คัดลอกลิงก์เเล้ว
LATE LOVE [ FIC Attack on Titan - Jean x Armin ] | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้





PREVIEW
ATTACK ON TITAN 
FANFICTION







ORDER > CLICK

เนื้อเรื่อง อัปเดต 13 พ.ย. 56 / 00:28


LATE LOVE

;ความรัก มักมาช้า

 

 

 

งานแต่งงาน ... เต็มไปด้วยสีขาวและชมพูอ่อน อา เต็มไปด้วยสีแห่งความสุข ความรัก แต่มือของผม มือของผม... กลับสั่นระริก ไม่ใช่ความตื่นเต้นที่เห็นเพื่อนสาวที่รักที่สุดคนหนึ่งของผมกำลังจะก้าวสู่ประตูวิวาห์ แต่กลับเป็นความสั่นเทา.. ในใจมันกำลังร้องเรียกอีกคนที่อยู่ข้างเธอ

ในห้องเตรียมตัวเจ้าบ่าวผมยืนอยู่กับผู้ชายที่ร่างสูงกว่าผมมาก ผมยืนอยู่ราวๆหัวไหล่เขา แววตาที่น้ำตาลวับวาว ผมสีน้ำตาลเป็นประกาย เขายิ้มและลุกลี้ลุกลนเป็นพิเศษในวันสำคัญของเขา แต่ผมกลับ... เอื่อยเฉื่อย ไม่มีท่าทีตอบรับความตื่นเต้นจากเขาเลยแม้แต่น้อย เพราะผมน่ะ ... กำลังนับถอยหลังเวลาที่เหลือน้อย

เหมือนนาฬิกาทรายที่กลับด้านกันอยู่

                อย่าเพิ่งไปจากผมได้มั้ย แจน ปากผมสั่นระริกเหมือนยืนท่ามกลางอากาศหนาวจัด พออยู่ตรงหน้าเขา ผมไม่รู้ว่าตัวเองกำลังเผลอทำสีหน้าเศร้าออกไปทำไม ในเมื่อตอนนี้เขาควรจะมีความสุขที่สุดไม่ใช่เหรอ?

                มือที่สั่นระริกของผมกำลังจับปกคอเสื้อของเขา สีหน้าพยายามสกัดกั้นความรู้สึกทั้งหมดที่มี ผมเศร้าเหลือเกิน... ทำไมนะ ...

                ผมยังอยากยืนข้างเขา... อยากจะยืนตรงนั้น ข้างๆเขา

                ไม่มีอีกแล้วสินะ โอกาส... นี่คงเป็นโอกาสสุดท้ายแล้ว จนมือของผมเผลอกำคอเสื้อเขาเสียแน่นโดยไม่รู้ตัว

                “... เป็นอะไรรึเปล่า อาร์มิน” ผมสะดุ้งเฮือกกับเสียงของเขาที่ดังอยู่ตรงหน้า ทำให้ผมต้องรีบ รีบตื่นจากความฝันของตัวเองได้แล้ว จึงรีบเช็ดน้ำตาที่รื้นขอบตาแล้ว ก้มหน้างุด ปัดเสื้อของเขา

                “ไม่.. ไม่มีอะไร ฮะๆ” เสียงหัวเราะจะกลบเกลื่อนความรู้สึกบ้าๆนี่ได้หมดรึเปล่านะ ผมเองก็ไม่รู้เหมือนกัน “ผมคงดีใจมากไปหน่อย ที่นายกับมิคาสะกำลังจะแต่งงานกันน่ะ”

                “นาย... แน่ใจนะ?” เขาถามกลับเสียงขุ่นและขมวดคิ้วจ้องกลับมาทางผม

                ผมปั้นหน้ายิ้มร่าแทนคำตอบ พร้อมตบลงเบาๆที่อกเขาเพื่อให้ความมั่นใจ “วันนี้นายดูดีมากเลยล่ะ!

                ได้แต่ยิ้มอวยพรเขาเท่านั้นใช่มั้ย ในใจผมอยากรั้งเขามากเท่าไหร่ แต่มันคงทำอะไรไม่ได้มากกว่านี้อีกแล้ว

                “อาร์มิน... ฉันคือ ... ฉันน่ะ” คำพูดอ้ำอึ้งเหมือนอยากจะพูดอะไรสักอย่าง แล้วก็มองมาทางผม มองด้วยสายตาอาลัยอาวรณ์ คิ้วของเขาขมวดเข้าหากันอย่างลังเล เสียงเขาก็สั่น ผมรีบผลักตัวเขาแล้วพยายามดันหลังให้เขาเดินนำ

                เร็วเข้า... รีบเดินไปสิ น้ำตาของผมจะไหลอยู่แล้วนะ

                “ไม่ต้องมาฉันอะไรทั้งนั้น ไปได้แล้ว” ผมพยายามดันหลังเขาให้รีบเดินไปจากประตูห้องนี้

                “เฮ้ๆ .. ไม่ต้องรีบขนาดนั้นก็ได้นี่นา” เขาเอนโอนไปตามแรงดันของผม ก่อนจะหยุดลงที่หน้าประตู และเขาก็หันแล้วรวบมือผมไว้และบีบมันจนแน่น แต่กลับไม่พูดอะไรสักอย่าง ได้แต่ยืนมองผมนิ่ง ผมรีบหันหน้าหนีไปอีกทางและก้มหน้าเงียบเช่นกัน

                เงียบสนิท ราวกับเวลาหยุดหมุน

                เมื่อไหร่ช่วงเวลาไร้เสียงนี่จะผ่านไปสักที ฝ่ามืออุ่นนั่นก็ยังคงถ่ายทอดความร้อนมาถึงข้อมือของผมเรื่อยๆ... ตอนนี้มันเข้ามาถึงหัวใจที่ท่วมไปด้วยน้ำเย็นยะเยือกแล้วล่ะ

                ทั้งอยากจะรั้งเขาอยู่กับผมตรงนี้ และผลักเขาไปให้ไกลพ้นตา ผมรู้สึกสับสน กระวนกระวายใจ เศร้าและเสียใจ ตีกันจนวุ่นวายไปหมด ความรู้สึกที่ควรจะเป็นกลับไม่อยู่ในสมองผมเลยแม้แต่นิดเดียว

                พอสักที... ผมค่อยๆสลัดมือตัวเองออกจากเขาเงียบๆ ก่อนพยายามจะกล้ำกลืนกลั้นใจพูดอีกครั้ง           “ไป...ได้แล้วแจน เดี๋ยวมิคาสะรอนานนะ”

                แจนยังเงียบสนิท แล้วค่อยๆถอยออกห่างจากประตูช้าๆ

                ไปสิ เร็วเข้า ไปได้แล้ว อย่าอยู่ตรงนี้ ไปเดี๋ยวนี้เลยนะ ไปก่อนที่ผมกลั้นใจและน้ำตาตัวเองไม่อยู่ ไปให้พ้น!

                “... อาร์มิน” อย่าเรียกชื่อผมด้วยเสียงอ่อนแรงแบบนั้น อย่าทำเหมือนมีเยื่อใยอะไรกับผม เพราะเราน่ะ ความสัมพันธ์ของเรา

                มากกว่าเพื่อนไม่ได้นะ...

                “ด ... เดี๋ยวผมตามไปนะ” ผมปิดประตูตรงหน้าทันทีก่อนเข่าจะทรุดตรงหน้าประตูอย่างหมดแรง

                ลาก่อน ความรักที่โง่งมของผม ลาก่อน แจน ถึงจะสายไปแต่ผม...

                “ผมรักนาย แจน

                เสียงของผมเลือนหายไปพร้อมน้ำตาที่ร่วงเผาะบนหน้าตักตัวเอง พร้อมกอดเข่าตัวเองจนแน่น เสียงสะอื้นครวญครางดังอยู่ในลำคอ อึดอัดจนจะหายใจไม่ออก

                “อึก.. อย่า... ไปนะ”

 

                .

.

.

 

 

ระหว่างที่อาร์มินกำลังจัดห้องตัวเองเสียใหม่ในคอนโดที่เขาอยู่เพียงคนเดียว... ในขณะที่เจ้าของเรือนผมทองร่างเล็กกำลังจัดของบนโต๊ะวางของ กรอบรูปที่ใส่รูปในวันงานแต่งงาน... ของมิคาสะกับแจน เขาหยิบมันขึ้นมาดู

“...ปีนึงแล้วสินะ ที่นายไม่ได้อยู่ที่นี่” เสียงของเขาพึมพำกับตัวเองพร้อมกอดมันไว้ในอ้อมอก เสียงหัวใจเขายังคงเต้นและหวั่นไหวกับเหตุการณ์นั้นอย่างลืมไม่ลง ทั้งๆที่เขาควรจะตัดใจ แต่มันกลับตราตรึงฝังแน่น

ซ่า... ซ่า ... เสียงฝนตกดังมาจากนอกระเบียง อากาศเย็นลอยเข้ามาจากประตูระเบียงห้อง สัมผัสที่ผิวละเอียด เขารีบหันขวับอย่างลืมตัว

“แย่แล้ว! ลืมเก็บผ้า” อาร์มินรีบรุดไปที่ระเบียงก่อนจะดึงเสื้อผ้าที่ตัวเองตากเอาไว้อย่างฉับไว ก่อนรีบเก็บมันเข้ามาอย่างทุลักทุเล “เฮ้อ มัวแต่เหม่อคิดเรื่องไร้สาระอยู่ได้แย่จริงเรา”

ลืมมันไปได้แล้วน่า อาร์มิน! เขาตอกย้ำตัวเองอีกครั้งในใจ

.

.

“... พายุเข้าแบบนี้ แย่จังนะ”

ในวันนั้นตั้งแต่หัวค่ำจนดึกดื่น ฝนกระหน่ำสาดอย่างไม่มีทีท่าจะหยุดลงง่ายๆ หยดน้ำเกาะอยู่ด้านนอกประตูกระจกฝั่งระเบียบ อาร์มินมองมันค่อยๆหยดและไหลไปรวมกันซ้ำๆ วนไปวนมา การอยู่คนเดียวในบรรยากาศเงียบเหงาคงมีเพียงเสียงฝนด้านนอกที่คอยอยู่เป็นเพื่อน แม้ในห้องอากาศก็พอจะอบอุ่นอยู่บ้าง แต่ภายในจิตใจของเจ้าของเรือนผมทองนั้น กลับมีสายฝนกระหน่ำหนักยิ่งกว่าภายนอกเสียอีก ช่วงเวลานี้ เมื่อปีก่อนไม่ได้เงียบงันเหมือนอย่างตอนนี้

เสียงเขาและแจน กำลังพูดคุยและเย้าแหย่อย่างสนุกสนานภายในห้องนี้ เสียงหัวเราะคิกคักระหว่างที่นั่งคุย ความรู้สึกอบอุ่นและครื้นเครงในตอนนั้น กลบความรู้สึกเศร้าหมองของสายฝนไปหมดสิ้น

อาร์มินเดินไปเอนตัวลงกับโซฟากลางห้องนั่น ก่อนจะฟุบเหยียดตัวลง มือลูบเบาๆบนโซฟาหนังตัวยาว

ภาพเจ้าของเรือนผมน้ำตาลเข้ม ดวงตาสีเดียวกันนั้นกำลังยิ้มร่าเริง ยังตราตรึงอยู่ในใจอย่างไม่รู้จักเลือนไปเสียที อาร์มินนอนมือก่ายหน้าผากพลางคิดเตลิดกึ่งหลับกึ่งตื่น ภาพต่างๆเริ่มฉายเข้ามาในความคิดของเขา

อยากจะหลับฝันถึงเวลานั้น เวลาที่เราอยู่ด้วยกัน อยากจะหลับแล้วฝันอยู่อย่างนั้น

ฝันถึงตอนนั้น ตอนที่มีแค่เราสองคน ตอนที่สายตาเราประสานกัน ตอนที่ระยะห่างของเราคือปลายจมูกที่ชนกัน

ตอนที่เพียงเสี้ยวนาทีที่ตัดสินใจ ทำไมเราถึงจูบกัน...

            ทำไมกันนะ...

ทำไมนะ...

 

            ก๊อก ก๊อก ... เสียงเคาะประตูหน้าห้อง ปลุกเขาให้ตื่นจากภวังค์ฝัน อาร์มินลุกขึ้นสะบัดหน้าตัวเองเบาๆก่อนจะขยับตัวอย่างเชื่องช้าไปยังหน้าประตู

                ใครกันมาป่านนี้ ร่างเล็กครุ่นคิดและเหลียวหลังดูนาฬิกาที่บอกเวลาราวห้าทุ่มเศษ ระหว่างที่กำลังเปิดประตูห้องอย่างเหม่อลอย ก่อนจะเบิกตากว้างอย่างทันควัน

                ภาพที่ปรากฏตรงหน้า คือชายผู้หนึ่งสูงประมาณร้อยเจ็ดสิบกว่าเซนติเมตร สภาพเปียกปอนไปทั้งเสื้อเชิ้ตขาวและกางเกงขายาวที่สวมอยู่ ใบหน้าเต็มไปด้วยความโมโหและขุ่นใจ นอกจากนี้ยังหน้าแดงคล้ายว่ายังมีไข้ เขาเดินเซๆ เหมือนขาตัวเองจะยืนไม่อยู่ น้ำบนเรือนผมหน้าม้าสีน้ำตาลของเขา หยดลงบนพื้นเป็นพักๆ

                !! แจน”  อาร์มินเข้าไปโผพยุงตัวอีกฝ่าย แต่เขากลับพยายามบ่ายเบี่ยงออก กลิ่นฉุนบนกายอีกฝ่ายชัดเจนมาก เหมือนกับเขาไปนอนแช่ตัวอยู่ในถังหมักเหล้า แต่ร่างเล็กกว่าไม่ละความพยายามลากผู้มาใหม่เข้าไปในห้องแล้วพาไปนั่งยังโซฟาตัวยาวในห้องและรีบกุลีกุจอหาผ้ามาเช็ดตัวเปียกๆของอีกฝ่าย อย่างเป็นห่วงเป็นใย ฝ่ายแจนมีท่าทีต่อต้านอยู่บ้าง แต่ฝ่ายเจ้าของห้องไม่ได้ลดละความพยายาม จนคนเมาที่เปียกปอนมีท่าทีสงบลง

                สักครู่หนึ่ง ในความเงียบของคนทั้งคู่ แจนที่เหมือนจะเริ่มคุมตัวเองได้บ้าง มองอาร์มินที่กำลังหาเสื้อผ้ามาเปลี่ยนให้เขา

                “ไปล้างหน้า อาบน้ำสักหน่อยมั้ย จะได้สร่างเมา” อาร์มินเอ่ย มือพลางรื้อค้นตู้เสื้อผ้าที่พอจะมีเสื้อผ้าของแจนอยู่ตั้งแต่เมื่อตอนที่เขาอาศัยอยู่ ฝ่ายแจนลุกขึ้นทำตามอย่างว่าง่าย คว้าผ้าที่เขาเช็ดตัวเมื่อครู่มันใหญ่พอที่เขาจะใช้ได้

                การมาถึงของแจนเป็นเรื่องไม่คาดฝันของอาร์มิน เขาได้แต่คิดว่า ไม่ว่าอย่างไร เขาทั้งคู่คงไม่มีทางได้เจอกันได้อย่างแน่นอน

                ใช่ มันควรจะเป็นอย่างนั้น เพราะเขาแต่งงานแล้ว...

ร่างเล็กจัดแจงชุดของอีกฝ่ายไปซักแห้งและเตรียมชุดใหม่ให้แจนในระหว่างที่กำลังอาบน้ำอยู่ ทุกอย่างที่เกิดขึ้นมาเขาตั้งรับมันไม่ถูก ทั้งสีหน้าและแววตาที่เขาแสดงออกไม่รู้ว่าตัวเองทำอะไรลงไปได้บ้าง

มือก็สั่น... ใจก็สั่น ...

“... เสื้อที่จะให้ใส่อยู่ตรงไหน” เสียงทุ้มขุ่นของแจนทำลายห้วงความคิดของอาร์มิน เขาสะดุ้งและหันไปทางต้นเสียง พบว่าแจนอยู่ห่างจากตัวเขา เพียงไม่ถึงฟุต นอกจากนี้ร่างโปร่งยังก้าวขามาจน ร่างเล็กก้าวถอยหลังไปชนพนักโซฟาและล้มตัวนั่งลงกับโซฟา

“อ เอ่อ อยู่นี่น่ะ” ร่างเล็กส่งเสื้อผ้าอีกฝ่ายให้ทันที ด้วยเสียงสั่นเครือจากอาการตกใจ ฝ่ายร่างโปร่งที่ยืนมองนิ่งด้วยร่างกายที่มีเพียงผ้าเช็ดตัวผืนเดียว น้ำที่ไหลจากปอยผมที่เปียก ไหลไปตามร่องกล้ามเนื้อที่แข็งแรงของแจน อาร์มินชะงักมองเพียงครู่หนึ่งก่อนรีบหันหน้าหลบอีกฝ่ายทันที “ส ใส่เสื้อสิ เดี๋ยวก็เป็นหวัดหรอก”

ก่อนสมองของอาร์มินจะคิดเลยเถิดไปมากกว่านี้ เขาเอาเท้ายันแขนโซฟาดันตัวเองให้ออกห่างจากแจน แต่อีกฝ่ายกลับจับข้อเท้าเล็กนั่นไว้และเลื่อนตัว กดไหล่ร่างเล็กนั่นลงนอนกับโซฟา ร่างใหญ่ยังคงมองนิ่งด้วยสายตาขุ่นใจและจ้องเข้าไปในนัยน์ตากลมสีฟ้านั่น ทันทีอาร์มินสัมผัสถึงความรู้สึกทางสายตานั่นได้ เขารีบเมินหน้าหนีไปอีกทาง แก้มแดงๆ ความรู้สึกกระวนใจนี่ จะให้แจนเห็นไม่ได้เป็นอันขาด

ไม่ได้ อย่าให้เขารู้ว่าเรากำลังคิดอะไร อาร์มินคิดพลางเม้มริมฝีปากแน่น หยดน้ำหล่นเปาะแปะลงบนแก้มจากปอยผมคนด้านบนที่คร่อมตัวเขาเอาไว้ แต่ร่างเล็กพยายามดันรั้งเอาไว้ไม่ให้เข้ามาใกล้นัก

“แจน ลุกออกไปเถอะ”

คำขอร้องตอบกลับด้วยความเงียบสนิท ฝ่ายร่างที่อยู่ข้างล่างพยายามผลักรั้งแผ่นอกกว้างไม่ให้เข้ามาชิดจนเกินไป แต่เหมือนจะไม่เป็นผลเท่าไหร่ เพราะฝ่ายร่างสูงกว่าจับแขนรวบขึ้นเหนือศีรษะและบีบเอาไว้อย่างแรง อาร์มินเห็นท่าไม่ดีนัก เริ่มจะดิ้นขัดขืน “จะทำอะไรน่ะ!?

แจนขมวดคิ้วอย่างหนักใจพร้อมชั่งใจและบีบข้อมืออาร์มินจนขึ้นรอยแดง ก่อนจะเอ่ยปากถาม “... ทำไม”

                อาร์มินชะงักและมองกลับอย่างสงสัย

                “ทำไมถึงได้พยายามหนีฉันอยู่ตลอดเวลา ทำไม”

                ฝ่ายร่างเล็กอ้าปากพะงาบอย่างฉุกคิด “ฮ เฮ้... นายพูดอะไรน่ะ”

“ทำไมนายถึงผลักไสให้ฉันไปหามิคาสะ ทำไมอาร์มิน บอกฉันสิ” เสียงเขาดูทุ้มหนักและจริงจังกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา ถึงแม้เขาจะยังดูงุนงงกับคำพูดของตัวเอง แต่สีหน้านั่นไม่เหมือนกันที่อาร์มินเคยเห็น เขาทั้งเศร้า โกรธ และกล้ำกลืนกว่าเมื่อก่อนเป็นไหนๆ “ฉันไม่ดีสินะ นายถึงพยายามหนีมาตลอด...”

ใบหน้าของแจนซุกลงที่ซอกคอขาวเนียน จมูกไล้ไซไปเบาๆ พร้อมเลียชวนให้รู้สึกประหลาด อาร์มินพยายามดิ้นผลักอกอีกฝ่าย แต่แรงและร่างที่ใหญ่กว่าคร่อมเอาไว้แรงที่มีคงผละเขาให้ห่างได้ยากเย็น

“จ แจน!” นอกจากลิ้นที่เลียแผ่วๆให้รู้สึกวาบหวาบแล้ว มือหนานั่นก็พยายามลูบไล้คลึงเค้น สัมผัสมันอย่างเบามือ อาร์มินดิ้นขลุกขลักอย่างไม่หยุดยั้งและพยายามถีบเขาออกแต่ไม่เป็นผล ซ้ำร้ายยิ่งทำให้แจนรู้สึกหงุดหงิดมากขึ้นเรื่อยๆ “อะ... ย อย่า!

แจนกระชากเสื้อเชิ้ตตัวบางออกเหมือนกับว่ามันเป็นเพียงเศษผ้า กระดุมเม็ดเล็กหลุดกระเด็น อาร์มินชะงัก ถึงกับสั่นหวาดเมื่อเห็นสีหน้าอีกฝ่าย ที่ต่างออกไปจากทุกๆครั้งที่เคยเห็น เขาราวกับไม่ใช่คนเดิม ดูโหดเหี้ยม ร่างเล็กมองกลับน้ำตาคลอปริ่ม อย่างไม่เข้าใจ แต่จังหวะนี้ แจนไม่สนใจอะไรแม้แต่ดวงตาน้ำตาคลอนั่น เขารุดหน้าขบกัดตามซอกคอ แผงอก  จนมีแต่รอยจ้ำเลือด เจ้าของเรือนผมประกายทอง พยายามผลักและดิ้นอย่างสุดแรง แต่ยิ่งทำให้มือหนานั่นบีบแน่นจนรู้สึกแสบผิวเพราะแรงบีบนั่น

“แจน! ปล่อย ปล่อยผมนะ!

 

ตรงนี้ขอตัด รออ่านในรวมเล่มน้า :X

 

 .

.

.

.

พายุภายนอกบ้าน เริ่มสงบลงแต่ความครุกกรุ่นภายในห้องนอน มีมากขึ้นเรื่อยๆจนก่อให้เกิดความเงียบและคำถามในใจมากมายที่ไม่อาจอธิบายได้หมดสิ้น ความฝันอาจไม่ต้องการเหตุผล

แต่เมื่อกลับเข้าความจริง เหตุผลเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้

อาร์มินนอนตะแคงข้างไปอีกฝั่ง เขานิ่งเงียบไม่ปริปาก แม้ความรวดร้าวภายในร่างกายทำให้เขาขยับตัวไปไหนไม่ได้ มันหนักอึ้งและเจ็บปวดจนไม่มีแม้แต่แรงจะขยับอีกทั้งยังเจ็บปวดภายในจิตใจ ระทมแต่ก็กลั้นเสียงสะอึกไว้ แม้น้ำตาจะยังไหลไม่แห้งเสียที

แจนนั่งขัดสมาธิ กุมขมับอย่างกลัดกลุ้มอยู่ด้านข้าง เขารับรู้ถึงความเจ็บปวดนั่น แต่ไม่รู้จะปลอบประโลมอย่างไรให้เขารู้สึกดี...

เพราะคนที่ให้อาร์มินเจ็บปวดก็คือเขา คนที่ทำให้อาร์มินร้องไห้ก็คือเขา เขารู้ดีกว่าใครและมันตอกย้ำเขาซ้ำๆจนหมดทางเยียวยา สิ่งที่เขาทำมันมากเกินไป เกินใครจะทนได้ เขารู้ดีว่าอาร์มินทรมาน ในสมองเขาคิดจนรวนเรไปหมด

“... กล ... กลับไปซะ” เสียงแหบเล็กของร่างที่นอนไร้เรี่ยวแรง กอดผ้าห่มและตัวเองไว้แน่น กัดฟันฝืนใจ

ฝ่ายคนที่นั่งอยู่เลิกคิ้วสูง รุดขยับตัวเข้ามาหา มือเขาสั่นระริก และทวนคำพูดอีกฝ่ายซ้ำในใจ ความหวาดหวั่นใจมันทำให้เขาต้องทบทวนตัวเอง

เขามาที่นี่ทำไม? เขาตั้งใจมาหาอาร์มินเพื่อบอกความคิดความรู้สึก... แต่เขากลับ... ทำให้... คนที่เขาต้องการยิ่งจมปลักกับความทรมานงั้นเหรอ? เขาไม่เคยรู้ตัวเลยว่าอีกฝ่ายรู้สึกอย่างไร ต้องกล้ำกลืนความเจ็บช้ำมากเท่าไหร่

เขาไม่เคยรู้เลย...

ความรู้สึกผิดยิ่งประดังประเดเข้าใส่ ยิ่งกว่าหอกนับร้อยทิ่มทะลุเข้ามา ยิ่งทบทวน มือที่เอื้อมแตะลงบนเส้นผมยิ่งสั่นเทามากเท่านั้น อาร์มินปัดมือที่สั่นเทานั่นออกไปอย่างไร้เยื่อใย “ไป... ให้พ้น”

ความรู้สึกผิดแน่นอึดอัดอยู่ในคอ ทำเอาไม่สามารถพูดอะไรออกไปได้ เสียงสะอื้นของอีกฝ่ายยิ่งตอกย้ำซ้ำๆถึงความผิดพลาดของแจนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เจ้าของเสียงสั่นปนสะอึกสะอื้นฟุบหน้าลงบนหมอนนุ่ม หายใจติดขัดเพราะแรงสะอื้นนั่น เขารวบรวมเสียงตัวเองและกลั้นใจพูดความเป็นจริงที่ควรเป็นไป...

“อย่ากลับมาหาผมอีกเลย”

น้ำตาที่ร่วงหล่นจนหมอนเปียกปอน  ความโหดร้ายที่ได้รับมานั้นเสียดแทงเข้ามาในร่างกายจนพรุน... อาร์มินรู้สึกผิดมากมาย ที่ทำให้เพื่อนที่ตัวเองรัก ทั้งคนที่ตัวเองรัก... และตัวเขาเองทนทุกข์ทรมานขนาดนี้

ความสุขเพียงเสี้ยวหนึ่ง ที่เราเป็นของกันและกัน

อยากจะจมปลักกับความฝันที่สุขล้นนั่นจนไม่อยากตื่น...

แจนกำมือที่สั่นเทาของตัวเองก่อนจะกล้ำฝืนจิตใจตัวเองลุกขึ้นจากเตียงใส่เสื้อผ้า ขาสั่นเทาพอๆกับมือของเขา มันปฏิเสธไม่ได้ เพราะเขาไร้หนทาง เขาคงไม่มีทางแก้ไขอะไรได้อีกแล้ว...

เรื่องของเรา... จบลงเพียงแค่นี้งั้นเหรอ?

ไม่มีทางแก้ไขแล้วงั้นเหรอ?

ไม่มีแล้วจริงๆเหรอ?

.

.

.

.

.

 

 

เอชรู้ครับว่ามันค้างมาก ........... แต่ต้องขออุบส่วนที่เหลือไว้ให้อ่านต่อในรวมเล่มนะ เพราะนี้เป็นแค่ส่วนหนึ่งของเอชเท่านั้น ยังมีของน้องดิว (wakamon) ซึ่งลงไปแล้ว สามตอนด้วยกัน

จะขายในงาน ATK (Attack on titan only event) ในวันที่ 17พฤศจิกายน 2556นี้

รายละเอียดคร่าวๆ (ตอนนี้เมนูยังไม่ออกครับ 555) มีแต่คร่าวๆ เฉพาะฟิคเล่มนี้ --- > รายละเอียดเซอร์เคิล / รายละเอียดฟิค

สามารถสั่งจองได้ที่ ---- > สั่งจอง

มีพรีเมี่ยมสำหรับคนที่สั่งจองในรอบแรกครับ : )

ติดตามหรือสอบถามข้อมูลได้ในเพจของเอชครับ – hkichio.work

 

 

 

 

               

               

               

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ hkichio. จากทั้งหมด 16 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

5 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 25 มีนาคม 2557 / 17:45
    ตัดได้ค้างมากอ่ะ ฮือออออออออออ
    อยากได้ฟิคแต่ไม่ทันแล้ว Orz........
    #5
    0
  2. ง่าาาา ไปซื้อไม่ทันแล้วอ่าาToT แต่สนุกมากกกกก อาร์มินนนนนนน น่าสงสารรรรร
    #4
    0
  3. วันที่ 14 พฤศจิกายน 2556 / 22:45
    ไม่นะ ม่ายยยยยยยยยยยยย ตัดจบเร็วมาก
    #3
    0
  4. #2 Doodo
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2556 / 21:47
    ตัดกันแบบนี้มำร้ายจิตใจมาก T T





    แจนทำอะไรลงไป >< ทำแบบนี้กับอาร์มินได้ไง



    แล้วมันเกิดอะไรขึ้นในอดีตระหว่างแจนกับอาร์มิน?
    #2
    0
  5. วันที่ 1 พฤศจิกายน 2556 / 13:42
    ดูดู๊ดู ดูพี่เอชทำ ฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟ
    ถ้าจะตัดจบแบบนี้แหกอกน้องเลยดีกว่าค่ะ
    /ฟีลแบบหน่วงๆ เศร้าๆ ผิดกับของน้องลิบลับเลยอ่ะ
    กร๊ากกกกกกกกกกกก >///////////<
    #1
    0