PAY IT BACK ปฏิบัติการทวงคืนรัก

ตอนที่ 9 : Eps09 -These times are hard But they will

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2246
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 23 ครั้ง
    15 ก.พ. 57



PAY IT BACK

Eps09

these times are hard But they will

 

                    ฉันเดินขึ้นรถแท็กซี่หลังจากที่โทรเรียกไปเมื่อไม่กี่นาทีที่แล้ว ฉันบอกชื่อคอนโดฯ ฉันก่อนที่คนขับจะขับรถออกไป ฉันทิ้งตัวพิงเบาะรถแล้วก็เบนสายตากลับไปมองข้างหลัง คำพูดต่างๆ ทะลักเข้ามาในหัว และคำถามคือพวกเขาเห็นฉันเป็นอะไร

                    ฉันลากสายตากลับมาที่เดิมเมื่อความรู้สึกหนึบๆ แผ่ไปทั่วร่างกายจนแทบจะขยับตัวลำบาก คำพูดของซอลยังวนเวียนอยู่ในหัว และฉันก็หาทางสลัดความรู้สึกพวกนี้ออกไปไม่ได้เลย

 

                    รอยยิ้มในแบบที่ฉันอธิบายไม่ถูกปรากฏขึ้นที่ริมฝีปากเธอ มันราวกับว่าเรื่องที่เธอกำลังจะเล่า เป็นเรื่องที่ฉันจะต้องยิ้มไม่ออก...

                    ฉันมองสบเข้าไปในนัยน์ดวงตาของเธอ ความเงียบดำเนินไปหลายนาทีกว่าที่ฉันจะขยับปากพูดออกไปได้ เพราะถึงฉันจะอยากรู้ แต่อีกส่วนนึงก็บอกว่าอย่าเลย

                     เล่าสิ...

                    ฉันตัดสินใจพูดออกไป และแววตาประหลาดก็ฉายขึ้นมาให้ฉันได้เห็นในดวงตาของเธอ

                     พวกเขาตกลงกันไว้

                    ฉันเงียบและรอฟังสิ่งที่เธอจะพูด

                     เรื่องอะไรสักอย่างที่ฉันไม่แน่ใจ แต่...

                     ‘…’

                     เท่าที่ฉันรู้คือ พวกเขาไม่จริงใจกับเธอนักหรอก

                     ‘…เธอรู้ได้ยังไง

                    ฉันถามออกไปและเธอก็แค่นหัวเราะออกมา

                     เธอไม่เชื่อฉันเหรอ

                     เปล่า

                    ฉันตอบออกไปอย่างที่ฉันคิดจริงๆ ถึง... จะเคลือบแคลงอยู่หน่อยๆ ก็เถอะ แต่เธอเป็นคนที่ปล่อยคลิปฉันเชียวนะ

                     ฉันได้ยินพวกเขาคุยกัน ถึงจะจับใจความไม่ค่อยได้ แต่ก็เข้าใจได้ว่าพวกเขาตกลงอะไรกันไว้สักอย่าง

                     ‘…’

                     เกี่ยวกับเธอ

                     ‘…’

                     ประมาณว่า... ใครทำให้เธอรักได้ล่ะมั้ง

                    นัยน์ตาคู่นั้นจ้องมาที่ฉัน และจ้องลึกลงไปข้างใน ฉันสบตาเธอและพยายามจะหาวี่แววการโกหกจากในนั้น แต่มันก็ไม่มี ฉันถอนหายใจเบาๆ พร้อมกับหลับตาลงก่อนจะลืมตาขึ้นอีกครั้งในไม่ถึงวินาที พยายามกดความรู้สึกหนึบๆ ที่เต้นอยู่บนอกข้างซ้ายให้ออกไปเมื่อใจเชื่อไปมากกว่าครึ่งแล้วว่าเธอพูดจริง

                     ฉันเคยได้ยินพวกเขาพูดกัน

                    ฉันเอ่ยนำออกมา และท่าทางของเธอก็มีท่าทีสนใจ

                     พวกเขาถามกัน ว่าจะเลิกกับพวกเราเมื่อไร

                    สิ้นประโยคฉันเธอก็หัวเราะในลำคอออกมา

                     ซึ่งฉันก็ไม่ได้เข้าใจเรื่องที่พวกเขาพูดกันเลยสักนิด

                    ดวงตาของคนตรงข้ามฉันบ่งบอกว่าเธอก็รู้สึกแบบเดียวกัน เธอยกมือขึ้นเกี่ยวปอยผมที่ปลิวมาทัดหูเมื่อลมพัดผ่าน

                     รวมถึงยิ่งได้มาฟังเธอ ก็ยิ่งไม่เข้าใจเข้าไปใหญ่

                    เพราะสิ่งที่ฉันได้ยินวันนั้นกับที่ฉันได้ยินจากซอลมันไม่ค่อยเข้ากันสักเท่าไร ถ้าสมมติมันจริงอย่างที่ซอลว่า... ฉานจะบอกเลิกกับฉันทำไม แต่ก็นั่นแหละ...

                     แต่ก็คงจริงอย่างที่เธอว่า

                     ‘…’

                     ยังไงซะ... พวกเขาก็ไม่ได้จริงใจกับฉันนักหรอก

                    ฉันฉีกยิ้มหน่อยๆ อย่างไม่เต็มที่นัก แต่ก็ไม่ถึงกับฝืนซะทีเดียว ฉันเสยผมที่โดนลมพัดจนยุ่งไปข้างหลังเมื่อผมมันปรกลงมาข้างหน้า

                     ขอบคุณที่บอก

                    ซอลไม่ได้ตอบอะไร แต่เธอก็ยังยืนอยู่ตรงนี้ไม่ได้ขยับไปไหน ในขณะที่ฉันหยิบโทรศัพท์ออกมาเพื่อกดโทรฯ เรียกแท็กซี่ จนฉันกดวางโทรศัพท์เธอก็ยังคงมองมาเหมือนมีอะไรจะพูด แต่ก็ยังไม่ยอมพูดออกมา ฉันจึงเลิกคิ้วขึ้นเป็นเชิงถาม ว่าเธอจะพูดอะไรหรือเปล่า

                     เธอ... จะเลิกยุ่งกับพวกเขาหรือเปล่า

                     เธอก็เห็นชัดแล้วนี่ ว่าฉันเองไม่ได้อยากจะยุ่งกับพวกเขาเท่าไร

                     แต่เดี๋ยวเขาก็จะมายุ่งกับเธออยู่ดี

                    ฉันหัวเราะฮึออกมา ก่อนจะเก็บโทรศัพท์เข้ากระเป๋าเมื่อแท็กซี่มาแล้ว ฉันไม่ได้บอกลาเธอ และเธอเองก็ไม่ได้บอกลาฉัน มันไม่ได้จำเป็นเท่าไร ในเมื่อเราไม่ได้สนิทกันถึงขั้นจะมาโบกมือลากันเวลาอีกฝ่ายกลับบ้าน ฉ้นก้าวขึ้นรถแท็กซี่แล้วก็บอกจุดหมายปลายทางกับคนขับซึ่งก็คือชื่อคอนโดฯ ของฉัน แปลกดี ที่ฉันไม่ค่อยรู้สึกโกรธเท่าไรที่รู้ว่าเธอเป็นคนปล่อยคลิปฉัน... เพราะความคิดส่วนนึงบอกฉันว่ามันเป็นความผิดของฉันเองที่ดันมีตัวเองอยู่ในคลิปแบบนั้น และอีกส่วนนึง... อย่างน้อยก็ไม่ใช่เฮซ

                    แต่พลันความรู้สึกหนึบๆ ก็ตีวนขึ้นมาทั่วร่างเมื่อตระหนักได้ว่าถึงยังไงเขาก็ไม่ได้จริงใจกับฉัน หรือแม้กระทั่ง... รักฉัน และดังนั้นฉันจึงกดความรู้สึกที่วิ่งขึ้นมาจุกจนอึดอัดลงไปให้อยู่ลึกที่สุด

 

                    อีกประมาณยี่สิบนาทีต่อมาฉันก็กลับมาถึงห้อง ฉันปลดล็อกประตูเข้าไป วางของลงบนโต๊ะหน้าโซฟา ก่อนจะผลักประตูห้องนอนเข้าไปแล้วทิ้งตัวลงนอนแผ่บนเตียงอย่างหมดแรง

                    วันนี้ฉันตื่นตั้งเช้า แถมยังต้องมาพบเจอพวกเขาทั้งวันอีก ไหนจะสู้รบกับสายตาแปลกๆ ของคนอื่นที่มองมา ความอยากรู้อยากเห็นของเพื่อนในคลาสที่แทบจะตีแฉกหน้าฉันอีก

                    ฉันผลิกตัวมานอนหงายหลังจากที่คว่ำหน้าลงกับเตียงเมื่อกี้ หงายหน้าขึ้นมองเพดานห้องสีขาวสีเรียบ ก่อนจะปล่อยตัวเองให้จมไปกับห้วงความว่างเปล่า ชั่วระยะเวลานึงที่ฉันไม่ต้องคิดอะไร ฉันละจากการเหม่อแล้วก็หันมามองออกไปยังนอกระเบียงผ่านกระจกบานเลื่อนบานใหญ่ แสงสีส้มอ่อนๆ ระอยู่ที่ริมขอบฟ้า เลยไปถึงแสงสีส้มดวงเข้มที่กำลังค่อยๆ เลื่อนลงสู่พื้นดินช้าๆ ฉันค่อยๆ หรี่ตาลงหลบแสงแดดที่สะท้อนมากระทบม่านตา เงี่ยหูฟังเสียงนกร้องเบาๆ ที่ดังลอดเข้ามาให้ได้ยิน

                    ชั่วระยะเวลานึงที่ฉันไม่ต้องคิดอะไร...

 

                    ปัง! ตึง!!

                    ฉันสะดุ้งและลืมตาขึ้นเมื่อได้ยินเสียงประหลาดดังอยู่ภายในห้อง ตอนนี้รอบตัวเหลือเพียงแค่แสงอ่อนๆ จากดวงจันทร์ที่ลอดเข้ามาส่องภายใต้ความมืดในห้อง ฉันผุดลุกขึ้นจากเตียงก่อนจะหันซ้ายหันขวามองหาต้นเหตุของเสียง ก่อนจะแทบสะดุ้งเฮือกเมื่อเห็นเงาตะคุ่มๆ อยู่ที่ปลายเตียง

                     “อ้าว ตื่นแล้วเหรอ”

                    ฉันถลึงตาโตเมื่อมีเสียงทักฉันดังขึ้นมา ฉันค่อยๆ ขยับไปที่ปลายเตียง เพื่อมองเงานั่นให้ชัดๆ ก่อนจะต้องทำตาโตเข้าไปใหญ่เมื่อเห็นเงานั่นชัดๆ

                     “เฮซ!

                     “ไง... เฮ้ยยย!

                    เขาร้องเสียงหลงเมื่อฉันถีบเขาเข้าเต็มอก เข้าล้มลงไปกระแทกพื้นอีกครั้งทั้งๆ ที่เพิ่งจะพยายามลุกขึ้นมาจากพื้น

                     “ถีบป๋าทำไมคะหนูปลา!

                     “นายเข้ามาได้ยังไง”

                     “6340”

                     “บัดซบ”

                    ฉันสบถออกมาเบาๆ อย่างหัวเสีย เมื่อเขาพูดรหัสห้องฉันออกมา ฉันลืมไปได้ยังไงว่าเฮซรู้รหัสประตูห้องฉันนะ โอเค ฉันจะเปลี่ยนรหัส ฉันต้องเปลี่ยนแล้วล่ะ แต่ก่อนอื่น... ฉันเบนสายตากลับมาที่เฮซที่กำลังนั่งทำหน้าซื่ออยู่บนพื้นห้องตรงปลายเตียง

                     “ออกไป”

                    ฉันพูดพร้อมกับชี้มือไปทางประตูห้อง แต่เฮซก็ยังคงนั่งนิ่งอยู่ที่เดิม

                     “เฮซ”

                    ฉันกดเสียงหนักขึ้น แต่ว่าเขาก็ยังแกล้งทำเป็นเสมองไปทางอื่น ไม่ได้สนใจกับสิ่งที่ฉันพูดอยู่ดี

                     “เอาล่ะ ฟังนะเฮซ”

                    ฉันถอนหายใจหนักๆ ออกมาอย่างเริ่มหงุดหงิด

                     “ฉันไม่อยากยุ่งกับนายอีกแล้ว ฉันบอกชัดแล้ว และก็บอกไปไม่รู้กี่รอบแล้ว”

                    ฉันพูดเสียงชัดๆ หวังให้มันทะลุลึกเข้าไปในสมองเขาบ้าง และมันได้ผลที่เฮซหันหน้ากลับมาจ้องฉัน ด้วยสายตาไม่พอใจ

                     “โอเค ฉันอาจจะไม่รู้ว่านายกำลังฉานตกลงอะไรกันไว้ แต่...”

                    ฉันเว้นจังหวะพูด เมื่อสายตาของเฮซทำให้ฉันชะงักไป เพราะสายตาของเขาบอกฉัน... ว่ามันมีเรื่องที่พวกเขาตกลงกันไว้จริงๆ

                     “นายไม่ได้รักฉัน”

                     “...”

                     “นั่นคือสิ่งที่ฉันรู้”

                    นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มของเขาจ้องลึกเข้ามา ความคมกริบในสายตาของเขาแทบจะบาดฉันจนเลือดออก เมื่อเขายังคงเอาแต่จ้องมาและไม่พูดอะไร ความรู้สึกหงุดหงิด โมโห ไม่พอใจแผ่ออกมาจากตัวเขา ซึ่ง... ฉันไม่เข้าใจว่าเขากำลังไม่พอใจเรื่องอะไร เรื่องที่ฉันรู้ว่าเขาไม่ได้รักฉันน่ะเหรอ? เพราะนั่นมันจะทำให้เขาแพ้หรือไง...

                     “นาย...”

                     “หยุดพูดในสิ่งที่ตัวเองไม่รู้สักทีเถอะมัจฉา”

                    เสียงเข้มๆ ของเขาที่เปล่งออกมาได้ผลดีเกินคาดเมื่อฉันชะงักคำพูดที่กำลังจะพูดไว้ทันที ก่อนที่เขาจะพุ่งเข้ามาหาฉันและรวบข้อมือสองข้างฉันขึ้นไปเหนือห้ว กดมันลงจนแทบจมหายไปกับที่นอนด้วยมือเพียงข้างเดียว ริมฝีปากเขาประกบลงมาและรุกเข้ามาด้วยไร้ซึ่งสัมผัสอ่อนโยน เขาทั้งกัดทั้งขบริมฝีปากฉันจนฉันแทบจะได้กลิ่นคาวเลือด มืออีกข้างของเขาสัมผัสไปทั่วตัวฉัน ในขณะที่เขาก็ใช้เขาของเขาดันแยกขาฉันให้ห่างออกจากกัน...

                    เราจบลงตรงนี้ทุกที... จนฉันมีคำถามกับตัวเองทุกครั้งว่าฉันกลายเป็นแค่ของบนเตียงสำหรับเขาไปตั้งแต่เมื่อไร
 

                    Loading… 50%

 

                    ฉันตื่นขึ้นมาอีกทีในตอนเช้าของวันใหม่และก็พบว่าคนข้างตัวฉันลุกออกไปแล้ว ความเย็นที่สัมผัสได้จากบนที่นอนทำให้รู้ว่าเขาลุกออกไปนานแล้ว ฉันค่อยๆ หยัดตัวเองลุกขึ้นและพยายามตั้งรับกับความรู้สึกที่ไม่เคยคิดว่ามันจะโถมเข้ามาใส่แบบนี้...

                    ทั้งๆ ที่ฉันกับเขา เราตกลงเริ่มกันด้วยเรื่องพวกนี้... ฉันแค่ไม่คิดว่าจะมีวันที่ฉันจะรู้สึกแบบนี้เท่านั้นเอง...

                    ฉันปัดความรู้สึกพวกนั้นออกไป สูดลมหายใจเข้าเต็มปอดแล้วก็ทำเหมือนเมื่อกี้ไม่ได้มีความรู้สึกใดหลงเข้ามาปั่นป่วนข้างในทั้งสิ้น ฉันเหลือบไปมองเวลาที่หัวเตียงที่ตอนนี้บอกเวลาแปดโมงกว่าๆ โชคดีที่วันนี้ฉันไม่มีเรียนตอนเช้า และพอฉันลุกเข้าไปส่องกระจกดูสภาพตัวเองในห้องน้ำ ฉันก็เริ่มคิดว่าถึงจะมีเรียนฉันก็คิดว่าฉันจะโดดอยู่ดี

                    ฉันหยิบแปรงสีฟันมาบีบยาสีฟันใส่แล้วก็เริ่มแปรงฟันล้างหน้า ฉันใช้เวลาอยู่ประมาณสิบนาทีก็ล้างหน้าแปรงฟันเสร็จ ฉันหยิบผ้าขนหนูมาเช็ดหน้าแล้วก็วางมันพาดไว้ที่เดิม

                    ฉันเดินไปเปิดตู้เสื้อผ้าแล้วก็หยิบเสื้อยืดกับกางเกงขาสั้นธรรมดามาใส่ ก่อนจะก้มเก็บเสื้อผ้าที่กระจัดกระจายอยู่ที่พื้นไปใส่ไว้ในตะกร้าผ้าที่ไว้ใส่เสื้อผ้าที่ใส่แล้ว ฉันโยนเสื้อสองตัวไปที่ตะกร้า แล้วก็ตามด้วยกางเกงอีกตัวนึง เอ๊ะ... ทำไมเสื้อมีสองตัว ฉันขมวดคิ้วแล้วก็เดินไปหยิบเสื้อที่เพิ่งโยนลงตะกร้าไปขึ้นมาดูใหม่ ก็พบว่ามันเป็นเสื้อที่ขนาดใหญ่กว่าฉัน แน่นอนว่ามันต้องไม่ใช่ของฉัน และนั่นแปลว่ามันเป็นของเฮซ... นี่เขากลับไปแบบไม่ได้ใส่เสื้อเหรอ =*=

                    ฉันพึมพำกับตัวเองอย่างงงๆ แล้วก็หยิบมันแยกขึ้นมาแขวนกับไม้แขวนเสื้อเพื่อที่ฉันจะได้เอาไปคืนเขา ฉันยกตะกร้าผ้าขึ้นถือ กะว่าจะเอาลงไปส่งซักที่ร้านใต้คอนโดฯ ก่อนจะตัดสินใจหยิบเสื้อเฮซใส่ลงไปในตะกร้าด้วยเลย ก็... ไหนๆ ฉันก็จะเอาเสื้อผ้าไปซักอยู่แล้ว ก็เอาของเขาไปด้วยเลยเนี่ยแหละ

                    ฉันกระชับตะกร้าผ้าในอ้อมแขนแล้วก็เปิดประตูห้องนอนก่อนที่ร่างฉันจะกระแทกเข้ากับตะกร้าผ้าเข้าจังๆ เมื่อตะกร้าผ้าฉันไปชนกับอะไรสักอย่างข้างหน้า

                    ฉันเงยหน้าขึ้นมองอย่างตกใจ และก็พบกับนัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มที่มองมาก่อนอยู่แล้ว ผมสีดำสนิทของเขาดูยุ่งเหยิงไม่เป็นทรง แต่นั่นกลับยิ่งทำให้เขาดูฮอตเข้าไปใหญ่ ร่างสูงของเขาอยู่ในสภาพที่มีแค่กางเกงยีนส์เอวต่ำเกาะอยู่ที่ขอบเอวเท่านั้น สายตาของเขามองมาที่ฉันแล้วก็เลิกคิ้วขึ้นเป็นเชิงถาม ส่วนฉันก็ได้แต่กระพริบตาปริบๆ เพราะคิดว่าพอเขาตื่น... เขาก็กลับไปแล้ว

                     “นาย... ยังอยู่เหรอ”

                     “อือ ตื่นมาทำอาหารเช้าน่ะ”

                    เขาตอบเสียงงัวเงียๆ แล้วก็หยิบตะกร้าผ้าออกจากมือฉันก่อนที่เขาจะทำการแทนที่มันด้วยตัวเขา เขาขยับเข้ามาใกล้ฉัน โน้มตัวมาวางคางไว้ที่ไหล่ฉันพร้อมกับโอบเอวฉันโยกไปมาเบาๆ ราวกับกล่อมเด็ก

                     “ฉันง่วงมากเลยรู้มั้ย แต่ต้องรีบตื่นขึ้นมาทำอาหารให้เธอกิน เพราะรู้ว่าเธอจะตื่นเวลาประมาณนี้เนี่ย”

                    เขาทำน้ำเสียงออดอ้อนในแบบที่แทบไม่เคยจะใช้กับฉันมาก่อน และนั่นมันก็... ทำให้ความรู้สึกอุ่นๆ ไหลวาบผ่านตัวฉันไปทั้งตัว

                     “จริงๆ นายไม่ต้องทำก็ได้นะ”

                     “ได้ไงล่ะ เธอยิ่งชอบไม่กินข้าวเช้าอยู่”

                    เขาพูดอู้อี้ๆ อยู่ข้างหูฉัน พนันได้เลยว่าตอนที่เขาพูดอยู่นี้เขาต้องกำลังหลับตาอยู่แน่ๆ และมันก็ดีแล้ว ที่ตอนนี้เขาไม่ได้มองหน้าฉัน ความรู้สึกบ้าบอทุกอย่างต้องปรากฏอยู่บนใบหน้าฉันแน่ๆ... เพราะสิ่งที่เขาทำอยู่ตอนนี้ มันเหมือนตอนที่เรายังคบกันตอนนั้นไม่มีผิด...

                     “แล้วนี่จะยกตะกร้าผ้าไปไหน”

                    เขาผละออกจากตัวฉันแล้วก็หันไปมองทางตะกร้าผ้าที่เขายกออกจากมือฉันไปเมื่อกี้นี้

                     “อ่อ จะเอาไปส่งซักน่ะ”

                     “เอาไว้ก่อน เธอไปกินข้าวก่อนดีกว่า เดี๋ยวฉันเอาลงไปส่งซักให้ก็ได้ แต่ขอเป็นตอนบ่ายนะ ตอนนี้ขอนอนก่อน ป๋าง่วงจนไม่มีแรงจะเดินแล้วค่ะหนูปลา”

                    ประโยคหลังเขาทำเสียงออดอ้อนแบบตอนแรกบวกกับสายตาวิบวับแบบที่เขาชอบใช้ เขาเอื้อมมือมาดึงเอวฉันไปโอบแล้วก็แทบจะทิ้งน้ำหนักตัวลงมาทั้งหมด

                     “เฮซ หนัก”

                    ฉันบ่นเบาๆ ให้เขารู้ตัว แต่ว่าเขาก็ยังไม่เลิกทิ้งน้ำหนักตัวลงมาใส่ฉัน กลับค่อยๆ ดันร่างฉันให้ก้าวถอยหลังไปที่เตียง ก่อนที่เขาจะล้มตัวลงนอนแผ่อยู่บนนั้น

                     “มากอดที แล้วเดี๋ยวจะปล่อยไปกินข้าวแล้ว”

                    ฉันตีหน้าเซ็งแล้วก็ยืนกอดอกมองเขา ไม่ยอมขยับไปตามที่เขาบอก เฮซทำเสียงจิ๊จ๊ะก่อนจะเป็นคนเอื้อมมือมาดึงข้อมือฉันไปจนตัวฉันตกลงบนตัวเขา

                     “อือ หอม”

                    เขาฝังจมูกลงบนแก้มฉัน แล้วก็จมูกถูๆ แก้มฉันจนหนวดอ่อนๆ ที่ขึ้นไรๆ บนใบหน้าเขามันทิ่มฉันจนฉันต้องหัวเราะออกมาเบาๆ

                     “มันจั๊กจี้เฮซ”

                    เขาไม่สนใจเสียงของฉัน ฝังจมูกลงมาที่แก้มฉันซ้ำๆ แล้วก็บ่นงึมงำอะไรของเขาคนเดียวก็ไม่รู้ ก่อนที่เขาจะปล่อยฉันเป็นอิสระ ตอนนั่นแหละฉันถึงได้ลุกขึ้นมายืนอีกครั้ง

                     “ชื่นใจล่ะ ไปกินข้าวไปหนูปลาครับ”

                    เขาลืมตาขึ้นมาสบตากับฉันและดวงตาของเขาก็ทอแสงประกายอ่อนๆ ที่ฉันรู้สึกดีทุกครั้งที่ถูกมันทอดมองมา... ฉันรีบดึงสติตัวเองกลับมาก่อนที่จะหลงทางไปกับนัยน์ตาของเขา

                    ฉันหันหลังเดินออกจากห้องนอน ปิดประตูเบาๆ แล้วก็เดินตรงไปที่โต๊ะกินข้าว ข้าวผัดห่อไข่วางคู่อยู่กับนมสดแก้วเย็น ฉันลากเก้าอี้ออก นั่งลงอยู่ตรงหน้าอาหารพวกนั้น หยิบช้อนส้อมที่เขาวางเตรียมไว้ให้ขึ้นมาตักข้าวกินเงียบๆ

                    และเมื่อมันเหมือนกับเมื่อตอนนั้น... วินาทีนั้นฉันอมยิ้ม แล้วเริ่มตระหนักได้แล้วว่าฉันคิดถึงช่วงเวลาเหล่านี้มากแค่ไหน

 

                    ประมาณไม่กี่ชั่วโมงต่อมาเฮซก็ตื่นขึ้นมาอย่างงัวเงีย แล้วก็ลุกไปเข้าห้องน้ำอาบน้ำก่อนจะเปลี่ยนเสื้อผ้าด้วยชุดที่เขาเคยเอามาทิ้งๆ ไว้ที่ห้องฉัน ก่อนที่เขาจะยกตะกร้าผ้าฉันลงไปส่งซักให้ ร่วมถึงซื้อข้าวมื้อกลางวันกลับขึ้นมากินด้วย และนี่มันเหมือนตอนที่ฉันกับเขายังคบกันอยู่ไม่มีผิด...

                    ฉันกอดอกยืนพิงขอบประตูห้องครัว มองเขาในขณะที่เขากำลังล้างจานหลังจากที่เพิ่งทานข้าวเสร็จ แผ่นหลังของเขายังคงเป็นมุมมองแบบเดิมกับเมื่อตอนนั้น...

                    ทั้งๆ ที่มันเหมือนกับว่าจับต้องได้ แต่พอยื่นมือออกไปก็คว้าได้แค่อากาศ

                    ฉันกำลังรู้สึกแบบนี้กับเรื่องราวพวกนี้... ราวกับว่าเขามาอยู่ตรงนี้เพราะฉัน แต่พอคิดไปอีก ก็จำได้ว่ามันมีข้อตกลงบางอย่างของเขากับฉาน ซึ่งมันย้ำให้ฉันเข้าใจว่าเขาไม่ได้อยู่ตรงนี้เพราะฉัน

                    ฉันสูดลมหายใจเข้าเต็มปอด หลับตาลงแน่น แล้วก็ลืมตาขึ้นมาใหม่อีกครั้ง ภาพที่มองเห็นคือเฮซหันมามองทางฉันและเสียงน้ำที่เขาเปิดไว้ล้างจานก็หยุดลงแล้ว เขาจ้องมาที่ฉันและก็เหมือนกับว่าเขาอ่านทะลุฉันได้หมด มือที่ฉันกอดอกอยู่ก็ยิ่งกระชับเข้าหากันแน่นเข้าไปใหญ่ราวกับว่ามันจะเป็นเกราะป้องกันตัวฉันเอง

                     “คิดอะไรอยู่”

                    ดวงตาเจ้าเล่ห์ของเขาสบลึกเข้ามาในดวงตาของฉัน ราวกับว่าเขาจะค้นหาทุกความคิดของฉันจากในนั้น

                     “เปล่า”

                    ฉันได้ยินเสียงตัวเองตอบกลับไป แต่มันเบาจนแทบจะไม่ได้ยิน และเขาก็ยังคงเอาแต่มองจ้องมาที่ฉันอย่างนั้น จนฉันต้องหลบตาลง เพราะกลัวว่าเขาจะเห็น ร่องรอยความรู้สึกใดก็ตามในดวงตาของฉัน

                     “เฮ้อ”

                    เขาถอนหายใจออกมา ก่อนที่เสียงฝีเท้าเขาจะใกล้เข้ามาและหยุดลงตรงหน้าฉัน

                     “ฟังนะมัจฉา”

                    เขาเอื้อมมือมาเชยคางฉันให้เงยหน้าขึ้นสบตากับเขา ฉันก็ได้แต่สบตากับเขาอย่างไม่มีทางเลือก และหวังว่าเขาจะมองไม่เห็นอะไรในดวงตาของฉัน

                     “ฉันไม่รู้ว่าเธอไปได้ยินอะไรมา หรือใครบอกอะไรกับเธอ”

                     “...”

                     “แต่ฉันอยู่ตรงนี้เพราะเธอ”

                    ดวงตาสีเข้มของเขาจ้องเข้ามาอย่างหนักแน่น ประกายความเจ้าเล่ห์ในดวงตาของเขาถูกขจัดไป เหลือเพียงแต่ทอแสงสีอ่อนๆ ที่เมื่อฉันมองมันทุกครั้ง กระแสความอบอุ่นก็ตีแผ่ไปทั่วร่างกาย

                     “และต่อให้เธอจะพูดอีกกี่ครั้งว่าไม่อยากจะยุ่งกับฉันอีกแล้ว”

                     “...”

                     “ฉันก็จะกลับมาอยู่ตรงนี้ทุกครั้ง”

                     “...”

                     “จนไม่ฉันก็เธอ ที่เหนื่อยกันไปข้าง”

                     “...”

                     “แต่มันไม่มีทางเป็นฉันแน่ๆ รับประกันเลย”

                    รอยยิ้มยักอยู่ที่ริมฝีปากเขา นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มที่สะท้อนเงาฉันอยู่ในนั้น ความรู้สึกแบบเดิมไหลเวียนอยู่ทั่วร่างกาย และตอนนั้นเองที่ฉันลืมเรื่องก่อนหน้านี้ไปทั้งสิ้น...


Talk with my readers:3

-สวัสดีค่ะ มาอัพแล้วค่ะ ช่วงนี้ตื๋อไปหมดเลยค่ะ คิดอะไรไม่ค่อยออก

เอาสมองไปลงกับเรื่องอาป๊าหมดเลย หวังกับเรื่องอาป๊าไว้สูงมาก เลยพยายามมาก

ตอนนี้แต่งเรื่องอาป๊าใหม่อยู่ค่ะ ว่าจะรอส่งไปสำนักพิมพ์อีกรอบดู

ยังไงก็เจอกันครึ่งหลังนะคะ ขอบคุณสำหรับเม้นและโหวต รักค่ะ

Talk with my readers:3[2]

-งานเยอะมากช่วงนี้ เวลาว่างเท่ากับศูนย์ค่ะ!

พอใกล้สอบแล้วงานกองสุมมากเลยค่ะ โผล่มาจากไหนเต็มไปหมดก็ไม่รู้ ฮือ

เมว่าตอนนี้ก็ไม่ได้เศร้าอะไรป่ะ แต่ทำไมเมนั่งแต่งไปตาแดงไปอ่ะ55555

เอาจริงๆ ตอนนี้อยากมีเวลาว่างไปแก้เรื่องอาป๊าใหม่มาก แต่ไม่มีเวลาทำอะไรเลยทั้งสิ้น

ก็เลยได้แต่ทิ้งร้างอาป๊าไว้ก่อน 5555

ขอบคุณที่ยังติดตามถึงแม้จะมาบ้างไม่มาบ้าง มาช้าบ้างมาน้อยบ้าง

เค้าพยายามแล้วน้าทุกคน tt เจอกันตอนหน้าเน้อ รักเสมอค่ะ

Coming soon… Eps10

Please wait Please Ment&Vote

หนึ่งเม้นเท่ากับหนึ่งกำลังใจ ,แรงใจดีดีที่ไม่ต้องเสียตังค์ เม้น+โหวต

Up 50%@26/01/2014

Up 100%@10/02/2014

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 23 ครั้ง

935 ความคิดเห็น

  1. #916 bellbenyani (@arthitaya-am) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2557 / 20:23
    เฮชอย่าทำแบบนี้นะ
    เค้าหวั่นไหว><

    #916
    0
  2. #906 ByChu (@numilike) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 15 เมษายน 2557 / 01:34
    ขอให้เฮซรักหนูปลาจิงๆด้วยเถิดดดดดดด



    #906
    0
  3. #891 Phenkhae Bunchu (@fullmoon2537) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 18 มีนาคม 2557 / 10:58
    เชื่อใจเฮซเถอะมัจฉา >< เฮซทำตัวน่ารักอ่ะ
    #891
    0
  4. วันที่ 15 มีนาคม 2557 / 13:55
    รออยู่นะหายไปนานมากกก
    #874
    0
  5. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  6. #860 YulSica (@0mygirl0) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 5 มีนาคม 2557 / 17:27
    เมื่อไหร่จะมาคะ นานมากแล้วน้าาาา!!! =0= มาคราวนี้อัพให้เยอะๆเลย เค้างอนได้ม่ะ
    #860
    0
  7. #838 kathyy88 (@kathy88) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2557 / 22:59
    สนุกมากชอบๆรอลุ้นนะคะะั
    #838
    0
  8. #837 ZE'RZy (@areera) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2557 / 21:28
    ยอมเหรอ พูดสิพูด มัจฉา
    #837
    0
  9. #831 Faye Bee WS (@febie) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2557 / 21:15
    อ่านแล้วไม่เคยเดาอะไรออกเลยยย แอบงง แต่ก็ชอบนะ เดายากๆแบบนี้
    #831
    0
  10. #828 justyou0313 (@justyou0313) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2557 / 11:11
    เฮซกับฉานคิดจะทำอะไรกันแน่นะ ซอลด้วยอีกคน งงไปหมดอ่านแล้วเดาไม่ออกเลยง่ะ ซอลอีกคนรู้เรื่องนี้แบบรู้เหนเปนใจด้วยรึป่าวนะ งื้อ สงสารหนูปลาก็ยังไม่รู้เรื่องอะไรด้วยอยู่ดี หนูปลาต้องใจเยนๆ คิดเยอะๆ นะ เฮซนี่ก้แบบเอะอะลากขึ้นเตียงเห้ย 55555 หื่นกามเกินไปและนะยะ ว่าแต่ฉานหายไปเลยนะ งื้อ อยากรู้ข้อตกลงระหว่าง 2 คนนั้น อ่านและคิดตามเยอะเลย คึคึ ไรท์มาต่อไวๆ เน้อ รอๆ :)
    #828
    0
  11. #827 justyou0313 (@justyou0313) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2557 / 11:10
    เฮซกับฉานคิดจะทำอะไรกันแน่นะ ซอลด้วยอีกคน งงไปหมดอ่านแล้วเดาไม่ออกเลยง่ะ ซอลอีกคนรู้เรื่องนี้แบบรู้เหนเปนใจด้วยรึป่าวนะ งื้อ สงสารหนูปลาก็ยังไม่รู้เรื่องอะไรด้วยอยู่ดี หนูปลาต้องใจเยนๆ คิดเยอะๆ นะ เฮซนี่ก้แบบเอะอะลากขึ้นเตียงเห้ย 55555 หื่นกามเกินไปและนะยะ ว่าแต่ฉานหายไปเลยนะ งื้อ อยากรู้ข้อตกลงระหว่าง 2 คนนั้น อ่านและคิดตามเยอะเลย คึคึ ไรท์มาต่อไวๆ เน้อ รอๆ :)
    #827
    0
  12. #826 Suwanan Chen (@chenchen) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2557 / 20:40
    รออยู่น้าาา
    #826
    0
  13. #825 -@cHiLd$ (@yoonaz1) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2557 / 21:42
    มาอัพต่อด่วนนนนนนนนนนนนน TT;
    #825
    0
  14. #824 Faye Bee WS (@febie) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2557 / 23:23
    ปมมันเยอะมากเกินกว่าที่จะเชื่อใจใครง่ายๆนะหนูปลา อย่าเปนเหยื่อเฮซอีก เหนซิกส์แพคเปนแพ้รึไง 555
    #824
    0
  15. #823 heartless girl (@yokandmom) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2557 / 21:48
    upppppppppppppppppppppppppppppppppppppppppppp
    #823
    0
  16. #822 Stuffed_Rabbit (@nuvunlaxp-k) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2557 / 20:52
    ไรเตอร์สู้ๆนะ ชอบนิยายของhermoso สุดแล้วว // เดาทางไม่เคยถูก
    #822
    0
  17. #821 Prangpraty !~ (@maprng_za_na) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2557 / 17:37
    ทำไมฟินนนนน -..-
    #821
    0
  18. #820 110423 (@suyanee_k) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2557 / 12:37
    บอกตรง..อ่านแล้ว มีคำถามและ..ข้องใจทุกตอน..แต่โดยรวม ชีวิตคนเรามักซ้ำซ้อน.และมักจะมีความคิดที่แปลกเพียงแต่กล้าทำหรือเปล่า..ชอบนิยายคุณนะคะ..ไงก็อัพต่อด้วยนะคะ. ติดตามทุกตอน.........มาเร็วๆๆนะคะ..บอกตรงๆๆนิยายคุณ..ไม่สามารถเดาทางถูกเลยว่า..จบแต่ละตอน..จะลงเอยยังไง...ลุ้นดีคะ
    #820
    0
  19. #819 JENNYHA (@jennyha) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2557 / 10:53
    ไม่รุสิเราไม่เชื่อเลยอะ
    #819
    0
  20. วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2557 / 01:08
    ไม่ไว้ใจหมอนี่เลย ให้ตายเถอะ
    #817
    0
  21. วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2557 / 00:21
    ก็ยังคงมีคำถามมากมายอยู่ในใจ
    #816
    0
  22. #815 Parichat (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2557 / 23:40
    อารัยนู๋ปลาาา ตั้งสติใหม่ อย่าลืมง่ายๆเส้
    #815
    0
  23. #814 บู้ลี้ (@bell_35) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2557 / 22:44
    เขินแทนมัจฉาอ่าาา
    #814
    0
  24. #813 jenyn (@jenyn) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2557 / 22:28
    ป๋าเฮชน่ารักอ่ะ หนูปลาอย่าไปสนใจคำพูดยัยซอลเนะ
    #813
    0
  25. #812 Nookii Pan (@nookiipan) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2557 / 20:48
    เมื่อไหร่ป๋าจะบอกรักหนูปลาอ่ะ
    #812
    0