คัดลอกลิงก์เเล้ว
publisher-03 นิยายตีพิมพ์
  • สำนักพิมพ์ : ตะวันส่อง
  • ประเภท : ระทึกขวัญ
  • วันที่จัดจำหน่าย : กรกฎาคม 2552
  • นักสะสมฟัน

    โบราณว่าไว้ ฟันล่างให้โยนขึ้นบน ฟันบนให้ทิ้งลงล่าง...(ข้อความที่ขาดหายไปและมนุษย์เราต่างลืมเลือนกันแล้วคือ เพื่อมอบเป็นเครื่องบรรณาการแด่นักสะสมฟัน)

    ยอดวิวรวม

    10,333

    ยอดวิวเดือนนี้

    5

    ยอดวิวรวม


    10,333

    ความคิดเห็น


    309

    คนติดตาม


    93
    เรทติ้ง : 88 % จำนวนโหวต : 9
    จำนวนตอน : 26 ตอน (จบแล้ว)
    อัปเดตล่าสุด :  25 ก.พ. 53 / 10:13 น.

    ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้

    ประกาศ 
    หนังสือวางแผงแล้ว !
    พบกันได้ในร้านหนังสือชั้นนำทั่วไปครับ




    เรื่องนี้ได้เลือกให้เป็น Book of the month ประจำเดือนมิถุนายน 2552 ด้วยครับ 
    คลิกเข้าติดตามรายละเอียดกันได้ทีนี่เลย!


    ลิ้งค์วิจารณ์หนังสือโดยพี่อติน>>> http://www.dek-d.com/content/view.php?id=15562

    ลิ้งค์สัมภาษณ์นักเขียน>>> http://www.dek-d.com/content/writer/15563/ชัยยา.htm


    ขอบคุณผู้อ่านทุกท่าน 
    หากไม่มีท่าน หนังสือเล่มนี้ก็เป็นแต่เพียงเสียงกรีดร้องโหยหวนในที่มืดว่างเปล่าเท่านั้น



     

    สารบัญ อัพเดท 25 ก.พ. 53 / 10:13

    บันทึกเป็น Favorite

    ตอน
    ชื่อตอน

    ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ ชัยยา จากทั้งหมด 10 บทความ

    บทวิจารณ์

    ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

    คำนิยม Top

    "ผมปวดฟัน! หลังจากอ่าน “นักสะสมฟัน”"

    (แจ้งลบ)

    ผมปวดฟัน! หลังจากอ่าน “นักสะสมฟัน” บ่อยครั้งที่ “นิยาย” ส่งผลสะเทือนต่อ “ร่...››อ่านต่อ

    ผมปวดฟัน! หลังจากอ่าน “นักสะสมฟัน” บ่อยครั้งที่ “นิยาย” ส่งผลสะเทือนต่อ “ร่างกาย” โดยตรง ด้วยว่าจิตใจนั้นเป็นบ่อเกิดแห่งความรู้สึก และนิยายใดที่เขียนดีพอ ย่อมมีผลต่อจิตใจที่บังคับร่างกายนั้นไปด้วย “นักสะสมฟัน” นิยายสยองขวัญเรื่องใหม่ของชัยยา ผู้เขียน “ทีนอส” ก็เป็นนิยายที่มีพลังพอจะบีบคั้นจิตใจให้รู้สึกปวดฟันไปตามภาษาที่เขาใช้ในนิยายได้เช่นกัน ประตูที่ปิดไม่สนิท : นิยายซ้อนนิยายที่เชื่อมเกือบไม่สนิท “นักสะสมฟัน” หลอกล่อเราตั้งแต่คำนำผู้เขียน และบทนำที่อ้างว่าเขียนขึ้นโดยฝีมือของ “ท็อป” ตัวเอกของเรื่อง ก่อนที่จะดำเนินเรื่องคู่ขนานระหว่างไดอารี่ของท็อป กับเรื่องราวของนักสะสมฟัน ซึ่งทั้งสองเรื่องก็มีวัตถุเด่นที่แตกต่างกันในการเขย่าขวัญคนอ่าน ในภาคไดอารี่ “ปากกา” ที่ท็อปได้มาจากร้านขายของเก่าเป็นเครื่องมือที่เขาใช้ถ่ายทอดเรื่องราวสยองขวัญออกมาในนิยาย รวมทั้งเรื่องสยองที่เกิดขึ้นกับตัวเขาเอง ส่วนในนิยายนั้น ความน่ากลัวที่เกิดขึ้นกับพิมพ์ขวัญซึ่งเป็นตัวละครหลัก มี “ประตู” เป็นจุดดึงความสนใจให้ชวนติดต่อและหวาดผวาว่า “ประตู” นั้นปิดสนิทแน่หรือ การนำเสนอนิยายซ้อนนิยายในรูปแบบนี้เป็นเรื่องท้าทายความสามารถ และชัยยาก็เขียนออกมาได้เข้าขั้นดี เสียดายว่าส่วนท้ายของนิยายที่ชัยยาตัดฉากให้แม่ของท็อปมาอธิบายอาการทางจิตของลูก ว่าเชื่อมโยงกับนิยายและไดอารี่ที่เขาเขียนอย่างไรดูไม่กลมกลืนนัก(หน้า ๒๔๙ - ๒๗๕) และสำนวนการเขียนที่อ้างว่าเป็นของนักกฎหมายเฉพาะก็ไม่ได้แตกต่างจากสำนวนของท็อป(ที่อ้างมาข้างต้น) เท่าที่ควร แม้จะเห็นได้ว่าพยายามแทรกเอาศัพท์กฎหมายและการเขียนเป็นหัวข้อประเด็นมาแทรกแล้วก็ตาม อย่างไรก็ดี การแทรกส่วนที่แม่ของท็อปเขียนก็ดูสมเหตุสมผลตามบทตามก่อนจะจบบริบูรณ์ ประตูของการเชื่อมเรื่องนิยายที่ฝืดอยู่จึงได้รับการหยอดน้ำมันลงให้ปิดลงได้สนิทในที่สุด เงามืดและแสงเทียนริบหรี่ของร้านขายของเก่า : ฉากพรรณนาชวนสยองขวัญที่ดีกว่าเดิม “ชัยยา” ได้พัฒนาการบรรยายฉากให้ดีขึ้นจากนิยายเล่มที่แล้วมาก ประโยคเช่น “เทียนเพียงเล่มเดียวไม่อาจขับไล่ความมืดได้ทั้งหมด แทนที่จะช่วยให้อุ่นใจกลับส่งเงาน่ากลัววูบไหวทาบผนัง”(หน้า ๒๒ : ๒๓-๒๔) ให้ทั้งภาพ สี และแสงออกมาอย่างเห็นได้ชัด และเมื่อถึงคราวบรรยายความสยดสยองภายในใจ ชัยยาก็ไม่ได้มีฝีมือลดน้อยถอยลงเลย ยิ่งเมื่อเข้าถึงบทถึงเลือดถึงเนื้อ การลดความน่าขยะแขยงจากภายนอกมาเน้นสภาพความกลัวภายในจิตใจนับเป็นพัฒนาการที่น่าชื่นชม ภาพของพิมพ์ขวัญยิ้มแสยะโดยมีเลือดกบปากทั้งๆที่ฟันคู่หน้าโหว่อยู่เ(หน้า ๑๔๖) ป็นภาพที่นักอ่านอาจจะเก็บไปฝันร้ายเอาได้ง่ายๆ ในช่วงนี้เองที่การวางพล็อตหลักเข้ามามีบทบาทต่อความไม่เท่ากันของบทบรรยาย ชัยยาวางภาพซ้อนอธิบายว่า แต่ละบทที่ท็อปเขียนเรื่องนั้น เขาใช้กลวิธีแตกต่างกันเนื่องจากเพิ่งหัดเขียนเป็นครั้งแรก และเขียนขึ้นมาด้วยพลังอาถรรพ์ จนฉากทั้งหมดกลมกลืนกันได้ภายในความไม่กลมกลืน ซึ่งหากเกิดขึ้นจากความจงใจของชัยยาเองแล้ว ก็นับว่าเป็นวิธีทางการเขียนที่น่าสนใจมากทีเดียว บ้านในความมืด : ปัญหาทางจิตของครอบครัวตัวละครซ้อนนิยาย ตามขนบของนิยายสยองขวัญสไตล์ สตีเฟน คิง ซึ่งชัยยาได้รับอิทธิพลมามาก มักจะมีปัญหาทางจิตของคนในครอบครัวซ้อนอยู่กับเรื่องราวสยองขวัญด้วย ประเด็นการสร้างตัวละครวิชิตใน “นักสะสมฟัน” ของท็อป ที่เกิดขึ้นจากภาพสมมติของพ่อในชีวิตจริง พิมพ์ขวัญซึ่งจำลองแบบแม่ และฟ้าใสที่เป็นร่างถอดรูปของตัวเอง เป็นรูปแบบสามัญซึ่งไม่ยากเกินกว่าผู้ชื่นชอบนิยายของคิง หรือผู้อ่านนิยายเชิงจิตวิทยามามากจะเดาได้ตั้งแต่กลางๆเรื่อง แต่ใน “นักสะสมฟัน” ตัวละครนักกฎหมายที่อธิบายทุกเรื่องด้วยตรรกะอย่างแม่ของท็อป ได้เข้ามาทำหน้าที่ผู้อธิบายปมทางจิตของเรื่องนี้ในตอนท้าย ทำให้ความสนุกสนานของการทิ้งให้ตีความต่อหายไป และลดโทนของเรื่องลึกลับลงไปมาก อย่างไรก็ตาม การเน้นความรักของแม่ที่มีต่อลูก ทั้งในช่วงของ “นักสะสมฟัน” และในชีวิตของท็อป พิมพ์ขวัญนักกฎหมายที่เลี้ยงลูกจนโตเป็นหนุ่มมาได้คนเดียว กับพิมพ์ขวัญแม่บ้านที่เลี้ยงดูฟ้าใสโดยยอมลาออกจากงานประจำที่ทำ ก็เป็นจุดที่โดดเด่นออกมาอย่างน่าประทับใจและชวนให้ตระหนักคิดว่า ครอบครัวที่ขาดความเอาใจใส่จากพ่อ ก็อาจทำให้เกิดปมในใจของทั้งลูกและแม่ได้จนเกิดโศกนาฏกรรมขึ้น สัญญาต่างตอบแทนของนักสะสมฟัน : ฟันผุของพล็อตเรื่อง แม้ว่าชัยยาจะบรรยายความรักระหว่างแม่และลูกได้เป็นอย่างดี และความสยองที่เข้าขั้น แต่แกนเรื่องหลักของนักสะสมฟันกลับลอยอยู่จนจับประเด็นไม่ได้ ชัยยาไม่ได้เล่าถึงความเป็นมาของนักสะสมฟันว่า ทำไมมันถึงถูกผนึกลง ความแค้นของมันเกิดขึ้นได้อย่างไร และที่สำคัญคือ สัญญาที่มันอ้างว่า “ฟันบนโยนขึ้นฟ้า ฟันล่างโยนลงดิน” เกิดขึ้นด้วยเหตุใด บอกเพียงแต่ว่ามนุษย์ผิดสัญญาแถมไพล่ไปยกเอาตำนานฝรั่งมาเล่าเป็นวรรคเป็นเวรโดยไม่เกี่ยวข้องกันอีกต่างหาก เมื่อประเด็นหลักของเรื่องไม่ชัดเจน ความแค้นและความรุนแรงทั้งหมดที่เกิดขึ้นของนักสะสมฟันก็ดูไม่มีเหตุผลพอให้เกรงกลัว คล้ายกับว่าตัวนักสะสมฟันเป็นฟันผุเสียเองก็ว่าได้ หากชัยยาจะยอมเสียเวลาทรมาน “ท็อป” อีกสักสองสามหน้า เอาที่มาของนักสะสมฟันเขียนลงในนิยาย คงจะเป็นโลหะอะมัลกัมมาอุดฟันผุของพล็อตเรื่องไหว พ่อไม่อยู่บ้าน : เหตุจากพิษเศรษฐกิจและสังคมที่ส่งผลต่อบ้าน ประเด็นหนึ่งที่น่าสนใจของ “นักสะสมฟัน” คือการขาดหายไปของ “พ่อ” ไม่ว่าจะเป็นวิชิตในนิยาย หรือ พ่อของท็อปตามเนื้อเรื่อง ซึ่งหากวิเคราะห์ลึกๆแล้ว ทั้งคู่หายไปเพราะพิษเศรษฐกิจ วิชิตในเรื่องต้องทำงานหนักเพื่อพยุงบริษัทท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจตกต่ำจากการชุมนุมทางการเมือง ส่วนพ่อของท็อปที่ยิงตัวตาย แม้ไม่บอกมาโดยตรงก็อาจอนุมานได้ว่าเกิดจากพิษเศรษฐกิจเมื่อราว พ.ศ. ๒๕๔๐ ที่นักธุรกิจและนักลงทุนขาดทุนจนต้องคิดสั้นฆ่าตัวตายเป็นจำนวนมาก ซึ่งปัจจัยดังกล่าวทำให้ พิมพ์ขวัญในนิยายขาดความมั่นใจจนเปิดช่องว่างให้นักสะสมฟันเข้ามาแทรกแซงจิตใจ ส่วนในโลกของท็อป เขาก็สั่งสมปมทางใจที่เห็นการตายของพ่อผนวกกับภาวะสับสนของความรักและการสอบเข้ามหาวิทยาลัยจนระเบิดออกมาตามนิยายอาถรรพ์เรื่องนี้ จะเห็นได้ว่าโศกนาฏกรรมในครอบครัวอาจเกิดขึ้นจากผลกระทบของภาพรวมของสังคมมหภาค ที่อาจแผ่ไปถึงบ้านของคุณได้อย่างไม่คาดคิด คุณปวดฟันอยู่หรือเปล่า? : ฟันล่างให้โยนขึ้นบน ฟันบนให้ทิ้งลงล่าง ผมอ่านนักสะสมฟันจบด้วยอาการปวดฟัน! ไม่ใช่เพราะนักสะสมฟันคืบคลานมาหา แต่เพราะว่าผมปล่อยให้ฟันผุนานเกินไปแล้ว เห็นทีผมคงต้องไปพบทันตแพทย์เสียที แต่ถ้าผมถอนฟันออกมา ผมจะไม่ลืมว่า “ฟันล่างให้โยนขึ้นบน ฟันบนให้ทิ้งลงล่าง” อย่างแน่นอน ทางทีดี คุณควรรักษาสุขภาพฟันดีกว่า เวลาอ่านนักสะสมฟันจะได้ไม่ปวดฟันแบบผม วันนี้คุณแปรงฟันแล้วหรือยัง?‹‹ย่อ

    เทราสเฟียร์ เอล เซราฟีเตอร์ | 22 ส.ค. 52

    • 19

    • 0

    คำนิยมล่าสุด

    "ผมปวดฟัน! หลังจากอ่าน “นักสะสมฟัน”"

    (แจ้งลบ)

    ผมปวดฟัน! หลังจากอ่าน “นักสะสมฟัน” บ่อยครั้งที่ “นิยาย” ส่งผลสะเทือนต่อ “ร่...››อ่านต่อ

    ผมปวดฟัน! หลังจากอ่าน “นักสะสมฟัน” บ่อยครั้งที่ “นิยาย” ส่งผลสะเทือนต่อ “ร่างกาย” โดยตรง ด้วยว่าจิตใจนั้นเป็นบ่อเกิดแห่งความรู้สึก และนิยายใดที่เขียนดีพอ ย่อมมีผลต่อจิตใจที่บังคับร่างกายนั้นไปด้วย “นักสะสมฟัน” นิยายสยองขวัญเรื่องใหม่ของชัยยา ผู้เขียน “ทีนอส” ก็เป็นนิยายที่มีพลังพอจะบีบคั้นจิตใจให้รู้สึกปวดฟันไปตามภาษาที่เขาใช้ในนิยายได้เช่นกัน ประตูที่ปิดไม่สนิท : นิยายซ้อนนิยายที่เชื่อมเกือบไม่สนิท “นักสะสมฟัน” หลอกล่อเราตั้งแต่คำนำผู้เขียน และบทนำที่อ้างว่าเขียนขึ้นโดยฝีมือของ “ท็อป” ตัวเอกของเรื่อง ก่อนที่จะดำเนินเรื่องคู่ขนานระหว่างไดอารี่ของท็อป กับเรื่องราวของนักสะสมฟัน ซึ่งทั้งสองเรื่องก็มีวัตถุเด่นที่แตกต่างกันในการเขย่าขวัญคนอ่าน ในภาคไดอารี่ “ปากกา” ที่ท็อปได้มาจากร้านขายของเก่าเป็นเครื่องมือที่เขาใช้ถ่ายทอดเรื่องราวสยองขวัญออกมาในนิยาย รวมทั้งเรื่องสยองที่เกิดขึ้นกับตัวเขาเอง ส่วนในนิยายนั้น ความน่ากลัวที่เกิดขึ้นกับพิมพ์ขวัญซึ่งเป็นตัวละครหลัก มี “ประตู” เป็นจุดดึงความสนใจให้ชวนติดต่อและหวาดผวาว่า “ประตู” นั้นปิดสนิทแน่หรือ การนำเสนอนิยายซ้อนนิยายในรูปแบบนี้เป็นเรื่องท้าทายความสามารถ และชัยยาก็เขียนออกมาได้เข้าขั้นดี เสียดายว่าส่วนท้ายของนิยายที่ชัยยาตัดฉากให้แม่ของท็อปมาอธิบายอาการทางจิตของลูก ว่าเชื่อมโยงกับนิยายและไดอารี่ที่เขาเขียนอย่างไรดูไม่กลมกลืนนัก(หน้า ๒๔๙ - ๒๗๕) และสำนวนการเขียนที่อ้างว่าเป็นของนักกฎหมายเฉพาะก็ไม่ได้แตกต่างจากสำนวนของท็อป(ที่อ้างมาข้างต้น) เท่าที่ควร แม้จะเห็นได้ว่าพยายามแทรกเอาศัพท์กฎหมายและการเขียนเป็นหัวข้อประเด็นมาแทรกแล้วก็ตาม อย่างไรก็ดี การแทรกส่วนที่แม่ของท็อปเขียนก็ดูสมเหตุสมผลตามบทตามก่อนจะจบบริบูรณ์ ประตูของการเชื่อมเรื่องนิยายที่ฝืดอยู่จึงได้รับการหยอดน้ำมันลงให้ปิดลงได้สนิทในที่สุด เงามืดและแสงเทียนริบหรี่ของร้านขายของเก่า : ฉากพรรณนาชวนสยองขวัญที่ดีกว่าเดิม “ชัยยา” ได้พัฒนาการบรรยายฉากให้ดีขึ้นจากนิยายเล่มที่แล้วมาก ประโยคเช่น “เทียนเพียงเล่มเดียวไม่อาจขับไล่ความมืดได้ทั้งหมด แทนที่จะช่วยให้อุ่นใจกลับส่งเงาน่ากลัววูบไหวทาบผนัง”(หน้า ๒๒ : ๒๓-๒๔) ให้ทั้งภาพ สี และแสงออกมาอย่างเห็นได้ชัด และเมื่อถึงคราวบรรยายความสยดสยองภายในใจ ชัยยาก็ไม่ได้มีฝีมือลดน้อยถอยลงเลย ยิ่งเมื่อเข้าถึงบทถึงเลือดถึงเนื้อ การลดความน่าขยะแขยงจากภายนอกมาเน้นสภาพความกลัวภายในจิตใจนับเป็นพัฒนาการที่น่าชื่นชม ภาพของพิมพ์ขวัญยิ้มแสยะโดยมีเลือดกบปากทั้งๆที่ฟันคู่หน้าโหว่อยู่เ(หน้า ๑๔๖) ป็นภาพที่นักอ่านอาจจะเก็บไปฝันร้ายเอาได้ง่ายๆ ในช่วงนี้เองที่การวางพล็อตหลักเข้ามามีบทบาทต่อความไม่เท่ากันของบทบรรยาย ชัยยาวางภาพซ้อนอธิบายว่า แต่ละบทที่ท็อปเขียนเรื่องนั้น เขาใช้กลวิธีแตกต่างกันเนื่องจากเพิ่งหัดเขียนเป็นครั้งแรก และเขียนขึ้นมาด้วยพลังอาถรรพ์ จนฉากทั้งหมดกลมกลืนกันได้ภายในความไม่กลมกลืน ซึ่งหากเกิดขึ้นจากความจงใจของชัยยาเองแล้ว ก็นับว่าเป็นวิธีทางการเขียนที่น่าสนใจมากทีเดียว บ้านในความมืด : ปัญหาทางจิตของครอบครัวตัวละครซ้อนนิยาย ตามขนบของนิยายสยองขวัญสไตล์ สตีเฟน คิง ซึ่งชัยยาได้รับอิทธิพลมามาก มักจะมีปัญหาทางจิตของคนในครอบครัวซ้อนอยู่กับเรื่องราวสยองขวัญด้วย ประเด็นการสร้างตัวละครวิชิตใน “นักสะสมฟัน” ของท็อป ที่เกิดขึ้นจากภาพสมมติของพ่อในชีวิตจริง พิมพ์ขวัญซึ่งจำลองแบบแม่ และฟ้าใสที่เป็นร่างถอดรูปของตัวเอง เป็นรูปแบบสามัญซึ่งไม่ยากเกินกว่าผู้ชื่นชอบนิยายของคิง หรือผู้อ่านนิยายเชิงจิตวิทยามามากจะเดาได้ตั้งแต่กลางๆเรื่อง แต่ใน “นักสะสมฟัน” ตัวละครนักกฎหมายที่อธิบายทุกเรื่องด้วยตรรกะอย่างแม่ของท็อป ได้เข้ามาทำหน้าที่ผู้อธิบายปมทางจิตของเรื่องนี้ในตอนท้าย ทำให้ความสนุกสนานของการทิ้งให้ตีความต่อหายไป และลดโทนของเรื่องลึกลับลงไปมาก อย่างไรก็ตาม การเน้นความรักของแม่ที่มีต่อลูก ทั้งในช่วงของ “นักสะสมฟัน” และในชีวิตของท็อป พิมพ์ขวัญนักกฎหมายที่เลี้ยงลูกจนโตเป็นหนุ่มมาได้คนเดียว กับพิมพ์ขวัญแม่บ้านที่เลี้ยงดูฟ้าใสโดยยอมลาออกจากงานประจำที่ทำ ก็เป็นจุดที่โดดเด่นออกมาอย่างน่าประทับใจและชวนให้ตระหนักคิดว่า ครอบครัวที่ขาดความเอาใจใส่จากพ่อ ก็อาจทำให้เกิดปมในใจของทั้งลูกและแม่ได้จนเกิดโศกนาฏกรรมขึ้น สัญญาต่างตอบแทนของนักสะสมฟัน : ฟันผุของพล็อตเรื่อง แม้ว่าชัยยาจะบรรยายความรักระหว่างแม่และลูกได้เป็นอย่างดี และความสยองที่เข้าขั้น แต่แกนเรื่องหลักของนักสะสมฟันกลับลอยอยู่จนจับประเด็นไม่ได้ ชัยยาไม่ได้เล่าถึงความเป็นมาของนักสะสมฟันว่า ทำไมมันถึงถูกผนึกลง ความแค้นของมันเกิดขึ้นได้อย่างไร และที่สำคัญคือ สัญญาที่มันอ้างว่า “ฟันบนโยนขึ้นฟ้า ฟันล่างโยนลงดิน” เกิดขึ้นด้วยเหตุใด บอกเพียงแต่ว่ามนุษย์ผิดสัญญาแถมไพล่ไปยกเอาตำนานฝรั่งมาเล่าเป็นวรรคเป็นเวรโดยไม่เกี่ยวข้องกันอีกต่างหาก เมื่อประเด็นหลักของเรื่องไม่ชัดเจน ความแค้นและความรุนแรงทั้งหมดที่เกิดขึ้นของนักสะสมฟันก็ดูไม่มีเหตุผลพอให้เกรงกลัว คล้ายกับว่าตัวนักสะสมฟันเป็นฟันผุเสียเองก็ว่าได้ หากชัยยาจะยอมเสียเวลาทรมาน “ท็อป” อีกสักสองสามหน้า เอาที่มาของนักสะสมฟันเขียนลงในนิยาย คงจะเป็นโลหะอะมัลกัมมาอุดฟันผุของพล็อตเรื่องไหว พ่อไม่อยู่บ้าน : เหตุจากพิษเศรษฐกิจและสังคมที่ส่งผลต่อบ้าน ประเด็นหนึ่งที่น่าสนใจของ “นักสะสมฟัน” คือการขาดหายไปของ “พ่อ” ไม่ว่าจะเป็นวิชิตในนิยาย หรือ พ่อของท็อปตามเนื้อเรื่อง ซึ่งหากวิเคราะห์ลึกๆแล้ว ทั้งคู่หายไปเพราะพิษเศรษฐกิจ วิชิตในเรื่องต้องทำงานหนักเพื่อพยุงบริษัทท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจตกต่ำจากการชุมนุมทางการเมือง ส่วนพ่อของท็อปที่ยิงตัวตาย แม้ไม่บอกมาโดยตรงก็อาจอนุมานได้ว่าเกิดจากพิษเศรษฐกิจเมื่อราว พ.ศ. ๒๕๔๐ ที่นักธุรกิจและนักลงทุนขาดทุนจนต้องคิดสั้นฆ่าตัวตายเป็นจำนวนมาก ซึ่งปัจจัยดังกล่าวทำให้ พิมพ์ขวัญในนิยายขาดความมั่นใจจนเปิดช่องว่างให้นักสะสมฟันเข้ามาแทรกแซงจิตใจ ส่วนในโลกของท็อป เขาก็สั่งสมปมทางใจที่เห็นการตายของพ่อผนวกกับภาวะสับสนของความรักและการสอบเข้ามหาวิทยาลัยจนระเบิดออกมาตามนิยายอาถรรพ์เรื่องนี้ จะเห็นได้ว่าโศกนาฏกรรมในครอบครัวอาจเกิดขึ้นจากผลกระทบของภาพรวมของสังคมมหภาค ที่อาจแผ่ไปถึงบ้านของคุณได้อย่างไม่คาดคิด คุณปวดฟันอยู่หรือเปล่า? : ฟันล่างให้โยนขึ้นบน ฟันบนให้ทิ้งลงล่าง ผมอ่านนักสะสมฟันจบด้วยอาการปวดฟัน! ไม่ใช่เพราะนักสะสมฟันคืบคลานมาหา แต่เพราะว่าผมปล่อยให้ฟันผุนานเกินไปแล้ว เห็นทีผมคงต้องไปพบทันตแพทย์เสียที แต่ถ้าผมถอนฟันออกมา ผมจะไม่ลืมว่า “ฟันล่างให้โยนขึ้นบน ฟันบนให้ทิ้งลงล่าง” อย่างแน่นอน ทางทีดี คุณควรรักษาสุขภาพฟันดีกว่า เวลาอ่านนักสะสมฟันจะได้ไม่ปวดฟันแบบผม วันนี้คุณแปรงฟันแล้วหรือยัง?‹‹ย่อ

    เทราสเฟียร์ เอล เซราฟีเตอร์ | 22 ส.ค. 52

    • 19

    • 0

    309 ความคิดเห็น

    1. วันที่ 14 พฤศจิกายน 2561 / 17:25
      อ่านทั้งหนังสืออ่านทั้งในนี้เลย
      #309
      0
    2. #308 Fєnnec fox (@giffyandgetty) (จากตอนที่ 3)
      วันที่ 11 มีนาคม 2557 / 15:40
      เทศกาลฆ่าเด็กทางอ้อม 555
      #308
      0
    3. วันที่ 17 ตุลาคม 2555 / 10:06
      ชอบเรื่องของคุณมากเลยครับ อ่านเมื่อปีก่อน จะสอบเข้าม.1พอดี ถูกแม่ด่าเนื่องจากไม่ยอมอ่านหนังสือเรียนอ่านแต่หนังสือพี่///(เลยต้องแอบอ่านเวลานอน เอาผ้าห่มคลุมแล้วเอาไฟฉายส่องอ่าน สยองup90%)
      #307
      0
    4. #306 ศาลส้ม (@ramon14) (จากตอนที่ 23)
      วันที่ 15 มีนาคม 2555 / 17:37
       น่ากลัวมาก หลอนๆ ด้วย
      #306
      0
    5. วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2555 / 13:31
      ขอบคุณมาก ทิพย์
      เรื่องนี้ก็นานจนเราลืมๆ เนื้อเรื่องไปแล้วเหมือนกัน เหอๆ
      แต่ยังพอจำความรู้สึกตอนเขียนได้ เรื่องนี้เขียนจบเร็วที่สุด เป็นธรรมชาติที่สุด ในบรรดาทุกเรื่องที่เขียนมา

      ขอบคุณที่ยังแวะเขียนมาเม้นท์เน้อ ว่าแล้วก็กลับไปเครียดกับเรื่องค้างอยู่ต่อ - -
      #305
      0
    6. วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2555 / 02:40
         อ่านจบมาหลายปีแล้ว ยังไม่ได้โอกาส คอมเม้นท์เป็นจริงเป็นจังซะครั้ง จนจะลืมเนื้อเรื่องหมดแล้ว(ต้องอ่านรอบสอง) เรื่องนี้เราว่ามันเล่นกับความรู้สึกดี มีหลายอย่างและสิ่งล้อมตัวที่ทำให้ นักสะสมฟัน เป็นที่น่าสนใจ การบรรยายฉากที่ทำให้เห็นภาพ ได้อารมณ์ความโหดในฉากรุนแรง อากาศที่ขมุกขมัวในเรื่องชวนให้รับรู้ได้เป็นอย่างดี แม้ว่าคนอื่น(ที่ยืมเราไปอ่าน) จะบอกอ่านไม่เข้าใจ หรือไม่ถูกจริตเขา แต่เราว่านั้นไม่ใช่เรื่องสำคัญอะไร นิยายทุกเรื่องคงจะเป็นที่ชื่นชมของทุกคนไม่ได้ แต่สำหรับเรา คนที่อ่านนิยายช้าและอ่านนิยายยาก กลับมองต่างมุมว่าเราชอบนิยายในลักษณะนี้ เพราะมันได้อะไรมากกว่าที่จะอ่านแค่เอามันส์หรือสะใจอย่างเดียว อย่างน้อยเรื่องนี้ก็ทำให้เราได้อยู่ในสถานการณ์ที่ชวนอึดอัดหลายฉากทีเดียว
      #304
      0
    7. #303 ศาลส้ม (@ramon14) (จากตอนที่ 2)
      วันที่ 3 ตุลาคม 2554 / 19:57
      เปิดมาก็สุดยอดเลยค่ะ - -v

      แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 15 มีนาคม 2555 / 16:35
      #303
      0
    8. #302 Finn Berr (@Aom-Edtsu) (จากตอนที่ 5)
      วันที่ 8 กรกฎาคม 2553 / 01:06

      จบแล้วครับ  ขออภัยที่ต้องไปแล้ว บอลมาแล้วอ่ะ ละสายตาไม่ได้

      รู้ปะ ตอนแรกผมนึกว่าในตอนที่หนึ่งอ่ะ  เป็นไดอารี่ของคนเขียนซะอีก  ที่แท้มันก็เป็นฉากปัจจุบันนั่นเอง ไปแล้วครับ ว่างๆ จะมาอ่าน

      #302
      0
    9. #301 Finn Berr (@Aom-Edtsu) (จากตอนที่ 4)
      วันที่ 8 กรกฎาคม 2553 / 01:03

      อ่านแล้วชอบครับ  มาถึงตอนนี้คงต้องลงความเห็นอีกด้วยล่ะว่า "ไม่โหล"   มันเป็นเรื่องใกล้ตัวด้วย

      ปล. ขอนอกเรื่องนะครับ  ผมจะอ่านต่อในคืนนี้ เนื่องจากรอดูบอลคู่เยอรมันกะสเปน 555

      #301
      0
    10. #300 Finn Berr (@Aom-Edtsu) (จากตอนที่ 3)
      วันที่ 8 กรกฎาคม 2553 / 00:59
      บรรยายดีมากครับ  กวนๆ ตอนท้ายกับคำพูดของแม่
      #300
      0
    11. #299 Finn Berr (@Aom-Edtsu) (จากตอนที่ 2)
      วันที่ 8 กรกฎาคม 2553 / 00:53
      ชอบบทนำอ่ะ ชอบมากๆ
      #299
      0
    12. #298 rike (@newkun) (จากตอนที่ 11)
      วันที่ 2 มิถุนายน 2553 / 15:55
      แอบฮาตรงตอนที่ด่าเจ้าของรถ =..=
      #298
      0
    13. วันที่ 22 พฤษภาคม 2553 / 12:32
      ความคิดเห็นที่ 296

      ใครก้ได้ช่วยด้วย !!!
      เรากำลังตกเป็นทาสนิยายเรื่องนี้ ...
      มันกำลังบอกให้เราซื้ออีกเล่ม แล้วไปบอกต่อคนอื่นให้อ่านต่อด้วย =[]=;;


      PS.  - - คบคนพาลพาลพาไปหาผิด.. คบกะเทยดัจริต(?)พาลพาไปผิดเพศ! - -
      Name : SouL. Addiction+< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ SouL. Addiction+ [ IP : 118.172.125.54 ]
      Email / Msn: fuji_kilua(แอท)hotmail.com ส่งข้อความลับ
      วันที่: 22 พฤษภาคม 2553 / 09:45

      555

      ขอบคุณนะครับที่อุดหนุน  และแน่นอน...อย่าลืมอุดมการณ์อันร่วมกันของเรา !   จงสานต่อกันไปเรื่อยๆ  เอิ๊กกก
      #297
      0
    14. วันที่ 22 พฤษภาคม 2553 / 09:45

      ใครก้ได้ช่วยด้วย !!!
      เรากำลังตกเป็นทาสนิยายเรื่องนี้ ...
      มันกำลังบอกให้เราซื้ออีกเล่ม แล้วไปบอกต่อคนอื่นให้อ่านต่อด้วย =[]=;;

      #296
      0
    15. วันที่ 25 เมษายน 2553 / 16:37
      หาซื้อได้แล้ว~
      ตอนจบฮามากครับ หัวเราะจนปวดฟันเลย - -
      #295
      0
    16. วันที่ 4 เมษายน 2553 / 20:18

      อ่านจบแล้วค่ะ แต่ฟันไม่หลุด 555+

      หนุกมากพี่ สยดสยองมาก สู้ๆนะ รอเรื่องต่อไปอยู่

      #294
      0
    17. วันที่ 3 เมษายน 2553 / 19:05

      โอ้ อ่านจบแล้วฟันหลุดเลยเหรอ !!!  อะไรกัน อีกรายแล้วหรือนี่  เหอๆ  (พอดีว่า ตอนเขียนพี่ก็ปวดฟันนะ สงสัยคงจะอินไปหน่อย  ส่วนคนอ่าน บางคนก็บอกว่าปวดฟันนิดๆ หน่อยๆ  ซึ่งก็ไม่รู้ว่ามาอำพี่เล่น หรือว่าเป็นความจริงหรือไม่ยังไง...) 

      ขอบคุณมากนะครับที่อุดหนุน  เมื่อกี้คลิกเข้าไอดีไม่ได้ เลยตอบในข้อความลับแทน (เอามาแปะไว้หน้านิยายด้วย กันเหนียว) 

      นานทีปีหนจะมีคนแวะเข้ามาเยี่ยมหน้านิยาย เหอะๆ  ขอบคุณมากครับ

      #293
      0
    18. วันที่ 3 เมษายน 2553 / 17:46
      พี่จ่ะเชื่อมั้ยว่านู๋ซื้อมาอ่านแล้วพออ่านจบ


      นู๋กัดผ้าขนหนู ฟันหนูหลุดค่ะพี่ขา !!!!!


      ตอนนี้ก๊อยังโดนเพื่อนล้อเป็นนังหล๋ออยุ่เลยอ่า !

      ฮา ๆ !

      เรื่องนี้สนุกมาก ๆ ! หนูอุดหนุนแล้วนะ !

      ฮา ๆๆ !!
      #292
      0
    19. วันที่ 23 มีนาคม 2553 / 22:58
      ชอบภาษาการบรรยายจังครับ ถ้าผมเขียนได้แบบท่านได้สักครึ่งท่าทา่งจะเป็นการดี แหะๆ
      #291
      0
    20. #290 DiamondBoy (@new2538) (จากตอนที่ 18)
      วันที่ 14 พฤศจิกายน 2552 / 06:26
      0.0
      สยองแบบค่อยเป็นค่อยไปว่างั้น - -
      #290
      0
    21. วันที่ 14 ตุลาคม 2552 / 08:32
      when i see the name พิมพ์ขวัญ, i feel strange and pround !!!
      555+

      love u na ka P T

      ^^
      #289
      0
    22. วันที่ 14 ตุลาคม 2552 / 08:32
      when i see the name พิมพ์ขวัญ, i feel strange and pround !!!
      555+

      love u na ka P T

      ^^
      #288
      0
    23. วันที่ 14 ตุลาคม 2552 / 08:27
      when i see the name พิมพ์ขวัญ, i feel strange and pround !!!
      555+

      love u na ka P T

      ^^
      #287
      0
    24. วันที่ 12 กันยายน 2552 / 02:18
      ไม่ได้เข้ามาอ่านในนี้แต่ซื้อหนังสืออ่านแล้ว
      สนุกมากชอบตอนที่บอกว่า เวลาพูดแผลที่บอกก็จะปริออกทำให้เลือดไหลอออกมา
      กับตอนที่ใช้มีดแทงที่มือ เสี้ยวมากๆ นึกแล้วเห็นภาพ
      แต่อ่านแล้วบอกฟันอ่ะ ToT
      #286
      0
    25. #285 ซินญอรา (@signora) (จากตอนที่ 22)
      วันที่ 10 กันยายน 2552 / 12:23
      มันปวดฟัน
      มันปวดฟัน
      อ๊ากกกกกกกกกกกกก
      ขนาดหัวแทบระเบิดยังมาเขียนต่ออีก
      บ้า ไป แล้ว!!!!
      #285
      0