ใส่ร้ายป้ายสี แม้แต่พี่น้องกันก็ยังเข่นฆ่า เพียงเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจ

 

กอปรกับเขาเพิ่งสูญเสียภรรยาและบุตรสาวด้วยโรคร้าย เขาจึงปลีกตัว หลีกหนีออกจากผู้คน

 

“ชนวนที่ทำให้สองพี่น้องขาดสะบั้น...จนทำให้เกิดความบาดหมางครั้งยิ่งใหญ่ก็คือ จักรพรรดิวาส การ์ ทรงให้ทหารถือพระราชสาส์นไปทูลเชิญเจ้าชายอะตาฮวลปาเสด็จมาร่วมประชุมที่เมืองกุสโก แต่แทนที่เจ้าชายจะเสด็จมาพร้อมเครื่องบรรณาการกลับตัดจมูกของทหารที่ถือพระราชสาส์นส่งกลับมา เป็นการประกาศการเป็นศัตรูอย่างเปิดเผย”

 

“แล้วหลังจากนั้นล่ะคะ”

 

“ผ่านมาหลายปีแล้ว ทุกอย่างดูเงียบสงบ แต่ว่าข้ารู้...ข้ารู้ว่าภูเขาไฟที่ดูเงียบสงบไม่มีพิษภัย แท้จริงแล้วลาวาด้านในกำลังก่อตัวขึ้นอย่างช้าๆ รอวันปะทุ” โรปามองออก ด้วยรู้จักนิสัยเจ้าชายอะตาฮวลปาเป็นอย่างดี มักใหญ่ ใฝ่สูง หัวรั้น และกระหายสงคราม ส่วนจักรพรรดิวาส การ์ นั้น ท่าทางคล้ายจะแข็งกร้าว แต่หากเปรียบมวยแล้วอย่างไรก็เป็นรองเจ้าชายอะตาฮวลปา

 

“ข้าก็คิดเช่นนั้นค่ะ...” ยาบารีพยักหน้าช้าๆ รู้สึกใจหายอย่างบอกไม่ถูก

 

“ข้าง่วงแล้ว ราตรีสวัสดิ์ค่ะโรปา” จู่ๆ หญิงสาวก็เดินไปนอนบนเสื้อแล้วดึงผ้าห่มขนสัตว์คลุมโปงเสียดื้อๆ โรปามองท่าทางเหมือนเด็กอย่างเห็นขัน ก่อนจะจัดการดับไฟแล้วเข้านอนบ้าง

 

ทว่ายาบารีไม่ได้นอนหลับ และไม่ได้ง่วงอย่างที่พูดจริงๆ

 

สวรรค์...เธอทำบาปกรรมอะไรนักหนา ถึงได้ส่งเธอมายังยุคสมัยที่กำลังจะเกิดสงคราม เลือด เนื้อ และซากศพนับแสน โรคระบาด ความแตกแยกและความตาย จุดสิ้นสุดของอาณาจักรที่แสนรุ่งเรืองแห่งนี้ใกล้จะมาถึงแล้วสินะ

 

อยากกลับบ้าน...แม่จ๋า รีอยากกลับไปหาแม่

 

คิดถึงแม่ คิดถึงคุณย่าโรมีนา คิดถึง...อาจารย์โซลาโน่ ป่านนี้ทุกคนคงกำลังเป็นห่วงเธอ ออกตามหาเธอแย่แล้ว...

 

 








เสน่หาอินคา
เพียงฤทัย
www.mebmarket.com
ยาบารี ยาบารี ที่รักของข้า? เสียงเรียกอันแสนคุ้นเคยของใครบางคนที่ ยาบารี หญิงสาวลูกครึ่งไทย-เปรู ฝันถึงตั้งแต่ครั้งแรกที่เดินทางมายังเปรูดินแดนต้นกำเนิดอาณาจักรอินคาที่เธอหลงใหล เสียงปริศนาดังชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ทั้งในยามหลับและยามตื่นราวกับกำลังเรียกเธอให้ไปหา... แล้วปาฏิหาริย์ก็ชักนำให้เธอหลงกาลเวลาไปยังอาณาจักรอินคา ดินแดนแห่งทองคำเมื่อสี่ร้อยกว่าปีก่อน ด้วยสร้อยพระอาทิตย์ของสำคัญที่บิดาทิ้งไว้ให้ก่อนจะเสียชีวิต ณ ที่แห่งนี้ เธอได้พบและผูกพันหัวใจไว้กับเจ้าชายทูปัก วีรา เจ้าชายหมอผู้สูงศักดิ์ ท่ามกลางสงครามและยุคสมัยแห่งการล่มสลายของอาณาจักรที่รุ่งเรือง หญิงสาวผู้มาจากอนาคตและเจ้าชายหนุ่มจะร่วมกันแก้ไขหน้าประวัติศาสตร์ได้หรือไม่ แล้วเธอจะหาทางกลับมายังปัจจุบันได้อย่างไร เมื่อยังมีสายสัมพันธ์รักอันยิ่งใหญ่กับชายสูงศักดิ์เกี่ยวกระหวัดให้หัวใจมิอาจลืมเลือน ***ปาฏิหาริย์ที่เกิดขึ้นจากหัวใจรัก นำพาให้คนทั้งสองได้พบเพื่อจาก และพรากเพื่อเจอ ตราบใดที่หัวใจทั้งสองดวงยังคงร้อยรัดด้วยสายใยแห่งรักและผูกพัน ปาฏิหาริย์จะชักพาหัวใจทั้งสองดวงให้กลับมาเคียงคู่กันในสักวัน

ซากุระผลิที่กลางใจ
เพียงฤทัย
www.mebmarket.com
หลิวหลุดเข้าไปใน 'ยุคสมัยเฮอัน' ซึ่งย้อนอดีตไปถึงพันปีเหตุการณ์กลับตาลปัตรเมื่อเธอกลายเป็นคุณหนูของคฤหาสน์อาจิไซ บุตรีขององคมนตรีชั้นเอกผู้เป็นข้ารองบาทขององจักรพรรดิในขณะเรื่องราวผิดฝาผิดตัวสร้างความโกลาหลวุ่นวายหัวใจของหญิงสาวก็เบ่งบานไม่ต่างจากดอกซากุระ

ดวงใจปฏิพัทธ์
สะมะเรีย
www.mebmarket.com
เลือดต้องล้างด้วยเลือด จักต้องแผดเผาศัตรูให้พินาศย่อยยับแต่เหตุใดเล่า... เมื่อเห็นนางเจ็บ เขากลับเจ็บยิ่งกว่า! องครักษ์หนุ่มนัยน์ตาสีน้ำเงิน ผู้ที่เข้ามาทำให้โลกของเจ้าหญิงครีษมาสดใส นางหลงรักเขาอย่างหมดหัวใจ ทว่าการที่องครักษ์หนุ่มเข้ามาใกล้ชิดนางนั้นกลับเต็มไปด้วยเงื่อนงำ... เมื่อองครักษ์หนุ่มคืนสู่ศักดิ์อันแท้จริง เขาคือเจ้าชายภานรินทร์ที่หายสาบสูญ เขากลับมาอีกครั้งเพื่อขจัดความอยุติธรรม พร่าเกียรติและศักดิ์ศรีเจ้าหญิงผู้สง่างามให้พลิกผันเป็นเพียงนางบำเรอชั้นต่ำ!นาง...เจ็บเจียนตายแต่หัวใจกลับรักเขาเขา…แค้นฝังใจแต่มิอาจปล่อยมือจากนางบทสรุปความรักจะเป็นเช่นไร...รักฤาชัง

มายามรณะ
รางนาก
www.mebmarket.com
ภาพหลอน! ความกลัว! ความตาย! และความสิ้นหวัง! ประดังเข้าสาดซัดนางเอกสาวดาวรุ่งราวกับห่าฝนในคืนเดือนมืด เมื่อมือที่มองไม่เห็นยื่นมากระชากชีวิตของหญิงสาวให้เปลี่ยนไปตลอดกาล...

มะนาวซ่อนหวาน
สะมะเรีย
www.mebmarket.com
ใครๆ ต่างพากันตั้งฉายาให้ มะนาว ว่า...ไฮโซขาวีน และ ไฮโซมือตบแต่...อย่าได้แคร์สื่อ เธอยังคงสวย เริด เชิด หยิ่งจนกระทั่งผู้เป็นบิดาต้องงัดไม้เด็ดมาปราบลูกสาวหัวดื้อทางด้าน เตชธรรม ถึงกับกุมขมับเมื่อได้รับมอบหมายให้ดัดนิสัยยายตัวร้ายที่เขาให้คำจัดความว่าตั้งแต่แรกเห็นว่า‘ชอบเที่ยวกลางคืน ยั่วยวนผู้ชาย ไม่รู้จักรักนวลสงวนตัว’ชายหนุ่มจึงงัดสารพัดวิธีที่มั่นใจว่าได้ผลร้อยเปอร์เซ็นต์ออกมาจัดการทว่า...ผิดคาด เมื่อมะนาวลูกนี้ไม่ได้มีดีแค่ความเปรี้ยวซ่าอย่างที่คิดและกว่าจะรู้ตัวว่า...ผิดแผน หัวใจก็ลิ้มรสหวานจนถอนตัวถอนใจไม่ขึ้นเสียแล้ว

มนตราสีกุหลาบ
สะมะเรีย
www.mebmarket.com
มนตราแห่งเพตรา ดลบันดาลให้หัวใจสองดวงผูกพัน ก่อเกิดเป็นความรักร้อนแรงจนแม้แต่แสงจากดวงอาทิตย์ก็มิอาจเทียบ หลังจากผิดหวังในความรัก ยี่สุ่น...หญิงสาววัยเบญจเพสจึงตัดสินใจเดินทางมายังจอร์แดนตามคำชักชวนของมารดา พร้อมความเชื่อมั่นว่าสักวันหนึ่งเธอจะได้พบรักแท้ และเมื่อเธอมาถึงนครเพตรา?นครศิลาสีชมพู เธอก็ได้พบรัฟฟาน หนุ่มจอร์แดนมาดเข้ม เธอหลงคิดว่าเขาเป็นไกด์พื้นเมืองจึงใช้งานเขาสารพัด รัฟฟาน... ตำรวจสากลผู้ได้รับมอบหมายให้มาสืบหาแหล่งผลิตยาเสพติดที่นครเพตรา ยินยอมเป็นไกด์ให้ยี่สุ่นเพราะต้องการปลอมตัวให้แนบเนียน ไม่เป็นที่สงสัยของคนร้าย แต่นักท่องเที่ยวสาวกลับทำให้เขาต้องคิดทบทวนว่าเขาคิดผิดหรือไม่ที่ยอมเป็นไกด์ให้เธอ เพราะเธอเปิ่นและบ้าดีเดือดชนิดไม่มีใครเหมือน ซ้ำยังทำให้หัวใจเขาหวั่นไหว ท่ามกลางทะเลทรายอันร้อนระอุ ความรักได้ก่อเกิดขึ้นจากความใกล้ชิด พร้อมกับอันตรายที่คืบคลานเข้ามาให้เขากับเธอร่วมกันฟันฝ่า เพื่อพิสูจน์ว่ารักแท้มีอยู่จริง +++++++++++++“ผมต้องทำยังไงคุณถึงจะเชื่อว่าผมไม่ได้ตั้งใจลวนลามคุณ ผมแค่เข้ามาปลุกคุณไปกินอาหารเย็น” รัฟฟานหัวเสียไม่น้อย นี่ล่ะเขาถึงไม่อยากมีแฟนเพราะรำคาญผู้หญิงที่ชอบพูดไม่รู้เรื่อง เอะอะก็โวยวายเอาไว้ก่อนไม่เคยฟังเหตุผลอะไรเลยสักอย่างเดียว“ฉันไม่เชื่อ”“ถ้าอย่างนั้นผมจะทำให้ดู”“คุณ...”รัฟฟานไม่เปิดโอกาสให้หญิงสาวโวยวายไปมากกว่านี้ เขาปิดปากอิ่มได้รูปด้วยริมฝีปากเรียวอย่างรวดเร็ว ยี่สุ่นพยายามโวยวายแต่กลับเป็นการเปิดเรียวปากให้ชายหนุ่มแทรกลิ้นร้อนเข้าไปตวัดเร้าควานหาความหอมหวานจากปากนุ่มสีกุหลาบ ยี่สุ่นสั่นไปหมดทั้งตัว หัวสมองหนักอึ้ง รู้สึกเหมือนกำลังจะขาดอากาศหายใจ แต่แล้วเขาก็เติมเต็มลมหายใจให้เธอพร้อมๆ กับฉกฉวยมันไป สลับไปมาจนเธอชาวาบจนถึงปลายเท้า แข้งขาอ่อนแรงจนแทบยืนไม่ติดพื้น เมื่อเขาบดจูบเร่าร้อนยาวนานจนเธอเผลอกอดตอบเขาและเผลอ...จูบตอบเขาอย่างไร้เดียงสารัฟฟานผละออกจากริมฝีปากอิ่มอย่างเสียดาย ยี่สุ่นทรุดฮวบลงไปกองที่พื้นอย่างไร้เรี่ยวแรง คิดหาคำพูดหรือคำด่าทอไกด์หนุ่มไม่ถูก นั่งบื้อใบ้หัวสมองมึนงงด้วยความสับสน“คราวนี้เชื่อหรือยังว่าผมมาปลุกคุณให้ตื่นไปรับประทานอาหารเย็น ไม่ได้ตั้งใจเข้ามาลวนลาม เพราะถ้าผมตั้งใจจะทำ...ผมจะทำแบบเมื่อครู่นี้ เอาละ...อีกสิบห้านาทีผมจะกลับเข้ามารับ อย่าช้าล่ะเพราะที่นี่จัดอาหารเย็นแบบบุฟเฟต์หากเกินเวลาไปมากกว่านี้อาจไม่เหลืออะไรให้คุณกิน” พูดจบเขาก็เดินออกไปทิ้งให้หญิงสาวนั่งหน้าแดงก่ำจูบแรกของฉัน...

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

42 ความคิดเห็น

  1. #10 Naoki Takuy (@paooy34330) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2560 / 08:15
    อ่านแล้วรู้สึกอยากได้หนังสือมากค่าาาา
    #10
    1