` stop cooking! วุ่นนักดันไปติดกับรักเชฟหน้าหล่อ { yaoi boy's love }

ตอนที่ 20 : cooking nineteen { rewrite }

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2910
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    31 ต.ค. 56

  

 




..Cooking Nineteen..

 

 

จะมีความสุขตลอดไปจริงๆหรือเปล่า ?”

 

 

 

 

 

 

                    ถ้าลืมตาตื่นขึ้นไปในตอนนี้ นายจะหายไปไหนหรือเปล่า ....

 

 

 

                    นายจะไม่ทิ้งให้ฉันอยู่คนเดียวใช่ไหม ?

 

 

 

                   

                    โฮ่ง โฮ่ง โฮ่ง โฮ่ง !!

 

 

 

 

                    ผมสะดุ้งนิดหน่อยเมื่อได้ยินเสียงนาฬิกาปลุกที่แสนจะคุ้นเคยดังขึ้นในเวลาเดิม ก่อนจะพยุงตัวให้ลุกขึ้นนั่งและขยี้ตาด้วยความงัวเงีย ผมเหลือบมองไปที่ประตูกระจกที่อยู่ติดกับระเบียงและลุกเดินไปเปิดมันเพื่อระบายอากาศในห้องทันที

 

 

 

 

                    “ฮึ้บ...อ้าว...ตื่นเช้าจังเลยนะ

 

 

                    ความจริงก็ไม่ได้จะระบายอากาศอย่างเดียวหรอกนะ

                   

 

                    “นายเองก็ตื่นเช้าเหมือนกันนะ" ผมแสร้งทำเป็นหาวก่อนจะตอบไอ้พิชเชอร์กลับไป

                    “ก็แฟนฉันชอบตื่นเวลานี้บ่อยๆนี่นา

                    พิชเชอร์ทำหน้าเจ้าเล่ห์แล้วเดินมาใกล้ๆผมจนสุดระเบียงของคอนโดมัน เป็นเพราะระเบียงห้องของผมและระเบียงคอนโดของพิชเชอร์เกือบจะอยู่ติดกัน ทำให้มันเข้ามาใกล้ผมได้สบายๆ

                    “ชิ..พูดอะไรบ้าๆแต่เช้า ...ฉันจะไปอาบน้ำแล้ว ช่วยเอาหน้าออกไปซักที"ผมจิ๊ปากไม่พอใจก่อนจะหลบสายตาไปมองที่อื่นและใช้มือข้างที่ว่างดันหน้าไอ้พิชเชอร์ให้ออกไปห่างๆ

                    “ทำเป็นเขิน"

                    พิชเชอร์ยิ้มกรุ่มกริ้มก่อนจะเอี่ยวตัวหลบหมอนที่ผมขว้างไปใส่มัน ผมจัดการแลบลิ้นปลิ้นตาใส่ไอ้พิชเชอร์และเดินเข้าไปในห้องนอนอีกครั้งเพื่ออาบน้ำก่อนที่จะไปโรงเรียน

 

 

 

                    เมื่ออาบน้ำเสร็จผมก็จัดการเช็ดตัวและใส่ชุดยูนิฟอร์มนักเรียนเรียบร้อย ก่อนจะเดินมาเซ็ตผมให้เป็นทรงเหมือนเดิมจะได้หล่อๆเหมือนคนอื่นเขาบ้าง และเมื่อผมตรวจเช็คว่ามันหล่อได้แค่นี้ก็จัดการเดินไปปลุกไอ้ลิงนรกสองตัวทันที พลางคิดหาประโยคที่จะใช้ตอนปลุกระดมพวกมัน

 

 

 

                    ปัง !!

 

 

 

 

                    “กู๊ดมอร์นิ่งทีเชอร์ ฮาวอายูทูเดย์ ? แอมฟายแต๊งกิ้วแอนด์ยู ? แอมฟายแต๊งกิ้ว ซิดดาวน์ทันทีที่ผมผลักประตูเข้าในห้องของไอ้เมลอนและไอ้ใบชาก็ต้องแปลกใจกับประโยคทักทายของตัวเอง

  

 

                    กูพูดอะไรออกไปวะ ?

 

 

                    “ผีฝรั่งเข้าสิงหรือไง พี่บล็อก"เมลอนงัวเงียถามก่อนจะลุกขึ้นมาทำหน้างง

                    “ไม่รู้ว่ะ ... ว่าแต่พวกแกรีบลุกกันซักทีเถอะจะหกโมงครึ่งอยู่แล้วนะเนี่ย"

                    ผมพูดพลางชี้ไปที่นาฬิกาที่แขวนอยู่ตรงผนังห้องของพวกมัน  เมลอนเกาหัวเล็กน้อยก่อนจะเดินงัวเงียเข้าห้องน้ำไป

                    “ใบชา"ผมขานเรียกใบชาที่นอนนิ่งไม่ขยับด้วยเสียงแผ่วๆ

                    “ครับพี่

                    “วันนี้วันสุดท้ายที่ต้องไปเรียนในเทอมหนึ่งแล้วนะ ลุกขึ้นไปอาบน้ำได้แล้ว"ผมเดินไปนั่งบนเตียงที่น้องชายนอนอยู่ก่อนจะลูบหัวมันเบาๆ

                    “ผมแค่อยาก...ให้บับเบิลอยู่ด้วยกันใบชายิ้มเศร้าๆก่อนจะลุกขึ้นนั่งบนเตียง"พี่ไม่ต้องทำหน้าเป็นห่วงขนาดนั้นหรอกน่า ผมไม่เป็นอะไรหรอกครับ"

 

                   จะไม่ให้กูเป็นห่วงได้ยังไง ก็มึงเล่นทำหน้าเหมือนคนใกล้จะตายซะขนาดนี้

 

                    “งั้นไปอาบน้ำซะนะ ... เดี๋ยววันนี้พี่จะทำเนื้อทอดให้กิน แล้วก็เอาข้าวปั้นไส้เนื้อไปกินที่โรงเรียนด้วยดีมั้ย

                    “ดีมากเลย ชารักพี่บล็อกที่ซู๊ดดดด!!

 

                    ไอ้ใบชาโผล่เข้ากอดผมแน่นก่อนจะออดอ้อนเต็มที่ ผมกอดมันตอบแล้วหัวเราะออกมานิดหน่อย คงได้แต่เฝ้ารอวันที่น้องชายคนนี้ของผมจะกลับมาร่าเริงอีกครั้ง

 

 

 

                    ตั้งแต่เปิดเทอมมานี่ก็เป็นเวลาห้าเดือนเศษๆแล้วที่ผมได้รู้จักและทำงานอยู่ในร้านอาหารของพิชเชอร์ ตอนนี้ที่ร้านของพิชเชอร์มีลูกค้าเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัวจนโต๊ะเต็มเกือบตลอดเวลา ทั้งรายการทีวีที่มาถ่ายทำรายการที่ร้านพอได้รู้ว่าพิชเชอร์ เชฟชื่อดังที่อายุน้อยที่สุดแถมยังหาตัวยากเป็นเจ้าของร้านยิ่งทำให้ร้านนี้ดังระเบิดระเบ้อ ทำให้มีแผนที่จะปิดปรับปรุงร้านเพื่อต่อเติมชั้นสองในเดือนหน้า แล้วก็ต้องจ้างพนักงานเพิ่มด้วย เพราะลำพังแค่ผมกับลุงเดรโกคงจะวิ่งเสิร์ฟกันไม่ไหวหรอ

 

 

                    “ไอ้ใบชา...ฉันให้แกกินข้าวไม่ใช่ให้เขี่ยข้าวเล่นนะเฟ้ย

 

                    ผมเริ่มรำคาญตะหงิดๆเมื่อเห็นท่าทางของไอ้ใบชาเริ่มแปลกมากขึ้นทุกที ปกติเวลามันเห็นข้าวหน้าเนื้อทอดมันจะลงมือสวาปามทันที แต่ตอนนี้มันกลับเขี่ยไปเขี่ยมาเท่านั้น

 

                    “ช่างมันเถอะน่าพี่บล็อก ... ให้มันลดความอ้วนซะบ้างก็ดี"

 

                    เมลอนขยิบตาให้ผมเหมือนจะบอกใบ้ว่าไม่ต้องไปยุ่งอะไรมาก  โอ๊ะ จะไม่ให้กูยุ่งได้ยังไง น้องชายสุดที่รักของกูไม่เคยเป็นถึงขนาดนี้เลยนี่นา

 

 

 

 

                    ปิ๊บ ปิ๊บ ปิ๊บ ปิ๊บ ..

 

 

                    ระหว่างที่กำลังกินข้าวอยู่นั้นน้องไอโฟนก็ส่งเสียงเตือนผมว่ามีข้อความใหม่ ผมควานหาน้องไอโฟนที่อยู่ในกระเป๋ากางเกงอย่างยากลำบาก เมื่อหาเจอแล้วก็รีบกดอ่านข้อความทันที

 

 

 

 

 

                    DAD

                    Tomorrow , we're back in the moring !!

 

 

                    ผมรู้สึกเหมือนกับว่ามือตัวเองกำลังสั่นเทา...

 

 

 

                    ปิ๊บ ปิ๊บ ปิ๊บ ปิ๊บ ..

 

 

      

                    MOM

                    See you at Suwannapoom Airport :)

            

                    “อะ...อะ...อะ...ผมลุกขึ้นยืนทันทีด้วยความอึ้ง ในมือถือน้องไอโฟนค้างไว้ ก่อนจะอ้าปากพะงาบๆใส่น้องชายฝาแฝดทั้งสองคน  

อะไร..พี่บล็อกเป็นอะไรไป คุณพี่เขยส่งข้อความมาขอเลิกเหรอทันทีที่ไอ้เมลอนพูดจบ ผมแทบทำน้องไอโฟนหลุดมือไปโดนหัวโตๆกับหน้ากวนๆของมัน (จะปาก็บอกมาเถอะ)

 

 

 

 

                    ปากหมาจริงๆเลย ชิ

 

 

 

                    “ใช่ซะที่ไหนเล่า พวกแกดูนี่ซะก่อนเซ่ !!ผมจัดการยื่นน้องไอโฟนไปให้พวกมันอ่านข้อความของพ่อและแม่

 

 

                    “จริงเหรอเนี่ย....

 

                    “จริงแท้แน่นอน"

 

 

 

 

                  

 

 

 

                    “เย้!!! พ่อกับแม่จะกลับมาแล้ว พ่อกับแม่จะกลับมาแล้ว พ่อกับแม่จะกลับมาแล้ว!!

 

 

                    และพวกเราสามคนพี่น้องก็พากันกอดคอแล้วกระโดดโลดเต้นไปรอบๆโต๊ะอาหารทันที เอิ่ม เรียกว่าไอ้เมลอนกับใบชาดีกว่าที่เป็นคนกระโดด เพราะผมที่อยู่ตรงกลางเตี้ยเกินไป เมื่อเอื้อมมือไปกอดคอพวกมันสองคนแล้วทำให้ตัวที่แสนจะเล็กของผมถูกยกลอยขึ้นทันที

 

 

 

                    “ไข่เจียวน้องชายสุดที่รัก เดี๋ยวแกก็จะได้เห็นหน้าพ่อกับแม่ที่แท้จริงแล้วนะรู้ไหม งุงงิงๆ ผมวิ่งไปกอดรัดฟัดเหวี่ยงไข่เจียวที่กำลังมองมาที่พวกผมทั้งสามคนด้วยความงงงวย

 

 

 

 

                    ให้ตายเถอะ ตื่นเต้นชะมัดเลย ในที่สุดพรุ่งนี้พ่อกับแม่ก็จะกลับมาอยู่ด้วยกันกับพวกผมแล้ว

 

 

                    ผมคว้าน้องไอโฟนมากดส่งข้อความตอบกลับทั้งสองคนทันที่ที่ตั้งสติได้

 

 

                    Ok. Dad , Mom See you in the morning . We are very miss you TT_TT !!

 

 

 

 

 

               บรื้นนนนนนนนนนนนนน !!

 

 

 

 

 

                   ผมขมวดคิ้วมองน้องชายฝาแฝดทั้งสองที่ขี่มอเตอร์ไซด์ออกไปจากบ้านด้วยความไม่พอใจ พวกมันยังคงขับเร็วกันเหมือนเดิม ท่าทางจะต้องสั่งสอนใหม่อีกแล้วสินะไอ้ลิงพวกนี้ ผมก้มลงผูกเชือกรองเท้านักเรียนอย่างสบายอกสบายใจก่อนจะนั่งอยู่ที่ประตูหน้าบ้านเพื่อรอเวลา

 

 

 

 

                   รอทำไม... ทำไมผมถึงไม่ไปเอาจักรยานออกมาจากโรงจอดรถน่ะเหรอ ?

 

 

                   เดี๋ยวนี้คงไม่ต้องแล้วล่ะ เพราะว่า...

 

 

 

 

                   ปิ๊นๆ

 

 

                รถมินิคูเปอร์สีน้ำเงินสลับแดงขาวที่ผมคุ้นเคยดีขับมาจอดที่หน้าบ้าน กระจกตรงฝั่งเบาะข้างคนขับถูกเลื่อนลงมาช้าๆ

                  “รอนานไหม...กว่าจะกลับรถมาตรงซอยบ้านนายได้นี่ก็ไกลเอาเรื่องอยู่นะ"

                  พิชเชอร์ถอดแว่นกันแดดสีน้ำตาลอ่อนทรงสวยออก พลางทำท่าเสยผมที่อุตส่าห์เซ็ตมาอย่างดี มันส่งยิ้มอ่อนโยนมาให้ผมนิดหน่อย

 

 

 

 

                  จะใส่หาป้ามึงเหรอแว่นกันแดดน่ะ

 

 

                  นี่มันเพิ่งจะหกโมงเช้าเกือบเจ็ดโมงแดดที่ไหนมันจะเข้าไปทแยงตามึง

 

 

                  ............  แต่มันก็เท่ดีแฮะ

 

 

               นายกำลังด่าฉันในใจอยู่ใช่ไหมผมแอบสะดุ้งโหยงนิดหน่อยเมื่อพิชเชอร์พูดเหมือนรู้ทันความคิด

                  “เปล่าซะหน่อย...ว่าแต่ไม่เห็นจะต้องมารับทุกวันเลยนี่นา

                  “แต่นายก็มานั่งรอฉันทุกวันเลยไม่ใช่เหรอ"

                  พิชเชอร์ยอกย้อนแล้วยักคิ้วสองสามที ผมทำหน้านิ่วด้วยความหมั่นไส้ก่อนจะเอื้อมมือไปเปิดประตูและทิ้งตัวลงนั่งตรงเบาะด้านข้างคนขับ

                  “กินข้าวหรือยัง"ผมถามทำลายความเงียบ

                  “ยังเลย...หิวไส้กิ่วแล้วเนี่ยพิชเชอร์ทำปากเบะพลางขับรถออกจากซอยบ้านเพื่อไปส่งผมที่โรงเรียน

               เอ้านี่ผมเปิดกระเป๋าเป้แล้วหยิบข้าวปั้นไส้เนื้อที่ทำไว้เป็นอาหารกลางวันของตัวเองยื่นไปให้พิชเชอร์

                  “ให้ฉันเหรอพิชเชอร์ทำตาโตก่อนจะรับข้าวปั้นไปไว้ในมือ "ดูเหมือนมันจะเป็นอาหารกลางวันของนายเลยนะ"

                  “เอาเหอะน่า ฉันยกให้ เดี๋ยวตอนกลางวันฉันไปซื้อข้าวกล่องกินเองได้"

 

 

                  ผมพูดแต่ก็ไม่กล้าสบตากับพิชเชอร์จึงได้แต่มองออกไปนอกหน้าต่างเท่านั้น ผมได้ยินเสียงกระดาษฟอยด์ที่กำลังโดนแกะอยู่จึงแอบเหลือบมองไปที่คนข้างๆ ก็พบว่าพิชเชอร์กำลังใช้มือข้างเดียวแกะฟอยด์ที่ห่อข้าวปั้นไว้อยู่ ส่วนอีกมือก็จับพวงมาลัยรถและขับไปด้วยความยากลำบาก

 

 

 

                  “เอามานี่มา เดี๋ยวฉันแกะให้

 

 

                  ผมแอบขำในท่าทางเงอะๆงะๆของมันเล็กน้อย ก่อนจะเอื้อมมือไปแย่งข้าวปั้นมาไว้กับตัวเองและลงมือแกะกระดาษฟอยด์ที่ห่ออยู่ออกอย่างง่ายดาย จากนั้นก็พับกระดาษฟอยด์ไว้ตรงส่วนล่างของข้าวปั้นเพื่อให้ถือจับกินได้สะดวกและไม่เลอะเปรอะเปลื้อนนิ้วมือ

 

                  “ป้อนหน่อยพิชเชอร์หันมาทำหน้าออดอ้อนใส่

                  “เดี๋ยวโบกหลับซะหรอก เวลาขับรถน่ะหัดมองทางซะมั่งเซ่ผมใช้มือข้างที่ว่างผลักหัวมันเบาๆ

                  “งั้นก็ป้อนหน่อยสิ ขับไปกินไปมันไม่ถนัดอ่ะ

 

 

 

                  ไอ้โรคจิตนี่ได้คืบจะเอาศอก

 

 

                  “เออๆ ก็ได้วะ... เอ้า อ้าปาก

 

 

                  ผมเม้มปากด้วยความหมั่นไส้ก่อนจะตกลงยอมป้อนมันแต่โดยดี  ผมยื่นข้าวปั้นให้ไปอยู่แถวบริเวณริมฝีปากของพิชเชอร์ เพื่อให้มันกินได้ง่ายๆ พิชเชอร์อ้าปากแต่โดยดีแล้วกัดข้าวปั้นไปคำเล็กๆ

 

                  “ไส้เนื้อซะด้วย อร่อยแฮะ ผมหน้าแดงเมื่อได้ยินคำชม

                  “ก็แค่ไอ้ใบชามันชอบกินของประเภทนี้ ฉันก็เลยทำบ่อยจนชินน่ะสิ .. ว่าแต่นายจะจอดรถทำไมเนี่ยระหว่างที่ผมกำลังแก้ตัวเพื่ออะไรก็ไม่รู้ ไอ้พิชเชอร์ก็จัดการเลี้ยวรถไปจอดด้านข้างฟุตบาท

                  “ก็ฉันจะได้กินข้าวถนัดกว่าเดิมไง เพราะงั้น ป้อนอีกสิพิชเชอร์หันตัวไปมาหาผมก่อนจะอ้าปากกว้าง

                  “ในเมื่อนายจอดรถแล้วก็กินเองเลยสิวะ มือก็ว่างแล้วนี่นา

                  “มือฉันไม่ได้ว่างซักหน่อย...พิชเชอร์พูดพลางเอื้อมมือมาจับเอวผมไว้ทั้งสองข้าง "ฉันจับเอวนายอยู่นี่ไง"

                  “ไอ้....ไอ้บ้านี่....ผมเริ่มรู้สึกว่าหน้าร้อนกว่าเดิม เมื่อพิชเชอร์เลื่อนหน้ามาใกล้จนแทบจะสิงร่างกันอยู่แล้ว

                  “เอ้า เร็วเข้าสิ เดี๋ยวนายก็ไปโรงเรียนสายหรอก...อ้าาาา

 

                  พิชเชอร์กระชับมือแน่นแล้วอ้าปาก ผมได้แต่อึกอักก่อนจะตัดสินใจป้อนมันทั้งๆที่อยู่ในสภาพชวนคิดลึกแบบนั้นนั่นแหละ พิชเชอร์กัดข้าวปั้นไปคำเล็กๆอีกคำนึงอย่างจงใจ

 

                  “ตัวก็ใหญ่กว่าควายแท้ๆ จะกัดคำเล็กไปถึงไหนหา

                  “ก็ฉันอยากอยู่กับนายนานๆนี่นา"

 เพียงแค่ได้ฟังคำตอบนั้นมันเล่นเอาหัวใจของผมกระตุกวูบไปเลย ผมป้อนพิชเชอร์ไปเรื่อยๆจนมันกินข้าวปั้นไส้เนื้อหมด แต่มันก็ยังไม่ยอมปล่อยตัวผมให้เป็นอิสระ แถมยังค่อยๆประกบริมฝีปากลงมาอย่างอ่อนโยน ผมหรี่ตามองพิชเชอร์ที่กำลังสบตากับผมอยู่เหมือนกัน มันปล่อยมือออกจากเอวของผมและประสานมือของเราสองคนเข้าไว้ด้วยกันอย่างช้าๆ

 

 

 

                  จูบยามเช้าของผมวันนี้ .... มันเป็นรสเนื้อ....

 

 

 

                  “อร่อยมาก....

 

 

                  พิชเชอร์ถอนจูบออกก่อนจะใช้มือประครองรอบๆต้นคอของผมไว้จัดให้หน้าผากของเราทั้งคู่ชนกัน ผมได้แต่นิ่งเงียบ รู้สึกว่าทั้งดวงตาและริมฝีปากของตัวเองมันชุ่มชื้น พิชเชอร์ยังเอาแต่อมยิ้มแล้วสบตากับผมอยู่อย่างนั้น

 

                  “พรุ่งนี้ตอนเช้า..นายว่างหรือเปล่า"ผมถามมัน

                  “ก็ว่างสิ .... ทำไมเหรอ..

                  “คือว่า พรุ่งนี้พ่อและแม่ของฉันจะกลับมาอยู่ไทยแล้วน่ะสิ ไปรับท่านด้วยกันกับฉันนะ"

                  “...........”

                  “พิชเชอร์ผมใช้หน้าผากตัวเองดันหน้าผากพิชเชอร์ไปเล็กน้อยเมื่อเห็นว่ามันไม่ตอบ

                  “อะ...อื้อ...ได้สิได้พิชเชอร์ทำท่าอึกอัก

                  “เป็นอะไรไป หรือว่านายไม่ว่างผมถามเมื่อเห็นท่าทางของมันแปลกๆไป

                  “ว่างสิว่าง ... เดี๋ยวฉันจะไปรับพวกท่านเป็นเพื่อนนายเองนะ"

                  “แน่ใจเหรอผมทำปากบู้เล่นๆ

                  “จริงสิ...มาม้ะ..จูบสัญญากันพิชเชอร์ไม่รอช้าประกบริมฝีปากลงมาเหมือนเดิม

 

 

 

                  “อื้อ...อื้อ...อื้อ

 

 

                  ผมทั้งดิ้นทั้งทุบไอ้โรคจิตที่กำลังสอดลิ้นเข้ามาสุดแรงเกิด แต่สุดท้ายก็ต้องเคลิบเคลิ้มไปเหมือนทุกๆที  เพราะดวงตาสีน้ำตาลนั่นมันชอบมาบีบรัดหัวใจของผมเหมือนเดิม

 

 

 

                  เฮ้อ เนียนจริงๆเลยไอ้เวรนี่ .....

 

 

 

 

 

       วันต่อมา

 

     ณ สนามบินสุวรรณภูมิ เวลา 06.00 น.

 

                   

               “ [ ผู้โดยสารขาออกของเที่ยวบิน 407 ที่จะบินไปภูเก็ตในวันนี้ กรุณาตรวจเช็คสัมพาระเพื่อที่จะนำขึ้นเครื่องด้วยค่ะ อีกไม่ถึงสิบนาทีเครื่องบินของเราใกล้จะออกแล้ว ]

 

 

                  ผมนั่งทำตาแป๋วอยู่ตรงโซฟาของสนามบินที่เอาไว้ให้ผู้มาใช้บริการหรือผู้โดยสารมานั่งพัก  ข้างๆกายของผมมีพิชเชอร์นั่งทำหน้าหน้ามึนอยู่  ส่วนโซฟาตัวที่อยู่ตรงข้ามก็คือไอ้น้องชายตัวแสบสองคนที่กำลังหลับอย่างสบายอารมณ์ 

 

 

                  “นึกคึกอะไรตื่นมาตั้งแต่ตีห้าเนี่ยบล็อก ไฟล์พ่อและแม่ของนายกว่าจะมาก็เกือบแปดโมงเช้าเชียวนะพิชเชอร์ถามพลางหาววอด

                  “ฉันเป็นลูกที่ดี มารอพ่อแม่ก่อนตั้งสองชั่วโมงมันจะไปแปลกอะไร

                  “เอาความจริง"

                  “ก็ฉันไม่รู้เวลานี่หว่าแถมยังลืมเช็คที่เว็ปไซด์อีกด้วยผมจำใจยอมรับเมื่อพิชเชอร์พูดเหมือนรู้ทัน

                  “พี่บล็อก ชาหิวข้าวอ่ะไอ้ใบชาที่หลับอยู่ข้างๆไอ้เมลอนสะลึมสะลือตื่นขึ้นมา

                  “ตกลงจะนอนหรือจะกินกันแน่หา"ผมถามมัน

                  “กินก่อนดีกว่า แหะๆ

                  “ตอนนี้พวกร้านอาหารดีๆในสนามบินมันยังไม่เปิดหรอกนะ เดี๋ยวฉันไปหาซื้อพวกมาม่าคัพมาให้ก็แล้วกัน"ผมว่าพลางลุกขึ้นแล้วจัดการดึงชายเสื้อพิชเชอร์เพื่อให้มันเดินตามมาด้วย

                  “เฮ้อ จะพาไปไหนเนี่ย ฉันง่วงจะตายอยู่แล้วนะ"

                  พิชเชอร์บ่นอุบ จากชายหนุ่มที่ดูน่านับถือต่อหน้าน้องชายฝาแฝดทั้งสองคนของผมกลายเป็นไอ้หนุ่มขี้เซาที่ไหนก็ไม่รู้ไปแล้ว มันขยี้ผมสองสามทีจนฟูฟ่องไม่เป็นทรง

                  “ก็จะไปมินิมาร์ทตรงหน้าทางเข้าน่ะสิ ว่าแต่เมื่อไหร่จะเลิกสร้างภาพตอนอยู่ต่อหน้าคนอื่นซักทีผมถาม

                  “คงจะทำแบบนั้นไม่ได้หรอก ครอบครัวฉันน่ะมีชื่อเสียงในประเทศไทยแล้วก็ต่างประเทศอีกด้วย จะให้แสดงนิสัยจริงๆน่ะคงไม่ได้หรอก"

                  “แล้วทีกับฉันนายไม่เห็นจะทำแบบนั้นเลยล่ะ"

                  “ก็เพราะว่าเป็นนายไง"พิชเชอร์พูดจบก็ดึงมือผมออกจากชายเสื้อมันแล้วเปลี่ยนเป็นประสานมือกับมันแทน

                  “นี่...เดี๋ยวคนอื่นเห็นนะเฟ้ย"ผมทำท่าจะดึงมือออก แต่มันก็บีบมือผมไว้แน่น

                  “ก็ปล่อยให้เห็นไปสิ..

                  พิชเชอร์ยักคิ้วแล้วจูงมือผมเดินต่อไป ถึงแม้จะเป็นเวลาหกโมงเช้าเศษๆ แต่ก็มีผู้คนที่มารอรับคนสำคัญหรือไม่ก็จะออกเดินทางไปต่างประเทศอยู่เยอะเหมือนกัน ผมรู้สึกว่าสายตานับสิบกำลังจับจ้องมาที่พวกเราสองคน

 

 

                  โอ๊ยยยย T_T ชีวิตกูจบสิ้นแล้วสินะ !!

 

                  “นี่บล็อก...นายฝันอยากจะเป็นเชฟใช่ไหมพิชเชอร์ถามเมื่อเราเข้าสู่บรรยากาศที่เงียบสงัด

                  “อืม..ทำไมเหรอ"ผมที่ก้มหน้างุดด้วยความอายอยู่ ตอบมันเสียงแผ่ว

                  “ฉันน่ะ..ไม่มีความฝันหรอกนะ"

                  “.......”

                  “เพราะเกิดมาในตระกูลที่ต้องเอาแต่สร้างภาพตลอดเวลา ทุกคนเลยปูทางและปูอนาคตเอาไว้ให้ฉันหมด ฉันแทบไม่ได้คิดไม่ต้องตัดสินใจ แค่ทำตามสิ่งที่ผู้ใหญ่พวกนั้นบอกให้ทำเท่านั้นเอง"ผมมองพิชเชอร์ด้วยความรู้สึกอึ้ง ก่อนจะโดนมันลากเข้าร้านมินิมาร์ทไป

                  “ฉันที่ไม่มีความฝันก็ได้เจอกับชายวัยกลางคนหนึ่ง เขาเป็นเชฟฝีมือดีและก็มีครอบครัวที่อบอุ่น ตอนนั้นฉันเรียนอยู่เกรดเก้าเทอมสุดท้าย เขามาที่โรงเรียนและแนะนำให้ฉันลองทำอาหารดู"

                  “อา...หยิบรสต้มยำกุ้งตรงนั้นให้หน่อย ใช่ๆอันนั้นแหละ...แล้วไงต่อ...ผมพูดดักบรรยากาศเครียดๆ

                  “พอได้ลองทำ...มันก็ง่ายๆเหมือนทุกๆอย่างที่เคยทำมา ฉันทำได้ดีมาก อร่อยยิ่งกว่าอาหารของเชฟคนนั้นซะอีก เขาบอกว่ามันเหมาะกับฉัน  หึ..เขาเป็นอาจารย์ที่ฉันเคารพรักมากเลยนะ แต่ก่อนที่เขาจะไปอยู่ต่างประเทศ เขาก็ได้สั่งฉันเอาไว้ว่า ถ้าเกิดฉันยังหาความฝันของตัวเองไม่พบ ฉันจะต้องไปเรียนต่อด้านการทำอาหารที่ฝรั่งเศส"พิชเชอร์ยิ้มที่มุมปาก ส่วนผมก็ได้แต่ฟังเงียบๆ

                  “บล็อก...ถ้าฉันต้องไปอยู่ที่ฝรั่งเศสจริงๆ นายจะทำยังไงจากตอนแรกที่มันแค่เล่าเฉยๆ ตอนนี้พิชเชอร์มันเริ่มยื่นหน้าเข้ามาใกล้ๆผมอีกแล้ว

                  “อะ...เอ่อ...ก็..ก็คงไม่ทำอะไรหรอกมั้งผมตอบตะกุกตะกักเพราะคิดว่ามันคงจะไม่เกิดขึ้นจริงๆ

                  “เฮ้อ..เอาล่ะ...ไปจ่ายเงินกันเถอะพิชเชอร์ถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะจูงมือผมไปที่แคชเชียร์

                  “แล้วนายหาความฝันเจอหรือยัง"

                  “จะว่าเจอก็เจอแล้วนะ แต่มันจะเป็นจริงหรือเปล่าฉันก็ยังไม่รู้"

                  “แล้วอาจารย์ของนายจะกลับมาวันไหนล่ะ"

                  “วันนี้"

                  “เหรอ"

                  ผมตอบสั้นๆ รู้สึกกังวัลยังไงก็ไม่รู้  เราทั้งสองคนตกอยู่ในบรรยากาศที่เงียบงัน พิชเชอร์ช่วยถือถ้วยมาม่าคัพสองถ้วยที่ต้มแล้วให้ผม ส่วนอีกมือนึงก็ยังคงจับมือผมไว้แน่นเหมือนเดิม พอเดินมาถึงตรงโซฟาที่เมลอนและใบชาหลับอยู่ก็พบว่า มีผู้ชายและผู้หญิงวัยกลางคนกำลังอยู่บนโซฟาที่เป็นที่นั่งของผมและพิชเชอร์อยู่

 

 

                  แค่เห็นด้านหลังก็จำได้แล้ว.....

 

 

                  “...นั่นพ่อกับแม่"

                  ผมพูดเบาๆ พิชเชอร์เหลือบมองผมนิดหน่อยก่อนจะปล่อยมือออก ผมวิ่งสุดฝีเท้าไปตรงโซฟาที่ท่านทั้งสองคนนั่งอยู่  พ่อและแม่กำลังนั่งยิ้มพลางมองดูไอ้เมลอนและใบชาที่กำลังหลับไม่รู้เรื่องอยู่ที่โซฟาตรงข้าม ผมหยุดพักเหนื่อยนิดหน่อยก่อนจะเอื้อมมือไปเขกหัวพวกมันทั้งสองคน

 

                  “ตื่นได้แล้วไอ้พวกลิงบ้า พ่อกับแม่นั่งอยู่ตรงหน้ายังจะหลับลงได้อีกนะ!!

                  “....เหอ=  =

                  “งืม.....

                  “แหมๆ ...ยังเป็นพี่น้องที่ดูรักกันดีเหมือนเดิมเลยนะลูกของแม่ทั้งสามคนเนี่ย >_<”

 

                  ผมทั้งสามคนได้แต่มองหน้าพ่อกับแม่ตาค้าง ก็ไม่ได้เจอหน้ากันเกือบจะหนึ่งปีอยู่แล้ว ถ้านับจริงๆไม่ได้อยู่ด้วยกันตั้งสิบปีเลยก็ว่าได้ ท่านทั้งสองจะมาเยี่ยมปีละหนึ่งครั้ง แต่ในคราวนี้เราจะได้อยู่พร้อมหน้ากันซักที

 

                  “......เอ้า!!จะไม่กอดพ่อกับแม่หน่อยเลยหรือไง"พ่อถามติดตลก

                  "น่าอายจะตายไป ผมตอบกลับ

                  “โธ่ๆ ทำเป็นปากแข็งเนอะพี่ชายเรา ใจจริงอ่ะอยากกอดมากกว่าพวกเราอีกเนอะไอ้เมลอน"

                  “ใครอยากกอดก็มากอดเองดิผมทำปากบู้ พ่อกับแม่หัวเราะร่วนก่อนจะเข้ามาสวมกอดผมกับน้องพร้อมๆกัน

 

                  “พ่อกับแม่กลับมาแล้วนะลูก คราวนี้กลับมาจริงๆและจะไม่หนีไปไหนอีกแล้ว"

 

                  “เราจะได้อยู่ด้วยกันแล้วใช่ไหมครับ...

 

 

                  ผมไม่รู้ว่าใครเป็นคนพูดประโยคนั้น น่าจะเป็นใบชาล่ะมั้ง ผมหลับตาพริ้มน้ำตาที่คลออยู่ไหลรินลงมาอย่างช่วยไม่ได้ อ้อมกอดของพ่อและแม่มันอบอุ่นขนาดไหนผมรู้ดี ต่อไปนี้ในบ้านเวชานิติกุลคงจะไม่มีแค่พวกเราสามพี่น้องอีกต่อไปแล้ว ในที่สุดก็ได้อยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตาซักที...

 

                   “พ่อทำไมไปมองหน้าเขาแบบนั้นล่ะ =  =ผมสะกิดเตือนพ่อที่มองหน้าพิชเชอร์เหมือนจะหาเรื่อง

                   “อ๋อ..ก็คือว่า....พ่อหันมาตอบผมแต่พิชเชอร์พูดแทรกขึ้นมาซะก่อน

                   “สวัสดีครับอาจารย์ ไม่ได้เจอกันเกือบจะสิบปีแล้วสินะ"

                   “นึกว่าจะไม่ทักกันซะแล้ว นายรู้ได้ยังไงว่าฉันจะกลับวันนี้"ผมเริ่มงงเป็นไก่ตาแตกเมื่อพ่อและพิชเชอร์เปิดกระดานสนทนาคุยกันและทำเหมือนรู้จักกันมาแต่ชาติปางก่อน

                   “เดี๋ยว...พิชเชอร์นี่มันอะไรกันน่ะ"ผมเลื่อนตัวไปนั่งข้างๆพิชเชอร์ก่อนจะกระซิบถาม

                   “นี่ไงอาจารย์ของฉัน หรือพูดให้เข้าใจแจ่มแจ้ง พ่อของนายก็คืออาจารย์ของฉันยังไงล่ะ"พิชเชอร์ตอบกลับหน้านิ่งๆ ส่วนผมได้แต่อ้าปากค้างมองพิชเชอร์กับพ่อของตัวเองสลับไปมา

                   “หาความฝันตัวเองเจอหรือยัง"พ่อเปิดประเด็น

                   “ก็คิดว่าเจอแล้วครับ"

                   “แล้วคิดไว้หรือเปล่าว่ามันจะสามารถทำให้เป็นความจริงได้ไหม"

 

                   พิชเชอร์เหลือบมองผมแวบนึง "ผมคิดว่าไม่..

 

                   “งั้น...เธอก็ต้องทำตามข้อตกลงที่ให้ไว้กับฉัน นั่นก็คือการไปให้ถึงระดับสูงสุดของการทำอาหาร"

                   “เดี๋ยวๆๆ หยุดเลยพ่อ...แค่มีความฝันมันก็น่าจะเพียงพอสำหรับหมอนี่แล้วไม่ใช่เหรอ"ผมพูดพลางชี้หน้าพิชเชอร์

                   “แต่ถ้ามันไม่มีวันเป็นจริงมันก็ไร้ความหมาย จะไปวันไหนก็รีบมาบอกนะพิชเชอร์ ฉันจะติดต่อเพื่อนที่ฝรั่งเศสให้"เมื่อพ่อพูดจบก็ลุกขึ้นเดินเข้าไปในบ้าน ทิ้งให้ผมและพิชเชอร์นั่งอยู่ในสวนแค่ตามลำพัง

                   “...นายไปไม่ได้หรอกจริงมั้ย...นายยังมีร้านอาหารให้ต้องรับผิดชอบอยู่นี่นา"ผมฉีกยิ้มให้พิชเชอร์ที่นั่งเงียบอยู่

                   “ร้านนั้นคงต้องปิดตัวลง"

                   “นี่...นายจะไปจริงๆงั้นเหรอ นายจะทำตามที่พ่อฉันบอกจริงๆเหรอพิชเชอร์"ผมตกใจจนเผลอไปเขย่าตัวมัน

 

 

                   “ความฝันของฉันไม่มีวันเป็นจริงได้หรอก บล็อก"

 

 

 

                   “......ความฝันของนายมันคืออะไรกันแน่"

 

 

 

                   “คือนายไง"

 

 

 

                   ............. คือใครนะ ?

 

 

 

 

                   “ฉันรักนาย"

 


 

100 % 

น้ำท่วมแล้วจ้า 555555555555555555



 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

864 ความคิดเห็น

  1. #829 Halloween (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2558 / 17:02
    ดราม่าจะลงแล้วใช่ไหมมมมมมมมมมมม
    #829
    0
  2. #826 notgood (@iamanr) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 20 มกราคม 2558 / 21:37
    หน่วงง ทำไมรู้สึกอยากร้องไห้ ;0; พิชเชอร์เอาบล็อกไปฝรั่งเศสด้วยเลยนะ
    #826
    0
  3. #785 oookkkii (@noookkkii) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 1 เมษายน 2557 / 01:51
    ง่าาาาาาา
    #785
    0
  4. #763 ฮาร์ดแวร์ (@jokkey) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2557 / 11:41
    ม่ายยยยยยน้า ;o;//สงสารพิชเชอร์
    #763
    0
  5. #718 -[TeaTime]- (@at-tea-time) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2556 / 10:13
    อ๊าาาาาา จบซะแล้ววว .. อยากอ่านต่อง่าา ><
    #718
    0
  6. #696 m.ewpathh (@dutchmeww) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2556 / 23:01
    ไม่เอานะพิชเชอร์ ;^; เราไม่ให้นายไปปปปปปปปป
    #696
    0
  7. #669 MinjunKT (@tae-why) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2556 / 23:29
    พิชไม่ไปหรอกกกกเนอะ
    #669
    0
  8. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  9. #663 De'vil (@mine356) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2556 / 11:42
    ไม่เอาน้าาาา เค้าไม่ให้พิชเชอร์ไปน้าาาา เค้าไม่อยากให้บล็อกร้องไห้ T๐T
    #663
    0
  10. #659 Blueyu (@pluza89) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2556 / 09:11
    ทำไมละ ความฝันพิชเชอร์คือบล็อกเเล้วมันไม่เป็นจิงได้ไงอะ ฮือๆ ฮึก เศร้า T^T รีบๆอัพต่อนะคะ
    #659
    0
  11. #658 Ireice'zii (@nickice) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2556 / 08:45
    อ๊ากกก  พิช อย่าไปเลย สงสารบล๊อกกก 

    จะได้กินมาม่าไหมเนี่ย ไม่อยากกินอ่าไรท์ T^T
    #658
    0
  12. #656 peizin (@peizin) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2556 / 01:02
    มาลงเร็วๆนะ
    #656
    0
  13. #524 aommmm (@aommm03) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 4 กันยายน 2556 / 20:40
    มาลงได้แล้วน้าาาา !!!!!! ทวงๆๆๆๆๆๆๆๆ
    #524
    0
  14. #369 Momay (@momay2542) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 14 เมษายน 2556 / 18:28
    พีชเชอร์นายหายไปหนายยย กลับมาเดี๋ยวนี้น้าาา T^T 

    อย่าทิ้งบล็อกไว้ดิ ไม่คิดจะง้อแล้วรึงายยยยยยยย
    #369
    0
  15. #349 ~ นู๋ชาเย็น ~ (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 27 มีนาคม 2556 / 13:41
    พิชกลับมาหาบล็อกเถอะนะะะะะ
    #349
    0
  16. #335 мαчנαɴɢ (@may2828) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2556 / 21:16
    แล้วพิชนี่ไม่คิดจะง้อเลยเร่อะ
    #335
    0
  17. #280 ihaew (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2555 / 17:16
    เอ๊อ อ ทำซึ้งอยุได้พิชเชอร์

    หายไปไหนล่ะเนี่ยยยย



    บล็อกก็ บางทีก็ปากกับใจตรงกันอย่างที่ฮิคพูดก็ดีนะ
    #280
    0
  18. #269 Wang# BOOM <naikul> (@punwang) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2555 / 12:34
    บล็อกกกกกกกกกกกกกกกก
    ใจอ่อนทีเถอะนะ
    #269
    0
  19. #201 sa_i (@rianbow) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2555 / 15:01
    พิชนายหายไปไหนอ่า<br />
    กลับมาซะทีสิ<br />
    สงสารบล็อกX-(
    #201
    0
  20. #189 PP7RI4M (@pp7ri4m) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2555 / 11:15
    พิช แกหายศีรษะไปไหนอ่ะ. บา็อกมันจะร้องไห้แล้วเนี่ย^•^
    #189
    0
  21. #158 JENNYHA (@jennyha) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2555 / 19:39
    พิชเชอร์หายไปไหนนนนน
    #158
    0
  22. #156 SN'drop (@getiiz) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2555 / 22:36
     กรรมมมมมมมมมมมม
    พิชเชอร์หายยยยย
    #156
    0
  23. #155 น้องเป็ด ' (@keekie3232) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2555 / 20:34
     พิชเชอร์กลับมาๆๆ ><
    #155
    0
  24. #152 Maei_Ai (@natthamon2542) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2555 / 19:04
    พิชเชอร์หายไปไหนเนี่ยยยย
    #152
    0
  25. #150 เดซี่สีเงิน (@Cute_Girl) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2555 / 12:57
    พอเขาไม่อยู่ก็คิดถึงล่ะสิ
    ก็ตัวเองไม่ยอมใจอ่อยเองนี่นา

    บล็อค ปากตรงกับใจมันไม่อยากหรอกนะ
    สงสารพิชเชอร์เขาน่ะT^T

    ปล. แรกๆก็ชั่งใจอยู่ว่าจะวิจารณ์เลยดีมั้ย
    แต่คิดไปติดมา ทำเลยดีกว่า
    แต่ชอบนะเรื่องนี้
    #150
    0