` stop cooking! วุ่นนักดันไปติดกับรักเชฟหน้าหล่อ { yaoi boy's love }

ตอนที่ 2 : cooking two { rewrite }

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5094
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    31 ต.ค. 56

 







 

..Cookingtwo..

  

 “ Are you Stalker ? ”

 

 

 

 

 

 

                        ผมกลับมาถึงบ้านด้วยอารมณ์ขุ่นมัวสุดๆ ไม่คิดจะคุยหรือทักทายกับสิ่งมีชีวิตภายในบ้าน แม้แต่น้องหมาสุดที่รัก หรือไม่ว่าจะเป็นสัตว์กินพืช กินกล้วยตัวไหนก็ตามที่พยายามจะกวนประสาทผมให้ได้ก็ไม่สน

 

 

                 งานเรอะ  ผมไม่เคยคิดอยากจะทำเลยซักนิด ลำพังแค่รับผิดชอบงานบ้านและน้องชายทโมนทั้งสองตัวก็เหนื่อยมากพอแล้ว จะโทรฯไปขอยกเลิกการสมัครงานก็เกรงใจทางร้านเขาแย่ เพราะเขาก็กำลังต้องการคนไปทำงานอยู่พอดีีนี่นา

 

 

 

                  shy shy boy Oh Oh Oh

 

 

                  ผมมองน้องไอโฟนตาขวาง ใครมันโทรฯมาได้จังหวะแบบนี้ฟ่ะ ถ้าโทรฯมาคุยเล่นล่ะก็พ่อจะด่าให้หูบานเลยคอยดูเถอะ

 

                  “โหล"

                  “( เพื่อนรักจ๋า )เสียงอ้อล้อแบบนี้มีตัวเดียว ไอ้ฮิคคัพ ตัวการเรื่องวุ่นๆทั้งหมด

                  “โทรฯมาทำไม อยากตายเหรอ"

                  ผมตอบ และได้ยินเสียงไอ้ซีโร่แทรกเข้ามาด้วยประมาณว่า 'กูบอกแล้วว่าอย่าโทรฯไปกวนมัน'

                  “( โถ่วว ยังโกรธกูอยู่อีกเหรอ มึงนี่น่าจะลดความใจร้อนลงหน่อยนะ วันนี้เล่นตะโกนลั่นโรงเรียนจนไม่มีใครกล้าปริปากพูดเลยจนถึงตอนเย็น น่ากลัวชะมัด )

                  “ดีแค่ไหนแล้วที่กูไม่ทำให้พูดไม่ได้ไปจนตาย...นี่มึงอยู่กับไอ้ซีโร่อีกแล้วเหรอ"ผมเปลี่ยนอารมณ์เพราะไม่ชอบตัวเองเวลาหงุดหงิดอยู่เหมือนกัน

                  “( เออ พอดีมันมาเที่ยวบ้านกู )

                  “นี่ถ้าไม่ติดว่ารู้จักกันมานาน กูคงคิดว่ามึงกับมันเป็นคู่เกย์กันแน่ๆ"

                  ผมพูดติดตลก แต่ผมคิดแบบนั้นจริงๆนะ มันทั้งสองคนติดกันมากกว่าที่อยู่ติดกับผมซะอีก ถ้าแยกกันเมื่อไหร่พวกมันจะอยู่ด้วยกันทุกที

 

                  “( บ้าแล้วมึง พูดห่าอะไรเนี่ย ขนตูดกูลุกหมดแล้วสัตว์ )ผมขำพรืดกับคำตอบของไอ้ฮิคคัพ ขนตูดลุกงั้นเหรอ มันคิดได้ยังไงวะเนี่ย

                  “( ฮั่นแน่ หัวเราะแล้ว ที่กูโทรฯมาหามึงคือกูจะบอกว่าพวกกูไปส่งใบสมัครให้มึงแล้ว เขาสั่งให้มึงไปทดลองงานก่อนในวันพรุ่งนี้ตอนหกโมงเย็น )พอไอ้ฮิคคัพพูดจบ ผมหน้าหงิกทันทีทันใด

 

 

                  นอกจากผมเป็นคนขี้โมโหแล้วผมยังเกลียดความยุ่งยากเป็นที่สุดเลยด้วย !!!!!

 

 

 

                 “เอออออออออออ" ผมลากเสียงยาว ในใจได้แต่เอือมระอาแต่อีกใจก็กำลังคิดว่ามันก็ดีไปอีกแบบ

                 “( อย่าลืมนะเว้ย พรุ่งนี้วันหยุดยังไงก็ว่างอยู่แล้วนี่หว่า เอ่อ...มึง กูวางก่อนนะ จะไปเล่นเกมส์กับไอ้ซีโร่แล้ว จูด้วบ )ไอ้ฮิคคัพพูดรัวเหมือนรีบไปทำอะไรซักอย่างแล้วกดตัดสายไปทันที

 

 

                 มึงจะจูด้วบทำไม  กูขนลุกไอ้เวร

 

 

 

 

                 ก๊อกๆ

 

                 ผมวางน้องไอโฟนไว้บนหัวเตียงก่อนจะลุกขึ้นเดินไปเปิดประตูห้องนอน ก็เจอไอ้เมลอนทำหน้าปั้นยากอยู่หน้าห้อง

 

                 “T_T”

                 “เป็นอะไรไปผมถาม มันดันเดินเข้ามากอดผมเฉยเลย "เฮ้ย อะไร แกเป็นอะไรของแกไอ้เมลอน"

                 “ผมโดนตุ๊ดสารภาพรักอ่ะ T_T”ไอ้เมลอนที่มีท่าทางเป็นนักเลงตลอดเวลา ณ เวลากลายเป็นไอ้ใบชาขี้อ้อนย้อมผมสีแดงไปซะแล้ว

 

 

                 ผมหลุดขำออกมาอย่างช่วยไม่ได้ ถึงจะได้ยินจากไอ้ฮิคคัพมาแล้วแต่พอได้ยินจากปากไอ้เมลอนแล้วขำยิ่งกว่าเดิม

 

 

                 “ขำบ้าอะไร เกลียดหน้าแบบนี้จังเลยว่ะ พี่รู้มั้ยว่าหน้าพี่โคตรเหมือนตุ๊ดสุดๆอ่ะ"

                 “เดี๋ยวก็ยกตีนถีบเข้าให้หรอก" ผมพูดพลางกระตุกขา มันเหวี่ยงตัวหลบอย่างระแวงนิดหน่อย "แล้วแกตอบมันไปว่ายังไง ไอ้ตุ๊ดที่พูดถึงนั่นน่ะ"

                 “ผมใส่เกียร์หมาวิ่งหนีมันทันทีเลยน่ะสิ"มันทำตาแป๋ว

                 “นักเลงนี่เขาวิ่งหนีตุ๊ดกันเหรอวะ"ผมแซวมัน เมลอนมองค้อน

                 “พี่ไม่มีคำแนะนำเลยรึไง เกิดมาเป็นพี่ชายประสาอะไรวะผมจึงตบหัวมันเน้นๆไปหนึ่งที

                 “ประสาฉันนี่แหละเว้ย"

 

                 ผมเดินลงบันไดไปชั้นล่างเพื่อเอาอาหารเม็ดเติมใส่จานของไข่เจียว เมื่อให้อาหารหมาเสร็จเรียบร้อย ผมก็เดินมาตรงห้องนั่งเล่นที่ไอ้ใบชากับกำลังนอนเยียดเต็มโซฟาอยู่ สบายไปไหมน้องกูแต่ละคน

 

                 “พี่... ชาหิวอ่ะ"

                 “แล้วอยากกินอะไรล่ะ"ผมถามเพราะคิดเมนูไม่ออก

                 “อะไรก็ได้ที่พี่บล็อกเป็นคนทำ เพราะมันอร่อยหมดทุกอย่างนั้นแหละค้าบ" ใบชาทำหน้าทำตาและท่าทางได้น่ารักออดอ้อนสุดๆ

 

                 “เออออ -//-” พี่ชายคนนี้ก็หลงเสน่ห์ของน้องชายคนเล็กไปแล้วเรียบร้อย



 

 

                 

 

 

 

 

 

          Hiccup Mode.

 

 

                 “จูด้วบบ"

                 ผมรีบกดตัดสายไอ้บล็อกทันทีเมื่อรู้สึกว่าไอ้ซีโร่พยายามจะปลดกระดุมเสื้อผมอยู่ ผมหันไปมองหน้าเพื่อนสนิทตัวเองแบบไม่เชื่อสายตา ซีโร่เหลือบมองผมเล็กน้อยก่อนจะทำสิ่งที่มันไม่เคยทำมาก่อน

                 “มึงเป็นบ้าอะไรของมึงซีวะโร่ มึงปล่อยกูเดี๋ยวนี้เลยนะ"ผมผลักมันเต็มแรงแต่ก็สู้แรงควายของมันที่ตัวใหญ่กว่าไม่ได้ ซีโร่กระชับอ้อมกอดแน่นจนผมแทบหายใจไม่ออก

 

 

 

                 ถ้าย้อนไปเมื่อห้านาทีก่อน....

 

 

 

                 “กูแอบชอบเพื่อนคนนึงอยู่ว่ะ"

                 ซีโร่พูดขึ้นขณะที่เราทั้งสองกำลังเคลียร์เกมส์กันอยู่  ผมรีบกดหยุดเกมส์เอาไว้ก่อนจะหันหน้าไปคุยกับมันด้วยความสนอกสนใจ

                 “เพื่อนคนไหนวะ ที่โรงเรียนเหรอ เอ่อ ที่โรงเรียนคงไม่ใช่แน่ใช่ไหม งั้นคงเป็นเพื่อนที่เป็นผู้หญิงแถวบ้านสินะ"

                 ผมรัวคำถามใส่เพื่อนด้วยความอยากรู้ แต่ก็ต้องผงะ เมื่อคนต้องหน้ามองผมด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป ดวงตาของซีโร่ดูมีน้ำมีนวลและเซ็กซี่ในเวลาเดียวกัน

 

 

                 “นี่มึงไม่รู้จริงๆเหรอ ว่าเพื่อนคนไหน"มันถาม

 

 

 

                 เอ่อ เอ่อ เอ่ออออ ... เอ่อ กูจะไปรู้กับมึงไหม แล้วทำไมมึงต้องมองกูด้วยสายตาแบบนี้ด้วย T_T

 

 

                 “เอ่อ กูว่าเราโทรฯไปบอกไอ้บล็อกว่าเราไปส่งใบสมัครให้มันแล้วดีกว่านะ"ผมหยิบบีบีตัวเองขึ้นมา แต่ซีโร่ส่ายหน้าน้อยๆ

 

                 “อย่าโทรฯเลย กูว่ามันยังอารมณ์เสียอยู่"

 

 

                 อ๊ากกกกกก ไม่โทรฯไม่ได้หรอก ถ้ามึงยังไม่หยุดมองกูด้วยสายตาเซ็กซี่แบบนั้น !!

 

 

                 ผมทำเป็นไม่สนใจในสิ่งที่ไอ้ซีโร่พูด รีบกดโทรศัพท์โทรฯหาไอ้บล็อกมันทันที ถึงจะโดนไอ้บล็อกมันด่าก็ยังดีซะกว่า   ....อะไรก็ไม่รู้

 

 

                 เมื่อไอ้บล็อกรับสาย ผมก็โดนมันด่าจริงๆด้วย แต่ผ่านไปซักพักพอมันเริ่มใจเย็นลง ผมทำให้มันหัวเราะได้อีกครั้ง นั่นช่วยทำให้หัวใจผมที่กำลังเต้นไม่เป็นส่ำอยู่ตอนนี้เริ่มเย็นลงตามไปด้วยเหมือนกัน

 

                 “ฮันแน่ หัวเราะแล้ว...

 

                 ผมสะดุ้งเฮือกเมื่อซีโร่เอาฝ่ามือใหญ่ของมันมาจับมือผม รู้สึกร้อนๆที่หน้าอย่างบอกไม่ถูก ไม่รู้ว่าทำไมหัวใจของผมถึงเต้นแรงขนาดนี้ และพอมันเริ่มปลดกระดุมเสื้อนักเรียนของผมออกเท่านั้น สติสตางค์อันน้อยนิดของผมก็เตลิดเปิดตูดหนีหายไปเลย

 

 

 

 

 

 

                 “กูชอบมึง"

 

                 “มึงจะบ้าเหรอ พวกเราเป็นผู้ชายนะ แถมยังเป็นเพื่อนกันด้วย"

                 ผมแดดิ้นอยู่ในอ้อมกอดของมัน บ่องตงว่าตอนนี้ขนก้นผมมันลุกขึ้นมาแล้วนะเนี่ย ผมปล่อยให้ซีโร่กอดอยู่ซักพัก ไม่กี่นาทีต่อมามันก็เริ่มคลายอ้อมกอดแน่นๆนั่นออก ผมหายใจโล่งขึ้น แต่ความรู้สึกร้อนๆที่ใบหน้ามันไม่ยอมจางหายไป

 

 

                 “กูรู้ ...แต่กูก็ห้ามความรู้สึกตัวเองไม่ได้จริงๆ"

 

                 “...กู..."

 

                 ผมพูดไม่ออก เหมือนความกวนประสาทขั้นเซียนของตัวเองทำงานไม่ได้ชั่วคราว

 

 

                 “ที่ผ่านมา มึงไม่รู้สึกอะไรบ้างเลยเหรอ"

 

 

 

                 ไม่รู้สึกเรอะ..

 

 

                 รู้สึกสิ

 

 

 

                 “ที่อยู่เราอยู่ด้วยกันทุกวัน มึงไม่รู้สึกจริงๆเหรอ"

 

 

 

                 ไม่ใช่นะ..

 

 

                  “การที่กูได้อยู่กับมึงทุกวัน นั่นทำให้กูมีความสุขมากนะซีโร่" ในที่สุดเสียงในใจผมก็หลุดออกมา

                  “กูก็เหมือนกัน"มันทำหน้าหงอย

                  “และกูรู้ดีว่าชีวิตนี้ กูคงขาดเพื่อนอย่างมึงไม่ได้หรอก แต่อยู่ๆมึงก็มาพูดว่าชอบ กู..กูไม่รู้จะทำยังไง กูกำลังสับสน"

 

                  “อื้อมันตอบสั้นๆ

 

 

                  มึงช่วยตอบบบบกูให้มันยาวๆกว่านี้ไม่ได้หรือไงวะ ไอ้เปรตเวรตะไลนี่

 

 

                  “แต่พอ...มึงพูดว่ากูไม่รู้สึกอะไร ข้างในมันก็ต่อต้าน ไอ้อาการแบบนี้เขาเรียกกันว่า ชอบหรือเปล่าวะ"พอผมพูดจบ  มีสัมผัสนุ่มนิ่มมาประกบอยู่ที่ริมฝีปากในตอนที่ไอ้ซีโร่มันยื่นหน้าเข้ามา

 

 

 

                  นี่กูกำลังจูบกับผู้ชายใช่ไหมเนี่ยยย TT_TT

 

 

 

                  แม้สมองจะสั่งให้ผลักคนตรงหน้าออก แต่ผมกลับปล่อยให้ซีโร่จูบแช่อยู่อย่างนั้น รู้สึกมึนหัวไปหมด ชีวิตนี้ผมเคยจูบแต่กับผู้หญิงไม่ซ้ำหน้า มาจูบกับผู้ชายก็แย่พอแล้ว แถมผู้ชายคนนั้นยังเป็นเพื่อนสนิทของตัวเองอีกต่างหาก

 

 

                  ซีโร่เริ่มลุกล้ำผมมากขึ้นด้วยการกดจูบเข้ามาอีก ผมเริ่มจูบตอบมัน โดยที่ไม่รู้ตัวเลยว่า ตัวเองโดนซีโร่กดให้นอนลงบนพื้นไปตั้งแต่เมื่อไหร่ ผมดิ้นแล้วผละจูบออก มันมองผมอย่างประหลาดใจ ให้ตายสิ แววตาที่ไอ้ซีโร่มองผม มันดูเซ็กซี่มากๆเลยอ๊าา

 

 

                  “กู...กูยัง...กูยังไม่อยากเป็นเกย์อ่ะ งืออผมแกล้งทำเป็นงอแง เพื่อเปลี่ยนอารมณ์ของเราทั้งคู่ และมันได้ผลซะด้วย ซีโร่หลุดขำออกมาพรืดใหญ่ ก่อนจะเปลี่ยนเป็นสวมกอดผมแทน

 

 

 

                  “กูก็ยังไม่อยากเป็นเหมือนกัน"

 

 

 

                  ถึงจะพูดแบบนั้น แต่ที่มึงกับกูทำไปเมื่อกี้มันเกย์ชัดๆเลยนะ แสรดดดด

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

                 Broccoli's Mode.

 
 

         At after tea time.

 

 

                  เมื่อถึงเวลานัด ผมก็มาปรากฎตัวอยู่หน้าร้านอาหารที่ไอ้เพื่อนตัวแสบสองตัวมันสมัครให้ มองดูแล้วร้านนี้เป็นร้านเปิดใหม่เล็กๆที่ดูหรูหราแต่แฝงไปด้วยคามอบอุ่น นี่ขนาดด้านนอกยังสวยถึงขนาดนี้เลยนะเนี่ย แถมยังเลือกตั้งร้านอยู่ในย่านครอบครัวอีกด้วยท่าทางจะขายดีแน่ๆ

 

 

                  ผมผลักประตูร้านหรูนั่นเข้าไป  บรรยากาศภายในร้านนั้นสวยงามมาก เฟอร์นิเจอร์ด้านในถูกออกแบบไปทางสไตล์ยุโรปผสมญี่ปุ่น แต่ ....

 

 

 

                  ทำไมไม่มีลูกค้าซักคนเลยล่ะ แถมแคชเชียร์ยังยืนหลับอีกด้วย

 

 

 

                  ผมเดินเข้าไปหาลุงแก่ๆที่ใส่ชุดพนักงานเสิร์ฟ เขากำลังยืนหลับอยู่หน้าเครื่องคิดเงิน นี่คงจะเงียบมานานแล้วสินะ ถึงได้หลับลึกขนาดนี้ เมื่อผมลองสะกิดที่ไหล่ขวาของลุงแกเบาๆ  แกก็สะดุ้งตื่นทันที

 

                  “ครับ มาทานกันกี่ที่ครับ แหยๆ"น้ำลายแกไหลนิดๆหลังพูดประโยคต้อนรับจบ ผมแอบลอบยิ้มนิดหน่อย

                  “คือผมยื่นใบสมัครงานตำแหน่งพ่อครัวไว้น่ะครับ"ผมแจ้งเหตุผล ลุงแกมองหน้าผมซักพักก่อนจะทำหน้าเหมือนนึกอะไรออก

                  “อ๋อ คุณนั่นเอง งั้นเชิญทางนี้เลยครับ"

 

                  ลุงแกผายมือออกและเดินนำหน้าผมไปทางห้องครัว ผมเดินตามไปอย่างว่าง่ายและก็พบกับภาพเดิมที่ไม่ต่างกันเท่าไหร่ หากแต่ว่าคนๆนี้เป็นวัยรุ่นหน้าตาดีและคมเข้มกำลังนอนหลับอยู่บนเคาเตอร์ทำอาหารด้วยความสบายใจ

 

 

                  นี่ร้านนี้สร้างมาเพื่ออะไร เพื่อให้พนักงานมาหลับเล่นเรอะ

 

 

                  “คุณพิชเชอร์ครับ"ลุงคนนั้นสะกิดไอ้หน้าหล่อนั่นเบาๆ ทำไมต้องเรียกว่า 'คุณ' ด้วย ก็แค่พนักงานธรรมดาไม่ใช่เรอะ 

 

 

                  ลุงแกปลุกไอ้หน้าหล่อที่นอนอยู่เกือบครบห้านาทีแล้ว แต่มันก็ยังหน้าหนานอนต่อไปแบบไม่สนใจ ผมที่รู้สึกถึงความยุ่งยากน่ารำคาญทนไม่ไหวเลยเดินไปหยิบตะหลิวกับกระทะมาจ่อตรงหูคนที่นอนอยู่

 

 

                  เคร้งๆๆๆๆๆ

 

 

                  “เฮ้ยยยยยยย ใครเล่นพิเรนทร์วะ หาา"ไอ้หน้าหล่อสะดุ้งตื่นตามที่ผมคาด

                  “ฉันเอง"ผมตอบเสียงห้วน เกลียดนิสัยตัวเองที่เป็นแบบนี้จริงๆ

 

                  “ไอ้หน้าอ่อนนี่ใคร"มันมองหน้าผมซักพัก ก่อนจะหันไปพูดกับลุงคนเมื่อกี้

                  “เอ่อ คนที่มาสมัครเป็นพ่อครัวอีกคนน่ะครับ"

                  “แล้วแกปล่อยให้มันมาทำแบบนี้กับฉันได้ยังไง เดี๋ยวปั้ดไล่ออกซะเลยนี่"ไอ้หน้าหล่อกระชากคอเสื้อลุงคนนั้นเต็มแรง

                  “ผะ..ผมต้องขอโทษจริงๆครับ"

                  “นี่แก ทำกับคนแก่แบบนั้นได้ยังไง เดี๋ยวก็ไม่ได้ตายดีหรอก!!ผมที่เหลืออดตะโกนชี้หน้าไอ้หน้าหล่ออย่างลืมตัว

                  “หา แกชี้หน้าใครอยู่วะ"ผมเริ่มมือสั่นเพราะไอ้หล่อบ้าเลือดนั่นเริ่มมีสีหน้าและแววตาที่น่ากลัวขึ้น

 

 

                  ไม่ได้ๆ อย่าแสดงว่ากลัวเด็ดขาด เสียฟอร์มโว้ยยย

 

 

                  แว้กกกกก มันเดินเข้ามาใกล้แล้ววววว

 

 

                  “แกมาสมัครเป็นพ่อครัวสินะ ไหนแสดงให้ดูหน่อยสิว่าฝีมือแกจะแน่ซักแค่ไหน"มันยักคิ้วใส่เหมือนต้องการเยาะเย้ย แต่สายตาสีน้ำตาลสวยคู่นั้นก็ยังดูน่ากลัวอยู่ดี 

 

 

                  ผมถอนหายใจแล้วเดินตามมันไปที่เตาแก๊สแสนหรูสไตล์โมเดิร์น ผมเบิกตากว้างมองสิ่งเหล่านั้นด้วยความหลงใหล ความจริงผมอยากได้เตาแก๊สแบบนี้มานานแล้ว  ไอ้หน้าหล่อเปิดตู้เย็นแล้วยื่นถ้วยสำหรับปรุงอาหารพร้อมกับไข่ไก่มาให้ผม

 

 

                  “โจทย์ที่นายต้องทำคือ ออมเล็ท หรือข้าวห่อไข่"ผมรับถ้วยปรุงอาหารมาแล้วเริ่มลงมือทำอาหารทันที  ผมตอกไข่สองฟองและเริ่มตีไข่ ข้าวห่อไข่สินะ ถึงจะไม่ได้ทำให้พวกเมลอนกับใบชากินกันบ่อยนัก แต่อาหารจานไข่ผมก็ถนัดอยู่เหมือนกัน

 

 

                  ผมห่อไข่แบบชิวๆใช้เวลาเพียงแค่สามนาทีครึ่งถึงจะเสร็จ ผมตักออมเล็ทอะไรเทือกนั้นที่ไอ้หน้าหล่อมันเรียกใส่จาน หยิบผักมาตกแต่งซักเล็กน้อย ก่อนจะพยักหน้าให้มันเพื่อบอกว่าทำเสร็จแล้ว สรุปก็คือผมใช้เวลาเพียงแค่สี่นาที

 

 

                  ไอ้หน้าหล่อหยิบช้อนมาตักชิมออมเล็ทของผมคำเล็กๆ ก่อนจะว่างช้อนลงแล้วมองหน้าผม อร่อยล่ะสิ

 

 

                  “ไม่ได้เรื่อง"

 

 

                  หา ....

 

 

                  “นายว่ายังไงนะ"ผมถาม

                  “ฉันบอกว่าอาหารของนายมันไม่ได้เรื่อง"

                  ผมแทบไม่เชื่อหูตัวเอง จึงรีบคว้าช้อนที่อยู่อีกฝั่งมาตักชิมอาหารของตัวเอง  มันก็อร่อยดีนี่หว่า นี่มึงคิดจะกวนตีนกูใช่ไหม

 

                  “มันไม่ได้เรื่องตรงไหน ฉันชิมดูแล้วมันก็อร่อยดี ถ้านายคิดว่านายทำอร่อยกว่าฉันก็โชว์มาเลยเซ่!ผมโวยวาย เกิดมาตั้งแต่ทำอาหารเป็นไม่เคยมีใครพูดว่า 'ไม่ได้เรื่อง' ใส่หน้ามาก่อน

 

                  “จัดให้"

 

                  ไอ้หน้าหล่อเดินไปหยิบไข่ไก่มาใหม่อีกสองฟอง ก่อนจะตอกไข่อย่างที่มืออาชีพเขาทำกัน เขาตีไข่ให้เข้ากันและปรุงรสโดยใช้เวลาเพียงไม่กี่วินาที ตั้งน้ำมันในกระทะเล็กน้อยและนำไข่ลงไปทอดก่อนจะห่อเข้ากับข้าวที่เตรียมไว้ ตักใส่จานตกแต่งด้วยผักหลากสีที่น้อยกว่าผม

 

 

                 ผมมองตามอย่างไม่เชื่อสายตา หน้าตาของเขาตอนทำอาหารดูจริงจังจนแทบจะละสายตาไม่ได้ แถมเวลาที่เขาใช้เร็วกว่าผมตั้งหนึ่งนาทีครึ่ง

 

                  “ลองชิมดูสิ"เขายื่นจานมาตรงหน้า ผมตักชิมอย่างไม่รอช้า "อร่อยกว่าของนายใช่ไหม"

 

                  ผมจำใจพยักหน้าด้วยความเสียหน้า ออมเล็ทของเขาอร่อยกว่าของผมมากจริงๆ ไข่บางส่วนที่ยังไม่สุขดี รสชาตินี้มันเข้ากันกับข้าวที่ถูกห่ออยู่ข้างในมากๆ

 

                  “จริงอยู่ที่ออมเล็ทของนายก็อร่อย แต่มันยังขาดความใส่ใจ และความรวดเร็ว ถ้าเกิดว่าวันนึงที่ร้านเกิดลูกค้าเต็มขึ้นมาแล้วมีพ่อครัวเพียงแค่สองคน นายจะทำอาหารออย่างอ้อยอิ่ง แล้วให้พวกเขารอกินกันหรือไง"

 

 

                  จะมีวันที่ร้านนี้ที่เต็มด้วยเรอะ เงียบซะขนาดนี้

 

 

                  “แม้จะเป็นเมนูง่ายๆ แค่คำว่าอร่อยดีมันไม่พอหรอกนะ เราต้องทำให้ลูกค้าพูดว่าอร่อยมากที่สุดเพราะเราใส่ใจในการทำอาหาร นี่คือข้อบัญญัติของร้านนี้"ไอ้หน้าหล่อพูดแล้วนั่งลงยัดออมเล็ทของผมเข้าปากไปเต็มๆคำ ก่อนจะเอื้อมมือมาคว้าจานของมันไปกินจนหมด

 

                  “อย่ามาสอนน่า"ผมเมินหน้าหนี รู้สึกเสียหน้าและเสียความรู้สึก มันเป็นเรื่องที่ผมไม่เคยรู้มาก่อน

                  “พูดแบบนี้เดี๋ยวก็ไม่รับเข้าทำงานซะหรอก"

                  “ก็ไม่ได้อยากทำอยู่แล้วนี่หว่า"

                  “แล้วมาสมัครหามะเขืออะไร"

                  “เพื่อนมันเสร่อมาสมัครให้เองน่ะสิ"

                  เขาทำหน้าเอือมระอาขึ้นมาทันที ก่อนจะหยิบใบสมัครของผมที่วางอยู่ข้างๆตัวขึ้นมาอ่านอีกที

                  “อยากเป็นเชฟไม่ใช่เหรอ"ผมมองหน้าคนถาม ก่อนจะพยักหน้าหงึก "ก็ฝึกงานอยู่ที่นี่ไปก่อน คงไม่ตายใช่ไหม"

                  “นี่นายคิดว่านายเป็นใครกัน ถึงมาสั่งฉันฉอดๆอยู่ได้"ผมรำคาญ

                  “ฉันชื่อพิชเชอร์ อายุยี่สิบสี่ปี เป็นหัวหน้าพ่อครัวของนายและที่สำคัญฉันเป็นเจ้าของร้าน ส่วนลุงที่เป็นแคชเชียร์น่ะเขาชื่อ เดรโก

 

 

                  นี่กูยังไม่ทันจะได้เริ่มทำงาน ก็ชี้หน้าด่าว่าที่เจ้านายของตัวเองซะแล้วเรอะ

 

 

                  “ฉัน..บล็อกแต่ผมก็ยังไม่ยอมเสียฟอร์ม เรื่องอะไรต้องมาสุภาพกับคนที่ด่าอาหารของผมว่าไม่ได้เรื่องด้วย!!

 

                  “นี่นาย ขนาดรู้ว่าฉันเป็นเจ้านายแท้ๆ ยังจะกล้าพูดห้วนๆใส่อีกเหรอ"

                  “แล้วมีเหตุผลอะไรที่ต้องพูดเพราะๆกับนายด้วยเล่า ไอ้บ้า"ผมเงยหน้าขึ้นปะทะสายตากับเขา นี่ถ้าเป็นการ์ตูนคงจะมีเสียงเปรี้ยะๆดังออกมาให้คนอ่านได้ยินด้วยแน่นอน

 

 

 

                  แต่ตอนนี้กูเริ่มเมื่อยคอแล้วนะ มึงจะสูงไปไหนวะไอ้หน้าหล่อ

 

 

                  “ปากดีนักนะ เดี๋ยวก็ได้เจอกับนรกไม่รู้ตัวหรอก"

                  พอไอ้พิชเชอร์บ้าอะไรนั่นพูดจบ มันก็เริ่มเขยิบมาใกล้ผมขึ้นเรื่อยๆ ก่อนจะก้มหน้าลงมาจนรู้สึกได้ถึงลมหายใจของกันและกัน

 

 

 

                  อะ..

 

 

 

                  เอ่อะ

 

 

 

                  มึงจะเลื่อนหน้าเข้ามาใกล้กูทำส้นตีนอะไรวะเนี่ย

 

 

 

                  แล้ว แล้ว ....

 

 

                  อ๊บๆ

 

 

                  เมื่อริมฝีปากของผมโดนพิชเชอร์ใช้ปากของมันประกบเข้ามา ผมจึงเผลอครางอื้อในลำคออย่างช่วยไม่แต่ด้วยความที่ตอนนั้น ผมกำลังอ้าปากค้างอยู่ เลยกลายเป็นร้อง อ๊บๆ แทน อุ๊บๆ กูอายยมากกกกกกก พิชเชอร์ผละริมฝีปากออกมาก่อนจะหลุดหัวเราะเสียงดังลั่นโดยไม่มีท่าทีว่าจะหยุด

 

                  “ร้องบ้าอะไรของนายน่ะ ก๊ากกกกก"ยัง มันยังไม่หยุดขำ

                  “ไอ้บ้า นี่แกมาจูบฉันทำไมวะ ไอ้โรคจิตตตตตตต!!ผมโวยวายเสียงดังลั่นห้องครัว จนคุณลุงเดรโกต้องโผล่หัวเข้ามาดู

 

 

                  โอ๊ยยยยย กูทั้งเขินทั้งโกรธทั้งอายทั้งอยากถีบไอ้หน้าหล่อพิชเชอร์ให้หน้าไปจุ่มขี้ให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย

 

 

                  “ก็แค่จูบเอง จำเป็นต้องเป็นเกย์ด้วยหรือไง"ถึงมันจะตอบผม แต่มันยังไม่หยุดขำ อ๊ากกกกกกกก !! ไอ้ ไอ้ ไอ้ ...

                  “ไอ้โรคจิต!!

                  ผมตัดสินใจถีบมัน จนพิชเชอร์ล้มหน้าไปแนบจูบพื้น ผมรีบวิ่งออกจากห้องครัว ตั้งใจว่าจะตรงกลับบ้านทันที แต่ยังไม่วายได้ยินเสียงมันตะโกนไล่หลังตามมา

 

 

 

                  “พรุ่งนี้อย่าลืมมาทำงานล่ะ เลทได้ไม่เกินเก้าโมงครึ่งนะ"

 

 

 

                  กูจะลาออก ฮือออออออออออออ

 

 

 

                  ผมกลับมาถึงบ้านด้วยอารมณ์ที่ต่างจากเมื่อวานโดยสิ้นเชิง โมโหก็โมโห อยากร้องไห้แต่ก็ร้องไม่ออก นี่ผมเพิ่งจะโดนผู้ชายด้วยกันจูบมานะ จะให้มานั่งแอ๊บแบ๊วเต้นท่าควีโยมิ มันก็คงยังไงๆอยู่ ยิ่งไปกว่านั้นตอนโดนจูบยังไปร้องอ๊บๆออกมาอีก

 

 

                  โอ้ยยย กูผูกคอตายดีกว่าว่ะ

 

 

                  “พี่  ทำไมกลับเร็วจัง"ใบชาเดินออกมารับเมื่อได้ยินเสียงประตูบ้าน

                  “แล้วเป็นยังไงบ้าง ได้ทำงานหรือเปล่า"เมลอนเดินมาถามอีกคน ผมหันไปมองหน้าน้องชายทั้งสองแล้วพยักหน้า

                  “(T_T)(_ _)”

                  “เป็นอะไรของพี่วะเนี่ย ว่าแต่ชาหิวแล้ว อยากกินข้าวหน้าเนื้อสุดๆเลยอ้ะ

                  “กูไม่มีอารมณ์ทำให้มึงT_T”ผมตอบ ตอนนี้ท่าทางออดอ้อนของไอ้ใบชาใช้ไม่ได้ผลกับผมจริงๆ

                  “งั้นก็ขึ้นไปอาบน้ำอาบท่าเลยไป ไอ้ชา วันนี้พวกเรากินมาม่ากันเถอะไอ้เมลอนไล่ผมเหมือนรู้ว่ามีอะไรบางอย่างเกิดขึ้น

 

 

                  ผมเดินขึ้นบันไดไปข้างบน โดยมีเสียงไอ้ใบชางอแงอยากกินข้าวหน้าเนื้อตามหลังมา  ผมเปิดประตูห้องนอนของตัวเอง และทิ้งตัวลงนอนบนเตียงอย่างห่อเหี่ยว แต่อยู่ๆก็ดันไปนึกถึงจูบนั่นขึ้นมาซะได้ ฮึ้ยย ถึงจะแค่แป๊บเดียวก็จริง แต่รู้สึกดีเป็นบ้าเลย

 

 

 

                  เป็นบ้า !! มึงแหละบ้าไปแล้วใช่ไหมไอ้ห่าบล็อกกก

 

 

                  ผมนอนกลิ้งไปกลิ้งมาบนเตียงด้วยความสับสน ในสมองนึกถึงแต่หน้าเจ้านายที่ชื่อพิชเชอร์ ทำยังไงดี  ไม่อยากนึกถึงมันเลยโว้ย ถึงจะอายุห่างกันหลายปีอยู่แต่ผมก็ไม่มีความเคารพในตัวมันเลยซักนิด มันเป็นโรคจิตนะ  ผมพลิกตัวนอนไปมาหลายรอบ จนเริ่มรำคาญตัวเอง ทนไม่ไหวเลยกดโทรศัพท์หาไอ้ฮิคคัพที่เป็นเหมือนส้วมระบายชั้นดี

 

                  “( ฮัลโหล )

                  “เสียงมึงดูเหนื่อยๆนะ เป็นอะไรหรือเปล่าวะ"แทนที่ผมจะระบายเรื่องของตัวเอง ดันเป็นห่วงไอ้ฮิคคัพขึ้นมาเฉยๆ ปกติเวลาโทรไปหาน้ำเสียงมันจะร่าเริงอยู่ตลอดเวลา

                  “( มีเรื่องนิดหน่อยว่ะ คือเมื่อวาน... )มันตอบแต่ก็หยุดเล่าไป

                  “เมื่อวาน"ผมทวนอีกรอบ

                  “( ช่างมันเหอะ แล้วมึงมีเรื่องอะไรถึงโทรฯมา )

                  “มึงเคยโดนใครซักคนจูบ แล้วลืมไม่ได้บ้างหรือเปล่าวะ"

                  “( เคย เมื่อวานเลย สดๆร้อนๆ )

                  “นี่คงเป็นเหตุผลที่ทำให้เสียงมึงดูเหนื่อยขนาดนี้สินะ"

                  “( เออ แล้วยังไงต่อ )

                  “วันนี้กูโดนจูบมา ถึงแต่จะแค่แป๊บเดียว แต่กูลืมไม่ได้จริงๆว่ะ เพราะคนที่จูบมันดันเป็นผู้ชายน่ะสิ"ผมระบายออกไปจนจบประโยค ไม่องไม่อายเพื่อนสนิทอีกต่อไป ไอ้ฮิคคัพตะโกนกลับมาทันที

                  “( หา!!!  มึง มึงก็โดนเหมือนกูเรอะ )

                  “นี่มึงโดนผู้ชายจูบเหรอ ไอ้ฮิคคัพ"

                  “( มึงก็เหมือนกันนั่นแหละ ไอ้บล็อก )

                  “เอ่อ...แล้ว..มึง....รู้สึกยังไงวะ"

                  “( เห็นแก่ที่เราเป็นเพื่อนรักกันมานาน กูอยากจะบอกว่า รู้สึกดีสุดๆ สัดเอ้ย )มันสบถด้วยความอายก่อนจะถามผมกลับด้วยคำถามเดียวกัน

 

 

                  “ก็อย่างที่บอก ถึงมันจะแค่แป๊บเดียว แต่แม่ง รู้สึกดีสุดๆเลยว่ะ

  



















 


มาแล้วค้าบตอนที่สอง คู่ซีฮิครู้สึกจะมีคนชอบเยอะกว่าคู่หลักอีกนะเนี่ย
ฉะนั้นอดใจรอ nc กันไว้ได้เลยเพราะถึงพริกถึงขิงจริงๆ 5555555
เพิ่งจะรู้ว่าการรีไรท์นิยายมันเหนื่อยมากขนาดนี้จากที่เนื้อเรื่องทั้งหมดมีแค่ 160 กว่าหน้า
ตอนนี้รีไรท์ไปถึงตอนที่เจ็ดก็ล่อไป 240 หน้าแล้วจ้าโหดเกินนะกูเนี่ย 555
แต่มันก็ดีเหมือนกัน เพราะทำให้ได้ลองย้อนกลับไปดูว่าตัวเองแต่งอะไรไว้บ้าง
ฉะนั้นกูอายมากกูเขียนอะไรลงไม่รีไรท์ไม่ได้แล้ว55555 
สุดท้าย ถ้ารักไรเตอร์คนนี้ก็ติดตามกันอย่างนี้ตลอดไปนะตัวเอง จูด้วบสองสามที









 

PORCELAIN  THEMEs
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

864 ความคิดเห็น

  1. #857 Yanapat. (@Mumu_story) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 8 มกราคม 2561 / 17:39
    ชอบทั้งสองคู่เลยย ทั้งคู่หลักและรอง
    #857
    0
  2. วันที่ 13 มกราคม 2559 / 07:37
    ชอบซีโร่ฮิคคัพ กริ้ดดดด><
    #833
    0
  3. #746 ฮาร์ดแวร์ (@jokkey) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2557 / 21:08
    #%@#Q$%T#@Q ฟินปนขำ 5555+



    อะไรอ๊บๆ ล่ะนั่น XD
    #746
    0
  4. #733 Bbeenn (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 19 มกราคม 2557 / 21:11
    โอ้ยยยยย น่ารักเว่ออออ

    เคลิ้มเลยยย
    #733
    0
  5. #727 ltdo. (@ltdo_ltdo) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2556 / 20:30
    น่ารักอ่ะะะ เขิน ><><><><><
    #727
    0
  6. #698 benzsalam (@benzsalam) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2556 / 05:02
    อร้ายยยยรู้สึกดี55555555
    #698
    0
  7. #671 bloodyholic (@arifahannas) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2556 / 13:02
    อุ้ยเขินง่า -//-
    #671
    0
  8. #644 Manao' MM (@lemonpln-nlp) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2556 / 21:21
    แม่ง รู้สึกดีสุดๆเลยว่ะ -/////-
    #644
    0
  9. #637 Rose@lovekpop (@rose-lovekpop) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2556 / 00:27
    เอาแล้วงัยบรรดาเพื่อนเคะท้างหลายยยยยย งานเข้าแล่ะ คราวนี้คิดหนักล่ะ บล๊อกทำตัวดีๆเด๋ยวพิชไม่ร๊ากกกกก555(เมริงเม้นบ้ารัยฟ่ะ)
    #637
    0
  10. #562 The.Joker (@blackholp) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 8 กันยายน 2556 / 19:18
    แอร๊ย ยยย นี่กะจะให้มีฉากจูบทุกตอนเลยเรอะ -0-
    #562
    0
  11. #544 Inno (@super-gun) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 8 กันยายน 2556 / 01:29
    บ๊ะเจ้าจอททททท
    #544
    0
  12. #530 ณโนว? (@qilarsy) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 กันยายน 2556 / 22:50
    ไอ้โรคจิต = จูบเลย -///- #มโน
    #530
    0
  13. #528 ณโนว? (@qilarsy) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 กันยายน 2556 / 22:44
    ว่าแล้วหิวเลย อยากกินออมเล็ทขึ้นมาทันใด
    #528
    0
  14. #509 lovegun-rit (@lovegun-rit) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 4 กันยายน 2556 / 10:53
    เอาแล้วไง  ประทับใจกับจูบแรกไปแล้ว  แบบนี้มีลุ้น
    #509
    0
  15. #472 คนผ่านมา (@ras21) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2556 / 00:14
    ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ //ขอฮาแปป หน้าแตกแถมฟอร์มจัดฮ่าๆๆ รู้สึกดีฮ่าๆๆ ฟินแปป
    #472
    0
  16. #456 BAITOEY (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2556 / 04:43
    อะไรคือ อ๊บๆ ?? อ๊บๆ มันคืออะรายย.. >_<

    อ่านทีแรกนึกว่าไรท์พิมผิด OMG! O.O
    #456
    0
  17. #451 Blueshunic (@blueshun-ic) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2556 / 19:48
    เอิ่ม...อ๊บๆ 55555 ตอนแรกตกใจนึกว่าเสียงโทรศัพท์ใครรึเปล่า555
    #451
    0
  18. #438 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2556 / 23:35
    อ๊บๆ 5555+
    #438
    0
  19. #424 aommmm (@aommm03) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2556 / 09:40
    บล็อคหลงคารมพิชเชอร์เข้าแล้วสิ >3< ไหนบอกว่ารู้สึกดีไง คึคึ
    #424
    0
  20. #405 ทำไรกันนะ (@noozzz) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2556 / 00:55
    ตลกดีอ่ะ คิดได้ไง อ๊บๆ ปกติอ่านนิยายก็แค่ยิ้มๆ แต่เจอ อ๊บๆ ถึงขั้นหลุดขำเลย 555 รอรีไรท์อยู่นะ
    #405
    0
  21. #404 ทำไรกันนะ (@noozzz) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2556 / 00:54
    ตลกดีอ่ะ คิดได้ไง อ๊บๆ ปกติอ่านนิยายก็แค่ยิ้มๆ แต่เจอ อ๊บๆ ถึงขั้นหลุดขำเลย 555 รอรีไรท์อยู่นะ
    #404
    0
  22. #401 THIPMiE ♥ SNW (@thiphanchana) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2556 / 12:33
    แล่วแล่วแล่วววว 2เคะรู้สึกกับจูบผช. นั่นนนนน> <
    #401
    0
  23. #375 MeloDY_ThailanD (@chanyeol_minhyuk) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 19 เมษายน 2556 / 14:00
    ระ รู้สึกดีอึ่ยยยย>////<
    #375
    0
  24. #356 Momay (@momay2542) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 13 เมษายน 2556 / 19:44
    ฮ่าๆๆๆ มันรู้สึกดีสุดๆเลย ขำแหะ

    // ตอนขำแม่แอบมองหน้าประมาณว่าขำไรวะ =w= ฮ่าๆๆๆ
    #356
    0
  25. #319 мαчנαɴɢ (@may2828) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2556 / 19:52
    ฮิคเคะเร่อะ =[]=
    #319
    0