[Fic Naruto] : Once [ShikamaruxNaruto] Yaoi

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 836 Views

  • 7 Comments

  • 51 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    15

    Overall
    836

แนะนำเรื่องแบบย่อๆ

มันเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อห้าปีก่อน ตอนนั้นชิกามารุอายุได้สิบสองปี...


ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
มันเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อห้าปีก่อน ตอนนั้นชิกามารุอายุได้สิบสองปี...

*ที่จริงอยากตั้งเป็น Shonen-ai มากค่ะ เพราะมันใสมาก ฮา แต่คิดดูแล้วก็เอาคำว่า yaoi นี่แหละ*

ถ้าชอบอย่าลืมทิ้งคอมเม้นท์ไว้บ้างนะคะ <3


เรื่องในตอนนี้ อัพเดท 21 ต.ค. 60 / 23:40

บันทึกเป็น Favorite


มันเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อห้าปีก่อน ตอนนั้นชิกามารุอายุได้สิบสองปี

    ครูอิรุกะเริ่มต้นคาบโฮมรูมด้วยการให้การบ้านเขียนเรียงความ บอกว่าให้เขียนเกี่ยวกับวิถีนินจาของตนเอง และให้ส่งวันมะรืนนี้

    ชิกามารุรับกระดาษมาด้วยสีหน้าบูดบึ้ง นึก ๆ ถึงที่บ้านแล้วอารมณ์เสียขึ้นมาตะหงิด ก่อนหน้านั้นแม่อารมณ์เสียเพราะพ่อ แล้วก็พาลมาบ่นเขาว่าเฉื่อยแฉะอย่างนู้นอย่างนี้ ไม่พอยังเอี่ยวโจจิไปด้วยอีก ชิกามารุที่เดิมทีเป็นคนขี้รำคาญอยู่แล้วก็เลยหงุดหงิดสุด ๆ

    แถมโจจิยังลาโรงเรียนเพราะท้องเสียอีกต่างหาก

    วันนี้ทั้งวันเลยผ่านไปอย่างเบื่อ ๆ  เด็กชายนารานั่งริมหน้าต่าง เท้าคางด้วยเสต็ปเดิม อ้าปากหาว ตาปรือ สักหน่อยก็ยกหนังสือมาบังต่างหน้าแล้วก็ผล็อยหลับอย่างเนียน ๆ

    เสียงกริ่งหมดคาบเรียนดังขึ้น ในใจชิกามารุร้องไชโย ดีใจที่หลุดพ้นจากวังวนอันน่าเบื่อนี้สักที เอื้อมมือไปคว้ากระเป๋าเป้เตรียมจะกลับบ้าน แต่ก็นึกได้ว่าตัวเองยังโกรธแม่อยู่

    ถ้ากลับไปตอนนี้ต้องโดนบ่นอีกแน่ ๆ  ไปที่อื่นก่อนดีกว่า

         ทำหน้ายู่แล้วเดินเอื่อย ๆ ออกจากห้องเรียน กะว่าจะไปลาครูอิรุกะก่อน แต่เห็นว่ากำลังคุยกับนินจาระดับสูงคนหนึ่ง ชิกามารุเลยเลี้ยวออกจากอาคาร เดินเตร่ ๆ ไปตามเส้นถนน

    เด็กอายุน้อยกว่าหลายคนวิ่งเล่นผ่านไป ชิกามารุที่ก้มหน้าก้มตาเดินเตะก้อนหินมาตลอดทางก็ได้ทีเงยหน้ามองว่าตัวเองมาถึงตรงไหนแล้ว

สนามเด็กเล่น

ชิกามารุทิ้งตัวแหมะลงตรงชิงช้าตัวหนึ่งที่อยู่ริมสุด ทอดสายตามองบรรยากาศที่เด็ก ๆ วิ่งเล่นพลางถอนหายใจ ในใจคิดปลงตกสะระตะไปเรื่อย เสมือนตัวเองไม่ใช่เด็กอายุสิบสองปี

เสียงที่ดังที่สุดมาจากเด็กชายหนวดแมวคนหนึ่ง นัยน์ตาสีดำสนิทจ้องมองอย่างรำคาญ เจ้าเด็กคนนั้นน่าจะอายุพอ ๆ กับเขา และน่าจะอยู่ในห้องเรียนเดียวกันด้วย

ก็นัยน์ตาสีฟ้าน่ะมีเยอะซะที่ไหนเออ แล้วก็นะ ชื่อชื่ออะไรสักอย่างนี้ล่ะน้า

ชิกามารุเกาหัวแกรก ๆ  ถึงไอคิวจะเยอะสมองจะดีแค่ไหน บางเรื่องที่จำไม่ได้นี่ก็จำไม่ได้จริง ๆ ด้วยสินะ

เด็กชายคนนั้นหัวเราะเอิ้กอ้ากกับคนอื่น ๆ ที่อยู่ข้าง ๆ  ทว่าชิกามารุก็เห็นว่าไม่มีใครเข้าไปสนทนากับมันก่อนเลย ทั้งยังมีน้อยมากที่จะยอมพูดคุยต่อด้วย แต่เจ้าเด็กตาฟ้าก็ไม่ละความพยายาม ถึงคนอื่นจะไม่คุยด้วย เจ้าตัวก็ยังยืมฉีกยิ้มแสดงความเป็นมิตร คงคิดว่าอาจทำให้คนอื่นใจอ่อนลงได้บ้าง

ยิ้มได้ห่วยแตก ชิกามารุลงความเห็น

หลังจากนั้นเด็กคนอื่น ๆ ก็มีพ่อแม่มาทยอยรับทีละคนสองคน เด็กชายตาฟ้าเห็นอย่างนั้นก็ยังวิ่งไปส่งแล้วโบกมือบ๊ายบายให้ พ่อแม่คนอื่นเห็น แทนทีจะส่งยิ้มให้บ้าง กลับกระตุกมือให้ลูกตัวเองเดินให้เร็วขึ้น เพื่อที่จะไม่ได้ผูกมิตรกับเจ้าเด็กคนนั้น

เฮ้อ ตูละเบื่อเบื่อจริง ๆ

ชิกามารุส่ายหน้า ขณะที่กำลังจะลุกออกไปจากชิงช้าก็พลันสังเกตว่า ทั้งสนามเหลือแค่เจ้าเด็กนั่นกับตัวเขาเอง

ชิกามารุเอามือก่ายหน้าผาก เอาวะนี่ก็เริ่มค่ำมืดแล้ว เดี๋ยวจะเดือดร้อนครูอิรุกะเปล่า ๆ

เฮ้ นายอ่ะ

งุนงงได้สักพักก่อนจะตอบกลับมา “…ฉันเหรอ

เออสิ อาทิตย์จะตกดินละนะ รีบกลับบ้านซะล่ะ

แวบหนึ่งถ้าตาไม่ฝาด ชิกามารุเหมือนเห็นนัยน์ตาสีฟ้าเป็นประกาย ยิ่งพอกระทบกับแสงอาทิตย์ยามเย็นที่เป็นสีแดงจาง ๆ  ช่างดูระยิบระยับเหมือนกับเพชรไม่มีผิด แล้วรอยยิ้มกว้างก็ถูกส่งมาให้ชิกามารุ ขอบใจนะ

เออ ชิกามารุเอออออย่างงง ๆ  อะไรจะดีใจขนาดนั้นหว่า กลับก่อนล่ะ

อื้อ!” แล้วเจ้าตัวก็สไลด์ตัวลงจากกระดานลื่น มาหยุดอยู่ตรงหน้าชิงช้าพอดี บ้านอยู่ไหนเหรอ ไปส่งเปล่า

กลับเองได้น่า ชิกามารุบอกปัดอย่างรำคาญ คว้ากระเป๋าเป้มาสวมแล้วออกเดิน ยังคงได้ยินเสียงเดินต๊อกแต๊กตามหลังมา

อย่างกับเก็บลูกสุนัขได้แหน่ะ

นี่ ๆ  กลางคืนน่ากลัวมากเลยนะรู้มะ มีทั้งหมาตัวใหญ่โคตร ๆ  บางทีก็มีพวกนักเลง แต่แหม่ พูดแล้วก็นึกถึงวันนั้น ครูอิรุกะอ่ะน้า…”

โอ้ย ตูละเบื่อ…”

ชิกามารุกรอกตา เพิ่งคิดได้ว่าไม่ควรให้มันตามมาเลย กลับบ้านไปดีกว่านา เออ ชื่อนารุโตะใช่มะ ฉันน่ะกลับเองได้ ยังไงก็เป็นนักเรียนนินจาคนหนึ่งเหมือนกันน่า

เอาน่า ฉันจะกลับตอนไหนก็ได้อยู่แล้ว

ค่ำขนาดนี้แล้วเดี๋ยวก็โดนว่าหรอก

จู่ ๆ เสียงเจื้อยแจ้วที่พูดอยู่ข้างหูก็เงียบไปสักพักหนึ่ง ไม่มีใครว่าหรอก

เหรอ ดีจัง

“…อือ

ชิกามารุไม่รู้ว่าตัวเองพูดผิดตรงไหนถึงทำให้อีกฝ่ายเงียบกริบไปได้ตลอดทางแบบนี้

นารุโตะทำตามที่บอกไว้ คือเดินมาส่งชิกามารุถึงหน้าบ้าน เด็กชายได้ยินเสียงแม่ตัวเองคุยเจี๊ยวจ๊าวกับพ่อดังออกมา ตอนนี้ท้องฟ้าก็เป็นสีส้ม ๆ จวนจะมืดอยู่แล้ว เดินเข้าไปตอนนี้ไม่แคล้วโดนดุแน่

ชิกามารุล่ะเบื่อที่จะฟังคำบ่น แทนที่จะเดินไปหมุนลูกบิดประตู เจ้าตัวกลับหมุนตัวกลับมาแทน เห็นดวงตาสีฟ้ากระพริบปริบ ๆ มองมาที่เขาอย่างงุนงง

รอยยิ้มแต้มบนริมฝีปากเด็กชายนารา ก่อนจะเอ่ยถามเสียงสดใส

บ้านนายมีห้องว่างป่ะ






       บ้านฉันออกจะแคบหน่อยนะ คือมันอาจจะรกไปนิดเอ้อ ห้องฉันมีแต่ราเม็งคัพ ในตู้เย็นก็มีแต่นม เตียงก็เล็กหน่อยแต่พวกเราคงนอนด้วยกันได้--แล้วก็เสื้อผ้า

เออ ๆ  จะแบบไหนฉันก็รับได้ทั้งนั้นแหละ ชิกามารุพูดเซ็ง ๆ  ทีนี้จะให้เข้าไปได้ยัง? ถ้ายืนตรงนี้อีกแป๊บยุงคงจะหามฉันกลับบ้านละ

ได้ยินแบบนั้นอีกฝ่ายก็กุลีกุจอเปิดประตูบ้านอันที่จริงจะเรียกว่าห้องก็ไม่ผิดทีเดียวหรอก บ้านนารุโตะไม่ได้ใหญ่ไปกว่าห้องนอนห้องหนึ่งของบ้านเขาเลย มีห้องน้ำเล็ก ๆ ในตัว ไกลจากเตียงไปก็เป็นโต๊ะกินข้าวกับเก้าอี้ไม้หนึ่งตัว

โดยรวมก็ไม่ได้รกเท่าไร โชคดีที่เมื่อวานนารุโตะเกิดคึกเก็บข้าวของเป็นที่เป็นทางซะงั้น

นายเป็นคนแรกเลยนะเนี่ยที่มาบ้านฉัน นารุโตะพูดอย่างตื่นเต้น กดสวิตซ์ไฟอันเดียวก็สว่างรอบห้อง

พูดรอบที่สามแล้วเฟ้ย

พวกเขานั่งต้มราเม็งคัพกัน โดยนารุโตะหยิบตะเกียบใช้แล้วทิ้งมาให้ และหยิบนมสดออกมาสองกล่อง ยกรสช็อกโกแลตให้ชิกามารุอย่างใจกว้าง

เส้นบะหมี่ร้อน ๆ กับน้ำซุปรสเค็มก็พอกล้อมแกล้มไปได้หนึ่งมื้อ ขณะยกน้ำซุปซดชิกามารุก็นึกไปถึงอาหารฝีมือแม่เขา น่าสงสัยจริงว่าคืนนี้จะทำอะไรกินกันนะ? แฮมเบิร์กเสต็ก อาจจะเป็นปลาย่างเกลือ หรือออมเล็ตนุ่ม ๆ ร้อน ๆ ก็ได้

โทษทีนะ ห้องฉันไม่มีอะไรให้เล่นเท่าไร

มอง ๆ แล้วก็เห็นแค่หุ่นที่ทำจากไม้ไว้สำหรับฝึกวิชานินจา ม้วนคาถาที่กอง ๆ กันแล้วก็ปาเป้าอันเล็กที่แปะอยู่บนผนังเท่านั้น ชิกามารุส่ายหัววืด ก่อนจะบอกว่า ห้องฉันก็แบบเนี้ยอะแหละ เรียกรอยยิ้มกว้างจากนารุโตะได้ทันที แต่จะเพิ่มกระดานหมากรุกไปอีกอัน

เอ่อแล้วแม่นายไม่ว่าเหรอ เหลือบมองนาฬิกาปลุกบนหัวเตียงตัวเอง นี่ก็จะสามทุ่มแล้วนะ

ม่ายอะ ชิกามารุตอบเสียงยาน ทิ้งตัวพิงกับขอบเตียง บางทีฉันก็ออกมาแบบเนี้ย แม่ก็เข้าใจว่าพรุ่งนี้ฉันก็คงกลับบ้าน แต่ถ้าฉันไม่กลับ ยังไงแม่ก็มีวิธีหาตัวฉันอยู่ดี

โห เจ๋งไปเลย

ว่าแต่นายเหอะ ชิกามารุมองไปที่ประตูห้อง ป่านนี้แล้วคนบ้านนายยังไม่กลับมาเหรอ

นารุโตะกระพริบตาถี่ มองชิกามารุนิ่ง ๆ  นายไม่รู้หรอกเหรอ

หือ? รู้อะไร

ชิกามารุเป็นคนเอื่อยเฉื่อย ซ้ำยังไม่กระตือรือร้นที่จะสนใจเรื่องรอบกายมากนัก เรื่องที่ผ่านเข้ามาก็ให้มันเข้าหูซ้ายทะลุหูขวาไป รู้แค่เรื่องของตัวเอง โจจิ อาซึม่าแล้วก็หมากรุก นั่นก็มากพอสำหรับชิกามารุแล้ว

ไม่มีใครอยู่บ้านหลังนี้ นอกจากฉันนารุโตะพูดช้า ๆ  ไม่มีใครเลย

เป็นครั้งแรกที่ชิกามารุรู้สึกว่าตัวเองโง่งมสิ้นดี เป็นเพราะสมองทำงานช้าผิดปกติ หรืออะไรก็ช่างที่ทำให้เขาไม่เห็นว่า มีเก้าอี้ในห้องนี้เพียงตัวเดียว มีเตียงหลังเดียว และมีตะเกียบเพียงคู่เดียว

สำหรับคน ๆ เดียว

เอ่อ…” เด็กชายนาราเกาหัว คำขอโทษติดอยู่ที่ริมฝีปาก กระดากอายนิดหน่อยที่จะพูดมันออกไป แต่ถ้าพูดแล้วทำให้ความรู้สึกผิดที่ก่อตัวอยู่ข้างในนี้ลดลงไปได้บ้าง เขาก็คงต้องยอม โทษที พอดีฉันไม่รู้มาก่อน…”

อืม ช่างมันเหอะ ฉันเอาขยะไปทิ้งก่อนนะ

เฮ้อ เจ้าบ้าชิกามารุชิกามารุได้แต่คิดคนเดียวเงียบ ๆ  มองอีกฝ่ายที่เก็บถ้วยบะหมี่ไปทิ้ง

หลังจากที่ทั้งสองอาบน้ำกันเสร็จเรียบร้อยแล้ว พวกเขาก็นั่งเปิดโทรทัศน์ที่มีแต่รายการตลกไร้สาระ ปกติแล้วนารุโตะจะชอบนั่งดูจนกว่าจะง่วงนอน แต่วันนี้เหมือนว่าเขาจะไม่มีอารมณ์จะดูมันสักเท่าไร เลยตัดสินใจปิดโทรทัศน์แล้วเตรียมตัวนอนทั้ง ๆ ที่ยังไม่รู้สึกง่วงสักนิด

ปิดไฟเลยมั้ย

อื้อ เอาดิ

คล้ายว่าความเงียบมาพร้อมกับความมืด พวกเขายังไม่ได้พูดคุยอะไรกันสักคำนอกจากเอ่ยราตรีสวัสดิ์ใส่กัน

ชิกามารุนอนมองฝ้าเพดานที่อยู่สูงออกไป พลางคิดว่าพรุ่งนี้เช้าจะกินอะไรดีนะพรุ่งนี้โจจิจะไปเรียนรึเปล่าคิดไปคิดมาจนเกือบจะเคลิ้มหลับอยู่แล้วเชียว ถ้าเพียงแต่นารุโตะไม่พูดขึ้นมาก่อน

นี่นอนรึยังน่ะ

แค่เกือบมีอะไรเหรอ

คิดยังไงถึงมาบ้านฉันอ่ะ

ทะเลาะไม่สิ แม่บ่นฉันนิดหน่อย โคตรเบื่อเลย

นายนี่แปลกจัง

ตรงไหน? ชิกามารุหันหน้าเข้าหานารุโตะ จ้องนัยน์ตาสีฟ้าที่เรืองรองในความมืดด้วยความรู้สึกประหลาด เจ้าหมอนี่พออยู่นิ่ง ๆ ก็แทบจะเปลี่ยนเป็นคนละคน

อืมมม ก็หลายคนเขาก็ว่านายน่ะแปลก นั่นนายมากกว่ามั้งเจ้าบ้า แต่ยังไงนายก็ฉลาดนี่นะ ใครๆก็ชอบนายทั้งนั้น

นั่นแหละที่น่าเบื่อ เด็กหนุ่มตระกูลนาราถอนหายใจ รู้สึกอิจฉานารุโตะตงิด ๆ  น่าเบื่อไปหมดเลย ฉันล่ะอยากอยู่คนเดียวเงียบ ๆ บ้างจัง

นายไม่เคยล่ะดีแล้ว นารุโตะพูดแค่นั้น พลิกตัวไปอีกด้าน ชิกามารุนึกฉุนที่อีกฝ่ายว่าเขาแบบนั้น กะว่าจะสะกิดนารุโตะให้กลับมาคุยกันอีกสักหน่อย แต่ได้ยินเสียงอีกฝ่ายกรนเบา ๆ ก็เลยล้มเลิกความตั้งใจแล้วหลับตาลงแทน






ตอนที่ชิกามารุตื่นขึ้นมา ที่นอนข้าง ๆ ก็ว่างเปล่าซะแล้ว เขาขยี้ตางัวเงีย รู้สึกปวดฉี่ บางทีนารุโตะอาจจะใช้ห้องน้ำอยู่

แต่นอนรอแล้วรออีก นารุโตะก็ยังไม่กลับมาซะที เอ๊ะ รึออกไปข้างนอกกันนะ? ชิกามารุเดินไปทำธุระในห้องน้ำเสร็จเรียบร้อยก็สวมชุดตัวเดิมนั่งรอเจ้าของห้องอยู่ในห้อง

จนเกือบสายแล้วก็ไม่มีวี่แววของนารุโตะ ชิกามารุถือวิสาสะหยิบราเม็งคัพถ้วยหนึ่งในตู้กับข้าวออกมาต้มกิน หลังจากนั้นก็หยิบกระดาษโน้ตมาเขียนข้อความบอกเจ้านารุโตะว่า เขาจะไปโรงเรียนก่อน

ไปไหนของมันกันนะ รึจะแอบไปโรงเรียนก่อนโดยไม่บอก ชิกามารุนึกอย่างโมโหว่าทำไมต้องทิ้งเขาไว้คนเดียวด้วย

ระหว่างทางไปโรงเรียน น่าแปลกที่ไม่มีใครเข้ามาทักทายเขาเลย ชิกามารุออกจะงุนงงอยู่บ้าง วันนี้เลยเป็นวันที่เงียบมากวันหนึ่งเขาชอบความรู้สึกนี้

ชิกามารุค่อย ๆ ยิ้มออกมาสงบดีจริง ๆ





วันนี้เราจะทำงานกลุ่มกันนะ

ได้ยินเสียงจับกลุ่มเจี๊ยวจ๊าวไปหมด ชิกามารุเท้าคางอย่างเบื่อ ๆ  โจจิไม่มาอีกแล้ว แต่เดี๋ยวก็คงมีคนดึงเขาเข้ากลุ่มเองล่ะนะ ก็แน่ล่ะ คนมันฉลาดใคร ๆ ก็อยากได้ ไม่เห็นจะแปลก

แต่จนแล้วจนรอด ทุกคนก็มีกลุ่มหมดแล้ว ยกเว้นแต่ชิกามารุ ขนาดเจ้านารุโตะยังมีกลุ่มเลยเอ๊ะ มันมาตั้งแต่เมื่อไรกันนะ ชิกามารุว่าจะเอ่ยปากทักทายสักหน่อย แต่เจ้านารุโตะไม่ได้มองมาทางนี้เลย

อ้าว นาราคุงไม่มีกลุ่มเหรอจ๊ะ มีใครจะรับนาราคุงเข้ากลุ่มมั้ยเอ่ย

ไม่คิดเลยว่าการที่ไม่มีใครยกมือเลยจะทำให้แก้มสองข้างของชิกามารุร้อนผ่าวได้ขนาดนี้







เคยนึกอิจฉามันที่ไม่มีใครสนใจ แต่พอมาเจอเองก็รู้สึกแย่ใช่ย่อย

ชิกามารุมองทุกคนเล่นกันอย่างสนุกสนาน กระดานหมากรุกที่มักมีฝ่ายตรงข้ามมาเล่นด้วย แต่ไม่เป็นไร วันนี้เขาเล่นคนเดียวก็ได้เจ้าโง่นารุโตะไปไหนนะ

เฮ้ มานั่งหงอยเหงาอะไรอยู่คนเดียวฮึ เจ้าเด็กตัวโตเท้าสะเอว ชิกามารุจำได้ว่าเคยทำงานกลุ่มกับเจ้านี่ แล้วก็ต้องคอยสอนนั่นนี่อยู่บ่อย ๆ  มันเลยติดเขาแจจนชิกามารุรำคาญไปเหมือนกัน

หมากรุกไง เล่นป่ะ วันนี้คนขี้รำคาญอย่างเขาจะยอมสอนคนเล่นไม่เป็นก็ได้

เล่นกับนายเนี่ยนะ? หึ ไม่เอาว่ะ เจ้านั่นหันไปหัวเราะคิกคัก ๆ กับเพื่อน ๆ  เดี๋ยวจะติดเชื้อเจ้าขี้แพ้

นี่แก!” ชิกามารุโกรธจนเลือดขึ้นหน้า พวกนั้นผงะไปกับดวงตาแข็งกร้าวของเขา แต่ก็ข่มความกลัวผลักชิกามารุล้มลงไปกับกระดานหมากรุก

บ้าเอ้ย เกิดอะไรขึ้นวะ เขารู้สึกโกรธมากจริง ๆ  ยิ่งมาทำกับกระดานหมากรุกด้วยแล้ว ชิกามารุยิ่งโมโหขึ้นเป็นเท่าตัว วันนี้อย่างกับฉันโดนรังเกียจงั้นแหละ เจ้าโง่เอ้ย วันหลังจะปล่อยให้แกสอบตกเลยคอยดู ได้แต่กระฟัดกระเฟียดไปพลางเก็บตัวหมากไปพลาง ไม่ยอมให้น้ำตาไหลออกจากตาเด็ดขาด







กลับมาแล้ว…” ตอนแรกชิกามารุกะจะไม่กลับบ้านเร็วนัก แต่เขาก็ต้องเปลี่ยนใจเมื่อเจอเหตุการณ์เมื่อสักครู่ ตอนนี้เขาไม่โกรธแม่อีกแล้ว และก็ต้องการให้แม่ฟังเรื่องอัดอั้นในใจของเขาด้วย

แม่ แม่อยู่บ้านรึเปล่า

วางกระเป๋าเสร็จก็รู้สึกบ้านเงียบผิดปกติ ชิกามารุเดินไปห้องครัวที ห้องน้ำที ก็ไม่เห็นแม่ ส่วนพ่อจะชอบกลับมาตอนเย็น ๆ  บางทีเขาก็เลิกงานค่ำ

ไปไหนกันนะ เขาพึมพำ รู้สึกเซ็งอย่างบอกไม่ถูก นอนกลิ้งไปกลิ้งมาจนพอใจแล้ว ชิกามารุก็หยิบการบ้านออกมาทำจนเสร็จ รู้ตัวอีกทีก็ปาไปหกโมงเย็นแล้ว

หิวข้าวจังเขาตัดสินใจออกไปเดินรอบ ๆ บ้าน เผื่อว่าเห็นแม่แล้วจะได้วิ่งเข้าไปหาได้เลย แต่ไม่ว่าจะเดินกี่รอบ แม่ก็ยังไม่กลับมา

ป้าฮะ!”

หญิงสาววัยกลางคนที่อยู่ข้างบ้านของชิกามารุชื่อโทมะ บ้านนารากับบ้านโทมะเป็นเพื่อนบ้านที่ดีต่อกันเสมอมา แน่นอนว่าชิกามารุก็เป็นเพื่อนกับลูกของป้าโทมะด้วย

มีอะไรเหรอ น้ำเสียงที่ตอบกลับมานั้นราบเรียบกว่าปกติ แต่ชิกามารุไม่สนใจ

ระหว่างไปตลาดป้าโทมะเห็นแม่ผมรึเปล่าฮะ ชิกามารุถามอย่างกังวลใจ แม่ยังไม่กลับบ้านเลย พ่อด้วย

แต่ผิดคาด ป้าโทมะกลับหัวเราะกลับมา ถามอะไรของเธอน่ะ เธอมีพ่อแม่ที่ไหนล่ะ

ชิกามารุหน้าชา ก่อนจะเปลี่ยนเป็นความโกรธ ป้าว่าไงนะ

เธออยู่บ้านหลังนั้นคนเดียวมาตลอดสิบสองปี เธอว่า

ป้าพูดบ้าอะไร เขาตะโกน

เธอนั่นแหละนึกบ้าอะไร ป้าโทมะขมวดคิ้ว มองเขาด้วยสายตาแบบที่ชิกามารุไม่เคยได้รับมาก่อน---และเขาคิดว่ามันน่าขยะแขยง

ยัยป้าแก่!” ชิกามารุตะโกนไล่หลังเสียงปิดประตู






เป็นบ้าอะไรกันไปหมดนะ ชิกามารุเม้มปากแน่น หยดน้ำตาที่อดทนไว้ก็ไหลออกมาอย่างห้ามไม่ได้ ทั้งบ้านมีแต่เสียงกระดิ่งลมดังกรุ๊งกริ๊ง ไม่มีเสียงตะหลิวของแม่ ไม่มีเสียงฝึกปาดาวกระจายของพ่อ

ไม่มีเสียงบ่นของแม่อีกแล้ว

มันเงียบสนิทเงียบแบบที่เขาเคยปรารถนา







ชิกามารุลืมตา คิดในใจว่าเผลอหลับไปตั้งแต่เมื่อไร แต่เมื่อมองเห็นนารุโตะนอนอยู่ข้าง ๆ ก็ต้องขยี้ตาแล้วขยี้ตาอีกอย่างตกตะลึง หนำซ้ำยังเขย่าตัวนารุโตะอย่างแรงเพื่อปลุกอีกฝ่าย

งืมอะไรของนาย ชิกามารุ…” เจ้านารุโตะพูดเสียงงัวเงีย ฝันร้ายรึงาย…” ก่อนจะกรนฟี้ ๆ

ฝันเหรอ? ชิกามารุพึมพำ นั่นสินะ คงฝันไป

นารุโตะตื่นอีกทีก็ตอนชิกามารุปลุกเขาให้ไปอาบน้ำ ไม่อย่างนั้นจะไปโรงเรียนสายเอา ชิกามารุต้มบะหมี่สองถ้วย อีกถ้วยหนึ่งให้นารุโตะ

ว้าว ขอบใจนะ

นายไม่เบื่อเหรอ ราเม็งเนี่ย

ราเม็งน่ะอร่อยที่สุดในโลกแล้วนะรู้เปล่า เจ้านั่นพูดแล้วสูดเส้นเข้าไปหมดในรวดเดียว เล่นเอาชิกามารุตะลึงไปเลย

ไม่ใช่อย่างนั้น ไอ้บะหมี่ถ้วยนี่มันไม่ดีต่อสุขภาพนะ

ก็ฉันทำอาหารไม่เป็นนี่ดวงตาสีฟ้ากระพริบปริบ ๆ  แล้วปกตินายกินอะไรล่ะ

ก็กับข้าวที่แม่ทำ…” พูดเสร็จก็นึกอะไรขึ้นได้ จริงสิ นารุโตะ เย็นนี้ไปกินข้าวบ้านฉันมั้ยล่ะ กับข้าวแม่อร่อยมาก ๆ เลยนะ

นารุโตะตกใจจนสำลักน้ำซุป นายชวนฉันไปกินข้าวเหรอ! อะ เอ่อ คือมันคงไม่ดีมั้ง พ่อแม่นายคงไม่ค่อยปลื้มเท่าไรอ่ะน้าเอาเป็นว่าไว้เราค่อยไปกินราเม็งอิจิราคุกันดีเปล่า

มันก็ไม่พ้นราเม็งอยู่ดีนั่นแหละ ชิกามารุเซ็ง

นารุโตะวางถ้วยบะหมี่ลง “…พึ่งจะมีนายคนแรกที่ชวนฉันไปกินข้าวที่บ้าน น้ำเสียงดูตื้นตันใจเป็นอย่างมาก นายคงจะคิดว่าฉันแปลกคนมากใช่มั้ยที่ดีใจกับเรื่องแบบนี้

ไม่เห็นจะแปลกตรงไหน เพราะฝันเมื่อคืนนี่แหละ คงเป็นเพราะคุยกับเจ้านารุโตะก่อนนอนแน่ ๆ ทำให้ฝันเป็นตุเป็นตะได้ขนาดนั้น กลับกลายเป็นว่าพอฝันว่าเป็นมันแล้วกลับทำให้เขาเข้าใจมันได้มากขึ้นงั้นแหละ

“…มันจะไม่เป็นไรจริง ๆ เหรอนารุโตะยังกังวลเรื่องที่บ้านของเขาอยู่ คงกลัวว่าจะได้รับสายตาแบบที่ได้รับจากรอบข้างมาตลอดหลายปี

พ่อบอกว่า ฉันโตแล้ว จะเลือกคบใครให้ฉันคิดเอง จะไปสนขี้ปากชาวบ้านทำไม ส่วนแม่ก็ไม่สนใจตราบเท่าที่นายชมว่าอาหารแม่อร่อย

โอ้…” นารุโตะรู้สึกดีใจมากจริง ๆ  แต่…” แต่ก็ยังมิวายจะกังวลขึ้นมาอีก ชิกามารุรีบขัดทันที

“…แล้วฉันก็คิดว่าจะไปขอโทษแม่ด้วย เขาเกาหัวแกรก ๆ  ถ้ามีนายไปเป็นเพื่อนก็คงดี…”

เป็นเพื่อน! ได้ซิ ได้ นารุโตะตกหลุมพลางไปเรียบร้อย เอ้อ จะว่าไป เมื่อคืนฝันดีมาก ๆ เลยล่ะฉันได้อยู่พร้อมหน้ากับพ่อแม่ด้วยดีจริง ๆ เลย

ชิกามารุได้ยินก็เอาแต่ยิ้มลูกเดียว







สุดท้ายพวกเขาก็ไปสายจนได้ ถูกทำโทษยืนแบกถังน้ำอยู่หน้าห้องได้แป๊บเดียว เจ้านารุโตะก็ชวนคุยเสียงดัง (จนเผลอหัวเราะไปกับมันซะได้) อาจารย์ถึงกับฉุน เอ่ยปากให้พวกเขาทั้งสองไปวิ่งรีดแรงออกซะบ้าง

ความผิดนายแฮ่ก เจ้าบ้า

พอกันแหละเฟ้ย

    หัวเราะกิ๊ก ๆ กั๊ก ๆ ใส่กันได้หน่อยนึงก็ถูกอาจารย์ดุจนต้องวิ่งกลับห้องเรียน







เลิกเรียนแล้ว นารุโตะเดินตามชิกามารุไปที่บ้านตระกูลนารา ระหว่างทางก็ทั้งอิดออด เดินอ้อยอิ่งเสียจนชิกามารุเขกหัวดังโป๊ก นายจะไปมั้ย หา

นารุโตะบ่นพึมพำแต่ก็เดินเร็วขึ้น

นี่บ้านนายเหรอ พูดอย่างทึ่ง ๆ  บ้านชิกามารุทั้งใหญ่แล้วก็ดูร่มรื่นมาก อาจเป็นเพราะพื้นที่ป่าด้านหลัง

ใช่ เข้ามาสิ

นารุโตะเดินเข้าไป ในใจกล้า ๆ กลัว ๆ  แต่ก็อดคิดไม่ได้ว่าพ่อแม่ของชิกามารุจะหน้าตาแบบไหนกันเหนอ

กลับมาแล้วเหรอ ชิกามารุ เปิดประตูเข้าไปก็เห็นหญิงสาววัยกลางคนหน้าตาสะสวยกำลังสวมผ้ากันเปื้อน

กลับมาแล้วฮะ…” ปกติแล้วแม่กับชิกามารุก็ไม่เคยจะโกรธกันได้นาน เมื่อคืนที่ชิกามารุไม่กลับบ้านคุณนายนาราก็ไม่ได้เป็นกังวลอะไรมากนัก เพราะยังไงเจ้าชิกามารุมันก็ผีเข้าผีออก บางทีก็ไปค้างบ้านโจจิไม่บอกไม่กล่าว ทำเอาทั้งเธอทั้งสามีวุ่นวายมาแล้ว

หืม พาเพื่อนมาด้วยเหรอ รู้สึกแปลกใจที่ไม่ใช่โจจิหรืออิโนะ ก็ปกติแล้วชิกามารุไม่พาใครมาบ้านมั่วซั่วหรอก

“…สวัสดีฮะ นารุโตะแอบดึงชายเสื้อชิกามารุไว้โดยไม่รู้ตัว

อ้าวเธอ ระหว่างที่คุณนายนาราเงียบไป เด็กชายก็เผลอกลั้นหายใจ อุซึมากิคุงรึเปล่าจ๊ะ แหม ใช่แน่เลย โตเป็นหนุ่มขนาดนี้แล้วเชียว จะว่าไปเราไม่เคยคุยกันเลยนะ

แหงดิแม่ ปกติแม่ก็ไม่ค่อยไปไหนหนิ จะเจอเจ้านี่ได้ไง

นั่นก็เพราะแม่มีแกไงล่ะเจ้าลูกบ้า ต้องคอยดูแลทั้งพ่อทั้งลูกจะไปไหนได้ล่ะยะ

ชิกามารุเบ้ปาก นารุโตะรีบสะกิดเขา อะไร

ไหนนายว่ามาขอโทษแม่อ่ะ

ฉันบอกแบบนั้นเหรอ

ใช่ เจ้านารุโตะกอดอก หน้าตาจริงจัง แต่ทว่ายังไม่ทันจะได้เอ่ยอะไร คุณนายนาราก็ไล่ทั้งสองออกจากแถวห้องครัว บอกให้ชิกามารุพาเพื่อนไปรอมื้อเย็นที่ห้องของตัวเอง

หนุ่มน้อยทั้งสองที่ไม่มีอะไรทำก็ได้แต่นอนกลิ้งเกลือกเล่น จนสายตาชิกามารุไปสะดุดเข้ากับกระดานหมากรุกบนหัวเตียง “นายเล่นหมากรุกเป็นมะ” พอหลุดปากถามไปก็ได้แต่ด่าตัวเองว่าถามเสียเปล่าแท้ๆ อย่างเจ้านารุโตะน่ะรึจะเล่นเกมใช้สมองแบบนี้เป็น

“ม่ายอ่ะ” คำตอบเป็นดั่งที่คาด นารุโตะลุกขึ้นมานั่งขัดสมาธิ มองชิกามารุหยิบกระดานมากางแล้ววางตัวเบี้ยไว้ข้าง ๆ

“อันนี้คือคาคุ เป็นตัวบิชอป เดินเฉียงได้สี่ทิศ แต่ตอนเดินห้ามข้ามหมากตัวอื่น ส่วนอันนี้คือเคียว เป็นตัวหอก เดินตรงได้อย่างเดียว...” แค่คำอธิบายแต่ละตัวหมากก็ทำนารุโตะหัวหมุนไปหมดแล้ว ตอนแรกที่พูดมาก็พอจะจำได้บ้าง แต่คิดไม่ถึงว่าจะเยอะขนาดนี้ ไหนจะตัวหมากที่เลื่อนยศได้อีก หัวสมองเขาร้อนจี๋แล้ว

เจ้าหนุ่มผู้มีไอคิวสองร้อยเห็นท่าทีอีกฝ่ายก็ทั้งเซ็งทั้งขำ รู้ทั้งรู้อยู่แล้วว่าจะหาเพื่อนมาเล่นหมากรุกด้วยอีกสักคนมันช่างยาก ยิ่งกับนารุโตะด้วยแล้ว

“เอ้า ฟังอีกรอบ”

“ว้า โทษที โทษที แต่ว่าน้า ยากชะมัดเลย” นารุโตะแอบมองอีกฝ่ายหวาดๆ ดูปฏิกิริยาว่าเจ้าตัวเบื่อเขาแล้วหรือยัง แต่นอกจากสีหน้านิ่งเฉยเป็นปกติแล้ว ชิกามารุก็ไม่ได้ว่าอะไรนอกจากอธิบายไปพลาง ด่าว่าเขาโง่ไปพลาง

“นายนี่ใจดีจังนะ” เจ้าของนัยน์ตาสีฟ้าโพล่งขึ้นมา ชิกามารุหุบปากที่กำลังสอนทันควัน ไม่รู้ทำไมว่าไม่กล้าสบตาเจ้านารุโตะมันเข้าดื้อ ๆ “เหมือนที่โจจิพูดไว้เปี๊ยบ...”

“ปกติฉันก็สอนใครต่อใครแบบนี้อยู่แล้ว” เด็กชายนาราพูดอย่างไม่ใส่ใจ แต่อันที่จริงดีใจมากจนแก้มแดงเถือก เจ้านารุโตะได้ชื่อว่าเป็นคนที่จริงใจที่สุดเท่าที่เขารู้จัก โดนคนแบบนี้ชมซึ่งๆหน้า ไม่หน้าร้อนผ่าวก็นับว่าตายด้าน

ปกติก็สอนใครต่อใครแบบนี้เหรอ? ถ้าคนรู้จักชิกามารุมาได้ยินเข้าต้องส่ายหน้าหวือ ปกติแล้วมีหรือคนขี้เบื่อขั้นสุดอย่างชิกามารุจะมานั่งอธิบายกติกาหมากรุกให้ใครฟัง? เล่นไม่เป็นหรือ? ก็เรื่องของแกสิ ชิกามารุน่าจะพูดแบบนี้มากกว่า ุถ้าหากเอาสถานการณ์นี้ไปเล่าให้คนอื่นฟังก็ไม่แคล้วโดนหัวเราะเยาะว่าฝันกลางวันอยู่รึไง

ตอนนี้ในใจคุณนายนาราก็เช่นกัน เธอได้ยินเสียงเอะอะพูดคุยอยู่ชั้นบน แปลกมากที่เป็นเสียงชิกามารุเสียส่วนใหญ่ ดังนั้นพอทำอาหารเสร็จ แทนที่จะเรียกเด็กทั้งสองลงมา เธอกลับเดินขึ้นไปเรียกเด็ก ๆ ด้วยตัวเอง

“เอ้า วางมือกันก่อนจ๊ะ ไปกินข้าวกันได้แล้ว”

“วางมืออะไร ยังไม่ทันจะได้เล่นด้วยซ้ำ” ชิกามารุบ่นอุบ เกรงว่าถึงอธิบายให้ฟังทั้งวันยังไงก็คงไม่ได้เล่นซักกะที

“ใครเขาจะชอบเล่นแต่หมากรุกทั้งวันเหมือนลูกล่ะหือ ออกไปวิ่งเล่นสลัดคราบคนแก่ไปหน่อยเถอะย่ะ แม่เห็นแกแล้วชักจะรู้สึกว่าลูกจะแก่กว่าพ่อมันไปทุกที ไปเถอะจ๊ะอุซึมากิคุง น้าทอดเทมปุระผักไว้เพียบเลย” เห็นได้ชัดว่าชิกามารุตกกระป๋องไปแล้ว แต่เจ้าตัวก็ไม่เดือดร้อนแต่อย่างใด ทั้งยังลุกอย่างเชื่องช้าอืดอาดชวนให้รำคาญสายตาเป็นที่สุด

ที่แท้ก็กระตือรือร้นเพราะหมากรุก คุณนายนาราคิดขณะกำลังคดข้าวใส่ถ้วย  เธอไม่ได้เห็นลูกทำหน้าจริงจังบวกกับดูสนุกสนานมานานแล้ว...ค่อยสมกับเป็นเด็กหน่อย

“พ่อไปไหนเหรอ”

“ไปทำภารกิจน่ะ อีกสามวันกลับ...อุซึมากิคุงลองทานนี่สิจ๊ะ ปลาสดมากเลยนะ แม่เพิ่งได้มาจากเพื่อนบ้านเมื่อวานแน่ะ”

เอ่ยปากไม่พอ หล่อนยังคีบส่งให้ถึงในจาน นารุโตะไม่ได้สนใจปลาเนื้อขาวจั๊วะนั้นเท่าคำพูดของคุณนายนาราเลย

แม่เหรอ?

“ไม่ต้องเกรงใจแม่นะ กินเยอะ ๆ ดูซิ ผอมแบบนี้ได้ยังไงกัน”

เขาก้มหน้าก้มตาคีบเนื้อปลาพุ้ยใส่ปาก เนื้อปลาหวานสดกลบรสขม ๆ ที่เกิดขึ้นในลำคอไม่ได้แต่นิด แต่ก็รู้สึกว่าเป็นอาหารเลิศรสที่สุด...นารุโตะรีบกระพริบตาไล่หยาดน้ำตาที่เพิ่งก่อตัวให้หายไป เงยหน้าฉีกยิ้มให้หญิงวัยกลางคนด้วยความรู้สึกตื้นตันสุดชีวิต

“อร่อยจังเลยฮะ...อร่อยที่สุด”

หล่อนวางแก้วน้ำ มองเด็กน้อยที่ตาแวววาวพยายามอดกลั้นน้ำตาสุดชีวิตด้วยความรู้สึกสะท้อนในอก คงอดทนมามาก คนอื่นนี่ยังไงทำตัวใจร้ายกับเด็กตัวแค่นี้ได้ลงคอ

“เอ้า”

นารุโตะมองตะเกียบคู่หนึ่งคีบเต้าหู้เย็นโปะลงบนถ้วยให้อย่างมีน้ำใจ ไม่พอยังคีบโน่นนี่ให้ไม่หยุดจนถ้วยเล็ก ๆ พูนไปด้วยกับ

“กินเยอะ ๆ ” ชิกามารุพูดแค่นั้น ก่อนโดนมะเหงกจากคุณนายนาราหนึ่งโป้กถ้วน

“เอาของที่แกไม่ชอบไปให้คนอื่นมันใช้ได้เหรอเจ้าลูกบ้า” ที่แท้ชิกามารุกำลังหาทางกำจัดเต้าหู้เย็นและขิงดองที่เขาไม่ชอบนั่นเอง

“ขอบใจนะชิกามารุ! ฉัน ฉันจะกินให้หมดเลย” นึกไม่ถึงว่าเจ้านารุโตะจะไม่คิดมากแถมยังดูดีใจมากต่างหาก ชิกามารุอดรู้สึกผิดไม่ได้ แต่...แต่ว่าในนั้นก็มีโคร็อกเกะที่เขาชอบด้วยนะ ไม่ใช่อย่างที่แม่ใส่ร้ายหมดซะหน่อย เจ้าหนุ่มผู้ชาญฉลาดปลอบใจตัวเองหนึ่งยกแล้วจึงกินต่อไปอย่างสบายใจ

ทั้งสามคนจัดการอาหารมื้อใหญ่อย่างใช้เวลาไม่นาน ทุกอย่างในถ้วยนารุโตะถูกเขมือบหมดเกลี้ยง สร้างความปลาบปลื้มให้แก่ผู้เข้าครัวอย่างมาก นานแค่ไหนแล้วที่ไม่ได้เห็นกริยาเปิดเผยที่มีต่ออาหารของเธอ ส่วนเจ้าสองพ่อลูกนั้นก็แค่ชมว่าอร่อยดีด้วยหน้าตานิ่ง ๆ  น่าเบื่อที่สุด

หลังจากที่ช่วยกันล้างถ้วยชามเสร็จแล้ว นารุโตะก็คิดว่าควรจะกลับบ้านได้สักที จึงเดินเข้ามาหาคุณแม่ที่นั่งอ่านหนังสืออยู่ในห้องนั่งเล่นเพื่อหมายจะบอกลา

“อืม ปกติแล้วนารุโตะคุงชอบกินอะไรรึจ๊ะ”

“เจ้าหมอนี่น่ะกินแต่ราเม็ง/ราเม็งฮะ! ชอบที่สุดเลย” สองเสียงตอบทันควัน

“โอ้ ยากนะนั่น แต่จะพยายามนะจ๊ะ” ผู้เป็นแม่ลุกจากโซฟา หยุดตรงหน้าแล้วค้อมตัวลงมาคุยกับเด็กชาย “ไว้คราวหน้ามาลองชิมดูนะ”

นารุโตะตาค้าง นึกว่าตัวเองหูฟาดไปเลยหันไปมองหน้าชิกามารุ เจ้าหมอนั่นก็เอาแต่ยิ้มแล้วก็พยักหน้า “ถ้านายชอบก็มากินอีกล่ะ” คำพูดเรื่อยเปื่อยนี้ทำเอาเขาบ่อน้ำตาแตกอย่างอดไม่อยู่ พุ่งตัวเข้าไปกอดชิกามารุหมับ

“แม่นายใจดีขนาดนี้ ฮึก น นายจะหนีมานอนห้องฉันอีกนะ อึก อ ไอ้บ้าชิกามารุเอ๊ย!” บ่นงึมงำใส่ข้างหูแทบไม่เป็นศัพท์ เคราะห์ดีที่ชิกามารุพอจะเดาออกว่ามันพูดอะไร

คุณนายนาราเห็นภาพวุ่นวายก็ส่ายหน้า แต่ใบหน้ามีแต่รอยยิ้ม หล่อนกวักมือเรียกนารุโตะเข้ามาใกล้ ๆ ลูบเส้นผมสีบลอนด์นุ่มนิ่มอยู่ครู่หนึ่ง

“ต้องมากินให้ได้นะ นารุโตะคุง”

คำพูดนี้เหมือนน้ำชุ่มฉ่ำที่รดบนผืนดินอันแห้งผากในหัวใจของเขา บางทีสิ่งที่เรียกว่าครอบครัวคงให้ความรู้สึกแบบนี้ สัมผัสแค่เพียงเศษเสี้ยวแต่อุ่นซ่านไปทั้งหัวใจ นารุโตะจะไม่ลืมวันนี้ ไม่มีทางลืมเด็ดขาด







ภาพเหตุการณ์ทั้งหมดค่อย ๆ เลือนราง ชิกามารุรูดดังโงะเข้าปาก นึกไม่ถึงว่าเพียงแค่นั่งมองสนามเด็กเล่นที่อยู่ตรงหน้า ความทรงจำเก่า ๆ ก็ฟุ้งเข้ามาในหัว แม้จะนานแล้ว แต่กลับจำได้แม่นยำ นั่นเป็นข้อดีข้อหนึ่งของตัวเขาที่ทั้งเกลียดทั้งรัก

นารุโตะออกจากหมู่บ้านไปฝึกวิชากับท่านจิไรยะได้สองปีเศษแล้ว เพราะพักหลังเริ่มมานั่งเล่นบ้านเขาบ่อยขึ้น แม่ของชิกามารุก็พลอยแต่ถามสารทุกข์สุขดิบของเจ้าหมอนั้นได้ไม่เว้นวัน ชิกามารุเบื่อแล้วที่ต้องตอบว่า ‘ไม่รู้เฟ้ย หายเงียบ ไม่ส่งข่าวสักกะอย่างจะไปรู้ได้ยังไงกันล่ะ’ เลยต้องแอบมานั่งเล่นอยู่แถวนี้จนเย็นย่ำ

“จูนินนี่ว่างขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย?”

“หา” ชิกามารุหันขวับทันทีที่ได้ยินเสียงคุ้นหู อันที่จริงหันเพราะข้อความที่กล่าวหาเขาต่างหาก ภารกิจเพิ่งทำเสร็จมาหมาด ๆ โดนเหน็บแหนมเช่นนี้เขายอมไม่ได้

ภาพที่เห็นทำเอาชิกามารุตะลึงไปชั่วขณะ เจ้าคนที่หายหน้าไปสองปีกว่ากลับมาแล้ว! ดูเป็นผู้ใหญ่ขึ้นจนทำเขาตกใจ ตัวงี้สูง ไหล่กว้างขึ้นแยะ แต่ยังไงก็ตัวแคระเกร็นกว่าเขาอยู่ดี

รอยยิ้มซื่อ ๆ ทำให้หวนกลับไปคิดถึงวันวานอีกครั้ง ชิกามารุอดยอมรับในใจไม่ได้ว่าเวลาเห็นเจ้าหมอนี่เป็น ๆ มายืนอยู่ตรงหน้ามันรู้สึกดีกว่า...ดีกว่าที่มานั่งคิดถึงมันเยอะเลย

“จริงสิ นึกถึงสมัยก่อนเลยเนอะ” นารุโตะทรุดตัวลงนั่งข้าง ๆ มองชิงช้าตรงหน้าที่ถูกแกว่งไกวโดยเด็กหญิงสองคน “ถ้าวันนั้นนายไม่เข้ามาคุยกับฉัน เราก็คงไม่รู้จักกันใช่มะ”

“ไม่รู้สิ” ชิกามารุเคี้ยวดังโงะลูกสุดท้ายในไม้

“ถ้าฉันไม่รู้จักนายล่ะก็คงไม่ได้รู้จักแม่ของนาย” น้ำเสียงเบาลงคล้ายกับทอดลอยไปไกล “......ถ้าเกิดไม่พบล่ะก็” ไม่รู้ว่าต้องทนนอนร้องไห้อีกกี่คืน...คำพูดนี้แผ่วเบาคล้ายกับการกระซิบกับตัวเอง

“อ๊ะ จะว่าไป วันนั้นนายยังไม่ได้ขอโทษแม่นายเลยนะ!”

“เจ้านี่ เรื่องแบบนี้ยังจะจำได้อีก” ชิกามารุบ่นอุบ ใครจะไปพูดขอโทษตอนนี้กัน มีหวังแม่ได้หัวเราะเยาะว่าเขาทำตัวเป็นคนขี้รื้อฟื้นตั้งแต่เมื่อไร

ท่ามกลางเสียงเจี๊ยวจ๊าวของเด็กน้อย พวกเขานั่งข้างกันเงียบ ๆ มีบ้างที่นารุโตะจะชี้ให้ดูโน่นนี่ เล่าเรื่องที่ออกเดินทางให้ชิกามารุฟัง ซึ่งอีกฝ่ายก็เป็นผู้รับฟังที่ดี ส่งเสียงอืออาตอบบ้าง ไม่ยักกะหลับไปด้วยความเบื่ออย่างที่ใครคาดไว้ บ้างก็ถึงกับเปิดปากเล่าเรื่องในหมู่บ้านให้นารุโตะฟัง

ทั้งคู๋ไม่รู้ว่าความรู้สึกยินดีที่เต็มตื้นอยู่ในอกตอนเห็นอีกฝ่ายมานั่งอยู่ข้าง ๆ นี่เรียกว่าอะไร แต่ก็เลือกที่จะเลิกสนใจมันไปซะแล้วปล่อยให้ตัวเองได้พักผ่อนซึมซาบมันอย่างเต็มที่

จวบจนท้องฟ้ากลายเป็นสีส้ม นกกาบินเต็มท้องฟ้า ชิกามารุถึงได้รู้สึกว่าควรจะกลับบ้านได้แล้ว เขาหันไปมองนารุโตะ อีกฝ่ายยังคงจ้องมองไปที่สนามเด็กเล่น มองภาพพ่อแม่พาลูกตัวเองกลับบ้าน เสี้ยวหน้าพลันปรากฎรอยยิ้มนุ่มนวล ไม่ได้เจ็บปวดอีกต่อไปแล้ว

...ดีจังเลยนะ

“นี่”

“หืม?”

“นายหิวรึยัง”

“หิวสิ แล้วนายกิ--”

“ไปกินข้าวบ้านฉันมะ” ชิกามารุขัด เห็นใบหน้านั้นนิ่งไปชั่วครู่ก่อนเผยรอยยิ้มยินดีจนแก้มแดงปลั่ง คิดว่าแม่คงดีใจที่เห็นเจ้านารุโตะ และเขาก็คง...ดีใจที่ได้เห็นมันมานั่งกินข้าวข้าง ๆ อีกครั้ง

“อื้ม! ไปสิไป” ชิกามารุลุกก่อน ดึงมือที่ยื่นมาด้วยความกระตือรือร้น นารุโตะโซเซอยู่สักพักก็ทรงตัวได้ ก้าวขึ้นเนินเดินตามชิกามารุไป “ชิกามารุ เล่นหมากรุกกันนะ”

“เล่นเป็นแล้วเหรอ”

“นายก็สอนฉันอีกสิ?”

“ฉันสอนนายนับครั้งไม่ถ้วนแล้ว นายก็ยังห่วยเหมือนเดิม”

“ครั้งนี้ต้องชนะได้แน่!” ท่าทางคำพูดจะอวดดีไปหน่อย ชิกามารุถึงกับหัวเราะพรืดออกมา “ชิกามารุนี่ก็ใจดีเหมือนเดิม”

จะห้าปีที่แล้วหรือตอนนี้ก็เหมือนเดิม และชิกามารุก็หวังว่าหลังจากนี้...มันจะเหมือนเดิมเรื่อยไป









[END]





สวัสดีค่ะทุกคน ขอบคุณที่อ่านจนจบนะคะ เดิมทีฟิคเรื่องนี้เราพิมพ์ค้างไว้นานมากแล้ว เพิ่งได้มาต่อจนจบ เป็นฟิคที่เราชอบ (ของเราเอง5555) เรื่องนึงเลยล่ะค่ะ
คนนึงเฉื่อยแฉะแสนฉลาดกับอีกคนสดใสร่าเริงแต่ซื่อบื้อ ไม่รู้ว่าทำไมมันถึงได้ดาเมจหัวใจขนาดนี้...ปากบอกว่าชอบกาอานารุ เขียนฟิคซาสึนารุ แต่ที่จริงก็ชอบคู่นี้ไม่น้อยเลยค่ะ จนอดที่จะเข็นออกมาสักเรื่องไม่ได้ (แต่กาอานารุยังอยู่ในไหดอง ฮา) ที่จริงแล้วกะจะแต่งเป็นแนวมิตรภาพ แต่ไหงมาลงที่วายนิด ๆ ได้ก็ไม่รู้//ปิดหน้าอย่างเขินอาย ถ้าหากอ่านแล้วชอบ ทิ้งคอมเม้นท์ติชมพูดคุยกันไว้บ้างจะดีใจมากนะคะ <3

ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ Z.XiUWEN จากทั้งหมด 21 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

7 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 4 มิถุนายน 2562 / 20:40
    เเงงงงง ชอบบมากกก ละมุนนสุดๆ ชิกะละมุนเกิ้น ดีต่อใจจจ
    #7
    0
  2. #6 cri; lufe (@preawbaba) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 1 มกราคม 2562 / 12:27
    เราชอบมากเลยค่ะฮือออออออออออออออออออ เราชอบคู่นี้ ชอบที่แต่งได้สมจริง(?)มากเลยค่ะ เราฮือออออออ ชอบมากนะคะ ชิกามารุกับนารูโตะอยู่ด้วยกันแล้วน่ารักที่สุดเลยค่ะ ขอบคุณที่แต่งนะคะ เราเพิ่งเคยเจอฟิคชิกานารุที่ดีขนาดนี้ ฮือออออออขอบคุณนะคะ;;;;-;;;;;
    #6
    0
  3. วันที่ 14 สิงหาคม 2561 / 22:41
    แง๊ คู่นี้หาอ่านยากมากค่ะ ขอบคุณนะคะที่แต่งขึ้นมา ; - ; เราอินมากๆ
    #5
    0
  4. #4 ゆめ。 (@Dreamer_Eater) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 22 มีนาคม 2561 / 23:21
    ฮรือ แต่งดีมากค่ะ คู่นี่แรร์มากเลย
    #4
    0
  5. วันที่ 13 มีนาคม 2561 / 01:34
    งืออ ชอบมากเลยค่ะ
    เนื้อเรื่องดำเนินอย่างธรรมชาติสุดๆ จนเราคิดตามเรื่องราวไปด้วยเลย แถมคู่นี้ช่างแรร์ยิ่งนัก ><
    #3
    0
  6. วันที่ 22 ตุลาคม 2560 / 20:40
    กรี๊ดกร๊าดแป็ป !

    อยากบอกว่าแพริ่งนี้หายากมากค่ะ ! แถมภาษาดีๆน่าอ่านแบบนี้ก็หายากจริงๆ เอาเป็นว่าชอบมากๆค่ะ !
    #2
    0
  7. วันที่ 21 ตุลาคม 2560 / 23:50
    รีบๆมาแต่งต่อเร็วๆนะฮะ จะรออ่านนน^^
    #1
    0