คัดลอกลิงก์เเล้ว

ยอดวิวรวม

324

ยอดวิวเดือนนี้

3

ยอดวิวรวม


324

ความคิดเห็น


1

คนติดตาม


2
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  17 ม.ค. 60 / 02:39 น.
นิยาย Devil may cry Fanficiton: Under The Mistletoe Devil may cry Fanficiton: Under The Mistletoe | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
นานๆจะได้เขียนแฟนฟิคชั่นของเกม DMC 

นานมากจริงๆ

เรื่องเก่าเรื่องยาวยังไม่เคลียร์เลยด้วยซ้ำ

แต่ตอนเดียวจบพลอตมันไม่ซับซ้อนเลยเขียนรวดเดียวเร็วปานจรวด


ขอต้อนรับผู้มีรสนิยมทุกสายนะคะ

แต่เรื่องนี้สายนอร์มอลล้วนค่ะ

โปกฮาขำๆนะคะ ฉากหยิวกิ้วเขียนไม่แก่งแต่พยายามเต็มที่ละ

ยินดีต้อนรับนักอ่านแฟนคลับคนเก่าๆ(ที่อาจหายไปแล้ว)กับนักอ่านคนใหม่ๆ ค่าาาาาาาาาาาา



เนื้อเรื่อง อัปเดต 17 ม.ค. 60 / 02:39




25 ธันวาคม 2xxx


เวลา  19.20 .

 

ณ ร้าน Devil may cry




“นายหนวดเฟิ้มแล้วดันเต้” เลดี้นั่นคือชื่อที่เขาใช้เรียกเธอมาตั้งแต่เจอกันครั้งแรกซึ่งมันก็นานพอตัวตั้งแต่แม่นี่เป็นแค่ยัยเด็กผมดำหัวร้อน ชอบใช้กำลัง จนในเวลานี้หล่อนเป็นสาวสวยสะพรั่งแต่ความหัวร้อนดูจะไม่ได้ลดลงไปเลย และหล่อนก็กำลังใช้ดวงตากลมโตทั้งสองสีจ้องมาที่ใบหน้าของเขาอยู่


“หืมม์?” ดันเต้ขานกลับ


“มันทำให้ดูเหมือนลุงแก่ ๆ อายุหกสิบเข้าไปทุกที” เธอยิ้ม


“เธอเลิกเอา­สีผมของฉันมาใช้ว่าฉันสักทีได้มั้ย?


“อย่าเคืองเลยคู่หู” สาวผมบลอนส์หน้าสวยคมพูดขึ้นบ้างหลังจากตัดแต่งเล็บเสร็จ “ว่าแต่นายหาหมวกซานต้าสีแดงไว้ใส่หรือยังล่ะ?” เธอคือทริชปีศาจที่มีจิตใจเป็นมนุษย์และเป็นคู่หูคนสำคัญของดันเต้แต่ในบางครั้งยัยนี่จะเข้าข้างและเห็นดีเห็นงามไปกับเลดี้มากกว่าคู่หูตัวเอง


เลดี้หัวเราะเพราะสิ่งที่ทริชเสนอมา


เห็นมะ? เข้ากันเป็นปี่เป็นขลุ่ย


“ฉันเป็นฮันเตอร์ไม่ใช่ซานตาครอส! แล้วอีกอย่างพุงของฉันก็ไม่ได้พลุ้ยแบบตาแก่นั่นเลยสักนิด”


“โกหก นายแขม่วมันไว้ตลอดเวลาต่างหาก” แม่สาวผมดำว่า


ดันเต้แสยะยิ้มและส่งสายตาเจ้าเล่ห์กลับไปหาเพื่อนสนิท “มันไม่ใช่ของจริงสิท่า?


“หา?


ทริชเหลือบตาไปมาระหว่างเพื่อนทั้งสองจึงส่ายหัว เพราะเธอรู้ว่าการโต้เถียงนี้ก็เป็นการเล่นสนุกอย่างหนึ่งของทั้งสองคน ถึงแม้มันมักจะจบลงด้วยเลดี้เป็นฝ่ายเริ่มใช้ความรุนแรง


แต่โชคดีของดันเต้เพราะวันนี้แม่สาวตาสองสีไม่มีปืนพกเหน็บอยู่ที่สะโพก ซึ่งปกติหล่อนต้องพกกระบอกสองกระบอกติดตัวไปไหนมาไหนด้วย


เจ้าหมอนี่คงสังเกตเห็นเหมือนกันเลยกล้าพูดเรื่องนี้สินะ

 

เขาชี้นิ้วไปที่หน้าอกของหล่อน “ไอ้หน้าอกดินระเบิดนั่นน่ะ จริง ๆ แล้วมันเป็นซิลิโคนล่ะสิก็ตอนรู้จักเธอใหม่ ๆ หน้าอกเธอเรียบยิ่งกว่าแผ่นกระดานโต้คลื่นซะอีก?


เลดี้ขมวดคิ้วแล้วพ่นลมหายใจออกมา “นายคงเข้าบาร์กระต่ายบ่อยเกินไปสายตานายเลยเพี้ยนจนแยกของจริงกับของปลอมไม่ออกดันเต้”


“ใครว่าล่ะ ตาของฉันดีกว่าเลเซอร์อายส์ของซุปเปอร์แมน เลดี้” เขาเอนตัวพิงเก้าอี้และใช้แขนทั้งสองรองศีรษะ “จะให้ฉันสแกนหน้าอกเธอให้ก็ได้นะ?


เธอกลอกตา “ทำอย่างกับนายไม่เคยสแกนมันมาก่อนอย่างนั้นล่ะ?


ดันเต้ยิ้มแล้วยักคิ้ว “นับครั้งไม่ถ้วน”

 

ทริชตบมือดังเพี๊ยะเบี่ยงเบนความสนใจจากทั้งสองได้ชะงักงัน “ถึงฉันจะชอบเวลาที่พวกนายสองคนต้อล้อต่อเถียงกันแค่ไหน” ปีศาจสาวจ้องตาดันเต้ครั้งหนึ่งแล้วไปจ้องเลดี้ “แต่ขอล่ะอย่าต่ำไปกว่าใต้เข็มขัดเลย โอเค๊?


“ใครอยากเถียงเรื่องพรรค์นั้นกับหมอนี่กัน?” เลดี้หันไปหาปีศาจสาวผมบลอนส์ “อีกอย่างฉันมีธุระต้องไปทำ”


“แล้วนายล่ะดันเต้ อย่าบอกนะวันดีๆ แบบนี้นายจะนอนขี้เกียจอยู่ในร้าน?


แว่บหนึ่งเลดี้มั่นใจว่าเธอเห็นหมอนี่ทำหน้าไม่พอใจ “….ฉันไม่ใช่เด็กแปดขวบที่จะกระดี๊กระด๊าอยากไปดูพาเหรดซานต้ากับกวางเรนเดียร์อีกอย่างข้างนอกหนาวจะชัก เชิญพวกเธอสองคนไปเองเถอะ” เขาปัดมือไล่


“ฮ่า ไม่มั้งนายแค่กำลังรอของขวัญจากซานต้า” เลดี้ส่ายศีรษะและส่งยิ้มกวนๆ “ที่อาจโผล่มาจากเตาผิง” ว่าจบเธอก็สวมเสื้อโค้ทกันลมสีดำยาวคลุมเข่าออกจากร้านไป


..ใครเขารอไอ้มนุษย์ไม่มีตัวตนแบบนั้นกัน?” ดันเต้ประชดไล่หลัง “ยิ้มอะไรของเธอทริช?


“เปล่าแค่คิดว่านายอยากได้ของขวัญคริสต์มาสสักชิ้น”


ดันเต้ทำหน้าเหยเก “ของขวัญ? ของขวัญหลอกเด็กสำหรับคนมีสมองแบบฉันเนี่ยนะ?


เธอถอนหายใจ “ก็ได้ พ่อคนมีสมอง ยังไงก็ฝากสวัสดีซานต้าเผื่อฉันด้วยล่ะ” ทริชโบกมือลาแล้วตามเลดี้ไปข้างนอก 


“ได้เลยทริช“ ครึ่งปีศาจหนุ่มหัวเราะหน้าตาย “เว้นแต่ถ้าตาแก่นั่นไม่ได้มาพร้อมถาดพิซซ่า ฉันจะเตะมันโด่งกลับขั้วโลกเหนือแทนคำทักทาย”

 

“ให้มันได้อย่างงี้สิ” ฮันเตอร์หนุ่มถอนหายใจ “ยัยสองคนนั้นทิ้งกันได้ลงคอ”


ดันเต้เหลือบตาไปที่รูปภาพอีวาที่ตั้งอยู่บนโต๊ะทำงาน “อะไรล่ะครับแม่?” เขาพึมพำใส่ประหนึ่งว่าแม่ของตนกำลังดุเขาอยู่ “ผมไม่ตามพวกหล่อนไปหรอก เพราะงั้น...งีบสักสี่ห้าชั่วโมงก็หมดคริสต์มาสแล้ว”



เมื่อตัดสินใจได้ดังนั้น ฮันเตอร์ผมเงินจึงหลับตาลงพร้อมจะจมไปกับการหลับใหลโดยมีเตาผิงประจำร้านคอยให้ความอบอุ่น กระทั่งหลายสิบนาทีผ่านไปเขาก็ต้องทำเสียงฮึ่มฮั่มหงุดหงิดใส่ตัวเอง

 




ที่ดันนอนไม่หลับ

 


ปกติหัวถึงหมอนเมื่อใดเขาจะผล็อยหลับไปอย่างง่ายดายแท้ๆ


“ความเงียบกลับมารบกวนไม่ให้ฉันนอนเนี่ยนะ? อย่าล้อเล่นน” ดันเต้ครางอย่างอารมณ์เสีย

 

ดั่งฝันร้าย ยังไม่ทันขาดคำก็มีแรงลมหนาวจากประตูใหญ่ปะทะเข้ามาพร้อมเสียงทักทายน่ารำคาญจากชายที่ดันเต้ไม่อยากได้ยินที่สุด


“เฮ้! เจ้าคนขี้เกียจ!” เอ็นโซ่ เฟอริโน่ เจ้าคนอิตาลีตัวเตี้ยผู้อ้วนท้วน


หน้าตาหมอนี่ไม่ได้ครึ่งของเขาหรอกแต่ดูเหมือนมันจะมีโชคเรื่องผู้หญิงมากกว่ามันช่างไม่ยุติธรรมเลย


….” ดันเต้ยังคงหลับตานิ่งบนโซฟา หวังในใจว่าเอ็นโซ่จะเลิกยุ่งแต่เสียงฝีเท้าหนักๆก็ยังเดินเข้ามาใกล้


“อย่าแกล้งตายน่าไอ้ปีศาจหนุ่ม” เอ็นโซ่ถอนหายใจ


“นายกำลังก่อกวนวันคริสต์มาสของฉันอยู่เจ้าอ้วน” ชายผมเงินขมวดคิ้วงึมงำอย่างรำคาญใจ


“คริสต์มาสของนาย?” เขามองไปรอบๆร้าน “ในร้านที่ไม่มีแม้กระทั่งมิสเซลโทประดับตรงบานประตูเนี่ยนะ? ฉันไม่คิดว่านายกำลังฉลองคริสต์มาสอยู่”


“ไปให้พ้นเอ็นโซ่” ดันเต้ตัดบท “นายรู้ใช่มั้ยว่าวันนี้ฉันไม่รับงานกำจัดปีศาจน่ะ?


“ฉันไม่ได้มาที่นี่เพราะเรื่องพวกนั้น แต่ฉันจะมาชวนนายไปนั่งดริ๊งที่บาร์กระต่าย”


“ฉันไม่มีอารมณ์ไปนั่งแอ๊วสาวเป็นเพื่อนนาย” ชายหนุ่มผมเงินปัดมือไล่ “ผ่าสิ นายใช้ฉันไปเป็นตุ๊กตาหน้ารถเวลานายแอ๊ว สาวต่างหาก อย่าหาว่าฉันไม่รู้”


“ฮ่าๆ เรื่องนั้นก็ขอบใจนายแล้วกันเพื่อนเอ๋ย ว่าแต่นายจะนอนเหงาอยู่แบบนี้จริงดิ?” เอ็นโซ่พยายามคะยั้นคะยอไม่ลดละ “วันนี้สาวสวยหลายคนพร้อมมอบกายให้นะถ้าพวกหล่อนถูกใจนายขึ้นมา ถือซะว่าเป็นของขวัญคริสต์มาสชายโสดไง?


โอเคแผนนี้เข้าท่าอยู่หรอกแต่ “ถ้าฉันไปฉันจะไม่ไปกับนายเด็ดขาด”


“สาวทรงโตเชียวนะ?


ที่ร้านฉันมีอยู่แล้ว” เขาชูนิ้วชี้กับนิ้วกลางขึ้น “ตั้งสองคน”


“ก็จริงของนายแต่พวกหล่อนไม่ได้ใส่ชุดซานตี้นี่หว่า”


“ไม่ต้องห่วง ฉันจะบังคับพวกหล่อนใส่….” ดันเต้ยิ้มกับให้กับความคิดนั้น


“จะให้ฉันกับทริชใส่อะไร?” เสียงเล็กดังขึ้นที่ประตูหน้า เอ็นโซ่สะดุ้งร้อง ส่วนดันเต้ก็ลืมตาทั้งสองด้วยความตกใจก่อนจะพลิกตัวกลับไปยังต้นเสียงนั้น เลดี้?


“สะ สวัสดีคุณเลดี้!” เอ็นโซ่พูดตะกุกตะกักเพราะโดนตาคมๆของหล่อนจ้องมอง “อะเอ่อ ผมไม่ได้พูดอะไรนะ! เอาเป็นว่าผมต้องไปแล้ว บาย สุขสันต์วันคริสต์มาสทั้งสองคน!!” หนุ่มอ้วนรีบเดินผ่านเลดี้ หันมาถอดหมวกโค้งคำนับแล้วแจ้นหนีไปราวกับติดจรวด


“อะไรของมัน” ดันเต้งึมงำอย่างโล่งอกที่เอ็นโซ่วิ่งแน่บออกจากร้าน


เธอเดินตรงเข้ามายืนที่โซฟาตัวที่ดันเต้กลับไปนอนหันหลังให้เธอ “ไง ซานต้าปีนปล่องไฟลงมาหานายรึยัง?


“ซานต้าหนีเตลิดเปิดเปิงไปแล้วตั้งแต่เธอกลับเข้ามาที่ร้าน เลดี้”


“เอ็นโซ่? นายได้อะไรจากหมอนั่นงั้นเหรอ? เธอถามขณะที่ตัวเองกำลังนำเสื้อโค้ทกับถุงกระดาษสองถุงใหญ่ไปวางไว้ที่โต๊ะทำงานของดันเต้แล้วจึงเดินกลับมายืนใกล้โซฟาอีกครั้ง


“หมอนั่นแค่ชวนฉันไปจับกระต่าย” ดันเต้พลิกตัวนอนหงายโดยมีแม่สาวผมดำยืนเท้าเอวอยู่ข้างๆโซฟา


“แล้วทำไมนายไม่ไป?” เธอหรี่ตามองลงมาเพราะรู้ว่า กระต่าย ที่ว่าคืออะไร


“แล้วเธอล่ะกลับมาที่ร้านทำไม? เขาถามกลับ


“ฉันถามนายก่อน”


ชายหนุ่มยิ้มมีเลศนัยแล้วเงยหน้ามองเลดี้ “ก็ถ้าฉันไปซานต้าตัวจริงจะไม่เจอฉันน่ะสิ”


“ถ้าตาแก่ทึนทึกนั่นมีอยู่จริง ฉันรับประกันว่าเขาก็ไม่อยากมาเจอนายหรอก”


ดันเต้ดันตัวเองขึ้นมานั่ง “แต่เธออยากเจอฉัน?


หญิงสาวขมวดคิ้ว “ฉันเนี่ยนะ?


“ก็เธอกลับมาที่ร้านแต่หัวค่ำของวันคริสต์มาสทั้ง ๆ ที่มีที่อื่นน่าไปกว่าร้านของฉันอยู่เยอะแยะ” เขาว่าพร้อมยักคิ้วสีเงินท่าทางน่าหมั่นไส้ “แต่เธออยากเจอฉันมากกว่าเลยรีบแจ้นกลับมาที่ร้านเพื่อมาอยู่กับฉันสองต่อสองแทนที่จะไปเที่ยวต่อ”


“อย่าหลงตัวเองไปหน่อยเลยดันเต้ ทำไมฉันต้องอยากกลับมาอยู่เป็นเพื่อนนายแค่สองต่อสองด้วย?


“ฉันไม่ได้หลงตัวเองที่รัก มันเป็นความจริงเพราะฉันรู้เธอชอบต่อล้อต่อเถียงกับฉันขนาดไหน”


เธอส่ายหน้าแล้วหัวเราะ “น่าเสียดายที่ฉันชอบเถียงกับนายแต่ฉันไม่ได้อยากอยู่กับนายสองต่อสอง”


เลดี้พยายามตอบแบบรักษาคะแนนความปากไม่ตรงกับใจของตัวเองทำให้ดันเต้ยิ้มกว้าง “คำตอบกำกวมแต่ก็พอยอมรับได้เลดี้ ขอบใจที่กลับมา” อีกอย่างทั้งสองคนต่างรู้ไส้รู้พุงของอีกฝ่ายดี ว่าในวันแบบนี้ไม่มีที่ไหนน่าไปกว่าการอยู่ด้วยกันกับครอบครัวแล้ว


“ในร้านหนาวชะมัด” ฮันเตอร์สาวยืนถูแขนตนไล่ความหนาวยะเยือกออกไป “ทำไมนายไม่รู้จักเติมฝืนใส่เตาผิงซะบ้าง?” สาวสวยบ่นและเดินไปที่หน้าเตาผิงก่อนจะโยนกองฝืนลงใส่


“ฉันไม่รู้สึกหนาวแฮะ” หนุ่มผมเงินหนวดรกรุงรังลุกขึ้นจากโซฟาตรงดิ่งไปที่ถุงกระดาษที่เลดี้วางไว้ที่โต๊ะ


“อย่างว่าชั้นไขมันนายคงหนาเป็นเมตร ๆ นายเลยไม่รู้สึกรู้สาอะไรฮะเฮ้! เบียร์ของฉัน!


“ซื้อมาเยอะขนาดนี้คิดว่าเธอดื่มไหวเราะ?” ดันเต้ใช้ขอบโต๊ะงัดฝาเบียร์เปิดออกดังป๊อกแล้วกระดกดื่มเข้าอึกใหญ่ “ตั้งเยอะก็เอาออกมาดื่มแก้หนาวหน่อยสิ ยัยขี้งก” เขาเปิดอีกขวดหนึ่งแล้วยื่นให้เพื่อนสาว


เลดี้ถอนหายใจจึงรับขวดแก้วสีเขียวขุ่นเนื้อเย็นยะเยือกมาถือไว้ในมือ “ของ ๆ นายอยู่อีกถุงนึงต่างหากตาเซ่อ”


ดันเต้กระพริบตาท่าทางประหลาดใจ “เธอโกหกฉันใช่มั้ย? อย่างเธอเนี่ยนะซื้อของขวัญให้ฉัน” เขาทำเสียงสะอึกสะอื้น ปลาบปลื้มใจ


“ถ้านายร้องไห้ฉันจะถ่ายรูปแน่ ๆ ดันเต้” เธอนึกขำเมื่อเห็นทาทางของหมอนี่ ผู้ชายที่อายุอานามย่างเข้าสามสิบทำตา ลุกวาวเจิดจ้าเหมือนเด็กห้าขวบขณะที่กำลังเปิดดูของขวัญของตัวเอง


“อะไรเนี่ย” น้ำเสียงฉงนสงสัยโดยที่มือทั้งสองก็ถือมิสเซลโทขนาดเท่าพวงมาลัยรถยนต์ มันถูกประดับด้วยใบไม้สีเขียวสดหลายใบกับผลเบอร์รี่เล็ก ๆ หลายสิบลูกมีริบบิ้นผูกโบว์ขนาดมหึมาสีแดงจัดจ้าน


ดันเต้ทำหน้าห่อเหี่ยวมองพวงหรีดคริสต์มาแล้วมองหน้าเลดี้แล้วมองพวงหรีดอีกรอบนึง “จะใช้มันคล้องคอฉันรึไง?


เธอหัวเราะก๊ากออกมาเสียงดัง “ถ้านายอยากได้อะไรไว้คล้องคอจริง ๆ ฉันจะไปหาซื้อกระดิ่งกวางเรนเดียร์มาให้แทนก็ได้”


ดันเต้หรี่ตาสีฟ้าของตัวเองและเบะปากใส่หญิงสาวที่หัวเราะคิกคักอย่างมีความสุข “ฉันเป็นครึ่งปีศาจไม่ใช่กวางเรนเดียร์ดูสิ ฉันไม่มีกีบเท้าสักหน่อย” ฮันเตอร์หนุ่มเดินอาด ๆ ไปที่ประตูหน้าร้านพร้อมกับมิสเซิลโทพวงใหญ่ “คราวนี้เจ้าเอ็นโซ่จะได้เลิกมาว่าร้านของฉันสักที” หลังจากแขวนมันไว้เหนือบานประตู เขายืนเกาคางที่มีแต่หนวดสีเงินอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะกวักมือเรียกเลดี้


“มานี่หน่อยสิเลดี้”


“อะไร?” เธอวางขวดเบียร์ลงบนโต๊ะจากนั้นจึงเดินไปหาดันเต้ที่หน้าประตู


“ฉันเองก็มีของจะให้เธอเป็นการแลกเปลี่ยนเหมือนกัน” เขาวาดวงแขนขึ้นมาโอบไหล่บาง ขอบคุณอากาศหนาวข้างนอกร้านที่ทำให้เลดี้ยอมให้เขาโอบง่ายดาย “แต่เธอต้องเลือกให้ดีนะ”


“เลือก?” เธอขมวดคิ้วมุ่นใส่ร่างสูงข้างตัว “นายบอกให้ฉันเลือกในขณะที่ฉันยังไม่เห็นของขวัญแลกเปลี่ยนของนายเลยเนี่ยนะ?


“ตอนนี้ฉันมีทุนในกระเป๋าน้อยนิดแต่ยังสามารถซื้อชุดซานตี้ให้เธอได้ชุดนึง”  เขายิ้มแย้มซุกซน


“ห๊ะ?! ใครจะไปอยากได้ของแบบนั้น..?!


“อย่างที่สอง” ดันเต้พูดขัดแล้วชี้ปลายนิ้วไปที่มิสเซลโทที่แขวนอยู่เหนือบานประตู “จูบทีนึงใต้มิสเซลโท”


เลดี้กระพริบตาตะลึงงันก่อนจะรีบถอนตัวเองออกมาจากวงแขนของปีศาจหนุ่ม “มันเป็นของขวัญตรงไหน?!


เขาฉีกยิ้มเจ้าเล่ห์อีกหน “แปลว่าเธอจะใส่ชุดซานตี้ที่ฉันจะซื้อให้?


สาวผมดำถลึงตาก่อนร้องออกไป “ใครจะไปใส่!


“งั้นเธอจะให้ฉันจูบ?


หล่อนทำเสียงกระอักกระอวนหน้าซีดเผือด “นาย นี่มัน นายบังคับให้ฉันรับของขวัญของนายไม่ได้นะ!


“เลดี้ฉันไม่ยอมให้เธอเป็นฝ่ายให้ของขวัญฝ่ายเดียวหรอก ตามธรรมเนียมคริสต์มาสเราต้องแลกกัน เข้าใจคำว่าธรรมเนียมหน่อยสิ!” ดันเต้พยายามยกเหตุผลร้อยแปดให้เธอยอมจำนน


“อย่าเอาธรรมเนียมมาอ้างนะดันเต้ นายตั้งใจฉวยโอกาสนี่หว่า!


“ฉันจริงใจต่างหาก” เขาเถียงแล้วรั้งแขนเธอไว้ไม่ให้วิ่งหนีจากไป ไม่มีทางจะปล่อยให้เธอหนีไปหรอก “เลือกมาระหว่างชุดซานตี้กับจูบเดียวใต้มิสเซลโท”


“นายบ้าไปแล้ว” เลดี้ครางแบบทุกข์ตรม


ฮันเตอร์หนุ่มฉวยจังหวะที่เธอลดการ์ดลงอยู่ดันร่างเล็กพิงประตูร้านเอาไว้ “เธอไม่อยากได้ชุดแต่เธอได้จูบจากครึ่งปีศาจเชียวนะ?


“จูบนายจะกี่เซนต์เชียว”* หล่อนเม้มปากแน่นใบหน้าที่เคยขาวซีดค่อยๆเปลี่ยนเป็นอมชมพูสุกปลั่งอีกครั้ง ดวงตากลมโตสองสีเบิกกว้างจ้องไปยังดวงตาสีฟ้าคู่ตรงหน้าในระยะประชิด


ดันเต้ยิ้มมุมปากชอบใจเมื่อรู้สึกได้ว่า แม่สาวหัวร้อนคนนี้กำลังโดนเขาต้อนซะอยู่หมัด “จูบนี้มีมูลค่าทางจิตใจเหมือนกับที่ผ่านมา ฉันรับประกันเลย คนสวย….


เมื่อเห็นใบหน้าแกร่งของดันเต้ขยับเข้ามาใกล้หล่อนกลับตัวแข็งทื่อ ไม่มีแรงต่อต้านซะอย่างนั้น เป็นเพราะอากาศข้างนอกนี่มันหนาวจัดรึเปล่าถึงทำให้การเคลื่อนไหวของเธอช้าลง


เลดี้หลับตาปี๋เมื่อริมฝีปากของหมอนี่กำลังเข้ามาใกล้ เธอคาดหวังว่าจะรู้สึกถึงสัมผัสตรงริมฝีปากตัวเอง

 


แต่ไม่ยักรู้สึกอะไรเลย

เกิดอะไรขึ้น?

หมอนี่เปลี่ยนใจกะทันหันเราะ?

 

ในความโล่งอกก็มีวามผิดหวังแซมอยู่เล็กน้อย หมอนี่แค่แกล้งเธอสินะ?


 เมื่อตัดสินใจเปิดเปลือกตาก็ต้องตกใจเมื่อเห็นฝ่ามือขาวเนียนและเรียวบางคู่หนึ่งมาปิดปากของดันเต้เอาไว้ ฝ่ามือนี่ไม่ใช่ของใครที่ไหนแต่เป็นของ ทริช


ปีศาจสาวผมบลอนส์ดังแม่พระมาโปรดเธอเข้ามาขัดจังหวะการจุมพิตครั้งนี้ได้อย่างน่าตกใจนัก “ตอนนี้มันสามทุ่มก็จริงนะพวกนาย แต่เด็ก ๆ ยังไม่เข้านอนหรอก” เธอว่าก่อนจะถอนมือออกจากปากดันเต้ ชายหนุ่มผมเงินถลึงตาใส่คู่หูสาวเพราะถูกขัดขวาง


“อะไรของเธอเนี่ยทริช!” เขาโวยวายใส่  และตอนนี้เองเป็นโอกาสเหมาะที่เลดี้จะสามารถลากตัวเองหนีออกจากบานประตูที่เพิ่งถูกจับกดไว้และรีบไปแอบหลังทริช “ทำไมเธอมาขัดจังหวะสำคัญทุกทีเลย!


“ขอโทษทีคู่หู” ทริชหัวเราะใส่ชายหนุ่ม “แต่พวกแม่ ๆ เขาบอกว่าเห็นพวกนายโหวกเหวกใส่กันเสียงดังฉันก็นึกว่าจะมีการวางมวยก็เลยอาสามาแยก แต่ไม่คิดว่าที่พวกหล่อนกำลังกังวลคือการปล่อยให้เด็ก ๆ ใสซื่อเป็นสิบคนมาจ้องตาเป็นมันกับฉากเลิฟซีนของนายกับเลดี้”


ดันเต้อ้าปากค้าง “นี่มันเป็นข้อตกลงของฉันกับเลดี้ ฉันแลกของขวัญกับเธอด้วยจูบของฉัน มันผิดมากหรือไง?


“เป็นแบบนั้นเหรอเลดี้?” ทริชหันมาหาหญิงผมดำที่กำลังกลืนน้ำลายเอื้อกอยู่


หล่อนรีบส่ายหน้าเป็นพัลวัน “มะ..หมอนี่ตัดสินใจเอาเองต่างหาก!


ดันเต้จ้องเลดี้ท่าทางกินเลือดกินเนื้อพลางพูดผ่านไรฟัน “เธอจำไว้นะ จำเอาไว้เลย”


“ก็นายเลือกของขวัญตอบแทนได้ห่วยเองนี่!


เขาแสยะยิ้ม “เธอรู้ดีว่าจูบฉันมันไม่ห่วย”


“อึก.. เลดี้สะอึกหมอนี่พูดเรื่องจริง ความจริงที่ทั้งน่าอายและน่ามหัศจรรย์ ความจริงที่เธอพยายามอย่างหนักที่จะไม่คิดหรือพูดถึงมันอีก


“เอาล่ะ ๆ สรุปนายกำลังจะบอกว่าฉันมาขัดจังหวะการให้ของขวัญหล่อนใช่มั้ย?” ทริชเท้าเอว “จูบตอบแทนใต้มิสเซลโทเนี่ยนะ?


“ถูกเผง” ดันเต้พยักหน้า “เพราะงั้นหลบไปทริชให้ฉันจบเรื่องกับแม่นี่ได้แล้ว”


“เห็นท่าจะลำบากแล้วดันเต้” ทริชดันแผ่นอกของดันเต้กลับออกไป “ถึงนายจะจูบเลดี้ต่อหน้าฉันฉันก็ไม่ถือหรอก แต่นายแน่ใจนะว่าจะจูบเธอต่อหน้าแม่ลูกโรเวลล์?


ดันเต้กับเลดี้กระพริบตาปริบๆแล้วหันควับไปที่บันไดขึ้นร้าน พวกเขาสองคนเห็นสาวน้อยผมทองที่ตอนนี้โตเป็นสาววัยรุ่นแพตตี้ โรเวลล์และแม่ของเธอในชุดกระโปรงหรูหรากำลังส่งสายตาเป็นประกายกลับขึ้นมาประหนึ่งเหมือนกำลังดูฉากเลิฟซีนในภาพยนตร์


“แหมทั้งสองคน! ต่อเลยสิกำลังเข้าด้ายเข้าเข็ม!” แพตตี้ตบมือเชียร์ชอบอกชอบใจ


“แพตตี้” มิสซิสโรเวลล์ตีแขนลูกสาว “คือพวกเราแม่ลูกแวะเอาของขวัญคริสต์มาสมาให้พวกคุณสามคนน่ะค่ะ ไม่รู้จะถูกปากหรือเปล่า” เธอยกกระเช้าขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยอาหารทำมือเลิศรสที่เพิ่งทำเสร็จมาใหม่ ๆ ให้ดันเต้


“ขอบ..ขอบคุณ” คู่กรณีหนุ่มสาวพูดขึ้นพร้อมกันแล้วหันมาจ้องตากันโดยที่ต่างคนต่างเข้าใจแววตาของอีกฝ่ายเป็นอย่างดี



“อย่านึกว่าเธอจะหนีไปง่าย ๆ เลดี้”

“เฮอะเอาจูบของนายไปจูบไก่งวงในกระเช้าแทนเถอะย่ะ”



ทริชยิ้มอย่างอารมณ์ดี เธอตบหลังชายหนุ่ม “พาพวกเขาเข้ามาในร้านเถอะดันเต้ ฉันซื้อพิซซ่ากล่องใหญ่มาพอดีเลย ถือซะว่าคืนนี้ Devil may cry เปิดศักราชจัดงานฉลองคริสต์มาสครั้งแรกก็แล้วกันนะ!


“โธ่ ก่อนหน้านี้ก็เอ็นโซ่ คราวนี้ก็แม่ลูกโรเวลล์ อย่าบอกนะต่อไปเจ้ามอริสันจะโผล่มาด้วยอีกคน” ดันเต้โอดครวญ


“ฉันชวนมาเรียบร้อยแล้วล่ะ!” แพตตี้ยกมืออย่างกระตือรือร้น “มอริสันตกลงว่าจะเอาน้ำหวานกับเหล้ารัมที่พวกคุณสามคนชอบมาให้ด้วยนะ!


“ว้าวเยี่ยมมากแพตตี้” เลดี้ยิ้มให้สาวน้อย “คนบางคนแถวนี้ต้องการเหล้ากรอกปากย้อมใจพอดี” ว่าจบหล่อนก็หันไปแลบลิ้นใส่ครึ่งปีศาจผมเงิน


ดันเต้กลอกตามองแม่สาวผมดำตัวแสบ “ตราบใดที่มิสเซลโทของเธอยังแขวนอยู่ที่ประตูหน้าร้านนี้ ฉันไม่ถือว่ามันเป็นโอกาสสุดท้ายหรอกนะ”

 

 




จบเถอะ





*เซนต์ในที่นี้หมายถึงหน่วยเงิน Cents ของสหรัฐอเมริกานะคะ



ความจริงจะลงตอนสิ้นปีแต่ก็ไถยาวมากลางมกรา XD

เรื่องนี้เขียนสนุกตรงที่บทเถียงกัน (Banter) ค่ะ ถถถถถถถถถถถ

เรื่องคั่งค้างของคู่นี้ยังไม่ได้สะสางอีกสามเรื่อง เพราะอีคนเขียนยังไม่มีอารมณ์สานความอยากตัวเองค่ะ


ขออภัยที่ทำให้หงุดหงิดนะจ้ะ T^T

ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ Super-Jump จากทั้งหมด 17 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

1 ความคิดเห็น

  1. #1 ormsin2541 (@ormsin125) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2560 / 11:15
    ไม่น่ามาขัดเลย!! ทริส!!!
    #1
    1
    • #1-1 Dew-on-sandy (@ladygreen) (จากตอนที่ 1)
      24 กุมภาพันธ์ 2560 / 18:53
      จากเกมสามภาคแรก ไรท์คิดว่าดวงชะตาของลุงแกมัน แนว นารีพิฆาตอ่ะนะ เอะอะโดนยิงเอะอะโดนถีบ ถถถถถถถถถ
      #1-1