PAY IT BACK ปฏิบัติการทวงคืนรัก

ตอนที่ 6 : Eps06 -And when you are doing it with her

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1988
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 24 ครั้ง
    19 ธ.ค. 56




PAY IT BACK

Eps06

And when you are doing it with her

 

                                      “แล้วนายรู้สึกยังไงเหรอเวลาที่มีอะไรกับยัยนี่”

                                      “...”

                                      “ทั้งๆ ที่รู้ว่าฉันเชื่อใจนาย”

                                      “...”

                                      “ตอนนั้นนายคิดยังไงเหรอ”

                                     ฉันยักยิ้มขึ้นที่มุมปาก และตัวก็สั่นอย่างควบคุมไม่ได้ รวมถึงหมอกม่านในดวงตาที่ก็สั่นระริกจนแทบจะไหลลงมาอาบแก้ม

                                      “แค่เพื่อนในคณะ นายบอกฉันอย่างนั้น”

                                      “...”

                                      “ฉันไม่รู้ว่านายบัญญัติคำว่าเพื่อนของนายไว้ยังไงนะ”

                                      “...”

                                      “แต่เพื่อนเขาจูบกันด้วยเหรอฉาน”

                                     ฉันปัดไล่หมอกม่านในดวงตาออกไป ความแข็งขืนไล่ขึ้นมาแทนที่ ฉันจ้องมองฉานที่มองกลับมาที่ฉันนิ่งๆ แม้กระทั่งในเวลานี้ ดวงตาเขาก็ยังไม่มีร่องรอยของความรู้สึกใด เขาเพียงแค่มองฉันนิ่งๆ ราวกับไม่แคร์ ว่าฉันจะรู้หรือไม่รู้เรื่องพวกนี้ ว่าฉันจะเจ็บหรือไม่เจ็บกับเรื่องนี้

                                     สายตาของผู้หญิงข้างๆ ตัวมองสลับไปมาระหว่างฉันกับฉานด้วยแววตาและสีหน้าราวกับรู้สึกผิด และนั่นทำให้ฉันรู้ ว่าเธอรู้ รู้ตั้งแต่แรกว่าเขามีฉันอยู่ก่อนแล้ว

                                     เสียงรถแล่นมาจอดข้างหลังพร้อมกับเสียงประตูรถที่เปิดออก ฝีเท้าหนักๆ ค่อยๆ ก้าวเข้ามายืนอยู่ข้างฉัน ก่อนที่มือของเขาจะวางลงบนแขนของฉันและออกแรงดึงเบาๆ

                                      “กลับเถอะ”

                                      “จะกลับได้ยังไง ฉันยังไม่ได้ฟังคำตอบเขาเลย”

                                     ฉันสะบัดแขนตัวเองออกจากมือของเฮซ และก็ก้าวไปยืนตรงหน้าฉานกับผู้หญิงคนนั้น

                                      “ไง ว่ายังไง นายจะตอบฉันว่ายังไง”

                                      “เธอโกรธเหรอ”

                                      “หรือนายคิดว่าฉันกำลังดีใจอยู่”

                                      “แล้วเจ็บมั้ย”

                                      “...”

                                      “เสียใจมั้ย”

                                      “...”

                                      “มันก็ความรู้สึกเดียวกับตอนที่ฉันเห็นเธออยู่กับเฮซนั่นแหละ”

                                      “...”

                                      “เจ๊ากันนะมัจฉา”

                                     เขาพูดจนฉันนิ่ง ทั้งคำพูดทั้งคำถามมากมายที่ตีวนอยู่ในหัวฉันถูกแทนที่ด้วยประโยคเมื่อกี้ของเขา เฮซที่ยืนอยู่ข้างๆ ฉันแค่นหัวเราะออกมา เขาเอื้อมมือมาจับแขนฉันอีกรอบแล้วก็ออกแรงดึงให้ฉันเดินไปกับเขา ฉันเดินตามเขาไปโดยไม่ขัดขืนเหมือนครั้งที่แล้ว ปล่อยให้เขาพาฉันมาที่รถฉันเองจนเปิดประตูดันให้ฉันขึ้นไปนั่งบนเบาะข้างคนขับ ในขณะที่เขาก็ก้าวขึ้นไปนั่งบนเบาะฝั่งคนขับ

                                      “นายจะขับเหรอ”

                                      “ใช่ เธอคิดว่าฉันควรจะปล่อยให้เธอขับกลับไปเองเหรอ มีหวังได้เหม่อจนโดนรถชนยับแน่ๆ”

                                      “แล้วรถนายล่ะ”

                                      “ค่อยกลับมาเอา”

                                     เขาตอบพลางสตาร์ทรถไปด้วย แปลกดี ที่เป็นเขาทุกทีเวลาที่ฉันรู้สึกแย่ๆ แบบนี้

                                      “ขอบคุณนะ”

                                     เขาไม่ตอบอะไร เพียงแต่หันมาลูบหัวฉันเบาๆ ก่อนจะขับรถออกไป

                                      “อย่าหันไปมอง”

                                     เฮซพูดดักไว้เหมือนรู้ว่าฉันจะต้องหันสายตาออกไปมองข้างนอกกระจก ฉันจึงดึงสายตากลับมาและมองตรงไปแค่ข้างหน้าเท่านั้น

                                      “นายรู้อยู่แล้วใช่มั้ย”

                                     ฉันเอ่ยถามเขาท่ามกลางความเงียบเมื่อเราขับรถเลยออกมาได้สักพักนึงแล้ว

                                      “อืม”

                                     เขาเว้นจังหวะนิดนึงก่อนจะตอบออกมา

                                      “นายรู้มานานแค่ไหนแล้ว”

                                     เขาไม่ตอบ

                                      “ตั้งแต่แรกเลยหรือเปล่า”

                                      “...”

                                      “ตั้งแต่แรกเลยสินะ...”

                                     ความเงียบของเขากลายเป็นคำตอบ เมื่อฉันถามและเขาไม่พูด

                                      “นายไม่คิดจะบอกฉันเลยเหรอ”

                                     ฉันถามเขาและจ้องมองใบหน้าเสี้ยวด้านข้างของเขา คำตอบของเขาก็ยังคงเป็นความเงียบเหมือนเดิม

 

                                     ฉันตื่นขึ้นมาอีกทีด้วยดวงตาบวมเป่ง แถมหน้ายังบวมเนื่องจากมาม่าคัฟถ้วยเมื่อคืน ฉันเกลี่ยคอนซิลฯ กลบบริเวณใต้ตาที่หมองๆ ให้มันดูดีขึ้น แต่ถึงอย่างนั้นมันก็แทบไม่ได้ช่วยอะไรเลยอยู่ดี นี่ฉันควรจะเปิดเบอร์คอนซิลเลอร์ หรือเปลี่ยนยี่ห้อไปเลยดี

                                     ฉันเก็บหลอดคอนซิลเลอร์ไว้ในกระเป๋าเครื่องสำอาง ก่อนจะพยายามจัดทรงผมที่มันยุ่งๆ ให้ดูเข้าที่ ฉันใช้มือสางๆ ผมแล้วก็ปล่อยให้มันกระจายอยู่ทั่วแผ่นหลัง

                                     เมื่อคืนเฮซขับรถฉันมาส่งฉันที่คอนโดฯ นานหลายชั่วโมงกว่าเขาจะยอมออกจากห้องฉันกลับไปเอารถเขาที่จอดทิ้งไว้ข้างทาง จริงๆ ต้องพูดว่าข้ามวันเลยดีกว่า เพราะเขาเพิ่งออกจากห้องฉันไปเมื่อชั่วโมงที่แล้วนี่เอง แถมตัวการของการที่ทำให้ฉันหน้าบวมด้วยมาม่าก็เป็นเขานี่แหละ ไปต้มมากินล่อฉัน จนฉันอดไม่ได้ที่จะต้องไปต้มมากินบ้าง

                                     ฉันเปิดลิ้นชักหัวนอนแล้วก็หยิบกระเป๋าตังกับมือถือออกมาใส่กระเป๋ากางเกง ฉันเพิ่งจะมาตระหนักได้ตอนนี้ว่าฉันแทบจะไม่เคยใส่กระโปรงเลย แถมยังแทบจะไม่เคยพกกระเป๋าสะพายอีกต่างหาก

                                     ฉันก้าวเท้าออกจากห้องนอนแล้วก็เดินออกไปที่ประตู กะว่าจะออกไปหาอะไรกินข้างนอกสักหน่อย และทันทีที่เปิดประตูออกไปฉันก็ต้องชะงัก เจ้าของเรือนผมสีแดงหยักปลายยืนอยู่ตรงหน้าฉัน นัยน์ตาสีทองเข้มมองมาที่ฉันอย่างตกใจ มือข้างนึงก็ยกข้างไว้เหมือนกำลังจะกดออด

                                      “เอ่อ สวัสดี”

                                     เธอค่อยๆ ลดมือข้างนั้นลง แล้วก็กล่าวออกมาพร้อมกับรอยยิ้มแห้งๆ ฉันมองคนตรงหน้าด้วยแววตาเรียบนิ่ง ไม่เอ่ยทักอะไรกลับไป

                                      “ฉันขอคุยด้วยหน่อยได้มั้ย”

                                     ดวงตากลมโตของเธอมองมาที่ฉัน และด้วยแววตาแบบนั้นทำให้ฉันเข้าใจทันทีว่าทำไมฉานถึงไปหาผู้หญิงคนนี้...

                                     มันดึงดูดในแบบที่ฉันเองก็บอกไม่ถูก แถมยังสวยมากจนแทบจะละสายตาไม่ได้

                                      “เข้ามาสิ”

                                     ฉันเบี่ยงตัวหลบให้เธอเดินผ่านเข้ามา เธอสูงพอๆ กับฉัน แค่เตี้ยกว่านิดหน่อย รูปร่างกำลังดีไม่บางแล้วก็ไม่หนาเกินไป ค่อนไปทางบางเสียด้วยซ้ำ แถมอกยังเป็นอก เอวยังเป็นเอว สะโพกก็เป็นสะโพก ไหนจะเครื่องหน้าที่รับกันหมดทุกอย่างอีก แล้วก็น้ำเสียงหวานๆ กับท่าทางแบบนี้อีก

                                     โอเค เป็นฉันฉันก็เลือกยัยนี่แหละ ไม่ใช่ตัวเอง

                                      “มีอะไร”

                                     ฉันถามด้วยน้ำเสียงที่พยายามบังคับให้เป็นปกติ ตอนนี้ความอิจฉาฉันกำลังจะพุ่งทะลุปรอท ถ้ายัยนี่สวยน้อยกว่านี้ก็ดีสิ!

                                      “ฉันชื่อซอล เรียนอยู่คณะเดียวกับฉาน”

                                      “อ่าฮะ”

                                      “แล้ว... เราก็ทำเรื่องแบบนั้นลับหลังเธอจริงๆ”

                                     สีหน้าฉันแข็งขึ้นทันที ฉันจ้องมองไปที่คนตรงหน้าแล้วก็ไม่เข้าใจว่าเธอมาเพื่อพูดอะไรกันแน่

                                      “เดี๋ยวๆ อย่าเพิ่งมองฉันแบบนั้น ฉันไม่ได้จะมาพูดหาเรื่องเธอหรืออะไรนะ”

                                      “อ่าฮะ”

                                      “เพียงแต่... ฉันจะมา... ขอโทษ”

                                     เธอพูดเสียงเบาลงและก้มหน้าหลบตาฉันราวกับรู้สึกผิด

                                      “ฉันจะไม่อธิบายอะไร เพราะพูดไปก็เหมือนยิ่งแก้ตัว”

                                      “...”

                                      “เอาเป็นว่าฉันขอโทษเธอ เพราะฉันรู้สึกผิดจริงๆ...”

                                      “เธอกับเขา... นานแค่ไหนแล้ว”

                                      “สามเดือน...”

                                      “เฮอะ”

                                     ฉันแค่นหัวเราะออกมาทันที นั่นมันก่อนเรื่องฉันกับเฮซซะอีก

                                      “ฉันไม่ขอให้เธอเลิกยุ่งกับฉาน”

                                     ดวงตากลมโตคู่นั้นมองฉันอย่างไม่เข้าใจ

                                      “แล้วแต่เธอเลย แบบไหนที่เธอคิดว่าดีเธอก็ทำแบบนั้นนั่นแหละ”

                                      “...”

                                      “ถ้าคิดว่าการยุ่งกับผู้ชายของคนอื่นมันเป็นเรื่องที่ดี ก็แล้วแต่เธอ”

                                     คิ้วของเธอขมวดเข้าหากัน และริมฝีปากก็เม้มแน่น ดวงตาคู่นั้นฉายแววรู้สึกผิดในแบบที่ฉันเห็นแล้วยังอดที่จะอยากด่าตัวเองไม่ได้ที่พูดแบบนั้นออกไป

                                      “ขอโทษจริงๆ...”

                                     ฉันหันหลังให้เธอเป็นเชิงบอกว่าหมดเรื่องที่จะพูดแล้ว แต่ว่าเสียงหวานๆ นั่นก็ยังคงเปล่งออกมาต่อ

                                      “แต่ว่าเธอ... ก็ไม่ได้มีแค่ฉานคนเดียวไม่ได้ใช่เหรอ”

                                     ฉันหันขวับกลับไปหาเธอ และใช้สายตาจ้องกลับไปเข้าที่ดวงตาคู่นั้น นัยน์ตาของเธอฉายแววแข็งกร้าวขึ้นปนเปอยู่ในนั้น

                                      “เธอก็นอกใจเขาไปกับผู้ชายอีกคนเหมือนกัน...”

                                      “เธออยากจะพูดอะไรกันแน่”

                                     ฉันถามเสียงลอดไรฟัน เจ้าของแววตาคู่นั้นหลบสายตาฉันแต่ปากก็ยังคงพูดต่อไป

                                      “เธอเองก็เหมือนกับฉันนั้นแหละ”

                                      “หมายความว่ายังไง”

                                      “ฉันเป็นแฟนเฮซ”

                                      !!

                                      “ผู้ชายที่เธอนอนด้วย... เขาเป็นแฟนฉัน”

                                     Loading… 50%

                                      “เธอ... ฉัน... อะไรนะ”

                                      “เธอก็ทำเหมือนฉัน...”

                                      “...”

                                      “เธอก็แอบไปทำอะไรลับหลังกับแฟนคนอื่นเหมือนกัน”

                                      “...เธอเป็นแฟนเฮซ?...”

                                     ร่างตรงหน้าพยักหน้าลงเป็นเชิงตอบรับ แล้วก็เหมือนมีอะไรสักอย่างตกลงแล้วก็แตกหักอยู่ในร่างของฉัน มันรู้สึกราวกับร้าวไปทุกส่วนของร่างกาย ความรู้สึกเย็นวาบแล่นขึ้นมาตั้งแต่ปลายเท้า ฉันบีบมือตัวเองแน่นอย่างไม่รู้ว่าจะระบายความรู้สึกข้างในนี้ยังไง เงยหน้าขึ้นกระพริบตาถี่ๆ ปัดไล่น้ำอุ่นๆ ที่ทำท่าจะไหลลงมาออกไป

                                      “เธอไม่รู้เหรอ”

                                      “ฉันไม่เคยรู้มาก่อน”

                                     ฉันพูดเสียงเรียบ

                                      “เขาไม่เคยบอกฉัน และไม่มีใครเคยบอกฉัน”

                                      “...”

                                      “ฉานรู้หรือเปล่าว่าเธอเป็นแฟนเฮซ”

                                      “เขารู้...”

                                      “แล้วเฮซก็รู้เรื่องเธอกับฉานด้วย...”

                                      “ใช่...”

                                     เสียงหัวเราะแค่นๆ ของฉันถูกเปล่งออกมา ...เป็นฉันคนเดียวที่ไม่รู้อะไรเลย ในขณะที่พวกเขารู้ทุกอย่าง แต่ฉันกลับไม่รู้อะไรเลย...

 

                                      นายไม่คิดจะบอกฉันเลยเหรอ

                                     แน่สิ... เขาจะบอกเธอทำไมล่ะมัจฉา...

 

                                      “ฉันขอโทษ”

                                     เสียงเล็กๆ จากร่างตรงหน้าส่งออกมาอีกรอบ แววตาวูบไหวของเธอสบกับฉัน และดวงตาของเธอก็รู้สึกอย่างที่เธอพูดออกมาจริงๆ

                                      “เรื่องฉาน... ฉันไม่ได้อยากจะทำแบบนี้ ฉันพยายามจะถอยออกมาจากเขาแล้ว...”

                                      “...”

                                      “แต่พอรู้ตัวอีกที... ฉันก็ยิ่งถลำลึกลงไปเรื่อยๆ”

                                      “...”

                                     ฉันเงียบและกำลังฟังในสิ่งที่เธอพูด ซึ่งมันเป็นเรื่องที่ฉันเข้าใจดี...

                                      “ส่วนเรื่องเฮซ... ฉันนึกว่าเธอรู้อยู่แล้ว ถึงได้พูดออกไปแบบนั้น...”

                                      “...”

                                      “ฉันไม่รู้ว่าควรจะทำอะไรนอกจากมาขอโทษเธอ”

                                      “...”

                                      “...”

                                      “...เธอจะเลิกยุ่งกับเขามั้ย”

                                     เกิดความเงียบระหว่างฉันกับผู้หญิงตรงหน้าขึ้นพักนึง ก่อนที่ฉันจะเปล่งเสียงถามเธอออกไป และความเงียบก็ปกคลุมเราอีกระลอกเมื่อเธอยังคงไม่ตอบอะไร เกือบเป็นนาทีเธอถึงจะเค้นเสียงตอนคำถามฉันกลับมา

                                      “มันยาก...”

                                      “...”

                                      “ในขณะที่ฉันตกลงไปทั้งตัวแล้ว มันยากที่จะปีนกลับขึ้นมา”

                                      “...”

                                      “เธอก็รู้ใช่มั้ย... เหมือนกับที่เธอก็จะต้องตอบไม่ถูกแบบนี้เหมือนกันถ้าฉันถามเธอว่าเธอจะเลิกยุ่งกับเฮซมั้ย”

                                     ฉันเงียบ เมื่อรู้สึกว่าเธอพูดถูกเข้าอย่างจัง แปลกดีที่ฉันทั้งโกรธทั้งเสียใจที่เขาไม่เคยบอกฉัน... ว่าเขามีแฟนอยู่แล้ว หรือที่ราวกับเขาหลอกฉันมาตลอด... แต่ฉันกลับยังก้าวขาออกไปจากเขาไม่ได้...

                                      “ถ้างั้น... ฉันจะเลิกกับเฮซ แล้วเธอก็เลิกกับฉาน แบบนี้ดีมั้ย”

                                     เธอพูดแบบนั้นแล้วเธอก็เงียบไป เมื่อเห็นว่าฉันยังคงเงียบและไม่ปริปากพูดอะไรออกมา ไม่มีคำตอบของฉันสำหรับคำถามของเธอ แต่ความเห็นแก่ตัวของฉันก็โถมเข้าใส่ตัวเธอทั้งตัว...

 

                                     ฉันใช้เวลาเกือบทั้งวันในการนั่งอยู่ในห้องกับตัวเองเงียบๆ แล้วก็คิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย... ฉันคบกับฉานมาเกือบห้าเดือน และตลอดสามเดือนที่ผ่านมา เขาก็มีคนอื่นมาตลอด ซึ่งฉันไม่เคยรู้หรือเอะใจอะไรเลย เพราะเขาก็ยังคงเป็นแบบเดิมเสมอ ดูแลฉันอย่างดี แต่ก็ไม่เคยแสดงความรู้สึกอะไรให้ฉันเห็นเลย...

                                     ฉันเคยตั้งคำถามว่าเพราะอะไรเขาถึงไม่เคยแคร์ฉัน คำตอบก็ถูกเฉลยออกมาหมดเมื่อผู้หญิงคนนั้นเข้ามา... เขาไม่รักฉันนี่เอง

                                     และมันคงจะดีกว่านี้ถ้าฉันเห็นแก่ตัวน้อยกว่านี้... หรืออย่างน้อยก็ควรจะใช้สมองมากกว่าความรู้สึกมากกว่านี้...

                                     ถ้าจะให้เลิกกับฉาน... ฉันก็ทำไม่ได้ หรือถ้าจะให้เลิกยุ่งกับเฮซ... ฉันก็ทำไม่ได้อีกเหมือนกัน ทั้งๆ ที่ตอนนี้ฉันรู้เรื่องพวกนั้นอยู่เต็มอก ทั้งๆ ที่ฉันเองก็รู้ว่าฉานไม่ได้รักฉัน... หรือทั้งๆ ที่ฉันก็รู้ ว่าเฮซมีแฟนอยู่แล้ว

                                     เดี๋ยวสิมัจฉา... เธอต้องการเขา แต่พวกเขาล่ะต้องการเธอมั้ย

                                      “เฮอะ”

                                     ฉันแค่นหัวเราะออกมาแล้วก็เสยผมที่ตกลงมาปรกหน้าขึ้นไป ฉันนั่งอยู่นอกระเบียง และก็เหม่อมองออกไปเรื่อย ก่อนที่ฉันจะทิ้งตัวลงนอนราบลงกับพื้นระเบียง ปล่อยให้ลมเย็นๆ พัดผ่านตัวฉันไป

                                     ฉันนอนนิ่งอยู่อย่างนั้นสักพักก่อนจะลุกพรวดขึ้นมา หยิบโทรศัพท์กับกระเป๋าแล้วเดินออกจากห้องไป

 

                                     กริ๊ง

                                     ฉันยืนอยู่หน้าห้องเฮซแล้วก็กดกริ่งลงไป เสียงกริ่งดังอยู่สักพักก่อนที่เจ้าของห้องจะออกมาเปิด เฮซอยู่ตรงหน้าฉันแล้วก็กำลังฉีกยิ้มส่งมาให้ฉัน ฉันยิ้มตอบรับบางๆ แล้วเขาก็ดึงฉันเข้าไปในห้อง

                                      “ฉันบอกแล้วไงว่าเดี๋ยวจะเข้าไปหาตอนค่ำๆ ฉันยังปิดโปรเจคฯ ไม่ได้เลย”

                                     เขาพูดไปพลางหยิบจัดอุปกรณ์งานที่วางเกลื่อนอยู่เต็มพื้นหลบทางให้ฉันเดิน ฉันเดินตามเขาไปนั่งลงบนโซฟาส่วนตัวเขาเองก็นั่งลงบนพื้นตรงหน้างานที่เขากำลังทำอยู่แล้วเขาก็เอาแต่บ่นเรื่องงานอะไรของเขาโดยที่ฉันเองก็นั่งฟังเงียบๆ

                                     "เฮ้ เธอลืมเอาปากมาเหรอไง”

                                     เขาขมวดคิ้วแล้วก็หันมาจ้องฉัน

                                      “ตาเธอบวมเท่าอึ่งอ่างเลยรู้มั้ย=*=

                                     แล้วเขาก็ขมวดคิ้วหนักกว่าเดิมเมื่อสังเกตเห็นตาบวมเป่งของฉัน เขาลุกขึ้นจากบนพื้นแล้วก็เดินหายเข้าไปในครัว ก่อนจะกลับมาพร้อมกับที่ประคบเย็น

                                      “หลับตา”

                                     เขาทิ้งตัวลงนั่งข้างฉันแล้วก็สั่งให้ฉันหลับตา ก่อนจะเอาที่ประคบเย็นค่อยๆ ประทับลงบนเปลือกตาฉันเบาๆ สลับกันไปมาระหว่างสองข้าง

                                      “นี่... เฮซ”

                                     ฉันขานเรียกเขาเบาๆ และเขาก็ส่งเสียงตอบกลับมา

                                      “หือ”

                                      “ซอลน่ะ เป็นใครเหรอ”

                                      “ดาวคณะวิศวะฯ ไง”

                                     ฉันจับมือเขาที่ประคบเย็นให้ฉันอยู่ออก ลืมตาขึ้นแล้วก็มองไปที่เขา

                                      “ฉันหมายถึง เขาเป็นอะไรกับนาย”

                                     เฮซลดมือกลับไป และก็เหมือนเขาจะเข้าใจอะไรได้ทันที

                                      “ซอลไปหาเธอเหรอ”

                                     ฉันพยักหน้าลง โดยไม่คิดจะปิดบัง

                                      “พวกนายคบกัน”

                                      “...”

                                      “ฉันไม่รู้อะไรเลย”

                                      “...”

                                      “แล้วนายก็รู้มาตั้งแต่แรกว่าฉานเองก็แอบคบกับซอล”

                                      “...”

                                      “พวกเขาแอบคบกันมาสามเดือน...”

                                      “...”

                                      “ก่อนพวกเราใช่มั้ยล่ะ ฮ่ะๆ”

                                     ฉันหัวเราะออกมาแล้วก็จ้องเข้าไปข้างนัยน์ตาของเขาที่ฉายสะท้อนภาพของฉันกลับมา ดวงตาสีน้ำตาลเข้มของเขาก็จ้องกลับมาที่ฉันนิ่ง

                                      “นั่นมันทำให้ฉันคิดนะ ว่าที่นายมาหาฉัน... มันเป็นเพราะอะไร”

                                     ฉันตั้งคำถามกับเขากลายๆ และฉันก็อ่านดวงตาของเขาไม่ออก มันราวกับกระจกเงาที่สะท้อนแค่ภาพฉันให้เห็น

                                      “เพราะซอลไปหาฉาน นายก็เลยมาหาฉันบ้าง... ก็แค่นั้นใช่มั้ย”

                                     เมื่อคำตอบของเขายังคือความเงียบ ความเงียบนั้นเลยบีบคอฉันจนแทบหายใจไม่ออก...

                                     ฉันสูดลมหายใจเข้าลึกๆ แล้วก็พยายามตั้งสติใหม่ เมื่อรู้สึกว่าเริ่มปล่อยตัวเองจมลงไปกับความรู้สึกงี่เง่าพวกนั้นมากเกินไป

                                      “ซอลบอกให้ฉันเลิกกับฉานแล้วก็ไปคบกับนาย แล้วเธอก็จะเลิกกับนายเพื่อไปคบกับฉาน”

                                     มีแวววูบไหววูบนึงเผยเข้ามาในดวงตาของเขา แต่เพียงแค่แวบเดียวก็หายไป... แต่นั่นก็มากพอที่จะทำให้ฉันรู้... ว่าเขาไม่ต้องการแบบนั้น

                                      “และฉันก็ไม่รู้ว่าควรจะทำแบบไหนดี คบกับฉานต่อ หรือเลิกกับฉานมาคบกับนายดี...”

                                      “...”

                                      “เพราะในเมื่อพวกนายก็ไม่ต้องการฉันเลย”

                                     ฉันลุกขึ้นยืนและเดินออกมาโดยที่เฮซไม่ได้รั้งฉันไว้แม้แต่นิดเดียว...

 

                                     ฉันตื่นเช้าขึ้นมาอีกวันด้วยดวงตาที่ก็ยังคงบวมเป่งเหมือนเดิม แถมขอบตาก็คล้ำจนฉันต้องลงคอนซีลเลอร์ทับไปตั้งหลายรอบ ฉันสวมเสื้อยืดสีขาวพอดีตัวกับยีนส์ขาสั้นธรรมดา แถมหน้าก็ไม่ได้แต่งด้วยนอกจากคอนซีลเลอร์ที่ฉันหยิบออกมาทาปกปิดใต้ตาเท่านั้น แล้วก็ผมก็มัดขึ้นเป็นหางม้าลวกๆ แบบขี้เกียจสุดๆ

                                     สีหน้าและแววตาของเฮซตอนที่ฉันบอกว่าซอลพูดแบบนั้นยังฉายชัดอยู่ในหัวของฉัน แล้วฉันก็เอาแต่คิดไปคิดมาว่าฉันจะหลุดออกจากความรู้สึกตัวเองตรงนี้ยังไง

                                     เสียงโทรศัพท์ที่วางอยู่บนโต๊ะดังขึ้น ฉันหันไปหยิบและก็พบว่าเป็นเบอร์เพื่อนในคลาส ฉันกดรับก่อนจะกรอกเสียงลงไป

                                      “ว่า”

                                      [แกอยู่ไหนวะ แล้วนี่รู้เรื่องหรือยัง!]

                                      “รู้เรื่องอะไร”

                                      [แกนะแก ทำไมทำอะไรไม่รู้จักคิดก่อนบ้าง!]

                                      “แกหมายความว่ายังไง”

                                      [คลิปแกกับเฮซปลิวว่อนยูฯ แล้วโว้ย!]


Talk with my readers:3

-เหวอมั้ยล่ะแก... คิดหนักมากว่าจะเอายังไงดี

จริงๆ วางเรื่องไว้แบบนี้แล้ว แต่พอตอนมาเขียนก็ลังเล ว่าจะเอาแบบที่วางไว้ดีเหรอ

แต่คิดไปคิดมา สุดท้ายก็เขียนตามที่วางพล็อตไว้ แอบเขวอยู่นิดนึง แบบอยากให้เฮซดูเป็นผชที่ดีขึ้นบ้าง

คือจะไม่เอาแบบนี้แล้ว แต่สุดท้ายป๋าเฮซก็เป็นผชแบบเดิม... 555555

ยังไงก็เจอกันครึ่งหลังนะคะ ขอบคุณสำหรับกำลังใจดีดีอย่างเม้นและโหวตนะคะ รักนักอ่านเสมอค่ะ
 

Talk with my readers:3[2]

-งานเยอะมากช่วงนี้ ใกล้สอบแล้วค่ะ อาจารย์เลยได้ฤกษ์สั่งงานหนักๆ แล้วค่ะ

แปลกเนอะ ไอ้ช่วงปกติก็ไม่ค่อยสั่งหรอก พอใกล้สอบทีไร สั่งงานแบบมโนไปเองว่านร.ว่างทุกที

เอาเป็นว่าเจอกันตอนหน้านะคะ ขอบคุณสำหรับทุกกำลังใจนะคะ รักนักอ่านทุกคนจ้า

Coming soon… Eps07

Please wait Please Ment&Vote

หนึ่งเม้นเท่ากับหนึ่งกำลังใจ ,แรงใจดีดีที่ไม่ต้องเสียตังค์ เม้น+โหวต

Up 50%@08/12/2013

Up 100%@15/12/2013

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 24 ครั้ง

935 ความคิดเห็น

  1. #914 bellbenyani (@arthitaya-am) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2557 / 19:46
    สงสารมัจฉาอ่ะ
    มัจฉาไม่ผิดดดด
    #914
    0
  2. #903 ByChu (@numilike) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 15 เมษายน 2557 / 00:44
    รุสึกแย่มากกกกก โอ้ยๆ ชีวิตรันทด
    #903
    0
  3. #797 justyou0313 (@justyou0313) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2557 / 02:03
    สงสารมัจฉาจับใจ ไม่ชอบซอลเลย :( มั่นเพราะสวยสินะๆ โอ้ย ผู้ชาย 2 คนนี้ก้นะต้องการอะไร ความชัดเจนอยู่ที่ไหน คำถามต่อไปใครปล่อยคลิป? =_=
    #797
    0
  4. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  5. #627 JENNYHA (@jennyha) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 3 มกราคม 2557 / 15:42
    ได้ไงใครปล่อยวะ เฮซ
    #627
    0
  6. #567 M.T.Miracle (@The_bam) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2556 / 23:38
    ใครปล่อยยยยยยยยยย
    #567
    0
  7. #501 n'journey (@film10kitty) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2556 / 17:21
    อุ๊ยตาย คลิปไรว้า 'x'
    #501
    0
  8. #495 Eyp (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2556 / 14:44
    เหวอออออ ใครเปนคนปล่อยอะะ

    หวังว่าไม่ใช่เฮซนะะ
    #495
    0
  9. #488 ่่่่่่jane (@pannita-jane) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2556 / 16:56
    สงสารมัจฉา 
    รูปมัจฉาสวยอะ น่ารักกกว่าซอลอีก

    #488
    0
  10. #479 Phenkhae Bunchu (@fullmoon2537) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2556 / 15:44
    ทำไมมัจฉาถึงน่าสงสารที่สุด สงสาร สงสาร T_T แล้วคลิปหลุดอะไร ทำไมถึงเป็นแบบนี้ ค้างคาสุดต่อไปจะเป็นไงนะ >< รอๆอัพต่อนะคะไรท์เตอร์
    #479
    0
  11. #478 Phenkhae Bunchu (@fullmoon2537) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2556 / 15:43
    ทำไมมัจฉาถึงน่าสงสารที่สุด สงสาร สงสาร T_T แล้วคลิปหลุดอะไร ทำไมถึงเป็นแบบนี้ ค้างคาสุดต่อไปจะเป็นไงนะ >< รอๆอัพต่อนะคะไรท์เตอร์
    #478
    0
  12. #476 Stellar_Stellar (@satang-satang) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2556 / 04:36
    สงสารหนูปลาาาาา
    #476
    0
  13. #475 มาเฉยๆ (@jeab024) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2556 / 15:42
    มาต่อไวๆนะคะ
    #475
    0
  14. #474 Sutthida Ketui (@beowa) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2556 / 01:25
    รอจ้าาาา รีบมาไวๆน้า
    #474
    0
  15. #473 gogolffy (@gogolffy) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2556 / 12:09
    ใครปล่อยคลิป...งานงอกแล้วมัจฉา
    #473
    0
  16. #471 PINPAK2000 (@pinpak2000) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2556 / 23:39
    มาอัพไวๆนร๊คร๊ เป็นกำลังใจให้
    #471
    0
  17. #470 Nookii Pan (@nookiipan) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2556 / 22:39
    เอาล่ะสิ งานเข้าหนูปลาแล้วมั้ยล่ะ
    #470
    0
  18. #469 kwonyeo.YulSica (@0mygirl0) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2556 / 22:17
    มัจฉา >____< อย่าไปแคร์ใครนะ เอาให้เค้ามาสนใจเราเองเลย ฮุฮุ ปล.เป็นกำลังใจให้ไรต์เตอร์นะนะนะ อยากให้ไรต์เปลี่ยนมาอัพอาทิตย์ละ2ครั้งอ่า~ พฮึก .___.
    #469
    0
  19. #464 hunmijuncq. (@ctokk) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2556 / 20:18
    สงสารมัจฉาอะ โฮรววว
    ซอลมั่นหน้ามากกก หน้าด้านว่ะที่พูดเลย 
    เกลียดนาง55555555555
    สงสารนางเอกอะ อยากให้นางถอยออกมาจากทุกคน
    ไม่ต้องไปยุ่งกะใคร ช่างแม่งไป แค่ผชแย่ๆกับผญเลวๆคนนึง=_=
    #464
    0
  20. #462 aj68 (@ai68) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2556 / 20:00
    เกลียดซอลฉิบหาย !!!! เกลียดโคตร ๆ ๆ ๆ  ๆ ๆ ๆ ๆ  ๆ :(
    ไม่เข้าใจด้วยว่าฉานคิดยังไง ? 
    อยากรู้ว่าตอนนี้เฮซกำลังคิดจะทำยังไงอยู่ ?
    เรื่องนี้มัจฉาน่าสงสารสุด ๆ ไม่รู้เรื่องอะไรเลย TT
    แล้วไหนจะเรื่องคลิปอีก ! ? ! ใครปล่อยวะ ????
    #462
    0
  21. #461 Cherinnik (@intiraauamsaard8) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2556 / 19:43
    เศร้าปายยยยย T T
    #461
    0
  22. #459 B.BAIFERN (@yanisa-somchan) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2556 / 19:23
    มัจฉาา าา    
    #459
    0
  23. #458 ซีพอย สองเก้า (@zploy) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2556 / 19:11
    กรี๊ด!!!~ สงสารมัจฉา T^T

    รออ่านนะคะ ไรต์คนเ่ก่ง 
    #458
    0
  24. #457 Supereggz (@the-forgetful) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2556 / 18:34
    อัพไวนะคะ
    #457
    0
  25. #456 นู๋น้อยหรรษา (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2556 / 18:32
    โห มัจฉา...น่าสงสารสุด

    ทำไมต้องทำกับเธอแบบเน้
    #456
    0