` stop cooking! วุ่นนักดันไปติดกับรักเชฟหน้าหล่อ { yaoi boy's love }

ตอนที่ 10 : cooking nine { rewrite }

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3417
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    30 ส.ค. 56























..Cooking Nine..

 

 “ Sliamslen Hotel ”

 

 

 

 

 

                      ในที่สุดวันที่พวกผมเหล่านักเรียนสายการโรงแรมทุกคนจะต้องไปเข้าค่ายฝึกอบรมก็มาถึงจนได้ ผมกระเด้งตัวลุกจากเตียงนอนตั้งแต่ตีห้าเพื่อเตรียมตัวให้พร้อมในหลายๆเรื่อง ไม่ว่าจะอาหารเช้าของไอ้ฝาแฝดนรก และงานบ้านต่างๆที่ทำเผื่อไว้สามวัน ไม่รู้ว่ามันจะรกก่อนหรือเปล่านี่สิ ซึ่งแน่นอนว่าถ้ามันรกขึ้นมาล่ะก็ ทั้งเมลอนและใบชาโดนผมสวดยาวแน่ๆ

 

 

                      เมื่อจัดการทุกอย่างภายในบ้านเรียบร้อยผมก็จัดการอาบน้ำ และเซตผมให้หล่อเข้าไว้ หน้ากูยิ่งหวานๆอยู่ ขอหล่อหน่อยเถอะ ว่าแต่ต้องไปเช็คของในกระเป๋าอีกว่าเอาของจำเป็นไปครบหรือเปล่า กว่าจะเตรียมตัวเสร็จก็เกือบจะหกโมงครึ่งอยู่แล้ว รถออกเจ็ดโมงเช้าซะด้วยสิ ต้องรีบไปปลุกให้แฝดนรกสองตัวนั่นแล้วล่ะ

 

 

 

                      “ตื่นได้แล้...อ้าว ตื่นกันแล้วเหรอเนี่ย"

 

 

                      ผมเปิดประตูห้องนอนของเมลอนและใบชา หมายจะตะโกนปลุกและกระโดดถีบมันสองคนลงจากเตียงเหมือนอย่างที่เคยทำในทุกๆวัน แต่วันนี้น้องชายของผมดันตื่นก่อนที่ผมจะมาปลุกอย่างแทบไม่น่าเชื่อสายตาตัวเอง

 

 

                      “พี่ครับ ไม่ไปเข้าค่ายไม่ได้เหรอ"เมลอนขยี้ตาเหมือนจะยังไม่ตื่นดี

                      “ก็ไม่ได้น่ะสิ พี่ไปหาประสบการณ์นะน้องนะ"ผมยิ้มอย่างมีความสุขเมื่อนึกถึงเชฟชื่อดังอย่างอาจารย์ธนากร

 

 

                      “แล้วใครจะคอยทำอาหารให้ผมกินล่ะครับ ผมขาดพี่ไม่ได้จริงๆนะ"ใบชาเดินเข้ามากอดผม หึๆ ถ้าเป็นเมื่อก่อนตอนที่มันทั้งสองคนยังไม่สูงกว่าผมล่ะก็ บรรยากาศคงจะดูน่ารักกว่านี้แน่นอน

 

 

                      “ฉันทำอาหารสำหรับสามวันไว้ให้แล้วน่า ครบทั้งสามมื้อเลยด้วย วันอาทิตย์เดี๋ยวก็กลับมาแล้ว"ผมตบหลังใบชาที่กำลังออดอ้อนอยู่ ก่อนจะผละออกแล้วหันไปพูดกับเมลอน

 

 

                      “ฉันไม่อยู่น่ะเฝ้าบ้านดีๆนะรู้ไหม แล้วอย่าลืมให้อาหารไข่เจียวมันด้วยล่ะ ถ้าฉันกลับมาแล้วเห็นกระดูกซี่โครงมันโผล่มาแม้แต่ซี่เดียวโผล่ขึ้นมา พวกแกตายแน่"ผมขู่พลางยกมือขึ้นมาบิดดังกร๊อบๆ มันทั้งสองคนได้แต่เหงื่อตก

 

 

                      “โธ่ พี่บล็อก..ไอ้ไข่เจียวมันอ้วนจะตายอยู่แล้ว จะให้มันกินตลอดเวลาเลยหรือไง"เมลอนเถียง

                      “งั้นพวกแกก็ไม่ต้องกินเหมือนกับมัน เอามั้ย!!

                      “ไม่เอาคร้าบบบพวกมันตอบเสียงอ่อย

                      “ให้เวลาห้านาทีในการอาบน้ำแต่งตัว และให้เวลาอีกห้านาทีในการกินข้าว วันนี้ฉันจะซ้อนมอเตอร์ไซค์พวกแกไป ใครทำช้าแม้แต่วินาทีเดียว และทำให้ฉันตกรถไม่ได้ไปเข้าค่ายล่ะก็ ตาย!!!

 

 

                      พูดจบผมก็เดินออกจากห้องแต่ก็ไม่ลืมเหลือบมองพวกลิงคลั่งสองตัวที่ต่างก็รีบร้อนแย่งกันไปอาบน้ำ  มองไปก็ขำดีแฮะ ผมนึกสงสารพวกมันอยู่เหมือนกัน เพราะตั้งแต่ตอนเด็กๆแล้ว ทั้งเมลอนและใบชาต่างก็ตัวติดอยู่กับผมมาตลอด ถ้าเกิดเราแยกย้ายกันไปมีครอบครัวของตัวเองเมื่อไหร่คงจะลำบากน่าดู เฮ้อ ..

 

 

                      ผมเดินลงบันไดไปที่ชั้นล่างเพื่อเล่นกับไข่เจียว ดูยังไงก็ยังน่ารักอยู่ดีนะเนี่ย >_<

 

 

                      “ไข่เจียวน้องรัก กินข้าวอิ่มหรือยัง หืม"

                      ผมกอดมันจากทางด้านหลัง ไข่เจียวกระดิกหางไปมาก่อนจะหันหน้ามาเลียหน้าผมแบบไม่มีทีท่าว่าจะหยุด

 

 

                      เออ ดี ดีมาก สิวกูได้ขึ้นกันพอดี แต่น่ารักขนาดนี้จะให้อภัยก็ได้

 

 

                      “ฮ่าๆ พอแล้วน่า วันนี้พี่จะไม่อยู่แล้วนะ เฝ้าบ้านดีๆรู้ไหม"

 

                      ผมลูบหัวมันด้วยความเอ็นดู มันคงเป็นน้องชายตัวเดียวที่เชื่อฟัง ตั้งใจฟังผมมากถึงขนาดนี้ ผิดกลับไอ้ลิงคลั่งสองตัวที่อยู่ข้างบน ต้องขู่หรือทำร้ายร่างกายตลอดถึงจะทำตาม

 

 

                      “หงิงๆ"ไข่เจียวร้องครางออกมาเบาๆก่อนจะใช้ขาของมันพาดมาที่แขนของผม

 

 

                      จะบอกว่าไม่อยากให้ไปสินะ...T^T

 

 

                      “โธ่ ไข่เจียวน้องรักเดี๋ยวพี่ก็กลับมาแล้ว อดทนหน่อยนะ ถ้าไอ้แฝดนรกสองตัวนั่นมันไม่ยอมให้อาหาร ก็มาฟ้องพี่ชายคนนี้ทันทีเลยนะลูก"ผมคว้าไข่เจียวมากอดแน่น เป็นเวลาเดียวกันกับที่ไอ้เมลอนและใบชาเดินลงมาจากชั้นสองพอดี

 

 

                      “หนักแล้วสินะพี่กู คุยกับหมาก็รู้เรื่อง"เมลอนทำหน้ายิ้มเยาะ ผมขมวดคิ้วใส่มันทันที

 

                      “หมาอะไร  ไข่เจียวมันก็เป็นน้องชายพวกแกเหมือนกันนะเว้ย"

 

                      “ครับๆ น้องชายก็น้องชาย ว่าแต่ไอ้ใบชาแม่เราออกลูกเป็นหมาตอนไหนกันวะ"เมลอนหันไปพูดกับใบชาที่กำลังตักข้าวอย่างรีบร้อน

 

                      “กูก็ไม่รู้เหมือนกันวะ สงสัยพี่บล็อกจะเบลอ"แล้วพวกมันสองคนก็พากันหัวเราะเสียงดัง

                      “เดี๋ยวพวกแกได้เบลอแน่ ถ้ายังไม่ทำทุกอย่างให้เสร็จภายในสิบนาที!!!

                      “คร้าบบบ

 

                      และพวกมันก็พากันก้มหน้าก้มตากินข้าวด้วยความรีบร้อน ไม่เกินสามนาทีพวกมันก็กินกันหมดเกลี้ยงโดยไม่เหลือข้าวสักเม็ด(เพราะมันเป็นคำประกาศิตของผม ถ้ากินเหลือตายนั่นเอง) ผมเหลือบดูนาฬิกาก็พบว่าพวกมันใช้เวลาเพียงแค่แปดนาทีเท่านั้น

 

 

 

                      “เป่ายิ้งฉุบ!!อยู่ๆไอ้ลิงคลั่งสองตัวก็ลุกขึ้นมาเป่ายิ้งฉุบ

                      “โหย แพ้เลย"ใบชาโอดครวญ

                      “ทำอะไรอ่ะ จะเป่ายิ้งฉุบกันทำไม"ผมถามด้วยความสงสัย

                      “ก็เราเกี่ยงกันอยู่นานว่าใครจะเป็นคนให้พี่ซ้อนมอเตอร์ไซค์ไปน่ะสิ"เมลอนยังมีหน้าหันมาตอบ

                      “แค่ขอซ้อนมอเตอร์ไซด์ไปด้วยทำไมพวกแกต้องเกี่ยงกันด้วยฟ่ะ นี่ฉันเป็นพี่ชายสุดที่รักของพวกแกเชียวนะ!!

                      “โธ่ ก็จริงอยู่นะคุณพี่ชาย แต่ระหว่างที่ไปโรงเรียนมีสาวๆดักรอดูพวกผมอยู่เยอะนี่นา ถ้าพี่ซ้อนไปด้วยมีหวังถูกคิดว่าเป็นเกย์กันพอดี"เมลอนยักไหล่ก่อนจะหยิบหมวกกันน็อคที่วางไว้บนตู้วางของ

                      “กล้าพูดนะ พวกแกมันก็ส่อแววจะเป็นอยู่แล้วไม่ใช่หรือไง"พอพูดจบพวกมันก็พากันทำหน้าแดง หึๆ น้องกูไปซะแล้ว T_T ว่าแต่นี่มันเกือบจะเจ็ดโมงอยู่แล้วจะไปกันได้หรือยังวะเนี่ย !!!

 

                      “จะไปกันได้หรือยังหา ว่าแต่ฉันต้องซ้อนรถใครวะเนี่ย!!ผมโวยวายใส่พวกมันสองคน เมลอนและใบชารีบวิ่งไปที่โรงจอดรถเมื่อเอามอเตอร์ไซด์ออกมาเตรียมพร้อม

 

                      “พี่ซ้อนไอ้ใบชามันไปก็แล้วกัน มันเป่ายิ้งฉุบแพ้ผม"

                      ทั้งเมลอนและใบชาพากันใส่หมวกกันน็อคเท่ๆราคาแสนแพงกับถุงมือหนังที่ก็แพงอีกเหมือนกัน จะว่าไปน้องชายผมทั้งสองคนนี่มันหล่อจริงๆ  รู้สึกภูมิใจแทนพ่อแม่ยังไงก็ไม่รู้แฮะ

 





                      ผมกระโดดขึ้นซ้อนท้ายไอ้ใบชาทันที เริ่มกลัวเรื่องปลอดภัยของตัวเองซะแล้วสิเนี่ย

 

 

                      “นี่ใบชา อย่าซิ่งนะเว้ย"ผมกอดเอวใบชาแน่นในขณะที่มันเริ่มสตาร์ทรถ

 

                      “ไม่ซิ่งแล้วจะทันเหรอพี่ชายสุดที่รัก!!ไม่พูดพร่ำทำเพลงไอ้แฝดนรกทั้งคู่บิดเครื่องออกไปด้วยความเร็วสูงทันที

                        

 

 

 

 

 

 

 

        โรงเรียนนานาชาติบ่มเพาะเกรียน  เวลา 6.45 น.

 

 

 

                         

                      แฮ่ก แฮ่ก แฮ่ก

 

 

                      ผมยืนหอบด้วยความรู้สึกใจหายหลังจากที่ลงจากรถไอ้ใบชา โอ้มายก็อด กูเกือบตายคารถ พวกมันใช้เวลาแค่ห้านาทีในการมาโรงเรียนด้วยวิธีซิ่งนรก แถมยังขับแข่งกันอีกด้วย ปาดหน้ากันไปปาดหน้ากันมา รู้ไหมมันอันตรายขนาดไหน !!

 

 

                     เมื่อผมเริ่มตั้งสติได้ก็หันไปเขย่งตบหัวพวกมันสองคนด้วยความยากลำบากทันที (มันสูงกว่านั่นเอง)

 

                     “เฮ้ยพี่ ตบพวกผมทำไมอ่ะT_T”ใบชาทำหน้างงก่อนจะเบะปาก

 

                     “นี่ปกติพวกแกขับแบบนี้มาโรงเรียนอย่างนั้นเหรอ   แย่มากเลยนะรู้ไหม!!"

                     “.....”

                     “ไอ้เรื่องซิ่งน่ะไม่เท่าไหร่ แต่ถ้าขับแข่งกันแบบนี้เกิดพลาด รถล้มขึ้นมาจะทำยังไง"

                     “....แต่พวกเราน่ะเซียนแล้วนะครับพี่"เมลอนเถียง

                     “เซียนไม่เซียนไม่สนหรอกโว้ย!!ถ้าขับแบบนี้อีกล่ะก็ ฉันจะยึดกุญแจรถพวกแกแน่ๆ"ผมโวยวาย ชีวิตกูเกือบหาไม่ซะแล้วเมื่อกี้

                     “พี่จะยึดก็ได้ ผมมีกุญแจสำรอง"เมลอนทำท่าจะเดินหนีออกไปแต่โดนผมกระชากหัวไว้ก่อน

                     “หืมมมม...เมื่อกี้น้องชายของพี่เถียงว่าอะไรนะ"ผมทำน้ำเสียงราบเรียบ จนใบชาที่อยู่ข้างๆเริ่มทำหน้าเครียด

                     “ปะ...เปล่านี่ครับพี่ชาย"เมลอนดิ้นพล่านแต่ทำอะไรไม่ได้เพราะโดนผมจับเส้นผมเอาไว้

                     “คุณพี่คนนี้ไม่สนหรอกนะว่าคุณน้องจะมีกุญแจสำรองหรือว่าอะไร แต่ถ้าถึงตอนนั้นล่ะก็ พี่ชายคนนี้จะทุบมอเตอร์ไซค์ทั้งสองคันให้เละเลยดีไหม"

                     “มะ...ไม่ดีเลยครับพี่ ปล่อยผมไปเถอะครับT_T”

                     “จะปล่อยก็ได้นะ แต่จะสัญญากับพี่ชายคนนี้ไหมว่าจะไม่ขับแบบนี้อีก"

                     “สัญญาครับๆ"

 

                     “ไอ้ใบชาด้วย!!!ผมหันไปแว้ดใส่ใบชาที่ทำท่าจะย่องหนี

 

                     “ผมรู้แล้วครับพี่T_T”

                     ใบชาทำหน้าเจื่อน ผมปล่อยมือที่จับหัวของไอ้เมลอนออก เมลอนลูบหัวตัวเองด้วยความรู้สึกเจ็บ ก่อนจะเดินไปส่องกระจกที่รถมอเตอร์ไซด์ เพราะทรงผมที่อุดส่าห์เซ็ตมาโดนผมขย้ำซะเละเลยน่ะสิ

                     “ใบชา มีอะไรกันเหรอ"

                     พวกผมทั้งสามคนหันไปตามเสียงเรียก ก็พบเด็กผู้ชายที่ตัวสูงกว่าผมนิดหน่อยแต่ตัวเล็กกว่าใบชา จะว่าไปหน้าคุ้นๆนะเนี่ย

                     “ไม่มีอะไรหรอกบับเบิล ว่าแต่นายมานานหรือยัง"ใบชายิ้มออกมาทันที ก่อนจะเดินไปคลอเคลียเด็กผู้ชายคนนั้น

                     “อย่าทำแบบนี้สิ คนนี้คือ...เด็กผู้ชายที่ชื่อบับเบิลอะไรนั่นชี้มาที่ผมก่อนจะทำท่าเหมือนนึกอะไรออก "พี่ชายของใบชาสินะครับ ยินดีที่ได้รู้จักผมชื่อบับเบิลเพิ่งย้ายมาไม่นานนี้เอง"

                     “อ๋อ คนที่เกือบจะโดนใบชาจูบที่สวนย่อมด้านหลังนี่เองสินะ"ผมเผลอพูดออกมา จนน้องบับเบิลหน้าแดงระเรื่อส่วนไอ้น้องชายของผมก็เอาแต่อมยิ้ม

 

 

                     “พี่บล็อก จะไปหรือยัง เดี๋ยวรถจะออกแล้วนี่"เมลอนเตือนผม

                     “เออจริงด้วยสิ นี่พวกแกทั้งสองคน ดูแลบ้านให้ดีล่ะ ห้ามหนีเที่ยวด้วย ฉันวานคุณป้าข้างบ้านให้แอบดูพฤติกรรมพวกแกเอาไว้แล้ว อีกอย่างห้ามลืมให้อาหารไข่เจียวด้วยล่ะ รู้ไหม"

                     “เฮ้อ พวกผมรู้แล้วน่าพี่ชาย ไปๆรีบไปกันได้แล้ว ไปก่อนนะใบชา บับเบิล"

                     เมลอนหันไปโบกมือให้ทั้งสองคนนั่น ก่อนจะหยิบกระเป๋าเดินทางของผมขึ้นมาแล้วจูงมือผมไปที่สนามกีฬาของโรงเรียน

 

 

                     “ยู้ฮูววว วันนี้ให้น้องชายจูงมือมาส่งเหรอเพื่อนรัก"เมื่อโผล่หน้ามาที่สนาม ไอ้ฮิคคัพตัวแสบก็เริ่มปากหมาทันที

                     “เออ แล้วจะทำไมล่ะ"ผมหอบกระเป๋าไปนั่งข้างๆเพื่อนรักทั้งสองคน

                     “ได้ยินว่ามึงซ้อนมอเตอร์ไซค์พวกนั้นมาด้วยสินะ เป็นยังไงบ้าง หัวใจจะวายหรือยัง"ไอ้ซีโร่แซวผมอีกคน

                     “ก็เกือบจะวายอยู่เหมือนกัน ว่าแต่ทำไมข่าวกูถึงไปไวขนาดนี้วะ"ผมทำหน้างง

                     “นี่มึงไม่รู้ตัวจริงๆเหรอ ว่าตัวเองน่ะดังแค่ไหน ผู้ชายทั้งโรงเรียนน่ะหมายจะครอบครองมึงอยู่นะ"ไอ้ฮิคคัพทำเสียงน่าขนลุกใส่ผม

                     “ไม่รู้ทำไมกูถึงไม่รู้สึกดีใจเลยซักนิด=  =

                     “ดีใจก็แปลกแล้วล่ะ"ซีโร่ที่กำลังดูดนมกล่องพูดแทรกขึ้นมา

                     “เพราะมึงหน้าตาน่ารักขนาดนี้น่ะสิบล็อกเอ๋ย แถมน้องชายฝาแฝดของมึงนั่นก็เป็นที่หมายปองของบรรดาตุ๊ดในโรงเรียน แล้วก็พวกชะนีน้อยนอกโรงเรียนอีกด้วยนะเว้ย ตระกูลพวกมึงนี่ฟีโรโมนรุนแรงจริงๆ

                     “น้องกูมันก็คงจะไม่ดีใจเหมือนกันสินะ"

                     ผมยิ้มแห้งๆออกมาเหมือนสมเพชชีวิตของตัวเองและน้องชาย ไม่นานนักครูใหญ่ของโรงเรียนก็พูดเรื่องกำหนดการในการเข้าค่ายอบรมซะยาวเหยียดหลายนาที ผมกับเพื่อนรักทั้งสองไม่สนใจฟังอะไรทั้งนั้น พากันเล่นเกมส์ PSP ที่มีก็คนละเครื่องโดยทันที 

                     “นี่พวกแกสองคน ฉันยึด PSP ซะดีไหมเนี่ยหา"จีฮุนเดินมาจากไหนไม่รู้ใช้หนังสือสะกิดไอ้ซีโร่และไอ้ฮิคคัพเบาๆ

                     “ท่านจีฮุน มองข้ามไอ้บล็อกไปอีกแล้วนะ ไม่เห็นหรือไงว่ามันก็เล่นอยู่เหมือนกัน"ฮิคคัพหันไปแยกเขี้ยวใส่

                     “เห็นสิ แต่ฉันพอใจที่จะไม่ว่าบล็อก"จีฮุนมองหน้าผมที่กำลังทำหน้าเหลอหลาอยู่

                     “แสดงว่าแกยอมรับแล้วสินะว่าชอบไอ้บล็อกมันน่ะ"ซีโร่พูดด้วยอีกแรง

                     “แกสองคนอยากโดนยึดเกมส์มากใช่ไหม"

                     จีฮุนแสยะยิ้มเจ้าเล่ห์ออกมา จนซีโร่และฮิคคัพรีบเก็บ PSP เข้ากระเป๋าเดินทางโดยทันที "ส่วนบล็อก เก็บเกมส์ได้แล้วนะรู้ไหม ตั้งใจฟังครูใหญ่พูดหน่อย"

                     “ส่วนบล็อกเก็บเกมส์ได้แล้วนะรู้ไหม แบร่ ไอ้ขี้เก๊กเอ๊ย"ฮิคคัพทำเสียงล้อเลียนจีฮุนที่เดินออกไปไกลแล้วอย่างหมั่นไส้ "มึงเชื่อกูหรือยังไอ้บล็อก ว่าไอ้จีฮุนน่ะต้องแอบชอบมึงแน่ๆ

 

                     “กูก็แอบตะหงิดๆอยู่เหมือนกัน แต่คงเพราะเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่เด็กนั่นแหละ อย่ายัดเหยียดเรื่องขนลุกแบบนั้นมาให้กูอีกเลยนะไอ้ฮิคคัพ"

 

                     ผมบอกปัดพลางหันไปฟังครูใหญ่พูดต่อ  อีกไม่ถึงหนึ่งนาทีก็เกือบจะเจ็ดโมงเช้าแล้ว เป็นเวลาเดียวกันกับที่ครูใหญ่พูดทุกอย่างจบทันที พวกขณะกรรมการนักเรียนพานักเรียนสายการโรงแรมทุกระดับไปขึ้นรถบัสที่โรงเรียนได้เตรียมไว้ ผมรีบใส่เกียร์หมาวิ่งไปที่รถบัสหมายเลขสามทันที เพราะต้องการจองที่นั่งชั้นล่างนั่นเอง

 

 

                    “ไอ้บล็อกวิ่งให้มันเร็วๆหน่อยสิวะ เดี๋ยวพวกไอ้เซย์ก็สอยชั้นล่างไปก่อนหรอก"ฮิคคัพที่ยอมแบกกระเป๋าเดินทางให้ผมตะโกนไล่หลังมาเป็นระยะๆ

 

 

                    มองไปรอบๆก็เห็นไอ้เซย์กำลังวิ่งใส่เกียร์หมามาที่รถบัสเหมือนกัน แต่เสียใจด้วยนะ กูถึงก่อน ฮิๆ

 

 

                    ผมกระโดดขึ้นรถบัสก่อนหน้าไอ้เซย์แค่ไม่กี่วินาที มันทำหน้าไม่พอใจนิดหน่อยที่ผมไปยักคิ้วล้อเลียนมัน ตั้งแต่เกรดสิบแล้วล่ะที่กลุ่มผมและกลุ่มไอ้เซย์เวลาไปเข้าค่ายพวกเราจะแย่งกันนั่งด้านล่างเสมอ เพราะมันเงียบสงบ ไม่วุ่นวายเหมือนชั้นบน

 

                    “ขอตบมือให้คุณชายบล็อก ที่ทำให้กลุ่มเราชนะกลุ่มไอ้เซย์อีกจนได้"

 

                    ฮิคคัพตบมือด้วยความสะใจ ก่อนจะแกะขนมที่ซื้อเตรียมไว้ออกมาวางไว้บนโต๊ะ ผมเหยียดขาออกด้วยความสบาย จริงๆด้านล่างนี่นั่งได้เกือบสิบคน แต่พวกผมไม่ยอมให้เพื่อนคนอื่นมานั่งด้วยหรอก ฮี่ๆ(เห็นแก่ตัวจริงๆ)  ด้านล่างของรถบัสมีทั้งทีวีจอแบนส่วนตัว แอร์ก็เย็นกว่าด้านบนซะอีก

 

 

                    “ขอฉันนั่งด้วยได้ไหม"จีฮุนเดินลงมาจากชั้นบน

                    “ไม่ฮิคคัพตอบแบบไม่คิดซักนิด

                    “อย่าไปสนใจไอ้ฮิคคัพเลยจีฮุน นั่งเถอะ"

                    ซีโร่พูดพลางชี้ให้จีฮุนมานั่งตรงเบาะข้างๆตัวที่ผมนอนอยู่  ผมขยับเพื่อให้จีฮุนเข้ามานั่งด้วยได้ถนัดๆ ก่อนจะยื่นถุงขนมให้มัน

                    “ฉันยังไม่อยากกินน่ะ แกกินเถอะ"จีฮุนยิ้มนิดๆ ก่อนจะเอนหลังพิงเบาะรถ ดูท่าทางจะเหนื่อยแฮะ

                    “เหนื่อยหน่อยนะ เป็นถึงประธานนักเรียนเลยนี่"ผมชวนคุย

                    “แถมยังเป็นหัวหน้าห้องอีก"ซีโร่ก็ชวนคุยอีกแรง จีฮุนถอนหายใจออกมา

                    “รู้สึกว่าถ้าฉันไม่ทำ ก็คงจะไม่มีใครทำน่ะสิ"

                    ผมสามคนมองหน้ากันเพราะเห็นด้วยที่จีฮุนพูด โรงเรียนชายล้วนแถมยังเป็นโรงเรียนนานาชาติด้วยแล้ว มีแต่ลูกคนรวยขี้เกียจสันหลังยาวทั้งนั้นนั่นแหละ

 

 

                    “อย่าฝืนเกินไปล่ะ"

 

 

                    ผมแปลกใจมากที่ได้ยินประโยคนี้จากฮิคคัพ ดูเหมือนจีฮุนก็คงแปลกใจอยู่เหมือน เอาเถอะ ก็ยังดีกว่าที่มันสองคนจะทะเลาะกันนั่นแหละ พวกผมสี่คนพากันคุยเล่นไปเรื่อยๆ ทั้งเถียง ทั้งตบตีกันอยู่เกือบครึ่งชั่วโมง จากนั้นก็พากันผล็อยหลับไปเพราะรู้สึกมึนหัว นั่งชั้นล่างได้เปรียบเรื่องความสบายกว่าก็จริง แต่ก็ต้องแลกความรู้สึกมึนหัวนั่นแหละนะ

 

 

 

             โรงแรมสลิมสเลน จังหวัดกระบี่ เวลา 10.30 น.

 

 

 

                "ไอ้บล็อก  ตื่นได้แล้ว ถึงโรงแรมแล้วนะเว้ย"

 

                    ผมปรือตาขึ้นมาเมื่อรู้ถึงแรงเขย่าจากใครบางคน ฮิคคัพที่ดูท่าทางจะงัวเงียอยู่กำลังเขย่าตัวผม ส่วนไอ้ซีโร่กำลังเก็บเศษขยะทุกอย่างที่พวกเรากินเกลื่อนกลาดกันไว้

 

                    “อ้าว ... แล้วไอ้จีฮุนไปไหนวะ"ผมหันซ้ายหันขวาเพื่อมองหาจีฮุน

                    “มันเป็นประธานนักเรียน ก็ต้องไปคอยจัดเตรียมสถานที่กับพวกอาจารย์น่ะสิ ว่าแต่มึงน่ะรีบๆลุกซักที"ซีโร่อธิบาย

 

 

                    ผมลุกขึ้นทำท่าบิดขี้เกียจ พวกเพื่อนๆเริ่มทยอยลงจากรถไปเข้าแถวกันแล้ว ผมยกกระเป๋าเสื้อผ้าของตัวเองที่อยู่ในห้องเก็บของออกมาแล้วเดินนำเพื่อนทั้งสองคนไปเข้าแถวทันที 

 

 

                    “[ นักเรียนสายการโรงแรมทุกคนเข้าแถวตามระดับชั้นด้วยนะครับ เอ่อ...ครูใหญ่ขอพบนายนิชฌาน เวชานิติกุล ที่จะมาเป็นผู้ช่วยในการอบรมครั้งนี้ที่ด้านหลังเวทีด้วยครับ ]

 

 

                    ผมสะดุ้งเมื่อถูกเรียกชื่อผ่านทางประกาศ ก่อนจะหันไปโบกไม้โบกมือลาเหล่าเพื่อนรักแล้วลากกระเป๋าเสื้อผ้าออกไปที่ด้านหลังเวที  เฮ้อ ได้เป็นผู้ช่วยในการอบรมมันก็ดีอยู่หรอกนะ แต่ต้องมาแยกจากเพื่อนๆแบบนี้มันไม่ค่อยมีความสุขซักเท่าไหร่เลยว่ะ

 

 

                    เมื่อผมเดินมาถึงหลังเวทีก็พบพวกคนใหญ่คนโตยืนอยู่เต็มไปหมด ทั้งผู้อำนวยการ ครูใหญ่ ไหนจะคณอาจารย์ นักการเมืองที่คุ้นหน้าอยู่สองสามคน นอกจากนั้นก็เป็นพวกกรรมการนักเรียน แต่ยังดีที่มีจีฮุนยืนอยู่ตรงนั้นด้วย

 

 

 

                    “บล็อก มาทักทายท่านนักการเมืองทางนี้สิ"จีฮุนกวักมือเรียก ผมเดินไปหามันด้วยท่าทางเงอะงะก่อนจะยกมือไหว้ท่านนักการเมืองสองคนนั้นด้วยความเคารพ ทั้งสองรับไหว้ผมและยิ้มให้นิดหน่อย

                    “เธอเป็นตัวเก็งเรื่องการทำอาหารในโรงเรียนนี้สินะ เห็นอาจารย์ทุกคนบอกว่าเธอฝีมือดีกว่าอาจารย์ซะอีก"

                    “แหม อาจารย์ท่านก็พูดเกินไปน่ะครับ"ผมถ่อมตัวด้วยความเขิน

                    “ถ้าเรียนจบแล้วสนใจจะเป็นเชฟก็มาเข้าร่วมการแข่งขันชิงตำแหน่งเชฟสิ เห็นว่าจัดทุกปีเลยนะ"

                    “เมื่อหลายปีก่อนลูกชายของผมก็ไปแข่งเหมือนกัน ตอนนี้ยังไม่มีใครล้มเขาได้เลย"ผมมองหน้าท่านนักการเมืองคนที่เพิ่งพูดเกี่ยวกับลูกชายไปเมื่อกี้ จะว่าไปเขาดูท่าทางคล้ายกับใครบางคนจังเลยนะ

                    “คุณหนูพิชเชอร์สินะครับ  น่าภูมิใจแทนท่านจริงๆ ลูกชายเป็นถึงเชฟอายุน้อยที่ฝีมือดีที่สุดในประเทศไทย"

 

 

 

                    คุณหนูพิชเชอร์เรอะ.....?

 

 

 

                    “เอ่อ หรือว่าคุณลุงจะเป็นพ่อของพิชเชอร์สินะครับ"ผมรวบรวมความกล้าถามออกไป ไม่ผิดแน่ๆท่าทางของพวกเขาดูคล้ายกันเหลือเกิน 

                    “ใช่แล้วล่ะ ว่าแต่เธอ...รู้จักเจ้าพิชเชอร์ด้วยเหรอ"คุณลุงที่เป็นพ่อของพิชเชอร์หันมาถามผมอย่างประหลาดใจ

                    “คือผมเป็นพนักงานที่ร้านของเขาน่ะครับ"

                    “อ๋อ...นี่เธอเรียนโรงเรียนนานาชาติแท้ๆยังต้องทำงานพิเศษอีกงั้นเหรอ"

                    “ผมแค่ไปหาประสบการณ์เท่านั้นเองครับ ไม่ใช่ปัญหาทางการเงินอะไรหรอกครับ

                    “อย่างนี้นี่เอง การรับมือกับลูกชายขี้เซาของฉันคงจะลำบากมากสินะ ยังไงฉันก็ขอบคุณเธอมากที่คอยดูแลลูกชายของฉัน"

 

                    คุณลุงยิ้มให้ผมอย่างอบอุ่น เขาเหมือนพิชเชอร์มากๆเลย ไม่สิ พิชเชอร์เหมือนกับเขามากกว่าต่างหาก ทั้งรอยยิ้มทั้งดวงตา บุคลิกท่าทางหยิงยะโสนั่นอีก ผมคุยกับพ่อของพิชเชอร์อยู่นานเพราะถูกคอ ส่วนใหญ่ท่านจะเแฉพฤติกรรมแย่ๆของพิชเชอร์ให้ผมฟังมากกว่า นั่นทำให้ผมหายเกร็งไปได้บ้าง จีฮุนสะกิดผมเบาๆ ก่อนที่เราทั้งสองคนจะพาขอตัวจากคุณพ่อของพิชเชอร์

 

                    “มีอะไรเหรอจีฮุน"ผมถามในขณะที่เดินตามจีฮุนไปในตัวโรงแรม

                    “เดี๋ยวแกต้องไปพบกับคุณธนากรแล้วน่ะสิ"

 

 

                    ผมทำตาแวววาวเมื่อจีฮุนพูดจบ อ๊าก ตื่นเต้นโว้ย นี่กูจะได้พบเจอกับเชฟชื่อดังตัวเป็นๆแล้วสินะเนี่ยยย  ผมเดินตามจีฮุนไปจนถึงห้องครัวของโรงแรม จีฮุนผลักประตูเข้าไปทำให้ผมเผลอตะลึงไปชั่วขณะ ถึงจะดูคล้ายกับห้องครัวในร้านของพิชเชอร์ แต่ที่นี่กลับดูหรูกว่าทุกอย่าง ใหญ่กว่าทุกอย่าง ให้ตายเถอะ ผมฝันที่จะได้ทำงานในห้องครัวแบบนี้มานานแล้ว

 

 

                    “จีฮุน ฉันตื่นเต้นว่ะ"ผมจับชายเสื้อจีฮุนเบาๆ มันหันมาลูบหัวผมนิดหน่อย

 

 

 

                    “สวัสดี พวกเธอคือ....

 

                    ผู้ชายที่ดูท่าทางมีอายุพอสมควรเดินเข้ามาทักพวกผมสองคน เขาดูเท่ชะมัดยิ่งใส่ชุดหัวหน้าเชฟอยู่แบบนั้นยิ่งเท่เข้าไปใหญ่

 

 

 

                    หัวหน้าเชฟเรอะ ? หรือว่านี่จะเป็น....

 

 

 

                    “คุณธนากร พวกผมคือตัวแทนจากโรงเรียนนานาชาติบ่มเพาะเกรียนที่จะมาเข้าค่ายอบรมที่โรงเแรมนี้น่ะครับ"

                    “อ๋อ เธอคงเป็นประธานนักเรียนสินะแล้วนั่น....คุณธนากรหันมามองหน้าผมที่แอบอยู่ด้านหลังของจีฮุน ผมรีบเดินไปแนะนำตัวทันที

 

                    “ผมชื่อบล็อกโคลี่ครับ เรียกบล็อกเฉยๆดีกว่านะครับ เอ่อ อายุก็สิบแปด ชอบทำอาหารที่สุดเลย แล้วก็..ผมเป็นแฟนคลับคุณธนากรด้วย เห็นออกทีวีบ่อยมากๆนับถือคุณมากเลยครับ"

                    ผมแนะนำตัวไปจับมือคุณธนากรไปด้วยความตื่นเต้น คุณธนากรหลุดขำออกมา  ก่อนจะตบไหล่ผมเหมือนจะบอกให้ใจเย็นๆ

 

                    “ใจเย็นๆนะบล็อก เธอคงเป็นตัวแทนที่จะมาช่วยฉันอบรมนักเรียนทุกคนสินะ เอาอย่างนี้ ธนากรน่ะชื่อจริงของฉัน ชื่อเล่นของฉันน่ะคือกร เรียกแค่กรเฉยๆก็พอ  ตกลงนะ"

 

                    ผมพยักหน้าตกลงตามที่คุณกรบอก  เขาหันไปกระซิบกระซาบกับลูกมือที่อยู่ในครัว ไม่นานนักลูกมือคนนั้นก็เดินมาพร้อมกับชุดพ่อครัวที่ถูกพับอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย

 

                    “ชุดนี้มันคล้ายๆกับชุดของฉันนั่นแหละนะ สรุปก็คือตอนนี้เธอมีอำนาจในครัวเกือบเท่าฉันเลยล่ะ"คุณกรยื่นชุดมาให้  ผมรับมันมาด้วยความดีใจจนออกนอกหน้า จีฮุนขอตัวออกไปจัดการเรื่องอื่นต่อ ผมจึงขอตัวไปเปลี่ยนเสื้อผ้าด้วยอีกคน

 

 

 

                    “เชฟครับ โทรศัพท์ดังอยู่ไม่ใช่เหรอ"

 

 

                    ธนากรที่เหม่อมองตามบล็อกโคลี่สะดุ้งกับเสียงของลูกน้องและโทรศัพท์ของตัวเอง เขาหยิบมันขึ้นมาเพื่อดูว่าใครโทรฯเข้ามาในเวลางาน และเมื่อเขาได้เห็นเบอร์ที่โชว์อยู่ก็ถึงกลับยิ้มออกมา

 

                    “ว่าไง ไม่เห็นแกโทรฯมาหาฉันหลายปีแล้วนะเนี่ย"ธนากรแซวคนในสาย

                    “( แกไม่ต้องพูดมาก ฉันแค่โทรฯมาเตือนแล้วก็ฝากฝังเท่านั้น )คนในสายตอบกลับมาแบบไม่พอใจ

                    “เตือนอะไรของแกหา"

                    “( วันนี้มีนักเรียนจากโรงเรียนนานาชาติมาเข้าค่ายที่โรงแรมแกสินะ ขอเตือนว่าอย่ายุ่งกับเด็กที่ชื่อบล็อกโคลี่ให้มาก อีกอย่างที่อยากจะฝากฝังก็คือดูแลเด็กคนนั้นแทนฉันด้วย )ธนากรขมวดคิ้วเมื่อคนในสายพูดจบ อะไรของมันกันแน่ บอกว่าไม่ให้ยุ่งแต่กับฝากให้ช่วยดูแลเนี่ยนะ

                    “อะไรของแกหาไอ้พิชเชอร์ ตกลงจะไม่ให้ยุ่งหรือให้ยุ่งกันแน่"ธนากรถามกลับไป  พิชเชอร์ทำเสียงจิ๊ปากไม่พอใจกลับมานิดหน่อย

                    “( ไม่ให้ยุ่งเว้ย แต่ให้ดูแลห่างๆ เข้าใจไหมไอ้กร )

                    “คงจะไม่ได้หรอกนะ พอดีบล็อกเขาเป็นผู้ช่วยส่วนตัวของฉัน คงต้องดูแลแบบใกล้ชิดอย่างเดียวซะแล้วล่ะ"

                    “(ไอ้กร  อย่าให้ฉันไปถึงโรงแรมของแกนะ)พิชเชอร์รู้สึกไม่พอใจอย่างมากกับคำพูดของธนากร

                    “เชิญเลย อยากมาก็มา ใครล่ามคอแกไว้ล่ะไอ้พิชเชอร์"

                    “(ว่าไงนะไอ้...)

 

                    ธนากรกดวางสายอย่างไม่สนใจ เขายิ้มออกมาด้วยความรู้สึกสนุก ไม่นานนักหลังจากที่เขาวางสายพิชเชอร์ไป บล็อกโคลี่ก็เดินเข้ามาพร้อมกับสวมชุดหัวหน้าเชฟเสร็จเรียบร้อย

 

 

 

         

 Broccoli's Mode

 

 

                    ผมเดินเข้ามาในห้องครัวอีกครั้งด้วยชุดที่เปลี่ยนไป ให้ตายเถอะ ยังไม่ได้ฝึกงานอะไรเลยได้เป็นหัวหน้าพ่อครัวซะแล้วเหรอเรา ไม่อยากจะบอกว่าชุดนี้เหมาะกับผมสุดๆ คุณกรมองผมและยิ้มให้ ก่อนจะอธิบายกำหนดการให้ฟัง

 

                    “งานที่เธอต้องทำวันนี้ก็คือคอยอบรมเด็กเกรดสิบนะ ส่วนลูกน้องของฉันจะคอยไปอบรมเด็กเกรดสิบเอ็ดและสิบสอง ฉันคงจะไปอบรมด้วยไม่ได้หรอกวันนี้ แขกไฮโซมากันเพียบ คงต้องคอยดูแลครัวอยู่ที่นี่"

 

 

                    “ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของผมเองครับ เรื่องคุมคนน่ะผมถนัด"ผมบอกคุณกรด้วยท่าทางคึกคัก

                    “งั้นฝากเธอด้วยนะบล็อก เรื่องทำอาหารกับบริการฉันคงไม่ต้องบอกอะไรเธอมากใช่ไหม สอนพวกเด็กเกรดสิบเท่าที่เธอรู้ทั้งหมดก็พอ"คุณกรส่งยิ้มเท่บาดใจกลับมาให้ผม อ๊ากก คนอะไรยิ้มชนะใจผู้ชายด้วยกันก็ยังได้

 

                    ผมเดินออกจากห้องครัวด้วยความตื่นเต้น มันเป็นครั้งแรกจริงๆที่ผมจะได้สอนสิ่งที่ตัวเองเรียนรู้มาทั้งหมดให้กับคนหลายสิบคน ที่ที่ผมต้องไปก็คือห้องอบรม ซึ่งถ้าเรียงตามระดับเด็กเกรดสิบก็อยู่ห้องที่หนึ่ง ส่วนพวกเกรดสิบเอ็ดและสิบสองก็จะอยู่ถัดๆไป ก่อนจะเปิดประตูห้องอบรม 1 เข้าไปนั้น ผมก็รู้สึกว่าโทรศัพท์ตัวเองกำลังสั่น หยิบขึ้นมาดูก็พบว่าเป็นไอ้พิชเชอร์นั่นเอง

 

 

                    จะโทรฯมาทำไม คนเขากำลังยุ่งอยู๋ ปิดเครื่องซะเลย!!

 

 

 

                    ผมนำน้องไอโฟนใส่ลงกระเป๋ากางเกงเหมือนเดิม และค่อยๆเปิดประตูห้องอบรม 1 ออกมา สิ่งที่ผมได้พบภายในห้องอบรมนั่นก็คือ ไอ้พวกเด็กเกรดสิบกำลังเล่นกันเหมือนไม่ได้เจอหน้ากันมานานเกือบสิบปี แถมเสียงยังดังลั่นอีกด้วย

 

 

                    “นี่พวกแก!!!ผมตะโกนอย่างลืมตัว ทำให้สายตาทั่วทั้งห้องจ้องมาที่ผมอย่างช่วยไม่ได้

                    “เห ... นั่นใช่รุ่นพี่โรงเรียนเราหรือเปล่านั่น"เด็กผู้ชายท่าทางเหมือนนักเลงพูดขึ้นมา ผมเม้มปากแน่นด้วยความหมั่นไส้ มันทำท่าทางอวดดีซะเหลือเกิน

 

                    “ใครใช้ให้พวกแกเล่นซนขนาดนี้หา หัดรักษาภาพพจน์ของโรงเรียนหน่อยจะได้ไหม คิดว่าบ้านพวกแกรวยแล้วจะทำอะไรก็ได้หรือไงวะ!!!ผมตะคอกใส่พวกมันอีก

 

                    “นี่แก เป็นแค่รุ่นพี่แท้ๆ คิดว่าจะทำอะไรก็ได้เหมือนกันหรือไงวะ"

 

                    ไอ้เด็กผู้ชายคนเดิมเถียงผมกลับมาเหมือนจะยั๊วะหน่อยๆ ผมคว้ามะเขือเทศที่อยู่ในตะกร้าบนเคาเตอร์ในห้องอบรมขึ้นมาก่อนจะเขวี้ยงไปทางที่ไอ้เด็กนั่นยืนอยู่ ซึ่งมันเกือบหลบมะเขือเทศลูกนั้นแทบไม่ทัน

 

                    “ฉันเป็นคนที่จะมาอบรมพวกแกและไม่ใช่แค่รุ่นพี่ธรรมดาๆเท่านั้น"ผมปิดประตูห้องอบรมก่อนจะค่อยๆสาวเท้าเดินไปตรงที่ไอ้เด็กนักเลงนั่นยืนอยู่

 

                    “เป็นอะไรของแกห๊ะไอ้เด็กบ้า แค่ฉันเดินมาใกล้ๆแค่นี้ก็ทำตัวสั่นอย่างนั้นเหรอ"ผมถามมันพลางทำหน้ายิ้มเยาะ

 

                    “อย่าให้พ่อฉันรู้นะว่าแกบังอาจพูดกับฉันแบบนี้ ไม่งั้น..

 

 

                    มันพูดขู่ผมขึ้นมาอีกครั้ง แต่ผมกระชากคอเสื้อมันเข้ามาใกล้หน้าของตัวเอง โชคดีที่เป็นเด็กเกรดสิบส่วนสูงเลยยังจะเท่ากันอยู่บ้าง ถ้าเป็นเด็กเกรดสิบเอ็ดคงต้องเขย่งไปกระชากคอเสื้อมันลงมาสินะ =  =

 

 

                    “งั้นก่อนที่พ่อแกจะรู้ ฉันจะทรมานแกให้สะใจในห้องนี้ก่อนเลยเป็นไง"ผมหันขวับไปหาเด็กอีกสองคนที่ยืนอยู่ใกล้ๆ

 

 

                    "นี่เธอสองคน มาจับไอ้เด็กบ้านี่ไว้ซิ เร็วๆ!!

 

                    เด็กสองคนที่ผมสั่งรีบทำตามคำสั่งของผมอย่างว่าง่าย ผมเดินไปหยิบมีดขึ้นมาพลางมองดูว่ามันคมมากพอหรือเปล่า เด็กเกรดสิบทุกคนต่างพากันตัวสั่น นี่คงคิดว่าผมจะแทงไอ้เด็กบ้านี่ล่ะสิ แต่เปล่าหรอกครับ ผมเดินไปหยิบหัวหอมลูกใหญ่ที่ดูท่าทางจะหายากขึ้นมา ก่อนจะเดินไปหาไอ้เด็กนักเลงนั่นอีกครั้ง แล้วจ่อหัวหอมไปที่หน้าของมันจากนั้นก็บรรจงปอกมันอย่างไม่เร่งรีบ

 

 

                    “ร้องไห้ทำไมวะ เมื่อกี้ยังอวดดีอยู่เลยไม่ใช่เหรอ"ผมถามพลางปอกหัวหอมอย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาว กูจะทำให้มึงแสบตาจนตายเลยคอยดู  หึๆ

 

 

 

                    “ขะ...ขอโทษครับรุ่นพี่ ผมขอโทษ"

 

                    ในที่สุดคำที่ผมรอคอยก็หลุดออกมาจากปากมัน ผมวางหัวหอมไว้ที่จานเหมือนเดิม ก่อนจะหยิบผ้าเช็ดหน้าตัวเองออกมาแล้วชุบน้ำหมาดๆแล้วยื่นไปให้ไอ้เด็กนั่น

 

 

                    “เช็ดหน้าซะ แล้วอย่าลองดีกับผู้ใหญ่อีก เพราะผู้ใหญ่แบบฉันไม่ใช้วิธีรุนแรงแต่จะเป็นวิธีที่แกคาดไม่ถึง จำใส่สมองน้อยๆของแกเอาไว้"ตอนนี้ทุกคนในห้องเริ่มหัวเราะกับท่าทางน่าสมเพชของไอ้เด็กท่าทางนักเลงนี่  มันยิ่งทำให้ผมโมโหมากกว่าเดิม

 

 

                    “ใครใช้ให้พวกแกหัวเราะ!!!!

 

                    ทั้งห้องกลับมาเงียบกริบอีกครั้ง  ผมกวาดสายตามองรอบๆห้องหมายจะให้พวกมันกลัวจนไม่กล้าหือ

 

 

                    "โจทย์แรกของวันนี้ก็คือการทำอาหาร เมนูอะไรก็ได้ที่เหมาะกับการรับแขกต่างประเทศ ตรงหน้าของพวกนายมีเตาแก๊สส่วนตัวอยู่แล้ว ส่วนตรงกลางของห้องก็คือวัตถุดิบอาหาร เวลาเดินมาเลือกห้ามวุ่นวาย ห้ามเสียงดัง ห้ามสกปรก ห้ามคุยเด็ดขาดไม่งั้นน้ำลายมันจะกระเด็นลงไปในอาหาร เข้าใจไหม!!

 

                     “นี่กูมาอบรมหรือมาฝึกทหารวะเนี่ยT_T”ผมหันขวับเมื่อได้ยินเสียงบ่น ไอ้เด็กที่บ่นรีบเอามือปิดปากทันที

 

                     “อย่าให้ฉันได้ยินเสียงคุยอีกครั้งนะ ในห้องนี้จะต้องได้ยินแค่เสียงของฉันเท่านั้น ยกเว้นใครที่อยากจะถามคำถาม ฉันอนุโลมให้ได้แค่นี้  เข้าใจแล้วต่อแถวแล้วมาบอกเมนูที่ตัวเองอยากจะทำกับฉันเดี๋ยวนี้!!

 

                     พูดจบประโยคพวกมันก็รีบตั้งแถวให้เป็นระเบียบเพื่อบอกเมนูที่ตัวเองอยากทำกับผม ใช้เวลาแค่สิบนาทีก็ได้ครบทั้งสี่สิบเมนู เฮ้อ ทำไมเด็กเกรดสิบมีตั้งสี่สิบคนวะเนี่ย แบบนี้ผมคงตะโกนจนเหนื่อยตายแน่เลย ผมปล่อยให้พวกมันเดินไปเลือกวัตถุดิบที่อยู่ตรงกลางของห้องโดยปราศจากเสียงคุย พวกเด็กชอบลองของคงต้องเจอกับคนแบบผมสินะถึงจะสงบปากสงบคำกันได้

 

 

 

                     “นี่นายน่ะ ทำต้มยำกุ้งไม่ใช่เหรอ ขิง ข่า ตะไคร้ ใบมะกรูดทำไมไม่ไปหยิบมาวะหา!!

 

 

                     “เวลาหั่นซี่โครงหมูใช้แรงแค่นั้นมันจะไปช่วยอะไรได้ฟ่ะ สับเข้าไปสิ สับๆๆ!!"

 

 

                     “ทำไมใส่เกลือเยอะขนาดนี้!!! จะฆ่าฉันหรือไงไอ้เด็กนี่"

 

 

                     “ขึ้นเกรดสิบมาได้สองอาทิตย์แล้วยังซอยหัวหอมไม่เป็นอีกหรือไง กลับไปเรียนอนุบาลใหม่ไป๊!!

 

 

                     “นี่พวกแกตั้งใจจะกวนประสาทฉันใช่ไหม!!ผมที่เหลืออดตะโกนใส่พวกมันอีกรอบ

 

 

                     “เปล่านะครับ รุ่นพี่T_T”และพวกมันก็ตอบมาเป็นเสียงเดียวกัน มองไปมองมาก็น่าสงสารนะเนี่ย

                     “ฟังนะ อาหารที่พวกนายจะต้องทำให้แขกประทับใจน่ะ ต้องทำด้วยใจไม่ใช่จะสักๆแต่ทำ เราต้องทำให้แขกชมว่าอาหารจานนี้อร่อยมากที่สุด ไม่ใช่แค่อร่อยเฉยๆ อาหารที่ไม่มีความตั้งใจใส่ใจใส่ลงไปน่ะ เป็นฉัน ฉันก็จะไม่เสียเงินมากินมันหรอก"

 

                     “ครับ รุ่นพี่...

 

                     “เอาล่ะ อีกเดี๋ยวอาหารของพวกนายก็ใกล้เสร็จแล้วสินะ ถึงตรงนี้มีอะไรจะถามไหม"

                     "เอ่อ...เด็กผู้ชายตัวเล็กคนนึงยกมือขึ้น "ผมทำตับห่านราดซอสมันฝรั่งน่ะครับ แต่ซอสของผมทำเท่าไหร่ก็ไม่รู้สึกอร่อยซักที อยากให้รุ่นพี่ช่วยแนะนำหน่อย"

                     “ไหนขอลองชิมซอสหน่อยก็แล้วกัน"ผมใช้ช้อนเล็กตักซอสมาชิมนิดๆก่อนจะค่อยๆอธิบายให้ทุกคนในห้องฟัง

 

                     "เวลาทำซอสที่ใช้ของบางอย่างเป็นวัตถุดิบหลักอย่างเช่นมันฝรั่ง พวกนายก็ควรจะทำให้มันเด่นที่สุด ถึงแม้ว่าเราจะใส่มันน้อยที่สุดก็ตาม ซอสของเด็กคนนี้ความหวานมีมากกว่ารสมันฝรั่งซะอีกเลยทำให้ไม่ได้รสชาติที่คู่ควรกับตับห่าน วิธีทำจริงๆก็คือบดมันฝรั่งให้หยาบๆไม่ต้องละเอียดมาก ใส่น้ำตาลเพิ่มรสชาติ ใส่เกลือเพิ่มรสชาติ ไม่ต้องมากนัก จากนั้นซอยผักชีฝรั่งใส่ลงไปให้ดูเหมือนมีจุดสีเขียวเล็กอยู่รอบๆซอส จากนั้นตั้งกระทะที่ทาเนยไว้อยู่แล้ว ผัดทุกอย่างที่ปรุงเข้ากับน้ำแค่นี้ก็ได้ซอสที่อร่อยแล้วล่ะ ลองชิมดูสิ"ผมตักซอสแล้วป้อนเด็กคนที่อยู่ข้างๆผม

 

                     “จริงด้วยครับรุ่นพี่ อร่อยกว่าที่ผมทำหลายเท่าตัวเลย"

 

                     ทุกคนในห้องมองผมแบบหลงใหล ก่อนจะขอให้ผมเดินชิมอาหารของพวกมันทุกคนบ้าง  ผมเดินชิมตามลำดับและคอยให้คำแนะนำ ตอนนี้ทุกคนในห้องเหมือนเด็กตัวเล็กๆว่านอนสอนง่ายไปเรียบร้อย  ผมจึงเผลอยิ้มออกมาอย่างชื่นใจ

 

 

                     “รุ่นพี่เวลายิ้มน่ารักจังเลย>_<”

 

                     “นั่นสิๆ แถมมองดีๆแล้วรุ่นพี่หน้าหวานน่าทะนุถนอมมากเลยนะครับเนี่ย"

 

                     “เดี๋ยวพวกแกก็ได้ตายคาตีนฉันหรอกวันนี้"หลังจากจบประโยคนั้นของผมทั้งห้องก็เข้าสู่ความเงียบงันอีกครั้ง



 


 

 100 %







แต่งไปก็รักบล็อกไปจริงๆตอนนี้
ตัวละครเอกทุกตัวของไรเตอร์มักจะปากร้ายใจดีหมดนั่นแหละ
มันคล้ายๆกับไรเตอร์นั่นเอง 555555555555
จุใจไหมมาอัพให้ติดๆเลยนะครับ พรุ่งนี้ก็จะอัพอีก
เพราะฉะนั้นอย่าลืมคอมเม้นให้กำลังใจไรเตอร์บ้างนะครับ รักนะทุกคน :)





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

864 ความคิดเห็น

  1. #839 ^TaYB^ (@ann287) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 5 เมษายน 2559 / 07:20
    บล็อกโหดมาก แต่น่ารักอ่ะ
    #839
    0
  2. #806 I'm tinkerbell (@lovely8059) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2557 / 11:16
    อย่างโหด55555
    #806
    0
  3. #775 oookkkii (@noookkkii) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 31 มีนาคม 2557 / 23:09
    โหดดี ฮาาาา-//-
    #775
    0
  4. #753 ฮาร์ดแวร์ (@jokkey) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2557 / 23:45
    บล็อกอย่างเจ๋งคุมรุ่นน้องอยู่หมัด 5555+
    #753
    0
  5. #699 Love me (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2556 / 20:58
    ชอบซื่อโรงเรียนนี้จัง
    #699
    0
  6. #678 Kyuju_Kuro (@kiku-sagura) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2556 / 18:40
    น่ารัก~~~
    #678
    0
  7. #640 Rose@lovekpop (@rose-lovekpop) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2556 / 14:45
    อ๊ายยยย บล๊อกน่าลั๊กเอ่ะ มีอำนาจ เด็ดขาดนี่เคะของแท้ โอ๊ยยยม๊าหนูตาย แต่พอชมันมัยคุยแบบรุ่นเดียวก่ะเชฟเลยถ้าจำไม่ผิดไรบอกว่าเชฟแก่ หรือเราอ่านไม่เข้าใจเองฟร่ะ
    #640
    0
  8. #606 suna (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 20 กันยายน 2556 / 21:02
    บล็อกเอาคำพูดของคัยหว่ามาพูดเกี่ยวกับอาหาร 5555
    #606
    0
  9. #581 The.Joker (@blackholp) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 9 กันยายน 2556 / 21:34
    อ๊ากเขิน - / / - คิดถึงเค้าจนทนไม่ไหวเลยอ่อตะเอง ?
    #581
    0
  10. #580 The.Joker (@blackholp) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 9 กันยายน 2556 / 21:21
    จะสงสารหรือฮาเด็กเกรดสิบดี ? 5555555
    #580
    0
  11. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  12. #566 thenumberten (@thenumberten) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 8 กันยายน 2556 / 21:32
    โหดดดดดดดดด
    #566
    0
  13. #518 lovegun-rit (@lovegun-rit) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 4 กันยายน 2556 / 18:07
    เรียกว่าโปรได้แล้ว เก่าจังนู๋บล็อค
    #518
    0
  14. #486 At love (@ben161139) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2556 / 16:53
    ชอบอ่ะ >////<
    #486
    0
  15. #485 คนผ่านมา (@ras21) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2556 / 15:17
    เม้น(แอ๊ะ//โดนชาวบ้านตบ)

    ไม่ได้ตั้งใจกวนนะ แบบ ปั้มยอดเม้นไรงี้ ไม่มี๊ ฮ่าๆๆๆ ชอบตอนนี้อะ(เมื่อกี้เม้นละมันหายแอบเฟล เครื่องไม่รักดี๊)

    บล็อกเก่งจัง จุบๆๆๆๆๆ

    #485
    0
  16. #468 sleepybear (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2556 / 19:23
    เกือบจะถอดใจ

    นึกว่าจะไม่มาต่อซะแล้ว



    เอาอีก เอาอีก
    #468
    0
  17. #464 lucifervampire (@vampirelucifer) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2556 / 18:03
    ว้าวๆ มาต่ออีกแล้ว ฮ่าๆๆ

    หนุกดีครับ หนุกๆ
    #464
    0
  18. #460 BAITOEY (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2556 / 06:34
    ไรท์เตอร์ ไฟท์ติ้ง!! >o<

    เข้าใจนะคะว่าบางทีเราวางพล็อตเรื่องไว้แล้ว

    แต่คิดคำบรรยายไม่ออกเนี่ยมันอะไรที่ปวดกบาลจริงๆ ="=

    // เป็นกำลังใจให้ ^^ ❤❤❤
    #460
    0
  19. #453 tarn-za (@tarn-41) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2556 / 16:15
    นุกนูก
    #453
    0
  20. #442 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2556 / 00:06
    รออยู่นะค๊า^^
    #442
    0
  21. #441 Devil blue (@muthita001) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2556 / 23:57
    อยากอ่านเร็วๆอ่ะ
    #441
    0
  22. #397 fffspn (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2556 / 07:38
    ติดตามๆๆ O(>////< )O สู้ๆนะคะไรเตอร์ Fighting ~!

    ชอบนิยายเรื่องนี้มากค่ะ สนุกมากกกกก ~~~ >"
    #397
    0
  23. #353 Ishirokotori (@kobatoishiro) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 8 เมษายน 2556 / 13:10
    หน้าเมล่อนกานตรีนอย่างที่ร่ำลือ...
    #353
    0
  24. #227 ihaew (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2555 / 23:22
    ติดตามมม
    #227
    0
  25. #64 น้องเป็ด ' (@keekie3232) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 29 เมษายน 2555 / 00:28
     เมลอน ใบชา ><
    #64
    0