นิยาย Dek-D

ไม่พลาดทุกการอัปเดต
เพียงอ่านผ่านแอปนิยาย Dek-D

แอปที่จะทำให้คุณสามารถอ่านนิยายได้ทุกที่ ทุกเวลา พร้อมฟังก์ชันการใช้งานหลากหลาย รับรองสนุกไม่มีเบื่อ! ดาวน์โหลดฟรีได้แล้ว บน Android, iOS และ HUAWEI

คัดลอกลิงก์เเล้ว

[รีวิว] โครงการเเลกเปลี่ยนเยาวชนกรุงเทพมหานครกับเมืองพี่เมืองน้อง ณ จังหวัดไอจิ ประเทศญี่ปุ่น ปี 2017

โดย T006N501

ยอดวิวรวม

13

ยอดวิวเดือนนี้

0

ยอดวิวรวม


13

ความคิดเห็น


0

คนติดตาม


0
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  25 พ.ย. 60 / 00:08 น.
นิยาย [] çš¹Ǫا෾ҹáѺͧͧͧ ѧѴͨ ȭ 2017

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
วัสดีค่าาทุกๆคน ก่อนอื่นจะบอกก่อนเลยว่าโพสต์นี้เป็นโพสต์เเรกในชีวิตของจขกท.เลยย ขอเรียกตัวเองว่าจขกท. นะคะ ไม่รู้ต้องเรียกว่าไร 55 มีไว้เพื่อจะเล่าเกี่ยวกับโครงการเริ่มตั้งเเต่ที่ จขกท. สมัครเลยนะคะ จะบอกว่าจขกท.ก็รู้จักโครงการนี้มาจากDek-D เนี่ยเเหละ เลยตัดสินใจจะมาเล่าเรื่องราวต่างๆในนี้ค่ะ

เนื้อเรื่อง อัปเดต 25 พ.ย. 60 / 00:08


การสมัคร 
เมื่อตอนต้นปีประมาณเดือนกุมภา พอจขกท.เห็นกระทู้นั้นก็รีบไปเข้าเว็บของทางโครงการเเล้วก็รีบสมัครเลยย การสมัครจะมีทั้งหมดสองรอบค่ะ 
รอบเเรก นี้จะเป็นการสมัครออนไลน์ มีให้การกรอกประวัติส่วนตัว เขียนเอสเส 2 บทความ ภาษาไทย 1 อังกฤษ 1 เเล้วก็เลือกเมืองที่จะไป จขกท. เลือกไป ไอจิ ญี่ปุ่น เพราะความชอบส่วนตัวค่าากำลังแทรกรูป... เรื่องการสมัครรอบนี้เนี่ยจขกท.คิดว่าจขกท.น่าจะสมัครคนสุดท้ายได้เลยมั้ง จำได้ว่ามันปิดรับสมัครสี่โมง บ่ายโมงเพิ่งจะทำการสมัครเสร็จ 555 
http://iad.bangkok.go.th/node/2694 << นี่ ลิ้งค์นี้เป็นรายละเอียดของปีนีี้น้าา ถ้าสนใจก็ลองดูได้เลยค่า(คิดว่าปีหน้าก็น่าจะคล้ายๆกันเเหละ) 
รอบสอง เป็นการสอบสัมภาษณ์ให้เหลือเด็กจากรร.ของกทม.10 คน รร.ธรรมดาอีก10 (ของจขกท.เป็นเด็กรร.ธรรมดานะคะ) ก็ไปสอบปกติตามวันเวลาที่กำหนดเเล้วก็รอผล ช่วงวินาทีรอผลลุ้นมากกกกก พอรู้ว่าติด 1ใน 20 คน จขกท.ก็ดีใจเว่อร์ๆ เพราะกว่าจะรู้จักโครงการนี้ก็มอหกซะละ 
 
เตรียมพร้อมก่อนไป 
งานเเรกที่พวกเรา20คนจะได้เจอกันก็คือการปฐมนิเทศ งานนี้นอกจากจะได้เจอคนในกลุ่มเเล้วยังจะได้เจอพี่ๆที่จะไปพร้อมกับเราเเล้วก็เจอเพื่อนๆคณะอื่นด้วย งานนี้เป็นการเตรียมตัวไปจริงๆ เริ่มตั้งเเต่ให้เรามีความรู้เกี่ยวกับกทม.ให้ดีก่อนที่จะไปเผยเเพร่ให้คนอื่นเค้า มีเเนะนำเมืองที่จะไปเเถมสอนภาษาให้อีกด้วยเป็นเเบบคอร์สสั้นกระชับฉับไวมากๆ เเละที่สำคัญเลยยย ใครไม่เคยไปต่างประเทศไม่ต้องกลัวไปนะคะ ปฐมนิเทศเนี่ยเเหละช่วยเราได้ทุกอย่าง ^^ 
 
การเดินทางอันเเสนน่าประทับใจ 
เเละเเล้ว.. การเดินทางก็มาถึงงงงงง ตื่นเต้นใช่มั้ยหล่าาา -..-'' คณะของเราไปไอจิ ประเทศญี่ปุ่นวันที่ 1-7 พฤศจิกายน 2017 ต่อไปนี้มันจะยาวมากๆเเล้วนะคะ อ่านให้จบกันน้าาา...ไปตะลุยไอจิด้วยกันเลยยยย!!! 


Day:1 1/11/2017 
ออกเดินทาง ตอน 00.05 น.ของวันที่ 1 โดยสายการบินไทยค่าาา อย่างดีเลยหล่ะ ในเครื่องก็มีหนังมีเกมส์เเต่เป็นเเนวที่จขกท.ไม่ชอบเลย T^T การเดินทางครั้งนี้จึงมีเเต่การกินเเละนอนนนนน 555 
กำลังแทรกรูป...นั่งประมาณ5 ชั่วโมงครึ่งก็ถึงเเล้วว พวกเราไปลงกันที่สนามบิน Chubu Centrair ที่เมืองนะโงะยะ (Nagoya) (ที่เหลอจขกทขอเขียนว่านาโกย่านะคะ ถนัดกว่า)จังหวัดไอจิ (Aichi prefecture) << ที่นู่นเค้าไม่เรียนจังหวัดว่า province อ่ะ จขกท.ก็ไม่รู้ว่าทำไมนะคะใครรู้ช่วยตอบทีๆๆ เเบบตอนไปก็มีพูดถึงจังหวัดอื่นนอกจาก กทม.เเล้ว จขกท. ก็พูดว่า "Other provinces like บลาๆๆ" ให้คนญี่ปุ่นฟังเเล้วเค้าก็งง เเบบไม่เคยรู้จักศัพท์นี้าก่อนเลย (ที่จริงจขกท.ก็เพิ่งรู้จักคำว่า prefectureนี่เเหละ) ถึงเเล้วก็ได้ไปเจอบรรยากาศที่ดีมากกกกกกกกกกกกกกกกก หนีร้อนมาที่นี่ไม่ผิดหวังเลยจริงๆค่า 
 

ภายในสนามบิน Chubu Centrair 
 
นี่ๆ รอบๆสนามบินเเหละ สวยมากกก 
 
เริ่มอย่างเเรกเลยเราก็ไปพบกับเจ้าหน้าที่จากที่ว่าการจังหวัดไอจิค่ะ พี่เค้าพูดไทยได้ด้วยเเหละ เก่งมากๆเลยยย น่ารักด้วย ทางไอจิเค้าก็จัดรถทัวร์มารับเราไปสถานที่ต่างๆ ที่ีเเรกเลยจะเป็นอะไรไปไม่ได้นอกซะจากไปที่ว่าการจังหวัดไอจินั่นเองค่าไปฟังโปรเเกรมทั้งหมดที่เราจะต้องเจอเเล้วก็เเนะนำตัวเป็นภาษาญี่ปุ่นนั่นเอง ภาษาญี่ปุ่นของจขกท.ก็ เกือบจะศูนย์อ่ะค่ะ เตรียมมาเเค่ประโยคเเนะนำตัว เเละประโยคที่คิดว่าจะสามารถอยู่รอดได้ในญี่ปุ่นเองง 


หน้าที่ว่าการจังหวัดไอจิค่ะ 

หลังจากนั้นเราก็ไปมหาวิทยาลัยนาโกย่าต่อเลยเค้าก็พาไปดู museum สองที่ซึ่งทั้งสองที่ก็จะเป็นการชื่นชมอาจารย์ที่ได้รางวัลโนเบลค่ะ ที่นี่ได้รางวัลก็เยอะอยู่ เเต่ละอย่างนี่เจ๋งมากๆ ที่จขกท.ชอบที่สุดก็น่าจะเป็นการค้นพบ LED สีฟ้าเเล้วเเหละๆๆๆ น่าสนใจมาก ถ้าทุกคนได้มีโอกาสมาที่นี่ก็อย่าลืมไปดูนะคะ ของเค้าดีจริงบอกเลย นอกจากนั้นเเล้วเรายังได้ไปดูระบบห้องสมุดของเค้าพร้อมทั้งได้ฟังเเนะเเนวโปรเเกรม interของที่นี่ใครสนใจเข้าไปศึกษาเพิ่มได้เลยนะ คลาสเล็กดูเเลทั่วถึงโอกาสมากมายอีกอย่างราคาเท่าเด็กญี่ปุ่นเรียนคอร์สภาษาญี่ปุ่นธรรมดาเลยด้วยเเต่เสียดายไม่มีคณะที่จขกท.อยากเข้า อดเลยค่า เสียดายมากเพราะการเรียนต่อตปท.เป็นความฝันของจขกท.เลยนะะ 


บรรยากาศหน้า มอ นาโกย่าค่าา 

ตอนนี้ถึงเวลาทางการบ้างเเล้วหล่ะ เมื่อเราต้องไปต่อที่เดิม ที่ว่าการจังหวัดไอจิเเต่คราวนี้เเนะนำตัวต่อหน้าผู้ว่าเลยจ้าา เกร็งมากค่ะบอกเลย นั่งตรงข้ามเลยอ่ะ ผู้ว่าที่นั่นก็ใจดีนะคะ มีซื้อของฝากมาให้พวกเราทั้ง20คนด้วยหล่ะ เป็นพวงกุญเเจน่ารักๆ 
พอเสร็จเราก็ไปกินข้าวกัน ที่นี่เลี้ยงดีอุดมสมบูรณ์ทุกมื้อเลยค่า เริ่มเล่าจากมื้อที่สองละกัน (มื้อเเรกกินที่มหาลัยไม่มีไรมาก) มื้อนี้ได้กินมิตโซะคัตซึ เป็นหมูทงคัตซึราดซอสมิโซะเเดงของดังของไอจิให้หมูสองชิ้นใหญ่มากกกกบวกข้าวอีกถ้วยย อร่อยมากตรงซอสอ่ะค่ะ เเต่ตรงหมูนี่ไขมันเพียบเลยเเต่ไงจขกท. ก็กินหมดเลยอยู่ดี55 


อิ่มหนำสำราญกันเลยค่า 



ราคาค่ะ ดูข้างล่างนะคะอันบนมันยังไม่รวมภาษี 

วันนี้ก็ใกล้จบเเละหลังจากที่พวกเราไปกินกันเราก็เข้าโรงเเรม ที่นี่เวลาอากาศเย็นเค้าไม่ให้เราเปิดแอร์ด้วยเเหละเปิดได้แต้ฮีตเตอร์แค่อยู่ในห้องก็อากาศร้อนเเล้วแบบไม่เปิดอะไรอ่ะนะคะ จขกท.กับเพื่อนเลยตัดสินใจจะเปิดหน้าต่าง หน้าต่างของเค้าเนี่ยเปิดยากมากเลยเค้าน่าจะกันคนโดดฆ่าตัวตายอ่ะค่ะ ความคิดของจขกท.นะคะ เนื่องจากหน้าต่างเค้าต้องเอามือกดปุ่มพร้อมกับดันหน้าต่างด้วยสองมือ มือนึงดันออก มือนึงดึงเข้า ย้ำว่าต้องทำทุกอย่างพร้อมกัน ดังนั้นมันจึงเป็นไปได้ยากมากค่ะที่คนเดียวจะทำได้นอกจากจะขึ้นไปเหยียบเเล้วดันหน้าต่าง อันนี้ความคิดของจขกท.นะคะ 
 
เก็บของทุกอย่างเสร็จก็ถึงเวลาตะลุยถิ่นแถวนั้นค่ะ ช่วงหลังจากนี้เราฟรีเเล้วค่ะ อยากทำไรก็ได้เเต่ถ้าจะออกไปต้องบอกพี่ๆเจ้าหน้าที่ก่อนนะคะ เราก็ออกมาเเดินเล่นนิดนึง convenient store ขอเค้าของน่าซื้อเยอะเเยะเลยของกินเล่นก็เยอะมากเช่นกัน เเละนี่ก็เป็นครั้งเเรกที่จขกท.ได้ลองดื่มน้ำเปล่ารสชานม หลังจากที่เห็นใน facebook มานาน 
ถึงใครหลายๆคนที่อยากรับอากาศเย็นๆนะคะ ลองใส่เสื้อเเขนสั้นกางเกงขาสั้นนอนเปิดหน้าต่างเหมือนจขกท.ดูค่ะ สบายมากกกก เเต่ดูตัวเองด้วยนะคะ อย่าให้ไม่สบายหล่ะเดี๋ยวจะยากเลยที่จะทำให้หายได้นะค่ะ 



เซเว่นเจ้าเก่าเจ้าเดิม 




 

เราสามารถเจอมูจิได้ในร้านเเบบนี้นะคะ จำชื่อไม่ได้แฮะ มีตัว C หรือ K นี่เเหละค่ะในชื่อร้าน 555 (ช่วยได้มากเลย-..-) 
 
Day:2 2/11/2017 
วันนี้จขกท.ตื่นประมาณตีห้าครึ่งเลยค่ะ อยากรู้ว่าบรรยากาศตอนเช้าเนี่ยจะเป็นยังไงบ้าง เย็นสบายมากๆค่ะวันนี้จขกท.อยากได้อากาศเย็นๆเลยใส่เเขนสั้นไปเที่ยวเลย ตอนเช้านี้อาหารก็เป็นบุฟเฟต์ที่โรงเเรมค่ะ จานที่เค้าให้เป็นจานหลุมสี่เหลี่ยมเก้าช่อง เเปลกดีค่ะ อุปกรณ์ที่มีให้ก็ตะเกียบนี่เเหละอาหารก็คล้ายๆในไทยนะคะที่เพิ่มมาก็จะมีซุปมิโซะ สลัดวากาเมะเเล้วก็นัตโตะค่า เป็นครั้งเเรกเลยที่จขกท.ได้ลองนัตโตะ อร่อยดีค่ะ(รู้สึกว่าจขกท.จะอร่อยกับอาหารทุกอย่างเลยใช่มั้ยคะ 55) 
 
วันนี้เป็นวันเที่ยวของพวกเราเลยค่ะ เริ่มจากไปปราสาทนาโกย่า ที่นี่เค้าเเบ่งเราเป็นสามกลุ่มเเล้วจะมีอาสาสมัครจากผู้สูงอายุที่พูดภาษาอังกฤษได้มานำทัวร์ค่ะเราได้คนเเบบที่เวลาอยู่ไทยเราก็เรียกกันว่าอาม่าอ่ะค่ะ เค้าใจเย็นมากค่ะ เเล้วก็ตั้งใจให้อธิบายเรามากด้วยเเบบเค้าให้freetimeเเล้วอาม่าเค้ายังชวนเราไปนู่นนี่ไปอธิบายต่ออีกค่ะ ตอนหลังนี่เหลือจขกท.กับเพื่อนอีกคนนึงเท่านั้นเองค่ะ พอดีจขกท.ชอบดูสถานที่เก่าๆอ่ะค่ะเลยประทับใจมากเลย เริ่มตั้งเเต่ที่ๆพวกซามูไรอยู่กันไปจนถึงปราสาทเลยค่ะ อาม่าเค้าทำให้จขกท.รู้ว่า ปราสาทที่เราเห็นสูงๆนั่นหน่ะวันที่บ้านเมืองสงบสุขเค้าไม่อยู่กันนะคะ เป็นเหมือนตึกร้างเลย เเต่เวลามีข้าศึกมาพวกซามูไรจะไปอยู่กันที่นั่นเตรียมตัวรับมือกันค่ะ นอกจากนี้ที่ญี่ปุ่นเค้ามีความเชื่อกันด้วยว่าถ้าติดตาหมูป่าไว้ตามประตูกับปลาไว้บนยอดปราสาทจะช่วยกันไฟไหม้ค่ะ เพราะหมูป่ากลัวไฟเเละปลาอยู่ในน้ำไฟไม่ไหม้เเต่สุดท้ายปราสาทนาโกยาก็ถูกไปไหม้ช่วงก่อนสงรามโลกครั้งที่สองจบสามเดือนค่ะ เค้าเล่าให้ฟังว่าตอนนั้นเนี่ยเหลือเเต่ฐานปราสาทที่เข้าชมอยู่ตอนนี้เป็นเพียงเเบบจำลองจากภาพจริงเท่านั้นค่ะ พูดถึงทางเดินเข้าออกนะคะอย่างจขกท.ไปช่วงใบไม้ร่วงเค้าก็จะมีจัดเเสดงดอกไม้สวยๆเต็มข้างทางเลยค่ะ เดินไปเดินมาเจอนินจาด้วยเค้าเดินพร้อมให้คนมาถ่ายรูปกับเค้าได้เลยค่ะ ไม่คิดเงิน เเต่มันไม่เหมือนในนารูโตะเลยอ่ะค่ะเลยไม่ค่อยเท่ห์555 อ้อ อีกอย่างนะคะ ใครที่ดูหนังเรื่องเเฟนเดย์ จำstampที่นางเอกไปปั๊มมั้ยคะ ที่นี่ก็มีเหมือนกัน จขกท.เอาสมุดไปจดเป็นได้อารี่ค่า เลยปั๊มใส่สมุดมาเลย 



ทางเดิน


เราไม่สามารถวางรูปนี้จากคลิปบอร์ด แต่คุณสามารถบันทึกลงในคอมพิวเตอร์ของคุณ และแทรกรูปภาพจากที่นั่นได้ 

ปราสาทที่สุดอลังการ (เห็นผู้หญิงหันหลังที่ยืนอยู่หน้าสุดมั้ยคะ นั่นพี่เจ้าหน้าที่ที่พูดไทยได้ค่าา) 



วันที่ไปมี นร มาทัศนศึกษาเพียบเลยค่ะ 



เด็กๆๆๆๆ น่าร้ากกกกกกกกกกกกก แก้มเเดงมากๆเลยค่า 



นินจาาาาา 

จากนั้นเราก็ไปวัดนิตไทยจิค่า เป็นวัอที่ร.5 ของเราพระราชทานพระบรมสารีริกธาตุให้นั่นเอง มีรูปปั้นของท่านด้วยนะคะ 



พระพุทธรูป 




หมุนไข่เอาคำทำนายกันเล้ยย 



ร.5 ของพวกเราค่า 

ต่อจากนาโกย่าเราก็ไปเมือง Toyota กันค่า นี่คือชื่อเมืองเลยนะคะ ไม่ต้องสงสัยเพราะที่นี่โตโยต้าทำให้เค้สดังเลยได้ตั้งเป็นชื่อเมืองไปโดยปริยาย เราได้ไปกินอาหารไทยที่นั่นค่ะ ก็จืดๆหน่อยอ่ะค่ะ ผัดหมี่ก็กลายเป็นยากิโซบะ เเกงจืดก็มีวากาเมะซะด้วย 55 
ไปต่อพิธภัณฑ์Toyota Kaikanค่ะ ให้ไปดูนวัตกรรมเเละโชว์รูมรถใหม่ๆของเค้าทั้ง Toyota เเละLexusเลยค่ะ จขกทไม่ค่อยชอบที่นี่เท่าไหร่เพราะไม่ค่อยชอบเรื่องเครื่องยนต์อ่ะค่ะ เเล้วส่วนใหญ่คนก็ไปนั่งรถถ่ายรูปกันจขกท.ก็ไม่ชอบอีก55 ขอไม่พูดถึงเยอะละกัน 



ด้านหน้าพิพิธภัณฑ์ค่า 



หุ่นยนต์สีไวโอลิน จขกท. ไม่ได้ไปดูตอนมันเล่นเลยอ่ะ น่าเสียดาย 



หลายๆที่เตรียมพร้อมโอลิมปิกเเล้วค่าา 

ขอพูดถึงที่ต่อไปกันดีกว่าา นี่เลยจขกท.ชอบมากเหมือนกันToyota ecofultown เค้าพาไปดูนวัตกรรมรักษ์โลกที่โตโยต้าทำค่ะ เจ๋งมาก ใครไม่ค่อยชอบวิทยาศาสตร์อาจจะไม่ชอบมั้งคะ จขกท.คิดอย่างงั้นนะเพราะเพื่อนจขกท.บางคนไม่ชอบที่นี่อ่า  



ด้านหน้า พร้อมเจ้าหน้าที่คนญี่ปุ่นค่ะ 
 
 

ตัวอย่างนวัตกรรมนะคะก็คือ รถที่ใช้ใช้เชื้อเพลงเป็นhydrogenค่ะ เค้าใช้กันจริงเเล้วด้วยนะคะ มีสถานีเติมเเก๊ส 19แห่งเเล้วในญี่ปุ่น เติมครั้งละสามนาทีไปได้ไกลอยู่ค่ะจขกท.จำไม่ได้ว่าระยะทางเป็นเท่าไหร่นะคะรู้เเค่ว่าเพียงพอต่อการเดินทางที่ไม่ทำให้เรารำคาญว่าต้องเติมอีกเล้วหรอ ชอบตรงที่เค้าทำให้ลดมลภวาวะได้เยอะเลยค่ะ เพราะ lossของมันก็คือน้ำสะอาดอ่ะค่ะ เค้าบอกด้วยว่ามันสะอาดพอที่จะดื่มได้ถ้าน้ำนั้นไม่ได้โดนฝุ่นจากพื้นมาอ่ะนะคะ  



สถานีเติมไฮโดรเจนค่ะ จอบอกว่าหัวเติมที่พี่เค้าถืออยู่หนักมากๆๆๆๆๆเลยค่ะ 

อีกอันที่ชอบก็คือ battery reuseค่ะ เค้าทำเป็นที่จอดรถเล็กๆ เเล้วข้างๆเนี่ยมีเเบตเตอรี่ของรถรุ่น toyota priusที่ไม่ใช่เเล้ว เอามาชาร์จใหม่ เเล้วเปลี่ยนเป็นไฟฟ้าได้ค่ะ เค้าบอกว่าถ้าเราไม่มีที่อยู่เนี่ยเเล้วมาอาศัยอยู่ใต้ที่จอดรถนี้ก็สามารถอยู่รอดได้ค่ะ เปิดไฟชาร์จเเบตได้สบายเลยย อีกอันคือ toyota house จขกท.รู้เเค่ว่าเค้าออกเเบบดีมากมีการเดินท่อเเอร์ที่ทำให้เย็นทั่วบ้านประหยัดไฟน้อยลงอะไรซักอย่างเนี่ยเเหละค่ะ ฟังไม่ค่อยเข้าใจ ใครสนใจลองไปหาข้อมูลดูนะคะ น่าสนใจมากๆทีเดียวค่ะ 

เราไม่สามารถวางรูปนี้จากคลิปบอร์ด แต่คุณสามารถบันทึกลงในคอมพิวเตอร์ของคุณ และแทรกรูปภาพจากที่นั่นได้ 
toyota house จริงๆเเล้วเค้าจำลองทั้งบ้านเลยนะคะ เเต่เดี๋ยวรูปมันจะเยอะไป 

เเละอันสุดท้ายที่จะพูดถึงก็คือ รถไฟฟ้ายั่ยเองค่ะ ไม่ใช่ BTSนะคะ เป็นรถที้ใช้ไฟฟ้าในการขับเคลื่อนเเล้วก็เติมเเบตด้วยการชาร์จอันนี้ที่ญี่ปุ่นค้าใช้ออกถนนจริงเเล้วนะคะ ประตูเป็นซิปผ้าค่ะ จขกท.งงมากว่าทำไมต้องออกเเบบเป็นผ้า ถ้ารถชนทีนึงก็ตายกันพอดีอ่ะค่ะเลยถามเค้าดู ปรากฎว่ารถนี้ประหลาดมากเค้าไปจัดอยู่ในหมวด มอไซ ค่ะ เค้าบอกมันจะเสียภาษีน้อยกว่า555 อีกอย่างนะคะรถนี้เนี่ยจุฬาลงกรณมหาวิทยาลัยของไทยเราก็จะเอามาให้นักศึกษาใช้ปลายปีนี้เเล้วด้วยค่า อยากเห็นจังงงงง ที่จขกท.สนใจก็มีเเค่นี้นะคะ น่าสนใจมากถ้าอยากรู้ลองเสิร์ชเพิ่มเติมดูนะคะะ 

เราไม่สามารถวางรูปนี้จากคลิปบอร์ด แต่คุณสามารถบันทึกลงในคอมพิวเตอร์ของคุณ และแทรกรูปภาพจากที่นั่นได้ 

รถไฟฟ้าหล่ะะะะ 

หลังจากนี้ก็ไปอีออนมอลค่า ไปกินข้าวเเล้วก็ช้อปปิ้ง มื้อนี้เค้าเลี้ยงบุฟเฟต์ อาหารเค้าไม่ได้น่าตื่นเต้นมากยะคะ เเต่อย่างอื่นนี่ชอบมากค่ะ มีขนมให้ชุบช็อคโกเเลตร้อนด้วยเเหละ น้ำก็มีให้กดเยอะเเยะเลย คาลปิสเเลคโตะเป็นหนึ้งในนั้น เเล้วก็อย่างในไทยเราไอติมเป็นเเบบตักใช่มั้ยค่ะ ที่นี่ให้กดเป็นsoftcream กดเข้าไปสิ ถ้ากินไหว 55เเต่จขกท.กินนิดเดียวเเหละเพราะจะเก็บท้องไว้กินอย่างอื่นต่อตอนกลางคืนค่าา 



บรรยากาศภายในร้านค่าา 

กินเสร็จก็ถึงเวลาชอปปิ้ง จขกท.ไม่ชอบตอนนี้ที่สุดในทริปนี้เเล้วค่ะ รู้สึกว่าการมาครั้งนี้ไม่จำเป็นต้องให้เวลาช้อป ควรจะเอาเวลาไปทำกิจกรรมอื่นๆมากกว่า ช้อปตั้งชั่วโมงกว่าอ่ะค่ะ แบบจขกท.คิดว่าตอนเย็นเราก็ว่างเเล้วเดี๋ยวค่อยไปก็ได้ ใครต้องการช้อปจริงๆก็ค่อยขอโฮสต์ไปวันที่ไปบ้านโฮสต์อ่ะค่ะ ขอบ่นเล็กน้อยๆ55 เเต่การช้อปครั้งนี้ก็ทำให้จขกท.ได้ปลาดิบมาในราคา ห้าชิ้น 208 Yenประมาณ 60บาท หร่อยๆๆค่ะ คำเตือน ดูเเลของของตัวเองให้ดีนะคะ เพื่อนจขกท.หาโทรศัพท์ไม่เจอวุ่นมากๆเลยค่ะ ยิ่งใครพูดญป.ไม่ได้นี่ยิ่งต้องระวังนะคะบรรยากาศ 
เเละเเล้ววันนี้เราก็นัดกันไปดองกี้ฮ่องเต้ตอนกลางคืนค่ะไปซื้อของต่อ เดินได้ของมาเยอะมากๆเลยมีเเต่ของที่เเม่ฝากทั้งนั้น บางคนอาจจะรู้เเล้วว่าที่นู่นถ้าซื้อเกิน 5,000 Yenจะทำ tax refund ได้ค่ะ จขกท.เกินราคาด้วยค่ะเเต่มีบางอันเค้าจะไม่ร่วมรายการทำให้ราคารวมของจขกท.ไม่ถึงเลยอดได้ภาษีคืนเลยค่ะ ภาษีที่นู่น 8 เปอร์เซ็นต์ด้วย ฮือๆ วันนี้เดินกันจนดึกเลยค่ะ หลงทางด้วยตอนกลับ ถึงห้องก็ประมาณเที่ยงคืนครึ่งอ่ะค่ะ พน.มีกิจกกรมใช้สมองนิดๆด้วย55 



pepper lunch ช่างเเตกต่าง ที่นี่เค้าอยู่เเค่ในฟู้ดคอร์ตเองอ่า แปลกๆเลย 



ซาชิมิเเสนอร่อยยยย


Day:3 3/11/2017 
วันที่สามนี้จขกท.ไม่ต้องออกไปไหนตอนเช้าเพราะต้องเข้ากิจกรรมเเลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับเพื่อนๆชาวญี่ปุ่น เค้าrandom กลุ่มให้เราหมดเลย ในกิจกรรมนี้เกือบทุกกลุ่มจะมีคนไทย 2 เเล้วก็ ญี่ปุ่น 3 กิจกรรมนี้มเพื่อให้เรามีเพื่อนชาวญี่ปุ่นเเละฝึกคุยกันเป็นภาษาอังกฤษ!! ดังนั้นก็เข้าทางจขกท.เลยเพราะไม่ต้องกังวลภาษา JP คนที่นู่นเค้าstrict และมีวินัยมากๆเลยค่า อย่างกลุ่มจขกท.เค้าก็ไม่ค่อยถนัดอังกฤษเเต่เวลาเค้าจะคุยกันเองพูดก็ไม่ค่อยเข้าใจกันแต่ก็พยายามใช้อังกฤษจนกว่าจะเข้าใจให้ได้ นับถือเลยค่ะ ส่วนกลุ่มเราหรอ...ได้ยินไทยตลอดเวลา เรื่องที่คุยกันก็มีเเนะนำตัวเเล้วก็มีหัวข้อ holidayให้คุยกัน มีให้คิดชื่อกลุ่มด้วยเเหละ กลุ่มจขกท.ชื่อว่า Music team เพราะทุกคนชอบดนตรีเหมือนกันเลยย 



Music team ^o^ 

คุยเสร็จก็ถึงเวลาเที่ยวเเล้ว เค้าให้เด็กญี่ปุ่นพาเราไปเที่ยวย่านซากาเอะ (sakae) (ประมาณสยามบ้านเรานี่เเหละ) เป็นประสบการณ์ที่แปลกดีและสนุกดี ตอนอยู่ไทยจขกท.ยังไม่เคยไปเที่ยวเเบบนี้กับเพื่อนเลยค่ะ ระหว่างเดินจากโรงเเรมไป sakae ก็คุยกันว่าอยากลองถ่ายรูป purrikura เห็นมานานไม่เคยสักทีเลยจัดมาชุดนึง เค้ามีชุดให้cosplayด้วย จขกท.cosplay เป็น harrypotter version แอ๊บแบ๊วแหละ เพราะตอนถ่ายรูปมันมีโปรเเกรมทำตาใหญ่กับหน้าขาวๆผิวเนียนๆให้อัตโนมัติเลย ถ่ายเสร็จยังมีให้ไปวาดรูปตกแต่งได้อีกค่ะ ถ้าใครสนใจไปถ่ายก็เตรียมเงิน 400 Yen เข้ากี่คนก็ได้ถ้ายัดไหวนะคะ 555 หลังจากนั้นก็ไปร้านอะนิเมะตามคำขอของเพื่อนจขกท.ต่อด้วยร้าน 100 Yen ที่เค้าเเนะนำและปิดท้ายด้วยการกินขนมชูครีมของ beard papa นี่เเหละไทยก็มีเเต่ตอนนั้นเพื่อนญี่ปุ่นเค้าเชียร์มากว่าเนี่ยคนญี่ปุ่นชอบมากๆเลยนะลองสิๆ ก็เลยลองไปชิ้นนึง เเต่จขกท.บอกไม่ได้อ่ะค่ะว่าอร่อยกว่ามั้ยเพราะจขกท.เคยกินมานานมากเเล้ว555 ตลอดวันนี้เด็กญี่ปุ่นขอselfie เยอะมากเเต่จะเป็นกล้องธรรมดาไม่ได้ค่ะ เค้าชอบตาใหญ่ๆกัน แอพsnow ที่นั่นเนี่ยฮิตกันมากเลยนะคะในหมู่สาวๆ ส่วนหนุ่มๆจขกท.ไม่รู้อ่ะค่ะ ไม่เคยคุย พอตอนหมดเวลาไม่อยากลาเพื่อนเลย ตอนนั้นรู้สึกเสียใจนิดๆค่ะ อยู่กันมาทั้งวันเลยย 



แลนด์มาร์กของซากาเอะ 



ดองกี้ฮ่องเต้ ใหญ่มากกกกกก