คัดลอกลิงก์เเล้ว

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
    Hey honey..      I'll show ya some... 


ในช่วงเวลานึงของชีวิตเรา..





ทุกๆคน ต่างก็ผ่านเรื่องราวต่างๆ







เราผ่านทั้งเรื่องที่ดี





และผ่านทั้งเรื่องร้าย





เราเจอคนที่ทำให้สุขใจจนเหมือนกับฝัน



เราเจอคนที่ทำให้คำว่าชีวิต 



มันเต็มไปด้วยความหมาย



ผมเจอมาหมดแล้วทุกอย่าง








    





                แต่เชื่อเถอะ...
                                    คุณจะไม่อยากเป็นเหมือนผม



.................


เดินเข้ามาใกล้ๆสิครับ

ผมจะเล่าอะไรให้ฟัง





.
.
.




                'Cause he's ma ex-dear.  







© themy butter

เรื่องในตอนนี้ อัพเดท 27 ก.ค. 59 / 17:07

บันทึกเป็น Favorite


= Memo it! =

วัน 07 / เดือน 12 / ปี 20xx

-          ซื้อรามยอนมาตุนไว้ที่หอ

-          ทำ Model โปรเจคกลุ่มต่อ

-          ส่งงานอาจารย์ sec 03

 

วัน 10 / เดือน 04 / ปี 20xx

-          นัดเอาของที่ร้านในฮงแด

-          **ไปรับอารึมพาไปทำฟัน

 

วัน 23 / เดือน 09 / ปี 20xx

-          คุยงาน อ.แชวอน

-          อย่าลืมเช็คดินสอร่างแบบที่ออกใหม่

-          !! ซักผ้าซะทีเฮ้ย !!

-          นัดเฮียแจ็คสัน (ที่เดิม)

 

 

วัน xx / เดือน xx / ปี xxxx

 

 

……………

 

 

 

 

 

 

 

“ยูคยอม”

 

.....อืม?”

 

“เมื่อเช้าที่คุยกันน่ะ  เราล้อเล่นนะ 55555”

 

“..อื้อ รู้แล้วล่ะ หึๆ”

 

“นี่ยูคยอมอ่าา  เราทำมันไหม้อีกแล้ว!

 

“หื้ม?  อะไรไหม้”

 

“ก็ ชอคโก้คุ้กกี้ยังไงเล่า! ที่เราสัญญาว่าจะทำให้ยูคยอมกินก่อนปิดซัมเมอร์รอบนี้ไง ..นี่อย่าบอกนะ”

 

“อ๊ะๆๆ จำได้สิ จำได้ๆ”

 

“จะงอนแล้วนะ.....”

 

“อ๋า...อย่างอนนะครับ นะ อย่างอนนะ”

 

“........”

 

“อย่างอนนะครับ ...ที่รัก...  นะ”

 

“....คิ”

 

“ห่ะๆๆ ยิ้มแล้วล่ะสิ”

 

“ฮึ?  ยิ้มอะไร? ใครยิ้ม”

 

“ก็เมื่อกี้ได้ยินเสียง .. คิ ...”

 

“..ฮ่าๆๆ”

 

“คิคิคิ ... คิคิ...”  ร่างสูงๆของผมนอนทอดลงไปกับเตียง  ในมือกำลังถือโทรศัพท์ 

 

ปากสีคล้ำเข้มของผู้ชายที่ปกติไม่เคยได้พูดจาอะไรน่ารักๆซักเท่าไหร่... ในตอนนี้กำลังกรอกเสียงที่คิดว่าตัวเองดูน่ารักที่สุดในโลกลงไปในโทรศัพท์

 

 “ฮ่าๆๆๆๆๆ พอๆ พอเลยนะ”

 

“คิคิ...   อ้าว  นึกว่าชอบนี่?”

 

“พอเลย ชอบที่ไหนกัน ชิส์”

 

“ตกลงคิดได้ยัง  พรุ่งนี้จะไปสเก็ตช์ภาพที่ไหน”

 

“งื้ม.. นั่นสิ  จะเลือกที่ไหนดีนะ?    อ้ะ! รู้แล้ว  เรื่องพวกนี้น่ะต้องถามพวกจงอินไง”

 

“........  จงอิน?”

 

“ใช่ จงอินไงล่ะ นี่ยูคยอมจำไม่ได้เหรอ? มหาลัยของเรากับของจงอินจะได้ออกไปสเก็ตช์ภาพนอกสถานที่ด้วยกันนะ”  

 

“...................”

 

“แถมเราจับฉลากได้กลุ่มเดียวกับจงอินด้วย! คิๆ เราดีใจมากอะ จะได้คุยงานกันง่ายๆหน่อย ...อ้อ 

วันนั้นยูคยอมไม่มานี่ จำได้ไหม? ที่น้องอารึมไม่สบายไง ตัวเองเลยต้องพาไปหาหมอน่ะ”

 

ผมนิ่งไปนานมาก... และคงเพราะว่านานผิดสังเกต แฟนของผมถึงพูดขึ้นมาอีกที

 

“ยูคยอม ...ทำไมเงียบจัง”

 

“....เอ่อ  อื้ม  ก็ดีนะ.... ไปกับจงอิน”

 

“แฟนของจงอินก็ไปด้วยนะ  โชคดีจังเลย! พวกเราได้อยู่กลุ่มเดียวกัน ยูคยอมจำแฟนของจงอินได้มั้ย?”



 

จำได้สิ

 

“เอ... ชื่ออะไรนะ แพ.. แพม??”

 





“แบมแบม”

 

 

“อ๊า ใช่ๆๆ แบมแบม ชื่อน่ารักจังเนอะ ก็คนต่างชาตินี่นา”

 

“ฮาร่า”

 

“ฮื้ม? จ้ะ?”

 

“....เราง่วงแล้วล่ะ  ไว้พรุ่งนี้เดี๋ยวโทรไปปลุกนะครับ เวลาเดิมนะ”

 

“อื้ม ได้สิ ยูคยอมอ่าน่ารักที่สุดในโลกเลย!

 

…………………………….

 

…………………….

 

……………

 

……….

 

….       

 


Forget-Me -Not.

 




 

[YG thought  = Blue]

[BB thought  = Pink]






= วัน sketch ภาพนอกสถานที่ =

 

“เฮ้ยยยย ไอ้คิมยู!”   น้ำเสียงแหบห้าวและแรงกระแทกฝ่ามือลงบนบ่าของผม


“เฮียเหรอ”

  

“เออดิวะ! เฮ้ย!!!!  เสียงพี่รหัสของผมดังลั่นยิ่งกว่าเดิมตอนที่ผมหันหน้าไปมอง


“อะไรเนี่ยเฮีย  โหวกเหวกแต่เช้า  หูชาหมดละ”


“มึง….เป็นเชี่ยไรวะ  ทำไมตามึงโบ๋ขนาดนี้”  แจ็คสัน พี่รหัสผมมองหน้าผมตาค้าง


“นอนน้อยไปหน่อยมั้ง”   พูดจบผมก็หันไปจัดการกับสัมภาระที่วางกองๆอยู่ที่พื้นต่อ  มีกระเป๋าใส่บอร์ดกระดานเอาไว้วาดแบบ กระเป๋าอุปกรณ์สเก็ตช์ภาพ กับของใช้ส่วนตัวเล็กๆน้อยๆ


 

.... แหงล่ะ  เมื่อคืนกว่าจะได้นอน

 


 

                ผมเรียนคณะสถาปัตย์  ปี 3    แก๊งเพื่อนผมและบรรดาพี่ๆที่รู้จักคุ้นเคยกันในวงเหล้าต่างก็เรียนอยู่คณะผมหมด   

วันนี้เป็นวันที่ชั้นปีผมต้องออกนอกสถานที่เพื่อไปสเก็ตช์งานส่งอาจารย์   

โปรเจคนี้มีอยู่ 4 มหาลัยที่ต้องออกไปนอกสถานที่เพื่อร่วมงานด้วยกัน


แฟนผมก็เรียนสถาปัตย์ที่เดียวกัน…..

 

“มาแล้ว ตัน ตะ ละ ลั้น! จั๊กจี๋!!”  มีเสียงดังขึ้นข้างหลังผมอีกครั้ง  ผมจำน้ำเสียงหวานนี้ได้


“ฮ่าๆๆๆ”  ผมโดนฮาร่าจี้เอวอย่างไม่ทันตั้งตัว  เธอชอบทำแบบนี้ทุกทีเวลาที่ผมเผลอ


ผมไม่ได้ปัดมือเธอออก ปล่อยให้เธอจี้เอวต่อจนหนำใจ พอจี้เสร็จแล้วเธอก็จะเข้ามากอดหลังผมต่อ

เราชอบทำแบบนี้กันเป็นประจำจนชิน

 


เฮียแจ็คสัน  พอเห็นแฟนผมมาก็ส่งยิ้มกรุ้มกริ่มมาให้ผม  อ้าปากกำลังจะแซวอะไรอีก แต่ผมก็ยกมือห้ามเอาไว้ก่อน  

เพราะวันนี้ไม่มีอารมณ์จะมาเล่นอะไรเลยจริงๆ  


เฮียแกคงดูสีหน้าผมออกก็เลยเดินเลี่ยงไปหาคนอื่นแทน


“ฮื้มมม วันนี้จะได้ออกนอกสถานที่ซะที  เริ่มจะคันมืออยากวาดแบบเยอะๆแล้วล่ะ  เนอะ! ยูคยอม” 


“อื้อ  ดีใจใหญ่ล่ะสิ ” ผมเอื้อมมือไปขยี้ผมฮาร่าที่ซบอยู่ตรงข้างหลัง


คูฮาร่า  เป็นคนสดใส  เธอมักจะมองโลกในแง่ดีอยู่เสมอ   ชอบเอาใจผม   ให้กำลังใจผมเก่ง  เธอมีชีวิตชีวาเอามากๆ


ผมเป็นฝ่ายจีบเธอก่อน   ฮาร่าเป็นผู้หญิงที่ร่าเริงและยังจิตใจดี  ใครได้อยู่ใกล้เป็นต้องชอบเธอกันทุกคน  เธอมีตัวเลือกอยู่มากมายแต่สุดท้ายเธอก็มาเลือกผม 


ในวันที่เธอตกลงคบกับผม   เธอบอกผม ว่าเธอประทับใจในความเอาใจใส่ของผมที่มีให้เธอ  และมันก็สม่ำเสมอมาตลอดจนถึงทุกวันนี้  

 


ผมเก็บของเสร็จแล้ว จึงหยิบสัมภาระทั้งหมดขึ้นแล้วหันกลับมาหาเธอ 


“เอ๊ะ ..นี่ยูคยอมไม่สบายรึเปล่า?” 


กำลังจะตอบปฎิเสธไปอีกรอบ   แต่ว่ามีเสียงๆหนึ่งตะโกนเรียกฮาร่าดังมาจากข้างหลังผมก่อน


“ยู้ฮูวววว”  ฮาร่าโบกไม้โบกมือไปให้คนข้างหลังผมทันที  เธอยกมือขึ้นป้องปากตะโกนกลับ


“จงอิน  จงอินอา! ทางนี้”


“...........”


“นี่ ยูคยอม จงอินมาแล้วล่ะ  เราเข้าไปรวมกลุ่มกันเถอะ”  ฮาร่ามองผมพร้อมกับฉีกยิ้มกว้าง ก่อนจะเดินตรงไปยังต้นเสียงข้างหลัง

 




ถ้าเลือกได้ ...ผมก็ไม่อยากจะขยับไปทางไหนเลย

 

 

 

……. แต่เพราะว่าผมยังต้องก้าวเดินต่อไป

 

 

 

คิมยูคยอมหันกลับไปมอง

 

แผ่นหลังของคูฮาร่านั้นกำลังตรงไปยังกลุ่มคนที่อยู่ไกลออกไปอีกฟากหนึ่งของถนนหน้ามหาลัย


ผู้ชายหนึ่งในกลุ่มคนนั้นตัวค่อนข้างสูง  มีผมสั้นสีเทาเหมือนสีควันบุหรี่   คิมจงอินส่งยิ้มให้ฮาร่าแล้วเดินออกมาจากกลุ่มเพื่อมาหาเธอ


 

และนั่นทำให้ผมเห็น             

 

ที่ยืนอยู่ข้างหลังของจงอิน….

 


 “ไง หวัดดี ฮาร่า” จงอินแปะฝ่ามือกับเพื่อน  ฮาร่าและจงอินเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่เด็กๆ ทั้งคู่เลยสนิทสนมกัน ถึงจะแยกกันไปเรียนคนละมหาลัยแต่ก็ยังมีติดต่อพูดคุยกันอยู่บ้าง

 


และนี่คือสิ่งที่ทำให้ผมกลืนไม่เข้าคายไม่ออกมาตลอด 7 เดือนที่คบกับเธอ….

 

 

“หวัดดีฮาร่า”  อีกเสียงนั้นดังขึ้นจากข้างหลังของจงอิน

 


เป็นเสียงที่ผมไม่ได้แค่รู้จัก.... แต่ว่าผมจำมันได้ขึ้นใจ

 

ทั้งรูปร่างบางๆ  และเอวคอดเล็กในกางเกงนั่น  ผมก็จำได้ขึ้นใจ

 

ช่วงขาเรียว  ท่อนแขนกลมกลึง  กับใบหน้าใสๆ



 


 

ไม่ไหว

 


 

.........ผมคงต้องหาอย่างอื่นมองแทนก่อน

 

“อ้าว? ยูคยอม ทำไมยังยืนอยู่ตรงนั้นล่ะ รีบข้ามมาเร็ว รถใกล้จะออกแล้วนะ”

 

....................................................

 

 

 

 

                ระหว่างการเดินทางบนรถบัสของมหาลัยเพื่อไปยังจุดหมาย   เสียงดีดกีต้าร์และเสียงโห่ร้องเพลงแบบไม่เป็นทำนองดีๆ ดังแว่วมาจากแถวหลังสุดของรถบัส  ที่ตรงนั้นกลุ่มเพื่อนผมกำลังนั่งเต้นท่าบ้าๆบอๆกันอยู่


ผมอยากจะเดินเข้าไปนั่งรวมกลุ่มกับไอ้พวกนั้นด้วยมาก....

 

เพื่อจะได้ไม่ต้องมานั่งใกล้ๆที่ตรงนี้

 

“ฮาร่า เธอยังพกพวงกุญแจนี่อยู่อีกเหรอ มันเก่าจนสนิมกินหมดแล้ว”  จงอินนั่งเบาะฝั่งที่ติดกับทางเดินในรถ  เขาหันหลังมาคุยกับฮาร่าที่นั่งอยู่ข้างๆผม     ผมกับฮาร่าได้นั่งแถวข้างหลังคู่จงอินพอดี

 

ผมหันไปมองอะไรเรื่อยเปื่อยที่นอกหน้าต่างรถ  ปล่อยให้ฮาร่านั่งคุยกับจงอินต่อไป..

 

.....แล้วสายตาก็สะดุดเข้ากับเงาของเสี้ยวใบหน้าหนึ่ง  ที่สะท้อนเลือนลางอยู่ในกระจกรถบัสตรงหน้าผม

 

“........

 

ใช่สินะ..   ถ้าจงอินนั่งอยู่ข้างหน้าฮาร่า   ตอนนี้คนที่นั่งอยู่ข้างหน้าผมพอดีก็คือ

 

....


.

.

 

เขามองมาอีกแล้ว....

แบมแบมพยายามหลบหน้าคนๆนึงอยู่

 

.....ทำไมจะต้องจับฉลากได้แบบนี้ด้วยนะ

 

“คูฮาร่ายังไงล่ะ ตัวเล็ก”

“.....อ่อ”

“ตัวเล็กจำไม่ได้เหรอครับ? ฮาร่าคนที่ไว้ผมยาวๆ  เพื่อนผมสมัยเด็กไง”

 

จำได้สิ

 


แต่ว่า         ไม่อยากเจอ

.

.


 

ผมคิดว่าผมโอเคขึ้นมามากแล้ว  ถ้าหากว่าจะต้องมาเจอหน้าเขา

 


….แต่แล้วก็รู้ตัวในวันนี้เองว่ามันไม่ใช่

 


         นับตั้งแต่นาทีแรกที่ผมรู้ว่าแฟนของฮาร่าที่เป็นเพื่อนจงอินนั้นคือใคร  ผมก็รู้สึกเหมือนโลกกลมๆใบนี้กำลังเล่นตลกร้ายอยู่

 

โลกเรามันแปลกดีเนอะ มีโอกาสที่คนเป็นแสนเป็นล้านคนจะมาเจอกัน  แต่เรากลับได้เจอใครที่ไม่ควรจะเจอเลยอยู่เพียงแค่คนเดียว

 

ตลอด 7 เดือนที่ผมเพิ่งเริ่มเปิดใจให้จงอินเข้ามาในชีวิต   ทุกครั้งที่เขาเริ่มจะชวนฮาร่าเพื่อนของเขาไปไหนมาไหนก็ตามแต่ ผมก็มักจะหลีกเลี่ยงขอไม่ไปด้วยเสมอ

 

นอกจากเรื่องความลับที่ทำให้ผมกระอักกระอ่วนในใจนี้แล้ว    คิมจงอินคือผู้ชายที่ดีมากๆ   เขาเป็นคนเข้ามาชวนผมคุยด้วยก่อนในวันที่คณะเรามีกิจกรรมเปิดภาคเรียนในชั้นปี   และสารภาพกับผมหลังจากวันนั้นว่าแอบมองผมมานานตั้งแต่ปี 1  จนพวกเราขึ้นปี 3 

 

จงอินเป็นคนที่อบอุ่น  ใจเย็นและมีความอดทน  เขาพิสูจน์ให้ผมเห็นได้ว่าเขาพร้อมที่จะดูแลผม  ถึงแม้ว่าในตอนแรกนั้น  ผมไม่คิดที่จะเปิดใจให้ใครเลยก็ตาม

 

ในช่วงที่คบกับจงอินได้สักพัก ผมก็มักจะได้ยินคำชมออกมาจากปากของจงอินอยู่ตลอด ว่าแฟนของคูฮาร่าเป็นคนดี ใส่ใจและเทคแคร์เก่ง   เข้าใจความรู้สึกของผู้หญิงได้ดีมาก     

 

 

เป็นแบบนี้ก็ดีแล้ว

 

 


พอนึกมาถึงตรงนี้ได้   ผมก็รู้ตัวว่าตัวเองอยู่ในสถานะอะไร  กับใครบ้าง    ..แล้วจะต้องทำยังไงต่อ

 

แบมแบมเลิกสนใจเสี้ยวหนึ่งของใบหน้าคมที่สะท้อนเงาอยู่ในกระจกรถตอนนี้  และหันกลับมามองเบาะนั่งข้างหน้าตัวเองอย่างไร้จุดโฟกัสใดๆแทน

 

แต่ทุกอย่างมันคงจะดีมาก ถ้าหัวใจข้างในมันจะไม่กระตุก    แบบนี้

 

 

……………………………



 

 

หลังจากผ่านช่วงเวลาสั้นๆที่ต้องนั่งกันอยู่บนรถบัส  แต่สำหรับผมมันโคตรยาวนาน ในที่สุดรถก็จอดถึงที่หมายซะที

 

ผมสะพายเป้กับกระเป๋าอุปกรณ์แล้วลงมายืนตรงหน้าประตูรถบัส  รอฮาร่าที่ยังเก็บของไม่เสร็จ  คนอื่นๆกำลังเริ่มทยอยลงมาจากรถกัน

 

ผมหันไปมองวิวของสวนสาธารณะขนาดใหญ่ตรงหน้า  

 


= ทะเลสาบซอโซล =

 

ในตอนที่รู้บนรถว่ากำลังจะไปที่ไหนกันวันนี้  ผมคิดว่าตัวเองแย่มากแล้ว  แต่พอได้มายืนมองมันด้วยตาในตอนนี้มันกลับแย่ยิ่งกว่า

 


เพราะว่าจริงๆก็ไม่รู้หรอก..    ว่าอีกคนหนึ่งเขาจะยังคิดถึงมันอยู่บ้างไหม

 


ยูคยอมอดไม่ได้ที่จะหันไปมองหาใครบางคนในกลุ่มนักศึกษาที่กำลังลงมาจากรถ

 

แล้วก็เห็นแค่ผมสีน้ำตาลอ่อนสะดุดตา  กับด้านหลังของเสื้อเชิ้ตตัวนั้น

 


...ไม่คิดจะหันมามองกันบ้างเลยสินะ

 

เวลามันยังผ่านไปได้   หัวใจของคนก็คงลืมไปหมดแล้ว  แบบนั้นใช่ไหม

 

…….

 


แกจะคิดแบบคนพาลไปแบบนี้อีกนานไหม ไอ้คิมยู?

 

 

ให้มันเป็นแบบนี้ต่อไปนั่นแหละ   ดีแล้วล่ะ




 

“วันนี้งานของทีมเราคือเดินหาจุดสเก็ตช์ภาพในหัวข้อ ‘Public park’ รอบนี้เป็นฟรีสไตล์  ละเลงกันได้เต็มที่ทุกโซนของที่นี่เลย  นัดรวมตัวอีกทีบ่ายโมงกินข้าวเที่ยง  กำหนดส่งงาน 4 โมงเย็น โอเคนะทุกคน แยกย้ายกันได้”

 

 

 ……

 

เกือบตลอดทั้งช่วงเช้า ผมก็ไม่ได้เจอใครคนนั้นอีกเลย

 

 

 

ตอนนี้ผมกำลังนั่งสเก็ตช์ภาพอยู่ที่มุมๆหนึ่งของสวนสาธารณะ ไกลออกมาจากทะเลสาบพอควร

 

 

เมื่อเช้าระหว่างที่ทุกคนกำลังแยกกันไปหาจุดสเก็ตช์ภาพกันเป็นกลุ่ม   อยู่ๆจงอินก็เดินเข้ามาบอกผมกับฮาร่า

ว่าอยากขอแยกกลุ่มออกไปวาดแถวริมทะเลสาบแทนมากกว่าฝั่งสวนสาธารณะที่ตกลงกันไว้ตอนแรก  

 

 

ซึ่งผมก็รู้อยู่แก่ใจดีว่าเพราะอะไร....

   

 

 

ระหว่างที่ผมกับฮาร่ากำลังนั่งร่างแบบด้วยกันอยู่    ฮาร่าบอกผมว่าหากระเป๋าใบนึงไม่เจอ  ผมช่วยกันดูทุกจุดในบริเวณนี้แล้วแต่ก็ไม่มี  มันคือกระเป๋าใส่อุปกรณ์อันสำรองของเธอ


ในกระเป๋านั่นมีของที่จำเป็นต้องใช้ลงเส้นภาพครั้งนี้อยู่ด้วย  



 ถ้าหาแถวนี้ไม่เจอ  ก็แปลว่าไม่ได้หยิบลงมาจากรถแต่แรก

 

“ไปเอาให้ไหม?”

 

อย่าเลย  ของเราน่ะเสร็จเกินครึ่งแล้ว แต่ของยูคยอมยังไปไม่ถึงไหนเลยเนี่ย  ก็บอกแล้วว่าอย่านั่งเหม่อตอนทำงาน เป็นยังไงล่ะ”  ฮาร่ายิ้มแลบลิ้นใส่ผม  ผมเลยเอื้อมมือไปแกล้งบีบจมูกเธอ

 

“แซวนะ  กลับมาระวังเหอะจะเสร็จก่อนให้ดู”

 

 



…………………….

 

     

และแล้วผมก็นั่งอยู่คนเดียว..

 

 

มือจับดินสอนั่งมองกระดานวาดแบบมันอยู่อย่างนั้น   บนกระดานผมวาดภาพวิวตรงหน้าไปได้ไม่ถึงครึ่งทาง

 

 

 

 

เเม่ง  ไม่มีสมาธิเลย..

 

 


อยากสูบบุหรี่

 

 

 

มือผมล้วงเข้าไปในซอกกระเป๋ากางเกง   หยิบบุหรี่ออกจากซองมาเตรียมจะจุดไฟ

 

“ทำไมคยอมถึงต้องอยากลองด้วย  รู้ไหมมันทำให้ปากดำ”

 

 

…………

 

 

“จะให้อภัยก็ได้    แต่ครั้งหน้าห้ามให้เห็นอีกนะว่าแอบหยิบออกมาสูบอีก”

“อ้าว! งี้ก็แปลว่าห้ามสูบต่อหน้า   แค่นั้นก็พอสิ??”

“ใช่ไม่ต้องห่วง คยอมจะไม่มีวันได้แตะมันอีกแน่  เพราะเราจะอยู่จ้องหน้าเฝ้าคยอมทั้งวันทั้งคืนตลอดไปเลยคอยดู”

 

 

.

.

 

คำว่าตลอดไปนี่     บนโลกนี้มันมีอยู่จริงๆสักกี่คำ ?

 

 

 

 

แหมะ..

 

ยูคยอมยกมือขึ้นจับแก้มตัวเอง

 

เปล่าหรอก  ใครมันจะมานั่งร้องไห้เอาง่ายๆได้ขนาดนั้น  ยิ่งกับเรื่องที่เราร้องจนผ่านไปตั้งนานแล้ว

 

 

แหมะ    แหมะ

ผมยันตัวเองขึ้นจากพื้นหญ้าที่นั่งวาดรูปอยู่  รีบเก็บกระดานวาดแบบทั้ง 2 อัน พร้อมกับหอบเอากระเป๋าทุกอย่างออกมา

 

 

จึ้ก..จึ้กๆๆ ……ซ่า

 


ร่างสูงโปร่งของยูคยอมวิ่งอ้อมสนามเข้ามาที่ใต้อาคารนึงแถวๆนั้น   ตอนนี้เสื้อเชิ้ตเขาเปียกเล็กน้อย   แต่ยังดีที่ไม่ลืมเอากระดานวาดรูปและเก็บของทั้งหมดมา

 

 

แต่จะวาดเสร็จทันวันนี้มั้ยวะ    มีอะไรให้เซ็งกว่านี้ได้อีกมั้ย

 

ยูคยอมวางกองสัมภาระลงข้างๆ ก่อนจะหยิบบุหรี่มวนใหม่ออกมาจุดสูบอีกที

 

 

 

 

บ้าเอ้ย..

 

………

พอเขาหันไปมองเสียงจากข้างหลังนั้น 

ยูคยอมก็สบตาเข้ากับเจ้าของใบหน้า ที่มันยังติดอยู่ในใจตลอดเกือบ 3 ปีที่ผ่านมา

 

 

นี่  เป็นอะไรรึเปล่า?!”  เขามองใบหน้านั้นได้ไม่นานก็ต้องวิ่งเข้าไปหาทันที 


แบมแบมกำลังนั่งคุกเข่าอยู่ที่พื้น  ตรงหน้ามีกองดินสอร่างแบบต่างๆกลิ้งอยู่เต็มไปหมด

 

“  ……  ไม่เป็นไร แค่ดินสอตก”   แบมแบมหลบสายตาร่างสูง  ก้มหน้าเก็บของให้เร็วขึ้น


“มานี่มา  เดี๋ยวช่วยเก็บ”


“ไม่ต้องหรอก”


“บอกว่าอยากช่วยไง”    ยูคยอมพูด    ตอนนี้เขาคุกเข่าอยู่ตรงหน้าแล้ว 


เสียงดังชัดเจนของเขาทำให้แบมแบมเงยหน้าขึ้นสบตาอีกครั้ง                         

…………..


“แค่อยากช่วยเฉยๆ       ..นะ”     


 

“ขอบใจ”

 

ฝ่ามือที่หนากว่ามือของแบมแบม กวาดเอาดินสอขึ้นมาใส่กล่องให้จนเรียบร้อย


“ไม่มีอะไรกลิ้งหายใช่มั้ย”

 

“อืม”

 

ยูคยอมลุกขึ้นจากพื้น  แล้วก็เพิ่งมานึกขึ้นได้ ว่าตัวเองยังคีบอะไรอยู่ในมืออีกข้าง

 

“เอ่อ  ขอโทษที”    เขารีบเดินไปขยี้บุหรี่ในมือทิ้งก่อน

 

 

 

………………

 

 

ฝนยังคงตกหนักขึ้นอย่างต่อเนื่อง   หยาดน้ำฝนสาดกระเด็นเข้ามาเปียกในพื้นใต้อาคารแห่งนี้

 

ร่างสองร่างนั่งหลบฝนอยู่หน้าประตูทางเข้าอาคารที่อยู่ลึกไปข้างใน

 

แบมแบมและยูคยอมนั่งห่างกันไม่มากเกินไป    ไม่น้อยเกินไป    

 

มันคงดูเหมือนคนที่ยังไม่ค่อยสนิทกัน  แต่ต้องมานั่งหลบฝนอยู่ด้วยกัน

 

จงอินล่ะ?”   เขาตัดสินใจทำลายความเงียบขึ้นก่อน

“ทำไมถึงปล่อยให้มาหลบฝนคนเดียวตรงนี้”

 

“ก่อนฝนจะตกเขาเพิ่งเดินออกไปที่จุดรวมตัว  โดนอาจารย์จองซูเรียกน่ะ”

 

“อ่อ”

 

 

……………

 


“ยังสูบอยู่เหรอ?”

 

“หือ?”

 

“บุหรี่น่ะ”

 

…. ก็เฉพาะตอนอยาก  แค่แก้เครียด ไม่ได้ติด”

 

“อ่อ      แล้ว.. ทำไมนายก็อยู่คนเดียว  ฮาร่าไปไหนเหรอ?”

 

“เห็นว่าลืมของ  เพิ่งกลับไปเอาที่รถตอนฝนยังไม่ตกเหมือนกัน”

 

…………

 

“ผอมไปนะ”

 

“ ? ”

 

“ผอมลงมากเลย..  เหมือนจะสูงขึ้น แต่ตัวบางกว่าเดิม”

 

ควรดีใจใช่ไหม?”

 

“ดีใจ?”

 

“ก็ใครจะอยากอ้วนเป็นหมูกันล่ะ”

 

“ ฮ่ะๆๆ”    พอได้หัวเราะออกมาบ้าง    บรรยากาศมันก็ดูผ่อนคลายขึ้นกว่าตอนแรกนิดหน่อย

 

“ผอมเกินไป   ปกติก็ผอมตลอดอยู่แล้ว กลัวอะไรไม่เข้าเรื่อง”

 

ระหว่างบทสนทนาเงียบๆนี้  ยูคยอมคอยหันหน้าไปมองร่างเล็กที่นั่งอยู่ข้างกายตลอด  

 

เขาแอบลอบสังเกตรายละเอียดทีละส่วนของคนข้างๆ

 

ใบหน้าที่เมื่อก่อนเป็นยังไง   ในตอนนี้ก็ยังเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน   เห็นจะเปลี่ยนก็คงมีแต่สีผม

 

เมื่อก่อนแบมแบมยังย้อมผมสีบลอนด์ทองสว่างตา และมันน่ารักเข้ากับเจ้าตัวเอามากๆ

 

แต่พอวันนี้ยูคยอมได้มาเห็นคนตรงหน้าเขาอีกครั้งนึง  ในตอนที่ทรงผมและสีผมนั้นเปลี่ยนไปตามกาลเวลา

 


เขาก็เพิ่งจะรู้ตัว    ว่าสิ่งภายนอกเหล่านี้มันไม่ได้มีผลอะไรกับเขาเลย

 



 

จะยังไงเขาก็ยังคงคิดถึง..



 

 

ทั้งเมื่อก่อน           


ทั้งปัจจุบัน             


และแม้กระทั่งเวลานี้

 

 

ทำยังไงเขาก็ไม่สามารถลบแบมแบมออกจากหัวใจได้                ไม่ว่าจะพยายามมามากมายเท่าไหร่แล้วก็ตาม

 


 

“เราไม่ได้เจอกันนานเลยนะ  นายยังสบายดีอยู่ใช่มั้ย?”   ระหว่างที่แบมแบมถามคำถามผม 


ใบหน้าน่ารักที่ยังคงมองออกไปด้านนอกอาคารตลอดนับตั้งแต่ผมมานั่งกับเขานั้น  ก็คลี่ยิ้มออกมา

 

มันเป็นรอยยิ้มแรก  นับตั้งแต่วันนั้นเมื่อ 3ปีก่อน  ที่ผมได้เห็นมันอีกครั้ง



แล้วผมควรจะตอบไปว่ายังไงดี?



“ไม่ได้มาที่ทะเลสาบนี้นานแล้วเนอะ”    แบมแบมยังพูดต่อไปโดยไม่หันมามองผม  

 

“ยูคยอมได้แวะมาเที่ยวบ้างรึเปล่า?”

 

“เปล่า..   ตั้งแต่วันนั้นก็ไม่ได้มาอีก”

 

“วันนั้น?  หมายถึงตอนที่เรากำลังจะขึ้น ม.ปลายกันน่ะเหรอ  มันจะ 6 ปีได้แล้วนะ”

 

“ใช่   เวลามันผ่านไปนานมากๆ”


.

.

.

.

 

แต่ไม่รู้ทำไม    มันลืมไม่ได้ซะที 

 

 “……

 

“ที่แบมถามว่ายังสบายดีอยู่รึเปล่า   เราก็อยากจะตอบว่าสบายดี”

 

…….

 

พยายามจะสบายดีมาตลอด   แต่ทำไมมันโคตรยากขนาดนี้ก็ไม่รู้”  


 

ผมจ้องมองแบมแบม 

 

ในที่สุดแบมแบมก็หันกลับมามองผม


 

“อยากจะลืมมันก็ลืมไม่ได้   ทุกๆอย่างเลย”

 



 

 

พวกเราทั้งคู่สบตากัน

มองกันอยู่อย่างนั้น

 

 


ความทรงจำที่ผมพยายามฝังมันไว้อยู่เกือบ 3 ปี   มันผุดขึ้นมาเหมือนกับว่ามันเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน

 

 


ภาพที่เราเดินจูงมือ        


ภาพที่ผมทำแผลให้เขาตอนหกล้ม    

 



ภาพเดทครั้งแรกแบบตลกๆของเรา        


ภาพเขาเดินถือกล่องของขวัญวันเกิดมาให้

 



ภาพรอยยิ้มของเขาตอนดูหนังอยู่ที่ห้องผม         


ภาพที่ผมนอนกอดเขาบนเตียง

 

 

 

 


 

…..แม้กระทั่งภาพที่ผมเกเรใส่เขา     


ภาพที่เราสองคนทะเลาะกัน

 


ผมอาจจะเคยหยาบคายใส่เขา …แต่ว่าผมไม่เคยตั้งใจเลยสักครั้งจริงๆ

 

 

 

ผมจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาคู่นั้น


ถ้าเป็นเมื่อ 3-4 ปีก่อน    ผมคงจะรู้ว่าภายในดวงตาใสๆนั้นมีความคิดอะไรซ่อนอยู่บ้าง

 

แต่ในวันนี้  ผมไม่กล้าแม้แต่จะคิดเลย

 

ว่ายังมีผมอยู่ในแววตาคู่นั้นบ้างรึเปล่า?    

แค่เศษเสี้ยวนึงก็พอ

 



.

.

ผมกับแบมแบม  เราเริ่มคบกันตั้งแต่ตอนขึ้นมัธยมปลายใหม่ๆ



เขาเป็นรักแรกของผม  


เราเป็นรักแรกของกันและกัน


ผมก็อยากจะให้มันเป็นแบบนี้ตลอดไป

 


แต่ว่าชีวิต  บางทีมันก็ไม่เป็นไปอย่างที่เราต้องการ

 


3 ปีที่แล้ว ตอนพวกเรากำลังจะเข้าเรียนที่มหาลัย   ในที่สุดผมกับเขาก็เลิกกัน

 

 


.

.

.                                                                            

แต่ว่ายูคยอมต้องทำมันให้ได้”  



แบมแบมยังคงส่งยิ้มให้กับร่างสูงต่อไป  

มันเป็นยิ้มแบบเดียวกับที่มีให้สายฝนที่สาดกระทบอยู่บนพื้นตอนนี้...

 


“นายต้องลืมมันได้ เชื่อสิ”

 


ทุกคำพูดที่แบมแบมกำลังพูดให้ยูคยอมฟัง

เขาก็จะเก็บเอาไว้เตือนใจตัวเองด้วยเหมือนกัน


 

“ฮาร่าบอกว่านายดูแลเธอดีมากๆ  เอาใจใส่และเข้าใจเธอทุกอย่าง    เราดีใจมากนะที่ได้ยินแบบนี้”

 

…….

 

“เพราะว่าอย่างน้อยเราก็ได้รู้   ว่ายูคยอมในตอนนี้นั้นสามารถดูแลคนที่รักได้แล้วจริงๆ”

 

 



ระหว่างที่พูดออกไป  ผมก็ไม่อยากจะคิดเข้าข้างตัวเองเลย..

 

แต่ว่าตอนนี้  ผมมองเห็นแต่แววตาที่เต็มไปด้วยความคิดถึงของยูคยอมที่ส่งมาให้

 

 

ผมไม่ควรมีความสุขเลยใช่ไหม?

 

ที่เพิ่งจะได้รับสิ่งที่รอคอยมายาวนาน...ในตอนที่หมดเวลาที่จะรับมันแล้ว

 

 


                                               

“ที่นายดูแลเธอได้ดีขนาดนี้     ทำได้แบบนี้ก็เก่งมากๆแล้วล่ะ  ยูคยอม ^ ^


 

“เราไม่เก่งหรอกครับ แบม”

 

…………..

 


 

“ถ้าเราเก่งจริงตั้งแต่แรก…  เราจะทำให้แบมทิ้งเราไปแบบนี้ได้เหรอ”


 



............. 


 

“แต่เราไม่เคยคิดอยากจะทิ้งคยอมไปเลย   คยอมก็รู้ดี”

 

 

 

 


 

 

“มาแล้ววว ตั่น ตัน ตั๊นนนน  จั๊กกะจี๋”

 

“แบม!....อย่า”

 

“....เป็นอะไรน่ะคยอม”

 

“ปล่อยน่า!     อย่ามาบ้าจี้เอวอะไรตอนนี้   รำคาญ”

 

 

 

 

 

ใช่

 

 

 

 

 

 “นี่ คยอม”

 

“อะไร?”

 

“ชอคโก้พายที่แบมทำให้   ยังไม่ได้กินอีกเหรอ?”

 

“ถามอยู่นั่นแหละ จะอะไรนักหนา?  เดี๋ยวอยากกินก็กินเองไง”

 

“นี่แบมถามดีๆนะ”

 

“ก็แล้วจะถามอะไรตั้งหลายรอบวะ  เมื่อวานก็ถาม มันก็อยู่ในตู้เย็นไง! ถ้าหิวเดี๋ยวกินเองเข้าใจยัง!?

 

“ที่แบมถามก็เพราะว่ากลัวมันจะไม่อร่อย  แบมแค่อยากให้กินตอนทำเสร็จใหม่ๆแค่นั้นเอง”

 

“คราวหน้าถ้ามันเรื่องมากขนาดนี้ก็อย่าทำ   อยากทำให้เองแล้วยังจะมาบังคับให้กินอีก”

 

“อ๋อ?  นี่เราผิดใช่มั้ย?? ที่ดันอยากทำอะไรให้คยอมกินเอง”

 

“...หึ”

 

“เราผิดที่รู้ว่าคยอมชอบอะไร  แล้วก็ดื้อด้านไปหัดทำมาเอง  เราผิดที่อยากให้คยอมกินจากฝีมือเรามากกว่าออกไปซื้อกินข้างนอกใช่ไหม”

 

“นี่อย่ามาทำตัวหาเรื่องกันตอนนี้นะ!” 

 

“แล้วเมื่อกี้จะขึ้นเสียงทำไม? แบมถามดีๆพูดดีๆทำไมต้องตวาดกันด้วย”

 

“เฮ้ย!! แล้วจะเอายังไงวะ! ก็คนมันไม่อยากกินตอนนี้”

 

 

 

 

 

ผมเองที่ทำให้ทุกอย่างพัง





 “มานานรึยัง?


 “ทำไมคยอมถึงโดดเรียน??


"....ถามเรื่องไร้สาระอีกละ"


"ไร้สาระ?  อีก 3-4 วันจะสอบปลายภาคกันแล้วแต่คยอมก็ยังโดดเรียนไปไหนอีก   รู้มั้ยเมื่อเช้าแบมต้องแอบออกจากโรงเรียนมาตามคยอมที่บ้าน  แต่คุณน้าบอกว่าไม่อยู่"


"ออกไปข้างนอก"


"ออกไปไหน? ไปกับพวกจองกุกมาใช่มั้ย"


"อย่าเซ้าซี้อะไรน่ารำคาญได้มั้ยห้ะ  จะไปไหนนี่ต้องคอยรายงานทุกวันเลยรึไง?"


"ทำไม?? แบมแค่อยากรู้ไม่ได้รึไง?  ....นี่คยอมแอบสูบบุหรี่อีกแล้วใช่มั้ย"


"เออถ้าใช่แล้วจะทำไม!"


"ก็ไม่ทำไมหรอก  แต่จะทำให้เลิกให้ได้ซะที!  ทำไมเหรอ?? อะไรเล็กๆน้อยๆแค่นี้คยอมจะทำให้แบมไม่ได้เลยใช่มั้ย"  


"จะพูดเรื่องนี้อีกกี่รอบวะเนี่ย  กูเบื่อแล้ว!!!!"




 


 





ตอนนั้นผมทำตัวใจร้ายกับเขามาก    มากพอๆกับความรักที่เขามีให้

 


แล้ววันที่เราทะเลาะกันครั้งสุดท้ายก็มาถึง..

 

 

“เรื่องแค่นี้ก็ลืมๆมันไปซะทีสิวะ!!

 

“อยากให้ลืมนักใช่มั้ย  ได้!! เราลืมแน่” 

 

ร่างเล็กตรงหน้าผม ในตอนนั้นปากสั่นเทา  ใบหน้าแดงก่ำ  ไรผม หน้าผาก และดวงตากำลังเปียกชื้นด้วยเหงื่อจากการทะเลาะกันหรือว่าอะไรก็ตาม

 

 

...ในเวลานั้นผมก็แยกไม่ออกเหมือนกันว่ามันคือเหงื่อหรือว่าน้ำตา

 



“เป็นเพราะนายไม่เคยเลย!!”

 

“ไม่เคยคิดจะจำ ไม่เคยใส่ใจเรื่องระหว่างเราเลยสักอย่าง..”

 

“ต่อไปเราก็จะลืมมันให้หมดเหมือนกัน!

 

 

ผมยังจำภาพที่เขาร้องไห้วิ่งออกไปจากบ้านผมวันนั้นได้ดี 


แล้วหลังจากวันนั้น

เขาก็ไปจากผมจริงๆ

 

ไปแบบที่ไม่ย้อนกลับมาหา เหมือนทุกครั้งที่เราเคยทะเลาะกัน

 


ผมพยายามทำทุกวิธีที่คิดออกในตอนนั้น  เพื่อให้เขากลับมา

 

ผมโทรไปหาเป็นร้อยๆครั้ง 

 

ผมตามถึงบ้าน  แต่เขาก็ไม่ยอมออกมา

 

วันนั้นผมนั่งเฝ้าเขาอยู่หน้าประตูบ้านหลายชั่วโมง ไม่ยอมไปเรียน

 

เพื่อที่จะพบว่า...เขาเป็นคนที่ใจแข็งขนาดไหน

 

ผมนั่งเฝ้าให้เขาออกมา   นั่งตากฝนจนเข้าโรงพยาบาล...

 

ผมไปทุกๆที่   ที่คิดว่าจะต้องเจอเขา

 

พยายามแบบนี้อยู่หลายเดือน... ก่อนครอบครัวของแบมแบมจะย้ายบ้าน

 

และสุดท้ายเขาก็เลือกเรียนคนละมหาลัยกับผม ไม่รู้ว่าเรียนที่ไหนด้วยซ้ำ

 


.

.

ผมทำใจอยู่ประมาณ 3 ปี  จนเริ่มคิดได้ว่าตัวเองยังต้องเดินหน้าต่อไป

 

เมื่อผมคบกับฮาร่า  ทุกอย่างที่เขาทำให้ผม

 

มันก็ทำให้ผมอดคิดถึงเรื่องเก่าๆระหว่างผมกับแบมแบมไม่ได้

 

 

เมื่อก่อนผมคงเป็นผู้ชายที่เลวมาก

 

.....อยากให้เขากลับมาสอนผมให้รู้จักการทะนุถนอมคนรัก

ให้ผมมีโอกาสได้ทำดีๆกับเขา   แบบที่ตอนนี้ทำกับคนอื่นอยู่ทุกๆวัน

 

แต่มันก็เป็นไปไม่ได้อีกแล้ว

 




.

.

.

ฝนซาลงไปมากแล้วตอนนี้

 

ร่างสองร่างที่นั่งมองหน้ากันอยู่เนิ่นนาน

 

เวลานี้  ต่างคนต่างก็หันไปมองทางอื่น

 

ยูคยอมก้มหน้ามองที่พื้น  กดความรู้สึกที่มีทั้งหมดเอาไว้

 

ส่วนแบมแบมเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าข้างนอกอาคาร

 

..เพื่อจะได้ไล่น้ำตาที่กำลังจะไหล ให้กลับเข้าไปข้างในตาอีกครั้ง

 


 

เพราะว่าเขาสองคนยังมีสิ่งที่ต้องทำต่อไปเมื่อฝนหยุดตกแล้ว


 


ชีวิตคนเรายังต้องดำเนินต่อไปข้างหน้าทุกวัน

 

แบมแบมนั้นมีจงอิน   ยูคยอมก็มีฮาร่า

 

คนเหล่านั้นดีเกินกว่าที่พวกเขาจะมาทำอะไรเห็นแก่ตัวและทำร้ายจิตใจได้..


 


เมื่อฝนหยุดตกสนิทแล้ว

ร่างสองร่างก็เลยต้องแยกย้าย


 

และเดินกลับไปยังทางเดิม ...ที่จากมา

 



.....

.............

.......................

 

 



ร่างสูงโปร่งของยูคยอมก้าวออกจากอาคารไปไกลแล้ว

ในขณะที่แบมแบมกำลังเก็บรวบรวมสัมภาระของตัวเองกับจงอินขึ้นมา

 

ร่างบางก้าวตามออกมาทีหลัง

 

แบมแบมเงยหน้าขึ้นมองบนท้องฟ้า  แสงแดดยามบ่ายหลังฝนตกหนักมันทำให้ท้องฟ้าใสเอามากๆทีเดียว

 





“หนูน้อย?”


“...งงืมมม”


“อ๋า น่ารักจัง... หนูเดินมาจากไหนเอ่ยสาวน้อย? แล้วคุณพ่อกับคุณแม่ล่ะ?”


“งงืมมมม ยะ ยู... ยู!


“ว่ายังไงครับ? ฮื้มมม ขอพี่อุ้มหน่อยได้มั้ย  ฮึบ”


“งื้อออ ปี้!


“ตัวเล็กน่ารักจังเลย  ใครพาหนูมาเที่ยวเอ่ย?”


 “ยู    ยู!


“ยู?? แล้วนี่พ่อกับแม่หายไปไหนกันหมดนะ   ทำไมถึงปล่อยให้เด็กตัวเล็กๆออกมาเดินคนเดียวแบบนี้ได้”  


“อารึม! อารึม  อยู่นี่เองเหรอเนี่ย  อาตามหาเราตั้งนานรู้มั้ยอะ ขอโทษทีฮะ”


…..เอ่อ”


“ขอโทษครับ นั่นหลานสาวผมเอง”


“ยู!! ยู้!


..อ๋อ หลานสาวนี่เอง”


“ว่าไง ตัวแสบ แอบวิ่งออกมาตอนอาเผลออีกแล้ว ...มาให้อาอุ้มเร็วครับ”


“เราขอโทษนะที่อุ้มน้องขึ้นมา  ไม่ได้ขออนุญาตนายก่อน”


“อ๋อ ไม่เป็นไรหรอก   เธอไม่รู้นี่    ...เอ่ออ ขออุ้มหน่อยได้มั้ย?”


“...ห๊ะ”


“เอ่อ  หมายถึงหลาน..ไง  ขออุ้มหลานหน่อยครับ”


“อ่อๆได้สิๆ”


“มาเลยยย ตัวแสบบบ    ฮึบ!


“หลานน่ารักจังเลยนะ ..เรียกชื่อนายตลอดเลยล่ะ  คิดว่างั้นนะ”


“เรายูคยอมนะ  คิมยูคยอม”

“เราแบมแบม”


“แบมแบม..  ชื่อน่ารักดี”


“..............”


“เอ่อคือว่าา.. นายเรียนอยู่ที่ใกล้ๆกับเราเลยอะ  เครื่องแบบนี้มันคุ้นๆ”

.................................................

..............................

......

..

 






วันแรกที่พวกเราได้มาเจอกัน  ที่นี่เองที่เป็นจุดเริ่มต้น

 

ที่ทะเลสาบซอโซลแห่งนี้      

 

 

 

 +++++++++++++++



 

คยอมน่ะขี้ลืม

 

“หืม???”

 

“เมื่อไหร่จะซื้อ Memo เอาไว้จดงาน?  แบมบอกให้ใช้แอพก็ไม่ยอมโหลดมา  ถ้าไม่โหลดก็ต้องพกสมุด Memo ติดตัวไว้สิ ขี้ลืมแบบนี้แล้วต่อไปถ้า---”

 

“ถ้าอะไร?”

 

“ถ้าต่อไปแบมไม่อยู่  ..แล้วจะมีใครมาคอยเตือนคยอม”    

 

“แบมห้ามพูดอะไรไม่ดีแบบนี้ออกมาอีกนะเข้าใจมั้ย”

 

 

 

 



 

 

 

= Memo it! =

วัน 30 / เดือน 01 / ปี 20xx

-              ประชุม project รอบสุดท้าย

-              ซ้อมบาสคณะ

-              ส่งงานอาจารย์ sec 01






 วัน xx / เดือน xx / ปี xxxx

 

-          ฉันจะไม่มีวันลืม You,  my Dear.





..END..








 Writer Talk :  โง้ยยยยย เป็นไงคะ จบได้ซะทีกับ SF เรื่องนี้ 5555+

เป็น Short fic ที่ยาวเหลือเกิน(?)   ทำไมแกไม่แบ่งอัพหลายตอนห๊ะ!-- รี้ดบอก 55

ก่อนอื่นอยากจะพูดความรู้สึกที่มาอัพ SF นี้..

1. มันเริ่มต้นจากฟิคยูคแบมเรื่องนึง ที่เราโดนเท T T คือเนื้อหาดีมาก แต่มันไม่จบ มันเป็นเรื่องเก่าแล้ว คาดว่าเขาคงไม่แต่งต่อ งั้นเรามาต่อให้ 555555+

2. เราได้อ่านฟิคอีกเรื่อง ถึงไม่ใช่คู่เรา แต่เขาทำได้กินใจเราจนร้องไห้ออกมา เราอยากได้บรรยากาศแบบนั้นในฟิคเราบ้าง(ถึงจะมือไม่เทพเท่าก็เหอะค่ะ555) เลยขอหยิบเอาเฉพาะแก่นหลักของเรื่องมาแต่งในแบบของตัวเอง ((ถ้าไรท์ผ่านมาอ่าน อยากบอกว่าคุณเป็นแรงบันดาลใจของเรื่องนี้นะคะ ฮรอล))

3. เราลง SF นี้เพื่อเป็นการไถ่โทษให้กับรี้ดของฟิคแรงอธิษฐาน / > < \ ขออภัยที่อัพช้ามากกกก ดองได้อีก 555+ อยากให้ทำใจร่มๆนะคะ ช่วงนี้ไรท์งานเข้า T T แต่สัญญาว่ามันจะไปต่อเรื่อยๆ และจบอย่างสวยงาม(จริงเหรอแก?) 55555

4. อยากบอกว่ารักรี้ดทุกคนเลยค่า > <  






 

 



 





แฮชแท็ก Short Fic

#ฟกมนยูคแบม 















© themy butter

ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ natsu_ai จากทั้งหมด 2 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

13 ความคิดเห็น

  1. #13 Piyaporn_W (@Piyaporn_W) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 28 เมษายน 2561 / 12:34
    ร้องไห้เลยอ้ะ&#128557; อินแค่ไหนถามใจดู
    #13
    0
  2. #12 noknoy7777
    วันที่ 13 กันยายน 2559 / 15:13
    ใจยังไม่อยากให้จบเลย อยากดูความเป็นไปของตัวละครอีกว่าจะเป็นไงต่อไป คือชอบมากกกกกก นี่แหละคือแนวที่ชอบเลยถึงแม้จะหน่วงนิดๆแต่ก็ยังพอทนไหว น้ำตายังไม่ซึม5555 ชอบภาษาที่เขียนชอบการดำเนินเรื่องราวของทุกตัวละคร ส่วนตัวจะไม่ชอบเลยถ้าตัวละครพูดมากเกินไป หรืออธิบายเรื่องราวมากกว่าตัวละคร แต่เรื่องนี้คือลงตัวพอดีไปทุกๆอย่าง งือออ ชอบอ่ะไรต์เก่งมากๆ //รออีกเรื่องอยู่นะมาต่อได้แล้ว^^

    #12
    0
  3. #11 ARCHAVIN_RI
    วันที่ 5 สิงหาคม 2559 / 03:53
    แม้จะเศร้า แต่ชอบคาแรคเตอร์แบมมากค่ะ รักนะแต่ใช้เหตุผล นี่ไม่ชอบนิสัยแบบคยอมในเรื่อง เกลียดการพูดแบบนี้มาก ดีแล้วที่แบมไม่ทน จงเดินไปข้างหน้า &#128514;&#128514;&#128514;
    #11
    0
  4. วันที่ 31 กรกฎาคม 2559 / 14:36
    อินมาก แต่ถ้าไรท์จะต่อก็ไม่รู้จะหน่วงเกินไปมั๊ย แต่ถ้าต่อก็รออ่านค่า 
    #10
    0
  5. #9 J2N2 (@lnwjew33) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2559 / 22:21
    เศร้ามากอินมากกก ไรท์จาจบแบบนี้จริงหรอ ฮรืออออออ ร้องไห้หนักมาก อ่านแล้วแบบซึมเลยฮือนินไม่หลับแหล่วtt
    #9
    2
    • #9-1 natsu_ai (@natsuai) (จากตอนที่ 1)
      29 กรกฎาคม 2559 / 10:34
      เรื่องนี้เป็นฟิคปลายเปิดค่ะ ... ยังไม่มีตอนจบ

      ไม่แน่นะคะ... กด Fav กันไว้ค่ะ ... มันอาจจะมี (????)

      ดีใจนะคะที่อ่านแล้วอินกับความรู้สึกในฟิค ^ ^

      บางครั้ง... แค่ความรักเพียงอย่างเดียว มันก็ทำให้ชีวิตคู่ไปไม่สุดทางจริงๆ ...ยูคยอมคงได้บทเรียนแล้ว
      #9-1
    • #9-2 ัีYugbam Shipper (จากตอนที่ 1)
      25 มีนาคม 2560 / 17:01
      ไรท์ กัซ คัมแบ็คแล้ว ไรท์ยังไม่คัมแบ็คอีกเหรอ ช่วงนี้โมเม้นท์ยูคแบมมาตรึมเลยนะ อยากอ่านฟิคไรท์อ่า ทั้งต่อเรื่องส้้น ทำเป็น 2 Version ก็ได้นะ มีทั้งกลับมาคบกัน หรือไม่กลับมาคบกัน ก็จะจี๊ดมากเลยค่ะ แรงอธิษฐานก็รออยู่นะคะ
      #9-2
  6. #8 a@no (@a_no) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2559 / 22:04
    ทำไมช่วงเวลานึงผชต้องงี่เง่าแบบนี้ทุกคนเลย
    #8
    0
  7. #7 เดร
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2559 / 10:44
    ร้องไห้เลยอ่ะ ฮือออออ T_____T
    #7
    0
  8. #6 Little Love Note (@blackmaid) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2559 / 07:25
    เศร้ามากเลยยย ช็อตฟิคยาวจนคุ้มเลยค่าา
    #6
    0
  9. วันที่ 27 กรกฎาคม 2559 / 20:39
    ฮืออออออ เจ็บหัวใจ T^T
    #5
    0
  10. วันที่ 27 กรกฎาคม 2559 / 20:12
    หน่วงงงงง งื้ออ ;-------; สงสารคยอม แต่คยอมนั่นแหละใจร้ายเอง.. ตอนที่เขายังอยู่ไม่รักษาเขาให้ดี พูดจาใจร้ายกับแบมมาก แงงงงงง TvT เดี๋ยวแม่ตีเลยยยย



    เชื่อว่าลึกๆแล้วแบมแบมก็ยังรักคยอมอยู่เหมือนกัน แต่เพราะว่าตัวเองเลือกที่จะเริ่มต้นใหม่กับใครสักคนแล้ว การที่ต้องหันหลังกลับแล้วทำให้อีกคนเจ็บปวดก็เป็นเรื่องที่เลวร้ายเหมือนกัน
    #4
    0
  11. #3 Pam
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2559 / 12:35
    ทำไมเศร้า T_T
    #3
    0
  12. #2 Pond
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2559 / 09:18
    กินใจ รักแรกที่ไม่สมหวัง แต่คนเราต้องก้าวเดินต่อไป
    #2
    0
  13. #1 ติ่งลวงโลก (@oungoingloveyou) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2559 / 21:48
    ยูคยอมนี่แอบชอบแฟนจงอินป่าวเธอ~
    #1
    0