คัดลอกลิงก์เเล้ว

Detective Conan Short Fiction : Raven's Volition (Gin's Last Story)

ต่อให้จะเป็นอีการับใช้ผู้ซื่อสัตย์เพียงใด แต่วินาทีสุดท้าย... ที่ปีกของมันจะพาให้โบยบิน (ภาคต่อของไลแลค) (Caution : Death of Character)

ยอดวิวรวม

881

ยอดวิวเดือนนี้

17

ยอดวิวรวม


881

ความคิดเห็น


4

คนติดตาม


39
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  29 ต.ค. 61 / 10:39 น.
นิยาย Detective Conan Short Fiction : Raven's Volition (Gin's Last Story) Detective Conan Short Fiction : Raven's Volition (Gin's Last Story) | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
ประกาศก่อนอ่าน


เรื่องนี้เป็นภาคต่อของไลแลคสีม่วงค่ะ ซึ่งจะมีเอี่ยวเรื่องฟิคสีนิดหน่อย ซึ่งตามไทม์ไลน์แล้วก็จะเป็น
 (จิ้มชื่อเรื่องเพื่อไปอ่านค่ะ)
1. Grey White Black 
2. Morado Lila 
3. เรื่องนี้ค่ะ

ซึ่งจะไม่อ่านก็ได้ไม่เป็นไร เพราะเรื่องไลแลคนั้นยาวมากสำหรับคำว่าฟิคสั้น (ทั้งหมดเป็นฟิคสั้นยีนเชอรี่ค่ะ ซึ่งอ่านตามลำดับนั้นจะเข้าใจขึ้นมานิดหนึ่งและได้อารมณ์กว่า) แต่ถ้าให้สรุปง่ายๆก็คือ เชอรี่ตาย ในไลแลคค่ะ 
และเราไม่ได้ตามโคนันมานานมาก นี่เป็นเพียงฟิคเท่านั้น ฉะนั้นเนื้อเรื่องทั้งหมดคือไม่เกี่ยวกับออริจินัล แค่ฟินในหัวเราเอง ถถถถ

ถ้าพร้อมแล้ว และคุณชอบยีน และจิ้น Gin x Sherry ก็ไปอ่านกันได้เลยค่ะ!

++ ขอบคุณรูปยีนหล่อๆละลายจาก Pinterest  ++

เนื้อเรื่อง อัปเดต 29 ต.ค. 61 / 10:39



Raven’s Volition


volition (n.) the power of choosing or determining : an act of making a choice or decision 

พลังหรือการตัดสินใจที่จะเลือกหรือกระทำการบางอย่าง



 

            สิ่งมีชีวิตนั้น... มีความปรารถนา

            ขึ้นชื่อว่าเป็นสิ่งมีชีวิต ไม่ว่าจะพืช หรือสัตว์ ต่างก็ล้วนมีความปรารถนา แต่อยู่ที่ว่ามี ความสามารถที่จะทำตามมันได้รึเปล่า

            และสิ่งที่ยืนอยู่บนจุดสูงสุด มีความปรารถนาไม่รู้จบ ก็ไม่พ้นสิ่งมีชีวิตที่เรียกตัวเองว่าสัตว์ประเสริฐ อย่าง มนุษย์....

            เพราะมีกำลังที่จะไล่ตาม และมีสติปัญญาที่จะหาวิธี จนบางครั้งก็สามารถเอื้อมมือคว้ามันมาได้โดยง่าย บางครั้งก็ต้องแก่งแย่งกับผู้ที่มีความปรารถนาเดียวกัน

            และมันก็มีบางครั้งที่พลาด ความรู้สึกผิดหวังเสียใจเป็นแรงผลักดันให้เดินหน้าต่อ

            แต่มันก็มีบางสิ่ง... ที่ไม่ว่าจะทำอย่างไร แม้ว่าจะเป็นผู้ชนะสักกี่ครั้ง แม้ว่าจะเพียรภาวนาอ้อนวอนเพียงใด แม้จะร่ำไห้เจ็บปวดทรมานมากแค่ไหน หรือแม้ต้องแลกด้วยสิ่งที่มีค่าที่สุดอย่างชีวิต.... ก็ไม่มีวันได้มันมา...




 

            “กลับมาแล้วเหรอคะ”

            เสียงทักทายของหวานๆนั่นไม่ทำให้เจ้าของบ้านพูดอะไร มือหยาบกร้านรูดเนคไทของตนอย่างอึดอัดขณะที่ข้างกายก็มีร่างของหญิงสาวเย้ายวนถอดเสื้อสูทให้

            “ฉันเตรียมน้ำร้อนไว้ให้แล้วค่ะ วันนี้ให้ฉันถูหลังให้คุณนะ”

            น้ำเสียงออดอ้อนนั่นทำให้ชายใหญ่ยิ้มมุมปาก ดวงตาจับจ้องไปยังสาบชุดคลุมอาบน้ำที่แหวกให้เห็นเนื้อขาวเนียนและเนินอกอวบอย่างหื่นกระหาย อยากจะกดร่างเธอลงตรงนี้เสียให้จบ แต่หญิงสาวกลับจุ๊ปากพร้อมกับแนบนิ้วเรียวเข้ากับริมฝีปากหนาแผ่วเบา

            “ใจเย็นๆนะคะ ของดีต้องทีหลัง” ร่างน้อยผินกายออกมายิ้มให้อย่างมีจริต “ไปรอในห้องน้ำได้เลยค่ะ ฉันขอไปหยิบไวน์เดี๋ยวจะตามไปนะคะ”

            เจ้าของบ้านไม่ได้พูดอะไร ขายาวๆพาตัวเองไปที่ห้องน้ำใหญ่อย่างไม่รีบร้อน ไอควันที่กรุ่นจากอ่างจากุซซี่ชวนให้ลงไปแช่ ซึ่งเขาก็ใช้เวลาไม่นานในการถอดชุดและก้าวลงไปนอนแช่ในอ่างโดยหันหลังให้ประตู เบื้องหน้าคือท้องฟ้ารัตติกาลสลับกับแสงไฟของโตเกียวยามค่ำคืนที่มองจากชั้นสูงสุดของคอนโดราคาแพง

            เพล้ง!!

            เสียงแตกนั้นทำให้คนที่อยู่ในห้องน้ำขมวดคิ้วมุ่น ก่อนจะสบถ “ยัยแมวดูดเลือดนั่นเอาอีกแล้วไงล่ะ”

            เสียงเปิดประตูด้านหลังนั่นไม่ทำให้เขาหันไปมอง นอกจากพูดติดรำคาญ “ครั้งนี้ทำอะไรแตกอีกละชิสึ...!

            ปลายประโยคหายไปเพราะสัมผัสได้ถึงรังสีคุกคามเช่นเดียวกับบางสิ่งที่จรดลงมาตรงศีรษะ พร้อมกับเสียงเย็นเยียบราวกับจะแช่แข็งลมหายใจของเขา

            “แกต่างหากที่ควรจะรู้ตัวเองดีว่าทำอะไรมา”

            !!

            “อย่าขยับ” ปลายกระบอกปืนติดที่เก็บเสียงนั้นไม่อาจทำให้เขาขยับไปได้ หางตาเห็นเพียงสีเงินยาวปลิวไสวอย่างน่าประหลาดทั้งที่แทบไม่มีลม คอนโดทั้งชั้นนี้เป็นของเขาซึ่งมีการป้องกันอย่างเข้มงวด ชายผู้นี้เข้ามาได้ยังไง!

            “แกคิดจริงๆน่ะหรือว่าแค่เซนเซอร์ตรวจจับการคนเฝ้าพวกนั้นจะป้องกันตัวเองได้”

            เฮือก!

            คำพูดราวกับรู้ว่าตนกำลังคิดอะไรอยู่บวกกับเสียงหัวเราะต่ำในลำคออย่างสมเพชนั้น ทำให้ภาพรอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นมาในหัว

            รอยยิ้มของผู้มีชัยเหนือกว่า รอยยิ้มของมัจจุราชที่กำลังจะพรากชีวิตตน

            “ถะ...​ถ้าแกฆ่าฉันล่ะก็...”

            ปุ!!

            ไม่ต้องรอให้เอ่ยสิ่งใดเพิ่ม นิ้วชี้ก็จัดการเหนี่ยวไกทันทีเหมือนรำคาญจะฟังคำแก้ตัวอ้อนวอนราวกับตัวเองยืนเหนือกว่านั่น โลหิตเจิ่งนองไปภายในอ่างราวกับทะเลเลือด ผู้ลงมือเพียงแค่เก็บปืนติดที่เก็บเสียงของตนด้วยใบหน้าเฉยชาไร้อารมณ์ราวกับว่าสิ่งที่ตนทำลงไปนั้นเป็นเรื่องปกติธรรมชาติ ดวงตาภายใต้หมวกนั้นฉายแววเรียบเฉยมองภาพตรงหน้า

            ที่ฝังศพของหมูน่ารังเกียจก็ได้แค่นี้แหละ

            “ลูกพี่ เจอแล้วครับ”

            “งั้นก็ไปได้แล้ว” ชายหนุ่มหันหลังเตรียมเดินออกจากห้อง พร้อมไม่ลืมสั่งทับ “อย่าลืมสั่งให้เก็บกวาดให้เรียบร้อยด้วย”

            มือขาวจัดราวกับไม่เคยโดนแดดหยิบโทรศัพท์ของตนออกมาขณะกดข้อความอย่างคล่องแคล่วเพื่อรายงานผลการกำจัดขยะซึ่งเป็นที่น่าพอใจ ก่อนจะกดปิดฝาทับเมื่อรู้สึกได้ว่าลูกน้องคนสนิทของตนตามมาด้านหลัง

            “ว็อดก้า แกกลับกับพวกนั้นไปซะ”

            “แล้วลูกพี่ล่ะ?”

            มือนั้นเอื้อมไปเปิดประตูรถปอร์เช่สีดำคันโปรดขณะพาร่างตัวเองเข้าไปนั่งตำแหน่งคนขับก่อนจะขับไปในทันทีโดยไม่คิดจะเอ่ยอะไรต่อ ทั้งที่เป็นค่อนข้างดึกแต่ก็ยังเห็นแสงสีเสียงภายในเมือง มีการตกแต่งด้วยหัวกะโหลกหรือฟักทองแกะสลัก ยิ่งการที่เห็นคนแต่งกายเป็นภูติผีปีศาจตามท้องถนนก็ยิ่งทำให้มุมปากนั้นยกยิ้มแสยะ

            สมกับเป็นวันปล่อยผีจริงๆ

            ไม่แม้แต่จะสนใจรอบข้าง เขาขับรถกลับไปยังห้องพักของตน ทุกอย่างเป็นสีดำสนิท แม้แต่แสงไฟในห้องก็ยังมืดสลัว เขาถอดหมวกออกก่อนจะเดินเข้าไปในห้องอาบน้ำของตน

            เสียงน้ำไหลสาดกระทบลงมาสะท้อนไปทั้งห้องก่อนจะเงียบลงภายในเวลาไม่นานมากนัก แม้จะอยู่ในห้องส่วนตัวเช่นนี้แต่ชุดที่เจ้าของห้องสวมใส่ก็ยังคงเป็นสีดำสนิท สิ่งเดียวที่โดดเด่นออกมาคือเรือนผมสีเงินยวงยาวเปียกชุ่มจากน้ำ ชายหนุ่มเอนตัวลงนอนบนเตียงของตนโดยไม่คิดสนใจจะเช็ดผมให้แห้งสนิท เปลือกตาถูกปิดลงราวกับหุ่นยนต์ที่เสร็จสิ้นภารกิจของวัน ซึ่งเพียงไม่กี่อึดใจ ลมหายใจเบาสงบจนแทบไม่ได้ยินก็สะท้อนออกมาจากร่างที่นอนแน่นิ่งนั้น

            .

            .

            .

            ประสาทสัมผัสการรับรู้กลับเข้ามาเมื่อรู้สึกว่าร่างของตนถูกเขย่าจากมือไม่ใหญ่มากแต่อุ่นอย่างน่าประหลาด พร้อมเสียงหวานใสที่ไม่ได้แสดงอารมณ์อะไรมากมายดังก้องในหู

            ฉันรู้ว่านายตื่นแล้ว ฉะนั้นช่วยลุกออกไปด้วย โซฟาในห้องทดลองนี้ไม่ใช่ที่ให้นายนอน

            คนถูกปลุกยิ้มมุมปากก่อนจะเอ่ยออกมาทั้งที่ดวงตายังคงปิดอยู่ พูดอย่างกับว่ามันเคยได้ใช้อย่างนั้นแหละ

            คล้ายจะรู้สึกถึงดวงตาที่มองมาอย่างเอาเรื่องน้อยๆ พร้อมกับเสียงนั้นว่าต่อ อย่างน้อยๆก็นั่งประชุมกันได้ดีกว่าเก้าอี้แข็งๆพวกนั้น

            คิดยังไงวันนี้ถึงปลุกฉัน

            ไม่มีเสียงตอบรับนอกจากเสียงที่เหมือนกับว่าเพื่อนร่วมห้องกำลังเก็บของอยู่เรียกให้ชายหนุ่มยันกายขึ้นมานั่งพร้อมกับปรับโฟกัสสายตาของตนเล็กน้อยจนเห็นถึงร่างคุ้นตาในเสื้อกาวน์สีขาวตัดกับเรือนผมสั้นสีน้ำตาลทองประบ่าที่ตั้งแต่เด็กจนโตก็ไม่เคยเปลี่ยน เธอ หยิบกระเป๋าสะพายของตัวเองขึ้นมาสะพายบ่าพร้อมตอบสั้นๆ

            ถ้านายอยากอยู่เฝ้าห้องทดลองอีกสองวันก็ตามใจ

            คำตอบนั้นเรียกรอยยิ้มกระตุกมุมปากให้ชายหนุ่มได้เป็นอย่างดีก่อนร่างสูงจะยันกายออกจากโซฟานุ่มตามร่างนักวิทยาศาสตร์หญิงออกจากห้องไป

            งานเสร็จแล้วรึเชอรี่

            ใช่ วันหยุดหายากในรอบหลายปี ดวงตาสีฟ้าใสปรายมองเขาอย่างไร้อารมณ์ แต่น้ำเสียงกลับแฝงลึกๆถึงความโล่งใจ ฉันจะไปหาพี่พรุ่งนี้

            แล้วอีกวัน?

            ก็เป็นวันหยุดของฉันไง

            ใครอนุญาตเธอ เขามองร่างเล็กกว่าข้างตัว ก่อนจะแสยะยิ้ม มันเป็นของฉัน

            จะคิดอะไรก็ตามใจ แต่ฉันจะไม่ไปไหนทั้งนั้น

            แม้ประโยคจะเป็นแบบนั้นแต่มันกลับเรียกให้รอยยิ้มบนริมฝีปากบางซีดยกยิ้มกว้างขึ้นอย่างห้ามไม่อยู่ วันธรรมดาที่ดูน่าเบื่อหน่ายไม่มีอะไรกลับเติมเต็มชีวิตจนอยากจะยืดเวลานี้ออกไปอย่างน่าประหลาด เวลาสองวันผ่านไปอย่างรวดเร็วและตอนนี้ชายหนุ่มในชุดสีดำทั้งชุดก็ยืนอยู่หน้าประตูห้องพักเล็กๆราวกับครุ่นคิด แต่แล้วมือที่สวมถุงมือสีดำสนิทก็ล้วงเข้าไปหยิบกุญแจออกมาก่อนจะไขมันและเปิดเข้าไปอย่างง่ายดาย

            ภายในห้องนี้ยังคงเป็นเหมือนเดิม ห้องเล็กๆแต่ทุกอย่างถูกจัดเรียบร้อยเป็นสัดส่วนดูสะอาดสะอ้าน และตรงกลางห้องก็มีเจ้าของห้องยืนหันหลังให้อยู่

            ชุดกระโปรงสีเทาอ่อนราวสีของควันที่ราวกับจะจางหายไปนั้นดูคุ้นตาอย่างน่าประหลาด เขาเดินเข้าไปในห้องก่อนจะปิดประตูลง เพียงแค่ก้าวเดียวที่ขยับเข้าไปใกล้ก็เห็นว่าเธอชูอะไรบางอย่างขึ้นมา

            ...นี่คือยา APTX4869 แบบสมบูรณ์

            เพียงแค่ประโยคสั้นๆแต่มันทำให้ดวงตาใต้หมวกเบิกกว้างในทันที ขารีบวิ่งไปแต่ก็ไม่ทันแล้วเมื่อเธอกินมันเข้าไปพร้อมกับที่ร่างเบื้องหน้าสั่นสะท้านและไอออกมาอย่างรุนแรง ร่างนั้นหันมาทางเขา ริมฝีปากและชุดสีหม่นนั้นถูกย้อมไปด้วยเลือดที่ถูกสำรอกออกมา โลหิตสีแดงฉานกว่าครั้งใดที่เขาเคยเห็น ร่างนั้นทรุดตัวลงนั่งท่ามกลางทุ่งดอกไม้สีขาวที่ไม่รู้ว่ามาจากไหน

            ทั้งที่เธออยู่เบื้องหน้า แต่ไม่ว่าจะวิ่งไปอย่างไรก็ดูห่างออกไป

            ทั้งที่คิดว่าตะโกนชื่อเธอออกไปอย่างสุดเสียง แต่กระนั้นกลับไม่มีแม้แต่เสียงกระซิบหลุดออกมาราวกับกล่องเสียงภายในลำคอของเขาถูกทำลาย

            และดวงตาสีฟ้าซึ่งเคยสุกใสคู่นั้นเมื่อนานมาแล้ว ตอนนี้กลับฉายแววเย้ยและเป็นสุขอย่างน่าพิศวงมองตรงมายังเขา

            ฉันเป็นอิสระแล้ว

            .....

            นี่เป็นทางที่ฉันเลือกเองไม่ใช่ถูกพวกนายมอบให้ ฉะนั้น... ลาก่อนยีน นายไม่มีวันไล่ตามฉันได้ทันอีกตลอดกาล

            .

            .

            .

            พรึ่บ!!

            ดวงตาที่ปิดสนิทนั้นเบิกโพลงขึ้นมาพร้อมกับร่างสูงยันกายพรวดขึ้นนั่ง ลมหายใจหอบถี่อย่างที่ไม่เคยเป็นพร้อมทั้งสิ่งที่เต้นอย่างบ้าคลั่งในอก เป็นอยู่แบบนั้นชั่วครู่ก่อนที่มุมปากนั้นจะกระตุกยิ้มอีกครั้ง

            “หึ... หึ หึ ฮ่าๆๆๆๆๆ”

            เสียงหัวเราะบ้าคลั่งราวกับจะเย้ยหยันทุกสิ่งบนโลกดังสะท้อนในความมืดอย่างน่าขนลุก มือข้างถนัดกวาดไปบนโต๊ะหัวเตียงทำให้โคมไฟตั้งโต๊ะที่มีแสงอ่อนๆหล่นลงมาแตกกระจายทำให้ภายในห้องกลับมามืดสนิท

            “กล้าดีนี่เชอรี่ มาเยาะเย้ยฉันถึงในฝันแบบนี้”

            สิงหาคมปีที่แล้ว ผ่านมาเกินกว่าปีแล้วตั้งแต่เหตุการณ์วันนั้นที่เธอจากไป ชุดกระโปรงสีเทาหม่นกับดอกไม้สีขาวซึ่งเป็นสิ่งที่อยู่รอบตัวเธอก่อนตาย

            แล้ววันนี้ 31 ตุลา วันไร้สาระที่ว่ากันว่าจะเชื่อมมิติของคนเป็นกับคนตายให้เข้าด้วยกัน วันที่วิญญาณจะออกมาโลดแล่นในโลกของคนเป็นงี่เง่าอะไรพวกนั้น ซึ่งเขาไม่เคยให้ความสำคัญอะไรกับมันแม้แต่ปีที่แล้ว จนกระทั่ง... วันนี้

            ความฝันธรรมดาที่ดีเกินความเป็นจริงในตอนแรก กลับกลายเป็นการเห็นภาพในวันนั้นอีกครั้ง

            ยีนเดินไปเปิดตู้เสื้อผ้าของตนก่อนจะเอื้อมมือขึ้นไปตรงมุมบนลึกสุดด้านขวา หยิบผ้าพันคอที่ได้รับมากว่าห้าปีนี้ที่ไม่เคยใช้แม้แต่ครั้งเดียวออกมา ทั้งใบหน้าและดวงตาถูกซ่อนไว้หลังเรือนผมสีเงินยาวปรกหน้าจนไม่อาจเห็นได้ว่ากำลังแสดงสีหน้าแบบไหนอยู่

            ...เธอ​มาหาเขางั้นเหรอ?

            สองมือที่กำแน่นกับผ้าพันคอนั้นวางกลับไปที่เดิมก่อนจะได้ปาลงพื้นสมใจก่อนจะใช้มือข้างหนึ่งของตนจับตรงอกด้านซ้าย รับรู้ถึงชีพจรที่เต้นเร็วกว่าปกติจนทำให้ต้องกระตุกยิ้มมุมปากอย่างน่าสมเพช

            กับแค่ความฝันงี่เง่าพรรค์นั้น

            มือหนึ่งเอื้อมไปหยิบบาเร็ตต้าคู่ใจออกมาและเล็งไปยังอากาศที่ว่างเปล่า ดวงตาคู่นั้นสงบนิ่งแต่หากมองลึกเข้าไปมันกลับวาวโรจน์ไปด้วยอารมณ์ดุจน้ำลึกที่เชี่ยวกระชากหากแต่ผิวน้ำกลับนิ่งเรียบก่อนริมฝีปากนั้นจะเอื้อนเอ่ยออกมา

            “เธอคิดแบบนั้นจริงๆเหรอเชอรี่”

            “....”

            “นั่นสินะ ถ้าเธอไม่มั่นใจก็คงไม่มาหาฉันแบบนี้หรอก จริงไหม?”

            “....”

            “เป็นยังไงล่ะ อิสระที่เธอเฝ้าฝันหา”

            ไม่มีเสียงตอบรับจากในความมืด หากแต่มันกลับทำให้ชายหนุ่มเจ้าของห้องใจสงบลงขณะทรุดตัวนั่งบนเตียงเช่นเดียวกับปืนในมือที่ถูกทิ้งลงข้างตัวอย่างอ่อนแรงแต่อาวุธคร่าชีวิตกลับยังไม่ถูกปล่อยออก

            ทั้งที่เขาใช้ชีวิตกลับไปเป็นเครื่องจักรสังหารปกติ ทั้งที่ตัวต้นเหตุให้สีดำในตัวเขาเจือจางหายไปแล้ว แต่ทำไม มันถึงกลับเป็นเหมือนเดิมไม่ได้

            กะอีแค่ผู้หญิงคนเดียว... แค่ความฝันเดียว

            ยีนครางในลำคออย่างหงุดหงิดใจ มือขาวจัดคว้าชุดคลุมและหมวกของตนมาแต่งตัวอย่างรวดเร็ว แต่แล้วก่อนที่จะได้ออกจากห้องไปอย่างใจนึก สายตาก็ไปหยุดอยู่กับตู้เสื้อผ้า ราวกับจะมองทะลุไปให้ถึงสิ่งที่วางนิ่งอยู่ภายในนั้น สุดท้ายชายหนุ่มก็ยอมแพ้ เดินไปเปิดตู้และหยิบผ้าพันคอผืนนุ่มใส่กระเป๋าของตน ก่อนประตูห้องจะถูกปิดดังสนั่นราวกับระบายอารมณ์จนเหลือไว้เพียงความเงียบมืดสนิทเข้ามาในห้องตามเดิม



 


 

            เสียงปืนที่ดังสะท้อนกันไปทั่วเช่นเดียวกับแสงไฟที่ทำให้ทุกสิ่งโดยรอบสว่างขึ้นอย่างทันตาทั้งที่เป็นคืนเดือนดับ เสียงตะโกนโหวกเหวกดังไปทั่วเช่นเดียวกับเสียงสบถจากคนรอบกาย น่าแปลก เหตุใดเขากลับสงบกว่าที่ควรเป็น

            ทั้งที่นี่เป็นครั้งแรกที่ศูนย์ใหญ่ขององค์กรถูกตามเจอ เป็นครั้งแรกที่เหล่านักฆ่ามือดีถูกตามเก็บเรียงคน และเป็นครั้งแรก... ที่เหมือนหมาจนตรอกถูกไล่ต้อนไม่มีที่ไป

            กำลังจะแพ้แล้วสินะ

            เสียงข้อความที่ดังผิดเวลาทำให้ยีนหยิบออกมาดู ชื่อของผู้ส่งนั้นไม่ทำให้แปลกใจเท่ากับเนื้อความในเมลนั้น

            ไปทำหน้าที่อีกาผู้ซื่อสัตย์ซะ

            ยีนเบี่ยงตัวออกไปอีกทางแยกจากคนอื่นๆขณะวิ่งขึ้นบันไดไป การถูกไล่ตามนั้นเป็นเรื่องแน่นอนแต่...

            ตูม!!

            หากพวกมันมีปัญญาหลบหนีระเบิดที่เขาวางไว้ทุกห้องล่ะก็นะ

            บริเวณด้านหลังของตึกสูงใหญ่ภายในป่าซึ่งถูกเปิดกว้างและอยู่เตี้ยกว่าดาดฟ้าเล็กน้อย ยีนมองลงไปด้านล่างที่ทุกอย่างกำลังหายไปในเปลวเพลิง อีกไม่นานเกินรอตึกนี้คงถล่มโดยไม่ต้องสงสัย หากแต่เขายังคงยืนมองทุกสิ่งอย่างสงบขณะที่ล้วงบางอย่างออกมาจากกระเป๋า

            ปัง!

            ลูกกระสุนที่แล่นเฉี่ยวไปไม่ทำให้ชายหนุ่มออกอาการใดๆนอกจากการหันไปมองอย่างเรียบเฉย ที่ตรงนั้นคือศัตรูตัวฉกาจที่ยังคงเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง

            กระสุนเงิน อากาอิ ชูอิจิ

            “มันจบแล้ว ยีน”

            “....”

            “ห้าปีเต็มนับตั้งแต่วันนั้น” หมอนั่นว่าอย่างเรียบเฉยทั้งที่มือหนึ่งยังคงถือปืนอยู่ ด้านหลังของมันมีเอฟบีไออยู่แต่เขาก็ไม่คิดจะสนใจเช่นเดียวกับหมอนั่น เพราะมันยังคงว่าต่อ “บอสของแกถูกเปิดเผย ทุกอย่างในองค์กร แกแพ้แล้ว”

            “ฉันจำไม่ได้ว่าเคยเล่นเกมงี่เง่าอะไรกับแกด้วย” เขายิ้มหยันออกมาก่อนจะหมุนตัวกลับมา ในมือมีผ้าพันคอสีดำสนิทที่พกติดตัวอยู่เสมอก่อนจะพันมันเข้ากับลำคอของตนราวกับว่าไม่ได้อยู่ในสถานการณ์ระหว่างความเป็นความตาย “อันที่จริง ฉันต้องขอบใจพวกแกด้วยซ้ำ”

            “หมายความว่าไง”

            “พอใจรึยังล่ะ” เขามองตรงไปยังกระสุนเงินตรงหน้า “แกได้ทำตามคำขอของผู้หญิงคนนั้น พอใจแล้วใช่ไหม”

            อาจเพราะทุกคนรู้ว่าอย่างไรเสียคนร้ายก็ไม่มีทางหนีไปไหนได้จึงได้แต่ยืนนิ่งเล็งปืนรอคำสั่งแม้จะไม่เข้าใจสิ่งที่ชายทั้งสองพูดคุยกันเลยแม้แต่น้อย แต่เปล่า อากาอิ ชูอิจิรู้ดี ว่าอีกฝ่ายหมายถึงอะไร แต่กระนั้นก็ยังไม่เข้าใจว่าอีกฝ่ายต้องการสื่ออะไร

            “แกคิดว่าอีกาที่ซื่อสัตย์ มันจะตายยังไง”

            “แบบเดียวกับแก”

            “เปล่าเลยกระสุนเงิน” ยีนจับปลายผ้าพันคอของตนอย่างสบายอารมณ์ ขณะว่าต่อ “ฉันไม่ใช่อีกาที่ซื่อสัตย์อย่างที่แกคิด”

            ใบหน้านั้นแหงนมองขึ้นไปบนฟากฟ้าก่อนจะหันไปมองพื้นที่ว่างเปล่าด้านหลังของตนราวกับจะมองหาใครบางคน ซึ่งไม่มีใครรู้ว่ายีนเห็นหรือไม่เห็นอะไร แต่นั่นทำให้มุมปากของชายผู้นั้นกระตุกยิ้มออกมา

            มารอดูความตายของเขาถึงที่เลยงั้นรึ....

            น่าเบื่อ น่าเบื่อจริงๆนั่นแหละ กับการที่เห็นเธออยู่ต่อหน้าแบบนี้แต่กลับทำอะไรไม่ได้

            ใบหน้านิ่งสงบจนน่าหมั่นไส้นั่น ดวงตาคู่นั้น มั่นใจสินะว่าชนะแล้ว มั่นใจมากสินะว่าหนีเขาพ้น

            ก็ได้...​แล้วเรามาดูกัน

            “ห้าปี ฉันให้โอกาสเธอได้แค่นั้นนะเชอรี่”

            ปัง!!

            อากาอิ ชูอิจิเบิกตากว้างกับประโยคพึมพำนั้น ความรู้สึกบางอย่างทำให้ยิงปืนออกไปทันที ความรู้สึกที่บอกว่าไม่ว่าอย่างไรก็ต้องหยุดให้ได้ ซึ่งการยิงปืนนั้นเป็นสัญญาณเช่นเดียวกับคนอื่น แต่ยีนเพียงแค่ย่อตัวหลบลูกกระสุนไม่ให้โดนจุดตายอย่างกลางศีรษะหรือลำตัว ก่อนที่ใครจะคาดคิด ร่างสูงโปร่งในชุดสีดำสนิทก็ถีบตัวกระโดดถอยหลังปล่อยให้ร่างกายร่วงลงไปตามแรงโน้มถ่วง ทิ้งไว้เพียงประโยคเดียวเท่านั้นพร้อมกับรอยยิ้มแสยะอย่างที่เห็นจนชินตาพร้อมกับชายผ้าพันคอเป็นสิ่งสุดท้ายที่เห็น

            “เล่นเกมอัศวินของแกต่อไปเถอะกระสุนเงิน เพราะเกมของฉันกับเชอรี่...​ มันเพิ่งเริ่มขึ้นเท่านั้น

            ความคิดที่ครั้งหนึ่งเคยมั่นใจว่าทุกสิ่งของตนมันจะกลับไปเป็นเหมือนเดิม แต่เขาคิดผิด เพราะฟันเฟืองที่หลุดออกไปแล้วไม่มีทางใส่กลับมาได้ และเขาเองก็ไม่มีทางกลับไปเป็นเครื่องจักรที่ซื่อสัตย์ได้อีกแล้ว

            เขาไม่ได้ตายเพราะปกป้ององค์กร แต่เขาตาย...​เพราะหมดหน้าที่ที่จะปกป้อง ‘รัง หรือก็คือปีกสีดำของอีกาคู่นี้จะโบยบินไปตามความต้องการของตัวเอง

            แม้จะหลีกหนีไม่ได้ว่าความตายเป็นทางเดียวที่จะได้เป็นอิสระจากรัง แต่เขาก็รู้ว่าจะไปไหนหลังความตายนี้ ซึ่งพูดได้เต็มปากว่ารอคอยมันมาตั้งแต่วันที่ฝันเห็นเชอรี่วันนั้น

            ความปรารถนาเพียงอย่างเดียวที่ไม่อาจทำได้ยามมีชีวิต แต่ตอนนี้.... เขามีความสามารถที่จะตามเธอได้ และจะตามไปทุกที่จนกว่าจะได้ตัวด้วย

            หากได้ตัวแล้วจะทำอะไรต่อ? ในสภาพที่เป็นวิญญาณแบบนี้

            ถึงเวลานั้นค่อยคิดก็แล้วกัน

            ไม่ว่าเธอจะต้องการหรือไม่ แต่ฉันกำลังจะไปหาเธอแล้ว

           เตรียมตัวเตรียมใจไว้ได้เลย ครั้งนี้ฉันไม่ปล่อยเธอหนีไปไหนได้ง่ายๆแน่

           เชอรี่... 





END.     


.................................................................................................... 

Talk ถ้าถามว่าทำไมถึงกลับมาเขียนฟิคคู่นี้ คงตอบได้แค่ว่าคิดถึงค่ะ คิดถึงคู่แรร์คู่นี้ และดันไปคุยโคนันกับน้องอีก เห็นรูปยีนก็นั่งกรี๊ดกร๊าดไป ผิดไหมนะที่ชอบตัวร้าย และตอนนี้ขออนุญาตย้ายเรือจากอวยชูเชอรี่ด้วยกลับมาอวยยีนเชอรี่เต็มตัว เพราะยังไงยีนแกก็รักเดียวใจเดียวผิดกับเฮียชู 555555 

เฮียชูโผล่มานิดเดียวและตัดจบแบบนั้น ที่ไม่เขียนมุมเฮียแกต่อเพราะอันนี้ชื่อเรื่องก็บอกอยู่ว่าเป็น Gin's Last Story เลยคิดว่าไม่เขียนน่าจะดีกว่า และการที่ยีนเห็นเชอรี่ก็ตามแต่ทุกคนจะคิดค่ะว่าเป็นเชอรี่จริงๆหรือว่าฮีแกเป็นบ้าก็ได้ //โดนตบ

สำหรับคนที่ตามฟิคหลัก เราตอบไม่ได้ค่ะว่าจะกลับมาเมื่อไหร่ เพราะบอกเลยว่าเลิกตามโคนันมาหลายปีแล้ว เลิกตามเลิกอ่านมานานมากตั้งแต่ก่อนเปิดเผยตัวตนของสึบารุ (กลับไปอ่านตรงนั้นนิดหน่อย) แล้วก็เลิกอ่านมานานมาก เห็นแค่รูปวายของเฮียชูกับอามุโร่ก็.... นะ เรื่องนี้อวยวายไม่ได้ไม่รู้ทำไม ถถถถ 

หากภาษาฟิคเปลี่ยนไปมากต้องขออภัยอย่างสูงค่ะ ถึงสุดท้ายก็กลับมาเขียนจบภายในสามชั่วโมงกว่าๆ คือมันก็สั้นมากหากเทียบกับไลแลค แต่ที่บอกไว้ว่าเป็นเรื่องสุดท้ายของยีน เพราะอาจจะไม่เขียนต่อแล้ว (มั้ง) อยู่ที่ฟีลค่ะ ถถถถถ ถ้ามีคนมาเม้าคู่นี้ด้วยก็มีโอกาสสูงจะกลับมาต่อนะ -..-

ปล. ชอบชื่อเรื่องเรื่องนี้มาก 555555

แด่เรือผี Gin x Sherry ค่ะ เพราะสองคนนี้มันไม่ลงเอยกันแน่นอน //ฮา

ผลงานอื่นๆ ของ พายุสีน้ำเงิน

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

4 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 12 มกราคม 2563 / 22:57

    จริงๆ อวยพี่แดง แต่อ่านฟิคนี้จบอวยลูกพี่ ฟฟฟฟฟ

    ระดับความระทึกใจมันเป็น 10 10 10 ทุกพาร์ทเลยไม่มีพาร์ทไหนชอบมากกว่ากัน ชอบทุกอันเท่ากันค่ะ

    ชอบฟิคสไตล์นี้มาก ไม่มีคำว่ารัก แต่รู้สึกได้เลยว่าลูกพี่รักเชอรี่หมดหัวใจจริงๆ โอ้ย มันก็ไม่เศร้าแต่อ่าน

    แล้วซึ้ง ปริ่มในความรักของลูกพี่มาก รักแท้จริงๆ TwT

    #4
    0
  2. วันที่ 23 เมษายน 2562 / 23:09
    อยากให้แต่งคู่นี้อีกค่าา
    #3
    0
  3. #2 Sis
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2561 / 17:05

    แต่เราก็ชอบคู่นี้นะ ยังไงคู่นี้ก็เรือแรกของเราเอง อยากให้มียินเชอรี่อีกค่ะ ชอบ

    #2
    0
  4. #1 Violet
    วันที่ 30 ตุลาคม 2561 / 15:54

    ดีมากเลยค่ะ ชอบเรือผีคู่นี้ เดี๋ยวนี้หาอ่านยากมาก คุณพี่ยินคือมีเขาอยู่ทุกลมหายใจเข้าออกจริง ๆ

    นี่ถึงกับกลับไปอ่านตอนเก่า ๆ อีกรอบ อ่านไปจะยิ้มก็ยิ้มได้ไม่สุดมันหน่วงอยู่ในใจมาก

    #1
    0