คัดลอกลิงก์เเล้ว

#Misson : บันทึกเรื่องเล่าจากสุสานรถมือสอง

ยอดวิวรวม

665

ยอดวิวเดือนนี้

0

ยอดวิวรวม


665

ความคิดเห็น


4

คนติดตาม


0
เรทติ้ง : 100 % จำนวนโหวต : 1
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  26 มี.ค. 57 / 17:14 น.

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
✖ qual ity
- บันทึกเรื่องเล่าจากสุสานรถมือสอง -

 


ผู้ทำภารกิจ


ฐานิสา เจมส์ รัติชัชวาล (เกล)
SH01005
 
 

เรื่องในตอนนี้ อัพเดท 26 มี.ค. 57 / 17:14

บันทึกเป็น Favorite





                หลังจากที่ได้รับภารกิจสำรวจรถจากรุ่นพี่จิตตรา ทุกคนก็ต่างแยกย้ายไปตามจุดที่ตนได้รับ ฉันเองก็ก้าวขาเดินไปตามทางที่ต้องไปท่ามกลางแสงไฟสลัวๆนั้นอย่างกล้าๆกลัวๆ และเมื่อหันไปมองข้างหลังที่ว่างเปล่า  ทำให้ฉันกำลังรู้สึกเหมือนตัวเองอยู่คนเดียวในสถานที่ลึกลับเช่นนี้ ท้องฟ้าที่มืดครึ้มกับสายลมที่พัดผ่านตัวฉันเอื่อยๆ บางครั้งฉันได้ยินเหมือนเสียงของผู้หญิงโหยหวนมาตามสายลมนั้นด้วย  ฉันยกสองมือขึ้นมากอดตัวเองไว้และมองไปรอบตัว ซากรถเก่าๆที่พังยับเยินแทบจะไม่เหลือเค้าโครงร่างเดิมวางซ้อนกันหลายคันที่อยู่รายรอบตัวมันให้ถึงอะไรบางอย่างที่ฉันไม่ควรไปยุ่งเกี่ยวด้วยเลยแม้แต่นิดเดียว

                โครม!!

                เสียงของหนักๆหล่นกระแทกพื้นคอนกรีตดังลั่น ฉันสะดุ้งตกใจเล็กน้อยและหันไปตามต้นเสียงนั่น...สิ่งที่ฉันเห็นคือซากรถเก๋งสีขาวนอนแอ้งแม้งอยู่ตรงนั้น มันคล้ายมีบางสิ่งบางอย่างกำลังกวักมือเรียกฉันเข้าไปหา และตอนนั้นเองขาของฉันก็ก้าวเดินไปอัตโนมัติ ฉันรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังสูญเสียการควบคุม เหมือนโดนเวทมนตร์อะไรบางอย่างควบคุมฉันอยู่  มือขวาข้างที่ถนัดของฉันค่อยๆยกขึ้นมาในอีกไม่ช้ามันก็จะไปสัมผัสกับรถสีขาวคันนั้น...

                “อีหนู! เอ็งมาทำอะไรแถวนี้!” เสียงของคนหนึ่งปลุกฉันขึ้นมาจากมนตร์สะกดแปลกประหลาด มือของฉันอยู่ห่างเพียงไม่กี่เซนก็จะสัมผัสกับรถคันนั้น พอได้สติฉันจึงรีบเก็บมือของตนเองโดยไวและหันไปมองหน้าผู้มาเยี่ยมเยือนท่ามกลางความมืดมิด เขาเป็นผู้ชายวัยกลางคนอายุประมาณ50กว่าๆ แต่ผมของเขาก็เริ่มมีผมงอกขึ้นมาประปราย ฉันมองชายวัยกลางคนคนนั้นอย่างไม่ไว้วางใจ เขาจึงหัวเราะออกมาน้อยๆแล้วบอกว่าตนคือผู้ดูแลสุสานรถมือสองแห่งนี้

                “คือ...ฉัน” ฉันเม้มปากแน่น ไม่รู้ว่าตนเองควรจะเล่าเรื่องภารกิจให้ชายวัยกลางคนตรงหน้านี้ฟังรึเปล่า แต่เหมือนมีอะไรบางอย่างที่ทำให้ฉันรู้สึกได้ว่าเขาคงต้องรู้อะไรบางอย่างที่เกี่ยวข้องกับรถนี้แน่ๆ ฉันจึงตัดสินใจเล่าเรื่องภารกิจสำรวจสุสานให้เขาฟังอย่างคร่าวๆ และเอ่ยปากถามเรื่องราวที่ฉันอยากรู้  เป็นจริงดังที่ฉันรู้สึก เขารู้เรื่องราวประวัติของรถสีขาวคันนี้และเขาเองก็ยินดีจะเล่าให้ฉันฟัง...

                “เรื่องมันก็เกิดขึ้นเมื่อหลายปีก่อน...

                                ตระกูลบริพัฒน์ เป็นตระกูลที่ร่ำรวยและมีชื่อเสียงพอประมาณของประเทศ ในครอบครัวครอบครัวนี้ประกอบไปด้วยผู้นำตระกูลอย่างคุณอนุชาติ   คุณเรืองรุ้งภรรยา และลูกสาววัยห้าขวบคนนึง ในช่วงเศรษฐกิจตกต่ำ หุ้นมากมายที่อนุชาติเล่นไปตกต่ำลงอย่างน่ากลัว เขาสูญเสียเงินไปมากมายกับการเล่นหุ้น จึงคิดที่จะถอนทุนคืนด้วยวิธีการ เล่นการพนัน  นั่นเป็นวิธีที่ไม่ถูกเลย...เขารู้...แต่เขาก็ยังจะทำ จากที่เป็นคนไม่ยุ่งเกี่ยวกับการพนัน กลายเป็นคนเสพติดการพนัน ทรัพย์สินเงินทองจำนวนมากมายได้สูญไปกับการพนันหมดทุกสิ่งไม่เว้นแม้แต่บ้าน  เจ้าหนี้ที่เขาไปกู้ยืมเงินไว้ก็ต่างเข้ามาทวงด้วยวิธีอันเสนโหดร้าย... และตอนนั้นเขาถึงรู้ตัวว่าสิ่งที่เขาทำลงไปส่งผลเสียกับคนที่เขารักทั้งสองคนอย่างไร เมื่อไม่มีทางเลือกเขาจึงพาภรรยาและลูกสาวตัวน้อยๆของเขาหลบหนีไปต่างจังหวัด ในระหว่างทางขึ้นเขาฝนก็ตกลงมาเทกระหน่ำ หมอกขาวปกคลุมไปทั่ว...ทันใดนั้นมีรถสีดำยี่ห้อหรูคันนึงซึ่งเขามั่นใจว่าเป็นคนของเจ้าหนี้ขับชนรถของเขาจนเสียหลัก เขาพยายามหมุนพวงมาลัยเพื่อควบคุมการทำงานของรถท่ามกลางเสียงหวีดร้องของภรรยาและเสียงร้องไห้จ้าของลูกสาวตัวน้อย แต่นั้นก็ไม่ได้ผล รถของเขาไม่สามรถควบคุมได้ แถมเบรกก็ยังถูกใครบางคนตัด ไม่นานนักรถของเขาก็พุ่งทะยานแหกโค้งตกลงไปในเหว รถสีขาวคันหรูที่หมุนเคว้งคว้างกลางอากาศกับภาพของภรรยากำลังกอดลูกสาวด้วยความสั่นกลัวคือสิ่งที่เขาได้เห็นและรับรู้ได้ในวินาทีสุดท้ายของชีวิตก่อนทุกอย่างจะดับมืดลงไปตลอดกาล

                “น่าเศร้าที่ข่าวการตายของเขาเป็นแค่อุบัติเหตุถนนลื่นธรรมดาๆ...” ชายวัยกลางคนนั้นมีสีหน้าที่เศร้าสร้อยลงไปถนัดตา  ก่อนเขาจะเงยหน้าขึ้นมาแล้วพูดกับฉัน “ มีอะไรอยากจะรู้อีกไหมอีหนู?”

                ฉันส่ายหน้าช้าๆ พลางใช้ความคิด เรื่องที่เกิดขึ้นมันก็เพราะความอยากได้อยากมีจนเลือกทางที่ผิด มันส่งผลให้ชีวิตของเด็กตัวน้อยๆที่น่าจะมีอนาคตก้าวไกลต้องดับวูบลง และก็เป็นอย่างที่ใครๆหลายคนว่าจิตใจของมนุษย์ยากแท้ที่จะยั่งถึง บางคนก็มีจิตใจโหดเหี้ยมเสียจนหน้ากลัวดั่งเช่นเจ้าหนี้ที่ไล่ล่าครอบครัวบริพัฒน์...

                “ขอบคุณสำหรับเรื่องเล่านะคะ” ฉันยกมือไหว้ชายชราคนนั้น “ว่าแต่คุณลุงชื่ออะไรเหรอคะ...ฉันจะเอามาเป็นชื่อผู้ให้ข้อมูลน่ะค่ะ”

                ลุงวัยกลางคนคนนั้นระบายยิ้มเล็กน้อยก่อนจะหยิบเอานามบัตรสีเขียวซีดๆจากในกระเป๋าเสื้อให้กับฉัน ฉันรับมันมาและก้มมองอย่างสงสัยว่าเดี๋ยวนี้แค่คนเฝ้าสุสานรถก็มีนามบัตรกับเขาด้วยเหรอ  ฉันไล่สายตาอ่านตัวอักษรในนามบัตรช้าๆ ก่อนดวงตาของฉันจะเบิกกว้างด้วยความตกใจปนช็อก และเมื่อเงยหน้าขึ้นมาตรงหน้าก็เห็นแต่ความว่างเปล่า คุณลุงวัยกลางคนคนนั้นได้หายไปแล้ว...

อนุชาติ บริพัฒน์
ประธานบริษัทบริพัฒน์กรุ๊ปจำกัด
08
x- xxx-xxx
 

ลงชื่อ ฐานิสา เจมส์ รัติชัชวาล
20/11/55

                

ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ ฟิล์มมี่เฟิน จากทั้งหมด 9 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

4 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 27 เมษายน 2557 / 14:01
    อ๊ายย ชอบบบ >< แต่งได้ดีมากเลยค่า
    #4
    0
  2. วันที่ 30 กันยายน 2556 / 20:57
    อ่านแล้วหลอนมากกก 
    ไม่น่าเชื่อ OoO
    #3
    0
  3. วันที่ 1 มกราคม 2556 / 18:33
    #1 ไม่ใช่เรื่องจริงจ้า เราแต่งขึ้นมา
    ขอบคุณนะคะ^^
    #2
    0
  4. #1 GuGuy
    วันที่ 29 ธันวาคม 2555 / 22:42
    มันคือเรื่องจิงรึป่าวอ่ะคะ น่ากลัวมากตอนอ่านขนลุกเลยอ่ะค่ะ สุดยอดมาก
    #1
    0