นิยาย Dek-D

ไม่พลาดทุกการอัปเดต
เพียงอ่านผ่านแอปนิยาย Dek-D

แอปที่จะทำให้คุณสามารถอ่านนิยายได้ทุกที่ ทุกเวลา พร้อมฟังก์ชันการใช้งานหลากหลาย รับรองสนุกไม่มีเบื่อ! ดาวน์โหลดฟรีได้แล้ว บน Android, iOS และ HUAWEI

Dark Land Trip : บันทึกการเดินทางของสการ์เล็ต แบล็ค

โดย Broken Mask

ภารกิจสุดท้ายของนักศึกษาสายปราชญ์บัณฑิต ชั้นที่ 5 ชั้นผู้เฒ่าสติเฟื่อง

ยอดวิวรวม

141

ยอดวิวเดือนนี้

0

ยอดวิวรวม


141

ความคิดเห็น


5

คนติดตาม


0
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  29 เม.ย. 56 / 22:50 น.
นิยาย Dark Land Trip : ѹ֡Թҧͧʡ

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้

 

บันทึกการเดินทางทั่วดาร์คแลนด์ของ
สการ์เล็ต แบล็ค




ภารกิจสุดท้ายของนักศึกษา
สายปราชญ์บัณฑิต ชั้นที่ 5
ชั้นผู้เฒ่าสติเฟื่อง

 

คำเตือนแด่ศาสตราจารย์ผู้ทำการตรวจ : มันยาวมาก


Credit : ขอบคุณโค้ดจาก The Cat และ ธีมบทความจาก Shalunla

 

เนื้อเรื่อง อัปเดต 29 เม.ย. 56 / 22:50


:)  Shalunla  


บันทึกการเดินทางทั่วดาร์คแลนด์ของ สการ์เล็ต แบล็ค
 

 

เอาล่ะ..ข้าต้องบันทึกทุกสิ่งทุกอย่างระหว่างการเดินทางมาส่งเป็นภารกิจสินะ เข้าใจล่ะ งั้นเริ่มจากแผนการเดินทางเลยแล้วกัน

            ที่ที่จะไปและระยะเวลาในการเดินทาง : ครบทุกแคว้นทั้ง 7 ภายในเวลา 3 วัน เลือกเอาจากสถานที่ที่ข้าสนใจ

            สัมภาระ : 


-          แผนที่โดยละเอียดของดาร์คแลนด์ 1 ชุด

-          เสื้อผ้าทั้งหมด 4 ชุด

-          อาหารแห้ง (ขนมปัง, ผลไม้อบแห้ง และน้ำดื่ม คิดว่านอกจากนี้อาจจะหาทานเอาได้จากที่ที่ข้าไป)

-          ยารักษาโรคและอุปกรณ์ปฐมพยาบาล (อืมจากภารกิจงูพิษท่านคงจะทราบแล้วว่าข้าไม่ต้องใช้ แต่คราวนี้ข้าพกไปด้วยเผื่อมีใครโดนมังกรเหยียบเข้าจะได้พอช่วยได้ ตามหลักการของปราชญ์ที่ต้องมีเมตตาธรรม)

-          เชื้อเพลิง (ไม้ขีดกับไฟแช็ก เอาไปทั้งคู่)

-          เต๊นท์ขนาดเล็ก

-          เงินสกุลดาร์คิส (จำนวนเท่าไหร่ขออุบไว้)

-          สมุด ดินสอ กล้องถ่ายภาพ ตามที่อาจารย์เนริวแนะนำ

-          อาวุธ (ปืน+ลูกกระสุน และ มีด)

-          ถุงผ้าหลากขนาดจำนวนหนึ่ง

-          บัตรประชาชนดาร์คแลนด์

 

 

วันที่ 1

            : แคว้นเทียร์ดอลล่า

            หากจะเริ่มต้นการเดินทางจากที่ไหนซักที่ ข้าคิดว่าเริ่มจากบ้านและเมืองที่อยู่ติดกันก่อนคงดีกว่า

            ตอนนี้ข้าตรวจดูสัมภาระเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจัดเก็บไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว และกำลังเดินออกจากบ้านมาเป็นระยะทางพอสมควรเพื่อไปยังสถานที่แห่งแรก “ป่าดงดิบเทียร์ดอลล่า” ซึ่งตั้งอยู่ในเมืองท่าโซเนีย ถัดจากเมืองโซฟีเทียร์ นครเพรอฟีล่า บ้านของข้า

            จากที่ทำการเดินสำรวจมา ข้าพบว่าธรรมชาตินี่ช่างเป็นสิ่งที่เงียบสงบและน่ารื่นรมย์เหลือเกินหากท่านเป็นคนที่ต้องอยู่ในสถานที่ที่มีแต่เสียงอึกทึกครึกโครมทุกวัน ถือว่าที่แห่งนี้เป็นการเริ่มต้นที่ดีเยี่ยมเลยสำหรับนักศึกษาที่กำลังเติบโตอย่างข้า เป็นที่ที่ช่วยให้สมองแล่นอย่างน่าประหลาด อย่างไรก็ดี แต่งไฮกุชมความงามของป่าแห่งนี้หน่อยคงไม่เสียหาย


เขียวขจีเมืองแห่งน้ำตา

งามไพรงามธารา

อันตรายยามไร้กังวล

 

(ปล.ข้าลื่นตอนเดินดูน้ำตก)


               รู้สึกเข้าถึงอารมณ์ของเสือดาวตัวนี้เลยถ่ายเก็บมา
 

 

ดูมันเซื่องซึมอย่างไรชอบกลข้าสันนิษฐานว่าพี่น้องผองเพื่อนของมันอาจจะโดนชาวดาร์คจับกินไปหมดแล้วก็เป็นได้

            แคว้นต่อไปเลยแล้วกัน..

 

            : แคว้นไดซิเนส

           ไดซิเนส..นครหลวงแห่งดาร์คแลนด์ที่รวบรวมสถานที่สำคัญไว้มากมาย ที่ที่ข้าเลือกจะไปเป็นแห่งที่ 2 ก็ขอเป็น หอสมุดต้องห้ามแห่งดาร์คแลนด์” ที่ที่เก็บรวบรวมเรื่องราวน่าสนใจไว้มากมาย ข้าเคยมาที่นี่เพียงครั้งสองครั้งแต่ก็รู้สึกถูกใจกับความเงียบและหนังสือเก่าๆพอควร ฉะนั้นอาจจะไม่มีอะไรตื่นเต้นเท่าไหร่ในสถานที่แห่งที่ 2 นี้แต่หลังจากได้เดินชมหนังสือไปเรื่อยๆมันก็กระตุ้นให้ข้านึกถึงสุภาษิตจีนบทหนึ่งที่ว่า “เรารู้ว่าหนังสือ ไม่ใช่วิธีการที่จะให้คนอื่นมาคิดแทนเรา ในทางตรงข้าม.. หนังสือ คือเครื่องมือที่กระตุ้นให้เราคิดได้ไกลมากยิ่งขึ้น

            ลึกซึ้งและจริงว่าแล้วข้าก็กล่าวลากับบรรณารักษ์ที่นี่อย่างสุภาพ (เผื่อจะได้เป็นเพื่อนร่วมงานกันในอนาคต) ก่อนที่จะออกมาด้านนอกเพื่อหาที่สำหรับพักผ่อนก่อนเดินทางไปยังโพเทสต้า เบลเลียมมอร์ธ และไอร์กลาเซียร์ในวันต่อไป

(ปล. เพราะคิดว่าสถานที่อย่างหอสมุดโดยเฉพาะหอสมุดต้องห้ามนี่คงเก็บภาพออกมาไม่ได้ ข้าเลยไม่ได้ควักกล้องออกมาถ่ายบรรยากาศไว้ อีกอย่างคือได้แต่เดินดูคร่าวๆเพราะหอสมุดนี้ใหญ่ถึงขนาดแบ่งหนังสือออกเป็น 4 หมวดตามสถานที่)

           

        
 
วันที่ 2


            : แคว้นโพเทสต้า

บ่ายวันที่ 2 ของการเดินทาง จุดหมายที่ 3 ของการเดินทาง โพเทสต้า

            ท่านอาจจะสงสัยว่าทำไมวันนี้ข้าถึงโหมเดินทาง 3 แคว้นภายในวันเดียว คำตอบก็ง่ายมากเนื่องจากแคว้นแรกที่ข้ายืนอยู่ตอนนี้ไม่ค่อยมีสถานที่ที่น่าสนใจเท่าไหร่นอกจากบ้านเรือน ข้าลองดูในแผนที่หลายๆรอบแล้วเลยตัดสินใจว่าจะเข้าไปใน “มูลนิธิเพื่อช่วยเหลือคนต่างด้าวแห่งดาร์คแลนด์” เสียหน่อย เพราะดูเหมือนแคว้นอื่นจะไม่มีแบบนี้
 


 


            ถือว่าเป็นที่ที่ดีที่หนึ่งสำหรับผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเลยล่ะ ดูจากสถานที่แล้วทุกอย่างเตรียมพร้อมไว้อย่างดี แม้ในตอนนี้จะไม่เหลือชนที่เรียกว่าต่างด้าวอยู่แล้วก็เถอะ แต่อย่างไรเสียที่นี่ก็แสดงให้เห็นว่าชาวดาร์คเราไม่ได้ใจไม้ไส้ระกำต่อคนแปลกถิ่น ข้าเห็นด้วยกับอริสโตเติลอยู่หน่อยๆที่ท่านว่า “รักคือหนึ่งวิญญาณที่แบ่งอยู่ในสองร่าง” คำกล่าวนี้อาจจะมีความหมายถึงคู่รัก แต่ก็สามารถสื่อถึงคนหลายๆคนได้เช่นเดียวกัน

“ความรัก” สามารถทำให้ผู้คนที่แปลกแยกรวมกันเป็นหนึ่งได้ อาจจะเหมือนกับคนต่างด้าวและชาวดาร์คละมั้ง ข้าเข้าใจว่าแบบนี้..ความรักจากการช่วยเหลืออะไรทำนองนั้นน่ะ

เอาล่ะ ไปต่อเลยดีกว่า

          

            
: แคว้นเบลเลียมมอร์ธ

            สนุกดีนะ นั่งรถไฟ (ขี้เกียจเดิน) สถานที่แห่งที่ 4 ของการเดินทาง ศูนย์พิษวิทยาและดูแลสัตว์ดุร้ายแห่งดาร์คแลนด์”
 


            เป็นสถานที่สำหรับวิจัยงานทางชีววิทยาที่ใหญ่โตดีจริงๆ เดินสำรวจไปข้าก็นึกสงสัยในใจว่าที่นี่ประสานงานกับศูนย์อนุรักษ์แมวของดาร์คด้วยหรือเปล่า..ต้องรอถามใครซักคน

            ระหว่างเดินชมในที่ทางที่เจ้าหน้าที่อนุญาตให้เดินได้ ข้าก็นึกถึงเจ้าเสือดาวในป่าที่เทียร์ดอลล่าขึ้นมา ไม่รู้ว่าถ้ามันมาอยู่ที่นี่จะสบายขึ้นรึเปล่า รึมันไม่ยอมให้ทางนี้จับเพราะอยากอยู่ของมันแบบนั้นต่อไปโดยไม่มีใครควบคุมดูแลเกิดคำถามขึ้นเป็นข้อที่ 2 ต้องลองกลับไปถามมันดู

            ว่าแต่ข้าโดนตัวอะไรกระโจนใส่ละเนี่ย

            อันตรายอีกแล้ว.


            : แคว้นไอร์กราเซียร์

            ที่นี่หนาวดี ระหว่างนั่งรถมาข้าก็เอาเสื้อกันหนาวออกมาสวมก่อนเดินย่ำหิมะต่อไปที่ ภูเขาหิมะคูเลร์ลิช โดยไม่ได้เสียเวลาคิด ที่นี่เป็นที่ที่สวยเหมาะสำหรับการเยี่ยมชมที่สุด
 


            ระหว่างเยี่ยมชมข้าก็ได้ยินนิทานปริศนาเข้า หลังจากฟังจบก็รู้สึกว่ามันหม่นหมองชอบกล เมื่อได้เห็นคำเฉลยของปริศนาแล้วจึงไม่ได้ติดใจอะไรอีก แต่ก็อดคิดไม่ได้ว่า “ที่ใดมีความรัก ที่นั่นมีชีวิต” ตามที่ท่านมหาตมะ คานธีบอก ถ้ามีชีวิตที่ไม่รู้จักความรักอยู่จะยังเรียกสิ่งนั้นว่าชีวิตได้หรือไม่ แล้วถ้าความรักเป็นบ่อเกิดของการคร่าชีวิตพอๆกับสร้างชีวิตล่ะ ความรักเช่นนั้นจะยังสมควรเรียกได้ว่าเป็นความรักอยู่หรือไม่..หรือทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นเป็นเพราะมนุษย์ไม่เข้าใจความรักที่แท้จริงจนไปสับสนกับความลุ่มหลงกันแน่

            ข้าขอพักผ่อนเพื่อหาคำตอบจากข้อสงสัยทั้งหมดที่ได้มาในวันนี้ ณ นครแห่งความเหน็บหนาวนี่ล่ะ.

           

วันที่ 3 วันสุดท้าย

: แคว้นไฟร์ไอนิซ

การเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิกะทันหันไม่ใช่เรื่องสนุกเท่าไหร่เลยสำหรับข้า ที่มาถึงแคว้นแห่งเพลิงไฟในยามบ่ายแบบนี้

ในที่สุดข้าก็ยืนอยู่ ณ สถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่งดงามอีกแห่งหนึ่งของดาร์คแลนด์ “ภูเขาไฟร์ไอนิซ” หลังจากเลือกที่จะเดินเท้ามาจากแคว้นที่แล้ว (และจ่ายค่าอุดหนุนสถานที่ท่องเที่ยวของแคว้นนี้เรียบร้อย) ข้าก็พบว่าที่นี่เป็นสถานที่ที่ข้าเคยพาน้องสาวของตัวเองมาเยี่ยมชมเมื่อครั้งยังเป็นเด็กน้อยวัยคะนองนี่เอง เป็นอดีตที่น่าจดจำยิ่ง
 

 

 

ข้าเดินตามเส้นทางเดินป่าไปเรื่อยๆและดูเหมือนว่าความร้อนในอากาศก็เริ่มลดลงทีละน้อย ทำให้ข้าพอจะหยิบกล้องออกมาเก็บภาพได้อย่างรู้สึกสบายตัว ข้าเดินชมน้ำตก (โดยพยายามไม่ลื่นอีก), ทะเลสาบ, ทุ่งหญ้า ต่างๆนานา ก่อนจะเดินทางไปยังจุดหมายแห่งสุดท้ายด้วยความรู้สึกที่โหวงเหวงชอบกลข้าเริ่มไม่มีอะไรจะหวนนึกถึงซะแล้วสิ




            : แคว้นเนพีอา

หลังจากเสียเวลาไปกับความเอ๋อของตัวเอง(?) ข้าก็มาถึงเนพีอาและกำลังลังเลอย่างหนักว่าจะเยี่ยมชมที่ใดเป็นแห่งสุดท้ายที่นี่เต็มไปด้วยสถานที่ที่เป็นตำนานจริงๆ

ในที่สุดข้าก็เลือกไป “คฤหาสน์กลไก” หลังจากพบว่าพื้นที่ส่วนใหญ่นั้นเป็นเขตหวงห้าม

ระหว่างเดินเข้ามาในคฤหาสน์วังเวงหลังนี้ข้าก็เริ่มทำให้ตัวเองผ่อนคลายลงโดยการสำรวจข้าวของและลักษณะของคฤหาสน์อย่างเพลินตา ไม่ช้าก็เริ่มตระหนักได้ว่าการเดินทางในครั้งนี้กำลังจะสิ้นสุดลง แม้จะรู้จุดหมายสุดท้ายที่ต้องไปอย่างชัดเจนก่อนจะไปจบลงที่ห้องสอบ แต่คำถามที่ว่าต่อจากนั้นข้าจะไปไหนต่อก็รบกวนจิตใจข้านิดหน่อย ก่อนหน้านี้ข้าใช้ชีวิตในโรงเรียนและที่อื่นๆอย่างเรียบง่าย ไม่หวือหวาและพบว่ามันมีความสุขดี แต่ก็รู้สึกไร้เป้าหมาย ไม่แน่ว่าสิ่งที่เหมาะกับข้าจริงๆอาจจะเป็นการเดินทางเพื่อค้นหาอะไรบางอย่างและค้นพบสิ่งที่อาจมีค่ากว่าระหว่างทางก็เป็นได้

จนกว่าจะถึงเวลานั้น ในตอนนี้ “ค่อยเป็นค่อยไป” คงดีที่สุด

ขอจบการเดินทะ

กึก

ตอนที่ข้ากำลังนึกฉากจบของการเดินทางนี้กับตัวเองอย่างคลาสสิกเท้าก็ดันไปเหยียบอะไรที่ไม่ควรจะเหยียบเข้า ผลคือลูกธนูนับร้อยพุ่งออกจากคันธนูที่อยู่ในมือของเหล่ารูปปั้นประจำเสาต่างๆในคฤหาสน์อย่างบ้าคลั่ง เป็นเหตุให้ข้าต้องเสียมีดสำหรับการขัดกลไกที่ควบคุมโดยรูปปั้นที่น่าสงสัยไป 1 เล่ม

หลังจากได้ข้อคิดว่าด้วยการเหม่อแล้วถึงตายมาสดๆร้อนๆ ข้าจึงรีบเดินออกจากคฤหาสน์กลไกหลังนั้นแล้วเก็บภาพ ก่อนที่จะเริ่มการเขียนบันทึกนี้อย่างครึ้มใจแปลกๆ

 


             จบ.

 

 


ผลงานอื่นๆ ของ Broken Mask

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

ยังไม่มีรีวิวของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

5 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 26 พฤษภาคม 2556 / 14:37
    ถ้านำไปแต่งเป็นนิยาย อักษรลื่นไหลคงอ่านได้แบบ "ฟินนาเล่" แน่ๆ
    #5
    0
  2. #4 macheer
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2556 / 10:17
    ท่านแบล็คเขียนสนุกๆ
    #4
    0
  3. #3 Viivy_a
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2556 / 08:53
    สุดยอด 0.0
    #3
    0
  4. วันที่ 26 พฤษภาคม 2556 / 03:47
    เจ๋งๆๆๆ การเดินทางของสกาอ่า ดูเหงงาๆๆ พิกล เเถมได้ข้อคิดทุกอันเลยๆๆๆๆ // มีวัยคะนองของสกาด้วย กร๊ากกกก
    #2
    0
  5. วันที่ 7 พฤษภาคม 2556 / 16:47
    แอบมาส่อง+แอบฮาตอนท้าย555+
    #1
    0