คัดลอกลิงก์เเล้ว

วันสุดท้าย (ฤดูร้อน 2014)

โดย StarLullaby

วันนี้คือวันสุดท้ายของเขาและเธอ วันสุดท้ายที่ทั้งคู่จะได้มีชีวิตที่อิสระด้วยกัน ณ ที่แห่งนี้

ยอดวิวรวม

251

ยอดวิวเดือนนี้

0

ยอดวิวรวม


251

ความคิดเห็น


3

คนติดตาม


1
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  3 เม.ย. 58 / 00:36 น.
นิยาย ѹش (Ĵ͹ 2014)

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
เรื่องนี้เป็นโครงการประกวดเรื่องสั้น ฤดูร้อน ของบอร์ดนักเขียนฮะ




ปล.คนแต่งเองฟินเอง5555



STAR THEME ; document.images[0].width =500; document.images[0].height =70

เนื้อเรื่อง อัปเดต 3 เม.ย. 58 / 00:36





            “ที่นี่มันที่ไหนกันเนี่ย!!

            หญิงสาวเจ้าของดวงหน้ารูปไข่ ผมสีช็อกโกแลตม้วนเป็นลอนยาวประบ่า ดวงตาสีเดียวกับเส้นผมของเธอกำลังจ้องมองไปรอบๆ ตัว สลับกับจ้องแผนที่เป็นระยะๆ เพลงพิณ กำลังพลัดหลงกับคณะทัวร์ในใจกลางกรุงโซล ประเทศเกาหลี ในย่านทงแดมุนที่เต็มไปด้วยผู้คนเดินขวักไขว่ไปมามากมาย แต่คนเหล่านั้นก็ไม่สนใจในชีวิตของผู้หญิงตัวเล็กๆ ที่หลงทางอยู่กลางเมืองในต่างประเทศคนเดียวเลยแม้แต่น้อย

            “ตายละ! วันนี้เครื่องออกตอนห้าทุ่มสี่สิบห้านี่นา ถ้าฉันยังหาพวกเขาไม่เจอจะทำยังไงล่ะ”

            ตอนนี้เธอทั้งเหนื่อยทั้งหอบ หลังจากเดินหาคณะทัวร์ของเธอมาได้เกือบสองชั่วโมงเต็มๆ ร่างเล็กยืนพิงเสาไฟเพื่อพักเอาแรง สายตาทอดมองไปบนท้องฟ้าอย่างหมดอาลัย หมดสิ้นซึ่งความหวัง ถ้าดูจากตารางของคณะทัวร์นี้แล้ว ตอนนี้น่าจะออกเดินทางไปยังเกาะนามิ จัวหวัดคังวอนเป็นที่เรียบร้อย

            ความหวังที่จะตามหาคณะทัวร์เหลือศูนย์ ความหวังที่คณะทัวร์จะตามหาเธอยิ่งติดลบ เพราะทัวร์ที่เพลงพิณเข้าร่วมด้วยนั้นเป็นคณะทัวร์รวมซึ่งมีคนมากกว่าห้าสิบคน แถมยังสามารถออกจากกรุ๊ปทัวร์ไปตามอิสระเมื่อใดก็ได้ จึงตัดเรื่องการนับคนไม่ครบแล้วออกตามหาไปได้เลย แถมหญิงสาวที่มาคนเดียว แถมยังไม่ทำตัวเด่นมากมาย ย่อมไม่มีใครรู้ว่าหายตัวไปอย่างแน่นอน

            เพลงพิณทรุดลงกับพื้นฟุตบาท น้ำตาที่ถูกความหวังอันริบหรี่กั้นเอาไว้ไหลออกมาไม่ขาดสาย เมื่อเจ้าตัวรู้ดีว่าความหวังนั้นได้มืดมิดไปหมดแล้ว

            “ฉัน... อยากกลับบ้าน”

            “Are You OK?

เสียงทุ้มนุ่มเสียงหนึ่งดังขึ้น ทำให้หญิงสาวเงยหน้าขึ้นมองต้นเสียง ชายหนุ่มคนหนึ่งกำลังยิ้มให้เธอ ดูจากเค้าโครงหน้าแล้วเธอเชื่อว่าภายใต้แว่นตากันแดดสีชานั่นคงมีใบหน้าที่ดูดีอยู่ไม่น้อย มือข้างหนึ่งของเขายื่นมาข้างหน้าเธอ เหมือนบอกเป็นนัยว่าพร้อมที่จะช่วยเหลือ ซึ่งหญิงสาวตัวคนเดียวที่ไม่เหลืออะไรให้เสี่ยงอีกแล้วก็เต็มใจรับความช่วยเหลือนั้น

            “เอ่อ... ขอบคุณค่ะ Thank you very much.

            เพลงพิณสะดุ้งเล็กน้อยที่เผลอพูดภาษาแม่ออกไป แต่ก็ต้องตกใจยิ่งกว่าเมื่อชายตรงหน้าถามขึ้นในภาษาเดียวกัน

            “อ้าว คนไทยเหรอครับ?”

            “เอ๊ะ! อ้อ ใช่ค่ะ คุณก็เป็นคนไทยเหมือนกันเหรอคะ” หญิงสาวปาดคราบน้ำตาออกจากแก้มมขาวนวลของเธอ

            “เปล่าหรอกครับ แม่ผมเป็นคนไทยเลยพูดได้บ้าง แต่ผมยังไม่เคยไปเที่ยวเมืองไทยเลยซักครั้ง”

            “อ๋อ!” เพลงพิณพยักหน้าอย่างเข้าใจ และคลายความกังวลไปมากโขเมื่อไม่เห็นทีท่าว่าเขาจะเป็นคนที่มุ่งร้าย “ว่างๆ ก็ลองหาเวลามาเที่ยวดูนะคะ ที่เมืองไทยน่ะสวยมากเลย อาหารก็อร่อย รับรองคุณต้องติดใจแน่”

            “นั่นน่ะสิ ประเทศใครใครก็รัก ผมก็อยากไปเที่ยวบ้างซักครั้ง แต่พ้นวันนี้ไปผมก็คงไม่มีอิสระที่จะทำอะไรๆ แล้วล่ะครับ ว่าแต่ทำไมคุณถึงมานั่งร้องไห้อยู่คนเดียวตรงนี้ล่ะ” ชายหนุ่มถาม

            “อ๋อ พอดีฉันหลงกับกรุ๊ปทัวร์น่ะ ไม่รู้จะไปไหนได้เลย คนที่นี่ก็พูดอังกฤษไม่ค่อยได้ เที่ยวบินฉันก็ห้าทุ่มกว่าวันนี้แล้วด้วย” เพลงพิณยกมือขึ้นปาดน้ำตาอีกรอบ “แต่คุณนี่ก็เหมือนฉันเลยนะ วันนี้ก็วันสุดท้ายแล้วที่ฉันจะทำอะไรตามใจตัวเองได้ พรุ่งนี้ก็ต้องไปเรียนแล้ว วันสุดท้ายของการปิดเทอมฤดูร้อนช่างมาถึงเร็วจริงน้า”

“อยากให้ผมช่วยไหมล่ะ”

“ช่วย? จะช่วยยังไงหรือคะ”

“ก็ช่วยพาคุณเที่ยวกรุงโซล แล้วก็พาไปส่งที่สนามบินให้ไง”

“เอ่อ... คงไม่ต้องหรอกค่ะ แค่บอกฉันว่าจะไปยังไง แถวสนามบินมีรถสายไหนผ่านก็พอแล้วมั้งคะ ฉันเกรงใจคุณน่ะ” เพลงพิณปฏิเสธ ส่วนหนึ่งก็เพราะตามที่พูดนั่นแหละ แต่อีกส่วนก็คือจะให้ไปไหนต่อไหนกับผู้ชายที่เพิ่งรู้จักกันไม่ถึงห้านาทีมันก็ยังไงๆ อยู่

แต่จะว่าไป เธอเรียกว่ารู้จักเขาได้แล้วงั้นหรือ ในเมื่อเธอยังไม่รู้จักชื่อเขาเสียด้วยซ้ำ!!

“ไม่ต้องเกรงใจหรอกน่า เพราผมไม่พาคุณเที่ยวฟรีๆ หรอก มันต้องมีข้อแลกเปลี่ยน...” ชายหนุ่มยิ้ม

นั่นไง นึกแล้ว...

“อะไรล่ะ ข้อแลกเปลี่ยนที่ว่า” เพลงพิณถาม

“...แค่ต่อจากนี้ไป อย่าลืมฉันเด็ดขาด ทำได้ไหมล่ะ”

“ฉันจะไว้ใจนายได้ยังไง ไม่มีคนที่ไหนเค้ายอมเสียเวลาตัวเองเพื่อคนอื่นขนาดนี้หรอกนะ ยิ่งเป็นคนอื่นที่มีสองมือสองเท้าเหมือนกัน ไม่ได้ด้อยโอกาสอะไร ยิ่งไม่มีทาง”

“ผมก็บอกไปแล้วนี่นา วันนี้เป็นวันสุดท้ายที่ผมจะได้มีอิสระเหมือนคนอื่นๆ ผมไม่อยากเที่ยวเล่นคนเดียวหรอกนะ มันไม่ค่อยสนุกเท่าไหร่”

“แต่ว่า...” เพลงพิณยังคงไม่กล้าตอบรับคำขอจากชายหนุ่มตรงหน้า

“เอ้า! ถ้าคุณไม่เชื่อใจผมขนาดนั้น เรามาแลกกันไหมล่ะ คุณเอาบัตรประชาชนผมไป แล้วก็เอาพาสปอร์ตมาให้ผม ถ้าผมทำอันตรายอะไรคุณก็เอาไปแจ้งความจับได้เลย”

“จะดีเหรอ...”

“ถ้าคุณไม่เลือกไปเที่ยวกับผม... คุณจะไปไหนต่อ”

นั่นสินะ... ไหนๆ ฉันก็ไม่มีที่ไปแล้ว ก็ขอลองเสี่ยงดูซักหน่อยละ ดูหน้าตาท่าทางเขาก็ไม่น่าเป็นคนร้ายได้แหละ แถมยังมีเชื้อสายไทยตั้งครึ่งนึง คนไทยใจดีอยู่แล้วแหละ

“ก็ได้ค่ะ”

“ผม ฮันแทชิน ยินดีที่ได้รู้จักครับ” ชายหนุ่มยื่นมือออกไปข้างหน้า

“อ๊ะ! ฉันชื่อเพลงพิณค่ะ ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกัน” หญิงสาวยื่นมือไปจับกับมือของคู่สนทนาข้างหน้า

“อื่อ เพลูงพีน พูเลงพีน เรียกยากนะ ผมขอตั้งชื่อเกาหลีให้ได้ไหม”

“ก็ดีเหมือนกันค่ะ ฉันเองก็ยังไม่เคยมีชื่อเกาหลีเลย”

“อืม... วอนมยอง ดีไหม”

“ก็ได้ค่ะ วอนมยอง วอนมยอง” หญิงสาวเรียกย้ำชื่อตัวเองหลายๆรอบเพื่อให้จำได้

“งั้น วอนมยอง คุณอยากไปที่ไหนล่ะครับ” แทชินถามขึ้น

“ถ้างั้น มีที่ไหนแนะนำบ้างล่ะ ฉันก็ไม่รู้จักสถานที่น่าไปเที่ยวซักเท่าไหร่หรอก”

“งั้นไปที่โซลทาวเวอร์กัน เธอได้ไปหรือยังล่ะ” ชายหนุ่มเริ่มพูดอย่างสนิทสนมขึ้นเมื่อเห็นทีท่าว่าจะตกลงของหญิงสาว

เพลงพิณส่ายหน้าแทนคำตอบ แทชินกระตุกยิ้มเล็กน้อย ก่อนจะจูงมือเธอไปที่สถานีรถไฟฟ้าที่ใกล้ที่สุดทันที

 

“ว้าววว!! สวยจังเลย”

เพลงพิณอุทานขึ้นหลังจากเดินขึ้นเขามาจนสุด มือบางกดชัตเตอร์กล้องเป็นระยะๆ เพื่อเก็บภาพบรรยากาศที่สวยงามในครั้งนี้ ลูกกุญแจของคู่รักนับแสนอันถูกห้อยเรียงรายไว้ที่รั้วกั้น มีคำอวยพรให้ความรักยั่งยืนเขียนอยู่ตามแม่กุญแจบ้าง ด้วยความเชื่อที่ว่า หากคู่รักคู่ใดมาล็อกกุญแจที่เสานี้ด้วยกันแล้วโยนลูกกุญแจทิ้งไป ความรักของคู่นั้นจะยั่งยืนเหมือนกับแม่กุญแจที่ยึดอยู่กับรั้ว

“อยากลองล็อกซักอันไหมล่ะ วอนมยอง?” แทชินก้มลงกระซิบที่ข้างหูของหญิงสาว

“ฮะ!? เอ่อ... ให้ฉัน... กับคุณเนี่ยนะ?” เพลงพิณหันหน้าไปหาต้นเสียง ทำให้แก้มเนียนใสของเธอนั้นไปชนกับปลายจมูกโด่งของเขา แทชินกดจมูกฝังเข้าไปในแก้มนุ่มนิ่มของหญิงสาวข้างกายพร้อมกับหอมแก้มดังๆ หนึ่งท

“อื้ม! หอมจัง”

“อุ๊ย! ทำอะไรน่ะ น่าเกลียด” เพลงพิณก้มหน้างุด ไม่ยอมสบตากับใครทั้งสิ้น

“คุณหันแก้มคุณมาเองนะ ผมก็แค่หายใจเข้าเท่านั้นเองแหละ” แทชินพูดยิ้มๆ ซึ่งเพลงพิณก็ไม่ได้ขัดอะไร แต่น่าจะเป็นเพราะความอายของเธอเสียมากกว่าที่ทำให้หญิงสาวพูดอะไรไม่ออก

“ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้วนะ เรามาถ่ายรูปคู่ด้วยกันซักรูปไหมครับวอนมยอง”

“อ่า... ก็ได้ค่ะ ว่าแต่เมื่อไหร่นายจะถอดแว่นกันแดดนั่นออกล่ะ เดี๋ยวก็ถ่ายรูปออกมาไม่สวยหรอก” หญิงสาวตอบรับ พร้อมกับขอให้นักท่องเที่ยวข้างๆ ช่วยถ่ายรูปให้

เอ้าๆ ถอดเฉพาะตอนถ่ายรูปนี่ก็ได้แทชินถอดแว่นของตัวเองออก เผยให้เห็นดวงตาคมที่ประกอบกับโครงหน้าของเขาได้ดีอย่างไร้ที่ติ เชื่อเถอะว่าสาวๆ เก้าสิบเก้าจากร้อยน่ะแทบจะยอมสยบคาอกเขาเสียด้วยซ้ำไป!

แต่บางที ฮันแทชินกลับหวังว่า วอนมยองนั้นจะเป็นหนึ่งในเก้าสิบเก้าคนที่ว่า

ไม่ใช่หนึ่งคนอย่างที่เป็นอยู่ตอนนี้...

 “นี่ๆๆๆ ดูนี่สิแทชิน รูปคู่เราน่ะออกมาดูดีมากเลยน้า สีสด ภาพสวย คมชัดเป๊ะมากเลย” เพลงพิณยื่นกล้องให้ชายหนุ่มดู ซึ่งทำให้ทั้งสองได้ใกล้ชิดกันอีกครั้ง

ถ้าเป็นคนอื่นเค้าคงชื่นชมคนนรูปมากกว่าจะชื่นชมองค์ประกอบรูปแบบนี้... แต่นี่ละนะ นิสัยของเพลงพิณ หรือวอนมยอง ผู้หญิงที่กระชากหัวใจของหนุ่มน้อยฮันแทชินไปได้โดยรู้จักยังไม่ทันถึงครึ่งวัน

“ไหวไม่เนี่ยแทชิน ร้อนเหรอ หน้านายแดงแปร๊ดแล้วนเนี่ยตอนนี้” เพลงพิณเอื้อมมือไปจับหน้าผากของชายหนุ่ม “รุมๆ อยู่เหมือนกันแฮะ หรือว่านายไม่สบาย ถ้าไม่ไหวก็บอกทางฉันไปสนามบินก็...”

“ฉันสบายดีน่า ไม่ต้องเป็นห่วง” ยังไม่ทันที่หญิงสาวจะพูดจบ แทชินก็ขัดขึ้นมาก่อน เพราะถ้าหากปล่อยให้เธอมาคอบเป็นห่วงเขาแบบนี้ เขาคงจะได้เกิดอาการเขินหนักว่านี้แน่

“แล้วตกลงเรื่องนั้นว่ายังไง...” แทชินเอ่ยปากถาม แต่พอเห็นแววตาที่เต็มไปด้วยความสงสัยของวอนมยอง เขาก็รีบขยายความ “...เรื่อง กุญแจน่ะ”

“แล้วแต่นายสิ ยังไงเราก็ไม่ใช่คู่รักกันอยู่แล้วนี่นา ก็คงไม่มีอะไรหรอกมั้ง เราก็ล็อกในฐานะเพื่อนกันแทนไง”

“อืม นั่นสินะ” แทชินยิ้ม แต่ภายในหัวใจนั้นเหมือนถูกอะไรกรีดแทงให้เจ็บอย่างไม่รู้สาเหตุ ทั้งๆ ที่คำพูดของเธอเป็นเรื่องจริงทั้งหมด แต่กลับทำให้เขาเจ็บได้อย่างรุนแรง

“ไม่ใช่คู่รักกันอยู่แล้วงั้นหรือ...”

แทชินกระตุกยิ้ม ก่อนจะเกินไปซื้อกุญแจที่ร้านในโซลทาวเวอร์

“บางที อนาคตเธออาจจะเป็นก็ได้นะ...”

“เอ้า! เธอโยนสิ” หลังจากทั้งคู่ล็อกกุญแจที่เขียนไว้ว่า แทชิน&วอนมยอง เพื่อนกันตลอดไปไว้ที่เสาต้นหนึ่งของรั้ว ชายหนุ่มก็ยื่นกุญแจให้หญิงสาวโยนมันลงไปในหุบเขา

“แล้วนายไม่โยนหรือไง นายเองไม่ใช่เหรอที่อยากล็อกกุญแจน่ะ”

“เอางี้” แทชินจับมือเพลงพิณและยัดกุญแจใส่มือเธอ พร้อมกับจับมือเธอเอาไว้ “เราก็มาโยนพร้อมกันไปเลยไง หนึ่ง สอง สาม!!

กุญแจลอยละลิ่วลงไปในหุบเหว นั่นแปลว่า ไม่มีใครสามารถมาสั่นคลอนความรัก หรือแม่กุญแจของเราได้อีก

โครกกก~~

“แหะๆ ฉันขอโทษ” เพลงพิณก้มหน้างุดอีกครั้ง เมื่อท้องเจ้ากรรมของเธอดันมาร้องเอาต่อหน้าชายหนุ่มที่เพิ่งร็จักกันได้ไม่นาน

“หิวเหรอ งั้นเราไปหาอะไรกินกัน” แทชินจูงมือเธอลงจากเขาไป

“ก็แน่สิ นี่เลยเวลาอาหารเย็นมาแล้วนี่”

เมื่อเดินถึงตีนเขาแล้วก็พบร้านอาหารข้างทางมากมายส่งกลิ่นหอมฉุยมาเตะจมูก ยิ่งทวีความหิวของเพลงพิณไปหลายเท่าตัว หญิงสาวมองร้านขายอาหารเล็กๆ ร้านหนึ่ง ที่ตกแต่งธรรมดาๆ แต่กลับสะดุดตาเป็นพิเศษในสายตาเธอ

“สนใจร้านนี้รึไง” แทชินถามขึ้น “เรานี่ใจตรงกันหลายอย่างเหมือนกันนะ ร้านนี้น่ะร้านโปรดฉันเลย”

“อะ... อื้อ”

“งั้นก็เข้าไปกินกันเถอะ” ชายหนุ่มจูงหญิงสาวเข้าในร้านทันที

หลังจากเข้าไปในร้าน เจ้าของร้านอายุราวๆ ห้าสิบกว่าปีก็ทักทายและโอบไหล่แทชินไว้ ราวกับสนิทสนมกันมานานด้วยภาษาเกาหลี

            ซึ่งแน่นอนว่า เพลงพิณฟังไม่ออก!

            “เดี๋ยวนี้มีควงสาวมาแฮะ ไม่เบาเลยนะเรา”

            “เอาน่าเฮีย วันสุดท้ายละ ขอมีอิสระบ้างหน่อยเหอะ”

            “แล้วไม่กลัวข่าวหลังจากนั้นรึไง หลังจากพรุ่งนี้ ถ้าเธอยึดติดกับเอ็งล่ะ”

“ไม่ต้องห่วงหอกเฮีย เธอเป็นคนไทย แล้วดูๆ แล้วไม่น่ารู้เรื่องพวกนั้นเท่าไหร่ เธอคงไม่รู้หรอกว่าเป็นผมน่ะ อีกอย่างเธอก็จะกลับคืนนี้แล้วด้วย คิดว่าไม่เป็นไรมั้ง”

แวบหนึ่งที่เจ้าของร้านมองเห็นแววตาเศร้าสร้อยในดวงตาของแทชิน ก็พอทำให้คนผ่านโลกมาเกือบครึ่งศตวรรษนั้นเข้าใจอะไรๆ ได้มากขึ้น

“ตกหลุมรักสาวน้อยคนนั้นแล้วรึไง”

“อ๊ะ ผมไม่...” แทชินกำลังจะปฏิเสธ แต่ก็ถูกขัดขึ้นมาก่อน

“แววตามันฟ้อง ไอ้หนู จะบอกอะไรให้นะ ว่ารีบๆ ตักตวงความสุขวันนี้ให้ได้มากๆ เถอะ เอ็งก็รู้ใช่ไหมว่าอาชีพที่เอ็งเลือกน่ะมีความรักไม่ได้ หัวหน้าเอ็งน่ะไม่ยอมแน่”

“ครับ ผมรู้...”

“นี่แทชิน!! มีเมนูอะไรแนะนำฉันบ้างน่ะ” เพลงพิณสะกิดถาม

“อ๋อ! งั้นอันนี้เป็นไง เธอกินเป็นไหม” แทชินชี้ไปที่รูปบนเมนูอาหาร หน้าตาของมันคล้ายๆ กับก๋วยเตี๋ยวเส้นสีดำๆ

“มันคืออะไรน่ะ”

“จาจังมยอน อร่อยมากเลยนะ ตอนเด็กๆ ผมชอบกินมากเลย”

“งั้นก็ได้ค่ะ”

ชายหนุ่มหันไปสั่งจาจังมยอนสองชามสำหรับเขาและวอนมยอง คำพูดที่พูดกับเฮียเจ้าของร้านนั้นยังคงวนเวียนอยู่ในหัว

“รักต้องห้าม... ช่างอันตรายซะจริง”

“หืม? รักต้องห้ามงั้นเหรอ” เพลงพิณที่หูไวได้ยินพูดขึ้น “นี่นายแอบรักใครอยู่น่ะ ฉันว่านะ ผู้หญิงคนนั้นต้องโชคดีมากๆ เลยล่ะ นายน่ะนิสัยดีขนาดนี้”

“บอกไปเธอก็ไม่รู้จักหรอก” แทชินพูดขึ้น ทั้งๆ ที่เธอเองแท้ๆ ที่เป็นคนน่าอิจฉาที่เธอพูดคนนั้น...

แต่เธอ... ก็ไม่รู้ตัวเลยซักนิด

“นั่นสินะ... ฉันเอาใจช่วยให้นายสมหวังในรักกับเธอคนนั้นแล้วกัน” เพลงพิณส่งยิ้มให้ ยิ้มที่เขย่าหัวใจชายหนุ่มคู่สนทนาได้อย่งง่ายดาย

“ฉันก็หวังว่ามันจะเป็นแบบนั้น ฉันยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเธอคนนั้นมีแฟนอยู่หรือเปล่า”

“นายก็ลองเข้าไปคุย แล้วก็เนียนๆ ถามเธอดูสิ ถามให้แบบไม่น่าเกลียดน่ะ”

“ให้ความปรึกษาทางด้านความรักได้แบบนี้เนี่ย แสดงว่ามีแฟนอยู่แล้วล่ะสิท่า”

“เห็นฉันเหมือนผู้หญิงทั่วไปไหมล่ะ ไม่มีผู้ชายคนไหนเค้าอยากได้ผู้หญิงแบบฉันเป็นแฟนหรอก”

 คนๆ นั้นก็นั่งอยู่ตรงหน้าเธอนี่ไง วอนมยอง...

แทชินอยากจะพูดออกไปแบบนั้นจริงๆ แต่ด้วยงานที่เขาทำ สิ่งที่เขาและเพื่อนร่วมงานสู้ลำบากด้วยกันมานาน เพื่อให้งานวันพรุ่งนี้สำเร็จ หากเขาทำแบบนี้ ทั้งเพื่อนจะเหนื่อยเปล่า แถมจะพลอยทำให้คนใหญ่คนโตหงุดหงิดไปได้ด้วย

แต่อย่างน้อยก็หลอกถามสำเร็จแล้วล่ะ เธอยังไม่มีแฟนสินะ...

“หลังอาหารมือนี้แล้ว ฉันก็คงต้องไปแล้วล่ะแทชิน ฉันขออะไรไว้ติดต่อนายหน่อยได้ไหม” เพลงพิณเงยหน้าขึ้นถาม

ฉันคงต้องไปแล้วล่ะ...

รู้สึกปวดใจ เหมือนมีใครเอามือมาบีบเอาไว้ แค่คิดว่าจะไม่ได้เจอเธออีก แค่นั้นก็เจ็บได้มากเกินพอ

ไม่น่าเชื่อว่าหญิงสาวที่เจออกันไม่นาน จะมีอิทธิพลต่อดวงใจของเขาได้ขนาดนี้

ถ้าได้อยู่ด้วยกันตลอดไป... ก็คงจะดีสินะ

“งั้นเอาอีเมลฉันไปแล้วกัน อยากได้ช่องทางติดต่ออะไรเพิ่มก็ค่อยถามแล้วกันนะ” แทชินหยิบกระดาษและปากกาของทางร้านมาจดอีเมลให้หญิงสาวดาวใจของเขา

“อ้อ แล้วเดี๋ยวเราแวะไปเอารูปกันหน่อยนะ ก่อนที่จะไป” แทชินเอ่ยเศร้าๆ ทั้งคู่เดินออกไปจากร้านก๋วยเตี๋ยวไปที่ร้านอัดรูป ที่ทั้งคู่ได้มาใช้บริการให้อัดรูปคู่บนโซลทาวเวอร์

“เขียนถึงอีกคนไวหลังรูปหน่อยไหม” แทชินยื่นปากกาให้ ก่อนที่ทั้งคู่จะก้มหน้าก้มตาเขียนของตัวเองอย่างขมักเขม้น

 

ถึงฮันแทชิน

ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณนายมากๆๆๆ เลยนะ ถ้าไม่ได้นายฉันอาจจะหลงอยู่ กลับบ้านไม่ถูกก็ได้

โทษทีที่กุญแจของเราฉันให้นายออกเองทั้งหมดน่ะ จริงๆ เราควรจะหารกันนะ ช่างเถอะ หยวนๆ

ให้ฉันหน่อยละกัน ค่าครองชีพบ้านนายแพงกว่า ก็เจ้าๆ กันไปน้า 55555 เอาเป็นว่าฉันจะไม่ลืม

นายเลยตามสัญญา นายเองก็อย่าลืมฉันล่ะ ถ้ามาเที่ยวที่ไทยอย่าลืมมาหาฉันน้า แล้วฉันจะตอบ

แทนนายเอง ^0^~

                                                          จากวอนมยอง (เพลงพิณ)

ปล. นายยังไม่ได้ตั้งนามสกุลให้ฉันเลยนะ! งั้นฉันขอตู่เอานามสกุลนายมาใช้แล้วกัน 555+

 

“นี่นาย เปิดดูพรุ่งนี้ได้ไหม” เพลงพิณถาม หลังจากเขียนไปแล้วเธอเพิ่งระลึกได้ว่า คนใช้นามสกุลเดียวกันในประเทศไทยนั้นหมายความว่าอย่างไร แม้ที่เกาหลีจะไม่เป็นแบบนั้นก็เถอะ แต่เธอก็ยังเขินอยู่ดี อย่างน้อยๆ ให้เขาได้รับรู้ตอนเธอไม่อยู่แล้วน่าจะดีกว่า

“ถ้างั้นของฉันก็เหมือนกัน เปิดดูพรุ่งนี้นะ” แทชินใส่รูปคู่ของเขาลงในซองสีน้ำตาล พร้อมกับยื่นให้หญิงสาว ซึ่งเธอกฎทำแบบเดียวกัน

“ฉันคงต้องไปจริงๆ แล้วล่ะ ลาก่อนนะ” เพลงพิณลากกระเป๋าเดินทางของเธอไปขึ้นรถต่อไปยังสนามบิน

“ลาก่อน”

แม้บางที ความรักอาจไม่สมหวัง บางทีเส้นกั้นระหว่างเราสองคนอาจสูงเกินกว่าที่เราจะข้ามได้ แต่แค่ตักตวงความสุขในเวลาที่ได้อยู่ด้วยกันให้มากที่สุด แค่นั้นก็พอจะบรรเทาความทุกข์ไปได้มากโข

 

วันรุ่งขึ้น

“นี่เพลง! รู้ไหมว่าวันนี้ที่เกาหลีเค้ามีเดบิวต์นักร้องวงใหม่ด้วยล่ะ”

เพลงพิณหันมองเพื่อนสาวของตัวเองที่บ้านักร้องเกาหลีขั้นรุนแรงนั่งบิดตัวไปมาอยู่หน้าจอแท็บเล็ต ช่วงปิดเทอมฤดูร้อนไม่ได้เจอกันนาน แต่ก็ยังนิสัยเหมือนเดิม

“แกดูคนนี้ดิ หล่อมากกกกอ่ะ ขอสมัครเป็นเอฟซีเลยค่าาา ขอเมนคนนี้แหละ”

เพื่อนสาวพยายามยัดเยียดแท็บเล็ตให้เพลงพิณดู

“นะ...นี่มัน...”

“เป็นไงล่า หล่อละสิ ขนาดเพื่อนสาวของฉันผู้ไม่เคยสนใจชายหนุ่มที่ไหนยังเบิกตากว้างอ่ะคิดดู แบบนี้หล่อผ่านฉลุยแน่นอน”

“นี่มัน... ฮันแทชิน!?”

“ต๊ายตาย เพิ่งเห็นเธอเคยรู้จักนักร้องเกาหลีซักคนเนี่ยแหละ ปิดเทอมไปนานเปลี่ยนไปเยอะเลยนะเธอ”

วันสุดท้ายที่จะมีอิสระ... เขาคงหมายถึงอย่างนี้สินะ ถ้าให้เขาเดินไปไหนต่อไหนเหมือนเมื่อวานนี้ กล้องนับร้อยจต้องมารุมถ่ายเขาอย่างแน่นอน

ส่วนรักต้องห้ามนั่น... ก็คงเป็นเพราะแบบนี้แหละ ให้ดารานักร้องมีแฟนตั้งแต่แรกๆ ก็เรียกเรทติ้งจากสาวๆ ไม่ได้สินะ

ถ้าเป็นคนอื่นจะดีใจไหมนะ ถ้าได้ไปเที่ยวกับอนาคตนักร้องแบบนี้...

อ๊ะ! จริงสิ ยังไม่ได้เปิดอ่านหลังรูปเลยนี่นา...

เพลงพิณใช่เวลาพักกลางวันไปแอบเปิดอ่านดูในห้องน้ำ เพื่อป้องกันไม่ให้ใครเห็นรูปคู่ของเธอ ไม่งั้นมีหวังเพื่อนของเธอจะได้ถามยาวแน่ๆ

“เอาละนะ ฉันขออ่านล่ะ ฮันแทชิน!

 

 

วอนมยอง รู้ไหมว่าทำไมฉันตั้งชื่อนี้ให้เธอ

โคกมยอง แปลว่าเพลง แต่ใช้ชื่อนี้ก็ตลกไปนะ ก็เลยเปลี่ยน

วอนมยองเป็นชื่อขององค์หญิงคนหนึ่ง ซึ่งฉันเปรียบเธอเป็นเจ้าหญิงน้อยๆ

วันนี้ฉันสนุกมาก ที่ได้ไปเที่ยวกับเธอ

ขอบคุณที่ให้วันสุดท้ายของชีวิตอิสระของฉันเป็นวันที่ดีมาก

สุดท้าย แม้เธออาจไม่เชื่อก็ตาม

แม้เราจะเจอกันแค่เวลาสั้นๆ แต่...

...ฉันรักเธอนะ วอนมยอง...

ฮันแทชิน

ปล. หวังว่าเธอจะไม่ลืมฉันตามสัญญานะ

 

ระหว่างที่อ่านไป หญิงสาวก็น้ำตาไหลไปไม่ขาดสาย นึกทบทวนคำพูดที่เธอเคยพูดไปในร้านจาจังมยอนเมื่อวาน ถ้าเขารู้สึกับเธอแบบที่ว่านี่จริงๆ คำพูดของเธอจะทำให้เขาเสียใจแค่ไหนกันนะ เธอหลงรู้สึกยินดีกับว่าที่คนรักของเขา พูดถึงคนทีเขาแอบชอบมากมาย

แต่ก็ไม่เคยนึกเลย... ว่าคนนั้นจะเป็นตัวเอง

เพลงพิณหยิบโทรศัพท์ของเธอมาต่อกับอินเทอร์เน็ต แล้วส่งอีเมลไปหาเขาทันที

ถึงแทชิน เราใจตรงกันอีกแล้วนะ เพราะที่นายเขียนมาหลังรูปน่ะ ฉันก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน

                                                                                       วอนมยอง




ผลงานอื่นๆ ของ StarLullaby

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

3 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 27 พฤษภาคม 2557 / 03:31
    @1 อ่านว่า วอน-มะ-ยอง 
    #3
    0
  2. วันที่ 5 เมษายน 2557 / 00:06
    ทำไมมันสุขแบบเศร้าๆ นะ
    งิ...รักต้องห้าม ><
     
    เหมือนความฝันเลยค่ะ (ฮา) ...ชอบเรื่องนามสกุล อ่านแล้วเขินแทน >/////<
    #2
    0
  3. วันที่ 2 เมษายน 2557 / 14:57
    เพิ่งเคยจะได้อ่านแนวรักใสใส ศิลปินเกาหลี ฟินไม่น้อยเหมือนกันครับ(ฮา)

    บรรยายได้ดี นำเที่ยวได้เนียนละเอียด (ถึงจะเคยดูตามรายการท่องเที่ยว แต่ก็ชอบอ่านอีก)
    ตัวละครกุ๊กกิ๊ก หวานใส ไม่มากไม่น้อยกำลังกลมกล่อม
    ช่วงแรกเริ่มต้นเรื่องง่ายไปนิด เพลงพิณเชื่อคนง่ายจัง เป็นผมไม่ตกลงให้พาสปอร์ตไปแน่ๆ
    หลงทางก็ต้องรีบไปหาตำรวจก่อนเลย (ตำรวจประเทศเขาคงน่าจะดีกว่าบ้านเรานะ 555+)

    ส่วนเรื่องแทชิน ผมกลับแอบเดาว่า เขาเป็นศิลปินอยู่แล้ว(เพราะใส่แว่นดำเหมือนไม่อยากเปิดเผยตัว)
    และกำลังจะเข้ารับใช้ชาติในวันพรุ่งนี้ (เผอิญข่าวศิลปินเกาหลีต้องเป็นทหารมันเยอะ ฮา)

    โดยรวมสนุกครับเป็นอะไรที่กุ๊กกิ๊กมาก
    อนึ่งชื่อเพลงพิณ เวอร์ชั่นเกาหลีอ่านยังไงอ่ะครับ?
    วอ-นม-ยอง
    วอน-มะ-ยอง หรืออื่นๆ ไม่ได้มุกนะครับ ผมอ่านไม่เป็นจริงๆ (จริงจังมาก)
    #1
    0