นิยาย Dek-D

ไม่พลาดทุกการอัปเดต
เพียงอ่านผ่านแอปนิยาย Dek-D

แอปที่จะทำให้คุณสามารถอ่านนิยายได้ทุกที่ ทุกเวลา พร้อมฟังก์ชันการใช้งานหลากหลาย รับรองสนุกไม่มีเบื่อ! ดาวน์โหลดฟรีได้แล้ว บน Android, iOS และ HUAWEI

โลกใบใหม่ "ลิเบอตี้"

โดย JACKIE LETTER

เมื่อโลกใบเดิมเต็มไปด้วยมลภาวะ การเเสวงหาโลกใหม่จึงเกิดขึ้น

ยอดวิวรวม

23

ยอดวิวเดือนนี้

0

ยอดวิวรวม


23

ความคิดเห็น


0

คนติดตาม


0
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  23 ม.ค. 63 / 19:16 น.
นิยาย š "͵"

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้




..........กัปตันวิลเลี่ยมที่ 3   ผู้บังคับยานลิเบอตี้เดินทางข้ามจักรวาลจากโลกระยะทาง 228 ปีแสง  มุ่งหน้าสู่ดาวโลกดวงใหม่  K2-288 Bb กว่าสามช่วงอายุคนนับตั้งแต่กัปตันวิลเลี่ยมที่1


  
          พลเอกเวียน ผู้นำกองกำลังกอบกู้โลก 

           ชายหนุ่มสองคนกำลังเผชิญหน้ากัน  มีเพียงลูกกรงกั้น  มันถึงเวลาที่กัปตันวิลเลี่ยมที่3 จะต้องจัดการกับเจ้าสัตว์มนุษย์ในปกครอง  ที่กำแหงหาญรวบรวมสัตว์มนุษย์ในยานลำนี้  เพื่อปฏิวัติยึดอำนาจจากตน  เรื่องนี้ท่านประธานธิบดีได้ตำหนิลงมายังตนเองกับภรรยา ที่มีหน้าที่นำชาวซิวิไลเซชัน มนุษย์โลกเผ่าพันธุ์ใหม่ที่ เจริญรุ่งเรืองถึงขีดสุดในประวัติศาสตร์โลก  เพื่อไปตั้งถิ่นฐานบนดาวดวงใหม่

          ชาวซิวิไลเซซันยังขาดเซลล์บางอย่างทำให้ร่างกายเสื่อมสภาพเร็ว จึงต้องนำสัตว์มนุษย์ดึกดำบรรพ์มากับยานด้วย  ก่อนที่ทุกอย่างจะลุกลามบานปลาย  ในหน้าที่กัปตันจะต้องทำทุกอย่างเพื่อไม่ให้เกิดการจลาจล

          พลเอกเวียนสวมชุดทหาร   สีหน้ากระด้างเหมือนศพแช่ในโลงเย็น นั่งอยู่หลังลูกกรง ส่งแฮมเบอเกอร์ใส้เนื้อใส่ปากเคี้ยวดังงึดๆ ดวงตาคู่นั้นจ้องอีกฝ่ายหนึ่ง

          แล้วจะทำไม เจ้าพวกลำไส้ไม่ทำงาน  ... 

          กลิ่นของเนื้อวัวที่ถูกเลี้ยงดูในทุ่งกว้างอย่างแสนสุขใจ ก่อนที่มันจะถูกหลอกมาเชือด เป็นก้อนเนื้อย่างส่งกลิ่นอบอวล  ถูกเคล้ากับซอสมะเขือเทศ หัวหอมใหญ่ ผักราดซอส กลิ่นของมันกำลังลอยมาแตะจมูก  แน่ล่ะกัปตันวิลเลี่ยมที่3 กำลังสะอิดสะเอียน   ชาวซิวิไลเซชันเลิกกินอาหารสัตว์แบบนี้นานนับร้อยปี  มันสกปรกเต็มไปด้วยเชื้อโรค  สำหรับพวกตนดำรงชีพด้วยสารอาหารหลอดเดียว ที่เรียกแท่งพลังงาน สวมเข้ากับที่คาดศีรษะ คล้ายมงกุฎ ซึมซาบผ่านผิวหนัง ทำให้อยู่ได้นานนับร้อยปี 

  

        



เนื้อเรื่อง อัปเดต 23 ม.ค. 63 / 19:16


นายหญิงเอมม่ายืนกอดอกหลังพิงผนังในมุมห้อง มองมาอย่างใช้ความคิดนิสัยช่างคิดช่างสังเกต คอยอ่านพฤติกรรมของสามีและบริวารที่มักปีนเกลียวกันอยู่เสมอหากจำเป็นก็ต้องห้ามเพื่อไม่ให้เกิดการวิวาท การทะเลาะวิวาท แม้แต่กับสัตว์ มนุษย์เป็นสิ่งที่ชาวศิวิไลซ์ไม่ทำกันท่านประธานาธิบดีล่วงรู้เข้าจะถูกตำหนิ โอกาสที่พวกตนจะยกฐานะจากพลเรือนเป็นพลเมืองชาวศิวิไลซ์จะเป็นการยากขึ้น

          “ลองหน่อยไหมท่าน ลำไส้จะได้ทำงาน” ปากพลเอกเวียนเขลอะด้วยซอส ใช้แขนเสื้อเช็ดปาก

         “หยาบช้า! เจ้าเอาของที่เติบโตจากพื้นดิน เป็นเม็ดข้าวสาลีมาทำเป็นอาหารพฤติกรรมบดเคี้ยวด้วยฟันที่มีแต่สัตว์เท่านั้นที่ทำ”

         พลเอกเวียนมองแฮมเบอเกอร์ในมือ ชักสีหน้าไม่เข้าใจเอ่ยปากตอบมันจะขนาดนั้นเลยหรือ

         “ก็เรามาจากธาตุทั้งสี่ดินน้ำลมไฟ ธาตุในตัวมันพร่องก็ต้องเติมกลับเข้าไปสิ”

         “หยุดพล่ามได้แล้วสติปัญญาของสัตว์ ย่อมไม่เข้าใจชาวซิวิไลซ์เซซัน”

         แอดดดด! ...

         “ท่านถูกปรับเงิน 100 เวิร์ลเครดิต คำเตือนการใช้คำพูดที่รุนแรง เป็นสิ่งต้องห้ามสำหรับชาวซิวิไลซ์เซซัน ขอให้หยุดพฤติกรรม” เสียงตอบมาจากระบบอัตโนมัติของ เดอะ เมทริกซ์

         “ที่เรานำเจ้ามาที่นี่ก็เพื่อสอบสวนตัวการก่อการจลาจล จงรับสารภาพมาและยอมจำนน นี่คือคำสั่ง จงสลายการชุมนุมซะ” น้ำเสียงที่เยือกเย็นลงของวิลเลี่ยมที่3

         “ผมแค่สมาคมกับเพื่อนมนุษย์ของผมเท่านั้น ลำไส้ของท่านไม่เคยทำงาน คงไม่รู้อะไรเกี่ยวกับการสังคมของมนุษย์” น้ำเสียงกึ่งเยาะกึ่งล้อเลียนของนายทหารยศนายพล เจตนาจะยั่วประสาทของอีกฝ่าย

         “โกหก! เจ้าทำสิ่งใด เราย่อมรู้”

         แอดดดด! ...

         “ท่านถูกปรับเงิน 100 เวิร์ลเครดิตคำเตือนการโกรธ เป็นสิ่งต้องห้ามสำหรับชาวซิวิไลซ์เซซัน ขอให้หยุดพฤติกรรม” เสียงตอบมาจากระบบอัตโนมัติ เป็นเสียงหญิงสาวที่ห้าว แน่ล่ะมันคือน้ำเสียงของนายหญิงเอมม่า ที่หล่อนตั้งโปรแกรมเอาไว้

         ในที่สุดวิลเลี่ยมที่3 ก็ตกหลุมพรางพลเอกเวียนยักคิ้วข้างหนึ่งด้วยอาการยิ้มเยาะ

         “ผ่อนคลายซะบ้างนะท่าน โลกใบนี้ไม่ได้มีไว้แบก เขามีไว้ให้ยืน”


         ช่างสำบัดสำนวนนักกัปตันกัดฟันกรอดๆ ต้องรีบระงับโทสะ เครื่องเซนเซอร์กำลังตรวจวัดสารเคมีในสมองของตน การโกรธทำให้สมองหลั่งฮอร์โมนอะดรีนาลีนเพิ่มมากขึ้น การโกรธง่ายไม่ใช่คุณสมบัติที่ดีของชาวซิวิไลซ์เซซั่น

                  การสอบสวนยังคงดำเนินไปพลเอกเวียนยังคงปิดปากเงียบก่อนยันกายสูงใหญ่ขึ้นมาแล้วสิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น เสียงปืนดังขึ้นสองนัดติดร่างของกัปตันผงะเล็กน้อย เมื่อคมกระสุนผ่านร่าง สีหน้าแตกตื่นในเมื่ออีกฝ่ายลักลอบนำอาวุธเข้าม                 าภายในห้อ         งสอบสวน

ควันปืนยังลอยกรุ่นมือปืนมองดูเหยื่อกระสุนของตน เก็บปืนที่ซองข้างเอวใช้มือดันประตูลูกกรงเหล็กออกมาก่อนออกจากห้องดวงกร้าวสีสนิมยังหันกลับมายิ้มเยาะไม่เลิกดีเอ็นเอจากบรรพบุรุษที่เป็นนายทหารมีความเป็นผู้นำสูงกล้าหาญเด็ดเดี่ยว ไม่เกรงใจใครข้อเสียคือใช้ความรุนแรงตัดสินปัญหา ชาวซิวิไลซ์ต้องการเซลล์อันเป็นต้นกำเนิดความเป็นผู้นำในตัวชายคนนี้ แต่ยังไม่สามารถกำจัดดีเอ็นเอที่เป็นต้นตอของความรุนแรง

“ท่านไปเปลี่ยนไส้ได้แล้ว หึหึ”

นายหญิงเอมม่าเข้ามาช่วยประคอง มองดูหน้าท้อง คงจะไส้แตกเป็นแน่แล้ว

“ฉันจะพาคุณไปเปลี่ยนลำไส้ใหม่นะค        ะ”

“รีบพาไปที โอ๊ย! …”

แอดดดด! แอดดด!...

“ท่านถูกปรับเงิน 200 เวิร์ลเครดิต คำเตือนการแสดงความเจ็บปวด เป็นพฤติกรรมของสัตว์ สิ่งต้องห้ามสำหรับชาวซิวิไลซ์เซซัน ขอให้หยุดพฤติกรรม”

“ผมจะจัดการอย่างไรดี กับขบถรายนี้”


“อย่าพึ่งหักโหมปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของชายผู้นี้เลยค่ะมีความก้าวร้าวมาจากดีเอ็นเอของบรรพบุรุษของเขาที่มาจากโซน 91 อดีตคือประเทศไทยที่ล่มสลายไปแล้วการรวมการปกครองของโลก ทำให้ไม่มีประเทศชาติไม่มีเชื้อชาติไม่มีศาสนา ไร้ซึ้งพรมแดน แต่ความแตกแยกบนโลกยังคงมีอยู่สาเหตุมาจากดีเอ็นเอของมนุษย์ต้องแข่งขันช่วงชิง จนส่งผลถึงพฤติกรรม จะต้องใช้การบำบัดอย่างต่อเนื่องจึงจะหาย” เอมม่าเป็นนักประวัติศาสตร์โลกกล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล

“จริงสินะ เราเป็นสิ่งมีชีวิตชั้นสูง ไยต้องมีโทสะกับพวกชั้นต่ำ ขอบใจมากเอมม่าที่เตือน คุณเป็นภรรยาที่ดี” เขายิ้มทั้งที่เหงื่อซึม ยกฝ่ามือจะสัมผัสผิวหน้าภรรยาสาวอย่างพึ่งพอใจ

แอดดด!...

“ท่านถูกปรับเงิน 100 เวิร์ลเครดิตคำเตือนการแสดงออกซึ่งความรัก เป็นสิ่งต้องห้ามสำหรับชาวซิวิไลซ์เซซั่น”

”ต้องขออภัย หมู่นี้ผมพลั้งเผลอสติบ่อย”

กัปตันวัยหนุ่มเอามือเสยผม ยิ้มอย่างเขินอาย

แอดดด! …

“ท่านถูกปรับเงิน 50 เวิร์ด คำเตือนการยิ้มเขินอาย เป็นพฤติกรรมที่แสดงออกถึงความไม่มั่นใจไม่เหมาะสมสำหรับชาวซิวิไลซ์เซซัน”

“ถูกปรับบ่อยๆ ไม่ดีนะคะ เราต้องสะสมเงินให้ได้ร้อยล้านเวิร์ด ถึงจะมีคุณสมบัติครบ บรรจุเป็นพลเมืองได้”

แล้วก็ปรับผิวหน้าให้เรียบนิ่งไร้อารมณ์เหมือนหุ่นปั้น นี่คือลักษณะที่แท้จริงของชาวซิวิไลซ์เซซั่นเอมม่ายกแฟ้มปกปิดใบหน้าลอบยิ้มเพื่อหลบเซนเซอร์นึกชอบใจตอนเขายิ้มมากกว่ามันดีกว่าแต่งงานกับหุ่นกระบอกเสียอีก


 

เดอะ เมทริกซ์ (มดลูก) โนงงานเปลี่ยนอะไหล่
 

นายพลเวียนกับเหล่าทหารกำลังใช้ม็อบถูพื้นกันอย่างขะมักเขม้นกัปตันวิลเลี่ยมที่3 กับภรรยาเดินสวนมาได้รับการเปลี่ยนอะไหล่มาเรียบร้อย
 

“เราไปดูลูกของเรากันเถอะที่ห้องเมทริกซ์(มดลูก)เขากำลังจะคลอดแล้ว”

“จริงสินะวิลเลี่ยมที่100กำลังจะคลอดแล้ว”

ภาพโฮโลแกรมบนผนังของวิลเลี่ยมที่1ที่มีศักดิ์เป็นปู่ช่างเหมือนราวกับเงาสะท้อนในกระจกเงาวิลเลี่ยมที่3ยืนชิดเท้าโค้งคำนับท่านเป็นผู้บุกบั่นพายานอวกาศเดินทางข้ามจักรวาลครั้งหนึ่งยานชนเข้ากับหินโสโครกในอวกาศแม้จะเสียชีวิตในหน้าที่ไปนานแล้ววิลเลี่ยมที่3ได้ยกย่องให้เป็นวีระบุรุษในใจเสมอมาบุคลิกของท่านเป็นคนทำงานจริงจังและเฉียบขาดแม้แต่เพื่อนร่วมงานและกับภรรยาจึงมีสีหน้าไร้อารมณ์อยู่เป็นนิจได้รับการยกย่องจากสภาโลกให้เป็นบุคคลต้นแบบของชาวซิวิไลซ์เซซัน

“ยินดีด้วยกัปตันที่มีทายาทวิลเลี่ยมที่ 100” เสียงมาจากภาพโฮโลแกรมของวิลเลี่ยมที่1 ขยับปากพูด ดูราวกับยังมีชีวิตอยู่

“ขอบคุณครับท่าน”

ประตูไฮโดรลิกเปิดออกวิลเลี่ยมที่1หรือก็คือปู่ของเขากัปตันคนแรกของยานลิเบอตี้ที่ปัจจุบันทำหน้าผู้บังคับการสูงสุดของยานลิเบอตี้ก้าวเข้ามาปรากฏตัวอยู่ต่อหน้ากล่าวด้วยน้ำเสียงฉะฉาน

“ข่าวดีจากห้องคอนโทรลอีกสิบวันเราจะถึงดาวโลกK2-288Bbภารกิจของเรากำลังจะบรรลุเป้าหมาย”

“ท่านปู่เราทำสำเร็จแล้วท่านจะต้องได้รับการแต่งตั้งเป็นพลเมืองชาวซิวิไลซ์เซซันอย่างสมบูรณ์ผมขอแสดงความยินดีล่วงหน้าด้วยครับ”

แอดดด!…

“ท่านถูกปรับเงิน100เวิร์ดคำเตือนการแสดงความยินดีเป็นพฤติกรรมที่แสดงถึงการประจบสอพลอไม่เหมาะสมสำหรับชาวซิวิไลซ์เซซัน”
 

กัปตันวิลเลี่ยมที่1ผู้มีศักดิ์เป็นปู่จุ๊ปากดังๆจากใบหน้าเรียบนิ่งหลานชายยังต้องเรียนรู้อีกเยอะครั้งหนึ่งเคยประสบอุบัติชนกับหินโสโครกอวกาศจนประสาทควบคุมกล้ามเนื้อใบหน้าไม่ตอบสนองต่ออารมณ์

“เมื่อครู่ฉันได้รับรายงานกัปตันถูกยิงตายเมื่อสิบวันก่อนก็เคยตายอย่าตายบ่อยนักสิมันสิ้นเปลืองอะไหล่ในร้อยกว่าปีมานี้ฉันตายแค่ครั้งเดียวเอง”

“รับทราบครับท่านผมจะพยายามไม่ตายบ่อยๆครับ”

“ดีมากหลานยังต้องเรียนรู้การเป็นพลเมืองที่เจริญแล้วจิตใจจะต้องนิ่งไม่ยินดียินร้ายใดๆทั้งสิ้น”แล้วท่านก็กวักมือเรียกเอมม่าหลานสะใภ้ให้พาไปดูวิลเลี่ยมที่100ด้วยภาษาทางกายที่ตื่นเต้นยินดีทั้งที่สีหน้านิ่งราวกับหุ่น

ทารกวิลเลี่ยมที่100ดวงตาใสแจ่มเดอะเมทิกซ์สามารถวัดไอคิว300นับเป็นทารกฉลาดที่สุดในประวัติศาสตร์โลกโดยใช้เซลล์สมองที่มีความจำของนายกรัฐมนตรีของดาวโลกที่เจาะจงเลือกมาเกิดกับกัปตันวิลเลี่ยมที่3

“ยินดีต้อนรับท่านสู่สมาชิกใหม่ของยานลิเบอตี้ครับ”กัปตันวิลเลี่ยมกับภรรยาชิดเท้าตรงโค้งคำนับ

“ดีมากขอให้ทำหน้าที่พ่อและแม่ที่ดีผมตัดสินใจไม่ผิดที่เลือกมาเกิดเป็นลูกของท่าน”

นายพลเวียนกำลังถูพื้นดังก๊อกแก๊กเห็นแล้วเหนื่อยใจ

ทำไมไม่ตั้ง“ชื่อใหม่บ้างครับเฮ้อ...”

“เจ้ามนุษย์! การตั้งชื่อคนตามใจชอบ เป็นพฤติกรรมที่ด้อยพัฒนาส่งเสริมให้มีความเป็นตัวของตัวเองสูงทำให้แปลกแยกการรีไซเคิลชื่อจะเป็นการหลวมรวมพวกเราให้เป็นหนึ่งเดียวกัน พูดไปเจ้าผู้มีสติปัญญาน้อยนิด คงยากจะเข้าใจ”



 

..........เอมม่าจะเข้ามาอุ้มทารกวิลเลี่ยม จังหวะเดียวกับกัปตันวิลเลี่ยมที่3 ต่างสบตากันโดยมีสื่อกลางการเป็นสามีภรรยาไม่ต่างจากเพื่อนร่วมงานไม่สามารถสัมผัสแตะต้องกันได้รวมทั้งไม่สามารถแสดงออกทางความรักต่อกันได้แม้จะมีลูกด้วยกันล้วนมาจากการโคลนนิ่ง

ทารกวิลเลี่ยมถูกนำขึ้นแขนพาไปหอบังคับการบิน

ตลอดเส้นทางเดินคู่สามีภรรยาได้แต่มองเศษซากความเสียหายในเขตพักอาศัยภายหลังการก่อจลาจลข้อความพ่นสีตามผนังปลุกปลอบขวัญให้มนุษย์ลุกขึ้นสู้เพื่อแย่งชิงโลกใบใหม่โดยมีชื่อของพลเอกเวียนอาสาเป็นผู้นำขบวนการ

โลกใบใหม่ในสิบวันข้างหน้าไม่ใช่ง่ายเลยที่จะจัดระเบียบเรื่องนี้ตนจะต้องนำไปปรึกษากับท่านประธานาธิบดี

“ฉันขอแวะเยี่ยมเอมม่าลูกสาวของฉันก่อนนะ”เอมม่าผู้แม่พูด

“ได้สิตอนเกิดจลาจลเอมม่าไม่ได้ติดต่อมาเลยอาจเกิดเรื่องร้ายขึ้นกับเธอ”

“ฉันก็อยู่กับคุณตลอดนี่คะ”

“ไม่ใช่ผมหมายถึงเอมม่าลูกสาวของเราไง”

“เรามีลูกสาวชื่อเอมม่าเกือบร้อยคนคุณหมายถึงเอมม่าคนไหน”

“เอมม่าเทพพยากรณ์”



ที่ตำหนักเทพพยากรณ์


แม่หมอเอมม่าแต่งกายในชุดโบฮีเมียนเดินกรีดกรายไปมาในห้องเส้นผมยาวสลวยถักร้อยด้วยลูกปัดทาเล็บแฟชั่นบุคลิกนิสัยเป็นตัวของตัวเองแตกต่างจากเอมม่าทุกคนเวลานี้กำลังนั่งสับไพ่ทำนายดวงชะตาด้วยไพ่ยิปซีเพื่อหาคู่ผลที่ได้ไม่เป็นที่พอใจเลยต้องมือเท้าคางหน้ามุ่ยมองดูไพ่KnightofSwordsอัศวินดาบหล่อนจะได้คู่รักเป็นนักรบแถวนี้มีแต่ผู้ชายแข็งทื่อเป็นหุ่นใส่เสื้อแค่ยิ้มยังไม่กล้ายิ้ม

“บ้าจริงเซียวได้แต่ไพ่แย่ๆเมื่อไหร่เนื้อคู่ของฉันจะมาเสียทีในยานไม่มีผู้ชายเจ๋งๆเลยรึไง”ในยานลิเบอตี้พบเจอแต่คนที่ชื่อวิลเลี่ยมแถมหน้าตาแต่ละคนเหมือนกันกับพ่อไม่มีผิดเพี้ยนอายุยี่สิบแล้วยังหาแฟนไม่ได้เลย

แอดดด!…

“ท่านถูกปรับเงิน100เวิร์ดคำเตือนการหาคู่เองเป็นพฤติกรรมไม่เหมาะสมหน้าที่หาคู่เป็นของเดอะเมทริกซ์ที่จะจัดหาคนที่เหมาะสมให้ชาวซิวิไลซ์เซซันไม่สามารถเลือกคู่เองได้”

“อย่ามายุ่งกับชีวิตของฉัน!”

แอดดด!…แอดดด!…

“ท่านถูกปรับเงิน100เวิร์ดข้อหาขัดขืนคำสั่งของเดอะเมทริกซ์คำเตือนการบ้าผู้ชายเป็นพฤติกรรมไม่เหมาะสมกับชาวซิวิไลซ์เซซันโปรดปรับเปลี่ยนพฤติกรรม”

“นี่แน๊ะ!”

หล่อนปาของใส่เซนเซอร์จากระบบเดอะเมริกซ์มันเลยไปโดนประตูไฮโดรลิกเปิดออกดังครืดปรากฏร่างสูงใหญ่ในชุดทหารของพลเอกเวียนแอบซุ่มดูอยู่หล่อนตกใจตาโตชี้นิ้วดิกพอถูกจับได้ทหารหนุ่มทำกระแอมไอแก้สีหน้าควักหวีมาจัดแต่งทรงผมอาร์มหัวไหล่ติดเครื่องหมายดาบคู่ที่หน้าอกเหน็บดอกกุหลาบสีแดงเขาตั้งใจจะมาขอความรักจากหญิงสาวที่ตนเองหมายปองจนแล้วจนรอดได้แต่แอบมองอยู่ข้างนอกทำเช่นนี้มานานแล้ว

“นายมาทำไมไม่ทราบ”น้ำเสียงขุ่นของแม่หมอเอมม่า

“ผมขอทำนายดวงไพ่ยิปซีกับแม่หมอครับ”

“ค่าดูไพ่ของฉันแพงนะลำพังเงินเดือนทั้งเดือนของนายอาจไม่พอรู้ไหมระดับความสามารถของฉันทำนายอะไรไม่เคยพลาดการจลาจลที่ผ่านมาฉันก็ล่วงรู้มาจากคำทำนายและแจ้งไปยังกัปตัน”

ยิ่งหล่อนพูดเท่าไหร่พลเอกเวียนยิ่งหลงใหลมองไม่วางตาช่างน่ารักมีชีวิตชีวากว่าเอมม่าทุกคนในยานที่เหมือนหุ่นใส่เสื้อ

“จะทำนายเรื่องอะไรก็ว่ามาอย่าเอาแต่มองวันนี้ฉันโดนปรับหมดไปหลายเวิร์คเครดิตแล้วนะ”

“ผมขอทำนายเรื่องคู่รักครับผมจะเจอเธอเมื่อไหร่”

ดวงตาดำดุคู่นั้นรู้สึกเจ้านี้ท่าทางแปลกๆตาหวานเยิ้มเซียวหล่อนหลบตาคลี่ไพ่แล้วบอกให้เลือกหยิบขึ้นมา

“THEHIGHPRIESTESSราชินีพระจันทร์คนรักของนายกำลังรอนายอยู่”

“จริงหรือครับแม่หมอถ้าเช่นนั้นผมขอ...”พลเอกเวียนอึกอักมือหยิบกุหลาบแดงออกจากอกเสื้อก่อนจะสบตาด้วยอีกครั้งเหมือนพยายามส่งกระแสจิตอันเสน่หามาที่หญิงสาวตรงหน้า

“จะขออะไรก็บอกมา!”

“ผมขอฝากดอกกุหลาบไปให้เธอคนนั้นได้ไหมครับและฝากถ้อยคำถึงเธอว่าผมรักเธอมากอย่างสุดซึ้ง”

คราวนี้แม่หมอไม่ลังเลเลย ที่จะยกเก้าอี้ทุ่มใส่ลูกค้าชายหนุ่มรู้ตัวแล้วเจ้าคนลึกลับที่แอบวางกุหลาบกับข้อความฝากรักไว้ทุกวันคือเจ้าคนนี้เอง พลเอกเวียนคลานหนีลนลาน หัวปูดเป็นลูก ถึงหล่อนอารมณืร้ายแต่ก็น่ารักมีชีวิตชีวากว่าหญิงใด

“เซอะ!เจ้าคนชั้นต่ำช่างไม่เจียมตัวโปรไฟล์นายมันแค่ยามเงินเดือนถูกๆยังสะเออะมาจีบคนระดับฉันรู้ไหมรายได้ต่อเดือนฉันเท่าไหร่เจ้าคนกระจอก”

พลเอกเวียนถูกตะเพิดออกมาจากตำหนักเอามือคลำปอยหน้าผากสีหน้าซีดจางกลับมีสีแดงด้วยเลือดขึ้นหน้าคอยดูนะอีกไม่นานเขาจะต้องยิ่งใหญ่ให้จงได้

“คุณคอยดูต่อไปเถอะอีกไม่นานผมจะยิ่งใหญ่เป็นผู้นำขบวนการกอบกู้โลกหลังจากนั้นผมจะเป็นนายกรัฐมนตรีคนแรกของโลกถึงตอนนั้นคุณจะต้องคลานมาหาผมคอยดู”

“ไปให้พ้น!”

กุหลาบถูกปาออกมาความรักไร้ค่าเสียแล้วได้แต่ก้มลงเก็บมันขึ้นมามองพลเอกเวียนกำมือแน่นดวงตาของผู้นำฉายแววขึ้นคอยดูเถอะเขาจะต้องเป็นนายกรัฐมนตรีคนแรกของโลกให้จงได้

แม้ว่า...จะต้องใช้กำลังทหารเข้ายึดอำนาจก็ยอม
 

 

แอดดด! … แอดดด! …


“จะปรับข้อหาอะไรอีกล่ะ วันนี้ฉันโดนไปเยอะแล้วนะ”

“ลูกเอมม่านี่แม่เอง ขอเข้าไปได้ไหม”

“เข้ามาสิค่ะ แม่เอมม่า” เสียงใสขานตอบมา

คู่สามีภรรยาเห็นดวงตาของลูกสาวแดงเรื่อ คงผ่านการร้องไห้มาแน่ เข้าไปปลุกปลอบใจ พอถามอะไรก็ไม่ตอบ

“ลูกถูกหนุ่มทำให้ช้ำใจมาใช่ไหมแม่ผ่านชีวิตมามากกว่า รู้นะ”

“ไม่จริง แม่เกิดก่อนฉันแค่วันเดียว ฉันโคลนมาจากแม่อีกที”

“แต่ประสบการณ์ของแม่มีมากกว่าลูกที่อยู่แต่ในห้องนี้ แม่อยู่เคียงข้างพ่อมาตลอด เผชิญหน้ากับปัญหาภายนอกบ้านมามากกว่า”

แม่หมอเอมม่าไม่อยากถูกซักไซ้อีก เลี่ยงไปใช้ไพ่ยิปซีแทนการสนทนา

“พ่อกับแม่เลือกหยิบไพ่มาคนละใบสิคะ ฉันจะทำนายดวงชะตาให้”

สองคนจำต้องตามใจลูกสาว เลือกหยิบไพ่มาคนละใบ แม่หมอต้องร้องว้าว!เพราะไพ่ดีมากเลยThe Sun ไพ่พระอาทิตย์The Chariotไพ่อัศวินรถม้า ผู้เผชิญหน้ากับปัญหา

“โปรดฟัง นี่คือชะตา ต่อไปคุณพ่อกับคุณแม่จะได้พบกับ The one ผู้นำในการกอบกู้โลกใบใหม่ เขาจะเป็นคนจัดระเบียบโลกใบใหม่”

“จริงหรือลูกเอมม่า เราจะมีวีระบุรุษเกิดขึ้นมาช่วยงานปกครองโลกใบใหม่”

“จริงสิคะแม่เอมม่า”

สองสามีภรรยาอุ้มทารกวิลเลี่ยมมุ่งหน้าสู่หอบังคับการบินอีกครั้งในใจกัปตันคิด หรือว่า The one ตามคำทำนายจะเป็นทารกวิลเลี่ยมผู้นี้ในเมื่อเขาคือนายกรัฐมนตรีของโลกเดิม ที่ใช้เทคนิคการแพทย์ถ่ายทอดเซลล์ความจำมาไว้ในสมองของทารก เขาพร้อมจะเป็นผู้นำกอบกู้โลกใบใหม่



ในหอบังคับการบินเจ้าหน้าที่นับสิบต่างลุกกันดังพรึบพร้อมเพรียงกันเมื่อกัปตันมาถึงพร้อมกับภรรยาต้องทึ่ง มองแลลานไปยังดวงดาวพร่างพราวระยิบระยับ ที่คล้ายอัญมณีบนมงกุฎนางงามหนึ่งที่โดดเด่นมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า มันสวยงามราวกับพลอยโทแพซอัญมณีสีฟ้าสดใสประดับอยู่เรือนยอดของมงกุฎอีกสิบวันเท่านั้น ที่มนุษยชาติซึ่งถูกแช่แข็งร่างเก็บไว้นานนับร้อยปีจะเดินทางไปเพื่อไขว่คว้าเอาดินแดนเสมือนโลกใบเดิมมาครอบครองอีกครั้งเส้นชัยของการเดินทางอันยาวนานกำลังจะถึงกาลสิ้นสุด

วิลเลี่ยมที่1 ผู้บัญชาการยานลิเบอตี้ต้นกลวิลเลี่ยมหัวหน้าวิศวกรต้นหน วิลเลี่ยมเจ้าหน้าที่ชี้บอกทิศทางเดินอากาศยานและอีกนับสิบวิลเลี่ยม ต่างมีใบหน้าเรียบเฉยเหมือนหุ่นใส่เสื้อ เมื่อหันมาทางคนคนเดียวทุกคนแบมือซ้ายยื่นออกมา และใช้ปลายนิ้วมือขวาแตะอุ้งมือสไลด์ไปข้างหน้าสามทีด้วยจังหวะที่ใช้เอวเล็กน้อย ด้วยสีหน้านิ่งเช่นเดิมพฤติกรรมเช่นนี้เพื่อหลบการเซนเซอร์จากระบบของ เดอะ เมทริกซ์มันคือโค้ดลับที่เข้าใจกันดีว่าเป็นการแสดงความยินดีและต้องคิดค้นหาโค้ดใหม่อยู่เสมอเพื่อไม่ให้ระบบจับได้

แม้ในหอบังคับการบินจะเงียบงันกัปตันกลับได้ยินเสียงตบมือของทุกคนทางความคิดดังเกรียวกราวให้ความรู้สึกอิ่มเอมใจยิ่งนัก
ผู้บังคับการวิลเลี่ยมที่1 ก้าวล้ำออกมาหยุดยืนใจกลางวง หันซ้ายทีขวาที ให้ล้อมวงเข้ามาใกล้ ตนเองจะมีถ้อยแถลงการณ์บางอย่างแจ้งให้ลูกเรือทราบ

“ท่านสุภาพบุรุษวิลเลี่ยมทุกท่าน อีกครู่ที่ท่านประธานาธิบดี เดอะ วิลเลี่ยมจะปรากฏตัวขึ้นเพื่อกล่าวถ้อยแถลงการณ์แสดงความยินดีในการเดินทางมาถึงโลกใหม่บัดนี้ข้าพเจ้าผู้บังคับการวิลเลี่ยมที่1ขอกล่าวคำเพียงเล็กน้อยและตอบคำถามเพื่อไขข้อสงสัยอีกเพียงสิบวันที่พวกเราชาวซิวิไลซ์เซซันกำลังใกล้เข้าสู่ความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ในการตั้งถิ่นฐานใหม่ ที่ต้องเดินทางข้ามจักรวาลจากโลกเดิมระยะทาง 228 ปีแสงมุ่งหน้าสู่ดาวโลกดวงใหม่K2-288 Bb”

ต้นกลวิลเลี่ยมยกมือขึ้นเพื่อแสดงความคิดเห็น

“ขออนุญาตระบบ เดอะ เมทริกซ์ เพื่อแสดงความกังวลทางสีหน้าครับ”


แอดดด! …

“ระบบ เดอะ เมทริกซ์อนุมัติคำขอ ตามข้อยกเว้นเรื่องการประชุม คำเตือนการแสดงความกังวลเป็นพฤติกรรมของผู้ด้อยพัฒนา ไม่เหมาะสมกับชาวซิวิไลซ์เซซัน”

ต้นกลวิลเลี่ยมระบายลมหายใจอย่างโล่งอกเพราะเกร็งอยู่นาน เรื่องเหตุจลาจลของพวกมนุษย์ที่กำลังลุกลามบานปลายจนเกินกว่าจะควบคุม ผู้บังคับการวิลเลี่ยมก็คิดเช่นกันในเมื่อพวกการ์ดร้องขอใช้อาวุธเข้าปราบปราม พวกตนจะต้องละลายน้ำแข็งมนุษย์เพื่อเตรียมส่งลงไปบนพื้นโลก หากจำเป็นจะต้องชะลอไว้ก่อน

“ผมขอเสนอปืนยิงยาคลายกล้ามเนื้อผู้ชุมนุม และนำเอาแกนนำมาควบคุมไว้” กัปตันวิลเลี่ยมให้ความเห็น ผู้บังคับการวิลเลี่ยมส่ายหน้าปฏิเสธ

“ชาวซิวิไลซ์เซซันจะต้องมีเมตตาเป็นที่ตั้ง การใช้กำลังเข้าควบคุม เราจะไม่ต่างจากสัตว์ที่มีกำลังเหนือกว่ารังแกสัตว์ที่มีกำลังด้อยกว่า”

“แล้วท่านมีแผนรับมือพวกเขาอย่างไรครับ” ต้นหนวิลเลี่ยมพูด

ดวงตาคู่นั้นมองมาที่วิลเลี่ยมทุกคน

“ฉันจะไปเจรจากับผู้ประท้วงด้วยตัวเองเพื่อเรียกร้องสันติภาพโดยการนั่งสมาธิฉันอยู่มาร้อยกว่าปี เมื่อใดเกิดความเครียดความกังวล ฉันจะนั่งสมาธิ 5-10 นาทีต่อวันการนั่งสมาธิมีผลช่วยให้กระบวนการรับรู้พัฒนาขึ้น และยังช่วยเรื่องการลดภาวะความเครียด นอกจากนี้ การนั่งสมาธิสามารถช่วยลดภาวะเสื่อมโทรมของสมองทำเช่นนี้ทุกวันจนติดเป็นนิสัย ฉันเชื่อมั่นว่า ผู้ประท้วงถ้าได้นั่งสมาธิ พวกเขาจะสงบลง”

กัปตันวิลเลี่ยมเดินล้ำหน้าออกมาหนึ่งก้าว แบมือซ้ายยื่นออกมา และใช้ปลายนิ้วมือขวาแตะอุ้งมือสไลด์ไปข้างหน้าสามทีด้วยจังหวะที่ใช้เอวเล็กน้อย ด้วยสีหน้าแน่นิ่งไร้อารมณ์ ทุกคนต่างทำตาม เห็นชอบในความคิดนี้เอมม่าลอบยิ้มอย่างโล่งอก ขนาดชื่อของพวกเขายังเหมือนกัน ความคิดของพวกเขาก็เหมือนกัน ความขัดแย้งความเห็นต่างไม่เคยมีในหมู่ชาวซิวิไลซ์เซซัน

แสงเรืองรองปรากฏขึ้นในห้องบังคับการบินทุกคนขยับตีวงออก ท่านประธานธิบดีเดอะ วิลเลี่ยมปรากฏตัวขึ้นมาด้วยรอยยิ้ม เอมม่าแอบร้องว้าว เขาช่างดูสมาร์ตจังคงอายุไม่เกินยี่สิบมาถึงก็ยืนกอดอกพิงกับเก้าอี้รับฟังปัญหาจากผู้บังคับการวิลเลี่ยม ด้วยท่าทางสบายๆ ไม่ถือตัว

“ผมเห็นด้วยกับผู้บังคับการวิลเลี่ยม การใช้กำลังตัดสินปัญหา รังแต่สร้างปัญหาเพิ่มเราเป็นผู้เจริญแล้ว ต้องใช้สติปัญญาเข้าแก้ไข จงจำไว้ผู้ที่จับอาวุธก่อนคือผู้ขี้ขลาด ผู้ที่เอาตัวเข้าป้องกันกระสุนให้ผู้อื่นคือผู้กล้าหาญ”

“ผมจะจดจำคำ ของท่านประธานาธิบดีไว้ครับ”

“ดีมากผู้บังคับการวิลเลี่ยมเองก็ใกล้สำเร็จเป็นพลเมืองเต็มขั้นของชาวซิวิไลซ์เซซันอันที่จริงท่านควรสำเร็จมาตั้งนานแล้ว”

“ผมยังมีห่วงติดค้างอยู่ในใจครับ มันเป็นอารมณ์ที่ผมไม่สามารถแก้ได้เสียที”

ประธานาธิบดีเอียงหน้ามาป้องปากกระซิบ

“เรื่องครอบครัวสินะ ผมรู้คุณห่วงหลานชายที่มีนิสัยบ้องตื้นกับหลานสะใภ้”

ทั้งสองหัวเราะขึ้นพร้อมกัน


แอดดด!...

“ท่านได้รับเงินรางวัล 1000 เวิร์ดเครดิตเดอะ เมทริกซ์ขอชื่นชมการยิ้มอย่างจริงใจ การหัวเราะอย่างจริงใจ ไม่เสแสร้งต่อกันเป็นพฤติกรรมของชาวซิวิไลซ์เซซัน”

คราวนี้น้ำเสียงของ เดอะ เมทริกซ์กมีความสดใส ไม่เคร่งขรึมเช่นทุกที

“ฮ่าฮ่า ผมจะบอกให้รู้นะ ผมได้เงินรางวัลบ่อยเลยนะเรื่องยิ้ม”

“จริงหรือครับท่านเสียดายกล้ามเนื้อใบหน้าของผมผิดปกติ เลยยิ้มไม่ออก”

“แต่ท่าทางของ ผบ. บ่งบอกเป็นคนอารมณ์ดีมีรอยยิ้มจากภายใน ผมดูออก”

การพูดคุยหยอกล้ออย่างสนิทสนมของทั้งสอง ทำให้กัปตันประหลาดใจอย่างมาก ทำไม เดอะ เมทริกซ์ไม่เตือน กลับให้เงินรางวัลประธานาธิบดีหนุ่มไวต่อความคิด หันมาส่ายนิ้วแช่มช้านัยว่ารู้นะคิดอะไรอยู่

“อย่าได้ริเป็นคนขี้สงสัยแล้วเก็บงำไว้ในใจมันเป็นพฤติกรรมของผู้ด้อยพัฒนา ถ้าสงสัยแล้วขอให้แสดงออกมา แล้วสิ่งที่คุณถามและคำตอบที่ได้จะเป็นประโยชน์ต่อสังคม”

“ถ้าเช่นนั้นผมขอถาม ทำไมท่านประธานาธิบดีดูมีชีวิตชีวา ยิ้มได้หัวเราะได้ต่างจากพวกเราเดอะ เมทริกซ์ไม่ได้ออกแบบให้ชาวซิวิไลซ์ มีบุคลิกที่เคร่งขรึม เอาจริงเอาจังกับการทำงานหรอกหรือครับ”

“ดีมากผมอนุญาตให้พวกคุณยิ้มได้ และแสดงความยินดีต่อกันได้”

ต่างเข้าจับมือกัน โอบกอดกันตบบ่าตบไหล่กันและกัน

“ยินดีกับความสำเร็จ ในการพบโลกใหม่ด้วยครับกัปตันวิลเลี่ยม”

“ยินดีด้วยครับต้นผู้ช่วยกัปตันวิลเลี่ยม ยินดีด้วยครับต้นกลวิลเลี่ยมยินดีด้วยครับต้นหนวิลเลี่ยม ยินดีด้วยครับห้อง(แผนกพลาธิการและแพทย์)อะไหล่วิลเลี่ยมยินดีด้วยครับพนักงานการสื่อสารวิลเลี่ยม”

ประธานาธิบดีตบมือให้ ชื่นชมกับภาพตรงหน้า

“ช่างเป็นรอยยิ้มและการแสดงออกที่จริงใจต่อกันผมขอให้ทุกคนจดจำคำพูดของผมไว้การเดินทางข้ามจักรวาลที่ยาวนานนับร้อยปีภายในยานลิเบอตี้ที่คับแคบ อารมณ์เบื่อหน่าย เคร่งเครียด สับสน จะบังเกิดขึ้นได้ และจะเป็นเรื่องง่ายต่อการเกิดการกระทบกระทั่งกันขึ้นในระหว่างผู้ร่วมงาน เราจึงได้ออกแบบระบบมาเพื่อหล่อหลวมให้เจ้าหน้าที่ทุกคนมีความมุ่งมั่นในการทำงาน


เดอะ เมทริกซ์ คือระบบที่ออกแบบมาเพื่อดูแลเรื่องจิตวิทยาของสมาชิกทุกคนภายในยานระบบไม่ได้หล่อหลอมให้ทุกคนเป็นหุ่นยนต์ไร้ความคิด ไร้อารมณ์ หากไม่เช่นนั้นเราคงใช้คอมพิวเตอร์ควบคุมยานเสียแต่ทีแรก อนาคตของมนุษยชาติจะไม่ตกอยู่ในมือผู้กระด้างราวกับหุ่นใส่เสื้อ”

ผบ.วิลเลี่ยมเดินมาจับบ่ากัปตันวิลเลี่ยมผู้เป็นหลานชายด้วยอาการแยกเขี้ยวเห็นฟันตั้งแต่จำความได้เขาพึ่งรู้เดี๋ยวนี้เองมันคือรอยยิ้มของชายที่ขึ้นชื่อว่าปู่


“ฉันขอพูดในฐานะปู่ ไม่ใช่ผู้บัญชาการวิลเลี่ยมเธออย่าพึ่งรีบเป็นพลเมือง เธอยังมีหน้าที่อย่างหนึ่งที่ต้องกระทำให้ดีที่สุดในโลกใบใหม่ เธอจงค้นหาหน้าที่นั้นให้เจอแล้วทำให้ดีที่สุดจนกว่าจะหมดภาระหน้าที่โดยสมบูรณ์ จึงจะขึ้นเป็นพลเมือง”

 

นับถอยหลัง 9 วันจะถึงที่หมาย ดาวโลก K2-288Bb


กัปตันได้ส่งต้นหนวิลเลี่ยมกับลูกทีมนักสำรวจเดินทางล่วงหน้าไปก่อนพร้อมกับมนุษย์จำนวนหนึ่งเพื่อเก็บข้อมูลการใช้ชีวิตบนดาวดวงใหม่รวมทั้งหาพื้นที่สร้างอาณานิคมขณะเดียวกันที่พลเอกเวียนได้เรียกระดมแกนนำผู้ชุมนุม เพื่อวางแผนการปลดแอกมนุษย์ให้เป็นเอกราช


“พวกชาวซิวิไลซ์ชุบชีวิตมนุษย์อย่างพวกเรามาก่อนชุดแรก 100 คน เพื่อใช้ทดลองการใช้ชีวิตบนดาวดวงใหม่ถึงแม้ตั้งอาณานิคมได้ อนาคตของมนุษย์โลกก็คงต้องเป็นทาสพวกซิวิไลซ์เซซันต่อไปอีกยาวนาน ตอนนี้พวกเราถูกส่งออกไปทุกวัน แต่ไม่มีใครกลับมาเลยขืนไม่ทำอะไรอนาคตของมนุษยชาติได้ดับสูญแน่” พลเอกเวียนกำมือแน่นกล่าวด้วยน้ำเสียงฉะฉาน สายตามองไปที่ชายสองคน คนแรกชื่อวิน ดีเซล พ่อกล้ามโตหุ่นล่ำบึ้กกับเพื่อนหน้าหล่อเจ้าของดวงตาสีฟ้า ที่พร้อมรับบทคิวบู๊ล้างผลาญ


“วิน ดีเซล กับพอล วอล์กเกอร์ นายสองคนออกไปชิงเอาแร่พลูโทเนียม แล้วนำไปเติมใส่เตาปฏิกรณ์ให้มันร้อนถึงขีดสุดหากชาวซิวิไลซ์เซซันไม่ยอมรับข้อเสนอจากเราที่ขอเป็นเจ้าอาณมนิคมเอง ก็จงจัดการถล่มเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ไปพร้อมกับยานลำนี้ให้เป็นขยะอวกาศดูสิว่าจะยังไม่ยอมรับข้อเสนออีกไหม”


“เดี๋ยวก่อนครับ ผมชื่อโคดี้ วอล์คเกอร์ เป็นน้องชายของ พอล วอล์คเกอร์ ผมไม่สามารถรับบทบาทนี้ได้ ผมเสียใจจริงๆ”

“นายไม่ใช่อะไหล่ของพอล วอล์กเกอร์หรอกหรือไง” นายพลกล่าวเสียงห้าว

“ไม่ใช่ครับ ผมมาแทนพี่ชายไม่ได้” ชายหนุ่มก้มหน้า

“โธ่เว้ย! แล้วต่อจากนี้ฉันก็อดดูหนังที่เขาแสดง ทำไมมนุษยชาติไม่มีอะไหล่ทดแทนกันได้เหมือนชาวซิวิไลซ์เซซัน ที่ตายกี่ครั้งก็ซ่อมแซมกลับคืนมาได้ตลอด”

หนุ่มใหญ่ผมบางมาดดุดันคนหนึ่งยกมืออาสารับภารกิจเสี่ยงนี่แทน

“เจสัน สเตแธม ผมขอรับอาสาภารกิจเสี่ยงตายนี่เองครับ”




นับถอยหลัง 8 วัน


กัปตันวิลเลี่ยมกับรองกัปตันเดินสำรวจดูมนุษย์แช่แข็ง ที่มีมากมายนับร้อยล้านคน ที่คัดมาจากชนทุกเชื้อชาติตลอดจนสัตว์ทุกชนิดบนโลก ยานลำนี้เปรียบได้กับเรือโนอาห์ที่พ้นมาจากมหันตภัยน้ำท่วมโลก


มันใกล้เวลาแล้วที่ต้องชุบชีวิตกัปตันพูดกับรองกัปตันอย่างอารมณ์ดียิ้มได้หัวเราะได้ โดยที่ระบบไม่ส่งสัญญาณเตือน บัดนี้เขารู้แล้ว การมีทัศนคติที่ดีต่อผู้ร่วมงาน วางใจเป็นกลาง มีสติพร้อมรับมือกับปัญหาที่จะเกิดขึ้นในภายหน้าคือเป้าหมายที่ เดอะ เมทริกซ์ ต้องการหล่อหลอมคนในองค์กร


ฉับพลันยานก็สั่นสะเทือนอย่างน่ากลัว ร่างของกัปตันซวนเซไปคว้าที่ยึดไว้ ต้นกล(หัวหน้าวิศวกร) รายงานความเสียหายของเครื่องยนต์ขับเคลื่อนด้วยพลังงานนิวเคลียร์ทั้งที่4เกิดความร้อนสูงจนเครื่องยนต์หมายเลข1 เกิดระเบิดขึ้น


“มีผู้ก่อการร้าย! พวกมันยึดเครื่องยนต์ขับเคลื่อนทั้งสี่ของเราครับกัปตัน แรงระเบิดทำให้ตัวยานเสียหาย 30%พลังงานของเราลดลง ตอนนี้เครื่องหมาย2 ความร้อนสูงถึง 95% กำลังจะระเบิด ลิเบอตี้จะเสียหายหนัก ขอคำสั่งจากกัปตันด้วยครับ”


“สั่งปลดเครื่องยนต์หมายเลข2ให้ทิศทางพุ่งไปในความเวิ้งว้างในอวกาศ”

“รับทราบครับกัปตัน!”

“เครื่องหมายเลข3 กำลังร้อนถึง 90% ครับท่าน”

“สั่งปลดทันที!”

“กัปตันครับ! หากปลดหมายเลข3 เราจะมีพลังงานไม่เพียงพอจะชุบชีวิตมนุษย์ทั้ง 100 ล้านคนจากการแช่แข็งนะครับ”

“ระงับไว้ก่อน”

เขามองไปที่ปืนที่อยู่ในตู้นิรภัย มันถึงคราวจำเป็นแล้วที่ต้องใช้มันแล้ว

“เกิดเหตุฉุกเฉินด้านความมั่นคงแจ้ง เดอะ เมทริกซ์ ขออนุมัติใช้อาวุธ”

แอดดด!...

“เดอะ เมทริกซ์อนุมัติตามคำขอ คำเตือนการใช้อาวุธประหัตประหารสิ่งมีชีวิต ไม่ว่าจะเหตุผลใดก็ตาม ไม่ใช่พฤติกรรมของชาวซิวิไลซ์เซซัน”


เสียงรายงานมาจากหอบังคับการบินดังจนสับสน กัปตันที่ยังยืนอึ้งผู้ก่อการร้ายยึดเครื่องยนต์ทั้งสามและสี่เอาไว้ปิดประตูแน่นหนา และเรียกร้องขอเจรจาเรื่องปลดแอก ขอตั้งอาณานิคมของตนเองใบหน้านั้นยิ่งเครียดขรึม พื้นโลกที่พึ่งสำรวจยังเป็นโลกยุคไดโนเสาร์จะต้องให้ทีมสำรวจเสาะหาพื้นที่เหมาะตั้งอาณานิคม เพื่อไม่ให้เกิดมลภาวะกับโลกใหม่ ก่อนที่มือจะเอื้อมไปหยิบปืนเกิดชะงักค้าง กัปตันยิ้มมุมปาก ใช่แล้วเรื่องร้ายแค่ไหนยังมีทางออก ขอเพียงเขาจะต้องใช้สติ


“สั่งการไปที่หน่วยหัวหน้าหน่วยอาวุธ ให้ถอดหัวรบของจรวดออก แล้วต่อสารเย็นเยือกแข็งเข้าไปแทนที่ แล้วยิงจรวดยิ่งไปที่เครื่องยนต์ทำการ Freeze Dry”

เครื่องยนต์หมายเลข 3 และ4 อุณหภูมิลดลง แต่นั่นเป็นเพียงชั่วคราวเท่านั้น พวกผู้ก่อการร้ายที่บุกเข้าไปต่างวิ่งหน้าตั้งหนีออกมาจากจุดเยือกแข็ง ร้องบอกนายพลเวียน พวกตนใส่แร่พลูโทเนียมมากเกินไป ตอนนี้ควบคุมไม่ได้แล้ว




นับถอยหลัง 7 วัน


สถานการณ์ยังไม่คลี่คลาย เครื่องยนต์ขับเคลื่อนทั้งสองต้องใช้สารหล่อเย็นเลี้ยงเอาไว้ตลอดแต่ที่กำลังหนักหนาคือการก่อจลาจลของมนุษย์ ที่ได้ทุบทำลายตู้นิรภัยเพื่อชิงอาวุธ ห้องอะไหล่การแพทย์ถูกแรงระเบิดเสียหายบัดนี้หากชาวซิวิไลซ์เกิดตายขึ้นมาจะไม่มีอะไหล่ให้เปลี่ยนอีกแล้ว จะต้องตายไปจริงๆกัปตันสั่งอพยพพลเรือนซิวิไลซ์เซซันเข้ามาส่วนหัวของยาน ปิดประตูอย่างแน่นหนา


ผู้บัญชาการวิลเลี่ยมที่1 นำทุกคนนั่งสมาธิ ดูลมหายใจเข้าออกอยู่เป็นนาน


แอดดด!...


“โปรดคลายจากสมาธิ สิ่งที่พวกท่านทำเรียกว่า ‘อานาปานสติภาวนา’ คือวิธีพัฒนาสติ สมาธิ ปัญญา ด้วยการใช้ลมหายใจเป็นเครื่องกำหนด หรืออีกนัยหนึ่งเป็นวิธีนำความจริงของธรรมชาติมาใคร่ครวญพิจารณาอยู่ทุกขณะของลมหายใจเข้าและลมหายใจออก สิ่งนี้คือพฤติกรรมของชาวซิวิไลซ์เซซัน”


สิ้นสุดเสียงจาก เดอะ เมทริกซ์ กัปตันวิลเลี่ยมยันกายลุกขึ้นหันมามองทุกคน“เมื่อกายและใจของทุกท่านพร้อมแล้ว เราจะเริ่มหัวข้อการประชุมกัน ตามโปรแกรมที่กำหนดไว้การตั้งถิ่นฐานบนโลกจะเริ่มขึ้นภายหลังจากการสำรวจ หรืออย่างน้อยหนึ่งปีเราถึงจะละลายน้ำแข็งชุบชีวิตมนุษยชาติ โดยส่งลงไปในนิคมที่กำหนดไว้คราวละ 1 ล้านคน เวลานี้เกิดเหตุฉุกเฉินขึ้น เราจำต้องเปลี่ยนแปลงกำหนดเสียใหม่ ผมมีความเห็นให้ละลายน้ำแข็ง เริ่มกระบวนการชุบชีวิตคนทั้งหมดในวันนี้ ทุกท่านมีความเห็นเป็นอย่างไร”


“กัปตันครับ แต่พลังงานของเรา ไม่เพียงพอจะผลิตออกซิเจนสำหรับคนหนึ่ง ร้อยล้านคน พลังงานสำรองของเราจะใช้ได้แค่หกวันเท่านั้น” ต้นหนวิลเลี่ยมพูด


“การฟื้นฟูร่างกายมนุษย์จะต้องใช้เวลา 5 วัน หรือว่ากัปตันจะอพยพในทันทีที่ถึงดาวโลก แต่ยานลำเลียงของเรามีไม่พอ พลังงานของเรามีไม่พอ”


“เราจะใช้ยานแม่ลงจอดบนดาวโลก ทุกคนจะเห็นว่าอย่างไร”


“เครื่องยนต์หลักของเราเสียหายหากลงจอดบนโลกเราจะกลับขึ้นสู่อวกาศไม่ได้อีกแล้ว” ต้นกลวิลเลี่ยมพูด


“เราจะไม่กลับขึ้นมาบนอวกาศอีก ในเมื่อเราถึงบ้านของเราแล้ว ต่อจากนี้อนาคตของมนุษยชาติ อยู่ในมือของทุกคนจะไม่มีระบบใดมากำหนดให้อีกแล้ว”


สิ่งที่ทุกสายตาเห็นเหมือนกันคือรอยยิ้มของกัปตันแม้แต่ภรรยาอย่างเอมม่ายังรู้สึกทึ่งไปด้วยผู้ช่วยกัปต้นวิลเลี่ยมต้นกลวิลเลี่ยมต้นหนวิลเลี่ยมห้องแพทย์วิลเลี่ยมพนักงานการสื่อสารวิลเลี่ยมเดินเข้าห้อมล้อม จากนั้นแบมือซ้ายยื่นออกมา และใช้ปลายนิ้วมือขวาแตะอุ้งมือสไลด์ไปข้างหน้าสามทีด้วยจังหวะที่ใช้เอวเล็กน้อยสิ่งที่เอมม่าไม่คาดคิดคือ ทุกคนฉีกยิ้มขึ้นพร้อมกัน


แอดดด!...

“ทุกท่านได้รับเงินรางวัล 1000 เวิร์ดเครดิตเดอะ เมทริกซ์ขอชื่นชมการยิ้มอย่างจริงใจไม่เสแสร้งต่อกันเป็นพฤติกรรมของชาวซิวิไลซ์เซซัน”


 

 

อีกฝั่งที่กั้นด้วยประตูไฮโดรลิกแน่นหนาเสียงดังอื้ออึงประกาศชัยชนะของพวกมนุษย์นำโดยพลเอกเวียนกำลังชูมือสองข้าง บัดนี้ชาวซิวิไลซ์เซซันได้ยินยอมตามข้อเรียกร้องของพวกตนที่จะขอตั้งอาณานิคมเป็นของตัวเอง ตอนนี้เจ้าหน้าที่กำลังละลายน้ำแข็งเพื่อชุบชีวิตชาวโลกกว่าหนึ่งร้อยล้านคน


นับถอยหลังอีกห้าวันมนุษยชาติทั้งหมดจะตื่นมาดูโลกใบใหม่


แม่หมอเอมม่าแอบมองจากมุมหนึ่งแอบยิ้มชอบใจ ชายคนนี้เก่งกล้าไม่น้อย สามารถเรียกร้องเอาเอกราชมาได้ แต่ชะตากรรมของมนุษยชาติ หากไม่ได้ชาวซิวิไลซ์ช่วยไว้ คงสูญสิ้นเผ่าพันธุ์จากมลภาวะเป็นพิษบนโลกใบเดิม ต่อจากนี้ไปเขาต้อง รับผิดชอบชะตาชีวิตชาวโลกในฐานะผู้นำ

“ผมหวังว่า คุณจะยอมรับในตัวผม”

พลเอกเวียนมาหยุดยืนตรงหน้าหญิงสาว ยื่นมือมา เธอกลับมองเมิน



นับถอยหลังอีก 2 วัน



แอด!...แอด!...แอด!...

“ฉุกเฉินๆ รายงานกัปตัน! เครื่องยนต์หมายเลขสามระเบิด ขบวนการคืนชีพมนุษย์แช่แข็งไม่สมบูรณ์พลังงานของเราไม่เพียงพอ ทำให้สมองของพวกเขาผิดปกติ” ต้นกลวิลเลี่ยมรายงาน

“แล้วจะมีผลอย่างไร” กัปตันถามเสียงขรึม

“พวกเขาจะมีระดับไอคิวต่ำกว่าหาสิบครับ การคืนชีพในสภาพนี้จะทำให้พวกเขาเกิดอาการคลั่งอวกาศไล่ฆ่าคนไปทั่วยานเราจะควบคุมสถานการณ์ไม่ได้”

เปรี้ยง!...

เสียงปืนนัดแรกดังขึ้น ทหารของพลเอกเวียนต้องใช้อาวุธกับฝูงชนที่กำลังคลุ้มคลั่งภายหลังการคืนชีพที่ไม่สมบูรณ์ตอนนี้สภาพไม่ต่างจากฝูงซอมบี้แม่หมอเอมม่าหวีดร้องสุดเสียงเมื่อถูกฝูงซอมบี้อวกาศเข้าปิดล้อมพลเอกเวียนฝ่าเข้าช่วยไว้ได้แม้จะถูกได้แผลไปไม่น้อย

“รีบสั่งอพยพคนไปรวมกับชาวซิวิไลซ์ที่ส่วนหัวของยานประตูไฮโดรลิกพวกนี้ต้านพวกซอมบี้ได้ไม่นานแน่”

“แต่ ...พวกเขาจะยอมรับพวกเราเหรอ”

“พวกเขาเป็นชาวซิวิไลซ์ไม่ปล่อยให้พวกมนุษย์อย่างพวกคุณตายหรอก”



นับถอยหลังอีก 1 วัน

สถานการณ์ฝูงซอมบี้จู่โจมยังไม่ยุติประตูเหล็กแน่นหนาด่านสุดท้ายคงยากจะต้านทานไว้ได้นานพวกมันต้องการอาหารมนุษย์ด้วยกันคือเหยื่ออันโอชะ

พลเอกวิลเลี่ยมกับทหารนั่งตัวสั่นกอดปืนแปลกใจที่เห็นชาวซิวิไลซ์สีหน้านิ่งมากผู้บัญชาการวิลเลี่ยมยันกายลุกขึ้นมองไปที่ทุกคน ถึงเวลาแล้วที่ตนเองจะออกไปรับมือพวกข้างนอก

“ผมจะออกไปเรียกร้องให้พวกข้างนอกได้สติเอง”

“ท่านครับโปรดยับยั้งความคิด สถานการณ์ยังไม่ปลอดภัย และเราไม่มีอะไหล่เปลี่ยนหากเสียชีวิต” กัปตันวิลเลี่ยมร้องห้าม ผู้บัญชาการวิลเลี่ยมยิ้มด้วยแววตาอ่อนโยน หลานชายมีความเป็นผู้นำเพียงพอไม่มีอะไรที่ตนต้องเป็นห่วงอีกแล้ว

“ผมพร้อมแล้ว เปิดประตูได้”

พวกทหารชักสีหน้าขึงขัง ถือปืนเข้ามาขวางหน้า

“ไม่ได้! ห้ามเปิดประตู ไม่งั้นพวกซอมบี้จะบุกเข้ามาได้”

“ไม่ต้องกลัว พวกข้างนอกยังเยียวยาได้ ผมจะดึงสติพวกเขากลับมาเอง”

เปรี้ยง! ...

อย่างไม่มีใครคาดคิด เสียงปืนดังขึ้นมาหนึ่งนัด ผู้บัญชาการวิลเลี่ยมสะท้านเฮือก ที่อกมีรูกระสุนสีหน้ายังนิ่งรู้ตัวว่าตนเองต้องสละร่างกายนี้แล้วค่อยนั่งลงขัดสมาธิ พลเอกเวียนอ้าปากค้างมองตะลึงร้องเรียกเทวดา...เมื่อเห็นออร่าออกมาจากร่างกายผู้บัญชาการวิลเลี่ยม ที่ยันกายลุกขึ้นมาอีกครั้ง ขณะที่ร่างกายหยาบยังคงนั่งนิ่งเช่นเดิม เป็นพลังงานที่สว่างมากเช่นเดียวกับประธานาธิบดี เดอะ วิลเลี่ยมที่มาปรากฏตัวก่อนหน้า กัปตันวิลเลี่ยมกับภรรยาเดินมาหยุดตรงหน้าชิดเท้าตรงโค้งคำนับ แสดงความยินดีที่ได้เลื่อนขั้นเป็นพลเมืองชาวซิวิไลซ์เซซั่นเต็มขั้น

“ยินดีด้วยครับ / ค่ะ”

“เอาล่ะไม่ต้องเปิดประตูแล้วฉันจะหาทางออกไปเอง”


นาวาอวกาศนามลิเบอตี้ ได้ลอยลำเหนือดาวโลก K2-288Bb ดาวเคราะห์ดวงใหม่ซึ่งอยู่ห่างจากโลกเดิม 226 ปีแสง และมีขนาดใหญ่ประมาณ 190% หรือราวๆ เกือบ 2 เท่าของโลกเดิม

นักวิทยาศาสตร์ได้ใช้เวลากว่า 9 ปีที่ใช้กล้องโทรทรรศน์เคปเลอร์สำรวจค้นหาดาวเคราะห์ในเขตอยู่อาศัยที่มีมากกว่า2,600 ดวงที่โคจรรอบดาวฤกษ์จนค้นพบดาวดวงนี้

บนพื้นโลกอุดมด้วยต้นไม้สูงใหญ่เขียวทะมึนราวกับกำแพงแบ่งแยกความซิวิไลซ์และความป่าเถื่อนทันทีที่ยานลงจอด มนุษย์ส่วนใหญ่พากันวิ่งลับหายเข้าไปสติปัญญาที่มีวัดเป็นไอคิวต่ำกว่าห้าสิบพวกเขาทำได้เพียงนำหินมาขัดให้เป็นมีดเป็นปลายหอก ทำงานรวมหมู่กันออกล่าสัตว์ บางพวกที่มีไอคิวสูงกว่าจะรู้จักทำการเกษตร ทำเครื่องมือใช้สอยจากโลหะ

พลเอกเวียนยื่นมือรอ สายตาวิงวอนไปที่แม่หมอเอมม่าเขาจะสร้างอาณาจักรของตนเอง ต้องการเธอมาเคียงคู่ในฐานะภรรยาเธอตัดสินใจแล้วจะติดตามเขาไปก่อนจะหันมามองพ่อกับแม่ทั้งสองพยักหน้ารับรู้และเข้าใจลูกสาวคนนี้ไม่เหมาะกับการใช้ชีวิตในแบบชาวซิวิไลซ์เซซัน คงต้องปล่อยให้เธอได้ใช้ชีวิตตามใจต้องการ



อีกแปดเดือนต่อมา ...

บนเนินสูงที่มองเห็นที่ราบอันกว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตา เปลวแดดเต้นระยิบเหนือฝุ่นทรายสีแดงที่เด่นสะดุดตาคือกองหินสีขาวรูปสี่เหลี่ยมฐานของพีรามิดกัปตันวิลเลี่ยมยืนโอบเอวภรรยาสาวเอมม่า ที่บัดนี้กำลังตั้งครรภ์ท้องโย้ริมฝีปากสัมผัสกันอย่างดูดดื่มแสดงออกซึ้งความรักอย่างเต็มที่ก่อนที่จะหันไปมองคนงานระดมกำลังลากก้อนหินขนาดมหึมา

พีรามิดเป็นสิ่งแรกที่กัปตันวิลเลี่ยมคิดออกสิ่งก่อสร้างด้วยฝีมือมนุษย์โลกที่สามารถทำได้โดยไม่ต้องพึ่งเทคโนโลยีมากนักสิ่งนี้จะคงทนท้าทายสายลม แสงแดดได้นับเป็นพันๆ ปี เพื่อแสดงถึงอารยธรรมของชาวซิวิไลซ์เซซันต่อสายตาชาวโลกในอนาคตอีกหลายพันปีข้างหน้า

“จะดีหรือคะ ให้พวกมนุษย์ทำงานหนัก กลางทะเลทรายแบบนี้” เธอเห็นแดดร้อนกลางทะเลทรายแล้วเหนื่อยแทน

“พวกมนุษย์มีพลังมาก หากไม่มอบหมายภารกิจให้ทำ พวกเขาจะก่อจลาจล หรือไม่ก็ก่อสงครามกลางเมืองขึ้นอีก เพื่อแย่งชิงความเป็นใหญ่อีกอย่างผมอยากสร้างอนุสรณ์สถานให้ปู่วิลเลี่ยมที่1 ร่างของปู่จะทำเป็นมัมมี่ สวมหน้ากากทองคำ เก็บรักษาไว้ในโลงทองคำ เพื่อเชิดชูชาวซิวิไลซ์อย่างพวกเราไปอีกนานแสนนาน”

“แล้วคุณเอง วันหน้าจะเอาตัวลงโลงทองคำด้วยไหม” เธอไม่ได้แช่งชักผัวให้ตาย การตายเป็นไปตามกลไกของธรรมชาติในสายตาชาวซิวิไลซ์เซซัน

“ผมยังไม่อยากตาย ผมอยากอยู่กับคุณและลูกมากกว่า” วิลเลี่ยมกล่าวปนขำ นิ้วมือเชยคางของภรรยามาสบตา ทำเอาเธอแก้มแดงเรื่อ

“นี่คุณจะหลงในอารมณ์ความรักแบบนี้ไม่ได้นะคะไม่ใช่พฤติกรรมที่เหมาะสมสำหรับชาวซิวิไลซ์เมื่อถึงเวลาเราต้องสละร่างกายหยาบนี้เหมือนที่ปู่วิลเลี่ยมทำเราคือเทพจะอยู่ปะปนกับมนุษย์โลกนานไม่ได้ เกิดติดหยาบถูกกิเลสเข้าครอบงำจิตใจเข้า ต้องหลงวนเวียนเกิดตายในโลกนี้ไปอีกนานแสนนาน”

คำพูดของเธอช่างเหมือนคำเตือนจากระบบ เดอะ เมทริกซ์ เขายิ้มอ่อน

“คงต้องรอให้ลูกของเราโตก่อนและเป็นกษัตริย์ราชวงศ์เทพปกครองมนุษย์วางรากฐานการปกครองว่าแต่ เอ... เราจะตั้งชื่อให้ลูกว่าอย่างไรดีนะผมไม่เอาชื่อวิลเลี่ยมแล้วนะ ในเมื่อเขาคือ เดอะวัน กษัตริย์ที่ปกครองมนุษย์องค์แรกเสียด้วย”

“ไม่รู้ คุณคิดเอาเองละกัน”

เอมม่าทำท่างอน เดินผละไป มีนางกำนัลประคองแขน สามีหนุ่มร้องตามหลัง

“ผมนึกชื่อดีๆ ออกแล้วชื่อสกอร์เปี้ยนที่1 เป็นไง เพราะยานอวกาศของเรารูปร่างคล้ายแมงป่อง”


 

อ้างอิงจากวิกิพีเดียสกอร์เปียนที่ 1 เป็นหนึ่งในสองฟาโรห์ผู้ปกครองอียิปต์บนในปลายยุคก่อนราชวงศ์ ของอียิปต์โบราณ พระนามของพระองค์หมายถึงแมงป่องมาจากเทพเจ้าเสลเคต (Serket)


 


 

END

ผลงานอื่นๆ ของ JACKIE LETTER

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

ยังไม่มีรีวิวของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

0 ความคิดเห็น