PAY IT BACK ปฏิบัติการทวงคืนรัก

ตอนที่ 8 : Eps08 -You came back to find I was gone

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2221
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 21 ครั้ง
    25 ม.ค. 57



PAY IT BACK

Eps08

You came back to find I was gone

 

                    สายตาทุกคู่ในห้องมองมาที่พวกเราสี่คน เฮซนั่งอยู่ด้านซ้ายของฉันและฉานก็นั่งอยู่ด้านขวาของฉัน ส่วนซอลก็ยืนอยู่ตรงหน้าฉัน ซอลเหยียดยิ้มขืนก่อนจะแค่นหัวเราะออกมา

                     “เฮอะ... พวกนายนี่...”

                    ซอลกวาดตามองพวกเขาก่อนจะมาหยุดมองที่ฉัน ดวงตาของเธอทอแสงวูบไหวก่อนที่เสียงหัวเราะแค่นๆ จะถูกเธอเปล่งออกมาอีกรอบ

                     “ผู้ชายพวกนี้นี่เอาแน่เอานอนไม่ได้เลยนะเธอว่ามั้ย”

                    ฉันไม่ตอบ และก็ยังคงขมวดคิ้วอย่างไม่เข้าใจอยู่

                     “พวกเขามาหาเธอ”

                    และนั่นก็ยังไม่ได้ทำให้ฉันเข้าใจอะไรมากไปกว่าที่เป็นอยู่นี้อยู่ดี

                     “ทั้งที่ไม่กี่วันก่อนพวกเขาเพิ่งทิ้งฉันไปหาเธอน่ะเหรอ”

                    ฉันพูดเสียงเรียบและซอลก็หัวเราะออกมา

                     “ใช่ ทั้งที่พวกเขาเพิ่งทิ้งเธอไปน่ะแหละ”

                    สายตาของเธอทอแสงประหลาด มันวูบไหวและฉันเห็นร่องรอยความรู้สึกมากมายปนเปกันอยู่ในนั้น

                     “บอกแล้ว ว่าผู้ชายพวกนี้เอาแน่เอานอนไม่ได้เลย”

                    เธอพูดด้วยน้ำเสียงค่อนขอด และระดับเสียงที่พวกเราใช้พูดกันมันก็ดังจนพอให้คนทั้งห้องที่เงียบอยู่ได้ยิน ฉันขยับตัวอย่างอึดอัดกับสายตาของพวกเขาที่มองมาอย่างอยากรู้อยากเห็น แต่ก็อึดอัดไม่เท่าความเงียบของคนสองคนข้างๆ ที่ยังไม่เปิดปากพูดขึ้นมาสักคำตั้งแต่ก้าวเข้ามาในห้อง

                     “นี่พวกนายจะเงียบกันอยู่อย่างนี้เหรอ”

                    ฉันปรายตามองผู้ชายสองคนข้างตัว ฉานหันมามองหน้าฉันแต่ก็ยังไม่พูดอะไรออกมา ส่วนเฮซก็เผยยิ้มก่อนจะเอ่ยปากพูด

                     “เห็นพวกเธอกำลังคุยกันสนุกดี ไม่อยากกวน”

                    ฉันหัวเราะในลำคอ แล้วก็มองหน้าพวกเขาสลับกัน

                     “พวกนายมาทำอะไร”

                    ฉันถามคำถามที่ผุดขึ้นมาตั้งแต่วินาทีแรกที่เห็นพวกเขา

                     “มาหาเธอน่ะสิ”

                    เฮซเป็นคนตอบและเขาก็ยังคงมีรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ประดับอยู่ที่ริมฝีปาก ฉานมองฉันและราวกับเขากำลังบอกฉันผ่านสายตา ฉันมองพวกเขานิ่งด้วยความรู้สึกที่ฉันก็บอกไม่ถูกเหมือนกันว่ารู้สึกยังไง เพียงแต่... พวกเขาจะมาทำไมอีก

                     “กลับไปเถอะ”

                    ฉันพูดเสียงนิ่งแล้วก็ไม่สบตาพวกเขา และเฮซก็กำลังจะพูดอะไรขึ้นมาแต่ฉันก็พูดขัดขึ้นก่อน

                     “กลับไปเฮซ”

                     “...”

                    เฮซนิ่งและมองมาที่ฉัน เขาไม่พูดอะไรต่อและรอยยิ้มที่แต้มอยู่บนริมฝีปากเขาก็หายไป

                     “ฉันไม่ได้มาเพื่อให้เธอไล่มัจฉา”

                     “...”

                     “แต่ฉันว่าพวกเรามีเรื่องต้องตกลงกัน”

                     “อะไร เรื่องอะไรอีก ฉันเลิกยุ่งกับพวกนายไปแล้ว”

                     “เรื่องของฉันกับเธอ เธอกับฉาน ฉานกับซอล หรือฉันกับซอล หรืออะไรดี เรื่องพวกเรานี่มันซับซ้อนดีนะว่ามั้ย” เฮซกระตุกยิ้มมุมปากในขณะที่ฉันได้ขมวดคิ้วมองเขา ฉันจบกับพวกเขาไปแล้ว พวกเขาจะมายุ่งอะไรกับฉันอีก...

                     “ไม่มีเรื่องของฉันกับพวกนายแล้ว”

                     “มีสิ ถ้าในเมื่อตอนนี้ฉันยังอยากกลับไปคบเธออยู่”

                    ฉันเบิกตาขึ้นกว้างกับประโยคเมื่อกี้ที่เขาเพิ่งพูดออกมา รวมถึงระยะห่างของเราที่เขาก็ขยับเข้ามาใกล้จนฉันได้กลิ่นน้ำหอมกลิ่นประจำของเขา แต่กลิ่นหอมนั่นก็ลอยหายไปกับอากาศเมื่อมือของคนที่อยู่อีกข้างตัวฉันเอื้อมมือมาผลักไหล่เขาออกไป

                     “ดูเหมือนไอ้เวรนั่นก็ด้วย” ฉันเบิกตากว้างขึ้นอีกกับประโยคที่ทำให้ฉันตกใจอีกครั้งของเขา และโอเค... ตอนนี้สมองฉันเริ่มประมวลตามพวกเขาไม่ทันแล้ว

                     “นี่... พวกนาย... แล้วซอล...”

                    ฉันเหลือบตาไปมองผู้หญิงที่ยืนอยู่ด้านหน้าฉัน ถึงจะไม่มีน้ำตาไหลลงมาสักหยด แต่ฉันเห็นจากในแววตาของเธอว่าเธอกำลังร้องไห้อยู่ เธอมองสลับมาที่พวกเราสามคนแล้วก็เม้มปากแน่น ก่อนจะเบือนหน้าหลบฉันเมื่อเห็นว่าฉันกำลังมองลึกเข้าไปในตาเธอ

                     “นั่นเป็นหนึ่งในเรื่องที่เราจะต้องตกลงกัน”

                    เฮซพูดออกมาง่ายๆ ราวกับเขากำลังพูดเรื่องดินฟ้าอากาศปกติ ไม่ใช่เรื่องของความรู้สึกคน ฉันอยากจะพูดต่อว่าเขาหรือถามเขาว่าพวกเขาเห็นฉันกับซอลเป็นอะไร แต่เสียงเปิดประตูพร้อมกับร่างของอาจารย์ประจำคลาสที่เดินเข้ามาก็ทำให้ฉันต้องปิดปากแน่น คนอื่นในห้องที่มองเราอยู่ต่างก็รีบเบนสายตากลับไปยังหน้าห้อง

                     “เราจะคุยกันอีกทีหลังเธอเรียนเสร็จ”

                    ฉานพูดขึ้นเป็นรอบแรกตั้งแต่เขาเข้ามา เขายืดตัวลุกขึ้นยืนก่อนจะเดินฝ่าสายตาของคนในห้องที่ก็ยังเหลือบมองมาอยู่ออกไป ในขณะที่เฮซเองก็ยืนขึ้นแล้วก็ยักไหล่ เขาหันมายิ้มให้ฉันแล้วก็เดินออกไป

                     “ฉันไม่รู้ว่าพวกเขากำลังจะทำอะไรกัน”

                     “...”

                     “แต่ฉันดูออกว่าพวกเขากำลังจะกลับไปหาเธอ”

                     “...”

                     “...และทิ้งฉัน”

                    ฉันไม่กล้าสบตาซอลทั้งๆ ที่ฉันรู้สึกว่าตัวเองไม่ได้ทำอะไรผิด แต่ราวกับฉันเห็นแววตาแบบเดียวกันกับฉันตอนนั้นในแววตาของเธอ

 

                    ตลอดเวลาที่นั่งเรียนอยู่ในคลาส ฉันต้องทนกับสายตาของพวกที่มองมาอย่างอยากรู้อยากเห็น และดูเหมือนว่าจะมีคำถามพร้อมสำหรับเตรียมยิงใส่ฉัน ฉันต้องทำเป็นไม่สนใจแล้วก็ตั้งหน้าตั้งตาเล็งความสนใจไปที่อาจารย์แทน ไม่นานหลังจากนั้นก็ถึงเวลาเลิกคลาส ทันทีที่เลิกคลาสฉันก็เก็บอุปกรณ์บนโต๊ะลวกๆ แล้วก็รีบสาวเท้าเดินออกไปจากคลาสโดยไม่รั้งรอให้บรรดาคนในคลาสได้ทันมาถามอะไรทั้งนั้น

                    พอก้าวพ้นรัศมีพวกเขาฉันก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก แต่ถึงจะรอดพ้นจากเพื่อนในคลาสมาได้ก็ยังต้องมาเจอสายตาของคนอื่นที่คอยมองมาที่ฉันตั้งแต่คลิปบ้าๆ นั่นอีก ฉันก้าวเดินอย่างอึดอัดแต่ก็ซ่อนทุกอย่างไว้ภายใต้ท่าทีนิ่งเฉย

                    ฉันเดินลงมาถึงหน้าตึก ร่างสูงๆ ก็ก้าวมายืนขว้างทางฉันไว้ในขณะที่ฉันเองก็รับรู้ได้ถึงสายตาของคนรอบข้างที่มองมาเพิ่มขึ้น ฉันเงยหน้าขึ้นมองเจ้าของร่างนั้นก่อนจะเข้าใจได้ในทันทีว่าเพราะอะไรสายตาของคนพวกนั้นถึงได้มองมาที่ฉันมากกว่าเดิม

                     “ไง”

                    เขาเผยรอยยิ้มแล้วก็เอื้อมมือมาจะช่วยถือของที่พะรุงพะรังอยู่ในมือฉัน แต่ว่าฉันก็ยื้อไว้ก่อนแล้วก็ก้าวหนีเขา แต่เขาก็ยังคงก้าวตามมาอยู่

                     “เรามีเรื่องต้องคุยกันไง เธอลืมเหรอ”

                     “ฉันไม่มีเรื่องต้องคุยกับพวกนายแล้ว พวกนายลืมเหรอ”

                    ฉันพูดในขณะที่ขาก็ยังก้าวฉับๆ เพื่อหนีเขา โดยที่เฮซก็ยังคงตามมาไม่หยุดหย่อน

                     “ฉันบอกเธอไปแล้วว่ามันมีมัจฉา ในเมื่อตอนนี้ฉัน...”

                     “นายตอนนี้ทำไม อยากกลับมาคบฉันน่ะเหรอ”

                    ฉันหยุดเท้าที่กำลังพาตัวเองหนีเขา หันกลับมาประชันหน้ากับเขาจนเขาที่ก้าวเร็วๆ ตามมาถึงกับชะงัก

                     “นายรักฉันเหรอเฮซ”

                    ฉันถาม และเขาก็เงียบ นั่นทำให้ฉันส่งเสียงเฮอะในลำคอออกมา

                     “ฉันไม่รู้ว่านายจะอยากลับมาหาฉันทำไมอีก ในเมื่อนายไม่ได้รักฉัน ไม่ใช่แค่นาย... เขาเองก็ไม่รักฉัน”

                    ฉันปรายตามองไปยังอีกบุคคลที่เพิ่งเดินเข้ามา ฉานหยุดยืนอยู่เยื้องๆ กับเฮซ เขายืนเอามือล้วงกระเป๋ากางเกงและมองมาที่ฉันด้วยสายตาแบบที่ฉันไม่เคยอ่านออก

                     “เพราะงั้น เลิกยุ่งกับฉันได้แล้ว”

                    น้ำเสียงที่ฉันใช้ไม่ใช่การบังคับ แต่กลับขอร้องให้พวกเขาปล่อยฉันให้พ้นจากวังวนความสัมพันธ์บ้าๆ ของพวกเขา ฉันพูดแค่นั้นแล้วก็หันหลังให้พวกเขา แต่มือของเฮซกลับเอื้อมมือคว้าข้อมือของฉัน

                     “ฉันตอบคำถามเธอไม่ได้”

                     “...”

                     “แต่ฉันคิดมาดีแล้วมัจฉา”

                     “...”

                     “ฉันจะกลับไปหาเธอ”

                    เกิดความเงียบขึ้นระหว่างเราเมื่อฉันเองไม่ตอบรับอะไรกลับไป และเขาเองก็ไม่พูดอะไรออกมา ความเงียบดำเนินผ่านเราไปเรื่อยๆ เมื่อเขาเอาแต่จ้องมองเขามาในดวงตาของฉันและราวกับพยายามจะหลอมฉันให้ละลายด้วยสายตาของเขา เขามองเข้ามาและใช้ดวงตาบอกผ่านแทนคำพูดทุกอย่าง... ราวกับสายตาของเขากำลังบังคับให้ฉันยอมใจอ่อนช้าๆ แต่สติฉันก็กลับมาทันก่อนที่ฉันจะหลงไปกับนัยน์ตาคู่สีเหมือนฉันเมื่อฉานก้าวเข้ามากระชากข้อมือเฮซออกจากฉันแล้วก็เปลี่ยนมาเป็นคนจับข้อมือฉันแล้วก็ดึงฉันออกไปแทน

                     “ไปเจอกันที่เดิม”

                    ฉานพูดทิ้งท้ายไว้ก่อนจะพาฉันเดินออกไป และเฮซก็ไม่ได้เดินตามมา เขาหยุดอยู่ตรงที่เดิมแล้วก็มองมาที่ฉันด้วยสายตาแบบเมื่อตอนนั้น...

 

                    ฉานพาฉันยัดใส่รถเขาแล้วก็พาขับออกไปเรื่อยๆ จนมาถึงร้าน wish ที่พวกเขาชอบมาประจำ ฉานสั่งให้ฉันลงจากรถ ก่อนที่เขาจะเดินนำฉันเข้าไปในร้าน ตอนนี้เป็นเวลาบ่ายๆ เท่านั้นและร้านก็ยังไม่เปิด จึงทำให้ในร้านแทบไม่มีคนเลยนอกจากพนักงานดูแล แต่พนักงานพวกนั้นก็ไม่ได้มีทีท่าตกใจอะไรที่เห็นเขากับฉันเดินเข้ามาในเวลาแบบนี้ ซ้ำยังหันมาโค้งให้นิดหน่อยก่อนจะหันกลับไปทำงานของตัวเองต่อ

                     “ร้านนี้เป็นร้านเพื่อนฉัน”

                    เหมือนกับว่าฉานรู้ว่าฉันกำลังสงสัยอะไรอยู่ เขาเลยตอบออกมาทั้งๆ ที่ฉันยังไม่ทันจะได้ถาม ฉานก้าวนำฉันไปยังชั้นสามของร้านที่ปกติแล้วห้ามไม่ให้คนนอกเข้า พอก้าวขึ้นมายังชั้นสาม ก็พบว่าทั้งชั้นถูกตกแต่งให้มีโถงตรงกลางเป็นเหมือนกับห้องนั่งเล่น มีโซฟามีทีวีมีค๊อฟฟี่เทเบิ้ลมีเคาท์เตอร์ครัวเล็กๆ แล้วก็มีบาร์อยู่ฝั่งซ้ายของมุมห้อง ส่วนทางฝั่งขวาก็เป็นประตูที่ดูท่าจะต่อออกไปเป็นอีกห้อง ซึ่งนับๆ ดูแล้วมีสามห้องด้วยกัน

                    ฉานเดินไปยังบาร์แล้วก็หยิบเอาเหล้าออกมาสองขวด เขาเปิดฝาทั้งสองขวด แล้วก็เทขวดหนึ่งใส่แก้วทรงสูง ก่อนจะยื่นอีกขวดส่งมาให้ฉัน

                     “ฉันรู้ว่าเธอชอบดื่มจากขวดมากกว่า”

                    ฉันรับมาจากมือเขากล่าวขอบคุณเบาๆ แล้วก็ยกขวดขึ้นจรดริมฝีปาก ฉันยกขวดขึ้นดื่มอึกๆ ก่อนจะวางมันลงบนโต๊ะเล็กๆ หน้าโซฟาที่ฉันเพิ่งเดินมานั่งลง

                     “ฉันขอพูดอีกครั้งนะฉาน ฉันว่าฉันหมดความเกี่ยวข้องกับพวกนายไปแล้วจริงๆ”

                    ฉันย้ำขึ้นมาอีกครั้งเมื่อเขานั่งลงบนโซฟาข้างๆ ฉัน เขาไม่ได้มีทีท่าว่ารับฟังฉัน ซ้ำยังหยิบเอาโทรศัพท์ขึ้นมากดๆ เล่นอีกต่างหาก

                     “เฮซน่าจะมาแล้ว”

                    เขาพูดพร้อมกับเงยหน้ามองตรงไปยังทางบัดไดที่จะขึ้นมายังชั้นนี้ เสียงฝีเท้าค่อยๆ ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ ก่อนที่ร่างของเฮซจะปรากฏ เขาเดินเข้ามานั่งลงข้างฉัน ยกแขนขึ้นพาดพนักพิงโซฟาแล้วก็หยิบขวดเหล้าที่ฉันวางอยู่บนโต๊ะไปดื่ม

                    ไล่ๆ กันนั้นก็เป็นซอลที่เดินตามเข้ามา เธอมีสีหน้านิ่งเรียบ แล้วก็มองไปที่ฉานด้วยสายตาที่ฉันบอกไม่ถูก ฉานที่เห็นซอลเดินเข้ามาด้วยก็เบนสายตามามองเฮซ ก่อนที่เฮซจะยักไหล่ขึ้น

                     “ก็จะได้คุยกันให้รู้เรื่องไปเลยทีเดียว

                     “ฉันตามเขามาเอง”

                    ซอลพูดในขณะที่นั่งลงบนโซฟาอีกตัว

                     “เอาล่ะ เคลียร์เรื่องรักๆ ของพวกนายสิ”

                    ซอลพูดอีกครั้งแล้วก็กวาดสายตามองพวกเรา และจนกระทั่งทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบ ไม่มีใครปริปากพูดอะไรออกมาสักคำ จนฉันรู้สึกอึดอัด ฉันถอนหายใจยาวๆ ก่อนจะพูดขึ้น

                     “โอเค ฉันพูดเป็นครั้งที่เท่าไรแล้วไม่รู้ แต่ว่าตอนนี้ฉันไม่อยากจะเกี่ยวข้องกับพวกนายแล้วจริงๆ”

                    ฉันมองพวกเขา ร่วมถึงซอลด้วย นั่นหมายความว่าบุคคลที่ฉันหมายถึงไม่ใช่แค่เฮซหรือฉาน แต่เป็นเธอด้วย

                     “เกี่ยวสิ ในเมื่อตอนนี้พวกเขากำลังคุยกันเรื่องของเธอ”

                     “...”

                     “เรื่องที่ว่าจะกลับไปหาเธอ แล้วก็อย่างที่บอก และทิ้งฉัน”

                    ฉันยิ่งรู้สึกอึดอัดและกระอักกระอ่วนเข้าไปใหญ่ เมื่อเธอพูดออกมาแบบนี้

                     “ในเมื่อไม่พูดกันสักที ฉันขอพูดก่อนเลยแล้วกัน”

                     “...”

                     “ฉันยังไม่ได้เลิกกับเฮซ และฉันกับฉานก็ยังไม่ได้หยุดเจอกัน”

                    ฉันร้องเฮอะร้องออกมา แล้วก็เบนสายตามองพวกเขา พวกเขานี่... ไม่รู้จะพูดว่าอะไรดีเลย

                     “นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ฉันยอมให้เธอตามมา”

                    เฮซพูดขึ้นทันทีที่ซอลพูดจบประโยค

                     “เราเลิกกันเถอะซอล”

                    เฮซพูดออกมาด้วยสีหน้าเหมือนพูดเรื่องปกติดินฟ้าอากาศ ในขณะที่สีหน้าของซอลเองก็ยังคงเรียบเฉย มีเพียงแววตาเท่านั้นที่แสดงออกมาทุกอย่าง เธอไม่ตอบรับแต่ก็ไม่ได้พูดคัดค้านอะไร เบนหน้าไปทางฉานที่ก็มองนิ่งไปที่เธออยู่ก่อนแล้ว

                     “ฉันกับนายด้วยใช่มั้ย”

                    และคำตอบของเขาก็อยู่ในความเงียบ ฉานเพียงแต่มองหน้าซอลนิ่งๆ และไม่พูดอะไรออกมา ซอลหัวเราะเบาๆ ก่อนจะพยายามเก็บซ่อนทุกอารมณ์ของเธอ แต่... มันก็ไม่มิด เมื่อหยดน้ำไหลลงมา

                     “ฉันยังอยากเจอกับนายอยู่ฉาน และฉันก็รู้ตัวด้วยว่าฉันจะต้องไปหานายอีกแน่ๆ”

                    ซอลสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะพูดขึ้นอีก สายตาเธอเจ็บปวด และดูเสียใจกับเรื่องตรงหน้ามากเท่าที่ความรู้สึกของผู้หญิงคนหนึ่งจะเสียให้ได้

                     “และเพราะนายรู้ นายถึงได้เงียบแบบนี้”

                    ไม่ใช่แค่ฉานที่เงียบแต่ตอนนี้ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบ ความรู้สึกที่วนเวียนอยู่รอบตัวซอลทำให้ฉันเม้มปากแน่น เพราะฉันรู้จักความรู้สึกพวกนี้ดี

                     “เพราะนายรู้ ว่ายังไงฉันก็ต้องไปหานาย นายเลยไม่กลัว”

                     “...”

                     “ไม่เคยกลัวที่จะเสียฉันไป”

                     “...”

                     “แต่ตอนนี้นายเสียฉันไปแล้ว”

                    ซอลลุกขึ้นยืน ดวงตาสีทองเข้มของเธอมองไปที่ฉาน และน้ำตาอีกหยดก็ไหลริน ทันที่ที่ซอลหันหลังเดินออกไปฉานที่มีสีหน้านิ่งเฉยก็ปรากฏร่องรอยความรู้สึกที่วิ่งชนกันอยู่ในสายตา ฉันเห็นความสับสน ไม่เข้าใจ เจ็บปวด และรอยของน้ำตา แต่เพียงแค่ชั่ววินาทีที่เขากระพริบตาร่องรอยความรู้สึกพวกนั้นก็หายไปราวกับจะหลุดลอยไปในอากาศ ฉานที่มีสีหน้านิ่งเฉยคนเดิมหันกลับมาทางฉันและก็เอ่ยปากพูดเสียงเรียบ

                     “มาคุยเรื่องพวกเราเถอะ”

                     “ไม่มีเรื่องของฉันกับนายหรอกฉาน”

                     “...”

                     “รักเขา แล้วมาหาฉันทำไม”

                    Loading… 50%

 

                    คำถามฉันที่ถามออกไป และดูเหมือนว่าเขาไม่คิดที่จะตอบมัน เขาก็ยังคงรักษาระดับความนิ่งเฉยบนใบหน้าเขาได้ดี เพียงแต่เมื่อกี้ฉันทันเห็น หลุมลึกขนาดใหญ่ในแววตาของเขา

                    ไม่มีคำตอบจากคำถามของฉัน ฉานเพียงแต่มองมาที่ฉันนิ่งๆ และไม่คิดที่จะตอบอะไรออกมา ฉันแค่นหัวเราะ อย่างที่นึกไว้แล้วว่าเขาต้องไม่ตอบคำถามที่ฉันถามออกไปแน่ๆ

                    ฉันผุดลุกขึ้นจากโซฟาที่นั่งอยู่โดยไม่แม้แต่จะหยุดคิดว่าเหตุผลที่พวกเขาพาฉันมาที่นี้คือการคุยเรื่องอะไรไร้สาระที่ยังไม่ได้เริ่มคุยเลยแม้แต่น้อย แต่... ฉันว่าฉันก็พูดชัดเจนดีทุกครั้งแล้วว่าฉันไม่อยากจะเกี่ยวข้องกับพวกเขาไปมากกว่านี้อีกแล้ว

                     “เธอจะไปไหนมัจฉา”

                    เสียงเฮซดังทักขึ้นทันทีเมื่อเขาเห็นว่าฉันลุกยืนขึ้น

                     “กลับน่ะสิ”

                     “เรื่องพวกเรา...”

                     “พวกนายจะต้องให้ฉันย้ำอีกกี่ครั้งนะว่าฉันไม่อยากจะยุ่งกับพวกนายอีกแล้ว”

                     “...”

                     “และพวกนายก็รู้ดีว่ามันไม่มีเรื่องของพวกเรามาตั้งแต่ต้นอยู่แล้ว”

                    ฉันกระตุกยิ้มขึ้นที่มุมปาก และพยายามซ่อนแววตาไว้ภายใต้สีหน้าที่ตีฉาบด้วยความนิ่งเฉย

                    เรื่องที่พวกเขาคิดว่าฉันไม่รู้... ทำไมฉันจะไม่รู้

 

                    ฉันลุกขึ้นพรวดจนเก้าอี้ล้มลงไปกระแทกกับพื้น ผู้ชายสองคนที่นั่งคุยกันอยู่หันมามองฉันด้วยความไม่เข้าใจทันที ฉันสูดลมหายใจเข้าปอดเฮือกใหญ่ก่อนจะพยายามเปล่งเสียงออกมา

                     ฉันจะไปอาบน้ำ ถ้าพวกนายจะออกไปแล้วก็ช่วยปิดห้องให้ฉันด้วย ขอบคุณมาก

                    พูดจบฉันก็หันหลังเดินเข้าไปในห้องนอนปิดประตูดังปังแล้วก็กดล็อคกันไม่ให้มีใครตามเข้ามา ฉันหันหลังพิงประตูและถอนหายใจยาวๆ ออกมา ยกมือขึ้นลูบหน้าอกและพยายามบังคับให้จังหวะหายใจตัวเองเป็นปกติ

                    นี่พวกเขา... ทำเหมือนกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลยได้ยังไง

                    ฉันใช้เวลาเกือบห้านาทีกว่าจะบังคับจังหวะการหายใจตัวเองให้เป็นปกติ หมุนตัวไปทางประตู มือยกจับลูกบิด ทำท่าจะเปิดเดินออกไปไล่พวกเขาให้ออกจากห้องฉันอีกรอบ เพราะเสียงพูดคุยของพวกเขายังดังลอดเข้ามาให้ได้ยินไม่หยุด

                    แต่... หัวข้อสนทนาของพวกเขาก็ทำเอามือฉันที่กำลังจับลูกบิดอยู่ชะงักลงไป

                     แกกับมัจฉาไปถึงไหนแล้ว

                    เสียงเรียบๆ ของฉานดังถามขึ้น

                     ก็เท่าที่แกเห็น

                    และเสียงเฮซก็ดังตอบกลับไปก่อนที่เขาจะส่งเสียงถามไปอีกประโยค

                     แล้วแกกับซอลล่ะ

                     เท่าที่แกรู้

                    ฉันขมวดคิ้วกับประโยคถามตอบของพวกเขา เมื่อฉันได้ยินชื่อใครสักคนที่ฉันไม่คุ้ยเคยในประโยคของพวกเขาด้วย ซอลกับฉานอย่างนั้นเหรอ...

                     แกจะเลิกกับมัจฉาเมื่อไร

                    คำถามถูกถามออกมาด้วยน้ำเสียงราวกับเป็นเรื่องปกติดินฟ้าอากาศ แต่นั่นกลับทำให้ฉันชะงักค้างและนิ่งอยู่กับที่ทันที

                     เร็วๆ นี้น่ะแหละ

                    แต่มันยิ่งไปกว่านั้นอีก... เมื่อคำตอบถูกตอบออกมาแบบนี้...

                    สมองฉันกำลังเรียบเรียงประโยคที่พวกเขาพูด และพยายามคิดหาเหตุผลหรือจุดเริ่มต้นของเรื่องว่ามันคืออะไร พวกเขากำลังทำอะไรกันอยู่... แต่ที่แน่ๆ พวกเขากำลังปั่นหัวฉันอยู่...

                    ฉันผละออกมาจากหน้าประตูแล้วก็เดินหายเข้าไปในห้องน้ำ เปิดฝักบัวแรงๆ เพื่อให้เสียงน้ำที่ตกกระทบกับพื้นดังกลบเสียงพวกเขา

 

                    ฉันเดินลงมาจากชั้นสามและเดินออกไปหน้าร้าน มือก็กดโทรศัพท์ออกเพื่อเรียกแท็กซี่ แต่ยังไม่ทันจะได้ต่อสายโทรศัพท์ติด ร่างของซอลที่ยืนพิงรถสีขาวอยู่ข้างหน้าร้านก็จ้องมาที่ฉันราวกับว่ากำลังรอฉันอยู่ ฉันกดตัดสายโทรศัพท์และเดินไปยืนอยู่ตรงหน้าเธอ

                     “ฉันเป็นคนปล่อยคลิปเธอเอง”

                     !!

                    คำสารภาพโต้งๆ ของเธอทำให้ฉันถึงกับไปไม่ถูก และการรับรู้ของสมองก็ตีกันร่วนไปหมด

                     “เธอ... ว่ายังไงนะ”

                    ฉันถามย้ำอีกครั้ง

                     “ฉันเป็นคนปล่อยคลิปเธอเอง”

                    ซอลพูดด้วยสีหน้าปกติ และในขณะที่ฉันก็ขมวดคิ้วอย่างจับต้นชนปลายไม่ถูก

                     “ฉันไปเจอมันอยู่ในโทรศัพท์เฮซ”

                     “...”

                     “ฉันคิดว่าถ้าฉานเห็นคลิปนี่เขาก็น่าจะเลิกกับเธอ”

                     “...”

                     “แล้วเขาก็เลิก”

                     “...”

                     “แต่อีกอาทิตย์ต่อมาเขาก็กลับมาหาเธออีก”

                     “...”

                     “แต่... ฉันมีเรื่องจะเล่าให้เธอฟัง”

                     “...”

                     “ฟังมั้ย”

                    รอยยิ้มในแบบที่ฉันอธิบายไม่ถูกปรากฏขึ้นที่ริมฝีปากเธอ มันราวกับว่าเรื่องที่เธอกำลังจะเล่า เป็นเรื่องที่ฉันจะต้องยิ้มไม่ออก...


 

 

Talk with my readers:3

-แต่งเองยังสับสนเองเลยค่ะ อะไรกันเนี่ยพวกนี้555555

เข้าปีใหม่กันแล้วเนอะ แล้วเราก็จะมาเริ่มเขียน พ.ศ. ผิดกันอีกแล้วค่ะ5555

ยังไงเจอกันครึ่งหลัง ขอบคุณสำหรับเม้นและโหวตนะคะ รักค่ะ


Talk with my readers:3[2]

-วันนี้มาอัพได้แค่นี้ ขอโทษนะคะ สั้นมากเลย TT

แต่ไม่มีเวลาเลยค่ะ เดี๋ยวต้องไปนั่งทำงานต่ออีก

มีอะไรจะมาบอกค่ะ เมส่งเรื่องอาป๊าไปให้สำนักพิมพ์พิจารณามา แน่นอนค่ะว่าไม่ผ่าน

เขาบอกว่าพล็อตเรื่องอาป๊าน่าสนใจ แต่ดูโตไปเมื่อเทียบกับนิยายเรื่องอื่นๆ ในแนวนั้น

เมก็เลยกะว่าจะลองแก้ใหม่แล้วส่งไปใหม่ดูค่ะ

และเนื่องด้วยงานต่างๆ ของเม อาจจะทำให้มาอัพป๋าเฮซช้าบ้างน้อยบ้าง ขอโทษด้วยนะคะ

ขอบคุณที่ยังติดตามค่ะ รักนักอ่านเสมอ เจอกันตอนหน้าค่ะ

Coming soon… Eps09

Please wait Please Ment&Vote

หนึ่งเม้นเท่ากับหนึ่งกำลังใจ ,แรงใจดีดีที่ไม่ต้องเสียตังค์ เม้น+โหวต

Up 50%@06/01/2014

Up 100%@19/01/2014

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 21 ครั้ง

935 ความคิดเห็น

  1. #905 ByChu (@numilike) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 15 เมษายน 2557 / 01:18
    ซับซ้อนมากกกกกกก
    #905
    0
  2. #800 justyou0313 (@justyou0313) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2557 / 02:55
    โอ้ย อะไรกันวะ งง55555 งงอีสองตัว เกลียดซอลลลลล!!
    #800
    0
  3. #776 fah (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 28 มกราคม 2557 / 19:07
    แหมมมมมมมมม กล้านะยะซอลหมันไส้จริงๆ
    #776
    0
  4. #751 GGINTONIC. (@fonzfonzjung) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 26 มกราคม 2557 / 08:02
    รออออออออออ ปูเสื่อหลับ
    #751
    0
  5. #741 YulSica (@0mygirl0) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 22 มกราคม 2557 / 22:24
    อา..มัจฉารู้สินะ =[]= เอิ่ม.. ซอลร้ายอ่ะ ร้ายมากจริงๆความสงสารคงไม่มีให้นางแล้วล่ะ เหอะๆ แล้วฉานกับเฮซกลับมาทำไมมมมมมม ต้องการอะไรจากสังคมโลกหล้านภาลัย? ไรต์อ่ะมาอัพช้ามาเลยไปหลายวันแถมยังน้อยด้วย T^T คนใจร้ายยย
    #741
    0
  6. #740 heartless girl (@yokandmom) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 22 มกราคม 2557 / 22:06
    หาพระเอกใหม่เถอะ สงสารมัจฉา
    #740
    0
  7. #737 ~~... แมวน้อย...~~ (@swithon) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 21 มกราคม 2557 / 20:28
    สงสารมัจฉาจัง
    #737
    0
  8. #736 Phenkhae Bunchu (@fullmoon2537) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 21 มกราคม 2557 / 19:06
    ซอลเทอจะเอาเรื่องอะไรมาทำให้มัจฉาเสียใจอีก ทำไมมีแต่คนชอบทำร้ายจิตใจนางเอกของเรานักนะ :'( สู้ๆนะมัจฉา #รออ่านต่อนะคะไรท์เตอร์ กำลังดราม่าเลย สับสนมึนงง!!!!?
    #736
    0
  9. #735 Phenkhae Bunchu (@fullmoon2537) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 21 มกราคม 2557 / 19:05
    ซอลเทอจะเอาเรื่องอะไรมาทำให้มัจฉาเสียใจอีก ทำไมมีแต่คนชอบทำร้ายจิตใจนางเอกของเรานักนะ :'( สู้ๆนะมัจฉา #รออ่านต่อนะคะไรท์เตอร์ กำลังดราม่าเลย สับสนมึนงง!!!!?
    #735
    0
  10. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  11. #732 MINE(DUCKKY) (@romiozee) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 20 มกราคม 2557 / 22:02
    ณ..จุดนี้
    คืองงมากกกก
    ไม่ไหวจริงๆ เพลียกับผู้ชายสองคนนั้น
    และซอล ยัยนั่นต้องการอะไรจากสังคม
    มัจฉาย้ายประเทศหนีพวกมันสามคนดีป่ะ?
    เราคิดว่าน่าจะเป็นทางออกนะ
    รำคาญแทนจริงๆ ไม่ไหวแหละ
    รู้สึกอินและอัดอั้นแทนค่ะ555
    #732
    0
  12. #731 Nookii Pan (@nookiipan) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 20 มกราคม 2557 / 21:03
    ยังงงอยู่อ่ะ ผู้ชายสองคนนี้ต้องมีอะไรแน่ๆเลย
    #731
    0
  13. #729 aj68 (@ai68) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 20 มกราคม 2557 / 19:19
    ว่าแล้ว ! เดาไม่ผิดว่าซอลแม่งเป็นคนปล่อยคลิป :(
    เหอะ ! เกลียดจริง ๆ ให้ตายสิ !!!
    #729
    0
  14. #728 peanutsui (@peanutzapoi) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 20 มกราคม 2557 / 18:42
    สับสนมึนงง วุ่นวายอัลไลกัล 555555 ตึบฮ่ะ สงสารมัจฉาที่สุด เฮชกับฉานคิดจะทำอะไรกันแน่แล้วซอลจะพูดอะไร 555555 มาอัพต่อไวไวนะคะ สู้ๆๆ
    #728
    0
  15. #726 mindzt (@mindzt) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 20 มกราคม 2557 / 17:05
    งงอะ
    #726
    0
  16. #725 amp1 (@amp1) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 20 มกราคม 2557 / 12:04
    อ้าวววว ค้างงงงงงงงงงงงงงงงงงง มาอัพด่วนค่าาาาา
    #725
    0
  17. #724 110423 (@suyanee_k) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 20 มกราคม 2557 / 12:02
    เป็นตางง???จะดิ๊ฟ..เยอะไปไหม..แต่ก็เนอะ..ชอบอะ..อิอิ
    #724
    0
  18. #723 ซาวสาม (@suthida2002) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 20 มกราคม 2557 / 10:22
    อยากรู้ๆๆว่าเรื่องมันเป็นยังไง
    #723
    0
  19. #722 JENNYHA (@jennyha) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 20 มกราคม 2557 / 00:45
    อยากฟังงงงง
    ยังไงก็สู้ๆนะคะไรเตอร์เรารอได้ แต่เรื่องอาป๊าพ๊อตเรื่องเราชอบมากๆเลย
    อยากให้ได้ตีพิมพ์คะ สู้ๆนะคะ
    #722
    0
  20. วันที่ 19 มกราคม 2557 / 21:56
    งงมาก สับสน
    #721
    0
  21. #720 jenyn (@jenyn) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 19 มกราคม 2557 / 21:27
    อัพนิดเดวเอง อัพเพิ่มเหอะน้าาาาาา
    #720
    0
  22. วันที่ 19 มกราคม 2557 / 20:56
    อยากรู้ อัพเถอะ กราบบบบบบบบบบบบบบบ
    #719
    0
  23. #718 ชัดเชน (@tatsika) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 19 มกราคม 2557 / 20:47
    ซอลร้ายกาจ
    #718
    0
  24. #717 Fah (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 19 มกราคม 2557 / 20:46
    ผิดไหมที่ไม่อยากให้หนูปลาคู่กับใคร

    ไม่อยากให้หนูปลาเจ็บT^T
    #717
    0
  25. #716 nam (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 19 มกราคม 2557 / 19:53
    ซอลเลว ร้ายมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
    #716
    0