คืนค่าการตั้งค่าทั้งหมด
คุณแน่ใจว่าต้องการคืนค่าการตั้งค่าทั้งหมด ?
ลำดับตอนที่ #6 : Dream Girl : Chapter 6
-.-.-.-.-.-.-.-.-.-.-.-.-.-.--.-.-.-.-.--.-.-.-..-.---..-.-.--..
Chapter 6.1
วันต่อมาเมื่อถึงเวลาอาหารเช้า เฮอร์ไมโอนี่เดินโซเซเข้าไปยังห้องอาหาร ดวงตาของเธอเป็นสีแดง พร่ามัว และบวมจากการนอนน้อย ผมของเธอมัดเป็นหางม้ายุ่งเหยิง และเธอยังคงอยู่ในชุดกางเกงนอนขายาวกับเสื้อยืดรัดรูปที่เธอเปลี่ยนหลังจากที่ มัลฟอย ออกไปจากห้องเมื่อคืนนี้
“อรุณสวัสดิ์ เกรนเจอร์” มัลฟอยพูด เฮอร์ไมโอนี่ มองใส่เขาโดยไร้คำพูดและทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ เธอเสกให้กาน้ำชาลอยมาตรงหน้าเธอและเตรียมถ้วยชา เธอพึมพำกับตัวเองเกี่ยวกับการสนทนายามเช้าที่สดชื่น หลังจากชาถูกเตรียมพร้อม เธอจิบชาร้อนที่อยู่ในถ้วย และมองมัลฟอยผ่านขอบถ้วยชาของตัวเอง
เธอคิด...ทำไมเธอคล้ายกับมนุษย์ยุคหินกลับมาเกิดใหม่ในขณะที่ มัลฟอย นอนน้อยกว่าเธอ เขาไม่มีแม้แต่ถุงใต้ตา มันน่าหมั่นไส้จริงๆสำหรับชายที่ยังดูดีกับการนอนเพียงแค่ 4 ชั่วโมงเท่านั้น
ในขณะที่เธอคิด มัลฟอยเริ่มต้นพูด เธอต้องใช้เวลาชั่วครู่เพื่อรับรู้ว่า คำพูดนั้นกำลังออกมาจากปากของเขา และเธอควรจะฟัง
“ตกลงเธอว่าไงเฮอร์ไมโอนี่”
“อ้า เอ่อ...”มันเป็นทั้งหมดที่เธอจะพูด เพราะเธอได้ยินแค่ประโยคสุดท้ายที่เขาพูดเท่านั้น
“ฉันบอกว่าฉันจะจัดงานปาร์ตี้มื้อค่ำเล็กๆเย็นนี้”
“โอ้ ได้ ได้เลยไม่เป็นปัญหาหรอก ฉันหมายถึง ฉันแค่จะอ่านหนังสืออยู่ในห้องและเอาอาหารขึ้นมาก่อนที่แขกของนายจะมาถึง พวกเขาจะไม่รู้ว่าฉันอยู่ที่นี่ ฉันจะไม่ส่งเสียงหรอก จริงๆนะ”
“เฮอร์ไมโอนี่” มัลฟอยทำเสียงราวกับว่ามันเป็นเรื่องตลก
“ฉันไม่ได้ต้องการให้เธอหลบไป แต่ฉันหวังว่าเธอจะตกลงมาเป็นแขกให้กับฉัน” เฮอร์ไมโอนี่ไม่มีคำพูดใด
“นายอยากให้ฉันมางานเลี้ยงมื้อค่ำของนายเหรอ”
“ใช่ นั่นแหละคือเหตุผลที่ฉันถามเธอ” เฮอร์ไมโอนี่เงียบไปชั่วขณะ เดรโกรหยักคิ้วให้เธอ ราวกับจะบอกว่า ไม่ใช่คำถามที่ตอบยากเลย
“ฉันต้องเตรียมตัวให้เสร็จตอนกี่โมงล่ะ”
“หนึ่งทุ่ม” เขาพูด ขยิบตาให้เธอ เล็กน้อยก่อนลุกเดินจากไป เขาก้าวเดินออกไปจากประตูโดยไม่ชำเลืองมองกลับมาอีก เฮอร์ไมโอนี่จ้องตามเขา หน้าของเธอยังคงบูดบึ้ง และงงงวยจากการนอนน้อย
“นั่นแหละคือเหตุผลที่ฉันถามเธอ” เธอพูดล้อเลียนด้วยเสียงสูงหลังจากเธอแน่ใจว่าเขาไปแล้ว
“เยี่ยม! แล้วฉันจะใส่อะไรไปงานเลี้ยงมื้อค่ำที่คฤหาสน์มัลฟอยล่ะทีนี้” เสียง “ป๊อป” ดังขึ้นและชังกี้ปรากฏตัวแทบจะในทันที เฮอร์ไมโอนี่ร้องด้วยความตกใจ จากนั้นเธอกลืนน้ำลายและจับหน้าอกเมื่อเธอเห็นว่ามันคือ ชังกี้ นั่นเอง
“ทำไมนายหญิงเฮอร์ไมโอนี่ ไม่ไปหา เมอร์ซิเออร์เบโลซล่ะ นายหญิงจะได้รับสิ่งที่สมบูรณ์แบบในชั่วอึดใจจากเขา เวลาที่นายหญิง มัลฟอย ของชังกี้ต้องการเสื้อคลุมที่เป็นทางการเธอจะไปหาเขา”
“เมอร์ซิเออร์เบโลซเหรอ เขาเป็นช่างทำเสื้อคลุมใช่ไหม”
“ใช่เจ้าค่ะนายหญิง ที่นั่นเป็นร้านขายเสื้อคลุมหรูที่ดีที่สุดในตรอกไดแอกอนและอะไรทำนองนั้น” ชังกี้ยิ้มกว้าง เฮอร์ไมโอนี่คิดชั่วครู่
“ตกลงชังกี้ เธอจะไปกับฉันเพื่อช่วยฉันได้ไหม” ชังกี้ยิ้มกว้างและผงกหัวรับคำขอนั้น เฮอร์ไมโอนี่ลุกขึ้น และรีบวิ่งขึ้นไปชั้นบนเพื่อเปลี่ยนชุด เธอลืมความเหน็ดเหนื่อยและความอ่อนเพลียหายไปในทันที
หนึ่งชั่วโมงต่อมาที่ร้านของเมอร์ซิเออร์เบโลซ เฮอร์ไมโอนี่จ้องภาพสะท้อนของเธอจากกระจกวิเศษ ที่ร้านของเมอร์ซิเออร์เบโลซ กระจกแสดงให้เธอเห็นด้านหน้าของชุดราตรีที่เธอสวมใส่ และเมื่อเธอแกว่งไม้กายสิทธิ์ กระจกแสดงให้เธอเห็นว่าด้านหลังของเธอดูเป็นยังไง
เมอร์ซิเออร์เบโลซ กำลังเยินยอเธอ หนวดสีดำเล็กๆของเขาจับกันเป็นก้อนและตั้งขึ้นในขณะพูดเจื้อยแจ้วด้วยสำเนียงฝรั่งเศ
ส
“มัดมัวแซลเกรนเจอร์ โอ้พระเจ้า! ชุดนี้ทำให้คุณสวยจนน่าตกตะลึง ปม-คง-จา-มาย-ต้อง-เปลี่ยน-แปลง-อาราย ยังกับว่ามันถูกทำขึ้นมาเพื่อคุณอย่างนั้นแหละ”
“บางทีมันอาจจะทำขึ้นมาเพื่อคู่แฝดที่ร่ำรวยมหาศาลของฉันแต่บังอัญที่ฉันไม่มีคู่แฝด
เสียด้วยสิ ” เฮอร์ไมโอนี่คิดด้วยความกลัดกลุ้ม ชุดหรูหรา ดูสวยงาม และเธอน่าจะยอมจ่ายมันด้วยความยินดีแต่ตัวเลขบนป้ายราคาช่างไม่น่าซื้อหาเอาเสียงเลย
ไม่มีทางที่เธอจะยอมใช้จ่ายเงินจำนวนนั้นเพื่อชุดเพียงชุดเดียว แม้ว่าเธอจะมีเงินก็ตามแต่เธอก็คงจะไม่ยอมจ่ายเพื่อสิ่งนี้เป็นแน่
ถึงแม้ว่าพ่อแม่ของเธอจะเป็นหมอทั้งคู่ และมีอาชีพการงานที่ดีแต่เธอก็ภาคภูมิใจในตัวเอง ในฐานะที่เธอเองเติบโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่คนหนึ่งแล้ว เธอจะไม่ยอมรับความช่วยเหลือเรื่องเงินจากพ่อแม่ของเธอเป็นอันขาด เฮอร์ไมโอนี่มีห้องพักของตัวเองและซื้อมันตั้งแต่วันที่เธอเริ่มทำงานที่กระทรวง เธอได้เงินเดือนมากพอสำหรับคนวัยเช่นเธอ เธอมีเงินเพียงพอสำหรับการเป็นอยู่อย่างสบายแต่เธอก็ไม่ได้ร่ำรวยจริง
เฮอร์ไมโอนี่มองกระจกเป็นครั้งสุดท้ายและกลับเข้าไปยังห้องแต่งตัว เธอกลับออกมาอีกครั้งพร้อมกับชุดราตรีสีดำอีกตัวหนึ่ง พยายามที่จะไม่ทำหน้ามุ่ยเมื่อเธอมองตัวเองในกระจก ชุดดูสวยทีเดียว แต่เธอชอบชุดสีเทามุกมากว่า และหลังจากเห็นราคาของชุดผ้าไหมสีเทามุกเธอก็ตัดสินใจว่าแค่ชุดสีดำนี้ก็ใช้ได้แล้ว
“ฉันคงจะเอาชุดนี้ค่ะ เมอร์ซิเออร์” เธอพูดถอนหายใจอย่างรับสภาพ เมอร์ซิเออร์เบโลซเข้าใจสถานะภาพทางการเงินในทันทีและพยักหน้าอย่างมีชั้นเชิง
“ชุดนี้ก็สวยมากเช่นกัน” เขาพูดอย่างเป็นกันเอง
“ผมก็แค่ต้องเติมแต่งอะไรนิดหน่อยก็เท่านั้นและคุณก็จะสง่างาม” เฮอร์ไมโอนี่ยิ้มกลับไปให้เขา และถอนหายใจในขณะที่เขาเริ่มปักเข็มหมุด ขีดชอล์คเพื่อแก้ไขบางอย่าง เธอจ่ายเงินสำหรับชุดตัวนั้น และทิ้งที่อยู่ที่จะให้ไปส่ง เมอร์ซิเออร์เบโลซให้คำมั่นว่า ชุดจะไปถึงตอนหกโมงเย็นและขอให้มีความสุข
เฮอร์ไมโอนี่และชังกี้เดินไปตามตรอกไดแอกอน และซื้อของกระจุกกระจิกบางอย่างจากนั้นกลับไปที่คฤหาสน์ เฮอร์ไมโอนี่จิบชาในห้องและจากนั้นนอนหลับอีกสองถึงสามชั่วโมง
ก่อนที่เธอจะรู้สึกว่าใกล้จะหมดวันแล้ว และเกือบจะถึงเวลางานเลี้ยง เฮอร์ไมโอนี่ตรงไปอาบน้ำ และจากนั้นนั่งอยู่ที่โต๊ะเพื่อใช้ความเชี่ยวชาญทั้งหมดที่เธอมีเพื่อเกล้าผมขึ้นไปจ
นสำเร็จ เธอเรียนรู้เวทมนตร์เกี่ยวกับความสวยงาม มากมายตั้งแต่เธอออกจากฮอกวอตส์ และเธอก็ทำมันจนสำเร็จเสร็จสิ้น เธอรู้สึกมากกว่าความพอใจจากภาพสะท้อนในกระจก
ผมของเธอถูกรวบสูงขึ้นไปและไขว้กันอย่างหลวมๆไปยังมงกุฎบนหัวของเธอ ผมลอนสีน้ำตาลแดงหนาเป็นประกาย ตกลงตรงบริเวณหลังไปจนถึงเอวอย่างหลวมๆ มันดูสง่างามในขณะที่ดูเรียบง่ายในเวลาเดียวกัน
เธอใช้คาถาตกแต่งดวงตาในโทนสีดำ และให้ความรู้สึกแบบสโมคกี้ ขนตาของเธอดูยาวและหนาขึ้น ริมฝีปากของเธอสมบูรณ์แบบด้วยสีชมพูธรรมชาติแวววาว และผิวของเธอขาวเนียนเปล่งปลั่ง
ในที่สุด ผมและใบหน้าของเธอถูกตกแต่งจนเสร็จ เธอเริ่มกระสับกระส่าย ไม่ใช่แค่ความกังวลใจในสิ่งที่จะเกิดขึ้นในค่ำคืนนี้แต่ยังเป็นเพราะชุดที่เธอเลือกซ
ื้อจาก เมอร์ซิเออร์เบโลซที่ยังมาไม่ถึง เธอนั่งลงพร้อมไขว้นิ้วเข้าด้วยกัน พยายามจดจำว่าไม่ควรกัดปากตัวเองหรือทำให้เครื่องสำอางเสียหาย
หลังจากช่วงเวลาอันยาวนานเธอได้ยินเสียงของสิ่งที่เธอกำลังรอคอย ในขณะที่เธอเร่งรีบไปที่หน้าต่าง เธอเห็นนกฮูกตัวใหญ่เกาะอยู่ที่ระเบียงพร้อมกับหีบห่อยาวในกรงเล็บของมัน
เธอเปิดหน้าต่างออกและดึงหีบห่อเข้ามาข้างใน นกฮูกมองเธอราวกับว่ามันคาดหวังจะได้อาหาร เธอยัดเหรียญลงในถุงหน้าท้องและปฏิเสธที่จะให้อาหารมัน
“ไม่มีทางซะล่ะ ฉันสายแล้ว” เฮอร์ไมโอนี่พูดในขณะที่เธอปิดหน้าต่าง และรีบกลับเข้าไปที่ห้องนอน เธอเปิดหีบห่อนั้นออก ภาวนาให้คุณเบโลซแก้ไขชุดให้ได้ดีกว่า ที่เขาจะตรงเวลา ตอนนี้อีกสิบห้านาทีจะหนึ่งทุ่มแล้ว
เธอชะงักตัวแข็งทื่อ เมื่อเธอเห็นเนื้อผ้าไหมสีเทาเป็นประกายของชุดราตรีที่เธอเลือกในทีแรก เธอหยิบมันขึ้นมาด้วยหัวใจที่เต้นแรง เธอคิด...จะต้องเกิดความผิดพลาด! เธอแน่ใจว่า เมอร์ซิเออร์เบโลซเข้าใจว่าเธอเลือกจ่ายชุดราตรีที่แพงน้อยกว่า
เมื่อเธอยกชุดขึ้นมา เธอมองเห็นโน้ตเล็กๆหล่นออกจากหีบห่อ เธอหยิบมันขึ้นมาและอ่านอย่างรวดเร็วยิ้มให้กับข้อความที่เขียนด้วยลายมือเรียบร้อยแ
ละสง่างาม
เกรนเจอร์,
ชุดนี้เหมาะกับเธอมากกว่าชุดไหนๆ รีบใส่ซะเธอกำลังจะสายแล้วนะ
ด.ม.
เฮอร์ไมโอนี่กอดชุดไว้แน่น ความตื่นเต้นของเธอในตอนนี้เพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า เนื่องจากเธอกำลังจะได้ใส่ชุดที่สวยงามที่สุด ที่เธอได้จากคำกล่าวชมของเดรโก มัลฟอย
ในขณะที่เธอสวมชุด เธอมองตัวเองในกระจก ยิ้มกว้างอย่างไร้เหตุผล เธอหมุนตัวไปรอบๆ ผ้าไหมสีเทาเป็นประกายของชุด รัดทรวดทรงของเธอได้อย่างสมบูรณ์แบบ เนื้อผ้าเบาบาง จนคิดว่ามันมองเห็นทะลุผ่านเข้าไปข้างในได้ ด้านหลังเว้าต่ำลงไป เผยให้เห็นแผ่นหลังขาวนวลเนียนของเธอ ภาพที่เธอเห็นทั้งหมดทำให้เธอรู้สึกเหมือนเป็นดาราที่มาจากยุค 1920 ชังกี้ปรากฏตัวเข้ามาในห้องและร้องใส่เธอ
“นายหญิงเฮอร์ไมโอนี่ช่างสวยงามเหลือเกิน!”
“ขอบใจชังกี้ แต่เธอดูไม่แปลกใจเลยที่ฉันใส่ชุดที่แตกต่างจากชุดที่ฉันซื้อในวันนี้” เฮอร์ไมโอนี่ยิ้มให้เอลฟ์ ชังกี้หน้าแดงและพยายามหลบตาเธอโดยการมองไปรอบๆห้อง
“ชังกี้หวังว่านายหญิงจะไม่โกรธ ชังกี้แค่คิดว่านายหญิงชอบชุดนี้มากกว่า ชังกี้แค่เอ่ยถึงมันให้นายท่านรู้ นายหญิงแค่พูดเปรยๆแต่ชังกี้รู้ว่านายหญิงชอบมัน นายท่านบอกให้กลับไปที่ร้านและเปลี่ยนแปลง” ชังกี้กุมมือ
เล็กๆเข้าด้วยกัน ด้วยความกังวลใจ
“ฉันไม่ได้โกรธหรอกชังกี้” เฮอร์ไมโอนี่รีบพูดให้เอลฟ์แน่ใจ
“ฉันก็แค่สงสัยว่าเขารู้ได้อย่างไรก็เท่านั้น”
“ชังกี้ดีใจที่นายหญิงไม่โกรธ เอาล่ะนายท่านกำลังรอนายหญิงอยู่ชั้นล่าง” เฮอร์ไมโอนี่ผิดหวังเล็กน้อยที่เขาไม่มารับเธอออกไปจากห้อง แต่เธอคิดไว้ว่ามันไม่ใช่เดทสักหน่อยและทำไมเขาต้องทำด้วยล่ะ?
เธอออกไปตามทางเดิน ตรงไปที่บันได เธอหยุดชะงักที่ด้านบน เดรโกอยู่ใกล้ปลายบันไดกำลังสนทนาอยู่กับพ่อมดตัวสูงในชุดเสื้อคลุมสีดำคนหนึ่ง แม่มดสาว 3 คนและพ่อมดหนุ่มอีกคนอยู่ห่างออกไป ใกล้กับเตาพิง
เมื่อเธอเริ่มเดินลงมาจากบันได พ่อมดทั้งคู่ที่อยู่ใกล้บันไดขั้นสุดท้ายเงยหน้ามอง ดวงตาของเฮอร์ไมโอนี่ติดตรึงอยู่กับเดรโกในทันที เขาหันหน้าออกจากพ่อมดที่เขากำลังคุยด้วยเพื่อที่จะสามารถมองเห็นหน้าเธอได้ชัดเจนขึ
้นในขณะที่เธอใกล้เข้ามา เฮอร์ไมโอนี่ยิ้ม เห็นสายตาที่เขามองเธอ มันเป็นสายตาที่แม่มดทุกๆคน อยากจะเห็นบนใบหน้าของพวกพ่อมดเมื่อพวกเธอพยายามแต่งตัว มันเป็นสายตาของความชื่นชมที่ผู้ชายแสดงต่อผู้หญิงที่สวยงาม
เมื่อเธอเดินมาถึงชั้นล่างของบันได เดรโกก้าวขึ้นไปรับเธอ เขาพาเธอเดินออกไปจากพ่อมดที่เขากำลังคุยด้วย และมุ่งตรงไปยังประตูสไตล์ฝรั่งเศสที่เปิดอยู่
“เคราเมอร์ลิน เกรนเจอร์ ชังกี้พูดแค่ว่าชุดนี้ดูดีกว่าชุดที่เธอเลือกแต่- - -ดูเธอซิ เธอดูน่าตกตะลึงอย่างที่สุด” ในทีสุดเขาพูดออกมาอย่างง่ายๆ
“ฉันจะต้องให้รางวัลแก่เอลฟ์สักหน่อยแล้วล่ะ” เขาพึมพำในขณะที่จิบเครื่องดื่มอีกครั้ง เฮอร์ไมโอนี่ยิ้มให้เขา
“ขอบคุณนะมัลฟอย แต่คืนนี้ฉันคิดว่ามันอาจจะไปได้ดีกว่าถ้าเธอเรียกฉันว่าเฮอร์ไมโอนี่” เธอพูดพร้อมกับปัดบางอย่างที่ไม่มีอยู่จริงออกจากเสื้อคลุมของเขาอบ่างเขินอายและเขา
ไม่ทันสังเกตเห็นนิ้วมือที่กำลังสั่นของเธอ มันเริ่มสั่นในทันทีที่เธอก้าวเดินเข้ามาในห้อง เธอจำเป็นต้องหาข้ออ้างเพื่อจะมองไปทางอื่น หันไปจากสายตาที่มองทะลุผ่านเข้าไปในตัวเธอ มือของเขายังคงเกาะกุมแขนของเธอและมันเป็นเหตุให้เกิดความรู้สึกซาบซ่านแปลกที่สุดที
่ตรงนั้น
“เดรโก” พ่อมดตัวสูงที่ยืนอยู่กับ มัลฟอย ก่อนหน้ากำลังเดินตรงมาหาพวกเขาพร้อมกับ คอกเทลสองแก้ว
“นายพยายามที่จะเก็บแม่มดที่น่าทึ่งคนนี้ไว้คนเดียวตลอดเย็นนี้หรือไง” เฮอร์ไมโอนี่หน้าแดงและยิ้มให้พ่อมดที่หล่อเหลา
“ยังกับว่าฉันอยู่ใกล้ๆนายได้” เดรโกพึมพำ จากนั้นเขาพูดด้วยเสียงดังมากขึ้น
“แอสตัน ฟอลล์บรู๊ค นี่คือ เฮอร์ไมโอนี่ เกรนเจอร์ เฮอร์ไมโอนี่เป็นเพื่อนที่โรงเรียนเก่า”
“เฮอร์ไมโอนี่ เกรนเจอร์ เหรอ” แอสตันพูดอย่างไม่อ้อมค้อมจ้องไปที่เธอ
“เฮอร์ไมโอนี่ เกรนเจอร์ คนที่- - -เฮอร์ไมโอนี่ เกรน--- เอ่อ”
“ใช่” เดรโกตัดบท
“เธอคือเฮอร์ไมโอนี่ เกรนเจอร์คนนั้น”
“คุณเกรนเจอร์ เป็นเกียรติที่ได้พบคุณ” แอสตันพูด ดวงตาสีฟ้าสดใสของเขาแวววาวด้วยความสนใจในขณะที่เขาจับมือเธออย่างคล่องแคล่ว แอสตัน เป็นคนสูงมาก สูงกว่าเดรโกประมาณหนึ่งถึงสองนิ้ว ผมของเขาเป็นสีน้ำตาลเข้มและเขายังหล่อมากด้วย
มือของเดรโกยังเกาะอยู่ที่ข้อศอกของเธอไม่ยอมปล่อย และดึงตัวเธอไปพบกับคนอื่นๆในห้องซึ่งยากที่จะปลีกตัวออกมาได้
ช่วงเย็นผ่านไปอย่างน่ารื่นรมย์ เขาแนะนำให้รู้จักสุภาพบุรุษอีกคนคือ ออสการ์ ฟินตัน ภรรยาของเขาคือจูลี่ เป็นแม่มดสาวผมบลอนด์ที่สวยงามทีเดียว แม่มดอีกสองคนคือ แอมเบอร์และเจด ฟอลล์บรู๊ค ซึ่งเป็นน้องสาวของแอสตัน พวกเขาชอบใจมากที่ได้คุยกับเฮอร์ไมโอนี่ แต่เธอสังเกตเห็นว่าการสนทนาส่วนใหญ่จะอยู่กับเดรโกมากกว่า
ฟอลล์บรู๊ค เป็นตระกูลเลือดบริสุทธิ์และเป็นที่นับหน้าถือตา เฮอร์ไมโอนี่เคยได้ยินชื่อเสียงของพวกเขาเช่นเดียวกับตระกูลมัลฟอย พวกเขามาจากตระกูลพ่อมดที่เก่าแก่และมีเงิน เมื่อเธอถามแอสตันว่าทำไมเธอจึงจำเขาไม่ได้เลยตอนที่อยู่ที่ฮอกวอตส์ เขายิ้มอย่างเกียจคร้าน บอกเธอว่าธรรมเนียมของตระกูลฟอลล์บรู๊ค คือให้สมาชิกในครอบครัวจ้างอาจารย์พิเศษมาสอนที่บ้าน น้องสาวของเขาก็เรียนที่บ้านเช่นกัน
เมื่อได้เวลาอาหาร เดรโกจัดที่นั่งให้เธอนั่งด้านขวาของเขาก่อนที่แอมเบอร์จะเข้ามาแทรกได้ทัน เธอส่งสายตาขุ่นเคืองให้เฮอร์ไมโอนี่แต่ท่าทีของเธอเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มอย่างรวดเร็วเ
นื่องจากเธอนั่งฝั่งตรงข้ามเดรโก ในที่สุด เฮอร์ไมโอนี่ต้องนั่งอยู่ระหว่างเดรโกกับแอสตัน เธอพูดคุยกับแอสตันมากกว่า ในขณะที่เขาดูเหมือนจะกระตือรือร้นที่จะรู้จักเธอมากขึ้น
เดรโกพูดกับเธอหลายครั้งระหว่างทานอาหาร แต่ดูเหมือนถูกผูกมัดให้ตอบคำถามมากจนเกินไป คำถามมากมายที่ตรงใส่เขาโดยเจด หรือแอมเบอร์ ฟอลล์บรู๊ค ก่อนที่มันจะยาวนานไปกว่านี้ก็ได้เวลาของว่างและกาแฟ เฮอร์ไมโอนี่เริ่มรู้สึกวิตกกังวลเล็กน้อยเพราะแอสตันขยับเก้าอี้เข้าใกล้เธอทุกครั้
งที่มีโอกาส เขาเอนตัวเข้าใกล้เธอมากเกินไปเวลาที่พูดคุยกัน และวางมือลงบนเก้าอี้ด้านหลังเธออย่างคุ้นเคย เธอเอนไปข้างหลังเมื่อเขาเอนเข้ามาใกล้ เธอเลื่อนเก้าอี้ออกห่างเขาทุกครั้งที่เขาเลื่อนเก้าอี้เข้ามาใกล้ขึ้นอีก
‘อีกไม่นานฉันคงจะหงายหลังแน่’ เฮอร์ไมโอนี่ครุ่นคิดในขณะที่เอนตัวไปข้างหลังอีกนิด ขณะที่แอสตันพูด และแล้วเดรโกก็ยื่นมือของเขาเพื่อขอให้เธอยืนขึ้น
“เราทุกคนออกไปที่ห้องดนตรีกันดีไหม” เขาพูดโดยไม่มองไปที่แอสตันเลย พวกเขาเดินไปที่ห้องดนตรี ในขณะที่สุภาพบุรุษทั้งหลายกำลังเชื้อเชิญเหล่าสุภาพสตรี เดรโกนำทางเฮอร์ไมโอนี่ไปพร้อมกับให้เธอเกาะกุมแขนของเขาไว้ เฮอร์ไมโอนี่ไม่ได้พิจารณา หรือคิดว่าเธอดีใจแค่ไหนที่จะอยู่ห่างจากแอสตันหรือเธอรู้สึกสบายใจแค่ไหนที่ตัวเธออ
ิงแอบแนบชิดเดรโกในขณะที่พวกเขาเดินไปด้วยกัน ห้องดนตรีโอ่อ่าอย่างมาก มันถูกตกแต่งในสไตล์เฟรนซ์ร็อคโก้ที่มีการประดับประดาไปด้วยเครื่องตกแต่งเคลือบทองแ
ละใบไม้สีทองสวยงาม มีเครื่องดนตรีมากมาย ไวโอลีนวางอยู่ในกล่องแก้วชั้นบนเพื่อป้องกันฝุ่น เปียโนตัวใหญ่ทรงสี่เหลี่ยมกินเนื้อที่ในหนึ่งกำแพงและฮาร์พสไตล์พระเจ้าหลุยส์ที่ 16 ฝังเหลี่ยมอย่างงดงาม ตั้งอยู่ใกล้เตาผิง
“เธอจะเล่นไหมล่ะ” เดรโกถามใกล้ๆหูของเธอ เมื่อเธอชื่นชมไวโอลีน เฮอร์ไมโอนี่ส่ายหัว
“ไม่ใช่ไวโอลีน น่าเสียดายแม่ให้ฉันเรียนเปียโนสองครั้งต่อสัปดาห์เป็นเวลาหกปีกับมาดามเอ็มมานูเอล ฉันรักเปียโน แต่เธอเป็นหญิงชราที่ร้ายกาจแต่เธอก็ใจกว้าง”
เดรโกหัวเราะเบาๆเมื่อเขามองเธอ จากนั้นหันกลับไปมองที่ไวโอลีนอย่างพิจารณา ราวกับว่าเขาไม่เคยเห็นมันมาก่อน
“เธอไม่เคยบอกฉันว่าเธอเล่นได้ เกรน- - -เอ่อ เฮอร์ไมโอนี่” เธอยิ้มเล็กน้อยให้เขาซึ่งตอนนี้ดูประหลาดใจและตอบกลับเขา
“ก็นายไม่เคยถาม” เขาหันหัวไปด้านข้าง มองเธอและเขาหยักไหล่
“เล่นสักหน่อยไหม” มันเป็นคำถามไม่ใช่คำขอ และเฮอร์ไมโอนี่รู้สึกว่าหัวใจของเธอเต้นเร็ว เธอไม่เคยชอบเล่นให้ใครฟัง แต่ที่นี่มีคนไม่มากนักและเปียโนช่างสวยงามชวนให้เล่นเหลือเกิน
เธอเดินไปที่เครื่องดนตรี เธอเคยเห็นแกรนด์เปียโนแบบนี้จากในรูปเท่านั้น ซึ่งทำขึ้นในกลางถึงปลายปี ค.ศ.1800 ก่อนที่แกรนด์เปียโนยุคใหม่จะถูกพัฒนา ของจริงๆมันช่างสวยงามเลยเกิน เปียโนที่มีการแกะสลักอย่างซับซ้อนดูเหมือนมันจะเรียกร้องหาเธอและนิ้วมือของเธอปราร
ถนาที่จะทดลองมัน
เฮอร์ไมโอนี่รู้จากการอ่านว่ามันมีอายุอย่างน้อยที่สุด 145 ปีมาแล้ว เปียโนตัวนี้ทำด้วยไม้พยุงและแป้นคีย์สีขาวทำจากงาช้าง ในขณะที่แป้นคีย์สีดำทำจากไม้มะเกลือที่หาได้ยาก
“นายไม่มีเนื้อเพลงของมักเกิ้ลแน่ๆ” เฮอร์ไมโอนี่ถอนหายใจ
“นั่นคือทั้งหมดที่ฉันรู้จักดีพอที่จะเล่นต่อหน้าผู้คนได้” เดรโกยิ้ม และเดินไปยังชั้นวางของที่เต็มไปด้วยเนื้อเพลงเมื่อเขาเปิดมันออก
“แม่ฉัน” เขาอธิบายข้ามไหล่ให้เธอฟัง
“เธอชอบในสิ่งที่ชอบ ไม่ว่าจะมาจากโลกพ่อมด แม่มด หรือโลกมักเกิ้ลก็ตาม” เฮอร์ไมโอนี่เขย่งตัวไปยังชั้น และกวาดตามองเพื่อเลือกเพลงหลังจากนั้นชั่วครู่เธอเห็นในสิ่งที่เธอหวังว่าจะเจอ
“เพลงนี้แหละ” เธอพูดสบตากับเขา เธอรู้ดีว่าดวงตาของเขาอ่อนลงเพราะไวน์แต่เธอไม่สนใจ
กลุ่มคนที่เหลือกำลังเดินรอบๆห้อง เพื่อสำรวจและมองดูเครื่องดนตรีต่างๆ เฮอร์ไมโอนี่นั่งลงและลองกดแป้นคีย์ เครื่องดนตรีมีเสียงที่สมบูรณ์แบบอย่างที่เธอเคยเรียนรู้มา
รูปทรงสี่เหลี่ยมทำให้มันมีเสียงคล้ายฮาร์พโบราณ เธอคิดว่ามันจะต้องมีเสียงแบบเดียวกับในยุค ค.ศ. 1850 โดยไม่ต้องเกริ่นนำเธอจัดแจงตัวเองให้นั่งลงบนเก้าอี้ รอยยิ้มหนึ่งครั้งและเริ่มเล่น
ท่วงทำนองไพเราะอ่อนนุ่มในเพลงน็อคเทิร์นวินซีไมเนอร์ ของโชแปงขับขานไปทั่วห้อง
เฮอร์ไมโอนี่ที่ถูกดึงไปอยู่ในเสียงเปียโนอันไพเราะ เธอไม่รับรู้ถึงคนอื่นๆอีกต่อไป จนกระทั่งเธอเล่นจนจบในหลายนาทีต่อมา
ทุกคนตบมือชื่นชมเธอยกเว้นเดรโก เขายืนพิงที่ปลายสุดของเปียโน มือของเขาวางที่โครงของเปียโน และจ้องมองเธออย่างตั้งใจ ดวงตาเป็นประกายของเขาเป็นสีเข้ม มันเต็มไปด้วยความรู้สึกแรงกล้า เฮอร์ไมโอนี่จ้องกลับไป และรู้สึกเหมือนถูกเขาดึงดูด
ก่อนที่เธอจะลุกขึ้นยืนโดยมีเดรโกช่วย เธอรู้สึกถึงมือหนักๆข้างหนึ่งวางอยู่บนไหล่ของเธอ แอสตันโน้มตัวลงประชิดเธออีกครั้งและกระซิบที่ข้างหู
“เธอดูเหมือนกับนางฟ้า และเธอเล่นได้ดุจมาจากสวรรค์” เขาจับมือเธอเพื่อช่วยให้ลุกขึ้นยืน
“ฉันสนใจเธอ...เฮอร์ไมโอนี่ เกรนเจอร์ ได้โปรดนั่งกับฉันและเล่าให้ฉันฟังเกี่ยวกับตัวเธอ”
เธอยิ้มให้อย่างสุภาพ และนั่งลงในเก้าอี้ที่เขาพาไปข้างๆกองไฟ อย่างไรก็ตามเธอรู้สึกห่างไกลจากความอบอุ่นในฉับพลัน เธอฝืนทนต่อแรงกระตุ้นที่จะไม่เหลือบมองไปทางเดรโก
สามสิบนาทีต่อมา มันปรากฏได้ว่าความคิดของแอสตันที่จะทำความรู้จักเธอมากขึ้น คือ การพูดกับตัวเขาเอง และค้นพบว่าเขาประทับใจเธอมากแค่ไหน เฮอร์ไมโอนี่เริ่มมีปัญหากับการพูดคุยในเรื่องที่น่าเบื่อ และดีใจมากเมื่อ ฟินตันพูดถึงการลากลับของพวกเขา
ภายในครึ่งชั่วโมง แอมเบอร์ เดินไปทั่วเพื่อมองหาพี่ชายของเธอ และบอกให้รู้เป็นนัยๆว่าเธอเหนื่อยและพร้อมที่จะกลับแล้ว เดรโกเรียกหาเสื้อคลุม และส่งมันให้พวกเขาที่ประตูได้ทัน เมื่อพวกเขากล่าวคำขอบคุณแก่เดรโก การสนทนายังคงยืดเยื้อจนถึงสิบนาที ในที่สุดพวกเขาก็จากไป
เฮอร์ไมโอนี่รู้สึกเหนื่อย และด้วยเหตุผลบางอย่าง เธอรู้สึกประหม่าเล็กน้อยที่มอง เดรโกปิดประตูหน้าบานใหญ่ และหันมาหาเธอ เขาล้วงกระเป๋ากางเกงด้านหน้า และเอนหัวไปทางด้านข้างเล็กน้อย ชั่วขณะเขารู้สึกว่าเฮอร์ไมโอนี่กำลังตัดสินใจบางสิ่ง เขาเพ่งพินิจเธออย่างช้าๆและตั้งใจ ตั้งแต่หัวจรดปลายเท้า ดวงตาของเขาที่สำรวจไปทั่วทุกอณูของใบหน้าประสานกับดวงตาเธอเข้าจนได้
ความคิดเห็น