ตอนที่ 24 : บทที่ 5 แผ่นดินทองคำ [4]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 543
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    1 ธ.ค. 60








“เจ้าเป็นอะไรหรือไม่”

 

“ขอบคุณท่านมาก ข้าไม่เป็นไรค่ะ” เชรีขยับตัวออกจากอ้อมกอดของชายหนุ่ม แก้มสาวนวลระเรื่อ ช้อนเปลือกตาขึ้นมองคนตัวโตตรงหน้า ชุดทหารที่เขาสวมใส่ดูก็รู้ว่าเขาคือหนึ่งในผู้ติดตามของเจ้าชายทูปัก วีรา จากชุดที่สวมคงไม่ใช่นายทหารชั้นประทวน แต่คงมีตำแหน่งสูงพอสมควร

 

“ไม่แอบดูเจ้าชายแล้วหรือ” ชายหนุ่มเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงหยอกเย้า ใบหน้ากรุ้มกริ่มจนคนโดนสัพยอกหน้าแดงระเรื่อ เชรีส่ายหน้าเร็วๆ ก่อนจะรีบวิ่งออกไปทันที

 

องครักษ์วาคัคหัวเราะในลำคอ มองตามร่างเล็กที่รีบวิ่งหายไปยังด้านหลังหมู่บ้านอย่างรวดเร็ว ก่อนจะเดินกลับเข้ามาในศาลาเป็นจังหวะที่เจ้าชายทรงเย็บแผลเสร็จพอดี

 

“น้ำล้างพระหัตถ์พ่ะย่ะค่ะ” ทหารส่งชามโลหะบรรจุน้ำให้เจ้าชาย

 

“เจ้าเอาไว้ล้างอุปกรณ์เถอะ ข้าจะเดินไปล้างมือที่ลำธารด้านหลังหมู่บ้าน ไม่ต้องตามมาล่ะ เดี๋ยวข้าจะกลับมาเอง” เจ้าชายรับสั่งอย่างรู้ทันว่าวาคัคจะต้องตามเสด็จราวกับเป็นเงา แต่เมื่อทรงรับสั่งเช่นนั้นวาคัคก็จะไม่ตามไป แต่หากหายไปนานผิดสังเกตองครักษ์ผู้ทำงานรอบคอบก็จะออกตามหาพระองค์ทันที

 

หลังจากมีการผ่าตัดหรือเย็บแผลขนาดใหญ่ พระองค์จะรู้สึกอ่อนเพลีย และต้องการประทับเงียบๆ ข้อนี้ข้าราชบริพารผู้ติดตามพระองค์ล้วนทราบดี หากพูดถึงหมอ อินคามีหมอฝีมือดีหลายคน แต่หมอที่ขึ้นชื่อว่าเก่งทั้งการวินิจฉัยและการผ่าตัดคือ ท่านหมอฮุยปา ซึ่งเสียชีวิตไปได้หลายปีแล้ว ท่านเป็นทั้งหมอและเป็นอาจารย์ให้กับเจ้าชายทูปัก วีรา ในบรรดาลูกศิษย์ท่านทั้งหมด เจ้าชายคือศิษย์เอกที่สามารถนำวิชาความรู้จากท่านมาใช้เพื่อประโยชน์ส่วนรวมได้อย่างน่าปลาบปลื้มใจ

 

เจ้าของพระวรกายสูงเสด็จไปยังลำธารสายเล็กๆ ของหมู่บ้าน พระองค์มักมาประทับตรงนี้เสมอๆ เพราะค่อนข้างเงียบสงบ เนื่องจากช่วงเวลากลางวันชาวบ้านส่วนใหญ่จะอยู่ในไร่นา ย่ำค่ำถึงจะพากันกลับเข้าบ้าน

 

เจ้าชายทรงทิ้งพระวรกายลงบรรทมบนพื้นหญ้าข้างลำธาร ทอดพระเนตรท้องฟ้า สายลม และแสงแดดด้วยท่าทางสบายพระทัย แต่แล้วสายพระเนตรก็เหลือบไปเห็นอะไรบางอย่างอยู่บนต้นไม้ ทรงหยัดพระวรกายขึ้นยืนแล้วเสด็จไปยืนใต้ต้นไม้

 

“ใคร!

 

ไม่มีเสียงตอบ แต่ต้นไม้กลับสั่นไปมา ใบสีเขียวดกหนาและลำต้นค่อนข้างใหญ่ทำให้มองเห็นว่ามีคนอยู่บนต้นไม้แน่ๆ แต่มองไม่ถนัดนักว่าเป็นใคร แล้วเหตุใดจึงขึ้นไปแอบอยู่บนนั้น

 

“ถ้าไม่ลงมาข้าจะขว้างมีดพกขึ้นไป ข้าสั่งให้เจ้าลงมาเดี๋ยวนี้”

 

“ซวยอะไรแบบนี้นะ” คนที่แปลงร่างเป็นลิงเกาะอยู่บนต้นไม้บ่นพึมพำเป็นภาษาไทย เธอคงหลบอยู่แบบนี้ไม่ได้ เพราะถ้าเจ้าชายทรงขว้างมีดมาจริงๆ ละก็เธอคงแย่แน่ๆ หญิงสาวคิดได้ดังนั้นก็ค่อยๆ ปีนลงมาช้าๆ

 

“แม่หญิงงั้นหรือ”

 

เมื่อได้ทอดพระเนตรใบหน้าหวาน เจ้าชายทูปัก วีรา ก็หรี่พระเนตรอย่างครุ่นคิด พระองค์ทรงเคยพบผู้หญิงหน้าตาแบบนี้ที่ไหน ทำไมคิดเท่าไหร่จึงคิดไม่ออก...

 

“ระวัง!” พระองค์ทรงร้องเตือนเมื่อกิ่งไม้ที่หญิงสาวเหยียบอยู่ทำท่าจะหักลงมา แต่ดูเหมือนว่าจะทรงเตือนไม่ทันเสียแล้วเมื่อร่างบางร่วงลงมาจากกิ่งไม้อย่างรวดเร็ว

 

“กรี๊ด!

 

ยาบารีหวีดร้องเสียงหลง เมื่อคิดว่าตนเองคงตกลงกระแทกพื้นแน่ๆ ทว่าแปลก...เธอกลับไม่เจ็บอย่างที่คิด เมื่อลืมตาขึ้นจึงพบว่าเธออยู่ในอ้อมกอดของเจ้าชายทูปัก วีรา เสียแล้ว ดวงตากลมโตจ้องมองพระพักตร์เหลี่ยมมีสันกรามชัดเจน พระนลาฏกว้าง พระนาสิกโด่งเป็นสัน ดวงพระเนตรสีนิลยาวรีคมกล้า ริมพระโอษฐ์หนาได้รูป และพระเกศาหยักศกสีดำสนิทยาวประบ่า

 

เป็นความหล่อที่เหลือร้ายจนทำให้หญิงสาวถึงกับใจสั่นเลยทีเดียว

 

“เป็นแม่หญิงไม่ควรปีนต้นไม้ เจ้าควรจะเย็บปักถักร้อยอยู่ในบ้าน มิเช่นนั้นก็ฝึกหัดงานฝีมือพวกเครื่องสาน มิใช่แปลงร่างเป็นลิงทโมนเช่นนี้”

 

ยาบารีเถียงไม่ออก เธอเพิ่งอยู่ที่นี่ได้สามเดือน แม้จะพูดภาษาเกชัวได้อย่างคล่องแคล่วจนคนในหมู่บ้านต่างชมในความหัวดีของหญิงสาว ทว่าเธอไม่เคยฝึกใช้คำราชาศัพท์พูดคุยกับเจ้าหญิงเจ้าชายที่ไหน เธอจึงไม่รู้ว่าจะพูดอย่างไร

 

“ข้า...เอ่อ...ขอโทษค่ะ” หญิงสาวอ้อมแอ้มตอบ อยากจะให้คนตัวโตวางเธอลงเหลือเกิน แต่ดูเหมือนเขาจะอุ้มเธอราวกับเธอเป็นกระสอบนุ่น หาใช่หญิงสาวร่างสูงถึงร้อยเจ็ดสิบเซนติเมตร

 

“สำเนียงเจ้าแปลกๆ ไม่ใช่ชาวอินคาหรือ”

 

“ข้าเป็นลูกครึ่งอินคากับชันคาค่ะ” หญิงสาวตอบตามที่โรปาสอน โรปาบอกว่าไม่ควรบอกใครๆ ว่าเธอไม่มีสายเลือดเผ่าอินคาเลย มิอย่างนั้นหากอาณาจักรมีงานพิธี เธอจะไม่ได้เข้าร่วมและจะถูกกันออกเป็นคนนอกทันที

 

“งั้นหรือ...”

 

“ค่ะ...เอ่อปล่อยข้าลงได้มั้ย” ยาบารีอึดอัด การถูกอุ้มเช่นนี้ก็ดีอยู่หรอก แต่มันทำให้หัวใจของเธอเต้นแรงเกินไป

 

“ลืมไปเสียสนิทเลยว่ายังอุ้มเจ้าอยู่” ทรงแย้มมุมพระโอษฐ์อย่างเห็นขันแล้ววางร่างบางลงช้าๆ ทอดพระเนตรใบหน้าหวานแดงระเรื่อขึ้นอย่างรวดเร็วด้วยความรู้สึกต้องพระทัย









เสน่หาอินคา
เพียงฤทัย
www.mebmarket.com
ยาบารี ยาบารี ที่รักของข้า? เสียงเรียกอันแสนคุ้นเคยของใครบางคนที่ ยาบารี หญิงสาวลูกครึ่งไทย-เปรู ฝันถึงตั้งแต่ครั้งแรกที่เดินทางมายังเปรูดินแดนต้นกำเนิดอาณาจักรอินคาที่เธอหลงใหล เสียงปริศนาดังชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ทั้งในยามหลับและยามตื่นราวกับกำลังเรียกเธอให้ไปหา... แล้วปาฏิหาริย์ก็ชักนำให้เธอหลงกาลเวลาไปยังอาณาจักรอินคา ดินแดนแห่งทองคำเมื่อสี่ร้อยกว่าปีก่อน ด้วยสร้อยพระอาทิตย์ของสำคัญที่บิดาทิ้งไว้ให้ก่อนจะเสียชีวิต ณ ที่แห่งนี้ เธอได้พบและผูกพันหัวใจไว้กับเจ้าชายทูปัก วีรา เจ้าชายหมอผู้สูงศักดิ์ ท่ามกลางสงครามและยุคสมัยแห่งการล่มสลายของอาณาจักรที่รุ่งเรือง หญิงสาวผู้มาจากอนาคตและเจ้าชายหนุ่มจะร่วมกันแก้ไขหน้าประวัติศาสตร์ได้หรือไม่ แล้วเธอจะหาทางกลับมายังปัจจุบันได้อย่างไร เมื่อยังมีสายสัมพันธ์รักอันยิ่งใหญ่กับชายสูงศักดิ์เกี่ยวกระหวัดให้หัวใจมิอาจลืมเลือน ***ปาฏิหาริย์ที่เกิดขึ้นจากหัวใจรัก นำพาให้คนทั้งสองได้พบเพื่อจาก และพรากเพื่อเจอ ตราบใดที่หัวใจทั้งสองดวงยังคงร้อยรัดด้วยสายใยแห่งรักและผูกพัน ปาฏิหาริย์จะชักพาหัวใจทั้งสองดวงให้กลับมาเคียงคู่กันในสักวัน

ซากุระผลิที่กลางใจ
เพียงฤทัย
www.mebmarket.com
หลิวหลุดเข้าไปใน 'ยุคสมัยเฮอัน' ซึ่งย้อนอดีตไปถึงพันปีเหตุการณ์กลับตาลปัตรเมื่อเธอกลายเป็นคุณหนูของคฤหาสน์อาจิไซ บุตรีขององคมนตรีชั้นเอกผู้เป็นข้ารองบาทขององจักรพรรดิในขณะเรื่องราวผิดฝาผิดตัวสร้างความโกลาหลวุ่นวายหัวใจของหญิงสาวก็เบ่งบานไม่ต่างจากดอกซากุระ

ดวงใจปฏิพัทธ์
สะมะเรีย
www.mebmarket.com
เลือดต้องล้างด้วยเลือด จักต้องแผดเผาศัตรูให้พินาศย่อยยับแต่เหตุใดเล่า... เมื่อเห็นนางเจ็บ เขากลับเจ็บยิ่งกว่า! องครักษ์หนุ่มนัยน์ตาสีน้ำเงิน ผู้ที่เข้ามาทำให้โลกของเจ้าหญิงครีษมาสดใส นางหลงรักเขาอย่างหมดหัวใจ ทว่าการที่องครักษ์หนุ่มเข้ามาใกล้ชิดนางนั้นกลับเต็มไปด้วยเงื่อนงำ... เมื่อองครักษ์หนุ่มคืนสู่ศักดิ์อันแท้จริง เขาคือเจ้าชายภานรินทร์ที่หายสาบสูญ เขากลับมาอีกครั้งเพื่อขจัดความอยุติธรรม พร่าเกียรติและศักดิ์ศรีเจ้าหญิงผู้สง่างามให้พลิกผันเป็นเพียงนางบำเรอชั้นต่ำ!นาง...เจ็บเจียนตายแต่หัวใจกลับรักเขาเขา…แค้นฝังใจแต่มิอาจปล่อยมือจากนางบทสรุปความรักจะเป็นเช่นไร...รักฤาชัง

มายามรณะ
รางนาก
www.mebmarket.com
ภาพหลอน! ความกลัว! ความตาย! และความสิ้นหวัง! ประดังเข้าสาดซัดนางเอกสาวดาวรุ่งราวกับห่าฝนในคืนเดือนมืด เมื่อมือที่มองไม่เห็นยื่นมากระชากชีวิตของหญิงสาวให้เปลี่ยนไปตลอดกาล...

มะนาวซ่อนหวาน
สะมะเรีย
www.mebmarket.com
ใครๆ ต่างพากันตั้งฉายาให้ มะนาว ว่า...ไฮโซขาวีน และ ไฮโซมือตบแต่...อย่าได้แคร์สื่อ เธอยังคงสวย เริด เชิด หยิ่งจนกระทั่งผู้เป็นบิดาต้องงัดไม้เด็ดมาปราบลูกสาวหัวดื้อทางด้าน เตชธรรม ถึงกับกุมขมับเมื่อได้รับมอบหมายให้ดัดนิสัยยายตัวร้ายที่เขาให้คำจัดความว่าตั้งแต่แรกเห็นว่า‘ชอบเที่ยวกลางคืน ยั่วยวนผู้ชาย ไม่รู้จักรักนวลสงวนตัว’ชายหนุ่มจึงงัดสารพัดวิธีที่มั่นใจว่าได้ผลร้อยเปอร์เซ็นต์ออกมาจัดการทว่า...ผิดคาด เมื่อมะนาวลูกนี้ไม่ได้มีดีแค่ความเปรี้ยวซ่าอย่างที่คิดและกว่าจะรู้ตัวว่า...ผิดแผน หัวใจก็ลิ้มรสหวานจนถอนตัวถอนใจไม่ขึ้นเสียแล้ว

มนตราสีกุหลาบ
สะมะเรีย
www.mebmarket.com
มนตราแห่งเพตรา ดลบันดาลให้หัวใจสองดวงผูกพัน ก่อเกิดเป็นความรักร้อนแรงจนแม้แต่แสงจากดวงอาทิตย์ก็มิอาจเทียบ หลังจากผิดหวังในความรัก ยี่สุ่น...หญิงสาววัยเบญจเพสจึงตัดสินใจเดินทางมายังจอร์แดนตามคำชักชวนของมารดา พร้อมความเชื่อมั่นว่าสักวันหนึ่งเธอจะได้พบรักแท้ และเมื่อเธอมาถึงนครเพตรา?นครศิลาสีชมพู เธอก็ได้พบรัฟฟาน หนุ่มจอร์แดนมาดเข้ม เธอหลงคิดว่าเขาเป็นไกด์พื้นเมืองจึงใช้งานเขาสารพัด รัฟฟาน... ตำรวจสากลผู้ได้รับมอบหมายให้มาสืบหาแหล่งผลิตยาเสพติดที่นครเพตรา ยินยอมเป็นไกด์ให้ยี่สุ่นเพราะต้องการปลอมตัวให้แนบเนียน ไม่เป็นที่สงสัยของคนร้าย แต่นักท่องเที่ยวสาวกลับทำให้เขาต้องคิดทบทวนว่าเขาคิดผิดหรือไม่ที่ยอมเป็นไกด์ให้เธอ เพราะเธอเปิ่นและบ้าดีเดือดชนิดไม่มีใครเหมือน ซ้ำยังทำให้หัวใจเขาหวั่นไหว ท่ามกลางทะเลทรายอันร้อนระอุ ความรักได้ก่อเกิดขึ้นจากความใกล้ชิด พร้อมกับอันตรายที่คืบคลานเข้ามาให้เขากับเธอร่วมกันฟันฝ่า เพื่อพิสูจน์ว่ารักแท้มีอยู่จริง +++++++++++++“ผมต้องทำยังไงคุณถึงจะเชื่อว่าผมไม่ได้ตั้งใจลวนลามคุณ ผมแค่เข้ามาปลุกคุณไปกินอาหารเย็น” รัฟฟานหัวเสียไม่น้อย นี่ล่ะเขาถึงไม่อยากมีแฟนเพราะรำคาญผู้หญิงที่ชอบพูดไม่รู้เรื่อง เอะอะก็โวยวายเอาไว้ก่อนไม่เคยฟังเหตุผลอะไรเลยสักอย่างเดียว“ฉันไม่เชื่อ”“ถ้าอย่างนั้นผมจะทำให้ดู”“คุณ...”รัฟฟานไม่เปิดโอกาสให้หญิงสาวโวยวายไปมากกว่านี้ เขาปิดปากอิ่มได้รูปด้วยริมฝีปากเรียวอย่างรวดเร็ว ยี่สุ่นพยายามโวยวายแต่กลับเป็นการเปิดเรียวปากให้ชายหนุ่มแทรกลิ้นร้อนเข้าไปตวัดเร้าควานหาความหอมหวานจากปากนุ่มสีกุหลาบ ยี่สุ่นสั่นไปหมดทั้งตัว หัวสมองหนักอึ้ง รู้สึกเหมือนกำลังจะขาดอากาศหายใจ แต่แล้วเขาก็เติมเต็มลมหายใจให้เธอพร้อมๆ กับฉกฉวยมันไป สลับไปมาจนเธอชาวาบจนถึงปลายเท้า แข้งขาอ่อนแรงจนแทบยืนไม่ติดพื้น เมื่อเขาบดจูบเร่าร้อนยาวนานจนเธอเผลอกอดตอบเขาและเผลอ...จูบตอบเขาอย่างไร้เดียงสารัฟฟานผละออกจากริมฝีปากอิ่มอย่างเสียดาย ยี่สุ่นทรุดฮวบลงไปกองที่พื้นอย่างไร้เรี่ยวแรง คิดหาคำพูดหรือคำด่าทอไกด์หนุ่มไม่ถูก นั่งบื้อใบ้หัวสมองมึนงงด้วยความสับสน“คราวนี้เชื่อหรือยังว่าผมมาปลุกคุณให้ตื่นไปรับประทานอาหารเย็น ไม่ได้ตั้งใจเข้ามาลวนลาม เพราะถ้าผมตั้งใจจะทำ...ผมจะทำแบบเมื่อครู่นี้ เอาละ...อีกสิบห้านาทีผมจะกลับเข้ามารับ อย่าช้าล่ะเพราะที่นี่จัดอาหารเย็นแบบบุฟเฟต์หากเกินเวลาไปมากกว่านี้อาจไม่เหลืออะไรให้คุณกิน” พูดจบเขาก็เดินออกไปทิ้งให้หญิงสาวนั่งหน้าแดงก่ำจูบแรกของฉัน...

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

42 ความคิดเห็น