` stop cooking! วุ่นนักดันไปติดกับรักเชฟหน้าหล่อ { yaoi boy's love }

ตอนที่ 3 : cooking three { rewrite }

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4552
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8 ครั้ง
    28 ส.ค. 56








 

รู้ไหมสิ่งที่ไรท์เตอร์ไม่เคยเข้าใจมาจนถึงทุกวันนี้คืออะไร ?
ตั้งแต่ที่เรื่องนี้จบไปแล้วรอบหนึ่งยอดวิวของแต่ละตอนเป็นพันสองพัน
แต่ยอดคอมเม้นท์ของแต่ละตอนไม่เคยถึงร้อย มากสุดก็แค่ตอนจบ 
แถมไม่ถึงห้าสิบด้วยซ้ำ ไรท์เตอร์ได้คอมเม้นท์มากสุดแค่ 32 คอมเม้นท์
ไม่ใช่ว่าไม่เคยพูดว่า ช่วยกันเม้นหน่อยนะ แต่ไรท์เตอร์แค่ไม่อยากจะพูดมาก
ไม่อยากทำรำคาญหรือรู้สึกดราม่ากัน แต่พอย้อนกลับมาดูแล้วมันก็อดน้อยใจไม่ได้จริงๆนะ
ต้องขอโทษด้วยที่ทำให้ต้องมาอ่านข้อความที่น่ารำคาญแบบนี้
มานึกๆดูแล้วที่พล็อตเรื่องอื่นๆไม่ค่อยเดินอาจจะเป็นเพราะขาดแรงจูงใจก็ได้
จำได้เเม่นเลยว่าที่เรื่องนี้มันจบลงได้เพราะคอมเม้นท์ต่างๆคอยกระตุ้นไรท์เตอร์เสมอ
แม้จะแค่ 10 คอมเม้นท์ไรท์เตอร์ก็ตั้งหน้าตั้งตาแต่งต่อไปเพื่อให้ 10 คนนั้น
ได้อ่านนิยายเรื่องนี้จนจบ อาจจะเป็นนิยายฆ่าเวลาของใครต่อใคร
อาจจะไม่สนุกเท่านิยายเรื่องอื่น นี่คงเป็นแบบทดสอบที่ไรท์เตอร์ต้องผ่านมันไปให้ได้
ขอบคุณที่เข้ามาอ่านนะครับ ขอบคุณทุกๆคอมเม้นท์ที่มอบให้ไรท์เตอร์ 
จะตั้งใจ rewrite เรื่องนี้และแต่งเรื่องอื่นให้สนุกมากที่สุดต่อไป :)






















..Cooking there..

 


 

 “Start working & Kiss again ?”

 

 

 

 

 




 

          







                     กูจะไม่ไปทำงาน กูจะลาออกเว้ย !!

 

 

               ผมเตือนสติตัวเองขณะที่ทำข้าวเช้ารอน้องๆตื่น เนื่องจากวันนี้เป็นวันหยุด ผมเลยอนุโลมให้มันตื่นสายได้นิดหน่อย  อาหารเช้าวันนี้เป็นของโปรดของไอ้เมลอน นั่นก็คือยำวุ้นเส้น มันชอบอาหารจำพวกเผ็ดๆ เปรี้ยวๆ กินแล้วจิ๊ดไปถึงใจ แถมยังดีต่อสุขภาพ ผิดกับไอ้ใบชาที่มันชอบกินแต่ของที่ทำให้อ้วน แต่ตัวมันไม่อ้วนซักที มีแต่สูงขึ้นๆ

 

 

               ขณะที่ผมกำลังนำยำวุ้นเส้นใส่จานอยู่นั้นรู้สึกได้ถึงแรงสั่นสะเทือนที่ขาเบาๆ น้องไอโฟนนั่นเอง ผมหยิบขึ้นมาก็พบกับเมสเสจชวนให้ตกตะลึงและหน่วงก้นน้อยเป็นที่สุด

 

 

                  ' ถ้าไม่มาทำงาน ฉันไปถึงที่บ้านแน่ / พิชเชอร์  (เมมเบอร์ไว้ด้วยนะ พ่อหนุ่มหน้าหวาน คนอะไรหน้าก็หวาน แถมปากยังหวานอีก อ๊บๆ) '

 

 

 

              ผมแทบปาน้องไอโฟนทิ้ง อ๊บๆ บ้านแกสิไอ้หน้าหล่อเอ๊ย ว่าแต่มันไปเอาเบอร์ผมมาจากไหนวะ คงเอามาจากใบสมัครงานสินะ แหม แต่ไอ้เพื่อนรักสองคนของผมคงไม่ซื่อถึงขนาดกรอกที่อยู่ลงเอาไว้ด้วยหรอกนะ  พิชเชอร์คงไม่มีทางมาบ้านผมถูกหรอก

 

 

 

                  หรือว่ามันกรอกไว้วะ ....

 

 

 

                  ผมเลิกคิดเพื่อไม่ให้จิดใจฟุ้งซ่าน เมื่อจัดจานด้วยผักรองจานเสร็จตามแบบไทยแลนด์สไตล์ ผมยกยำวุ้นเส้นไปเสิร์ฟพร้อมกับเครื่องเคียงแสนอร่อยสูตรบล็อกโคลี่บนโต๊ะอาหาร และเดินเลยไปนอนเล่นกับไข่เจียวที่นอนแอ้งแม้งโชว์น้องชายขนาดเล็กของมันอยู่ 

 

 

                  ไม่นานนักเมลอนกับใบชา ฝาแฝดนรกก็เดินลงมาจากชั้นสองด้วยท่าทางงัวเงีย

 

 

                  “ดีมากไอ้น้องรัก"ผมเอ่ยชม เนื่องจากมันตื่นในเวลาที่ผมกำหนด

                  เมลอนยักคิ้วรับคำชม"เดี๋ยวพี่ก็จะออกไปทำงานแล้ว พวกผมก็ได้โอกาสนอนต่อล่ะ"

                  “ขอโทษที พี่ไม่ไปทำงานแล้วโว้ย"ผมสวนกลับอย่างผู้ชนะ เมลอนทำหน้าเหวอก่อนจะโดนไอ้ใบชาสวดยับ

                  “ได้ไงวะเนี่ย กูอุดส่าห์ยอมตื่นเช้าพร้อมมึง เพื่อจะรอส่งพี่บล็อกให้ไปทำงาน แล้วพวกเราจะได้นอนกันต่ออย่างมีความสุขเเท้ๆนี่คือแผนของพวกมึงสินะ แต่ไม่ได้กินกูหรอก หึๆ

 

 

                  หลังจากที่พวกเราสามคนกินข้าวกันเสร็จ ผมก็สั่งงานพวกน้องๆให้ทำความสะอาดบ้าน มีแค่วันเสาร์อาทิตย์เท่านั้นแหละที่ผมจะได้อยู่อย่างสุขสบาย

 

                  ผมนอนมองนาฬิกาอย่างร้อนรนใจ เพราะมันใกล้จะถึงเวลาที่ต้องไปทำงานแล้วน่ะสิ ผมได้แต่หวังว่าไอ้บ้าพิชเชอร์จะได้แต่ขู่ผมเท่านั้น หวังว่ามันคงไม่มีที่อยู่บ้านผมจริงๆ ผมนอนเยียดตัวอยู่บนโซฟายาว ซักพักก็เริ่มเข้าสู่ภวังค์

 

 

                  ปริ๊นๆ ปริ๊นๆ

 

                  “ไอ้เมลอนไปดูหน่อยดิ ว่าใครมา"ใบชาที่ล้างจานอยู่ในครัวตะโกนสั่งเมลอน

                  “เออๆ"

                  เมลอนที่รดน้ำต้นไม้อยู่ด้านนอกเดินไปที่ประตูรั้วของบ้าน เขาพบกับชายร่างสูงกว่าเขานิดหน่อย คนตรงหน้ามีผมสีน้ำตาลอ่อนซอยสั้น ใส่ชุดสูทดูเป็นผู้ใหญ่ที่สุขุมอ่อนโยนน่าหลงใหล

 

                  “เอ่อ มาหาใครเหรอครับ"เมลอนถามชายตรงหน้า

                  “นี่ใช่บ้านของบล็อกโคลี่หรือเปล่าครับ"พิชเชอร์ถามกลับ

                  “ใช่ครับ ว่าแต่คุณเป็นใคร"

                  “ผมชื่อพิชเชอร์เป็นเจ้านายของบล็อกโคลี่  วันนี้ผมมารับเขาไปทำงานครับ"พิชเชอร์ยิ้มอ่อนโยนให้เด็กหนุ่มตรงหน้า  เมลอนทำหน้าดีใจราวกับได้เหรียญทองโอลิมปิก

                  “จริง จริงเหรอครับ งั้นเชิญเลยครับ พี่ผมนอนอยู่ข้างใน เอาตัวไปได้เลยเมลอนกระโดดโลดเต้นแล้ววิ่งไปที่ห้องครัวเพื่อบอกใบชา ทิ้งให้พิชเชอร์ยืนงงอยู่คนเดียว

                    

                 

 

                  ผมลืมตาขึ้นมาด้วยความรำคาญเสียงไอ้เมลอน มันจะตะโกนอะไรนักหนาวะ แค่นี้คนแถวบ้านเขาก็รำคาญกันจะตายอยู่แล้ว ผมแหวกผ้าม่านตรงตำแหน่งที่คิดว่าไอ้เมลอนน่าจะยืนรดน้ำต้นไม้อยู่ ในสายตาก็เหลือบไปเห็นรถของใครบางคนเข้า

 

 

 

                  ใครมันบังอาจเอารถมาจอดขวางประตูรั้วบ้านกูวะ

 

                  ผมเดินดุ่มๆออกไปจนเกือบจะถึงประตูหน้าบ้าน แต่ดันชนเข้ากับร่างสูงใหญ่ที่กำลังเปิดประตูหน้าบ้านเข้ามาพอดี

 

                  “ว่าไง คิดจะเบี้ยวงานที่ร้านฉันอย่างงั้นเหรอ"ไอ้หน้าหล่อพิชเชอร์ทักทายอย่างสบายอารมณ์ แอบเห็นในสายตามันนิดๆว่า มึงโดนกูเล่นแน่

 

                  “มาทำไม กลับไปเลยไป ฉันขอลาออก"ผมยืนยันเสียงแข็ง

                  “นายไม่ได้อ่านใบสมัครเลยหรือไง"ถึงปากจะถาม ไอ้พิชเชอร์เดินเข้ามาใกล้ผมมากขึ้นก่อนจะใช้แรงมหาศาลอุ้มผมพาดขึ้นบ่าแล้วเดินออกนอกบ้านไปอย่างสบายๆ

 

                  “อ๊ากกก !! ปล่อยนะเว้ย ไอ้โรคจิต ไอ้เมลอน ไอ้ใบชา ช่วยพี่ชายสุดที่รักของมึงด้วยยย!!

                  “ไม่ได้ผลหรอกน่า น้องชายของนายบอกฉันเองเลยด้วยซ้ำว่าให้เอาตัวนายไปได้เลย"พิชเชอร์พูดแทรกขึ้นมา

 

 

                  ว่ายังไงนะ !!

 

 

                  “ไอ้น้องเณรคุณ ไอ้เมลอนไอ้ใบชา ไอ้เวรรรร!!ผมตะโกนสุดเสียงด้วยความโมโห อยู่ๆประตูหน้าบ้านก็ถูกเปิดออกอีกครั้ง

 

 

                  น้องสุดที่รักของพี่ ยอมออกมาช่วยพี่ชายคนนี้แล้วใช่ไหม

 

 

                  “เฮ้ยพี่ จะตะโกนทำไมวะ รู้ไหมมันหนวกหูข้างบ้านเขา ไปทำงานเลยไป ฮี่ๆ"

                  ไอ้เมลอนยิ้มเจ้าเล่ห์ก่อนจะปิดประตูบ้านอีกครั้ง ผมมองตามด้วยความอึ้งโดยมีเสียงหัวเราะของพิชเชอร์เป็นซาวด์ประกอบ

 

 

 

 

                  “นี่คือชุดที่นายต้องใส่"

                  หลังจากที่ผมโดนพิชเชอร์จับยัดเข้าไปในรถมินิคูเปอร์แล้วนั้น เขาก็ใช้เวลาเพียงไม่กี่นาทีขับรถมาถึงร้านก่อนเวลาเปิดบริการ ผมรับชุดพนักงานมาโดยทำหน้าหงิกเล็กน้อย สุดท้ายก็หนีไม่พ้นไอ้โรคจิตคนนี้สินะ เมื่อผมเปลี่ยนชุดเสร็จ ก็ต้องมาฟังคำสั่งของเจ้านายโรคจิตอย่างเซ็งๆ

 

                  “งานวันนี้ที่นายต้องทำก็คือ เป็นพนักงานเสิร์ฟไปก่อน"

                  “นี่นาย เบลอหรือเปล่าหา ฉันมาสมัครเป็น พ่อครัว ไม่ใช่พนักงานเสิร์ฟบ้าอะไรนั่นซักหน่อย" หลังจากที่เงียบอยู่นาน ผมก็เริ่มเถียง  ไอ้บ้านั่นทำตาดุใส่ผมทันที

 

                  “เงียบแล้วฟังก่อน เพราะร้านของฉันเพิ่งจะเปิดได้ไม่กี่วัน ลูกค้าประจำยังมีไม่ถึงยี่สิบครอบครัว มีฉันเป็นพ่อครัวคนเดียวก็พอแล้ว ไว้เริ่มมีลูกค้านิยมมากกว่านี้เมื่อไหร่ นายค่อยเข้ามาช่วยในครัว เข้าใจหรือยัง มีปัญหาอะไรไหม ถ้ามีเดี๋ยวโดนเจี๋ยนแน่"พิชเชอร์พูดจบก็เอามือไปแตะปากตัวเองเป็นนัยๆ

 

                  เจี๋ยนของมึงหมายถึง จูบ ใช่ไหม ไปโรคจิตไกลๆส้วนตีนเลยนะ ถึงมีปัญหาแต่ก็ได้แต่คิดในใจเท่านั้น ไม่งั้นผมคงได้โดนเจี๋ยนจริงๆแน่

 

 

                  ผมยืนทำหน้าเซ็งอยู่แถวหน้าร้าน นี่ก็เปิดร้านมาได้สามสิบนาทีแล้ว ยังไม่มีใครเดินเข้ามากินซักคน

 

                  “นี่  หนูบล็อก  อย่าทำหน้าบูดสิลูก ยิ้มต้อนรับเข้าไว้ แหยๆ"ลุงเดรโกพูดเตือนผม ขณะที่ตัวเองก็มีหลักฐานคาปากว่าเพิ่งแอบยืนหลับไปเมื่อไม่นานมานี้

                  “ครับๆ ขอโทษครับลุง  แต่ลุงก็อย่าลืมเช็ดน้ำลายที่ยืดออกมาด้วยนะ"

 

                  ผมพูดแซวลุงเล่น เรายืนคุยกันอยู่นานจนผ่านไปหนึ่งชั่วโมงก็ยังไม่มีลูกค้าเข้าร้าน  ผมเริ่มเบื่อจึงหยิบเมนูของร้านมาอ่านเล่นๆ เมนูของร้านส่วนใหญ่แบ่งเป็นหมวด ทั้งอาหารทะเล อาหารประเภทยำ อาหารประจำบ้าน หรือพวกเมนูเนื้อย่างครอบครัว สุกี้ครอบครัว หมวดอาหารต่างประเทศแถมยังมีอาหารชุดมื้อกลางวันสำหรับพวกทำงานออฟฟิศอีกด้วย

 

 

                   น่าทึ่งดี เป็นร้านอาหารสำหรับครอบครัวจริงๆ ผมลองโผล่เข้าไปแอบดูในครัว และก็ตามคาดไอ้พิชเชอร์มันหลับอยู่จริงๆด้วย ปล่อยไว้แบบนี้ร้านคงไม่มีทางขายดีขึ้นได้หรอก ทั้งที่มีเมนูอาหารสำหรับครอบครัวที่แสนจะน่ากินแบบนี้  ผมจึงรอเวลาให้ถึงตอนเที่ยงเท่านั้น เป็นเวลาที่พวกมนุษย์เงินเดือนออกมาหาอาหารใส่ท้อง

 

 

                   “เอ่อ ขอโทษนะครับคุณผู้หญิง"ผมออกมายืนหน้าร้านโดยถือเมนูของร้านออกมาเล่มหนึ่ง แล้วเรียกกลุ่มพนักงานออฟฟิศที่กำลังจะเดินผ่านหน้าร้าน

                   “ไม่ทราบว่า กำลังจะไปหาอาหารรองท้องกันอยู่หรือเปล่าครับ ที่ร้านของเรามีเมนูพิเศษชุดอาหารกลางวัน ได้พลังงานแถมไม่อ้วนด้วยนะครับ"

                   ผมพูดต่อตามบทที่ซ้อมมาอยู่หนึ่งชั่วโมง และเริ่มเปิดเมนูให้พวกเธอดู พวกเธอสนใจกันมากขึ้นหลังจากที่ผมบอกว่า ไม่อ้วน และอีกอย่างที่พวกเธอสนใจคือ ผม

 

                   “น้องคะ  นี่น้องเป็นผู้ชายเหรอคะเนี่ย"

                   “หน้าหวานมากๆเลย  น่ารักน่ากินจัง"

                   “แต่พวกหน้าหวานๆ เนี่ย เห็นเป็นเกย์กันเยอะเลยนะเธอ" แหน่ะ  ลากเข้าเรื่องกูเป็นตุ๊ดจนได้

                   “นี่ฉันว่าพวกเรากินร้านน้องเขาดีกว่านะ  ราคาถูกกว่าร้านทั่วไป แถมปริมาณเยอะอีกด้วย ที่สำคัญกินแล้วไม่อ้วนด้วยนะ"

                   มีผู้หญิงคนหนึ่งในกลุ่มพูดขึ้น ทำให้เพื่อนๆของเธอตกลงจะทานอาหารที่ร้าน ผมยิ้มออกมาอย่างดีใจ ก่อนจะีบเชิญพวกเธอเข้าร้าน  ผมปลุกลุงเดรโกที่หลับน้ำลายยืดเหมือนเดิมทันที และวิ่งเข้าไปปลุกพิชเชอร์ในครัวด้วย

 

                   “พิชเชอร์ ตื่นเร็วๆ"ผมเขย่าตัวเขาด้วยความตื่นเต้น  เขางัวเงียตื่นขึ้นมาแล้วขมวดคิ้วใส่

                   “ไอ้เด็กบ้านี่  อยากตายเรอะ  ใครสั่งให้มาปลุก"

                   “ก็ลูกค้าน่ะสิลูกค้า ลูกค้าเข้าร้านแล้ว กลุ่มใหญ่ด้วยเดี๋ยวจะไปรับออเดอร์มาให้นะ

                    ผมพูดพลางฉีกยิ้มให้เขาด้วยความดีใจหลังจากที่นั่งเบื่อมาสองชั่วโมงเต็ม พิชเชอร์อึ้งไปพัักนึง สบตาผมด้วยแววตาประหลาดๆ

       

 

                   ผมขมวดคิ้วกลับไป ผละตัวออกจากเขาเพื่อไปรับออเดอร์ หลังจากนั้นไม่นาน มนุษย์เงินเดือนคนอื่นเข้ามาทานเป็นจำนวนมาก ทำให้ร้านที่หรูหราและอบอุ่นแบบนี้ดูมีชีวิตชีวาขึ้นเยอะ

 

 

                   ผมที่รับออเดอร์จนเต็มมือก็แอบโผล่หัวไปดูพิชเชอร์ที่กำลังทำอาหารอยู่ด้วยความเร่งรีบ แต่ใบหน้าของเขากลับมีรอยยิ้มเปื้อนอยู่ นี่เขายิ้มออกมาเพราะมีความสุขในการทำอาหาร  หรือว่า มีความสุขที่ลูกค้าเข้าร้านกันแน่นะ

 

                    

                   เวลาล่วงเลยไปจนถึงบ่ายสามโมง พวกมนุษย์เงินเดือนแยกย้ายกันกลับไปทำงานเหมือนเดิม แทบจะทุกคนยังพูดกับผมว่า จะแวะมาที่ร้านบ่อยๆอีกด้วย ลูกค้ากลุ่มต่อไปที่ผมเล็งก็คือ ครอบครัวใหญ่ ผมซ้อมบทพูดเพื่อให้น่าสนใจในการชักชวน  แต่รู้สึกถึงสายตาคู่หนึ่งกำลังมองมาที่ตัวเองเข้าซะก่อน พิชเชอร์มองผมก่อนจะหันหลังเดินกลับเข้าครัวไปเหมือนเดิม

 

                   “คุณนายครับ สนใจชมเมนูที่ร้านของเราก่อนไหมครับ"ผมยิ้มอย่างจริงใจ เมื่อเจอหญิงวัยกลางคนนึงเดินจูงมือลูกสาวตัวเล็กของเธอมาแต่ไกล เธอแวะมองเมนูตามที่ผมร้องขอ

                   “ร้านของเธอดูท่าทางหรูปหรา แต่อาหารทุกอย่างถูกมากเลยนะ"เธอเอ่ยชม แต่สายตาก็ยังอ่านเมนู

                   “ครับ  เจ้านายของผมเป็นคนฉลาดมาก เขาต้องการให้ร้านนี้เป็นเหมือนสถานที่ที่ทุกคนสามารถมาทานได้ มีที่นั่งโซนครอบครัว โซนกลุ่ม โซนเดทก็มีครับ เมนูอาหารก็หลากหลาย ที่สำคัญเขาใส่ใจเรื่องราคาที่ถูกเป็นพิเศษด้วย"

 

                   ผมเอ่ยชมถึงเจ้านายพิชเชอร์อะไรนั่น รู้สึกกระดากปากอยู่เหมือนกัน แต่พออ่านเมนูและตรวจสอบบรรยากาศภายในร้านแล้วก็รู้สึกได้ถึงความตั้งใจจริงของเขา

 

                   “เอาเป็นว่า ฉันจะแวะมาคราวหน้าก็แล้วกัน"

                   คุณนายคนนั้นส่งเมนูคืน ผมได้แต่ส่งยิ้มเจื่อนๆกลับไป เพราะดูท่าทางเธอจะไม่อยากทานอาหารที่ร้านวันนี้  แต่ผมไม่ย่อท้อ ยังคงชักชวนลูกค้ากลุ่มใหญ่ๆ ที่ดูเหมือนครอบครัวอยู่เหมือนเดิม

 

                   จนในร้านเริ่มมีลูกค้าให้เห็นประปรายบ้างเล็กน้อย  ผมนั่งอยู่ตรงเคาเตอร์ของพนักงานหลังจากที่จดออเดอร์เสร็จ แล้วรอเสิร์ฟอาหารของพิชเชอร์

 

                   “เหนื่อยไหมไอ้หลานชาย"ลุงเดรโกเดินมาตบไหล่มสองสามที

                   “นิดหน่อยน่ะครับ ยังดีกว่าอยู่เฉยๆให้ร้านมันเงียบ"ผมยิ้มตอบ สายตาจะคอยจ้องดูลูกค้าว่าเขาต้องการอะไรเพิ่มหรือเปล่า

 

                   “นั่นสินะ ถ้ายังปล่อยให้ร้านเงียบลุงก็คงได้แต่หลับอย่างเดียว" นี่ลุงรู้ตัวด้วยเรอะ

                   “เอ้านี่ คุณพิชเชอร์เขาทำโกโก้ปั่นมาให้แน่ะ"ลุงเดรโกหยิบแก้วเว้าทรงสูงที่ใส่โกโก้ปั่นมาจนเกือบล้นให้ผม ส่วนของลุงแกนั้นดูจากสีน่าจะเป็นน้ำสัปปะรด และท่าทางจะเปรี้ยวน่าดู

 

 

                   ติ๊งต่อง!

 

 

                   เสียงกดออดเป็นสัญญาณประมาณว่า เอาอาหารไปเสิร์ฟได้แล้ว ของพิชเชอร์ดังขึ้น ผมที่กำลังดื่มโกโก้ปั่นรีบผละออกแล้ววิ่งเข้าไปในครัวทันที มองหาจานอาหารที่ต้องเสิร์ฟ แต่.... ไหนล่ะ

                   “โกโก้ปั่นอร่อยไหม"เขาถามและขยับกระทะไปตามจังหวะ

                   “ก็อร่อยดี ว่าแต่นายจะกดเรียกทำไมถ้าไม่มีอาหารให้เสิร์ฟ"ผมย้อนถาม

                   “นี่ไง เดี๋ยวจานนี้ก็เสร็จแล้ว"เขาชี้ไปที่ผัดผักในกระทะ "ฉันแค่อยากจะถามว่านอกจากโกโก้ปั่นนายชอบเครื่องดื่มอะไรอีกไหม"

                   “ถ้าเวลาเหนื่อยๆ ฉันจะอยากกินโกโก้ปั่น แต่ถ้าเกิดง่วงนอนขึ้นมาล่ะก็คงเป็นน้ำมะนาวล่ะมั้ง"

                   “อ่าฮะ"

 

 

                   ........... แค่นี้เรอะ

 

 

 

                   “นายจะทำให้ฉันกินหรือไง"ผมแกล้งแซวไม่ได้คิดอะไร แต่อยู่ๆหน้าขาวใสของเขาก็เริ่มมีสีชมพูฝาดขึ้นมาเฉยๆ

                   “เปล่าซะหน่อย" เปล่าอะไร หลักฐานอยู่บนหน้ามึงอ่ะ

                   “นี่นาย เขิน ฉันเหรอ"ผมแกล้งแซวอีกทีเพื่อดูปฎิกิริยาของเขา

                   “รีบเอาไปเสิร์ฟเดี๋ยวนี้เลย"เขายื่นจานผัดผักหอมฉุยมาตรงหน้าผม แต่กลับหันหน้าหนีไปทางอื่น ผมรับจานมาแล้วขมวดคิ้วยิ้มๆ

 

 

                   นี่มันอะไรกัน ทำไมถึงรู้สึกตลกอย่างนี้นะ

                       

 

 

                   ผมกลับไปยืนตรงหน้าร้านอีกครั้งเพื่อรอต้อนรับลูกค้า ใกล้ถึงเวลาที่จะต้องปิดร้านแล้ว คงไม่มีลูกค้ามาแล้วล่ะมั้ง แต่ในระหว่างนั้นมีอีกหนึ่งครอบครัวกำลังเดินผลักประตูกระจกเข้ามา

                   “สวัสดีครับ อ้าว คุณนายคนนั้น

                   ผมแปลกใจเมื่อเห็นคุณนายกับลูกสาวที่แสนน่ารักของเราคนเดิมหากแต่มีผู้ชายวัยกลางมาด้วยอีกคน  ให้เดาคงเป็นสามีของเธอสินะ ผมพาคุณนายและครอบครัวไปนั่งตรงโซนครอบครัวและรับออเดอร์จากเธอ

 

                   วันนี้เป็นวันเริ่มงานวันแรกแท้ๆ แถมผมไม่ได้ทำหน้าที่ที่อยากทำ แต่พนักงานเสิร์ฟกับการต้อนรับมันก็ดีไปอีกแบบ ได้รับความรักจากลูกค้ามากกว่าคนที่อยู่ในครัวซะอีก เลยเวลาปิดร้านมาได้สิบนาทีผมก็ส่งลูกค้ากลุ่มสุดท้ายเสร็จ ลุงเดรโกขอตัวกลับไปก่อนตั้งแต่เวลาปิดร้านด้วยเหตุผลที่ว่าแกคิดถึงครอบครัว ผมก็คิดถึงเหมือนกันนะ พวกลิงบ้านั่นจะกินอะไรกันหรือยังก็ไม่รู้

 

 

                   ผมเอาป้ายหน้าร้านเข้าไปเก็บที่โกดังเก็บของประจำร้าน ก่อนจะเดินตรวจโต๊ะเก้าอี้และจัดมันให้เป็นระเบียบเรียบร้อย จากนั้นก็ปิดไฟทุกดวงของร้าน หากแต่ยังเห็นไฟในห้องครัวเปิดอยู่

 

                   “จะนอนที่นี่เลยหรือไง"ผมเอ่ยแซว เขายกยิ้มที่มุมปากนิดหน่อยก่อนจะก้มหน้าก้มตาล้างจานกองโตเท่าภูเขาต่อไป  ผมจัดแจงพับแขนเสื้อขึ้นแล้วไปช่วยเขาล้างอีกแรง

 

                   “กลับบ้านไปได้แล้วไอ้เด็กน้อย พรุ่งนี้มีเรียนไม่ใช่เหรอ"

 

                   “ฉันก็เป็นพนักงานคนหนึ่ง"

 

                   “แต่ฉันเป็นเจ้านายนะ"

 

                   “แต่ฉันอยากจะช่วย มีปัญหาหรือไง จานกองโตขนาดนี้กว่านายจะได้กลับคงเกือบเที่ยงคืนล่ะมั้ง"ผมโวยวายใส่เขา

                   “ไอ้เด็กดื้อเอ๊ย"เขาพูดแค่นั้นแล้วก้มหน้าก้มตาล้างต่อไป

                   “หึ  รู้อย่างนี้ไม่ให้คุณลุงเดรโกกลับไปก่อนซะก็ดีหรอก พรุ่งนี้นายต้องไปต่อว่าเขาด้วยนะ"ผมพูดลอยๆ

                   “รู้แล้วๆ ไม่ต้องให้ถึงพรุ่งนี้หรอก ยังไงกลับบ้านไปฉันก็ได้เจอเขาอยู่ดีนั่นแหละ"พิชเชอร์ตอบ ผมมองหน้าเขาอย่างสงสัย และดูเหมือนเขาจะรู้ตัวเลยตอบคำถาม "เขาเป็นคนใช้ที่บ้านฉัน"

 

                   “นี่นายถึงกับเอาคนใช้มาช่วยงานที่ร้านเลยเหรอ"

                   “แล้วจะทำไมล่ะ"ไอ้หน้าหล่อยักคิ้ว ผมหัวเราะกับท่าทางของเขา

                   “ก็ไม่ทำไมหรอกน่า"

                   “วันนี้นายยิ้มบ่อยจังเลยนะ"เขาพูดขึ้น

                   “นายก็เหมือนกัน"

                   “ทีเมื่อวานล่ะด่าฉันฉอดๆ"

                   “นายทำตัวของตัวเอง  ช่วยไม่ได้"

                   “ฉันเป็นเจ้านายนะ ฉันต้องถูกตลอดสิ"

                   “สมัยนี้ยังมีเจ้านายแบบนั้นอยู่อีกเรอะ"ผมกลอกตาไปมา

                   “ก็ฉันนี่ไง"

 

 

                   วันนี้เป็นวันที่ทำให้ผมรู้สึกดีอย่างประหลาด  ผมได้พบเจอกับคนที่ไม่รู้จักมากมาย ได้บริการเขา ได้ส่งความสุขให้เขาผ่านอาหารที่อยู่ในจาน  ได้รู้สึกถึงความรักที่เขาให้เรากลับมา แถมยังมีความสัมพันธ์ที่ดีขึ้นกับเจ้านายโรคจิตคนนี้อีกด้วย

 

 

                   เดี๋ยวนะ

 

 

 

                   โรคจิตเรอะ  นี่กูลืมไปเลยนะว่ามัน โรคจิต

 

 

                   ตอนนี้ในหัวผมเริ่มมีภาพจูบเมื่อวานฉายขึ้นมา แล้วไหนยังมีอ๊บๆดังตามมาเป็นระยะๆ หน้าของผมเริ่มร้อนขึ้น ให้ตายเถอะ ไม่น่าหลวมตัวมาช่วยมันล้างจานเลย

 

                   “นี่

                   “หะ...หา"แล้วกูจะเสียงสั่นทำไมวะเนี่ย

 

                   “เรื่องจูบเมื่อวาน"เขาถามและจงใจสบตากับผม

 

                   “ทะ...ทำไม"

 

                   “นายรู้สึกยังไงบ้าง"ผมแทบทำจานหลุดมือ นี่เล่นถามกันแบบนี้เลยเหรอ ถ้าผมเป็นผู้หญิงน่ะว่าไปอย่าง แต่นี่เราเป็นผู้ชายด้วยกันทั้งคู่นะ  ยางอายน่ะมีบ้างไหม

 

 

                   แต่เพราะผู้ชายมันถึงไม่อายไม่ใช่หรือไง ..

 

 

                   “ทำไมเงียบไปล่ะเขาพูดย้ำ ผมได้แต่อึกอัก รู้สึกได้เลยว่าหน้าตัวเองกำลังแดงมากถึงมากที่สุด

                   “ถามมาได้ มันก็ต้องรู้สึกแย่อยู่แล้วน่ะสิ!!

                   ผมรีบล้างจานสองใบที่เหลือของฝั่งตัวเองเพื่อที่จะได้ชิ่งกลับบ้าน  ผิดกับฝั่งพิชเชอร์ที่มีจานเหลือแค่ใบเดียวเท่านั้น เขาวางใบสุดท้ายลงตรงที่คว่ำก่อนจะหันมามองผมด้วยสายตาประหลาดๆ

 

 

                   “หืม  จริงเรอะ"

 

                   “มีผู้ชายที่ไหนบ้าง  ที่จูบกับผู้ชายด้วยกันแล้วรู้สึกดีน่ะ!!

 

 

                   อย่างน้อยก็คงมีอยู่สองตัว นั่นก็คือ ผมกับไอ้ฮิคคัพ

 

 

                   “แต่ฉันไม่แน่ใจเลยว่าตัวเองรู้สึกยังไง"

 

                   “ก็เรื่องของนายสิวะ"ผมตอบ พลางเร่งมือล้างจานใบสุดท้าย ใครมันกินซอสมะเขือเทศไม่หมดวะเนี่ย รู้ไหมมันเปลืองแถมยังขัดออกยากอีกต่างหากเวลามันเริ่มแห้งน่ะ อย่าให้รู้นะว่าเป็นใครพ่อจะตามไปเด็ดหัวให้!!

 

                   “นี่..ไอ้โรคจิตเริ่มกระซิบข้างหูจนผมขนลุกซู่ไปทั้งตัว "พิสูจน์หน่อยสิว่าที่ฉันรู้สึกดีกับจูบเมื่อวาน มันไมใช่เรื่องจริง"

 

 

 

                   อะ....ไร....นะ

 

 

                   “แก...ไอ้บ้า หน้าไม่อาย!!!

                  ผมคว่ำจานใบสุดท้ายและตั้งใจจะรีบเดินหนีออกจากตรงนั้น แต่กลับโดนมือใหญ่ของเขาทั้งสองข้างล็อกตัวไว้ก่อน  เขาสบตากับผมด้วยแววตาที่เปลี่ยนไป มันเกือบจะทำให้ผมอ่อนระทวยลงทันที เมื่อได้มองดวงตาสีน้ำตาลอ่อนคู่นั้น

 

 

                   “พิสูจน์สิ ว่านายก็ไม่ได้รู้สึกดีอย่างที่ว่าจริงๆ"

 

 

                   “ทำไมต้องพิสูจน์ด้วยเล่า ไอ้โรคจิตนี่ ปล่อยนะเว้ย"

                   ผมดิ้น สะบัดข้อมือสุดแรงเกิด หวังว่าจะทำให้เขายอมปล่อย แต่เขากลับจับมันแน่นยิ่งกว่าเดิม โน้มใบหน้าเข้ามาใกล้มากขึ้น แต่สายตาของเขากลับมองตรงมาที่ผม รู้สึกได้เลยว่าแรงที่ผมกำลังปล่อยใส่เขาไม่ยั้ง อยู่ๆมันก็เริ่มหายไปกลายเป็นไม่ขัดขืนใดๆทั้งนั้น

 

 

                   ริมฝีปากของเราประกบกันอีกครั้ง แต่คราวนี้ไม่ใช่แค่แป๊ปเดียว พิชเชอร์แช่จูบไว้นานหลายวินาทีก่อนจะถอนจูบออก

 

 

                   “รู้สึกยังไงบ้าง"เขาถาม แต่ผมไม่ตอบเขา พิชเชอร์เม้มริมฝีปากเหมือนหมั่นไส้ แล้วก้มลงมาจูบผมอีกครั้ง คราวนี้เขาสอดลิ้นเข้ามาด้วย ผมแลกลิ้นตอบกับเขาได้ไม่ตรงจังหวะนัก เขาจึงค่อยๆสอนจังหวะให้กับผมในขณะที่เรากำลังจูบกัน

 

 

                   เขาบดริมฝีปากลงมาแน่นอีกครั้งจนผมเริ่มรู้สึกอึดอัด แต่ก็ไม่อยากจะปล่อยให้ริมฝีปากนี้ถอนจูบออกไป เราจูบกันโดยไม่หยุดพักหายใจไปเกือบสามสิบวินาที ผมรู้สึกตัวทุกวินาทีที่โดนสัมผัสด้วยริมฝีปากนั้น แต่กลับไม่มีแรงขัดขืนเลยซักนิด พิชเชอร์ถอนจูบออก เราหอบเสียงดังกันทั้งคู่

 

 

                   เขาสบตาผม ดวงตาที่น้ำตาลอ่อนคู่นั่นดูฉ่ำมีน้ำมีนวลมากกว่าปกติ ดูเซ็กซี่เหลือเกิน

 

 

                   “จูบอีกได้ไหม"เขากระซิบถาม 

 

 

                  หากแต่คำถามนั้นทำให้ผมหลุดออกจากภวังค์และผลักเขาเต็มแรง

 

 

                   “ไอ้โรคจิต!!






 
















PORCELAIN  THEMEs
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8 ครั้ง

864 ความคิดเห็น

  1. #858 Yanapat. (@Mumu_story) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 มกราคม 2561 / 18:00
    แต่บล็อคก็เคลิ้มกับโรคจิตคนนี้นะ!55555
    #858
    0
  2. #852 bboonnisa (@bboonnisa) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2560 / 19:06
    น้องบล็อคก็ระทวยเพราะ-โรคจิตน่ะ
    #852
    0
  3. #850 pine_apple (@pimpraprom-s) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2559 / 22:20
    อ่านเพลินจนลืมเม้น ฮือออ มันสนุกมาก เราเลยต้องอ่านต่อๆกัน หยุดไม่อยู่ ฮา~
    #850
    0
  4. #844 Kagamine☆ (@bb159753) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2559 / 20:54
    เห็นคำพูดของคนเขียนก่อนอ่านเเล้วระทวย....

    MeขอโทษษษษTWT~~~~ถ้ามีเวลาเม้นต์ล่ะก็จะเม้นต์ให้

    คนเขียนเบื่อเลยคอยดูสิ!!(ใช่เรื่อง???)





    อ่ะ..!?เนื้อเรื่องน่าสนใจมากๆเลยค่ะ^^ติดตามเเน่นอน~~~
    #844
    0
  5. #842 นู๋มิ้น ซอยอมร (@yasimin) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2559 / 08:21
    น่ารัดจัง
    #842
    0
  6. #838 ^TaYB^ (@ann287) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 4 เมษายน 2559 / 22:54
    เนื้อเรื่องน่ารักจังเลยค่ะ ^^
    #838
    0
  7. วันที่ 13 มกราคม 2559 / 07:46
    จูบครั้งที่2 แอ้ก ตายแปป
    #834
    0
  8. #815 notgood (@iamanr) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 17 มกราคม 2558 / 15:24
    เค้าขอโทษนะที่ไม่เม้นต์ ,___, โอ๋เอ๋ ไม่น้อยใจนะ เอาเป็นว่าต่อไปเค้าจะเม้นต์นะ จริงๆเค้าอ่านตั้งแต่เวอร์ชั่นก่อน(?)แล้วแหละ แต่เค้าลืมรหัสเด็กดี ขอโทษจริงๆนะ ทำไมรู้สึกอยากให้เมลอนกับใบชาคู่กัน555555555555555 สู้ๆนะคะไรต์ ขอบคุณสำหรับนิยายดีๆที่แต่งมาให้อ่านค่ะ
    #815
    0
  9. #798 wannabe889 (@wannabe889) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2557 / 22:03
    น่ารักอะเขิน^//^
    #798
    0
  10. #795 babyyeol (@kamnuntida) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 25 เมษายน 2557 / 11:49
    แอ๊กก เขินแทน
    #795
    0
  11. #791 poungsaed (@tanakarn03) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 22 เมษายน 2557 / 11:03
    จูบอีกได้ไหม จูบอีกได้ไหม จูบอีกได้ไหมมมมมมมมมม -//////- 
    บล๊อกตายคาที่รึป่าว เขิน 555
    #791
    0
  12. #769 oookkkii (@noookkkii) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 31 มีนาคม 2557 / 20:47
    เขินงะ
    #769
    0
  13. #768 kill (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 29 มีนาคม 2557 / 16:54
    fin fin & fin 55555
    #768
    0
  14. #747 ฮาร์ดแวร์ (@jokkey) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2557 / 21:52
    ง่าย ๆ สั้น ๆ ฟินนนนนนนนน!!? =q=
    #747
    0
  15. #736 bbeenn (@beexaost) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 20 มกราคม 2557 / 22:35
    จูบอีกได้ไหม อ้ากก ไม่ต้องขอต่อเลย55555
    #736
    0
  16. #730 The_Ghost-666 (@pop_pop) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 16 มกราคม 2557 / 22:40
    อร๊าย~~ เขิน >/////////////<
    #730
    0
  17. #720 Moonoii_NN (@nat37) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2556 / 16:05
    น่ารักๆๆ อ่านไปยิ้มไป ^^
    #720
    0
  18. #672 bloodyholic (@arifahannas) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2556 / 13:12
    บล็อคเคลิ้มอ่า -//-
    #672
    0
  19. #647 Manao' MM (@lemonpln-nlp) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2556 / 21:41
    ฉากจูบมันฟิน -/////-
    #647
    0
  20. #646 Manao' MM (@lemonpln-nlp) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2556 / 21:41
    ฉากจูบมันฟิน -/////-
    #646
    0
  21. #645 Manao' MM (@lemonpln-nlp) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2556 / 21:41
    ฉากจูบมันฟิน -/////-
    #645
    0
  22. #638 Rose@lovekpop (@rose-lovekpop) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2556 / 00:59
    อ๊ากกกกกก น่าร๊ากกกกก ไม่อยากพูด@_@' ถึงตอนนีตัวอยูไทยแต่ใจไปฟินแลนด์แล้วจร้าาา ฮี้วววววววว
    #638
    0
  23. #595 Pat Patty (@kimjisun) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 19 กันยายน 2556 / 10:15
    แหมๆๆๆ ชอบจูบของเขาแล้วยังไปด่าอีกนะ หึหึ
    #595
    0
  24. #550 noo mew (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 กันยายน 2556 / 13:05
    โอ๋ๆๆ ไรท์เตอร์ อย่าน้อยใจเบยย ^++^

    ก็เตง แต่งดียุแว้วว#ฟินนเฟ้อๆๆๆ ไม่รุจะเม้นไรดี งั้น...สู้ๆๆน้าาาาา จูด้วบ!!!!

    #550
    0
  25. #545 Inno (@super-gun) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 กันยายน 2556 / 01:31
    มาให้กำลังใจเจ้าค่า
    #545
    0