ตอนที่ 13 : บทที่3 มาชูปิกชู [2]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 564
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    16 พ.ย. 60






ยาบารี! ข้าเฝ้ารอคอยเจ้ามาเนิ่นนาน

 

         หญิงสาวส่ายหน้าไปมาช้าๆ พยายามสลัดเสียงทุ้มที่ดังทับซ้อนเสียงเรียกของอาจารย์โซลาโน่ออกไป มือหนาเอื้อมมาจับไหล่บางที่ทำท่าโงนเงนคล้ายจะล้มลง

 

         “คุณรี!

 

         ‘ยาบารี!’

 

         “คุณรีครับ”

 

         ยาบารีที่รักของข้า...

 

         “ไม่! อย่าเรียกชื่อฉัน ห้ามเรียกชื่อฉันนะ!

หญิงสาวตะโกนออกมาจนสุดเสียง สร้างความแตกตื่นให้นักท่องเที่ยวบริเวณนั้นซึ่งกำลังต่อแถวเข้าไปเที่ยวชมมาชูปิกชูให้หันมามองหญิงสาวด้วยความประหลาดใจ

 

         หญิงสาวหอบหายใจแรง เสียงเรียกเมื่อครู่หายไปแล้ว ทิ้งไว้เพียงเหงื่อหยดโตเกาะพราวเต็มหน้าผากมน เธอเงยหน้าขึ้นมองโซลาโน่ที่ยืนมองเธอด้วยความเป็นห่วง ท่าทางของเขาดูกังวลอย่างเห็นได้ชัด “รีขอโทษค่ะอาจารย์ รี...” หญิงสาวเม้มริมฝีปากเข้าหากันเป็นเส้นตรงเมื่อไม่สามารถเล่าถึงเสียงที่ดังก้องราวกับหลอกหลอนเธออยู่ในขณะนี้ให้เขาฟังได้

 

         “ดื่มน้ำสักหน่อยเถอะครับคุณรี ถ้าไม่ไหวเราค่อยรอเข้ามาชูปิกชูช่วงบ่ายดีมั้ยครับ”

 

         หญิงสาวรับน้ำมาดื่มแก้กระหาย ก่อนจะส่ายหน้าน้อยๆ “กำลังจะถึงคิวเราแล้ว อุตส่าห์ยืนต่อคิวมาตั้งนาน รีไม่ยอมล้มเลิกง่ายๆ หรอกค่ะอาจารย์” หญิงสาวยืนรอคิวอยู่ตรงนี้มาเกือบชั่วโมงแล้ว เนื่องจากทางรัฐบาลจำกัดนักท่องเที่ยวให้สามารถผ่านเข้าไปเที่ยวชมได้เพียงวันละ 500 คนเท่านั้น เพื่อไม่ให้โบราณสถานทรุดโทรมลงอย่างรวดเร็ว

 

         “แน่ใจนะครับคุณรี เรายังมีเวลาอีกมาก ผมไม่อยากให้คุณฝืน”

 

         “แน่ใจค่ะอาจารย์ รีไหวค่ะ สงสัยคงเพราะเมื่อคืนนอนไม่ค่อยหลับเลยค่อนข้างอ่อนเพลีย” หญิงสาวเลือกที่จะเล่าเพียงเท่านั้น เธอไม่ได้เล่าความฝันให้อาจารย์หนุ่มฟังเพราะคิดว่าเขาคงไม่มีทางเชื่อเธอแน่ๆ เธอฝันเห็นชายคนนั้นถึงสองคืนติดต่อกัน มันต้องไม่ใช่เรื่องบังเอิญอย่างแน่นอน

 

         “คุณรีอาจเป็นโรคแพ้ความสูง เพราะดูจากอาการนอนไม่หลับ เหนื่อยง่าย อ่อนเพลีย แต่อีกสัก 4-6 ชั่วโมงร่างกายของคุณรีก็จะปรับตัวได้เองครับ ตอนนี้คุณรีต้องไม่ฝืนร่างกายตัวเอง ถ้าเหนื่อยก็ขอให้นั่งพักทันที แล้วค่อยๆ จิบน้ำ” ชายหนุ่มถือวิสาสะวินิจฉัยอาการของหญิงสาว เพราะคนต่างถิ่นมักเป็นโรคแพ้ความสูงกันมาก เพราะที่นี่อยู่สูงจากระดับน้ำทะเลถึง 2,350 เมตรเลยทีเดียว

 

         “อาจจะเป็นอย่างนั้นค่ะ” หญิงสาวยิ้มน้อยๆ แล้วส่งน้ำคืนให้เขา

 

         “นี่ครับลูกอมโคคา มีรสหวานและยังมีส่วนประกอบของใบโคคา เผื่อมันจะช่วยให้คุณรีรู้สึกดีขึ้น”

 

         “ขอบคุณค่ะอาจารย์” ยาบารีไม่แปลกใจเลยที่ย่าโรมีนาสนิทสนมและไว้ใจอาจารย์โซลาโน่ จนถึงขนาดยอมให้เธอซึ่งเป็นหลานสาวเดินทางมากับเขา นั่นเพราะเขาเป็นผู้ใหญ่ ใจเย็น และมีความรับผิดชอบมากทีเดียว

 

         ในที่สุดยาบารีก็ได้เข้าไปในมาชูปิกชู...นครกลางฟ้าที่ซ่อนตัวลึกลับอยู่ในเทือกเขาแอนดีส จะกี่ร้อยกี่พันภาพถ่ายที่หญิงสาวเคยเห็นมานั้น เทียบไม่ได้เลยเมื่อเธอได้มาเห็นสิ่งก่อสร้างยิ่งใหญ่ด้วยตาของตัวเอง หินก้อนใหญ่ซ้อนทับกันเป็นผนังสูง โดยหินแต่ละก้อนนั้นยึดติดกันด้วยสลักตัวผู้ตัวเมีย

ประกบเข้าหากันแนบแน่น แม้แต่กระดาษแผ่นบางก็ไม่สามารถแทรกผ่านเข้าไปได้

 

         การก่อสร้างเช่นนี้ทำให้สิ่งก่อสร้างของชาวอินคารอดพ้นจากภัยพิบัติทางธรรมชาติอย่าง

แผ่นดินไหวไปได้ทุกครั้ง แม้ว่าเปรูจะได้ชื่อว่าเป็นประเทศที่เกิดแผ่นดินไหวบ่อยมากก็ตาม

 

         “สวย และยิ่งใหญ่มากจริงๆ ค่ะ โชคดีมากๆ ที่มาชูปิกชูแทบไม่ได้รับความเสียหายจากสงครามเลย อาจเป็นเพราะมันหลบซ่อนอยู่ในทะเลภูเขาก็เป็นได้” หญิงสาวยิ้มน้อยๆ ยืนอยู่บนที่สูงที่สามารถมองเห็นมาชูปิกชูทั้งหมด เธอรีบหยิบกล้องถ่ายรูปออกมาจากกระเป๋า แล้วถ่ายภาพมาชูปิกชูเอาไว้ทันที

 

“ครับ ที่นี่เป็นความภูมิใจของเรา เชื่อกันว่า จักรพรรดิปาชากูตี เป็นผู้สร้างมาชูปิกชูขึ้นบนยอดเขาสูงแห่งนี้ หุบเขาแห่งลุ่มแม่น้ำอูรูบัมบาที่เชี่ยวกราก แม้แต่ชาวสเปนซึ่งยึดครองอาณาจักรอินคาอยู่หลายสิบปีก็ไม่เคยรู้ว่ามีสิ่งมหัศจรรย์นี้ซ่อนอยู่ จนกระทั่งเมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม ค.ศ. 1911 ไฮแรม บิงแฮม ที่สาม นักประวัติศาสตร์ชาวอเมริกันได้ค้นพบมาชูปิกชู ในสภาพที่ถูกทิ้งร้างไม่มีผู้คนอาศัยอยู่ เขาจึงได้ขนานนามมาชูปิกชูว่าเมืองที่สาบสูญของอินคา”

 

“คงเพราะว่าหนทางที่จะเดินทางมายังมาชูปิกชูนั้นยากลำบาก อีกอย่างเราต้องขึ้นภูเขามาจากลูกที่สูงกว่า ถึงจะสามารถมองเห็นมาชูปิกชูได้ นับว่าจักรพรรดิปาชากูตีทรงพระปรีชาชาญมากทีเดียวค่ะ” ยาบารียิ้มน้อยๆ ก่อนจะเดินลงไปเยือนมาชูปิกชูอย่างใกล้ชิด

 

“มาชูปิกชูสร้างไว้เพื่อเป็นพระราชวังฤดูร้อนของจักรพรรดิ ความยิ่งใหญ่ของมาชูปิกชูสามารถจุคนได้ถึง 1,200 คนเลยทีเดียว สำหรับรองรับพระบรมวงศานุวงศ์และข้าราชบริพาร ไม่ว่าจะเป็นนักบวช หญิงรับใช้ นางห้าม และคนงานที่ทำหน้าที่ต่างๆ เพื่อดูแลรับใช้จักรพรรดิและพระบรมวงศานุวงศ์

 

“โดยมาชูปิกชูแบ่งเป็นสามส่วนใหญ่ๆ ด้วยกัน เขตแรก...เป็นเขตที่อยู่บนยอดเนิน ด้านล่างเป็นหน้าผา ชาวอินคาใช้ทำเกษตรกรรม ทำนา ทำไร่ และปลูกพืชผักผลไม้ โดยชาวอินคาทำเป็นนาขั้นบันไดลดหลั่นไปตามไหล่เขา เลี้ยงสัตว์จำพวก อัลปากา และยามา

 

“เขตที่สอง...เป็นเขตของนักบวช และหญิงบริสุทธิ์ผู้ถูกเลือกหรือนางห้ามนั่นเอง พวกเขาเหล่านี้มีบ้านพักอยู่บนยอดเขาไวนาปิกชู ซึ่งอยู่สูงจากระดับน้ำทะเลถึง 2,720 เมตร นั่นหมายความว่ายอดเขานี้สูงกว่ามาชูปิกชูราว 370 เมตร”

 

โซลาโน่เล่าไปเรื่อยๆ ราวกับว่าเขากำลังสอนนักศึกษาวิชาประวัติศาสตร์ในชั้นเรียนเสียอย่างนั้น ซึ่งลูกศิษย์คนสวยก็ดูตั้งอกตั้งใจฟังจนเขารู้สึกเพลิดเพลิน เขาจึงเล่าไปเรื่อยๆ อย่างไม่รู้เบื่อ

 

“นางห้ามหรือคะอาจารย์” หญิงสาวรู้สึกไม่ชอบคำว่านางห้ามเลย อาจเพราะเธอเกิดในยุคที่สตรีมีสิทธิเท่าเทียมกับบุรุษนั่นเอง

 

“ครับคุณรี นางห้ามหรือที่ชาวอินคาเรียกว่า แอคลา หญิงพรหมจรรย์ที่ทำหน้าที่ทอผ้าเพื่อเป็นเครื่องทรงของจักรพรรดิ”










เสน่หาอินคา
เพียงฤทัย
www.mebmarket.com
ยาบารี ยาบารี ที่รักของข้า? เสียงเรียกอันแสนคุ้นเคยของใครบางคนที่ ยาบารี หญิงสาวลูกครึ่งไทย-เปรู ฝันถึงตั้งแต่ครั้งแรกที่เดินทางมายังเปรูดินแดนต้นกำเนิดอาณาจักรอินคาที่เธอหลงใหล เสียงปริศนาดังชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ทั้งในยามหลับและยามตื่นราวกับกำลังเรียกเธอให้ไปหา... แล้วปาฏิหาริย์ก็ชักนำให้เธอหลงกาลเวลาไปยังอาณาจักรอินคา ดินแดนแห่งทองคำเมื่อสี่ร้อยกว่าปีก่อน ด้วยสร้อยพระอาทิตย์ของสำคัญที่บิดาทิ้งไว้ให้ก่อนจะเสียชีวิต ณ ที่แห่งนี้ เธอได้พบและผูกพันหัวใจไว้กับเจ้าชายทูปัก วีรา เจ้าชายหมอผู้สูงศักดิ์ ท่ามกลางสงครามและยุคสมัยแห่งการล่มสลายของอาณาจักรที่รุ่งเรือง หญิงสาวผู้มาจากอนาคตและเจ้าชายหนุ่มจะร่วมกันแก้ไขหน้าประวัติศาสตร์ได้หรือไม่ แล้วเธอจะหาทางกลับมายังปัจจุบันได้อย่างไร เมื่อยังมีสายสัมพันธ์รักอันยิ่งใหญ่กับชายสูงศักดิ์เกี่ยวกระหวัดให้หัวใจมิอาจลืมเลือน ***ปาฏิหาริย์ที่เกิดขึ้นจากหัวใจรัก นำพาให้คนทั้งสองได้พบเพื่อจาก และพรากเพื่อเจอ ตราบใดที่หัวใจทั้งสองดวงยังคงร้อยรัดด้วยสายใยแห่งรักและผูกพัน ปาฏิหาริย์จะชักพาหัวใจทั้งสองดวงให้กลับมาเคียงคู่กันในสักวัน

ซากุระผลิที่กลางใจ
เพียงฤทัย
www.mebmarket.com
หลิวหลุดเข้าไปใน 'ยุคสมัยเฮอัน' ซึ่งย้อนอดีตไปถึงพันปีเหตุการณ์กลับตาลปัตรเมื่อเธอกลายเป็นคุณหนูของคฤหาสน์อาจิไซ บุตรีขององคมนตรีชั้นเอกผู้เป็นข้ารองบาทขององจักรพรรดิในขณะเรื่องราวผิดฝาผิดตัวสร้างความโกลาหลวุ่นวายหัวใจของหญิงสาวก็เบ่งบานไม่ต่างจากดอกซากุระ

ดวงใจปฏิพัทธ์
สะมะเรีย
www.mebmarket.com
เลือดต้องล้างด้วยเลือด จักต้องแผดเผาศัตรูให้พินาศย่อยยับแต่เหตุใดเล่า... เมื่อเห็นนางเจ็บ เขากลับเจ็บยิ่งกว่า! องครักษ์หนุ่มนัยน์ตาสีน้ำเงิน ผู้ที่เข้ามาทำให้โลกของเจ้าหญิงครีษมาสดใส นางหลงรักเขาอย่างหมดหัวใจ ทว่าการที่องครักษ์หนุ่มเข้ามาใกล้ชิดนางนั้นกลับเต็มไปด้วยเงื่อนงำ... เมื่อองครักษ์หนุ่มคืนสู่ศักดิ์อันแท้จริง เขาคือเจ้าชายภานรินทร์ที่หายสาบสูญ เขากลับมาอีกครั้งเพื่อขจัดความอยุติธรรม พร่าเกียรติและศักดิ์ศรีเจ้าหญิงผู้สง่างามให้พลิกผันเป็นเพียงนางบำเรอชั้นต่ำ!นาง...เจ็บเจียนตายแต่หัวใจกลับรักเขาเขา…แค้นฝังใจแต่มิอาจปล่อยมือจากนางบทสรุปความรักจะเป็นเช่นไร...รักฤาชัง

มายามรณะ
รางนาก
www.mebmarket.com
ภาพหลอน! ความกลัว! ความตาย! และความสิ้นหวัง! ประดังเข้าสาดซัดนางเอกสาวดาวรุ่งราวกับห่าฝนในคืนเดือนมืด เมื่อมือที่มองไม่เห็นยื่นมากระชากชีวิตของหญิงสาวให้เปลี่ยนไปตลอดกาล...

มะนาวซ่อนหวาน
สะมะเรีย
www.mebmarket.com
ใครๆ ต่างพากันตั้งฉายาให้ มะนาว ว่า...ไฮโซขาวีน และ ไฮโซมือตบแต่...อย่าได้แคร์สื่อ เธอยังคงสวย เริด เชิด หยิ่งจนกระทั่งผู้เป็นบิดาต้องงัดไม้เด็ดมาปราบลูกสาวหัวดื้อทางด้าน เตชธรรม ถึงกับกุมขมับเมื่อได้รับมอบหมายให้ดัดนิสัยยายตัวร้ายที่เขาให้คำจัดความว่าตั้งแต่แรกเห็นว่า‘ชอบเที่ยวกลางคืน ยั่วยวนผู้ชาย ไม่รู้จักรักนวลสงวนตัว’ชายหนุ่มจึงงัดสารพัดวิธีที่มั่นใจว่าได้ผลร้อยเปอร์เซ็นต์ออกมาจัดการทว่า...ผิดคาด เมื่อมะนาวลูกนี้ไม่ได้มีดีแค่ความเปรี้ยวซ่าอย่างที่คิดและกว่าจะรู้ตัวว่า...ผิดแผน หัวใจก็ลิ้มรสหวานจนถอนตัวถอนใจไม่ขึ้นเสียแล้ว

มนตราสีกุหลาบ
สะมะเรีย
www.mebmarket.com
มนตราแห่งเพตรา ดลบันดาลให้หัวใจสองดวงผูกพัน ก่อเกิดเป็นความรักร้อนแรงจนแม้แต่แสงจากดวงอาทิตย์ก็มิอาจเทียบ หลังจากผิดหวังในความรัก ยี่สุ่น...หญิงสาววัยเบญจเพสจึงตัดสินใจเดินทางมายังจอร์แดนตามคำชักชวนของมารดา พร้อมความเชื่อมั่นว่าสักวันหนึ่งเธอจะได้พบรักแท้ และเมื่อเธอมาถึงนครเพตรา?นครศิลาสีชมพู เธอก็ได้พบรัฟฟาน หนุ่มจอร์แดนมาดเข้ม เธอหลงคิดว่าเขาเป็นไกด์พื้นเมืองจึงใช้งานเขาสารพัด รัฟฟาน... ตำรวจสากลผู้ได้รับมอบหมายให้มาสืบหาแหล่งผลิตยาเสพติดที่นครเพตรา ยินยอมเป็นไกด์ให้ยี่สุ่นเพราะต้องการปลอมตัวให้แนบเนียน ไม่เป็นที่สงสัยของคนร้าย แต่นักท่องเที่ยวสาวกลับทำให้เขาต้องคิดทบทวนว่าเขาคิดผิดหรือไม่ที่ยอมเป็นไกด์ให้เธอ เพราะเธอเปิ่นและบ้าดีเดือดชนิดไม่มีใครเหมือน ซ้ำยังทำให้หัวใจเขาหวั่นไหว ท่ามกลางทะเลทรายอันร้อนระอุ ความรักได้ก่อเกิดขึ้นจากความใกล้ชิด พร้อมกับอันตรายที่คืบคลานเข้ามาให้เขากับเธอร่วมกันฟันฝ่า เพื่อพิสูจน์ว่ารักแท้มีอยู่จริง +++++++++++++“ผมต้องทำยังไงคุณถึงจะเชื่อว่าผมไม่ได้ตั้งใจลวนลามคุณ ผมแค่เข้ามาปลุกคุณไปกินอาหารเย็น” รัฟฟานหัวเสียไม่น้อย นี่ล่ะเขาถึงไม่อยากมีแฟนเพราะรำคาญผู้หญิงที่ชอบพูดไม่รู้เรื่อง เอะอะก็โวยวายเอาไว้ก่อนไม่เคยฟังเหตุผลอะไรเลยสักอย่างเดียว“ฉันไม่เชื่อ”“ถ้าอย่างนั้นผมจะทำให้ดู”“คุณ...”รัฟฟานไม่เปิดโอกาสให้หญิงสาวโวยวายไปมากกว่านี้ เขาปิดปากอิ่มได้รูปด้วยริมฝีปากเรียวอย่างรวดเร็ว ยี่สุ่นพยายามโวยวายแต่กลับเป็นการเปิดเรียวปากให้ชายหนุ่มแทรกลิ้นร้อนเข้าไปตวัดเร้าควานหาความหอมหวานจากปากนุ่มสีกุหลาบ ยี่สุ่นสั่นไปหมดทั้งตัว หัวสมองหนักอึ้ง รู้สึกเหมือนกำลังจะขาดอากาศหายใจ แต่แล้วเขาก็เติมเต็มลมหายใจให้เธอพร้อมๆ กับฉกฉวยมันไป สลับไปมาจนเธอชาวาบจนถึงปลายเท้า แข้งขาอ่อนแรงจนแทบยืนไม่ติดพื้น เมื่อเขาบดจูบเร่าร้อนยาวนานจนเธอเผลอกอดตอบเขาและเผลอ...จูบตอบเขาอย่างไร้เดียงสารัฟฟานผละออกจากริมฝีปากอิ่มอย่างเสียดาย ยี่สุ่นทรุดฮวบลงไปกองที่พื้นอย่างไร้เรี่ยวแรง คิดหาคำพูดหรือคำด่าทอไกด์หนุ่มไม่ถูก นั่งบื้อใบ้หัวสมองมึนงงด้วยความสับสน“คราวนี้เชื่อหรือยังว่าผมมาปลุกคุณให้ตื่นไปรับประทานอาหารเย็น ไม่ได้ตั้งใจเข้ามาลวนลาม เพราะถ้าผมตั้งใจจะทำ...ผมจะทำแบบเมื่อครู่นี้ เอาละ...อีกสิบห้านาทีผมจะกลับเข้ามารับ อย่าช้าล่ะเพราะที่นี่จัดอาหารเย็นแบบบุฟเฟต์หากเกินเวลาไปมากกว่านี้อาจไม่เหลืออะไรให้คุณกิน” พูดจบเขาก็เดินออกไปทิ้งให้หญิงสาวนั่งหน้าแดงก่ำจูบแรกของฉัน...

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

42 ความคิดเห็น