นิยาย Dek-D

ไม่พลาดทุกการอัปเดต
เพียงอ่านผ่านแอปนิยาย Dek-D

แอปที่จะทำให้คุณสามารถอ่านนิยายได้ทุกที่ ทุกเวลา พร้อมฟังก์ชันการใช้งานหลากหลาย รับรองสนุกไม่มีเบื่อ! ดาวน์โหลดฟรีได้แล้ว บน Android, iOS และ HUAWEI

คัดลอกลิงก์เเล้ว

Aldnoah Zero[Short fiction] Back to the end [InaxSlainxHark]

โดย DerreEstel

You may only be one person to the world. but you may also be the world to one person.

ยอดวิวรวม

888

ยอดวิวเดือนนี้

0

ยอดวิวรวม


888

ความคิดเห็น


10

คนติดตาม


36
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  20 ก.พ. 59 / 23:47 น.
นิยาย Aldnoah Zero[Short fiction] Back to the end [InaxSlainxHark]

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
O W E N TM.
 

นิยายเรื่องนี้มีเนื้อหาชายรักชาย ท่านใดไม่สนับสนุนกดปิดไปเลยจ้า!

[Warning!] เรื่องนี้อาจมีการสปอยด์เนื้อเรื่องในภาคสองเล็กน้อย ใครยังไม่ได้ดูควรไปดูก่อนนะ

Back to the End

Credit Picture: Sakanako1[ขอโทษด้วยนะคะจำได้แค่นี้TAT]


                     Inaho                                          Slaine

------------------------------------------------
Thank you


เปิดเพลงเพิ่มอารมณ์ในการอ่านตรงนี้นะจ๊ะ

MELODY

เนื้อเรื่อง อัปเดต 20 ก.พ. 59 / 23:47


O W E N TM.
 
Back to the End

[Short Fic A/Z][InahoXSlaineXHarklight].

You may only be one person to the world.
but you may also be the world to one person
.

harklight&Slaine                                 Inaho&Slaine



 

                กริ๊ก

                เสียงเตรียมไกปืนดังขึ้นพร้อมสัมผัสเย็นๆบริเวณขมับอุ่นๆจนทำให้ขนลุกตามสัญชาตญาณ เจ้าของเรือนผมสีน้ำตาลกระชับร่างบางที่ไม่ได้สติจากแรงกระแทกของระเบิดในอ้อมกอดแน่นขึ้นก่อนจะหยุดเดินแล้วค่อยๆหันหน้าไปเผชิญกับบุคคลซึ่งอยู่ด้านหลังอย่างใจเย็น

                “กรุณาคืนท่านเคาท์สเลน ซาสบาร์ม ทรอยยาร์ดคืนมาให้ผมด้วยครับ” ชายร่างสูงกระชับไกปืนแน่นพร้อมกับทำหน้าขมึงตึงใส่ร่างสูงที่มีเจ้าของเรือนผมสีน้ำตาลเข้ม ใบหน้าดูอ่อนล้าและเต็มไปด้วยแผลจากระเบิดมากมาย แต่คนที่ถูกจ่อปืนอยู่กลับตอบอย่างนิ่งๆก่อนจะยิ้มเล็กๆที่มุมปากอยู่ครู่หนึ่งแล้วตอบคำตอบที่ชัดเจนกลับไปแบบไม่ยอมแพ้จนคนที่ถือปืนเริ่มอารมณ์เสียขึ้นมา

                “สเลนมากับผมและจะกลับกับผมครับ” อินาโฮะตอบกลับอย่างมาดมั่นพร้อมกับกระชับอ้อมกอดที่โอบอุ้มสเลนไว้แน่นขึ้นก่อนจะพยายามลากสังขารแล้วอุ้มสเลนเดินถอยห่างออกมา

                ปัง!

                “อึ่ก!” อินาโฮะร้องพร้อมกับเข่าที่เริ่มชาจากกระสุนที่เจาะเข้าที่ข้อพับบริเวณเข่า แขนและมือทั้งสองข้างก็ยังพยายามประคองร่างบางที่สลบไม่ได้สติอยู่อย่างถึงที่สุด สติที่เริ่มหายไปทีละน้อยพร้อมกับเลือดที่เริ่มไหลออกมามากขึ้นทำให้คนผมสีน้ำตาลต้องล้มลงทรุดอยู่กับพื้น

                “ผมบอกคุณแล้วว่าท่านสเลนเป็นคนของชาวอังคารไม่ใช่ชาวโลกอย่างคุณ เคาท์สเลนเป็นของผม”

                “เขา...เป็นของผม” อินาโฮะมองช้อนไปที่ร่างสูงด้วยสติที่เหลือน้อยเต็มที มือที่เริ่มไร้เรี่ยวแรงก็พยายามกอดสัมผัสรับไออุ่นจากร่างบางให้มากที่สุดไม่มีทีท่าว่าจะยอมปล่อยง่ายๆ

                “คนที่ไม่สามารถรักษาคนรักของตัวเองไว้ได้ไม่สมควรอ้างสิทธิความเป็นเจ้าของใครได้หรอกครับชาวโลก” หลังร่างสูงพูดจบเสียงปืนครั้งสุดท้ายก็ดังขึ้นพร้อมร่างของอินาโฮะที่ล้มลงไปกระแทกพื้น คนผมน้ำตาลนอนตาปิดสนิทโดยมีสเลนนอนทับอยู่ด้านบน ฮาร์คไลท์ลดปืนที่ยิงอินาโฮะลงก่อนจะเดินเข้าไปอุ้มสเลนไว้ในอ้อมอกแล้วหันไปมองทางอินาโฮะอย่างสมเพช

                “ชาวโลกอย่างคุณมาไกลได้ที่สุดแค่นี้แหละ” สิ้นคำกล่าวฮาร์คไลท์ก็อุ้มสเลนแล้วพาไปขึ้นยานของตนซึ่งในขณะเดียวกันฐานอวกาศซึ่งเป็นฐานทัพของชาวอังคารก็เริ่มระเบิดพังทลายอันเนื่องมาจากการโจมตีของกองกำลังโลกทำให้เขาและชาวอังคารทั้งหมดรวมสเลนต้องย้ายกำลังพลกลับไปยังฐานทัพหลัก แม้ความเสียหายนี้จะดูมากแต่ผลพลอยได้จากการที่เขาสามารถกำจัดศัตรูตัวสำคัญเช่นผู้ที่ขับหุ่นสีส้มได้อย่างอินาโฮะมันก็ถือเป็นเรื่องที่คุ้มค่าสำหรับความเสียหายครั้งนี้ของชาวอังคารอยู่ไม่น้อย

                ฆ่าคนที่เป็นทั้งศัตรูกับอัศวินชาวอังคารและศัตรูหัวใจของเขาเอง....คุ้มค่ามากเลยทีเดียว

                เมื่อได้ร่างของคนที่ต้องการกลับมาแล้วฮาร์คไลท์ก็ทำหน้าที่ผู้รับใช้ที่ดีด้วยการพาสเลนกลับไปยังที่รักษาพยาบาลของชาวอังคารซึ่งอยู่ที่ฐานทัพใหญ่โดยทิ้งอินาโฮะไว้บนที่ที่ซึ่งกำลังจะระเบิดในไม่ช้า หลังจากที่ฮาร์คไลท์ขับยานบินออกมาได้ไม่นานฐานทัพย่อยก็ระเบิดหายจนเหลือแค่เศษซากคล้ายๆขยะบนอวกาศปราศจากร่างของคนและยานสีส้มที่ถูกทิ้งไว้ก่อนหน้านั้น

                หนุ่มผมดำยิ้มกับตัวเองด้วยความอิ่มเอมใจ ต่อจากนี้ไปสเลนที่เขาทั้งเคารพและรักคนนี้จะไม่มีทางหายไปไหนได้อีก ในขณะเดียวกันร่างบางที่สลบไม่ได้สติอยู่ในอ้อมอกแข็งแรงก็กำลังฝันถึงใบหน้าของคนที่ตนแอบรักโดยที่ไม่รู้เลยว่ากว่าจะได้เจอบุคคลในฝันนั้นอาจเป็นวันที่สายเกินไป

                อินาโฮะ ไคอิซึกะ....คนที่ให้ความหมายในการมีชีวิตกับเคาท์สเลน ทรอยยาร์ด

               

                *2ปีผ่านมา*

                “ฮาร์คไลท์ซัง เรามีกำหนดการจะไปร่วมกองทัพกับอัศวินโคจรแห่งเวิร์สท่านอื่นเมื่อไหร่”สเลนเดินเข้ามายังห้องบังคับบัญชาการทัพพร้อมกวาดตามองเช็คความคืบหน้าด้วยสายตาเย็นชาเสริมบุคลิกให้ดูน่านับถือและน่าเกรงขามจนคนทุกคนหวาดเกรง

                “ในอีก3วันข้างหน้าที่ฐานทัพใกล้ๆดาวโลกครับ”

                “อืม ส่งสาส์นไปให้อัศวินโคจรแห่งเวิร์สทุกท่านให้ผมด้วยว่าเคาท์เสลน ทรอยยาร์ดจะเข้าร่วมเป็นหนึ่งในแนวหน้าของกองกำลังการยึดครองโลกในครั้งนี้” สเลนตอบกลับด้วยเสียงหนักแน่นพร้อมเดิน ออกจากห้องควบคุมไปยังห้องพักส่วนตัว ระหว่างทางก็เหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างที่เต็มไปด้วยเศษซากดาวเคราะห์ต่างๆ ยิ่งมองออกไปไกลเท่าไหร่ก็ยิ่งทำให้ร่างบางที่อยู่ในชุดสีแดงสดเคว้งคว้างมากขึ้น ยิ่งมองไปไกลหาคนที่อยากจะเจอแต่กลับไม่ได้ข่าวสารอะไรเลยก็ยิ่งเศร้าใจมากขึ้นทวีคูณ

                ตั้งแต่ตอนที่สเลนเฉียดตายครั้งที่ไปอยู่ที่ฐานทัพย่อยใกล้ๆดาวโลกนั้นมา อินาโฮะ คาอิซึกะก็ไม่เคยออกมาร่วมรบกับกองกำลังฝ่ายโลกอีกเลยแม้แต่ครั้งเดียว กลายเป็นบุคคลหายสาบสูญของฝ่ายโลกและเป็นเรื่องที่น่ายินดีสำหรับอัศวินโคจรแห่งเวิร์สทุกท่านที่ศัตรูตัวฉกาจได้หายไปราวกับ....            

                หายไปราวกับเหมือนตายจากจักรวาลนี้ไปแล้ว

                แต่ถึงอย่างนั้นสเลนเองก็ยังคงหวังเล็กๆว่าจะได้เจอกับคนที่มอบชีวิตให้เขาอีกครั้งไม่ว่าสิ่งที่อ้างกันจะเป็นจริงหรือไม่ สเลนเองจึงตั้งตาคอยเวลาที่จะได้ลงไปที่โลกอีกครั้งอย่างใจจดใจจ่อ

                ถ้าลงไปอาจจะได้เจออีกครั้งก็ได้

                “เคาท์สเลนครับ จะไปพักผ่อนแล้วหรือครับ” เสียงอันคุ้นเคยดึงสติร่างบางกลับมาอีกครั้งก่อนจะตามมาด้วยสัมผัสอุ่นจากฝ่ามือคนตัวสูงที่เอื้อมมาปลดกระดุมเสื้อคลุมสีแดงบนตัวสเลนออกแล้วนำไปพับเก็บคล้องไว้ที่แขนจากนั้นจึงเดินตามร่างบางไปที่ห้องพัก

                “อืม ฮาร์คไลท์ซังทีหลังไม่ต้องมาคอยปรนนิบัติผมแบบนี้ก็ได้นะครับ ผมไม่ค่อยชินสักเท่าไหร่แม้จะผ่านมาตั้งหลายปีแล้วก็เถอะ” สเลนหันมาพูดพร้อมยิ้มน้อยๆก่อนจะหันกลับไปเดินต่อ

                “ท่านสเลนยังคงเป็นคนที่ผมนับถือที่สุด ไม่ว่าใครหน้าไหนก็มิอาจมาแทนท่านสเลนได้หรอกครับ”

                “ผมไม่ได้มีค่ามากมายอะไรขนาดนั้นหรอกครับ” สเลนพูดพร้อมกับทำสีหน้านิ่งเฉย เมื่อเดินมาถึงห้องพักสเลนเองก็ขอตัวอยู่คนเดียวพร้อมเดินเข้าห้องไป

                แม้ภายนอกจะเป็นคนที่เข้มแข็งน่านับถือมากเพียงใดภายในจิตใจก็ยิ่งอ่อนแอและเปราะบางมากตามไปด้วย

                เรื่องนี้ฮาร์คไลท์เองรู้ดียิ่งกว่าใคร แม้ภายนอกสเลนจะดูเข้มแข็งน่าเกรงขามมากเท่าไหร่แต่สุดท้ายจุดประสงค์เดียวในการจะยึดครองโลกของสเลนก็มีแค่เพื่อปกป้องคนรักของตนและเพื่อล้มล้างข้อห้ามต่างๆเพื่อให้อยู่กับคนรักได้ก็แค่นั้น และยิ่งคนตัวเล็กได้รับรู้ว่าอินาโฮะหายไปมีสาเหตุมาจากชาวอังคาร สเลนก็ยิ่งตามหาตัวคนทำเพื่อหามาเค้นคำตอบไม่ว่าจะต้องทำวิธีที่ผิดต่อจักรวรรดิเวิร์สมากเท่าไหร่ก็ตามจนถึงทุกวันนี้

                ถ้าสเลนรู้ว่าเขาเป็นคนยิงอินาโฮะตอนนั้น ท่าทีที่มีต่อเขาจะเปลี่ยนไปไหมนะ

                ยิ่งฮาร์คไลท์คิดก็เหมือนขุดหลุมในใจตัวเอง เพราะไม่ว่าคนผมดำจะพยายามเข้าไปแทนที่ชายที่ชื่ออินาโฮะมากเท่าไรแต่ตลอดสองปีที่ผ่านมาสเลนเองก็ไม่เคยเปิดรับใครอื่น ไม่ว่าเขาจะทำดีกับสเลนแค่ไหนแต่คนร่างเล็กไม่เคยแม้จะรับความรักจากเขาเพื่อเอาไปเติมเต็มส่วนที่เว้าแหว่งในจิตใจเลยสักครั้ง

                “เมื่อไหร่คุณจะหันกลับมามองผมบ้าง เคาท์สเลน”

 

               

                “ทางเรามีแผนจะไปโจมตีดาวโลกในอีก2วันข้างหน้าขอรับท่าน ขอให้ท่านจงโปรดวางใจและมอบหมายอำนาจในการดำเนินแผนให้พวกเราชาวอัศวินโคจรแห่งเวิร์สทั้งหมดได้เลยครับ” สเลนกล่าวพร้อมเอามือทาบอกเพื่อแสดงความเคารพต่อองค์ราชาRayregalia Vers Rayversซึ่งเป็นปู่ของอัสเซลัม องค์หญิงแห่งเวิร์ส เมื่อจบการสนทนาประตูห้องก็เปิดออกพร้อมกับร่างของฮาร์คไลท์ที่เดินเข้ามาหาแล้วถามความคืบหน้าเหมือนทุกครั้ง

                “ท่านสเลนวันนี้ดูเหนื่อยกว่าปกตินะครับ”

                “ก็นิดหน่อยน่ะฮาร์คไลท์ซัง อีกไม่กี่วันก็ต้องไปโจมตีโลกแล้วงานมันเลยดูยุ่งมากๆเลย”

                “ไปพักผ่อนที่ห้องหน่อยมั้ยครับ”

                “ไม่ล่ะ เดี๋ยวผมจะขอตัวไปดูแผนการบุกต่ออีกนิดนึงเดี๋ยวผมค่อยกลับไปพัก ฮาร์คไลท์ซังกลับไปพักผ่อนก่อนก็ได้ครับ”สเลนที่มีหน้าตาอิดโรยจากการไม่ได้นอนกล่าวพร้อมส่ายหัวน้อยๆก่อนจะเดินสวนฮาร์กไลท์ออกจากห้อง แต่ก่อนจะออกคนที่มือยาวกว่าก็หันกลับไปจับข้อมือรั้งร่างเล็กไว้แล้วเอ่ยถามด้วยเสียงเป็นห่วง

                “ทำไมท่านสเลนถึงต้องหักโหมงานหนักขนาดนี้ ในเมื่อหน้าที่นี้ให้ผมหรือเคาท์ท่านอื่นสะสางเองก็ได้ คุณแทบจะไม่ต้องทำอะไรเลยด้วยซ้ำ การวางแผนการรบนี่ก็ควรเป็นของเคาท์ที่เชี่ยวชาญ ท่านสเลนจะรับงานมาทำไมกันหรือครับในเมื่อคุณเองเพิ่งจะได้รับตำแหน่งท่านเคาท์มา ผมอยากให้คุณพักผ่อนเพื่อตัวคุณเองบ้างนะครับเพราะสุดท้ายยังไงฝ่ายโลกมันก็ต้องย่อยยับเพราะความหยิ่งทะนงและความพร้อมทางด้านการรบอยู่แล้ว ยิ่งคนที่สามารถขับหุ่นมาสู้กับทางเราอย่างอินาโฮะ ไคอิซึกะตายไปก็ยิ่งอ่อนแอ....”

                “อินาโฮะยังไม่ตาย!!!!!” เสียงแหลมสูงจากปากของสเลนดังขึ้นขัดจังหวะการพูดของฮาร์กไลท์ทำให้ร่างสูงผงะไปชั่วครู่หนึ่ง ฝ่ายที่ตะโกนก็เพิ่งรู้ตัวว่าตะโกนอะไรออกไปจึงรีบปรับสีหน้าให้เป็นปกติก่อนจะอธิบายเหตุผลด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

                “ที่ผมทำงานอย่างหนักก็เพื่อที่เราจะได้ยึดครองโลกได้ให้มากที่สุด เพื่อจักรวรรดิเวิร์สจะได้สิ่งที่คู่ควร และเพื่อให้สมกับที่ท่านพ่อคนที่สองที่เป็นผู้มอบตำแหน่งอันทรงเกียรตินี้ให้จะได้ภูมิใจผมจึงต้องทำงานหนักแม้ว่าจะไม่เคยทำ เพราะงั้นงานทุกงานมันจึงจำเป็นสำหรับผม ผมไม่สามารถเลี่ยงงานได้หรอกนะครับฮาร์กไลท์”

                “แน่ใจเหรอครับท่านสเลนว่าที่คุณสนใจอยู่เป็นผลประโยชน์ของเวิร์สไม่ใช่เรื่องที่เกี่ยวกับชาวโลกที่ชื่ออินาโฮะน่ะ”

                “ฮาร์กไลท์!!! นี่คุณ!!!----” เมื่อร่างบางกำลังจะอ้าปากเถียง ฮาร์กไลท์ก็อาศัยความได้เปรียบทางด้านร่างกายพุ่งเข้าประชิดตัวสเลนก่อนจะใช้มือปิดปากคนตัวเล็กกว่าและใช้มืออีกข้างหนึ่งรวบข้อมือของร่างเล็กไว้แล้วดันร่างสเลนจนตัวติดกำแพงก่อนจะยื่นหน้าแล้วพูดด้วยท่าทีเย็นชาแบบที่สเลนไม่เคยเจอมาก่อน

                “ท่านสเลนคนเมื่อก่อนหายไปไหนแล้วครับ คนที่พยายามทำทุกอย่างเพื่อนท่านอัสเซลัม ยอมจงรักภักดีต่อเวิร์ส คนที่อ่อนโยนกับผมเมื่อ2ปีที่แล้วหายไปไหนครับ!?! ตอนนี้คนที่ผมเจออยู่มันกลับเป็นคนที่ทะเยอทะยานอย่างบ้าคลั่ง ทะยานคว้าอำนาจ ตำแหน่งโดยที่ไม่สนใจว่าต้องสังเวยชีวิตใครอื่นไปมากเท่าใด ทำไมถึงต้องทำขนาดนี้ครับท่านสเลน ทั้งๆที่มันแทบจะไม่ได้มีค่าต่อตัวคุณ...”

                “เพื่อเอามาลบล้างสงครามบ้าๆนี่ให้มันหมดๆไปสักทียังไงล่ะ!!

                “....”

                “เพราะสงครามองค์หญิงถึงต้องอยู่แต่ในตู้แก้วนั่น เพราะสงครามพ่อของผมถึงต้องตาย...และเพราะสงครามมันทำให้อินาโฮะหายสาบสูญไป!!!

                “...”

                “เพราะเขาผมถึงกล้าที่จะสู้เพื่อขึ้นมายืน ณ ตรงนี้ได้ เขาเป็นคนที่ทำให้ผมกล้าที่จะสู้ต่อชะตากรรมตัวเอง ผมโดนทำร้ายทั้งร่างกายและจิตใจมามากพอแล้วฮาร์กไลท์ แต่อินาโฮะเป็นคนเดียวที่ทำให้ผมรู้สึกมีความสุขมากที่สุดเวลาที่ผมอยู่กับเขา เพราะงั้นไม่ว่ายังไงผมก็ต้องพาเขากลับมาให้ได้”สเลนเว้นจังหวะพูด ไหล่บางๆของสเลนสั่นน้อยๆแสดงถึงอาการหวาดหวั่นที่ถูกฝังลึกอยู่ในจิตใจ ขอบน้ำตาเริ่มมีน้ำตารื้นอยู่แต่คนตัวเล็กกลับก้มหน้าหนีพยายามสะกดกลั้นเอาไว้ก่อนจะสาธยายต่อ

                “ยังไงอินาโฮะก็ต้องยังไม่ตาย เขาจะต้องกลับมาแน่นอน”

                “พอเถอะครับท่านสเลน เลิกทำงานนี้เถอะครับ ผมว่าคุณเหนื่อยมากเกินไปแล้ว”

                “ไม่ได้!!! ยังไงก็ไม่ได้!!

                “พอได้แล้ว!!! อะไรๆก็เพื่ออินาโฮะ! ทำอะไรเพื่อคนตายยังไงมันก็ไร้ค่า ไม่เข้าใจรึไง!!

                “!!!

                “ผมเป็นคนฆ่ามันเองกับมือ ท่านสเลนจะรู้ดีไปกว่าผมได้ไงว่ามันตายหรือไม่ตาย! ตอนนั้นที่ผมยิงมันเพื่อเอาตัวคุณกลับมามันก็แทบไม่มีสติจะลุกหนีด้วยซ้ำ!! ไม่พอหลังจากผมพาคุณออกมาไอ้ฐานทัพนั่นมันก็ระเบิดกลายเป็นขยะอวกาศไปแล้ว คุณยังจะเถียงผมอีกเหรอว่าอินาโฮะมันจะไม่ระเบิดหายไปพร้อมฐานนั่นน่ะ!!”ฮาร์กไลท์ตะโกนใส่สเลนด้วยใบหน้าที่แสดงอารมณ์โกรธ มือที่รวบข้อมือร่างบางไว้ก็กำแน่นขึ้นด้วยความโกรธจัดจนสเลนรู้สึกเจ็บ

                ทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบทันทีหลังจากความจริงเรื่องอินาโฮะได้หลุดออกจากปากของร่างสูง สเลนพยายามข่มกลั้นน้ำตาเอาไว้ก่อนจะค่อยๆลงไปทรุดกับพื้นพร้อมน้ำตาที่ไหลต่อกันเป็นสายอย่างหยุดไม่อยู่ด้วยความตกใจและเสียใจ ฝ่ายฮาร์กไลท์เองเมื่อเริ่มรู้สึกตัวว่าพูดและทำอะไรที่ไม่สมควรลงไปก็ค่อยๆก้มลงแล้วจะประคองสเลนขึ้นแต่ก่อนหน้าที่มือจะแตะโดนตัวสเลนเจ้าตัวก็ปัดมือทิ้งอย่างไม่ไยดีก่อนจะหันหน้าหนีไม่สบตาด้วยแล้วออกเสียงสั่งอย่างแข็งกร้าวพร้อมทั้งน้ำตา

                “ท่านสเลน ผมขอทะ---”

                “จะไปไหนก็ไปแต่ห้ามมาให้ผมเห็นหน้าอีก!

                “ผม.....รับคำสั่งครับท่านเคาท์สเลน ทรอยยาร์ด”ฮาร์กไลท์ที่ทำท่าจะขอโทษแปรเปลี่ยนท่าทีมาเป็นการเคารพสเลนก่อนจะลุกขึ้นแล้วเดินออกจากห้องไป หลังจากที่ร่างสูงเดินออกไปน้ำตาที่อดกลั้นอยู่ทั้งหมดก็ไหลล้นออกมาอย่างหยุดไม่อยู่ ร่างทั้งร่างสั่นเทิ้มพร้อมเสียงสะอื้นที่ดังขึ้นแทรกความเงียบในห้อง ความเศร้า ความกลัว และความกดดันถาโถมเข้ากัดกินหัวใจของร่างบางจนทำให้สเลนนึกถึงเรื่องราวในอดีตที่ถูกข่มเหงทำร้ายอีกครั้ง ก่อนจะนึกถึงเจ้าของเรือนผมสีน้ำตาลที่จะคอยมาปลอบตัวเองตอนลำบากเสมอ ภาพและสัมผัสที่อบอุ่นยามที่อินาโฮะมอบมาให้ยังคงทำให้หัวใจเต้นแรงและมีความสุขได้อยู่อย่างไม่มีวันจางหายไป แม้สิ่งที่รับรู้ตอนนี้จะมาทำให้สเลนรู้สึกแย่มากเท่าไหร่ก็ตาม

                “ไม่ว่าตอนไหนที่นายลำบาก ฉันจะคอยช่วยสนับสนุนนายอยู่เสมอนะ”

                “ตอนนี้ที่ผมลำบากที่สุด คุณหายไปไหนกันครับเจ้าส้ม”

                ฉันจะยังมีหวังที่จะได้เจอนายอีกมั้ยอินาโฮะ

 

               

                “ในอีก2วันข้างหน้าทางชาวอังคารจะบุกมาโจมตีฝ่ายเราอีกครั้งโดยเป้าหมายที่มันเล็งไว้ตอนนี้คือศูนย์ควบคุมวิทยุและศูนย์กักเก็บเสบียงใหญ่ที่รัสเซีย ซึ่งถ้ามันยึดที่ตรงนั้นไปได้ทางเราจะเป็นฝ่ายเสียเปรียบจนอาจจะกู้โลกคืนมาไม่ได้ ดังนั้นจึงขอให้หน่วยรบทุกหน่วยทุ่มกำลังอย่างเต็มที่เพื่อสกัดกั้นเอาไว้ ขอให้ทุกประเทศจงทุ่มกำลังอย่างเต็มที่และส่งทหารมาร่วมเป็นแนวหน้าการสกัดกั้นชาวอังคาร ที่ฐานอวกาศหลักของจีนด้วย จบการประชุมเพียงเท่านี้” เมื่อสิ้นคำประกาศเตรียมพร้อมรบของหน่วยใหญ่กองกำลังโลกที่ส่งผ่านมาทางวิทยุสื่อสาร ชายหนุ่มผมสีน้ำตาลเข้มก็ทำการกดปิดก่อนจะลุกขึ้นจากเตียงนอนเดินไปเปิดทีวีดูข่าวต่อแทน อันที่จริงในสภาวะความตึงเครียดเช่นนี้ข่าวที่จะปรากฎออกมาก็คงไม่พ้นข่าวความคืบหน้าในการรบและรายงานการเคลื่อนไหวของศัตรู

                เนื่องจากอินาโฮะได้ดัดแปลงและลักลอบแฮ็กสัญญาณเข้าไปที่สัญญาณของชาวอังคาร ข่าวที่ถูกปล่อยให้กับชาวอังคารจึงสามารถมาปรากฎอยู่บนหน้าจอทีวีของยานอวกาศที่เขาอยู่ได้โดยไม่มีติดขัด ดังนั้นการที่ได้รับรู้การเคลื่อนไหวของชาวอังคารจึงเป็นเรื่องที่ธรรมดาของคนบนยานลำนี้ไป

                “กระผม เคาท์สเลน ซาสบาร์ม ทรอยยาร์ด จะร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการรบครั้งนี้เพื่อชาวอังคารทุกท่าน เพื่อตอบแทนในสิ่งที่พ่อของผมไม่สามารถทำต่อได้ ในอีก 2 วันข้างหน้า จะเป็นวันตัดสินและย่อยยับของชาวโลก! ขอให้อัศวินโคจรแห่งเวิร์สจงร่วมใจกันเพื่อนำสิ่งที่คู่ควรมาให้ชาวอังคารทุกท่านด้วย!!” เสียงจากจอโทรทัศน์พร้อมทั้งภาพของหนุ่มผมสีครีมนัยย์ตาสีเขียวมรกตพร้อมด้วยรูปร่างที่ผอมบางซึ่งถูกคลุมด้วยชุดสีแดงสดดึงสติอินาโฮะให้จดจ่ออยู่กับการปราศรัยให้กับชาวอังคารในครั้งนี้

                เป็นเคาท์แล้วสินะ

                อินาโฮะคิดในใจพร้อมคิดย้อนไปยังเหตุการณ์เมื่อสองปีก่อน สองปีตอนนั้นที่เขาถูกยิงเฉียดหัวไปโดนตาจนไม่ได้สติ กับการที่เกือบโดนระเบิดหายไปพร้อมฐานอวกาศนั่นถ้าพี่สาวเขาไปช่วยไว้ไม่ทันนั่นอีก เขายังจำคนที่ยิงเขาได้ดีและยังคงคิดถึงร่างบางในอ้อมอกเขาตลอดมา

                จะลืมเขาไปรึยังนะ

                อินาโฮะคิดเงียบๆในใจ ตั้งแต่ตอนที่เขาเฉียดตายมาครั้งนั้นเขาก็ต้องพักรักษาตัวอย่างหนักทำให้ไม่ได้ไปช่วยออกรบเป็นเวลากว่าปีเต็ม แถมพอหายดีพี่สาวก็ยังพยายามห้ามไม่ให้ไปช่วยรบจนในที่สุดครั้งนี้เขาจึงได้มีหน้าที่ไปเป็นแนวหน้าของญี่ปุ่นในการสกัดกั้นชาวอังคารอย่างไร้ข้อกังขา

                ภายในโทรทัศน์สเลนยังคงพูดปลุกกำลังใจทหารต่อเรื่อยๆอย่างทรงอำนาจ อินาโฮะยังคงมองจอต่อโดยไร้สีหน้า ภายในใจกลับรู้สึกหน่วงและเสียใจเมื่อนึกถึงคราวที่ต้องสู้กัน รอบที่แล้วตอนสเลนโดยระเบิดต่อหน้าต่อตาเขายังแทบทำใจไม่ได้ แต่ครั้งนี้กลับต้องมาเป็นศัตรูและสู้กันในฐานะกองกำลังของฝ่ายตรงข้ามด้วยกันทั้งคู่แบบนี้

                เขาจะทำใจฆ่าสเลนได้งั้นเหรอ?

                ก็อกๆ

                “นาโอะคุง พี่เอาข้าวมาให้ช่วยออกมารับหน่อยจ้ะ”

                “ครับ” หนุ่มผมน้ำตาลปิดทีวีก่อนจะเดินไปเปิดประตูห้องรับอาหารจากพี่สาว สีหน้ายังคงเรียบเฉยตามฉบับทำให้คนที่เป็นพี่สาวต้องถอนหายใจออกมาพร้อมกับลูบหัวน้องชายเบาๆด้วยความเอ็นดู

                “นาโอะคุงโตแล้วนะ ถ้าไม่ยิ้มหรืออะไรเลยเดี๋ยวก็ไม่มีสาวมาติดพอดี แล้วใครจะมีหลานให้พี่ล่ะ”               “ผมก็หน้าแบบนี้อยู่แล้ว พี่จะให้ผมไปศัลยกรรมหน้าเหรอครับ”

                “โถ่! ไอ้น้องคนนี้นิ”เมื่อพูดจบหญิงสาวก็ทำการผลักหัวน้องชายตัวเองเบาๆทีนึงก่อนจะกลับมายิ้มแบบบปกติแล้วเปลี่ยนสีหน้าเป็นกังวลแทน

                “อีกไม่กี่วันจะไปรบแล้วนะนาโอะคุง เปลี่ยนใจตอนนี้ยังทันนะ ทางเราก็มีหน่วยรบจากต่างชาติมาช่วยเยอะแล้ว นาโอะคุงไม่จำเป็นต้องเสี่ยงไปหรอก”

                “ผมจะไปครับพี่ เพราะยังไงคนที่ใช้งานหุ่นซ้อมรบได้คุ้มก็มีแค่ผมคนเดียว ถือว่าผมไปปกป้องพวกมันจากพี่ละกัน”

                “ยังไงก็ระวังนะนาโอะคุง ถ้าไม่อยากไปรบก็บอกพี่ได้ทุกเมื่อ พี่ยังรักนาโอะคุงเสมอนะ ”

                “ครับ”    เมื่อผู้เป็นพี่สาวเดินออกจากห้องไป อินาโฮะก็เดินตรงมาที่เตียงพร้อมทิ้งตัวลงนอนก่อนจะหยิบจี้เหล็กที่เป็นรูปวงกลมขึ้นมาพร้อมแกว่งไปแกว่งมาแล้วหลับตาลง

                “สิ่งนี้เป็นเครื่องรางครับ ผมให้เจ้าหญิงไว้อันนึง ส่วนอันนี้เป็นของผมเอง มันจะช่วยป้องกันภัยที่จะทำร้ายตัวเราได้ เก็บติดตัวด้วยนะครับ”

                “เป็นของดูต่างหน้าพ่อของนายไม่ใช่หรือสเลน ทำไมไม่เก็บไว้เองล่ะ”

                “ไม่ล่ะ พ่อบอกจี้นี้เมื่อเจอคนที่ผมอยากปกป้องก็ให้เขาได้เลย มันเป็นสัญญาว่าจะช่วยดูแลกันและกันตลอดไป เพราะผมอยากอยู่กับอินาโฮะคุงผมเลยให้ ช่วยรับไว้ด้วยนะครับ”

                “ถ้าขอพรได้ ฉันจะไม่ขอให้นายมาสู้ครั้งนี้เลยสเลน”

 

               

                “ท่านฮาร์คไลท์ครับ!! มีข่าวด่วนจากสายสืบของเราที่อยู่บนโลกส่งมาให้เมื่อ 5 นาทีก่อนครับ!”ชายหนุ่มที่กำลังตรวจเช็คงานอยู่ผละออกจากสิ่งที่ทำก่อนจะเดินตรงมารับเครื่องสื่อสารจากคนที่เดินเข้ามารายงาน แล้วนั่งอ่านรายงานอย่างละเอียด

                ทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบไปชั่วครู่หนึ่งก่อนที่ฮาร์คไลท์จะตะโกนบันดาลโทสะออกมาแล้วปาเครื่องสื่อสารทิ้ง ใบหน้าแสดงถึงความโกรธเกรี้ยวและไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัดจนคนที่มารายงานถึงกับสะดุ้งในภาพลักษณ์ที่ไม่เคยเห็นมากก่อนจนต้องขอตัวออกจากห้องไป

                ฝ่ายฮาร์คไลท์เมื่อได้อ่านรายงานก็ทั้งตกใจปนโกรธ ทั้งๆที่ตอนนั้นที่เขาลงมือเองโอกาสพลาดมันน้อยมากด้วยซ้ำแต่ภาพพร้อมกับคำรายงานที่ถูกส่งมาให้เขากลับตอกย้ำความผิดพลาดของเขาในการฆ่าอินาโฮะให้เด่นชัดมากยิ่งขึ้นจนเขาดิ้นหนีไม่หลุด

                ตอนนั้นก็ฆ่ามันกับมือ อินาโฮะมันรอดมาได้ยังไง!!

                ความสงสัยยังคงค้างคาใจ ชายร่างสูงเดินวนไปวนมาภายในห้องทำงานด้วยความกังวล เอกสารต่างๆสำหรับแผนการบุกของวันมะรืนถูกกวาดลงพิ้นหมดทิ้งไว้เพียงแค่แผนที่ในการบุก ร่างสูงใช้นิ้วไล่หาตำแหน่งของทาร์ซิสในแผนการรบและดูแนวการเคลื่อนทัพที่สเลนต้องขับไปสู้วันมะรืนแล้วลงมือวิเคราะห์หาทางให้สเลนใช้ทาร์ซิสไปบุกทางอื่นแทน

                เพราะสเลนทำหน้าที่เป็นกองสนับสนุนจึงต้องหลบกองทัพหลักออกไปในเส้นทางที่ไม่มีศัตรูอยู่ซึ่งเป็นทางเดียวที่ไร้กำลังของศัตรู ถ้าเขาวิเคราะห์ไม่พลาดในตอนนี้ฝ่ายโลกคงหากองกำลังมาปิดกั้นตรงนี้แล้วแน่นอน ซึ่งจากที่เขาเช็คมาในประเทศที่เข้าร่วมก็มีเหลือประเทศเดียวที่เพิ่งเพิ่มเข้ามาใหม่และน่าจะเป็นกองกำลังที่จะเอามาสกัดกั้นสเลนไว้

                กองทัพประเทศญี่ปุ่น......ไคอิซึกะ อินาโฮะ

                “โถ่เว้ย!!!! เจอกันจนได้!!” ไม่ว่าฮาร์กไลท์จะพยายามโยกย้ายยังไงกองทัพประเทศญี่ปุ่นก็ยังมีโอกาสปะทะกับสเลนได้ทุกเมื่อ ข้างขมับขวาของฮาร์คไลท์มีการกระตุกอย่างแรงของชีพจรที่เต้นเร็ว ความเครียด ความกังวลและความโกรธต่างเทมารวมกันจนเขารู้สึกปวดหัวแต่ก็ยังไม่สามารถทำให้ฮาร์คไลท์ล้มเลิกวิธีที่จะเปลี่ยนเส้นทางของสเลนไม่ให้เจออินาโฮะได้จนในที่สุดฮาร์คไลท์ก็คิดแผนขึ้นมาได้ก่อนจะเผยยิ้มชั่วร้ายออกมาแล้วหัวเราะในลำคอราวกับผู้ชนะ

                ถ้าเปลี่ยนเส้นทางไม่ได้ก็มีแต่ต้องฆ่าทิ้ง

                “คราวนี้ผมไม่พลาดแบบรอบที่แล้วแน่หึๆ” ฮาร์คไลท์ผละออกจากแผนที่การเคลื่อนกองกำลังก่อนจะเดินไปรายงานให้จักรพรรดิฟัง ซึ่งเมื่อองค์ราชาได้สดับฟังสิ่งที่ฮาร์คไลท์คิดไว้ก็รู้สึกพอใจและเตรียมของขวัญไว้ให้ฮาร์คไลท์ล่วงหน้า ในที่สุดเมื่อสนทนากันเสร็จฮาร์คไลท์ก็เดินไปหยุดหน้าห้องของสเลนแล้วคิดในใจกับตัวเองอยู่เงียบๆ

                อีกไม่นานผมจะเป็นคนที่คู่ควรกับคุณมากที่สุด ช่วยรอและทำตามสิ่งที่คุณอยากทำเพื่อให้แผนของผมสำเร็จทีนะครับสเลน

               

 

                 “คาตาฟรักซ์ทุกหน่วยเตรียมตัว! ในเวลาอีก1ชั่วโมงแผนการบุกกองทัพโลกจะเริ่มขึ้น ผมขอสั่งในนามเคาท์สเลน ซาสบาร์ม ทรอยยาร์ดว่าขอให้ดำเนินการตามแผนทุกอย่างห้ามนอกแผนการ! ใครขัดขืนคำสั่งผมจะยิงทิ้งทันที!! ทุกคนรับทราบ!

                “รับทราบครับ!

                เมื่อสิ้งเสียงคำสั่งกร้าวของสเลน คนที่เป็นนักบินก็พากันประจำเครื่องตัวเองอย่างเร็ว เหลือไว้เพียงหนุ่มร่างสูงผมสีดำในชุดนักบินที่ยังคงยืนเช็คเครื่องคาตาฟรักซ์ทาร์ซิสของสเลนอยู่กับช่างเครื่องอีกสามคนด้วยความละเอียดก่อนที่ชายร่างสูงจะผละออกมาจากเครื่องทาร์ซิสแล้วเข้าไปประจำในเครื่องของตนเอง

                ขนาดไล่ฮาร์คไลท์ไปแต่ก็ยังมาตรวจเช็คสภาพเครื่องให้ ไปขอโทษดีไหมนะ

                “ท่านสเลนขอรับ ขณะนี้ทางเวิร์สเรียกรวมกำลังพลแล้ว กระผมว่าท่านสเลนออกเดินทางไปสมทบเลย จะได้ไม่ล่าช้าดีไหมขอรับ”นายทหารนายหนึ่งตรงเข้ามารายงานสเลนก่อนจะยื่นสาน์สบางอย่างให้ร่างบาง สเลนรับมาอ่านอย่างพิจารณาก่อนจะคืนสาน์สนั้นไปแล้วเข้าเครื่องทาร์ซิสก่อนจะประกาศด้วยเสียงแข็ง

                “ขณะนี้ทางเวิร์สได้มีการเรียกรวมตัวแล้ว ขอให้ทหารทุกนายเข้าประจำเครื่องตัวเองให้พร้อม เราจะออกเดินทางไปรวมกับกองกำลังหลักในอีก 3 นาที ข้างหน้า หากใครไม่ทำตามคำสั่งของผม ผมจะยิงทิ้งทันที!” เมื่อพูดจบสเลนก็แอบมองไปทางฮาร์กไลท์ผ่านจอมอนิเตอร์ของตัวเครื่องทาร์ซิสนิดนึงเพื่อสังเกตท่าทีแต่ทว่าร่างสูงกับทำเพียงยื่นเอกสารคืนให้คนตรวจเช็คสภาพเครื่องก่อนจะเดินไปขึ้นเครื่องของตนเองโดยไม่หันมามองทาร์ซิสที่สเลนกำลังนั่งอยู่เลยด้วยซ้ำ

                กลับมาจากสงครามครั้งนี้ค่อยขอโทษก็แล้วกัน

                “เคาท์สเลน ซาสบาร์ม ทรอยยาร์ด....ทาร์ซิส ออกเครื่อง!!!

 

               

                “มัสแตงค์00 ยืนยัน ตำแหน่งที่เฝ้าระวังอยู่ยังไม่พบศัตรู”

                ดิวคาเลี่ยนทราบรับเปลี่ยน หากสถานการณ์ตรงนั้นรับมือไม่ไหวขอให้ถอยกลับทันที ทราบรับเปลี่ยน

                “รับทราบ”ชายผมน้ำตาลตอบกลับด้วยเสียงสงบก่อนจะคอยจับตามองจอมอนิเตอร์อย่างใจจดใจจ่อในขณะที่มัสแตงค์คันอื่นๆซึ่งเป็นของกองทัพจากต่างประเทศกลับปล่อยท่าทีนิ่งนอนใจแล้วคอลแซวเขาเรื่อยๆเหมือนไม่ได้กำลังรบอยู่

                เฮ้ ไอ้หนู จริงจังไปก็ไม่ได้ทำให้ตำแหน่งขึ้นมาหรอกน่า”

                อันที่จริงเด็กอย่างยูน่าจะไปนอนดื่มนมแม่อยู่ที่บ้านนะ ออกมารบอย่างนี้เดี๋ยวก็ตายเปล่าๆ ฝืมือของยูยังเทียบไอไม่ติดหรอกน่ะนะ ฮ่าๆๆๆ

                “.....” ไม่ว่าจะโดนเยาะเย้ยแต่สิ่งที่อินาโฮะทำกลับเป็นเพียงการเงียบใส่และจดจ้องอยู่กับจอมอนิเตอร์ต่อไป จนเขาเห็นแสงสีม่วงอะไรบางอย่างที่กำลังมุ่งตรงมาทางกองกำลังที่เขาอยู่ด้วยความเร็วสูงจากการซูมด้วยตาซ้ายของเขาที่เป็นตาจักรกลอินาโฮะก็บอกให้มัสแตงค์ทุกหน่วยเคลื่อนออกจากบริเวณนั้นก่อนจะขับมัสแตงค์ถอยออกมาหลบวิถีกระสุนอย่างฉับพลัน

                ตูม!!!

                “มัสแตงค์07...04....08...หายไปสามเครื่อง” เสียงระเบิดจากวิถีกระสุนที่ไม่สามารถระบุที่มาได้ทำให้กองกำลังฝ่ายทัพโลกสูญเสียเครื่องรบพร้อมนักบินมือฉกาจไปอีก 3 นาย อินาโฮะไม่รอช้า คำนวนวิถีกระสุนระลอกต่อไปในทันที

                “ระยะยิงน่าจะอยู่ไกลจากที่นี่พอสมควร แต่ใช้แรงดึงดูดของดาวช่วยงั้นเหรอ?”

                กระสุนและการยิงแบบนี้....ไม่ผิดแน่

                “ขอให้มัสแตงค์ทุกเครื่องไปประจำที่ XX เพื่อทำการยิงสนับสนุนผมด้วยครับ การรับมือกับคาตาฟรักซ์ผมจะจัดการเอง” เมื่อพูดจบอินาโฮะก็ขับยานออกไปนอกเขตที่ตั้งรับ ก่อนจะมองทั่วมอนิเตอร์แล้วคำนวนหาแหล่งกำเนิดที่กระสุนถูกปล่อยออกมา

                แต่ก่อนที่จะคิดเสร็จเครื่องก็ส่งสัญญาณเตือนภัยกะทันหัน อินาโฮะจึงหักหลบก่อนจะยิงสวนกลับไปทางเดียวกันกับที่กระสุนปริศนายิงมา และเมื่อมองกลับไปที่เดิมในที่สุดจอมอนิเตอร์ก็จับภาพคาตาฟรักซ์และกองกำลังศัตรูได้อีกหลายเครื่อง โดยภาพที่แสดงอยู่บนจอนั้นฉายไปด้วยคาตาฟรักซ์สีขาวซึ่งเป็นเครื่องเดียวกันกับที่เคยบุกกองทัพโลกเมื่อสองปีก่อน แต่แล้วมันก็หายสาบสูญไปพร้อมคนขับ แต่ตอนนี้ที่มันกลับมาคนขับคงไม่ใช่คนเดิมแน่นอน

                ทราซิส เคาท์ครูเตโอ้ ไม่สิ...เคาท์สเลน

                ฝ่ายสเลนเองเมื่อขับเข้ามาใกล้กองกำลังศัตรู ตาสีเขียวมรกตก็จับจ้องไปที่จอมอนิเตอร์พร้อมกับซูมเข้าไปที่กองกำลังศัตรู เมื่อซูมเข้าไปจนเห็นเด่นชัดก็ต้องเบิกตากว้างก่อนจะสั่งให้ยานรบทุกหน่วยที่มากับตนหยุดการเคลื่อนไหวและการยิงโดยทันที

                เครื่องสีส้ม...อินาโฮะ???

                “มะ..ไม่จริงน่า ทะ...ทำไมถึง”

                ทำไมถึงต้องออกมารบในเวลาแบบนี้ด้วย

                สเลนขับทาร์ซิสเข้าไปใกล้อินาโฮะด้วยความดีใจ สองมือที่จับคันเร่งสั่นเทิ้มพร้อมน้ำตาแห่งความโล่งอก แต่ก่อนที่ทาร์ซิสจะได้เข้าใกล้มัสแตงค์เครื่องสีส้มไปมากกว่านี้ ฝ่ายอินาโฮะก็ยกปืนขึ้นมาเล็งไปที่ตัวทาร์ซิสจนทำให้คาตาฟรักซ์เครื่องสีขาวหยุดชะงักก่อนจะตามมาด้วยสัญญาการติดต่อที่ถูกส่งมาจากเครื่องสีส้ม

                ทราซิส....สเลน ทรอยยาร์ด

                “……นายจริงๆด้วย อินาโฮะยังไม่ตาย ยังไม่ตายจริงๆด้วย” เมื่อเสียงทุ้มเรียกชื่อของเขา ร่างบางก็ปล่อยโฮออกมาทั้งน้ำตา มัสแตงค์00ลดปืนลงก่อนจะค่อยๆขยับเข้าไปใกล้ทราซิสอย่างช้าๆตามแรงดึงดูดระหว่างมวลบนอวกาศโดยไม่ได้เอะใจและไม่ได้เตรียมป้องกันอะไรเลย

                ติ๊ดๆๆ!

                สัญญาณเตือนภัยในเครื่องของอินาโฮะดังขึ้นพร้อมกับกระสุนจากฝั่งของชาวอังคารทำให้อินาโอะต้องผลักทาร์ซิสออกแล้วใช้เกราะแขนขวาของมัสแตงค์รับกระสุนจนทำให้กระเด็นไปหลายกิโล

                “อึ่ก....”

                ใครอนุญาตให้พวกนายยิง!!’

                บึ้มๆ!

                เสียงระเบิดยังคงดังต่อเนื่องหุ่นที่อินาโฮะก็ขับหลบหลีกไปในอวกาศและยิงสวนกลับไปทางเครื่องของกองกำลังศัตรูจนทำให้พังไปหลายเครื่อง ฝ่ายสเลนเมื่อเห็นว่าทหารที่อยู่ใต้อาณัติไม่มีใครฟังตามคำสั่งของตนก็ทำการขับทาร์ซิสทำลายเครื่องที่ยิงอินาโฮะแล้วสั่งกร้าว

                “ฟังคำสั่งของผมอย่างเดียว!! ใครใช้ให้พวกคุณยิงเขา! ผมยังไม่ได้บอกเลยว่า...อึ่ก!” กระสุนที่ไม่ทราบฝ่ายถูกยิงมาทางเครื่องของสเลนโดยที่เจ้าตัวไม่ระวังทำให้สเลนได้รับแรงกระแทกอย่างแรง ตาสีเขียวมรกตจับจ้องไปที่จอมอนิเตอร์แล้วขับไปใกล้ๆมัสแตงค์เครื่องสีส้มก่อนจะส่งสัญญาณติดต่อไปที่อินาโฮะ

                “อินาโฮะ ผมว่าไปที่ฐานอวกาศเก่าตรง YY ดีกว่าครับ ก่อนที่ผมจะต้านไม่ไหวนะ” เมื่อพูดจบสเลนก็ลากเครื่องสีส้มที่อินาโฮะขับมาโดยระหว่างทางก็ยิงสกัดไม่ให้กระสุนโดนอินาโฮะเอาไว้ด้วย

                ในขณะที่ทั้งสองกำลังจะไปยังฐานอวกาศเก่าที่ถูกทิ้งร้างไว้ ฮาร์คไลท์ก็จับตามองอยู่อย่างเงียบๆก่อนจะค่อยๆแยกออกจากกองกำลังแล้วสะกดรอยตามไป มือทั้งสองกำคันเร่งแน่นข่มความโกรธที่กำลังจะประทุออก คิ้วทั้งสองขมวดพันกันยุ่ง นัยย์ตาสีดำมองจอมอนิเตอร์ด้วยความเคียดแค้นก่อนจะพยายามเก็บความโกรธทั้งหมดไว้แล้วตามไปไม่ให้คลาดสายตา

               

 

                มัสแตงค์00 คุณกำลังออกนอกเส้นทาง กรุณารายงานสาเหตุที่.... อินาโฮะปิดสัญญาณสื่อสารก่อนจะลงจากเครื่อง เมื่ออินาโฮะเท้าแตะพื้นร่างบางในชุดสีแดงก็โผเข้ากอดร่างสูงพร้อมทั้งน้ำตา สเลนกอดอินาโฮะพร้อมเสียงสะอื้นจนทำให้ร่งสูงขำเบาๆก่อนจะใช้มือลูบหัวสเลนปลอบโยนแล้วพูดด้วยรอยยิ้ม

                “ถ้าองค์หญิงอัสเซลัมมาเห็นนายตอนกำลังร้องไห้งอแงแบบนี้ องค์หญิงต้องร้องไห้แน่ๆ ไม่ร้องนะครับ”

                “ฮือ ผมนึกว่านายตายแล้วอินาโฮะ ตลอดสองปีมานี้ผมนึกว่านายไม่อยู่แล้ว ฮือ ถ้านายไม่อยู่แล้วผมจะทำยังไง คนที่คอยปกป้องผมตายไปผมจะทำยังไง คุณทำผมเสียใจจะแย่แล้วอินาโฮะซัง ฮึก ฮือออ”เสียงพูดปนสะอื้นของร่างบางพร้อมน้ำตาที่ถูกระบายออกมาทำให้ร่างสูงยิ้มน้อยๆแล้วกระชับกอดร่างบางให้แน่นขึ้น มือก็ลูบผมนิ่มอย่างเชื่องช้าพร้อมกับประทับจูบไปบนหน้าผากร่างบางจนแก้มขาวขึ้นสีระเรื่อขึ้นมาเล็กน้อย

                เวลาผ่านไปรวดเร็วชั่วอึดใจ ฮาร์คไลท์ที่แอบเอายานไปจอดได้เดินลงมาอย่างเงียบเชียบจนมาถึงที่ที่สเลนกับอินาโฮะอยู่ ตาสีดำสนิทจดจ้องไปยังร่างของทั้งคู่ที่โอบกอดกันแนบแน่นด้วยความโกรธแค้น เมื่อคนผมดำเดินมาอยู่ในมุมอับก็ทรุดตัวลงนั่งก่อนจะรอเวลาบางอย่างพร้อมกำปืนในมือแน่น

                หึ....

                ปัง!

                เสียงยิงปืนดังแหวกอากาศทำให้พื้นที่บริเวณนั้นตกอยู่ในความเงียบ  อินาโฮะเมื่อโดนกระสุนเจาะเข้าที่กลางหลังก็ค่อยๆทรุดลงต่อหน้าสเลนที่ตาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ

                ปัง! ปัง! ปัง!

                เสียงยิงปืนยังคงดังต่อเนื่องโดยที่ร่างของอินาโฮะก็กระตุกด้วยความปวดร้าวของกระสุนที่ฝังเข้ามาในเนื้อ สเลนมองตามอินาโฮะที่ล้มลงไปนอนกับพื้นด้วยความตกใจ สมองค่อยๆชาจากเหตุการณ์ไม่คาดฝันตรงหน้าก่อนจะรีบคุกเข่าแล้วใช้มือประคองหน้าอินาโฮะแล้วเรียกชื่ออีกฝ่ายอย่างสติแตก

                “อะ...อินาโฮะ ไม่นะ ฮึก ผมเพิ่งได้เจอนายเอง นายห้ามตายนะอินาโฮะ! ชะ..ใช่! ผมจะต้องพาคุณไปหาหมอ ฮึก ฮืออออออ”

                ปัง! ปัง!

                “.....!” สเลนที่ประคองหน้าของอินาโฮะอยู่ต้องรีบดึงมือกลับจากเสียงปืนที่ดังอยู่ใกล้หู หลังเสียงปืนดังแรงกระชากที่กระชากแขนของร่างเล็กขึ้นก็ทำให้ร่างเล็กตกใจก่อนจะหันไปมองหน้า ฮาร์กไลท์ที่กระชากสเลนขึ้นก็เช็ดคราบเลือดของอินาโฮะที่กระเด็นไปโดนหน้าสเลนออกก่อนจะเอ่ยเสียงแข็งกับร่างเล็ก

                “กลับกันได้แล้วครับ หน้าที่ของคุณหมดแล้ว”

                “ฮะ..ฮาร์คไลท์ แกยิงอินาโฮะทำไม!! ปล่อยผม!! ผมจะพาอินาโฮะไปรักษา! ปล่อย! ฮืออออ อินาโฮะ ไม่นะ ปล่อยผม!”ร่างเล็กดิ้นจนหลุดจากการะเกาะกุม สเลนตรงดิ่งเข้ามาที่อินาโฮะพร้อมค่อยๆประคองร่างของอินาโฮะขึ้น ส่วนอินาโฮะก็หอบหายใจถี่รัว ตาสีสนิมค่อยๆกระพริบช้าลงทุกที มือที่รวบรวมเอาแรงเฮือกสุดท้ายค่อยๆไล้ไปตามแก้มบางที่เต็มไปด้วยคราบน้ำตาของสเลนอย่างเบามือก่อนจะระบายยิ้มออกมาช้าๆ

                “ที่ฉัน....มาวันนะ...นี้ ฉันจะมาคืนจี้...ให้นาย จี้...ที่นายเคย..ให้”

                “ไม่เอา! ยังไงก็ไม่เอา! เราจะไปหาหมอ นายต้องรอดนะ อดทนหน่อยนะอินาโฮะ เชื่อผมนะ”

                “ฉัน...จะไม่ไหว...แล้ว....เอา...จี้..คืนไป....มันจะ...คอยปกป้องนาย.....แบบที่ฉัน..จะทำ”

                “ไม่!!! อินาโฮะนายยังมีพี่สาวนายไม่ใช่เหรอ นายยังมีที่ที่ต้องกลับไปไม่ใช่เหรอ อดทนอีกหน่อยนะ ผมขอร้อง ฮึก อย่าบอกลาแบบนี้ ฮือออ ผะ..ผม ผมยังไม่ได้บอกรักคุณเลย ฮืออ”

                “ไปกันได้แล้วสเลน!!! มันจะตายแล้วก็ปล่อยมันตายไป! มานี่!” ฮาร์คไลท์ตรงมากระชากสเลนแต่สเลนกลับสะบัดฮาร์กไลท์ออกก่อนจะเตะฮาร์กไลท์จนคนผมดำเซถอยออกไป

                “ไปไกลๆผม! ฮึกก อินาโฮะ ทนไว้นะ ผมรักคุณนะ ฮือออ อย่าหลับตา ฮึก เชียวนะ ฮืออ”

                “ฉัน..ไม่ ไหวแล้วสเลน....เก็บ..มันไว้..แล้วฉัน..จะปก..ป้องนาย---” ตลอดไป

                มือหยาบของอินาโฮะค่อยๆล่วงหล่นลงสู้พื้นพร้อมเสียงที่ขาดหายไป นัยย์ตาสีสนิมปิดลงสนิทพร้อมอัตราการหายใจที่หยุดลง สเลนเมื่อเห็นดังนั้นก็เกิดอาการหน้าชา นัยย์บวมช้ำค่อยๆมีน้ำตารื้นอีกระลอกวินาทีนั้นทั้งห้วงอวกาศดูเหมือนจะแตกสลาย ความอึดอัดและความเดียวดายโจมตีสเลนจนในที่สุดน้ำตาก็ถูกปล่อยออกมาอย่างห้ามไม่อยู่

                “ไม่!!!!!!!!!!!!! อินาโฮะตื่นสิ!! อินาโฮะ!! อย่าทิ้งผมไว้!! ตื่นมาก่อนได้มั้ย โฮฮฮฮฮฮอ ฮืออออออออออออออ ม่าย!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

                ไม่ว่าร่างบางจะร้องไห้ยังไง ร่างของอินาโฮะก็ไม่ไหวติงตอบสนองอีกเลยแม้แต่น้อย ร่างบางร้องไห้พร้อมนอนกอดอินาโฮะด้วยความเศร้า ฝ่ายฮาร์กไลท์เมื่อเห็นสเลนเป็นสภาพดังนั้นร่างสูงจึงทำเพียงแค่นั่งมองสเลนร้องไห้อย่างหนักก่อนจะเดินกลับไปที่ยานรบแล้วออกไปช่วยรบต่อ

                จนในที่สุด ฝ่ายจักรวรรดิเวิร์สได้รับชัยชนะในการยึดครองโลก ฝ่ายโลกโดนโจมตีจนย่อยยับ ฝ่ายเวิร์สต่างกู่ร้องด้วยความดีใจท่ามกลางความโศกเศร้าและสูญเสียของสหพันธ์โลก

                สเลนค่อยๆประคองร่างที่สิ้นลมหายใจขึ้นมาก่อนจะพาร่างไร้วิญญาณของอินาโฮะขึ้นมัสแตงค์00พร้อมทั้งเปิดสัญญาณสื่อสารแล้วทิ้งข้อความเอาไว้

                ผมสเลน ทรอยยาร์ด ....เป็นผู้พบศพและได้เก็บกู้ร่างเอาไว้ ฮึก....ทางผม ขอแสดงความเสียใจต่อฝ่ายโลกและครอบครัวของอินาโฮะ ตอนนี้ มัสแตงค์00 อยู่บริเวณฐานอวกาศ YY .....ขอแสดงความเสียใจด้วยครับ

                ลาก่อนครับ อินาโฮะซัง

 

 

[Last Part]

                หลังจากที่ชาวเวิร์สยึดครองโลกได้นับจากตอนนั้น ตอนนี้ก็เป็นเวลาผ่านมา4ปี ฮาร์กไลท์ได้ทำตามความต้องการของราชาจนในที่สุดก็ได้เป็นเคาท์สมใจหมาย

                แต่สเลนกลับหายตัวไป...

                หลังจากเสร็จสงคราม ฮาร์กไลท์ก็วนกลับจะไปรับสเลนที่ฐานทัพอวกาศเก่าซึ่งเป็นที่ที่เขาทิ้งสเลนไว้ แต่เมื่อไปถึงสิ่งที่เขาพบกลับเป็นเพียงความว่างเปล่า ไร้ซึ่งเสลน ไร้ซึ่งทาร์ซิส และ....ไร้ซึ่งมัสแตงค์สีส้ม

                ฮาร์กไลท์จึงได้รับตำแหน่งเคาท์แทนสเลนที่หายตัวไปนั่นเอง

                เมื่อชนะก็ย่อมมีการเลี้ยงฉลองของจักรวรรดิเวิร์ส ฮาร์กไลท์จึงขอเอาเวลาช่วงนั้นออกไปตามหาร่างบางทั่วโลกและทั่วดาวอังคาร แต่ไม่ว่าจะตามหายังไงสุดท้ายผลก็เท่ากับศูนย์

                เขาไม่พบสเลน

                จนในตอนนี้ที่สถานการณ์บ้านเมืองเริ่มสงบแล้ว ที่ห้องทำงานหรู คนผมดำในชุดสีแดงสดก็ยังคงมองภาพในจี้ห้อยคอของตัวเองด้วยความคิดถึง และยังคงให้ความหวังกับตัวเองตลอดเวลาว่ายังไงเขาก็ต้องตามหาสเลนเจอ

                “เมื่อไหร่คุณถึงจะหันกลับมารักผมบ้าง สเลน”

 

 

                ท่ามกลางเมืองที่เงียบสงบ ร่างบางในชุดลำลองพร้อมด้วยผ้าคลุมหัวสีครีมค่อยๆเดินถือช่อดอกไม้ตรงไปยังสุสานของสหพันธ์โลก ที่นี่ถูกสร้างขึ้นไว้เพื่อตอกย้ำความอัปยศและความพ่ายแพ้ของชาวโลก แต่ก็มีชาวโลกหลายคนที่รู้สึกขอบคุณจักรวรรดิเวิร์สที่สร้างสุสานเหล่านี้เอาไว้ให้ เพราะอย่างน้อยพวกเขาก็ยังสามารถคิดถึงคนที่เขารักและคนที่พยายามสู้จนถึงที่สุดแม้สุดท้ายพวกเขาจะต้องตาย

                ที่สุสานเงียบสงบ ตอนนี้เป็นช่วงสายๆของวัน ผู้คนที่สุสานนี่ส่วนใหญ่ดูบางตาแต่ก็สร้างบรรยากาศให้น่าอยู่แบบแปลกๆ สองเท้าก้าวเข้าไปใกล้ๆหลุมศพหนึ่งก่อนจะบรรจงวาดช่อดอกกุหลาบสีชมพูให้แล้วเอ่ยพูดกับความว่างเปล่าแบบทุกที

                “สวัสดีครับอินาโฮะซัง วันนี้ของทุกปีก็ผ่านมาอีกแล้วนะครับ”

                “....”

                “ชาวโลกก็ไม่ได้ทรมาณมากเท่าไหร่หรอกครับ ถึงแม้จะแพ้สงครามก็เถอะ ก็เหมือนเดิมแหละครับ ทุกคนยังสบายดี”

                “....”

                “ผมก็ยังสบายดี.......คุณจะยังคิดถึงผมมั้ยนะ”

                “...”

                “ฮ่าๆ ผมนี่บ้ารึเปล่าเนี่ยพูดคนเดียว...เอาเถอะ! สุขสันต์วันวาเลนไทน์นะครับ อินาโฮะซัง”

                สเลนพูดกับป้ายหน้าหลุมศพอย่างอบอุ่นใจก่อนจะลุกขึ้นแล้วเดินออกจากสุสานไป ในขณะเดินก็สวนกับชายผมดำร่างสูงที่คุ้นตาออกมาโดยไม่มีการเอะใจแม้แต่น้อย

                ฝ่ายฮาร์กไลท์ที่เดินสวนกับคนสวมผ้าคลุมสีครีมเมื่อครู่ก็หันกลับไปมองตามหลัง แต่แล้วก็ไม่ได้สนใจอะไรแล้วทำการเดินตรงเข้าไปในสุสานต่อเพื่อตามหาคนที่เขาคิดว่าน่าจะมาที่นี่ แต่สุดท้ายเมื่อไม่เจอร่างสูงจึงทำการเดินกลับออกจากสุสานไปขึ้นรถแล้วกลับสู่ที่ที่เขาจากมาโดยไม่ลืมบอกกับสายลมอันเบาบางก่อนจะจากสถานที่นี้ไปหวังพึ่งให้มันนำสาส์นนี้ไปส่งให้ถึงร่างบางที่เขาตามหา

                สุขสันต์วันแห่งความรักครับ สเลน ทรอยยาร์ด

 

END


 

จบแบ้ว=w= เอาจริงๆเค้าอวยพี่โฮะนะ แต่เดี๋ยวเนื้อเรื่องมันจะจืดเลยทำให้พี่โฮะตายมันซะเลย(หัวเราะอย่างชั่วร้าย  เรื่องนี้เป็นอีกเรื่องที่เขียนยากค่ะ เพราะไรท์เตอร์ไม่เคยเขียนฉากสู้ ไม่เคยบรรยายอะไรเกี่ยวกับจักรกลแบบนี้ แต่ชอบดูมาตั้งแต่ไหนแต่ไรเลยแต่งมันซะเลย ช่วงนี้ใกล้ปิดเทอมแล้วก็เลยส่งฟิคเรื่องนี้มาเป็นตัวฉลองล่วงหน้าเลย ปิดเทอมเมื่อไหร่ก็ได้เวลาของน้องครก.ที่ยังติดค้างไว้แล้วล่ะ555

เรื่องนี้อาจไม่ตรงกับคาแรคเตอร์ตัวละครบ้างไรบ้างก็เพื่อให้มันเชื่อมโยงเนื้อเรื่องได้ง่ายนะคะ พิมพ์ผิดหรืออะไรก็ขออภัยด้วยค่ะ-A- สุดท้ายนี้ขอขอบคุณที่เข้ามาอ่านนะ จะดีมากถ้าแชร์ให้เพื่อนมาฟินด้วยกันและ...คอมเม้นต์บอกเล่าสิ่งที่อยู่ในใจกันด้วยนะคะ><

          ขอแว๊บไปเรียนต่อล่ะค่ะ สวัสดีค่า~~~~~~~~!! //ปิดม่าน

[16:02]
[6/2/2558]
[Contact Me : @STcurrent #Twitter]

ผลงานอื่นๆ ของ DerreEstel

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

10 ความคิดเห็น

  1. #10 Chitanda eru
    วันที่ 18 ตุลาคม 2558 / 09:00
    ไม่ไไม่อยากให้ส้มตายเลยอ่ะแง

    ฮากไลแกนะแกฆ่าหนูส้มได้งายยยยยT^T
    #10
    0
  2. #9 looky39
    วันที่ 23 มิถุนายน 2558 / 19:09
    นำ้ตาไหลค่ะ ณ จุดนี้...

    สนุกมากค่ะ

    เราชอบคู่สามพีนี้มาก

    ถ้าจะมีเรื่องใหม่เป็นเรื่องยาวขอแพริ่งนี้ ขอหวานๆ นะคะ><
    #9
    0
  3. วันที่ 7 เมษายน 2558 / 13:02
    ฮือออออออ ผมนี่นั่งปาดน้ำตาเลยครับ ไรท์ช่างร้ายกาจจจจจจจจจ
    #8
    0
  4. วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2558 / 23:13
    เป็นฟิคที่เราอ่านแล้ว ซึ้งจนเกือบร้องไห้เลยละคะ อีกที่เพลงประกอบ โอ้ย! ชอบมากเลยค่ะ
    ขอบคุณนะคะที่แต่งมาให้อ่าน ชอบๆมากๆเลยค่ะ ^^
    (ปล. เราชอบมากค่ะ เน้นแล้วเน้นอีก อิอิ)
    #7
    0
  5. วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2558 / 19:15
    กำลังฟังเพลงใครจะยอมอยู่แล้วก็เขามาอ่านเรื่องนี้ รู้สึกว่าได้เลยว่า ได้ฟิลลิ่งมากกว่าปกติ 55555
    #6
    0
  6. #5 Tsha
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2558 / 00:42
    ไรท์สู้ๆจ้า แต่งได้งดงามมาก
    #5
    0
  7. วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2558 / 20:56
    สงสารทั้งสามคนอ่ะืไม่น่ามาเจอจุดจบอย่างนี้เลย
    #4
    0
  8. #3 อิอิครุคริครักครัก
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2558 / 22:20
    เราเกือบร้องแล้วนะ เป็นฟิคเรื่องแรกที่ทำให้เกือบร้องไห้ได้....

    //ถึงเราจะอวยส้มฮิเมะก็เถอะ ก็ก็พออ่านได้ถ้าไม่เกินเลยขนาดกอด...

    ///เราหลุดขำตอนที่บรรยายว่าอัสเซลัมไปอยู่ในตู้แก้วอ่ะ ไม่รู้บ้าเปล่า 555
    #3
    0
  9. วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2558 / 21:40
    ร้องไห้เลย T^T เเต่งได้ซึ้งจริงๆเอาซะร้องไห้เลย.... //ปรบมือๆ

    #2
    0
  10. วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2558 / 20:00
    ปรบมือค่ะ ทำเราร้องไห้เลยค่ะ ซิก //ปาดน้ำตา
    #1
    0