♥후배 24 Hours. งงยังไงให้ได้แฟน

ตอนที่ 11 : ♥후배 24 Hours ll EP09 ll เรื่องวุ่นๆ ของเราสามคน 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,279
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 33 ครั้ง
    16 มี.ค. 61




ll EP09 ll
-เรื่องวุ่นๆ ของเราสามคน-

      

                     

                           ไม่มีทางได้ฟรี - Klear





 

 

          Art says…

 

 

          อะไรเอ่ยเหนื่อยที่สุด?

 

 

          เฉลย การอยู่กับอีมิ้งจ้า

 

 

          ฉันถอนหายใจจนคอลลาเจนบนใบหน้าแทบเสื่อมเพราะการที่ทะเลาะและวอแวกับอาการบ้าผู้ชายของมันทั้งคืน นอกจากมันจะหน้าด้านมานอนห้องชาวบ้านเขาโดยไม่ถามความสมัครใจแล้ว มันยังถือวิสาสะเอาเสื้อบอลทีมโปรดของฉันไปใส่โดยการบอกว่าเพื่อนกัน ใส่ของกันได้

 

 

          เออ ใช่ มันอ่ะมองว่าใส่เสื้อเพื่อน แต่คนอื่นจะมองว่ามันใส่เสื้อผัวน่ะสิ!

 

 

        ที่สำคัญอีคนที่เค้ามองว่าเป็นผัวมันคนนั้นคือกูไง

 

 

          ย้ำนะคะ กู กู และกูๆๆๆๆ

 

 

โอ๊ย เอาเถอะ กะเทยสุดทน ผู้คนยัดเยียดให้ตุ๊ดมีเมีย ก็เข้าใจหรอกนะว่าแอ๊บเนียนไปหน่อย แต่ก็ช่วยให้เกียรติความเป็นตุ๊ดกันบ้าง นี่มันละเมิดสิทธิส่วนบุคคลฉันเกินไปนะ

 

 

 ฉันทำหน้าเนือยแล้วมองสภาพเพื่อนชะนีที่นอนกลิ้งไปมากดมือถืออยู่ข้างๆ อย่างสะดีดสะดิ้ง ฉันลุกขึ้นมาอาบน้ำแต่งตัวพร้อมมัดจุกนั่งทาครีมบำรุงล้านแปดบริเวณหน้ากระจกไม้ ในขณะที่อีตัวมหาภัยนั่นค่อยๆ เหลือบสายตาโฟกัสมาที่ฉัน ลางสังหรณ์ร้ายๆ ก็โถมเข้ามาในทันที

 

 

อะไร...

 

 

อะไรของมึงอีกกกกก!

 

 

รังสีขอความช่วยเหลือทางนัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนนั่นสบมาที่ฉันผ่านกระจกปิ๊งๆ กับอาการเบะปากเป็นรูปตัวยูกลับหัวน้อยๆ ของมันก็ทำให้ฉันกุมขมับ ฉันว่าอีมิ้งมันต้องเป็นเจ้ากรรมนายเวรที่แฝงมาในรูปแบบเพื่อนแน่ๆ ถึงได้ทำให้ฉันปวดประสาทอยู่ได้ตลอด

 

 

“อยากได้อะไรคะ พูด!” ฉันเอ่ยอย่างรู้ทันก่อนจะหยิบครีมบำรุงหน้ามาทาเคลือบชั้นที่ล้าน ก่อนที่อีมิ้งมันจะยกยิ้มกระดี๊กระด๊าในอาการแล้วพุ่งเข้ามาหาทำหน้าตาอ้อนวอนสไตล์มัน

 

 

“วันนี้น้องตี๋จะให้ช่วยติวอาญาว่ะ”

 

 

“ก็ไปสิ” ฉันตอบด้วยใบหน้าเรียบก่อนจะใช้นิ้วนางป้ายเนื้อครีมละเลงไปทั่วหน้า

 

 

“...”

 

 

“...”

 

 

มันเงียบ ฉันก็เงียบ พวกเราสบตากัน ทันใดนั้นมันก็เบะปากเป็นรูปตัวยูกลับหัวเหมือนเด็กเอาแต่ใจ แม้ไม่ใช่คุณเจนญาณติ๊บก็สัมผัสได้ทันทีว่าอีนี่ต้องการอะไร

 

 

ตลอด... ลำบากกูตลอด เพื่อนหรือลูกวะเนี่ย!

 

 

“มึงอยากให้กูไปเป็นเพื่อน ถูกมะ?” ฉันว่าแล้วเหล่สายตาไปทางอีมิ้งด้วยความเซ็งเต็มสตรีม แทนที่ฉันจะได้ใช้เวลาอันมีค่าไปดูซีรีส์ อ่านหนังสือ ส่องผู้ชาย ดันต้องไปนั่งง่อยฟังมันติวอาญาให้น้อง แถมยังไปในฐานะกอขอคออีกต่างหาก

 

 

“นะๆๆๆ ฉันไปคนเดียวทำตัวไม่ถูกอ่ะแก ไปเป็นเพื่อนหน่อยน้า”

 

 

“นี่กูต้องสละเวลาอันมีค่าของกูไปนั่งดูมึงสวีทกับผู้ชาย?

 

 

“เพื่อนจ๋า” มันกะพริบตาสามทีพลางใช้แขนแสนซุกซนนั่นมาไต่แตะตัวฉันอย่างไม่ได้รับอนุญาต ไม่พอมันยังงอแงด้วยการกระตุกเสื้อฉันทีสองที ละฉันรู้ดีว่าอีมิ้งมันจะไม่หยุดเร้าหรือจนกว่าฉันจะยอมจำนนต่อคำขอร้องของมัน และนั่นแหละ ด้วยความที่ฉันเป็นเพื่อนแสนดีที่สุดในโลกประกอบกับการที่ฉันไม่ไว้ใจอีน้องตี๋สักเท่าไหร่

 

 

“เออๆ ขอแต่งตัวแป๊ป นัดน้องที่ร้านนั่งเล่นหน้ามอนะ มีผู้ชายเยอะ ตุ๊ดจะไปส่อง”

 

 

“โอเค ได้เลย” มันตกปากรับคำอย่างว่าง่ายก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดไวยิ่งกว่าลิงลม

 

 

“ร้านกาแฟนั่งเล่นหน้ามอดีเรนเจอร์นะอีมิ้ง แค่นัดน้องมาให้ถูกร้าน แกทำได้มะ?” ฉันเอ่ยด้วยความเป็นห่วงในความมึนของมัน ด้วยความที่มันเป็นคนชอบคิดเอาเอง แถมยังคิดก็ไม่เหมือนชาวบ้านชาวช่อง นัดหน้ามอ ไปรอหลังมอ นัดห้าง มันไปตลาด นัดเซนทรัล มันไปบิ๊กซี ไม่รู้อีนี่มันจะลูกอีช่างหลงและโคตรงงไปเพื่อใคร

 

 

“แหม ฉันก็ไม่โง่ขนาดนั้นมั้ย?

 

 

โอ้โห มันช่างกล้าถาม ฉันกลอกตามองบนไว้อาลัยให้คำพูดมันสามรอบ อีมิ้งยกยิ้มกว้างจนปากจะฉีกไปถึงหู ในขณะที่ฉันภาวนาเจ้าป่าเจ้าเขาเจ้าที่ขอให้มันไม่มึน ไม่เผลอพูดอะไรประสาทให้คนอื่นเข้าใจผิดอีก

 

 

อันอีมิ้งเป็นสิ่งมีชีวิตเพศสตรีที่ไม่เคยมีแฟนแม้แต่คนเดียวในชีวิตยี่สิบปีของนาง แม้มันจะมีหน้าตาที่น่ารัก ส่วนสูงอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน เรียนก็ไม่เก๊ นิสัยก็ไม่ได้แย่แต่เสียแค่มันงง! อย่าว่าแต่หาผัวเลย เอาให้มันคุยกับคนปกติให้รู้เรื่องยังลำบาก ฉันก็ไม่แปลกใจหรอกที่มันจะไม่มีแฟน และไม่แปลกใจที่มันจะดี๊ด๊าเรื่องน้องตี๋เป็นพิเศษ เพราะอีนี่มันไม่เคยมีคนมาจีบ หรือต่อให้มี... มันก็ไม่รู้หรอก =_=

 

 

“เดี๋ยว อย่าบอกนะว่าจะใส่ชุดบอลไปหาน้อง” ฉันย่นคิ้วก่อนจะตวัดสายตาไปมองสารรูปมันตั้งแต่หัวจรดเท้าทันที คนร่างเล็กอยู่ในชุดบอลสีแดงสด ข้างซ้ายปักรูปช้างติดสัญลักษณ์ว่าไทยแลนด์ มัดผมสูง หน้าไม่มีเครื่องสำอางแม้แต่เศษเสี้ยวรองพื้นหรือบลัชออน ความสตรองของมันยังไม่หยุดแค่เท่านี้เมื่อฉันเห็นอีแตะหนีบที่มันลากมาเมื่อวาน ฉันก็อยากจะเอาหัวโขกโต๊ะให้หายเครียด

 

 

โอ้โห อีนี่ กล้าดียังไงถึงจะไปหาผู้ชายสภาพนี้ มันคิดว่าตัวเองเป็นใหม่ดาวิกาเหรอถึงหน้าสดแล้วจะสวยเนี่ย!

 

 

“ก็ถ้ากลับไปเปลี่ยนชุดที่หอตอนนี้ก็เจอไอ้ต้นอ่ะดิ เดี๋ยวมันถามมากมาย ขี้เกียจตอบ”

 

 

“จะยากอะไร ก็บอกว่ามากับฉันสิ”

 

 

“โกหกมันทีไร ล่มจมทุกที แกก็รู้” อีมิ้งเอ่ยเหตุผล ซึ่งก็ถูกของมัน ถ้าใครสักคนจะโกหกได้ไม่เนียนที่สุดก็อีมิ้งนี่แหละ

 

 

“อ่ะๆ แล้วแต่ละกัน ถ้าน้องเขาเห็นสภาพเมื่อวานแล้วรับแกได้ ก็น่าจะรับแกได้ทุกอย่างแล้วล่ะมิ้ง”

 

 

“ทำไมวะ?” มันย่นคิ้วไม่เข้าใจกับสิ่งที่ฉันสื่อ สายตาสงสัยที่เต็มไปด้วยเครื่องหมายปริศนาทำให้ฉันนึกขำปนเซ็ง

 

 

“เออ ช่างมันเถอะเพื่อน นัดน้องกี่โมงเนี่ย บ่าย?

 

 

“ใช่ๆ นี่เที่ยงละ ไปแต่งตัวดิ อีกสักพักออกไปร้านกาแฟกัน” มันว่าพร้อมทำท่ารีบร้อน ทั้งที่ปกตินางเป็นมนุษย์เลท และถือคติว่ามาช้าดีกว่าไม่มาตลอดสามปีที่เรียนมหาวิทยาลัย แต่ถ้ามันจะช้าขนาดที่อีกห้านาทีเลิกคลาส ฉันว่ามันควรนอนอยู่หอ

 

 

“เออจ้ะ ทีเรื่องผู้ชายล่ะไวนักนะ” ฉันบ่นอิดออดแล้วเดินไปเปิดตู้เสื้อผ้าไม้ที่ทาสีขาวสะอาดเข้ากับเฟอร์นิเจอร์ในห้อง เสื้อผ้าข้างในเรียงตามสีและแยกเสื้อกับกางเกงออกอย่างเป็นระเบียบ ทุกชุดผ่านการรีดและพรมน้ำหอมเบาๆ มาหมด บ่งบอกถึงความมีสะอาดและความมีระเบียบของฉันซึ่งตรงกันข้ามกับอีมิ้งเหมือนหน้ามือเป็นหลังเท้า

 

 

ฉันหยิบกางเกงยีนส์และเสื้อเข้าไปเปลี่ยนในห้องน้ำ เพราะรู้สึกไม่ปลอดภัยกับสายตาอีมิ้งที่จ้องจะแอบเอากำไรเล็กน้อยจากเพื่อนจากฝูง ตุ๊ดมันก็ยังไม่เว้น คิดดู อีนี่มันอำมหิตแค่ไหน!

         

 

ไม่นานฉันก็อยู่ในชุดเสื้อยืดสีดำที่สกรีนคำว่า Law Student @JDR ตัวเล็กๆ อยู่บริเวณกลางเสื้อ มันเป็นเสื้อของคณะที่ฉันซื้อมาตั้งแต่สมัยเรียนปีหนึ่ง และกางเกงยีนส์สีเข้ม ฉันพยายามไม่แต่งเต็มมากเพราะกลัวว่ารังสีหน้าตาดีจะฆ่าอีชะนีที่ยืนข้างๆ ตายเสียก่อน

 

 

 นี่ขนาดฉันใส่ธรรมดา มันยังดรอปไปหลายขุม ถ้าให้เทียบคงเหมือนสก๊อยที่กำลังจะไปจ่ายตลาดแล้วยืมเสื้อผัวมาใส่กับผู้ชายหน้าตาดีระดับที่ชะนีทุกคนต้องยอมสยบเดินด้วยกัน

         

 

“เสร็จละ โทรไปบอกน้องเขาสิ ว่าอีกห้านาทีจะออกจากหอ มารอเลยก็ได้” ฉันเอ่ยบอกมันขณะที่กำลังเปิดประตูห้องน้ำและก้าวขาเดินออกมา มันพยักหน้ารับงึกงักก่อนจะก้มลงกดยิกๆ “แล้วก็พูดดีๆ นะอีนี่ สื่อสารกับชาวบ้านให้มันรู้เรื่องหน่อย”

         

 

“เออ รู้น่า”

 

 

          “รู้ให้จริงเถอะ เห็นมึงพูดทีไร คนอื่นเข้าใจไปอีกเรื่องตลอด เขยิบมาหากูนี่ กูจะฟังด้วย” ฉันทำเสียงดุแล้วกวักมือเรียกตัวปัญหาเข้ามาใกล้ๆ มันเดินมาด้วยใบหน้าบอกบุญไม่รับก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดโทรและแนบหู แน่นอนด้วยส่วนสูงที่ต่างกันทำให้ฉันต้องย่อตัวลงเอาหูแนบด้วย ฉันได้ยินเสียงตู้ดๆ ยาวๆ อยู่แป๊ปเดียวเสียงหล่อๆ จากปลายสายก็ดังขึ้นมา

         

 

[ว่าไงพี่มิ้ง]

 

 

        “ตี๋ อีกห้านาทีพี่จะออกไปรอที่ร้านนั่งเล่นนะ ตี๋ออกมาเลยก็ได้” อีมิ้งพูดเสียงเรียบแต่แอบกำมือสั่นๆ ของมันอีกข้างอย่างตื่นเต้น ฉันสังเกตเห็นได้ชัดเลยว่าหน้ามันกำลังแดงเป็นลูกตำลึฝงและพยายามอดกลั้นความเขินขนาดไหน

         

 

[ได้เลยพี่ แล้วทำไมเปลี่ยนมานั่งร้านนี้แทนอ่ะ ร้านนี้อร่อยเหรอ?] เสียงปลายสายถามอย่างฉงน เพราะตอนแรกอีมิ้งนัดน้องเขาไว้ที่ร้านขนมอีกร้านนึง ฉันไหวไหล่ก่อนจะขยับตัวออกจากอีมิ้งเพราะคิดว่าคงไม่มีอะไรให้น่าห่วงกับคำถามอะไรแบบนี้แล้ว แต่ฉันคงลืมไปว่าอีมิ้งยังคงมิ้งอยู่วันยังค่ำ...

       

 

“อ๋อ เปล่าอ่ะ”

 

 

        “...”

 

 

          “พี่เปลี่ยนเพราะเพื่อนบอกว่า ร้านนี้ผู้ชายเยอะ”

 


 

-50%-



อีมิ้งตอบหน้าตายแถมไม่ได้สนใจเลยว่าคำพูดของมันนั้นจะทำให้ปลายสายคิดไปถึงไหนต่อไหน คนมึนๆ อย่างมันก็อยู่ในทุ่งลาเวนเดอร์อันสดใส ในขณะที่ไอ้คนปกติอย่างฉันได้แต่ยืนกุมขมับถอนหายใจแล้วถอนหายใจอีก

 

 

        โอ๊ย จะเป็นลม ดมยาดมก็ไม่หาย ฉันนึกภาพไม่ออกเลยว่าน้องตี๋ของมันจะกลอกตามองบนกี่ล้านรอบกับสิ่งที่มันตอบ ถ้าเป็นฉันนะ นอกจากจะเลิกจีบอีชะนีนี่แล้วยังจะกรวดน้ำแผ่เมตตาให้มันหายไปจากชีวิตด้วย

         

 

“โอเคๆ เจอกันน้า” มันพูดเสียงอ่อนเสียงหวานแล้วกดวางสายโทรศัพท์พร้อมหันมายิ้มให้ฉันอย่างเป็นมิตร

         

 

“ป้ะ เราไปกันเถอะ” มันว่าก่อนจะหยิบประมวลกฎหมายอาญาของฉันถือไปด้วย ฉันได้แต่คิดวนเวียนอยู่ในหัวว่านี่ฉันคิดถูกจริงๆ รึเปล่าเรื่องที่จะไปเป็นเพื่อนมันเนี่ย มีลางสังหรณ์ว่าจะซวยบรรลัยยังไงก็ไม่ทราบ

 

 

          “แล้วแกบอกตี๋ปะว่าฉันจะไปด้วย”

         

 

“ไม่ได้บอกว่ะ”

 

 

          “อ้าว อีนี่ ทำไมไม่บอกน้องเขาล่ะ มันจะดูฉันเสือกไปมั้ยอ่ะ เขาไม่ได้เชิญแต่บังเอิญอยู่กลางวงสนทนา”

         

 

“คิดมากอีกแล้ว น้องตี๋เขาไม่อะไรหรอกน่า” อีมิ้งว่า แต่ฉันไม่ค่อยอยากจะเชื่อมันเท่าไหร่ แน่สิ ใครจะไม่คิดอะไรเลยเหมือนมันกันล่ะ

 

 

          “เขาอาจจะคิดว่าฉันเป็นแฟนแกไง แกก็รู้อยู่ข้างนอกฉันไม่มานั่งตุ๊ดแตกแบบนี้นะเว้ย” ฉันเอ่ยแล้วตบหน้าอกพร้อมเสียงแมนๆ ด้วยความที่ฉันไม่ค่อยออกอาการตุ้งติ้งสักเท่าไหร่เวลาอยู่กับคนหมู่มาก ทำให้ไม่ค่อยมีใครมองออกนอกจากคนที่มีเรดาห์จับเกย์เลเวลสูง สาเหตุที่ฉันต้องทำตัวแมนๆ และแอบกลอกตาทุกครั้งที่มีชะนีมาขอเบอร์ ส่วนนึงก็เป็นเพราะไม่คิดว่าครอบครัวของตัวเองจะรับได้ถ้าลูกชายคนเดียวของพวกเขาเป็นเกย์ ความหัวโบราณของที่บ้านฉันมันไม่ใช่เรื่องตลก นี่ขนาดฉันยังเรียนไม่จบ อาป๊า อาม๊า ยังพยายามทาบทามลูกสาวตระกูลนั้น ตระกูลนี้มาให้

         

 

นี่ก็ยังคิดไม่ออกว่าจะหาข้ออ้างครองตัวโสดต่อไปเรื่อยๆ ยังไง ไม่รู้เลยว่าควรพูดแบบไหนให้พวกเค้ารับได้ มันโคตรจะเป็นปัญหาหนักอกหนักใจฉันมากจนฉันเลิกที่จะคิดถึงมัน

 

 

          “ไม่หรอกน่า ฉันก็บอกแล้วว่าแกเป็นเพื่อน” อีมิ้งตอบก่อนจะเอื้อมมือไปหมุนลูกบิดประตู ฉันได้แต่มองตามแผ่นหลังและหวังว่าน้องตี๋จะคิดอย่างที่มันบอก

 

 

 

          Tee says…

 

 

          ผมยืมเสื้อพละสีขาวคอปกของไอ้พีทมาใส่กับกางเกงขาสั้นดูเรียบๆ และตามด้วยการเซตผมนิดหน่อย เตรียมประมวลกฎหมายอาญา ชีท และสมุดครบครันเหมือนผมตั้งใจจะไปเรียนมากๆ ทั้งที่ความจริงผมอ่านอีเล่มนี้มาไม่ต่ำกว่าสามรอบ และด้วยความที่ประมวลกฎหมายของผมมันเยินมากเกินไป ผมเลยไปยืมของไอ้พีทมาใช้

 

 

          ไม่นาน ผมก็มุ่งหน้าไปยังร้านนั่งเล่นที่พี่มิ้งบอก ร้านนั่งเล่นเป็นร้านกาแฟหน้ามหาวิทยาลัยที่นอกจากจะมีเบเกอรี่ เค้ก หรือขนมหวานขาย ก็มีข้อดีตรงที่ร้านเปิด 24 ชั่วโมง ทำให้ร้านนี้มักคึกคักมากเวลาสอบ เฟอร์นิเจอร์ทั้งหมดเป็นไม้ ตกแต่งสไตล์วินเทจ คนในร้านมีไม่มากนัก

 

 

ผมบิดแฮนด์มอเตอร์ไซค์ไปมโนไปว่าวันนี้ผมจะทำอะไรบ้าง แอบเนียนจับมือถือแขนเธอยังไง ผมจะแกล้งเป็นง่อยให้พี่มิ้งป้อนขนม แกล้งโง่ แกล้งงงกับหนังสือให้เธออธิบายสักสามรอบ แต่ความฝันของผมทั้งหมดพังทลายลงตั้งแต่หน้าประตูร้านเมื่อผมจอดมอเตอร์ไซค์ ไม่ทันได้ก้าวขาลงจากรถ สายตาของผมก็สบกับคนร่างสูงราวร้อยแปดสิบกว่าๆ ที่นั่งอยู่กับพี่มิ้งกุ๊งกิ๊งกันสองคนอยู่บริเวณมุมหนึ่ง ผมรู้สึกเหมือนถูกกระแสไฟฟ้าช็อตดังแปล๊บ อยากจะหมุนเท้ากลับบ้านทันที

 

 

เวรเอ๊ย แค่นี้ถึงกับต้องมาคุมถึงที่เลยเหรอ จะเปิดโอกาสให้ผมจีบบ้างไม่ได้รึไง เซ็งว่ะ!

 

 

ผมจิ๊ปากเซ็งก่อนจะปรับสีหน้าและเดินเข้าไปหาพวกเขาทั้งคู่ พร้อมยกมือไหว้อย่างมีมารยาท

 

 

“สวัสดีครับพี่มิ้ง แล้วก็พี่...” ผมย่นคิ้วเพราะจำชื่อไม่ได้พลางแจกรอยยิ้มหวาน เมื่อเขาเงียบแล้วปรายสายตามามองที่ผมด้วยใบหน้านิ่งๆ ที่แฝงไปด้วยความรู้สึกบางอย่างที่อาจเรียกว่าความหึงหวงก็เป็นได้

 

 

“โหย พึ่งเจอกัน ดันลืมซะละ” เขาหัวเราะกลบเกลื่อนความอาฆาตที่แฝงอยู่ในรอยยิ้มเป็นมิตรนั้นก่อนจะชี้นิ้วบอกให้ผมนั่งลงฝั่งตรงข้ามของพวกเขา ผมยิ้มรับแล้วเลื่อนเก้าอี้ไม้นั่งพลางวางหนังสือไว้บนโต๊ะ “พี่อาร์ตครับ น้องตี๋”

 

 

“อ๋อ พี่อาร์ต เพื่อนพี่มิ้งอ่ะเหรอครับ” ผมถามย้ำอย่างจงใจเน้นคำว่าเพื่อนให้ชัดเจน

 

 

“เออใช่ครับน้อง พี่เป็น เพื่อน มิ้ง ยังไงวันนี้พี่มานั่งด้วยไม่เกร็งเนอะ” ไอ้พี่อาร์ตพูดเสียงเรียบแต่แอบเน้นคำว่าเพื่อนเหมือนประชดใส่

 

 

“ตี๋กินไรมั้ย สั่งได้นะ” พี่มิ้งว่าแล้วเลื่อนเมนูมาให้ผมด้วยใบหน้ามึนๆ เธอคงทำอะไรไม่ถูกที่ผมกับแฟนหรือว่าที่แฟนของเธอมาเจอกันในสถานการณ์มาคุ บางทีพี่อาร์ตอาจจะตะขิดตะขวงใจเรื่องผม และการที่เธอวิ่งหนีไปวันนั้นก็เพราะเธอคิดอะไรไม่ออก และพี่อาร์ตจับได้ไล่ทันเลยพูดจาประชดใส่เธอ

 

 

เฮอะ เสต็ปผู้หญิงร้ายๆ อ่ะ ผมเจอมาเยอะ ผมรู้ทันหมดนั่นแหละ วันนี้เธอก็คงโดนจับได้อีกเลยจำใจให้พี่อาร์ตติดสอยห้อยตามมาคุมด้วยสินะ ไม่รู้ซะแล้วว่าผมเป็นใคร เรื่องยุแยงตะแคงรั่วทำให้คนอื่นแตกกัน นี่ของถนัดไอ้ตี๋เลย

 

 

“กินอะไรก็ได้ครับพี่มิ้ง ผมเลี้ยงง่ายนะ สนเปล่า?” ผมพูดติดตลกก่อนจะรู้สึกชนะเมื่อไอ้พี่อาร์ตไม่พูดอะไรแถมยังแกล้งหัวเราะเบาๆ ให้กับมุขของผม

 

 

หึ ในใจคงร้อนรนยิ่งกว่าโดนไฟเผาก็พูดมา ผู้ชายด้วยกันอ่ะ ผมดูออก ผมผ่านโลกมาเยอะ

 

 

“แหม มิ้ง เอาน้องไปเลี้ยงสิ น้องเขาเสนอขนาดนี้ อย่าได้พลาดเชียว” ไอ้พี่อาร์ตเสริมทัพแล้วมองหน้าผมพร้อมรอยยิ้มที่แฝงไปด้วยความอำมหิต รังสีประหลาดที่แผ่ออกจากตัวเขาพร้อมจะพุ่งเข้ามาฆ่าฟันผมได้ทุกเมื่อที่ผมเผลอ

 

 

ผมรู้หรอกว่าเขากำลังเล่นสงครามประสาทกับพี่มิ้งอยู่ ผมไม่ได้โง่ แต่ผมจะแกล้งโง่เชื่อพี่เขาไปละกัน

 

 

“จะบ้าเหรอ!” พี่มิ้งปฏิเสธด้วยใบหน้าแดงระเรื่อที่น่าจะเป็นอาการโกรธเพราะถูกประชดด้วยเรื่องที่เธอไม่อยากจะทะเลาะด้วย ผมแอบลอบยิ้มอยู่ในใจว่าพวกเขาแตกกันในเร็ววันนี้แน่

 

 

“โอ๊ย จะกินอะไรก็สั่งเลย ไม่คุยด้วยละ อีนี่นิ” พี่มิ้งบ่นกะปอดกะแล้วตบแขนไอ้พี่อาร์ตเบาๆ พลางหลบสายตาผม เธอคงไม่รู้จะพูดอะไรเพราะโดนผมรู้ทันขนาดนี้แล้ว

 

 

“พี่มิ้งกับพี่อาร์ตนี่เหมือนแฟนกันเลยเนอะ” ผมราดน้ำมันใส่กองไฟด้วยนัยน์ตาพริบพราวจ้องไปที่พี่มิ้งอย่างต้องการคำตอบ และประสงค์ร้ายให้พวกเขาย้ำคำว่าเพื่อนบ่อยๆ พี่มิ้งกะพริบตาปริบๆ ขณะที่พี่อาร์ตชะงักไป

 

 

“พวกพี่ไม่ได้เป็นแฟนกันแน่เหรอ?” ผมถามทีเล่นทีจริง

 

 

“โอ๊ย ไม่ได้เป็นหรอก อย่างอีมิ้งอ่ะเหรอ ให้ฟรียังต้องคิดเลยเนี่ย” พี่อาร์ตย้ำหนักแน่นแต่สายตากลับล่อกแล่กเหมือนคนโกหก เขาคงปากไม่ตรงกับใจ อยู่ในสถานะที่มากกว่าเพื่อนแต่ไม่ใช่แฟน และไม่ยอมรับกันและกันมากกว่า หรือไม่งั้นแย่สุดก็อาจจะคู่นอน...

 

 

ร้ายจริงนะพี่มิ้ง เห็นหน้าซื่อๆ คิดจะมาหลอกไอ้ตี๋น่ะ มันไม่ง่ายหรอกนะ!

 

 

“อีอาร์ต!” พี่มิ้งเบ้ปากโกรธๆ แล้วดันหัวคนร่างสูงที่นั่งข้างๆ พลางหยอกล้อกันไปมา ขณะที่ผมหัวเราะผสมโรงไปด้วย่อนจะช้อนนัยน์ตาหวานๆ และจงใจจ้องหน้าพี่มิ้งนิ่งๆ อยู่นานจนกระทั่งเธอรู้ตัวและมองกลับมาเหมือนจะถามว่าผมมีอะไร

 

 

“โห ไม่เหมือนน้องเลยนะพี่อาร์ต” ผมพูดไป หัวเราะไป มองหน้าพี่มิ้งไป เธอย่นคิ้วสูงก่อนจะชะงักเมื่อผมเอ่ยประโยคต่อมา

 

 

“...”

 

 

“ถ้าพี่มิ้งให้น้องฟรีนี่... น้องไม่คิดนะ”


-100%- 

 




ย๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
อีมิ้งก็ไม่คิดอะไรเลย อีตี๋ก็คิดเยอะไปนะคะ
คู่นี้เคยมีสมดุลกันบ้างมั้ย 555555555555555555+
แล้วประโยคสุดท้ายคืออะไร อีตี๋ อีแรด
กรี๊ดด เกลียดมัน 5555555555555555+
ไปเป็นตัวประกอบซะ ฉันจะสถาปนาอีอาร์ตเป็นพระเอกแทนแก
ฉันคือคู่ชิปเปอร์อาร์ตมิ้งนะยะ
บ๊ายยยยยย
5555555555555555555555555+


รักกัน โหวตสักนิด



 
ติดแฮชแท็กกันสักหน่อยย
#น้องตี๋กับพี่มิ้ง


 





อย่าลืมส่งต่อให้เพื่อนมาเม้าส์มอยกันนะจ๊ะ 555555555555555+
นิยายอ่านคนเดียวก้สนุก 
แต่อ่านแล้วไปเม้าส์กับเพื่อน สนุกมากนะพูดเลย
อ้ะ โปรโมทไม่เนียนเหรอ 
งั้นพูดตรงๆ ก็ได้ ฝากแชร์ให้เพื่อนทีนะที่รัก
 ร๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกก
555555555555555555555555555+

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 33 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

9,345 ความคิดเห็น

  1. #9319 iamrainyseason (@iamrainyseason) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 3 เมษายน 2560 / 22:42
    ความมโนของน้องตี๋นี่จะถึงสุริยะจักรวาลละค่ะ555
    #9,319
    0
  2. วันที่ 26 พฤศจิกายน 2559 / 12:46
    โคตรขี้มโนอะ
    #9,250
    0
  3. #9183 vipygfam (@vipygfam) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2559 / 22:36
    ยังคงขำตี๋
    #9,183
    0
  4. #8608 Bwitchayaz.♥ (@witchbenz) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2559 / 20:35
    ตี๋นี่มโนไปไกลมาก555555
    #8,608
    0
  5. #8415 talook_tuktik (@pprims2) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2559 / 21:55
    หน้าที่มโนน่าจะเป็นมิ้งนะลูก แต่ลืมไปนางมิ้งไม่คิดอะไร ;_;
    #8,415
    0
  6. #8163 bbeminebeyours (@bbeminebeyours) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2559 / 23:09
    ขอยกถ้วยมโนดีเด่นให้ตี๋เลยค่ะ..
    #8,163
    0
  7. #8049 OHRB♡ (@supho2508) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2559 / 11:52
    ตี๋มโนไปไกลมากลูกกก55555
    #ต่องับ
    #8,049
    0
  8. #7775 nongningnong (@nongningnong) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 25 กันยายน 2559 / 14:30
    มโนกว่านางเอกก็อิตี๋นี่แหละ5555555
    #7,775
    0
  9. #7722 bamsn1412 (@bamsn1412) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 22 กันยายน 2559 / 21:17
    ตี๋คือบับ.....
    #7,722
    0
  10. #7530 elliennn (@010600) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 16 กันยายน 2559 / 14:57
    ความมโนของตี๋นั้น...
    #7,530
    0
  11. #7497 fandefsoul (@pppcheeze) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 14 กันยายน 2559 / 08:38
    ตี๋มีความมโนสูงและความอ่อยแรงงงโอ้ยยยรถอ้อยคว่ำ!!!!!!!
    #7,497
    0
  12. #7474 YulSica (@0mygirl0) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 13 กันยายน 2559 / 11:56
    ความทมโนของอีตี๊สูงมาก
    #7,474
    0
  13. #7393 Papaprincess (@Papaprincess) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 8 กันยายน 2559 / 19:44
    โอ้ยยยยยยแรดดดด
    #7,393
    0
  14. #7296 HANAHm (@GDxNhz) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2559 / 17:17
    สรุปแล้วบ้าพอกันค่ะ สงสารก็แต่อิอาร์ท
    #7,296
    1
  15. #7072 cherryme (@cherryme) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2559 / 18:33
    ขำจนทนไม่ไหว อิตี๋ 555555555555
    ผู้คนเยอะชิบหายวายวอดดด 555
    อยากได้สถานการณ์จาก ไม่งั้นได้เป็นเมียกูแน่ กรี๊ดดดดดดดดดดด
    สงเสริมให้ชะนีได้กับตุ๊ดค้าาาา 555555555
    #7,072
    0
  16. #7031 Jinjin-Jun (@hoejin96) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2559 / 23:04
    ตี๋แกคิดเองเออเองไปไกลมากอ่ะ 555555โอ๊ยขำ
    #7,031
    0
  17. #6571 ' THE HANGOVER ? (@tomsonbee) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2559 / 18:25
    อะไรรรรรรร อีน้องตี๋ มีความหมายเเอบเเฝง เกลียด 55555555 มีความเเรดสุดอ่อยสุดอะไรสุด เพลียใจเเทนอีอาร์ตจริงๆ อ่ะเเกร
    #6,571
    0
  18. #6475 ปลานึ่งตากแห้ง (@soonmee) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2559 / 18:50
    อีตี๋เช็คสมองนะลูก แหม่ มีการมโนรุนแรงมากขาาาาาาาาาา
    #6,475
    0
  19. #6277 Ar Ju (@cherilnaey) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2559 / 21:50
    ฉันปวดตับ555555555
    #6,277
    0
  20. #6250 SuSuaWatas (@ranusomsuk) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2559 / 00:13
    มันสมกันเเล้วเเหละ อีกคนก้คิดตื้นอีกคนก้คิดลึก 555
    #6,250
    0
  21. #6249 rainbonpink (@rainbonpink) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2559 / 22:28
    ตี๋ขี้มโนมากอ่ะ 555
    #6,249
    0
  22. #6245 Barrybay (@0875728332) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2559 / 19:09
    ตี๋จิตสัมผัส หยั่งรู้ทุกอย่าง
    #6,245
    0
  23. #6243 lai_lailai (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2559 / 14:59
    น้องตี๋ขี้มโน...ฉายาใหม่......55555
    #6,243
    0
  24. #6237 93426 (@93426) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2559 / 06:34
    อิตี๋ขี้มโน 555
    #6,237
    0
  25. #6235 เตยยยยยย (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2559 / 01:39
    น้องตี๋ค่ะ ความคิดล่ำมากค่ะ ล่ำไปไกลหลายโคล เฮลโหลเปลี่ยนพระเอกทันมั้ยย

    เคมี อาตมิ้งแรงมากกกก

    ส่วนตี่ต้องมาปรับความคิดใหม่กับเรานะฮ้าาาา
    #6,235
    0