นิยาย Dek-D

ไม่พลาดทุกการอัปเดต
เพียงอ่านผ่านแอปนิยาย Dek-D

แอปที่จะทำให้คุณสามารถอ่านนิยายได้ทุกที่ ทุกเวลา พร้อมฟังก์ชันการใช้งานหลากหลาย รับรองสนุกไม่มีเบื่อ! ดาวน์โหลดฟรีได้แล้ว บน Android, iOS และ HUAWEI

คัดลอกลิงก์เเล้ว

[SF Tokyo Ghoul] When 'we' wake up

โดย DerreEstel

'เรา'ไม่ใช่คนๆเดียวกัน แต่'เรา'เป็นส่วนหนึ่งของกันและกัน

ยอดวิวรวม

2,318

ยอดวิวเดือนนี้

1

ยอดวิวรวม


2,318

ความคิดเห็น


14

คนติดตาม


52
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  31 ม.ค. 59 / 17:35 น.
นิยาย [SF Tokyo Ghoul] When 'we' wake up

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
THE ORA
*นิยายเรื่องนี้เป็นแฟคฟิคมีเนื้อหาชายรักชายและอาจรุนแรงบ้างบางส่วน กรุณาใช้จักยานในการอ่าน*

When ‘we’ wake up

 Kaneki                      Ken 



ผมคือผม

เขาคือเขา

แต่เราเป็นส่วนหนึ่งของกันและกัน
 

------------------------------------------------Thank You 
 

  
 
เปิดเพลงเพิ่มอารมณ์ในการอ่านตรงนี้นะจ๊ะ

เนื้อเรื่อง อัปเดต 31 ม.ค. 59 / 17:35


THE ORA

When ‘we’ wake up[SF Tokyo Ghoul] Ken X Kaneki

**นิยายเรื่องนี้เป็นเรื่องที่แต่งขึ้นจากจินตนาการและแอบมีการสปอยด์การ์ตูนบ้างสำหรับคนไม่ได้ดู**

**นิยายเรื่องนี้เป็นชายรักชาย หากไม่ชอบกรุณากดปิดไปเลยนะคะ**

*เกี่ยวกับฝาแฝดที่แฝดคนพี่ชื่อเคนและแฝดคนน้องชื่อคาเนกินะคะ*
Thank You!!!>> picture from ZEROCHAN.NET
 

ผมคือผม

เขาคือเขา

แต่เราเป็นส่วนหนึ่งของกันและกัน

               

ในโลกนี้ที่ผมกำลังอยู่ นอกจากสัตว์ต่างๆ เหล่าพืชไม้พันธุ์ไม้และมนุษย์ที่เป็นตัวแปรสำคัญของโลก ยังมีสิ่งมีชีวิตอยู่อีกประเภทหนึ่งที่คอยลดจำนวนประชากรมนุษย์แฝงเร้นกายอยู่ในร่างเดียวกันนั้น พวกมนุษย์ต่างเรียกพวกมันว่า กูล

กูลกินมนุษย์ มนุษย์ก็กินสัตว์ ส่วนสัตว์ต่างๆก็กินพืชหรือกินพวกเดียวกันเป็นอาหารวนกันเป็นวัฎจักรที่ไม่มีวันสิ้นสุดจนกว่าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะสูญพันธ์หายไป เป็นเรื่องที่เป็นความจริงของธรรมชาติในโลกนี้

แต่มนุษย์เราไม่ยอมรับหรอก กับสิ่งที่เรียกว่ากูลนั่นน่ะ

                ผมคาเนกิ เป็นแฝดคนน้องของเคน ที่เกิดก่อนผมไม่กี่นาที เราสองคนเสียพ่อแม่ไปตั้งแต่เด็กๆจากอุบัติเหตุปริศนาเมื่อหลายปีก่อน ผมและเคนได้มรดกจากพ่อและแม่ที่เก็บสะสมเอาไว้ก่อนตายเลี้ยงดูชีวิตตั้งแต่เด็กเพียงลำพัง จะได้รับการช่วยเหลือบ้างจากญาติห่างๆก็นานๆครั้ง

ผมและเคนมีรูปลักษณ์ภายนอกที่เหมือนกันทุกกระเบียดนิ้วเว้นเสียแต่ส่วนสูงที่เคนอาจจะสูงกว่าผมนิดหน่อย แต่ถ้าคนอื่นไม่สังเกตเห็นก็แยกผมกับเคนไม่ออกหรอก เรียกได้ว่าเมื่อผมมองเคนก็เหมือนมองหน้าตัวเองที่กระจกยังไงยังงั้น

ก็แหงล่ะ เราสองคนเป็นแฝดกันนี่นะ

“คาเนกิ วันนี้ไม่ไปเที่ยวกับฮิเดะเหรอ” เคนถามผมพร้อมกับค่อยๆก้าวลงจากเตียงด้วยตางัวเงีย ผมค่อยๆลุกนั่งบนเตียงก่อนจะขยี้ตาแล้วตอบกลับไปด้วยเสียงงัวเงียเช่นกัน

“วันนี้ฉันมีนัดกับฮิเดะที่ร้านกาแฟร้านประจำน่ะ เคนจะไปกับฉันไหม”

“อืมๆ” เคนหันมาพยักหน้าก่อนจะเดินตรงไปที่ห้องน้ำพร้อมกับหยิบผ้าเช็ดตัวเข้าไปด้วย หน้าเขาตอนตื่นนอนนี่ดูดีมากทีเดียว

ชมเคนก็เหมือนได้ชมตัวเองไปในตัวด้วยล่ะนะ

 

เมื่อเราสองคนมาร้านกาแฟก็พบคนหัวเหลืองนั่งหน้าบานอย่างโดดเด่นภายในร้าน ฮิเดะนั่งโบกไม้โบกมือไปมาเรียกให้พวกเราเข้าไปนั่งโดยไม่เกรงใจคนในร้านนี่เลยสักนิด

“ไงฝาแฝด พวกนายนี่ถ้าฉันเป็นคนอื่นคงแยกไม่ออกแน่เลยว่าคนไหนคาเนกิคนไหนเคนน่ะ ทีหลังช่วยทำตัวให้มันดูแตกต่างกันบ้างก็ได้ เป็นแฝดกันไม่จำเป็นต้องทำเหมือนกันทุกอย่างก็ได้นี่” ฮิเดะกล่าวพร้อมกับทำหน้าหน่ายๆใส่พวกเราสองคนก่อนผายมือทำท่าให้เราทั้งคู่นั่งลงอย่างล้อเลียน

ฮิเดะเป็นหนุ่มผมเหลือง นิสัยร่าเริงขี้เล่น เป็นเพื่อนกับผมและเคนมาตั้งแต่เด็กๆและเป็นคนเพียงคนเดียวที่แยกผมกับเคนออกนอกจากพ่อและแม่ของพวกเรา

ผมและเคนเป็นคนเงียบๆ แต่เงียบแตกต่างกัน เคนน่าจะเป็นพวกเงียบนิ่งไม่ชอบสุงสิงกับใคร ส่วนผมเงียบเพราะอายและไม่ค่อยกล้าไปยุ่งกับใคร แต่สุดท้ายแล้วมันก็เงียบเหมือนกันแหละนะ

“พวกนายเนี่ยตัวติดกันไม่พอยังทำตัวให้คล้ายๆกันอีก เฮ้อ!! แล้วอย่างนี้จะไปมีแฟนเป็นตัวเป็นตนกันได้ไงน้า โอ้! แต่ลืมไปแฮะว่าเจ้าหนุ่มขี้อายคาเนกิมันมีคนที่ชอบอยู่แล้วนี่นะ....เนอะ คาเนกิ” ฮิเดะกระทุ้งแขนผมพร้อมกับพยักหน้าไปทางประตูทางเข้าที่เพิ่งเปิดออกพร้อมกับร่างผมสูงของผู้หญิงที่ย่างก้าวเข้ามาในร้านกาแฟ

ทุกก้าวการเดินเรียกสายตาของผมให้ไปหยุดมองแบบละสายตาออกไม่ได้ ผมยาวสลวยสีม่วงอ่อนลับกับใบหน้าเรียบร้อยที่มาพร้อมกับแว่นตาสีแดงสดทำให้เจ้าตัวยิ่งดูหน้ามองไปใหญ่ ผมใจเต้นระส่ำกับคนที่เพิ่งเข้ามาในร้านกาแฟก่อนที่ร่างบางนั่นจะเดินไปนั่งในที่ประจำของตนแล้วหยิบเมนูของร้านมานั่งดูอย่างนิ่งๆคนเดียว

“เฮ้ มองไม่วางตาเลยนะไอ้หนุ่ม ติดใจขนาดนี้ทำไมไม่ชวนไปออกเดตสักครั้งเลยล่ะ”ฮิเดะพูดพร้อมกับยิ้มแฝงร้ายๆราวกับมีแผนบางอย่างอยู่ในหัว

ผมหันไปมองหน้าเคนพร้อมสงสายตาขอความคิดเห็นกับพี่ชายฝาดแฝดตนเอง แต่เคนกลับมองวิวนอกหน้าต่างอย่างเหม่อลอยโดยไม่หันมาสนใจผมสักนิด ผมจึงต้องตัดสินใจแล้วอ้าปากที่จะตอบฮิเดะไปแต่แล้วคนผมเหลืองก็วางเงินมาตรงหน้าผมก่อนจะลุกขึ้นชิงพูดตัดหน้ากับผมก่อนจะยิ้มแบบมีเลศนัยเล็กๆ

“จะทำอะไรก็คิดดีๆก่อนละกันไอ้หนุ่มน้อยขี้อาย วันนี้ฉันคงต้องไปแล้ว มีอะไรค่อยมาว่ากันอีกที”ฮิเดะพูดพร้อมกับเดินออกไปจากร้านโดยไม่ลืมที่จะหันมายิ้มให้พวกเขาสองคน

“นายชอบผู้หญิงคนนั้นเหรอคาเนกิ” เคนหันมาถามผมด้วยหน้านิ่งๆเหมือนเคย ผมทำเพียงแค่พยักหน้าแล้วยิ้มแหยๆส่งให้เขา

“เคนว่าเขาน่ารักใช้ได้เลยใช่มั้ยล่ะ ฉันอยากทำความรู้จักกับเขาสุดๆเลยล่ะ นายคิดว่าไง”ผมถามเคนพร้อมกับหันไปเหลือบมองคนผมม่วงด้วยสายตาหลงใหล ผมเผลอมองเธออยู่ครู่หนึ่งจนเหมือนเธอจะรู้ตัว สายตาสีม่วงเข้มลับกับหน้าขาวๆนั่นจึงละจากสายตาจากหนังสือที่เธออ่านอยู่เหลือบขึ้นมาประสานตากับผมก่อนจะยิ้มน้อยๆน่ารักๆมาให้

ให้ตายเหอะ!! โคตรน่ารัก!

“ดูเขาก็สนใจนายอยู่นะคาเนกิ พรุ่งนี้ไม่ลองชวนไปเดตดูล่ะ” น้ำเสียงนุ่มๆและคำแนะนำที่ไม่น่าจะออกมาจากปากเคนเรียกสติผมให้กลับมาอยู่กับแฝดตรงหน้าอีกครั้งด้วยความตะลึงนิดๆกับความคิดที่เคนให้ผมมา

“ฉันคิดไม่ถึงเลยว่านายจะแนะนำฉันแบบนี้ได้ เคน!”ผมเอ่ยด้วยใบหน้าดีใจแล้วสวมกอดแฝดตรงหน้าด้วยความสุข เคนก็กอดตอบผมก่อนจะค่อยๆผลักตัวผมออกก่อนจะลุกขึ้นแล้วเดินออกจากโต๊ะ

“งั้นวันนี้ฉันไปล่ะ กะจะกลับบ้านไปนั่งทำอะไรต่อนิดหน่อย โชคดีละกันน้องชาย”

“อืม ขอบคุณมากนะเคน”

แล้วเคนก็เดินออกไปจนเหลือผมที่โต๊ะเป็นคนสุดท้าย แผนการชวนสาวเดตจึงได้เริ่มขึ้นด้วยการที่ผมย้ายโต๊ะไปนั่งกับเธอก่อนที่เราสองคนจะนั่งคุยกันอย่างถูกคอหลายชั่วโมง จนบทสนทนาสุดท้ายก็มาจบลงด้วยการที่ผมนัดเธอไปเดตในวันพรุ่งนี้และเธอก็ยินยอมจะไปเดตและคุยเรื่องต่างๆให้มากขึ้นในวันพรุ่งนี้เช่นกัน

ผมตัดสินใจไปเดตกับเธอถือเป็นเรื่องๆหนึ่งที่ชวนผมตื่นเต้นอย่างบอกไม่ถูกครั้งหนึ่งในชีวิตโดยที่ผมไม่ได้รู้เลยว่าการเดตครั้งนี้....อาจเปลี่ยนชีวิตผมไปตลอดกาล

 

 

เมื่อพระอาทิตย์ของเช้าวันใหม่ปรากฏขึ้น วันที่ผมจะได้ไปเดตกับสาวที่เพิ่งคุยด้วยเพื่อทำความรู้จักกันให้มากขึ้นก็ได้สร้างความตื่นเต้นให้ผมอีกครั้ง แต่ผมกลับแปลกใจเมื่อตื่นมาแล้วไม่พบร่างแฝดของตนเองนอนค้างๆเหมือนอย่างเคย แม้จะเดินหาทั่วบ้านก็ไม่พบแม้แต่เงาของเคน

สงสัยจะไปทำธุระ

เมื่อคิดสรุปดังนั้นผมจึงปล่อยวางเรื่องของเคนแล้วลุกไปอาบน้ำแต่งตัวจนเรียบร้อยแล้วเดินทางมายังสถานที่ที่ผมนัดไว้แล้วนั่งหาอะไรทำแก้เบื่อไปพลางเพื่อรอคู่เดตที่น่าจะมาถึงในอีกไม่นาน

ไม่นานจริงๆ ผมมาถึงครู่เดียวก็เห็นเธอวิ่งมาหาผมด้วยอาการร้อนรนแล้ว

“รอนานไหมคะ คาเนกิซัง” เธอหอบพร้อมกับถามผมด้วยใบหน้าที่รู้สึกผิด

ขนาดหอบยังน่ารักเลย!

“อ่า ผมก็เพิ่งถึงเหมือนกัน เราไปหาอะไรกินกันก่อนไปเที่ยวไหมครับ เป็นการพักเหนื่อยไปในตัวด้วย”

“อ่อค่ะ ขอโทษด้วยนะคะถ้าฉันมาสาย รถติดนิดหน่อย”

“ถึงคุณริเสะมาสายนิดหน่อยก็ไม่เป็นไรหรอกครับ เราไปหาของกินกันดีกว่า” ผมบอกด้วยรอยยิ้มก่อนจะเดินไปยังร้านอาหารร้านประจำที่ติดกับร้านหนังสือในเมือง จนเมื่อมาถึงเราสองคนก็สั่งอาหารมาทานกันคนละอย่างแล้วนั่งคุยกันเรื่อยๆเปื่อยด้วยรอยยิ้ม คุยไปกินไปจนคนในร้านต่างกฌหันมามองเราทั้งคู่เป็นระยะๆแล้วหันกลับไปคุยกับคนในโต๊ะตัวเองด้วยท่าทีเขินอาย

สงสัยจะคิดว่าผมกับคุณริเสะเป็นแฟนกันแหงๆเลย

“อ่า คุณคาเนกิได้อ่านหนังสือเล่มใหม่ที่ออกวางขายรึยังคะ ฉันชอบมากเลยล่ะค่ะหนังสือเล่มนั้น เป็นนวนิยายที่ลึกซึ้งเกี่ยวกับรายละเอียดของเนื้อหามาก”

“ครับ ผมอ่านแล้วก็ชอบมากเหมือนกัน นึกไม่ถึงเหมือนกันว่าคนแต่งจะเป็นแค่วัยรุ่นก็เถอะ....แต่คุณริเสะครับ อาหารไม่อร่อยรึเปล่า?” ผมถามก่อนจะหันไปมองอาหารที่อยู่บนจานของริเสะ อาหารที่อยู่บนจานของเธอแทบจะไม่ลดลงเลยสักนิด

“อ่ะ...อ่อ ไม่ใช่หรอกค่ะ พอดีว่าไดเอทอยู่เลยไม่อยากกินเยอะเท่าไหร่”

“อ่อครับ...”เมื่อได้ยินคำตอบของเธอผมจึงหยุดถามแค่นั้นก่อนจะหันไปชวนคุยเรื่องอื่นต่อ

เมื่อทานอาหารเสร็จผมกับริเสะก็ชวนกันไปดูหนังเที่ยวเล่นและเดินซื้อของต่างๆจนค่ำ ผมและริเสะเดินมาหยุดอยู่หน้าห้องสรรพสินค้าแห่งหนึ่งแล้วก็หยุดคุยกันท่ามกลางคนหมู่มาก

“วันนี้ฉันสนุกมากเลย...ขอบคุณมากนะคะ” ริเสะกล่าวขอบคุณผมพร้อมกับยื่นมืมาจับมือผมจนสะดุ้ง

“ผะ..ผมก็สนุกมากเหมือนกันครับ!

“อันที่จริง....เหตุการณ์ที่มีคนหลายคนโดนฆ่าเมื่อวันก่อน ฉันอาศัยอยู่ที่บริเวณนั้น..”

“คดีกูลเหรอครับ?”

“ค่ะ...ตอนกลับบ้านหลังจากเกิดเหตุขึ้นฉันกลัวมาก ถ้าไม่เป็นการรบกวน...คุณคาเนกิจะไปส่งฉันที่บ้านหน่อยได้มั้ยคะ” ริเสะมองตาผมด้วยใบหน้าเศร้าและหวาดกลัว มือของเธอออกอาการสั่นเล็กน้อยผมจึงใช้มืออีกข้างหนึ่งที่ยังว่างอยู่กุมมือเล็กๆนั่นไว้ก่อนจะยิ้มด้วยความอ่อนโยน

“งั้นเดี๋ยวผมเดินไปกับคุณเป็นเพื่อนนะครับ”

สายตาที่หวาดกลัวเมื่อครู่ดูสดใสขึ้นมาเล็กน้อยก่อนจะตามมาด้วยรอยยิ้มสวยและอาการดีใจของคนผมม่วงที่อยู่ด้านหน้าผม “ขอบคุณมากนะคะคุณคาเนกิ”

และแล้วเมื่อตกปากรับคำไปผมกับริเสะจึงเริ่มเดินทางโดยที่ระหว่างทางนั้นผมกับริเสะก็ได้คุยกันเรื่อยเปื่อยแล้วเสียงโทรศัพท์ก็ดังแทรกขึ้นพร้อมกับตัวผมและริเสะที่มาอยู่บริเวณซอยเปลี่ยวซึ่งเป็นทางเดินกลับบ้านของริเสะ

ติ๊ด

[คาเนกิ นายอยู่ไหนน่ะ]

“อ้าวเคน ตอนนี้ฉันอยู่ตรงxxxน่ะ มาส่งคุณริเสะกลับบ้าน”

[แต่แถวนั้นมันเป็นที่ใกล้ๆกับคดีกูลเลยไม่ใช่เหรอ!?!] เคนบอกด้วยความเป็นห่วง

“อ่า ส่งเสร็จเดี๋ยวก็กลับแล้ว แค่นี้ก่อนนะ”

[เดี๋ยว!! คาเนกิ! อย่าเพิ่งวา…]

“คนที่บ้านโทรมาตามเหรอคะ” ริเสะหันมาถามผม

“อ่าครับ เขาค่อนข้างขี้เป็นห่วงผมน่ะครับ”

“ดูท่าจะรักคุณคาเนกิมากๆเลย...บ้านของฉันใกล้ถึงแล้วล่ะค่ะ”

“ระ...ริเสะซังครับ! ถ้าไม่รบกวนผมอยากจะ...เจอกับคุณอีก เราจะได้ไปเที่ยวกันแบบนี้อีกไหมครับ” ผมใช้มือรั้งริเสะเอาไว้ก่อนจะถามด้วยสายตาสงสัย

“ค่ะ เจอกับคุณเป็นเรื่องที่วิเศษมาก คุณทำให้ฉันสนุกมาก อ่านหนังสือแนวๆเดียวกันอีก และฉันก็อยากจะบอกคุณมานานแล้วเหมือนกันค่ะ” ริเสะขยับเข้ามาใกล้ผม ร่างบางนั่นซบลงมาที่ไหล่ผมก่อนจะเขย่งกระซิบข้างๆหูผมเบาๆ “ฉันชอบคุณ...นะคะ”

หัวใจผมเต้นอย่างกับลิงโลดด้วยความรู้สึกตื่นเต้นปนยินดีเมื่อได้ยินคำที่ริเสะกล่าวออกมา

แต่อยู่ดีๆบรรยากาศรอบตัวผมก็เปลี่ยนไปความรู้สึกยินดีเมื่อครู่กลับถูกฉีกกระชากออกไม่เป็นชิ้นดีพร้อมความเจ็บแปลบบริเวณไหล่ที่ถูกส่งมาจากปากของริเสะซังเมื่อครู่ที่ยังกระซิบบอกรักผมเมื่อครู่

นัยย์ตาของริเสะเปลี่ยนจากสีม่วงเป็นสีแดง บริเวณตาขาวเมื่อครู่กลับถูกย้อมไปด้วยสีดำสนิท สายตาที่มองมายังผมกลับเป็นสายตาที่กระหายอยากกินอย่างท่วมท้นต่างจากเมื่อครู่ เลือดของผมเปรอะปากเธอเต็มไปหมดลิ้นบางๆของเธอจึงเลียคราบที่เปรอะปากเธออยู่ด้วยความอร่อย

ไม่จริง!ไม่จริง!ไม่จริง!ไม่จริง!ไม่จริง!ไม่จริง!ไม่จริง!ไม่จริง!ไม่จริง!

ไม่จริง!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

ผมสั่นเทิ้มด้วยความกลัว ริเสะผละออกไปก่อนจะหัวเราะร่วนด้วยความสนุกพร้อมกับที่เนื้อสีแดงๆที่ผมไม่คุ้นตาค่อยๆงอกออกมาจากหลังเธอ

“ฉันชอบคุณมากค่ะคาเนกิ...ชอบคุณในฐานะอาหารจานโปรดของฉัน!!!

ผมพยายามชันกายลุกขึ้นแล้วก้าวขาวิ่งหนีสุดชีวิต ริเสะก็ค่อยๆก้าวเข้ามาใกล้เรื่อยๆ ในหัวกลับเต็มไปด้วยความหวาดกลัวต่างๆนาๆและร้องขอต่อพระเจ้าให้ท่านโปรดเห็นใจและทำให้ผมยังมีชีวิตรอดอยู่

หมับ!

“ฮ่าๆ...ฉันจับตัวคุณได้แล้วคาเนกิ ฉันสนุกสุดๆเลยค่ะตอนนี้ ฮ่าๆ!!!

ฉึก! ปึง!

เสียงราวกับเนื้อถูกฉีกออกตามด้วยแรงกระแทกกับของแข็งอะไรสักอย่าง ผมโดนเจ้าเนื้อสีแดงๆนั่นแทงเข้าจนทะลุท้องก่อนจะโดนเหวี่ยงให้ไปกระแทกกับกำแพงหินจนแทบหมดสิ้นสติ เนื้อตัวชาไปหมดจนประสาททั้งห้าแทบจะไม่รับรู้ว่าเจ็บหรือปวด

ผมกำลังจะโดนกูลกิน

“ปล่อยคาเนกินะเว้ย!!!!!” เสียงคุ้นหูดังขึ้นเรียกสติของผมที่ยังเหลืออยู่เพียงน้อยนิดกลับมา ร่างที่คุ้นตาปรากฎมาพร้อมกับเสียงลั่นไกปืนที่ดังติดต่อกัน4นัด

ร่างของริเสะชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะเปลี่ยนเป้าหมายไปเล็งเคนแทน ไม่ทันให้เคนได้ขยับไปไหนกูลตัวนี้ก็กระโจนจับเคนเหวี่ยงไปกับผนังพร้อมกับคร่อมร่างของเคนไว้ด้วยเนื้อที่งอกออกมาจากกลางหลัง ก่อนจะกระหน่ำแทงเคนด้วยเจ้านั่นไม่หยุด

ภาพตรงหน้าราวกับตอกย้ำความผิดของผมที่ไม่ยอมกลับบ้านตามเวลาจนทำให้เคนต้องเป็นห่วง ตอนนี้ร่างของเคนชุ่มไปด้วยเลือดที่ไหลออกมาตามที่ต่างๆที่โดนแทงจนเจ้าตัวแทบจะทนไม่ไหว ผมพยายามขยับตัวเข้าไปหาเคนพร้อมร้องขอชีวิตกับกูลตัวนี้ ร่างของเคนยังคงโดนแทงกระหน่ำซ้ำจนในที่สุดริเสะก็หยุดเมื่อเห็นว่าเคนเริ่มปางตาย

“อย่า..ทำร้าย ขะ...เขา”

“หึๆ จะตายแล้วยังมีหน้ามาขอชีวิ....!” เสียงของกูลนั่นหยุดไปพร้อมกับผมที่เบิกตากว้างด้วยความตะลึง ร่างของกูลสาวนั่นโดนเนื้อสีแดงๆที่มีลักษณะคล้ายกันทิ่มทะลุอก ก่อนที่จะมีเนื้อสีแดงอีกจำนวนมากแทงเข้ามาก่อนจะยกตัวริเสะขึ้นแล้วเหวี่ยงไปให้ไกลจากตัวผม

เมื่อมองตามไปก็พบว่ามันงอกออกมาจากหลังของเคน ตาของเคนมองหน้ากูลสาวนั่นด้วยความเกลียดอาฆาตและกระหาย ตาข้างหนึ่งของเคนยังคงเป็นตาปกติเหมือนของผมอยู่แต่อีกข้างหนึ่งกลับเหมือนกูลสาวนั่นไม่ผิดเพี้ยน

เคน...เป็นกูล

ไม่จริง!

“คา..เนกิ เป็นอะไรมะ..มั้ย” ร่างของเคนโชกไปด้วยเลือดและมีเนื้อสีแดงๆงอกมาจากด้านหลังค่อยๆก้าวเท้าเข้ามาหาผม ผมพยายามจะขยับตัวหนีแต่ก็ไม่มีแรงมากพอที่จะทำอย่างนั้นจึงได้แต่นอนคลานอยู่กับพื้นด้วยความสับสนอยู่บนพื้น

แต่แล้วก็เหมือนพระเจ้าจะช่วยผมแต่กลับช่วยผิดเวลา ท่อนเหล็กขนาดใหญ่จากที่ก่อนสร้างกลับหล่นลงมาทับร่างของผม เคนและกูลสาวนั่นจนบาดเจ็บสาหัสก่อนที่สติผมจะดับวูบลง

ขอให้ความรู้สึกนี่เป็นความฝัน ขอให้เหตุการณ์ที่ผมเพิ่งเจอเป็นแค่ความฝันจริงๆเถอะ...

 

สัมผัสนี่....มันอะไรกัน

ความรู้สึกอ่อนโยนและบางเบาราวกับปุยนุ่นจนเหมือนจะลอยได้นี่มันคืออะไรกัน

“เอาอวัยวะของยัยนี่มาปลูกถ่ายเร็วเข้า”

อวัยวะเหรอ? ปลูกถ่าย? อะไรน่ะ

“ฮ่า....ร่างกายของเด็กหนุ่มคนนี้เหมือนกับอีกคนไม่มีผิด”

พูดถึง...ผม?

“เราทำสำเร็จอีกคนแล้วล่ะ”

พูดเรื่องอะไรอยู่น่ะ....

 

ผมค่อยๆลืมตาตื่นก่อนจะพบว่าตัวเองนอนอยู่บนเตียงของที่ไหนสักแห่งที่ดูเหมือนจะเป็นห้องกว้างมากๆ เมื่อกวาดสายตามองก็ต้องตกตะลึงเมื่อห้องที่กว้างนี่กลับเปรอะไปด้วยคราบเลือดที่แห้งกรังและกลิ่นคาวเลือดที่เหม็นฉุน มือและขาทั้งสองข้างถูกมัดติดกับเตียงจนไม่อาจลุกไปไหนได้

และเมื่อมองไปอีกด้านของห้องก็เห็นคนที่เป็นแฝดผมถูกมัดติดกับเก้าอี้ แฝดที่เคยหน้าตาเหมือนผมทุกกระเบียดนิ้วแต่บัดนี้เนื้อตัวกลับสะบักสะบอมยิ่งกว่าตอนสู้กับริเสะ เล็บเท้าเปลี่ยนเป็นสีดำจากคราบเลือดที่แห้งกรังและผมที่เคยดำบัดนี้กลับกลายเป็นสีขาวสว่างใบหน้าดูโทรมราวกับคนไม่ได้นอนและไม่ได้กินอะไรเลย

“คะ...เคน”

“อ้าวว! ตื่นแล้วเหรอคาเนกิคุง รู้สึกดีกับอวัยวะใหม่ที่ฉันมอบให้”

“อวัยวะใหม่อะไร ปล่อยฉัน! ฉันจะไปหาเคน!

“เฮ้เคน....ดูน้องชายฝาแฝดของนายตอนนี้สิ พอตื่นมาก็ฤทธิ์เยอะเลย นายคิดว่าไง? ฉันควรจะลองลิ้มรสมันบ้างดีมั้ย? ฮ่าๆ! เอาไงดีล่ะเคน” ไอ้ชายร่างใหญ่นั่นเดินเข้าไปหาเคนพร้อมกับถามด้วยน้ำเสียงสนุกสนาน มือของมันขยับคีมไปมาราวกับกำลังสนุกที่ได้ตั้งคำถามกับพี่ชายฝาแฝดผม เมื่อมันเดินเข้าไปถึงร่างของเคน ฝ่ามือใหญ่ก็ตบเข้าไปที่หน้าของเคนซ้ำแล้วซ้ำเล่าดังเพี๊ยะๆไม่หยุดไม่หย่อน

“ตอบฉันมา!!! ตอบฉัน!!!

“แก...ห้ามทำอะไร...น้องฉัน” เคนพูดด้วยเสียงทุ้มเย็นชาก่อนจะค่อยๆลืมตาขึ้นมามองไอ้ร่างใหญ่ตรงหน้าด้วยแววตาโกรธแค้น

“โอเค ก็ได้ ตามคำขอของนาย...เคน ฉันจะให้น้องแกได้กินอะไรสักหน่อยหลังจากตื่นขึ้นมาจากชีวิตใหม่ที่ฉันมอบให้” ไอ้ร่างใหญ่นั่นพูดก่อนจะเดินไปหยิบเนื้อที่มีเลือดสดๆอยู่ในถุงแล้วก้าวเข้ามาหาผมด้วยความใบหน้าที่มีอารมณ์สนุก ก่อนจะยื่นถุงเลือดมาตรงหน้าผมให้ผมได้กลิ่น

“หึๆ เป็นไงคาเนกิคุง...อยากได้มั้ย”

ตุบๆ!

ผมเบือนหน้าหนีถุงที่เต็มไปด้วยของคาวนั่นแต่กลับรู้สึกแปลกประหลาดเมื่อพอได้กลิ่นคาวจากมัน หัวใจเต้นรัวและมีความรู้สึกว่าของคาวในถุงนั่นมันช่างเหมือนของหวานและมีกลิ่นที่ไม่ธรรมดา

ยิ่งเบือนหน้าหนียิ่งรู้สึกอยากกิน ยิ่งได้กลิ่นกลับรู้สึกว่ามันหอมหวาน ยิ่งต่อต้านกลับยิ่งรู้สึกหิวโหยตะกละตะกลามราวกับจะขาดใจ

นี่ผมเป็นอะไรไป!!

“มันหอมมากเลยใช่ไหมล่ะคาเนกิคุง...การปลูกถ่ายอวัยวะจากกูลไปสู่มนุษย์สำเร็จกับนายเป็นคนที่สองแล้ว ดีใจมั้ย?”

“ปลูกถ่าย? กูล?”ผมมองถุงเนื้อสดสลับกับไอ้ร่างใหญ่ไปมา

“นายมีอวัยวะส่วนหนึ่งที่เป็นกูลซึ่งได้มาจากริเสะอยู่ อีกหน่อยนายก็จะสามารถใช้พลังแบบเดียวกับเคนได้ และต้องกินเนื้อสดๆแบบเดียวกับเคน! ดีใจมั้ยที่ในที่สุดนายก็ได้เป็นฝาแฝดที่คล้ายกันทั้งการดำเนินชีวิตและหน้าตาอย่างนี้น่ะ ฮ่าๆ!

ผมนอนนิ่งอยู่กับที่เมื่อได้ฟังความจริงจากปากไอ้ร่างใหญ่นั่น ในหัวสมองเหมือนโดนของหนักๆทุบแล้วทุบอีก หน้าชาและรู้สึกหมดเรี่ยวแรง

“น้องชายนายดูท่าจะหิวมากจนหมดแรงเลยนะเคน... ผิวของหมอนั่นน่าจะบางๆอยู่ คงให้ฉันกินได้สินะ..!!

“ถ้าแก...แตะต้องน้องฉัน แกจะไม่ได้ตายดี..ไอ้เจสัน!!

“ฮ่าๆ!! ฉันชอบความพยายามของนายนะเคน เสียงของนายทรงพลังชะมัดแต่ขอโทษที่ฉันกำลังจะหมดเวลาเล่นสนุกกับพวกนายทั้งสองคนแล้ว น่าเสียดายนะที่น้องชายนายดันตื่นมาแล้วก็ต้องตายหายตามพี่มันไปในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้าในวันเกิดตัวเองแท้ๆ”

วันเกิด...ของผมเหรอ?

ตอนนี้สติของผมไม่อยู่กับเนื้อกับตัวอีกต่อไป ร่างกายนี้เป็นร่างใหม่ที่ได้รับมาแต่ผมกลับอยากจะฉีกมันออกเป็นชิ้นๆ ร่างกายนี่มันไม่ใช่มนุษย์อีกต่อไปแล้ว มันเป็นกูล!! เป็นสิ่งที่ผมเกลียดและไม่ชอบ!

ไอ้ร่างใหญ่นั่นเดินเข้ามาใกล้ๆผมก่อนจะหันไปหาเคนแล้วตะโกนออกมาด้วยความสะใจ

“เพื่อให้เนื้อน้องชายนายมันไม่เสียเปล่า ฉันจะชิมและเล็มมันทีละน้อยๆแล้วค่อยฆ่าทีเดียวละกันนะเคน นายน่าจะโอเคสินะ หึๆ” เมื่อมันพูดจบมันก็โน้มลงมาใกล้ๆก่อนจะกัดเข้าที่ไหลข้างเดียวกับที่ริเสะกัดผม ความรู้สึกเจ็บปวดกลับมาอีกครั้งจนผมต้องแหกปากออกมาลั่น

“อ๊ากกกกกกกกก!!!!

“คาเนกิ!!!” เคนมองมาทางผมด้วยใบหน้าเศร้าเสียใจก่อนจะแปรเปลี่ยนมาเป็นสีหน้าแห่งความโกรธแค้น

เสียงราวกับระเบิดดังขึ้นบริเวณรอบๆตัวเคนก่อนจะปรากฎร่างของเคนซึ่งหลุดพ้นจากเก้าอี้ที่ผูกมัดเขาไว้แล้ว ร่างของเคนพุ่งเข้ามาหาเจสันที่กำลังตะลึงกับเสียงดังเมื่อครู่ด้วยความโกรธก่อนจะใช้ขาฟาดไปที่หัวเจสันอย่างแรงจนร่างใหญ่กระเด็นออกไป เมื่อเคนตั้งหลักกับพื้นได้ เนื้อสีแดงๆที่คุ้นตาก็ค่อยๆงอกออกมาจากหลังเคนก่อนที่เจ้าตัวจะกระโดดเข้าไปหาเจสันโดยไม่ทันให้ร่างใหญ่ได้ตั้งตัวแล้วกระหน่ำแทงเข้าไปที่ตัวของเจนสันจนร่างใหญ่นั้นไม่สามารถลุกขึ้นมาได้

ยังไม่จบการชำแหละ เคนลากตัวเจสันมาที่มุมห้องอีกมุมหนึ่งซึ่งห่างไม่มากจากผมก่อนจะใช้เลื่อยไฟฟ้าที่วางอยู่ใกล้ๆละแวกนั้นเฉือนเข้าไปที่ตัวของเจสันจนแหลกละเอียดไม่มีชิ้นดี

                ราวกับพายุได้ผ่านพ้นไป บรรยากาศรอบข้างดูสงบเงียบราวกับการต่อสู้เมื่อกี้ไม่ได้เกิดขึ้น ผมยังคงนอนอยู่บนเตียงขยับไปไหนไม่ได้เพราะถูกมัดไว้ ส่วนเคน...ก็ดูสงบลงหลังจากที่ได้ฆ่าร่างใหญ่นั่นตายคามือ

                เคนค่อยๆเดินเข้ามาหาผมพร้อมกับเนื้อสีแดงๆข้างหลังเคนที่ค่อยๆสลายหายไป แววตาดูอ่อนโยนลงผิดกับเมื่อครู่ที่ดุดันและเกรี้ยวกราด เมื่อเดินมาถึงเตียงผมก็จัดการปล่อยผมเป็นอิสระก่อนจะจับตัวผมนั่ง

                “เจ็บรึเปล่าคาเนกิ” เคนลูบใบหน้าผมด้วยความอ่อนโยน มือหยาบกระด้างของเคนค่อยๆเกลี่ยแผลที่แก้มผมอย่างแผ่วเบาก่อนจะลูบที่หัวผมอย่างแผ่วเบาราวกับพี่กำลังปลอบประโลมน้อง

                “เคนเป็นแบบนี้...มาตั้งแต่เมื่อไหร่แล้ว” ผมถามกลับพร้อมมองหน้าเคนด้วยน้ำตาที่รื้นอยู่เต็มตาทั้งสองข้าง ผมมองหน้าเคนด้วยความรู้สึกสับสนปนเศร้าใจ รู้สึกเกลียดตัวเองที่เป็นแบบนี้จนอยากจะฆ่าตัวตายแต่ก็ทำไม่ได้ เพราะถ้าหากผมตายแล้วเคนจะอยู่กับใคร

                “นายจำอุบัติเหตุของพ่อกับแม่ได้ไหม? วันที่ฉันหายไป” เคนพูดพร้อมใช้นิ้วโป้งเกลี่ยน้ำตาของผมออกแล้วเริ่มเล่าเรื่องต่อ “วันนั้นที่นายอยู่บ้านเพราะกลับจากโรงเรียนช้า พ่อกับแม่ประสบอุบัติเหตุนั่น ตอนนั้นฉันก็อยู่กับพ่อแม่ด้วย ไอ้พวกของเจสันมันจับฉันพ่อและแม่ไปทดลองการปลูกถ่ายอวัยวะจากกูลแล้วสุดท้ายหลังจากวันนั้นก็มีฉันที่รอดคนเดียวและร่างกายของฉันมันก็เปลี่ยนไป” เคนถอนหายใจออกมาเบาๆพร้อมดึงผมเข้าไปกอดก่อนจะเล่าต่อด้วยน้ำเสียงที่แม้จะมีความเข้มแข็งมากเท่าใดแต่กลับแฝงเต็มไปด้วยความเศร้า

                “ในวันนั้นมีกูลตัวนึงมันสงสารฉันมันเลยช่วยฉันหนีออกมาจากที่นั่นพร้อมกับพาฉันมาส่งบ้าน ตอนฉันกลับมาฉันหิวมากจนแทบจะกินนายในตอนกลางคืน ฉันเลยออกไปหาคนกินด้วยความอยากเพื่อป้องกันไม่ให้นายโดนฉันกิน หลังจากวันนั้นฉันก็ต้องคอยข่มใจไม่ให้กินนายที่ยังเป็นมนุษย์อยู่ทุกวัน พอตอนกลางคืนฉันก็ต้องแอบออกไปข้างนอกแล้วกินคนโดยที่ไม่ให้นายรู้มาตลอด”

                “ทำไมนายไม่บอกฉัน... เคน ทำไมนายเก็บเรื่องใหญ่ขนาดนี้ไว้ล่ะ ฮึก” ผมเริ่มสะอื้นออกมาราวกับเด็กๆ ความรู้สึกผิดถาโถมหนักยิ่งขึ้นไปเมื่อรู้ว่าแฝดคนพี่ของตัวเองต้องลำบากขนาดไหนเพื่อไม่ให้ความอยากของกูลมันครอบงำ

                “ก็ตอนเด็กๆนายเองไม่ใช่เหรอที่บอกว่าเกลียดกูลเข้าไส้ หืม?”

                “ฮึก...ฉันขอโทษ ฉันขอโทษที่ทำให้นายต้องเจ็บตัวแบบนี้ ฉันไม่น่าไปส่งริเสะที่บ้านเลย ถ้าไม่ไปส่งริเสะที่บ้านนายก็คงไม่ต้องเจ็บตัวแบบนี้”

                “ไม่เอาน่าคาเนกิ เรากลับมาเป็นเหมือนเดิมแล้ว จะไม่มีใครทำอะไรนายได้อีกแล้วเข้าใจไหม?”เคนลูบหัวผมพร้อมดึงผมเข้ามาซุกที่อกอย่างอ่อนโยน น้ำตาของผมไหลออกมาจนชื้นเสื้อของเคนก่อนที่เคนจะพูดต่อแล้วกระชับกอดให้แน่นขึ้น

                “ฉันเป็นห่วงนายมาตลอด กลัวว่านายจะเกลียดฉันที่มีส่วนของกูลอยู่ในตัว ทุกๆวันฉันต้องตกอยู่บนความทรมานของการหิวโหย ตอนแรกๆตาของฉันมันมักจะแดงข้างปกติข้างตลอดเลยรู้ไหม แต่ฉันก็ต้องฝืนไม่ให้มันแสดงออกมา ปิดบังมันเก็บมันอยู่ในส่วนลึกไม่ให้นายรู้”

                “ฉันไม่อยากเป็นแบบนี้เลยเคน... ฉันไม่ได้เกลียดที่นายเป็นนายเลย แต่ฉันเกลียดกูล ฉันเกลียดตัวเอง ฉันเกลียดกูล ฮือ!!!” ผมใช้มือจิกลงบนแขนตัวเอง ทำร้ายตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่เคนกลับใช้มือทั้งสองข้างจับมือของผมไว้ก่อนจะดึงผมเข้าไปประกบริมฝีปากเพื่อเรียกสติผมคืนมา

                รสหวานละมุนอ่อนโยนค่อยๆถูกส่งผ่านจากจูบที่เคนมอบให้ ความอบอุ่น ความสงบและความรักถูกส่งผ่านมาให้ผมพร้อมรสจูบจากแฝดคนพี่ เคนค่อยๆถอนริมฝีปากออกจากผมแล้วเรียกชื่อผมก่อนจะยื่นหน้าผากมาแตะกับหน้าผากผมแล้วหลับตาพูดเบาๆ

                “ฉันรู้ว่านายเกลียดกูล เกลียดฉัน เกลียดตัวเอง...แต่เราจะได้เริ่มต้นใหม่แล้วคาเนกิ เราจะกลับไปเป็นเหมือนเดิม อยู่บ้านเดียวกัน นอนด้วยกันเหมือนเดิม เมื่อเราตื่นขึ้นมาในวันพรุ่งนี้ฉันและนายจะเดินไปเรียนด้วยกัน เก็บวันนี้และเหตุการณ์ร้ายๆเอาไว้เป็นเพียงแค่ความฝันแล้วกลับบ้านเรากันเถอะนะ” เคนพูดพร้อมกอดผมหลวมๆเพื่อมอบไออุ่นให้

                “อืม” ผมตอบรับเพียงแค่นั้นก่อนจะกอดเคนตอบ น้ำตายังคงไหลจากตาทั้งสองข้างอยู่แต่สิ่งที่แปรเปลี่ยนไปกลับเป็นความรู้สึกที่ผมมีต่อตัวเองและเคน

                “ปะ เรากลับบ้านเรากันเถอะ”

 

 

                แสงแดดจ้าแยงตาของช่วงเช้าทำให้ผมต้องลืมตาตื่นขึ้นมาพร้อมกับสภาพงัวเงียเหมือนคนไม่ได้หลับไม่ได้นอนอีกครั้ง ผมค่อยๆยันตัวเองลุกขึ้นพร้อมกับตั้งสติก่อนจะหันไปหาคนข้างๆที่ก็นอนหลับเป็นตายไม่ได้ต่างจากผมเมื่อครู่

                หลังจากเหตุการณ์นั้นพวกเราก็ยังคงใช้ชีวิตในช่วงกลางวันตามปกติ แต่จะแปลกหน่อยก็ตรงที่ตอนกลางคืนเราสองคนต้องออกไป<กินอาหารนอกบ้าน>กันทุกวัน แล้วรีบกลับมานอนพักที่บ้านเพื่อเตรียมแรงเอาไว้สำหรับวันต่อไป

                ผมต้องเรียนรู้วิธีซ่อนตาของกูลจากเคนเพื่อการเข้าสังคม ช่วงแรกๆผมก็โกหกเพื่อนที่มหาวิทยาลัยว่าผมเจ็บตาเลยเปิดผ้าปิดตาไม่ได้ แต่พอนานเข้าผมก็เริ่มชินและเริ่มเข้าใจวิธีชีวิตของกูลที่ต้องแฝงตัวอยู่ในคราบมนุษย์ทั้งๆที่มันไม่ง่ายเลย

                แต่ผมก็ผ่านมันมาได้เพราะมีเคนอยู่ข้างๆเนี่ยแหละ

                “เคน! รีบตื่นเร็ว! เดี๋ยวไปสายนะ!

                “จะรีบไปไหนคาเนกิ เราเพิ่งได้นอนเมื่อไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมาเองนะ” เคนพูดพร้อมกับเอาหมอนปิดหน้าแล้วนอนต่อ ผมสีขาวเงินเมื่อต้องแสงกับแดดยามเช้าทำให้ดูมีประกายสวยงาม และยิ่งเข้ากับหน้าเคนตอนหลับเพิ่มความหล่อเข้าไปทวีคูณ

                “เฮ้เคน! ถ้านายไม่ตื่นฉันจะไม่รอนายแล้วนะ”

                “...”

                “เคน! ตื่นซะท..”ก่อนที่ผมจะพูดจบเคนก็เด้งตัวขึ้นมาจากที่นอนแล้วจูบเข้าที่ปากผมอย่างไม่ได้ตั้งตัว รสจูบช่วงเช้าดูจะมีความร้อนแรงปนขี้เล่นอยู่นิดๆเป็นการปิดปากก่อนเคนจะเดินลงจากเตียงแล้วเดินเข้าห้องน้ำไปทิ้งให้ผมนั่งงงอยู่กับตัวเองพักใหญ่ๆ

                “เอ้า นั่งนิ่งอะไรอยู่ได้คาเนกิ เดี๋ยวจะสายนะ” เคนชะโงกหน้าออกมาจากห้องน้ำพร้อมยิ้มหวานๆมาเยาะเย้ยด้วยความสะใจ ก่อนจะกลับเข้าไปในห้องน้ำแล้วแปรงฟันต่อ

                นี่สรุปว่าตื่นนานแล้วแต่หลอกเอาจูบผมงั้นเหรอ!!

          “เฮ้เคน! ฉวยโอกาสกันนี่ ฉันยังไม่รู้เรื่องเลย” ผมเดินมาเข้าห้องน้ำก่อนจะเข้าไปยืนข้างๆเคนแล้วดึงแก้มเขาขณะเคนกำลังแปรงฟันอยู่อย่างหมั่นเขี้ยว เคนแปรงฟันเสร็จแล้วก็หันมาผมก่อนจะใช้มือโอบรอบเอวผมให้เข้าไปใกล้จนร่างเราชิดกันไม่มีที่ว่างก่อนจะพูดกับผมเบาๆด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน

                “ก็ถ้าไม่แกล้ง น้องชายจะรู้เหรอว่าพี่รักไหม”

                “พี่ไม่เห็นต้องแกล้งเลย ฝาแฝดต้องรักกันอยู่แล้วนี่” ผมพูดพร้อมกับหอมแก้มเคนอย่างอ่อนโยนก่อนจะตามมาด้วยกอดอบอุ่นจากแฝดคนพี่ เราสองคนกอดกันในห้องน้ำสายตาผมหันไปมองในกระจกที่ฉายภาพเราสองคนที่หน้าเหมือนกันทุกอย่างแตกต่างกันเพียงสีผมและส่วนสูงเพียงนิดหน่อย กำลังยืนกอดกันอย่างอบอุ่น

                ผมก็คือคาเนกิ

                และเคนก็คือเคน

                เราสองคนต่างมีชีวิตเป็นตัวของตัวเอง แต่ถ้าเราขาดใครไปสักคน...

                พวกเราก็จะไม่ใช่พวกเราอีกต่อไป

                END

          ------------------------------------------------

          ฟู่ว-0- จบแล้วนะคะ กับฟิคสดและฟิคสั้นเรื่องนี้ เป็นครั้งแรกเลยที่เขียนเรื่องสั้นและอยากเขียนก็เขียนขึ้นมาแบบไม่มีพล็อตเลยแบบนี้@_@ คือนั่งส่องคาเนกิอยู่แล้วมันมีฟีลแต่งขึ้นมาก็เลยแต่งเลยอ่ะ555 ถ้ามันงงก็ขออภัยรีดเดอร์นะคะ คือคู่นี้เป็นคู่ที่แรร์แบบแรร์โคตรๆเลย ใครที่งงก็คือ...เอาคาเนกิผมดำมาจิ้นกับตอนคาเนกิผมขาวแล้วนั่นแหละค่ะ555 ช่วงนี้อ่านฟิคแฝดกับพี่น้องบ่อยๆเลยแต่งออกมาได้แบบนี้ อิอิ เรามีงานค้างอยู่ด้วยแหละ ต้องกลับไปแต่งต่อละ555 ขอให้สนุกและฟินแบบงงๆ(?)กับฟิคเรื่องนี้นะคะ!!


 

ผลงานอื่นๆ ของ DerreEstel

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

14 ความคิดเห็น

  1. #14 yugijudai (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2558 / 15:45
    ไอเจสันโรคจิตโคตรๆอะ คาเนกิ เคน รักกันดีๆนะ
    #14
    0
  2. #13 The-Stranger (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2558 / 15:28
    โอ้ยยยยยย คาเนกิ้~~~ เคนหล่อมากกกกกกกก อ่านแล้สกรี้ดเลยคะ เพิ่งดูเอนิเมะภาคแรกจบไปเอง ตอนนางเปลี่ยดป็นผมขาวพอดี หล่อมากกกกก ฟินเว่ออะ
    #13
    0
  3. #12 PinkPink.Pleng (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 21 เมษายน 2558 / 03:24
    ฮื้ออ พี่เคนทำเขินเยย (///)
    #12
    0
  4. #11 พลอย
    วันที่ 6 เมษายน 2558 / 18:06
    จบแบบนี้เค้าชอบสุดๆ (เพิ่งเคยอ่านฟิคแฝดรักกันน่่ะ แถมเป็นตัวละครที่ชอบสะด้วย มันส์สุดๆ)
    #11
    0
  5. #10 gemello (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 2 เมษายน 2558 / 12:29
    สนูกมากเลย ขอบคุณมากค่า
    #10
    0
  6. วันที่ 25 มีนาคม 2558 / 23:54
    ชอบมากค่าาาา คู่นี้หวานน่าร๊ากกมากแฮ่กๆๆ(?)

    สนุกมากๆค่าา ขอบคุณที่แต่งเรื่องสนุกๆให้อ่านนะคะ>w #9
    0
  7. #8 -Raze-
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2558 / 13:09
    ชอบบบบ ฟินคะ อรั้ยยยยย >w< 
    จบสวยคะ เยิฟฟฟฟ 
    #8
    0
  8. วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2558 / 01:28
    แต่งต่อเถอะน้าาาาาาาาา
    ชอบอะ สนุกมากๆเลยค่ะ
    #7
    0
  9. #6 p_ice
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2557 / 00:31
    ฟินค่ะ แต่งต่อได้มั้ย
    #6
    0
  10. วันที่ 6 พฤศจิกายน 2557 / 19:54
    ชอบค่าาาาาาาาาาาาาาาาา รักคู่นี้ที่สุดเลย แต่งอีกได้มั้ยค่ะะะะะะะะะะะะ
    #5
    0
  11. วันที่ 22 ตุลาคม 2557 / 19:19
    เจสันนี่เลวตั้งแต่อนิเมะยันฟิคเลยจริงๆ 5555555 .
    แต่ตอนจบแฮปปี้ก็ถือว่าดีแล้วหล่ะค่ะ T///T 
    มีหลอกจูบกันด้วย ~ เป็นฟิคสั้นๆที่สนุกมากค่าาา ~
    #4
    0
  12. วันที่ 22 ตุลาคม 2557 / 18:50
    อ่านแล้วฟิน จบได้ดีมากเลยค่ะ 

    #3
    0
  13. วันที่ 22 ตุลาคม 2557 / 17:51
    รู้สึกสงสารทั้งสองคนมากกคะ แต่จบดีมากกเลย
    #2
    0
  14. #1 ไร้นาม
    วันที่ 22 ตุลาคม 2557 / 11:58
    ^ ^ โรแมนติก จังค่ะ
    #1
    0