ทาสรักดวงใจฟาโรห์ (ประกาศรายชื่อ)

ตอนที่ 5 : บทที่ 5

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,633
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    29 ก.ค. 54







บทที่ 5




        หนึ่งชั่วโมงผ่านไป รถแท็กซี่กลางเก่ากลางใหม่ก็ขับมาจอดยังตลาดที่ค่อนข้างเก่าแก่แห่งหนึ่งที่ผู้คนไม่ค่อยพลุกพล่านมากนัก เนื่องจากเป็นตลาดที่เก่าและส่วนมากร้านรวงของที่นี่จะขายแต่ของที่หายาก ถ้าไม่ใช่คนที่ชอบจริงๆ มักจะไม่ค่อยอยากเดินเท่าไหร่

        ทันทีที่มนปรียาและปอฉัตรลงจากรถ นัยน์ตากลมโตสีดำสวยของมนปรียาก็มองไปรอบๆ ด้วยความสนใจ ตรงกันข้ามกับปอฉัตรที่ทำหน้าแหยๆ

        “แน่ใจนะยัยม่อน ว่าที่นี่น่าจะมีสิ่งของที่เราต้องการน่ะ มันดูอับๆ ชื้นๆ ยังไงชอบกล” กวาดตามองไปรอบๆ ประกอบคำพูดตัวเอง

        “ก็ต้องลองดูสิ จากในหนังสือ เขาบอกว่าหนังสือเล่มนี้น่าจะถูกขายหลังจากที่ขโมยมาได้ และอีกอย่างตลาดแห่งนี้ก็เก่ามาก ไม่แน่หนังสือเล่มนั้นอาจจะอยู่ที่นี่ก็ได้ ถ้าเราโชคดีคงจะได้เจอ” ริมฝีปากอิ่มเอ่ยขึ้น ในใจเชื่อมั่นเกือบเต็มร้อยว่ายังไงก็คงต้องเจอหนังสือที่กำลังตามหา

        “ถ้าอยู่ที่นี่จริง ไม่คิดบ้างหรอว่าทางเจ้าหน้าที่ที่ดูแลวัตถุโบราณของอียิปต์เขาก็คงจะนำไปไว้ที่พิพิธภัณฑ์แห่งชาติแล้ว คงไม่ปล่อยให้มาถึงมือพวกเราง่ายๆ หรอก” ปอฉัตรเลิกคิ้วถามเพื่อน เสียงใสเอ่ยขึ้นเมื่อลองคิดถึงหลักความเป็นจริง

        “แล้วถ้าหนังสือเล่มนั้นเลือกคนที่จะมาค้นเจอล่ะ มันก็ไม่แน่เสมอไปหรอกนะยัยปอ”

        “โอ้โห..ยัยม่อนเอ๊ย อย่าบอกนะว่าหนังสือเลือกที่จะให้เราสองคนเป็นคนเจอน่ะ ไม่ใช่แฮร์รี่พอตเตอร์น่ะย่ะที่ไม้กายสิทธิ์เลือกเจ้าของเองน่ะ” ปอฉัตรนึกถึงนิยายที่นักอ่านทุกคนติดตามกันมากมายจนได้ทำเป็นภาพยนตร์ต่อกันถึงเจ็ดภาค

        “ทำนองนั่นล่ะมั้ง ฮ่าๆ” หญิงสาวเอ่ยตอบพร้อมเสียงหัวเราะที่ดังไม่น้อยเมื่อเห็นสีหน้าของปอฉัตรที่ช็อคกับคำตอบของเธอ ปากสวยอ้าปากค้างจนแมลงแทบจะบินเข้าไปได้

        “หุบปากได้แล้วยัยปอ เดี๋ยวก็ได้กินแมลงหรอก”

        “ไอ้ม่อน!” เอ่ยเสียงเขียว ใบหน้าสวยงอง้ำทันทีที่โดนเพื่อนแซว

        “ฮ่าๆ ไม่แกล้งแล้วๆ รีบหาหนังสือเถอะ” ว่าพร้อมกับเดินไปตามถนนเล็กๆ

        ในตลาดเก่าแห่งนี้ที่ดูซอมซ่อไม่น้อย มีร้านรวงมากมายให้เลือกตามแต่ละประเภท ตั้งแต่เสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้าแหวน กำไลและเครื่องประดับต่างๆ ที่ล้วนแล้วแต่เป็นของโบราณหายาก รวมทั้งร้านหนังสือเก่าๆ 

        หญิงสาวทั้งสองคนเดินมาเรื่อยๆ จนมาหยุดอยู่ที่หน้าร้านขายหนังสือร้านหนึ่ง หน้าร้านทำมาจากไม้เก่าสีทึมๆ ตกแต่งด้วยกระจกสีม่อๆ ทางหน้าร้านมีหนังสือเก่ามากมายที่โชว์ไว้ให้เห็น ด้านบนมีชื่อร้านเป็นภาษาอาหรับที่หญิงสาวไม่สามารถอ่านออก ประตูทางเข้าของร้านก็ทำมาจากไม้เก่าเช่นเดียวกับตัวร้าน มีกระดิ่งคู่รูปสฟิงซ์[1]ห้อยไว้

        “แน่ใจนะว่าจะเข้าร้านนี้” ปอฉัตรเอ่ยถามมนปรียาเมื่อเดินตามมาหยุดที่หน้าร้านหนังสือเก่าๆ

        “อืม..เก่าดี ลองไปคุยกับเจ้าของร้านก่อนเผื่อจะได้ข้อมูลบ้าง” เอ่ยจบมือบางของมนปรียาก็ผลักบานประตูเข้าไป ตามมาด้วยปอฉัตร

        “สวัสดีค่ะ มีใครอยู่บ้างไหมคะ” เสียงใสของมนปรียาเอ่ยถามทันทีที่เข้ามาภายในร้านที่ดูไม่แตกต่างจากด้านหน้าสักเท่าไหร่ แสงสลัวๆ มาจากโคมไฟสีส้มเพียงไม่กี่ดวง เพื่อส่องให้เห็นทางเดินแม้จะไม่สว่างมากก็ตาม ชั้นหนังสือที่เป็นล็อคๆ มีอยู่เพียงสี่ล็อคเท่านั้นกับกองหนังสือเก่าๆ อีกสิบกว่ากอง

        “มีใครอยู่บ้างไหมคะ ตอบพวกเราที” เมื่อเห็นมนปรียาเอ่ยถามแล้วไม่มีใครตอบ ปอฉัตรเลยหันไปมองเพื่อนที่ส่ายหัวแบบไม่รู้จะทำอย่างไรดีเลยตะโกนแทน แต่ก็ยังไม่มีเสียงตอบรับ

        “ทำไมไม่มีคนตอบเลย เดี๋ยวฉันเดินเข้าไปดูดีกว่า” มนปรียาเอ่ยพร้อมกับเดินเข้าไปใกล้ๆ กับประตูที่เปิดแง้มไว้ทางด้านหลังชั้นหนังสือ

        “ระวังตัวด้วยนะ ฉันจะเดินสำรวจแถวๆ นี้ดูว่าจะมีเล่มที่เหมือนกับภาพในหนังสือที่แกให้ดูบ้างหรือเปล่า”

        “อืม” หญิงสาวหันมารับคำ ขาเรียวค่อยๆ ย่างก้าวเข้าไปทีละนิดๆ จนถึงประตูที่เปิดแง้มไว้ มือบางจับที่ประตูและค่อยๆ ดึงออก แต่..

        “เฮ้ย!” มนปรียาร้องสุดเสียงด้วยความตกใจที่จู่ๆ ก็มีชายวัยชราเดินออกมาทางด้านหลังประตูที่เธอกำลังจับอยู่

        ปอฉัตรที่อยู่อีกด้านของร้านรีบวิ่งไปหามนปรียาทันทีที่ได้ยินเสียงร้องของเพื่อน “ยัยม่อน! แกเป็นอะไร นะ..นะ..นั่นใครน่ะ” หลังจากที่ถามเพื่อนเสร็จ หญิงสาวก็ต้องตกอยู่ในความตะลึงงันเมื่อเหลือบไปเห็นชายสูงวัยที่หน้าตาน่ากลัว ไว้หนวดเครายาวแถมจ้องเธอกับเพื่อนตาไม่กระพริบ

        “ในที่สุดพวกเจ้าก็มาจนได้” ชายชราเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่ยังไม่ยอมละสายตาไปจากหญิงสาวทั้งสองคน

        “คะ..คุณลุงว่าอะไรนะคะ” มนปรียาเอ่ยถามเสียงตะกุกตะกักเพราะยังตกใจไม่หาย ก็เล่นโผล่มาแบบนี้เป็นใครก็ตกใจไม่น้อย แถมหน้าตาคุณลุงคนนี้ก็ช่างน่ากลัว ใบหน้าที่เริ่มเหี่ยวย่นแลดูดุดัน อีกทั้งผมก็ยาวรุงรัง หนวดเครานั่นอีก ไม่มีรอยยิ้มของความเป็นมิตรเลยสักนิด

        “ข้ารู้ว่าสักวันพวกเจ้าจะต้องมา” ชายชราเอ่ยขึ้นอีกครั้งพร้อมกับเดินแทรกหญิงสาวทั้งสองคนออกมาทางชั้นหนังสือ

        “คุณลุงหมายความว่ายังไงหนูไม่เข้าใจ” มนปรียาขมวดคิ้วเข้าหากันพร้อมกับหันไปมองหน้าชายชราสลับกับปอฉัตรที่ยักไหล่แบบไม่รู้เหมือนกันส่งมาให้แทนคำตอบ

        “แล้วเจ้ามาที่นี่เจ้าต้องการสิ่งใดเล่า” ชายชราไม่ตอบคำถามนั้นแต่กลับถามหญิงสาวทั้งสองกลับ ริมฝีปากหนากระตุกยิ้มขึ้นมาเพียงเล็กน้อยเพราะรู้อยู่แล้วว่าทั้งสองคนต้องการสิ่งใด

        “เราสองคนมาตามหาหนังสือเล่มหนึ่ง คุณลุงพอจะรู้จักหรือเคยเห็นมาบ้างไหมคะ?” หญิงสาวเอ่ยถามพร้อมกับยื่นหนังสือหน้าที่เปิดค้างไว้ให้ชายวัยชราตรงหน้าดู

        ซาคาเอลยื่นมือที่เหี่ยวย่นออกไปรับหนังสือนั้นมาดูพร้อมกับกระตุกยิ้มขึ้นอีกรอบ โดยไม่ต้องมองหนังสือเขาก็รู้ว่าหญิงสาวตรงหน้าต้องการหนังสือที่ชื่อว่าอะไร นัยน์ตาสีเทาเหลือบขึ้นมองมนปรียาตาพราวระยิบยามที่หญิงสาวบอกสิ่งที่ตัวเองต้องการ

        “เล่มนี่น่ะค่ะ ชื่อว่า ดวงใจแห่งข้า” หญิงสาวชี้ไปให้ซาคาเอลดูตาม

        “เจ้าถามข้าถึงหนังสือเล่มนี้ทำไม” พูดจบก็เดินหนีไปอีกล็อค ทำให้มนปรียากับปอฉัตรต้องเดินตาม

        “เพราะว่าเราต้องการหนังสือเล่มนี้ค่ะ” ปอฉัตรเอ่ยขึ้นแทนเพื่อนทันทีที่เดินตามชายชรามาถึง

        “แล้วเมื่อกี้คุณลุงเป็นคนบอกเองว่าสักวันเราต้องมา หมายความว่าคุณลุงรู้หรอคะว่าเราจะมาตามหาหนังสือเล่มนี้กัน” มนปรียาเอ่ยถามด้วยความสงสัย

        “หึหึ..พวกเจ้ารู้หรือไม่ว่าสิ่งที่พวกเจ้าตามหากันนั้นมันสำคัญอย่างไร” นิ้วยาวของซาคาเอลไล่ไปตามสันหนังสือบนชั้นพร้อมกับเอ่ยถามโดยไม่ได้หันมามองคนที่ตนเอ่ยถามสักนิด

        “หนูคิดว่าหนังสือเล่มนี้คงสำคัญต่อฟาโรห์ราเมเนสไม่น้อย แต่ข้างในหนังสือนั้นเขียนสิ่งใดเอาไว้พวกเราก็ไม่สามารถล่วงรู้ได้หรอกค่ะ ขนาดนักอียิปต์วิทยาที่ขุดค้นพบร่างของพระองค์ยังไม่รู้เลย รู้แค่เพียงว่ามีหนังสือเล่มนี้อยู่เพราะดูจากภาพบนผนังกับปาปิรุสที่พระองค์บันทึกไว้เท่านั้น”

        “แล้วทำไมพวกเจ้าจึงมาหาข้า” ซาคาเอลยังคงถามต่อ

        “จากในหนังสือที่อ่าน หนูคิดว่าหนังสือเล่มนี้คนที่ขโมยมาอาจจะขายให้กับใครสักคนหรือตามร้านหนังสือเก่าๆ”

        “งั้นเจ้าจะบอกว่าหนังสือเล่มนั้นจะอยู่ในร้านเล็กๆ เก่าๆ อย่างร้านของข้างั้นสิ” หันมาถามพร้อมกับจ้องมองเข้าไปในดวงตาของมนปรียา

        “มันก็เป็นไปได้ทุกอย่างไม่ใช่หรอคะคุณลุง” หญิงสาวเอ่ยตอบพร้อมรอยยิ้มที่ทำให้ซาคาเอลยิ้มตาม

        “แล้วตกลงคุณลุงรู้จักหนังสือเล่มนี้หรือเปล่าคะ” ปอฉัตรเอ่ยถามเมื่อเห็นว่าถ้าปล่อยให้คุยกันเองสงสัยจะอีกนานกว่าจะรู้

        “พวกเจ้าทำสิ่งหนึ่งให้ข้าได้หรือไม่หากข้าบอก” ชายชราหยั่งเชิงถาม

        “คุณลุงต้องการให้เราทำอะไรคะ” คิ้วสวยของมนปรียาขมวดเข้าหากันด้วยความสงสัย

        “นั่นสิ..แล้วบอกก่อนไม่ได้หรือไงว่ารู้จักแล้วก็เคยพบหนังสือที่ว่าหรือเปล่า”

        “ถ้าเจ้าตกลงรับปากกับข้า ข้าจะบอกเจ้าทุกอย่างเกี่ยวกับหนังสือดวงใจแห่งข้าที่เจ้าต้องการ” ซาคาเอลต่อรอง

        มนปรียาหันไปทางปอฉัตรก่อนที่จะเอ่ยถามเพื่อน “ว่าไงปอ จะตกลงดีไหม”

        “ฉันว่ามันทะแ-ม่งๆ นะยัยม่อน ลุงแกจะขออะไรก็ไม่รู้” พูดพร้อมกับเหลือบตาไปมองซาคาเอลที่แกล้งทำเป็นสนใจหนังสือบนชั้นโดยให้หญิงสาวทั้งสองตกลงกันก่อนทั้งๆ ที่ชายวัยชรานั้นรู้ดีว่าคำตอบที่จะได้คืออะไร

        “เฮ้อ! หาหนังสือเล่มเดียวทำไมมันยากอย่างนี้ล่ะเนี่ย” ปอฉัตรถอนหายใจอย่างสุดทน

        “เอาน่ะ ลองดูแล้วกัน คงไม่ใช่เรื่องยากอะไร” เมื่อตัดสินใจได้แล้ว มนปรียาก็หันไปหาซาคาเอลทันที

        “ตกลงค่ะเราจะทำตามที่คุณลุงขอ แต่ถ้าหากว่าคุณลุงบอกอะไรที่ไม่เป็นประโยชน์ต่อการหาหนังสือของเรา สัญญาเมื่อกี้ถือว่ายกเลิกนะคะ” หญิงสาวเอ่ยขึ้นด้วยรอยยิ้ม อย่างน้อยๆ เธอก็ต้องรอบคอบไว้ก่อน

        ..เจ้าฉลาดมากแม่หนู หวังว่าการกลับไปคราวนี้ของเจ้าจักช่วยให้อียิปต์เป็นมหานครอันรุ่งเรืองและสมบูรณ์ที่สุด การรอคอยขององค์ฟาโรห์จักได้สิ้นสุดลงเสียที..ซาคาเอลคิดในใจพร้อมรอยยิ้มละมุน

        “ได้..ข้าตกลงตามนั้น แต่หากเจ้ารู้ทุกอย่างเกี่ยวกับหนังสือและไม่ทำตามคำขอของข้า ข้าจักทวงมันกลับคืนมา” เอ่ยเสียงเข้มเป็นการข่มขวัญหญิงสาวทั้งสอง แต่คำขู่นั้นกลับไม่มีผลเลยแม้แต่นิดสำหรับมนปรียาและปอฉัตร เพราะยังไงแล้วเธอทั้งสองก็ต้องรักษาสัญญาอยู่ดี

        “ค่ะ” ทั้งสองรับคำอย่างแข็งขัน แม้ภายในใจจะรู้สึกหนาวๆ ร้อนๆ ชอบกลกับสัญญาที่ชายตรงหน้าจะบอก

        “หลังจากที่เจ้าได้หนังสือเล่มนี้ไปแล้ว อย่าบอกกับใครทั้งสิ้น และจงนำมันไปคืนที่พีระมิดฟาโรห์ราเมเนสตรงข้างๆ รูปปั้นของพระองค์ตอนเวลาเที่ยงวันตรงของวันพรุ่งนี้ เจ้าจะทำได้หรือไม่” ชายชราเลิกคิ้วถาม

        “โธ่! ก็นึกว่าอะไร เรื่องแค่นี้ สบายมากค่ะคุณลุง” หลังจากฟังเสร็จปอฉัตรเอ่ยขึ้นคนแรก เธอก็นึกว่าคำขอจะเป็นอะไร ง่ายแค่นี้เองจิ๊บๆ มากสำหรับเธอ ยิ่งยัยม่อนไม่ต้องเอ่ยถึง อยากไปพีระมิดฟาโรห์ราเมเนสอยู่แล้ว

        “แค่นี้เองค่ะ เราสองคนทำได้อยู่แล้ว” มนปรียาเอ่ยตอบอีกคนอย่างเสียงดังฟังชัด ทำให้ซาคาเอลยิ้มหวานเมื่อเห็นทั้งสองสาวตอบตกลงอย่างเต็มปากเต็มคำ

        “งั้นพวกเจ้าตามข้ามา” ว่าพร้อมกับเดินไปยังประตูที่เขาออกมาก่อนหน้านี้ ภายในเป็นทางเดินแคบๆ ที่ตัดผ่านไปที่ไหนสักแห่งตามความคิดของมนปรียา

        “เราจะไปไหนกันคะ” ความอดทนของมนปรียาที่มีก่อนหน้านี้เริ่มหมดลงเมื่อเดินมายังตอกแคบๆ นี้นานกว่าสิบนาทีได้แล้วแต่ก็ไม่ปรากฏสิ่งใด..หรือว่าเธอจะโดนหลอก ไม่นะ!..

        “เดี๋ยวเจ้าก็จักได้รู้ ตามข้ามาเถอะ” หันมาพูดแค่นั้นแล้วก็เดินต่อ

        “ม่อน..ฉันว่ามันแปลกๆ แล้วนะ ลุงแกจะหลอกอะไรพวกเราหรือเปล่าเนี่ย” ปอฉัตรเอ่ยกระซิบ สีหน้าไม่ค่อยไว้วางใจชายชราที่นำทางสักเท่าไหร่

        “ฉันก็คิดเหมือนกัน ระวังตัวไว้หน่อยก็ดี” เอ่ยตอบเพื่อนพร้อมกับกระชับกระเป๋าเป้ของตัวเอง

        “ถึงแล้ว” ซาคาเอลเอ่ยขึ้นหลังจากที่เดินเข้ามาในตอกนี้นานพอสมควร

        “โอ้โห..ที่นี่มันที่ไหนเนี่ย ทำไมมันถึงได้สวยขนาดนี้” มนปรียาเอ่ยขึ้นเมื่อเดินเข้ามาแล้วพบกันห้องขนาดใหญ่ ภายในตกแต่งไปด้วยของใช้ที่มีแต่สีทอง ทั้งโต๊ะ เก้าอี้ ผ้าม่าน กระจก และที่สำคัญ ชั้นหนังสือที่เป็นกรอบสีทองสวยงาม

        “ห้องนี้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อเก็บสิ่งของสำคัญ ดังนั้นไม่เคยมีใครได้เข้ามาที่นี่หรือรู้จักมาก่อนนอกจากข้า” ใบหน้าเหี่ยวย่นหันมามองหญิงสาวก่อนบอกให้รู้

        “ของสำคัญอย่างนั้นหรือคะ งั้นหมายความว่าห้องนี้สร้างขึ้นเพื่อเก็บหนังสือดวงใจแห่งข้าใช่ไหมคะ” เสียงแห่งความดีใจเอ่ยขึ้น ริมฝีปากอิ่มยิ้มกว้างเมื่อคิดว่าจะได้เห็นหนังสือเล่มที่ต้องการหาแล้ว

        “ใช่ไหมคะคุณลุง” ปอฉัตรเอ่ยสำทับด้วยความดีใจไม่แพ้มนปรียา

        “ใช่..” เอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงจริงจัง ขายาวของซาคาเอลเดินไปยังชั้นหนังสือที่มนปรียามองเมื่อครู่ มือหนาที่เริ่มย่นตามกาลเวลาค่อยๆ เปิดตู้ออก เขากดที่สันหนังสือสองสามเล่ม จากนั้นหนังสือที่อยู่บนชั้นทั้งหมดก็ถูกผลักทะลุเข้าไปหลังผนังตู้ ก่อนที่จะมีหนังสือเล่มใหญ่เพียงเล่มเดียวผุดขึ้นมาแทน

        ขณะที่ซาคาเอลกำลังปลดรหัสของตู้หนังสือปริศนาที่เต็มไปด้วยกลไกอยู่นั้น มนปรียากับปอฉัตรก็ตกอยู่ในความตะลึง นัยน์ตาสวยของทั้งคู่เบิกกว้างเมื่อเห็นหนังสือทั้งหมดถูกดันออกไปและแทนที่ด้วยหนังสือเล่มใหญ่เคลือบสีทอง หน้าปกเหมือนในรูปภาพที่เธอเห็นในหนังสือที่ไปซื้อมาอ่านเป๊ะๆ ไม่มีผิดเพี้ยนแม้แต่น้อย อักษรฮีโรกลิฟิกนั้นยามกระทบกับแสงไฟก็ส่องประกายขึ้นมาอย่างน่ามหัศจรรย์

        “ปอ..ฉันไม่ได้ฝันไปใช่ไหมเนี่ย มันมีอยู่จริงๆ” มือบางเอื้อมไปสะกิดเพื่อนที่ยืนอยู่ข้างๆ ด้วยความตื่นเต้น

        “นั่นสิ..ฉันไม่อยากเชื่อเลยว่ามันจะมีอยู่จริง แล้วทำไมคนอื่นๆ กลับหาไม่เจอล่ะ ทั้งๆ ที่มีหลักฐานให้ตามขนาดนี้ อีกอย่างร้านนี้ก็อยู่ในตลาดของไคโรด้วย แปลกจริงๆ” ปอฉัตรขมวดคิ้วด้วยความสงสัย

        ..หึหึ ก็เพราะว่าข้ารอเพียงพวกเจ้ามาอย่างไรเล่า ร้านนี้ข้าทำขึ้นเพื่อรอพวกเจ้าเท่านั้นแม่หนู..ซาคาเอลอมยิ้มพร้อมกับคิดอยู่ภายในใจทันทีที่ได้ยินสิ่งที่ทั้งสองเอ่ยขึ้น มือหนาหยาบกร้านหยิบหนังสือดวงใจแห่งข้าออกมาจากชั้นหนังสือ พร้อมกับหันมายื่นมันให้กับมนปรียาที่ยืนมองหนังสือตาพราว

        “หนังสือเล่มนี้มันคือของเจ้า หวังว่าเจ้าจะทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับข้า และอย่าให้ใครรู้ว่าเจ้ามีมันไว้ครอบครองเด็ดขาด” เอ่ยเสียงเข้ม ใบหน้าเหี่ยวย่นแลดูจริงจังไม่น้อย

        “แล้วราคาเท่าไหร่คะ” มือบางเอื้อมไปรับหนังสือมาไว้กับตัวเองก่อนเอ่ยถามถึงราคาของหนังสือ แพงแน่ๆ เลยไอ้ม่อนเอ๊ย..

        “หึหึ..เจ้านี่แปลกนะ หากเป็นคนอื่นคงไม่พูดถึงเรื่องนี้”

        “ถ้าแพงพวกเราคงไม่มีเงินซื้อหรอกนะคะคุณลุง” ปอฉัตรเอ่ยขึ้นทันทีด้วยเพราะเห็นหน้าปกหนังสือแล้วอยากจะเป็นลม ทองขนาดนั้นไม่แพงก็คงแปลกแล้ว

        “สำหรับพวกเจ้าข้าไม่สามารถตีสิ่งนี้เป็นราคาได้ เพียงแต่เจ้านำมันไปคืนให้กับฟาโรห์ราเมเนสได้ แค่นั้นก็เพียงพอแล้วสำหรับข้า”

        “แล้วทำไมคุณลุงไม่เอาไปคืนเองล่ะคะ” มนปรียาเอ่ยถามขึ้นทันที ปอฉัตรเองก็พยักหน้าหงึกหงักเห็นด้วยกับเพื่อน เธอก็คิดไม่ต่างจากมนปรียาเท่าไหร่

        “เพราะมันเป็นลิขิต เอาล่ะ เจ้านำหนังสือเล่มนี้กลับไปได้แล้ว แล้วอย่าลืมที่รับปากกับข้าเอาไว้ หวังว่าเจ้าจะทำมันสำเร็จ” เอ่ยจบซาคาเอลก็เปิดประตูให้ทั้งสองคนเดินกลับออกไปเองโดยมนปรียาและปอฉัตรยังคงงุนงงแต่ก็ยอมเดินออกไปโดยดี

        ..แล้ววันนี้ก็มาถึงเสียที หวังว่าสิ่งที่กระหม่อมได้ทำลงไปจักทำให้พระองค์และนางมีความสุข..ซาคาเอลเอ่ยขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มละมุน งานที่เขาได้รับมอบหมายมาได้สิ้นสุดลงแล้ว แต่เรื่องราวระหว่างฝ่าบาทกับนางนั้นเพิ่งจะเริ่มต้น..


        ขณะที่เดินออกมาจากร้านหนังสือของซาคาเอล มนปรียาก็เก็บหนังสือลงในกระเป๋าเป้ตัวเองอย่างเรียบร้อยก่อนหันไปมองปอฉัตรที่ยังหันกลับไปมองประตูที่เพิ่งปิดลงพร้อมกับชายชราที่ยืนส่งยิ้มให้

        “ฉันว่านะ มันแปลกๆ นะเนี่ยยัยม่อน” เสียงใสเอ่ยขึ้นทั้งๆ ที่ยังจ้องมองประตูบานเดิม

        “เอาน่ะ มันก็ดีไม่ใช่หรือไง หาง่ายกว่าที่คิดไว้ซะอีก” เอ่ยถามพร้อมกับกระชับกระเป๋า

        “มันก็ดีอยู่หรอก แต่ก็แปลก ทั้งๆ ที่ลุงแกก็เก็บไว้กับตัวเอง ทำไมไม่เอาไปคืนเองเนี่ย แล้วทำไมแกต้องอยากหาหนังสือเล่มนี้ด้วย แล้วทำไม..” หญิงสาวพรั่งพรูคำถามที่ตัวเองสงสัยออกมาเรื่อยๆ จนกระทั่งมือบางของมนปรียายกขึ้นห้าม

        “นี่ยัยปอ! ทำไมๆๆ เหมือนเจ้าหนูจำไมอยู่ได้ แล้วฉันจะตอบได้ไหมเนี่ย ช่างมันเถอะ เลิกคิดได้แล้ว แล้วตอนนี้ก็ไปหาอะไรรองท้องก่อนกลับโรงแรมนี้กว่า ฉันอยากจะรู้สิ่งที่อยู่ในหนังสือเล่มนี้จะแย่อยู่แล้ว” หญิงสาวทำท่าอยากรู้อยากเห็นจนปิดไม่มิด ความตื่นเต้นดีใจที่ได้เจอหนังสือที่ตามหาทำให้อยากเปิดอ่านหนังสือเสียตอนนี้ หากติดว่าคุณลุงไม่อยากให้ใครรู้

        “หรือว่าจะไปกินที่โรงแรม แกจะได้เปิดอ่านไวๆ ไงล่ะ” ปอฉัตรเอ่ยถามด้วยความประชดเมื่อเห็นว่าเพื่อนอยากอ่านมากจนออกนอกหน้าขนาดนี้

        ..ไอ้ม่อนเอ๊ย! เมื่อไหร่แกจะเลิกบ้าอียิปต์ ฟาโรห์ซะทีนะ หวังว่าเอาหนังสือเล่มนี้ไปคืนเฮียแกเสร็จคงได้กลับบ้านไวๆ นะ ฉันอยากกินต้มยำกุ้งของไทยเราใจจะขาดแล้ว..

        “เป็นความคิดที่ดีมากเลยยัยปอ” แต่คนที่โดนประชดกลับไม่ได้รู้เรื่องรู้ราวตอบเออออเห็นด้วยเสียอย่างนั้น

        “ยัยม่อน!” คนที่ประชดเอ่ยเสียงเขียว มือเรียวยืนเท้าสะเอวอย่างเอาเรื่อง

        “อะไรล่ะ ก็กลับไปกินที่โรงแรมไง” เลิกคิ้วถามทั้งๆ ที่รู้ว่าเพื่อนต้องการอะไร แต่หญิงสาวแกล้งทำเป็นไม่รู้ไม้ชี้

        “นี่แกมาเที่ยวหรือเปล่าฮะ ไปหาอะไรกินข้างนอก แล้วก็ไปเที่ยวที่อื่นบ้างค่อยกลับโรงแรม แกใช้เงินที่บินมาคุ้มมากเลยนะยัยม่อน” เสียงใสแว้ดขึ้นอย่างไม่ได้ดั่งใจ ดูมันเถอะพอได้ดังใจแล้วก็จะกลับไม่คิดเลยว่าเธอยังไม่ได้เที่ยวไหน

        “จ้า..แหม โมโหมากไม่สวยนะเออ”

        “ถ้าไม่อยากให้โมโห ก็ทำให้มันคุ้มกับเงินหน่อย”

        “ทำอย่างกับแกออกนะยัยปอ เงินฉันทั้งนั้น” มนปรียากลอกตาขึ้นข้างบนอย่างจนใจ เมื่อไรห่ที่ยัยปอเลิกงกได้ วันนั้นฝนคงตกกระหน่ำแน่ๆ

        “ก็ฉันงกแทนแกไง ฮ่าๆ” หญิงสาวยักคิ้วยิ้มให้เพื่อน

        “จ้าคุณแม่ ดีใจจริงๆ ที่แกช่วยฉันงก งั้นก็รีบไปกันได้แล้ว เที่ยวเสร็จจะได้กลับโรงแรมกัน” พูดจบมนปรียาก็ดุนหลังคนงกแทนเธอให้เดินออกมาจากร้านหนังสือและก้าวขึ้นรถแท็กซี่ที่เข้ามาจอดตรงหน้าทันที ก่อนมุ่งหน้าตรงไปยังร้านอาหารโดยไม่ได้หันกลับมามองเลยว่า ร้านหนังสือที่พวกเธอเข้าไปเมื่อครู่ได้หายไปแล้วและเป็นแค่พื้นที่ว่างเปล่าเท่านั้น ไม่มีร้านหนังสืออย่างที่เห็น แต่ร้านรวงอื่นๆ ยังคงอยู่ในสภาพเดิม


        อียิปต์สมัย 2,000 ปีก่อนคริสตกาล

        ภายในกระโจมหลังใหญ่ที่สุดในกระโจมทั้งหมด ฟาโรห์ราเมเนสนั่งดูปาปิรุสด้วยสีหน้าเคร่งเครียด

        “เซราส! รายงานพวกนี้เมคาฟส่งมางั้นรึ” คิ้วหนาเลิกขึ้นถามองครักษ์คนสนิท

        “พ่ะย่ะค่ะฝ่าบาท”

        “แน่ใจนะว่ามันถูกต้อง” เสียงเข้มเอ่ยถามอย่างไม่ค่อยแน่ใจกับรายงานที่ขุนนางเมคาฟส่งมา

        “พ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมตรวจดูอีกทีแล้วพ่ะย่ะค่ะ เป็นจริงตามนั้น”

        “ทางนูเบียคิดจะลองดีกับข้าหรืออย่างไร ถึงได้เรียกเก็บค่าสินค้าแพงขนาดนั้น” กรามขบกันเป็นสันนูนด้วยความโมโห ปกติทางอียิปต์จะส่งคนไปนำสินค้ากลับมาและในราคาที่เห็นสมควร แต่ครั้งนี้กลับมารายงานว่าสินค้าไม่ว่าจะเป็นงาช้าง หินสำหรับใช้ก่อสร้างหรือแม้แต่สินค้าฟุ่มเฟือยต่างๆ กับขึ้นราคาสองเท่าตัวอย่างไม่น่าเกิดขึ้น

        “กระหม่อมว่านูเบียต้องคิดทำการใดสักอย่างเหมือนที่ท่านซาคูลได้ยินมาพ่ะย่ะค่ะ ตอนนี้กระหม่อมส่งม้าเร็วให้ไปสืบข่าวภายในของนูเบียอยู่พ่ะย่ะค่ะ อีกวันสองวันคงจักได้เรื่อง” เซราสเอ่ยทูลด้วยสีหน้าเคร่งเครียดไม่แพ้ผู้เป็นนาย

        “ดี..พรุ่งนี้เร่งการเดินทางให้เร็วขึ้น เมื่อไปถึงแล้วข้าจะต้องคุยเรื่องนี้กับเมคาฟให้รู้เรื่อง” มือหนาปิดปาปิรุสทั้งหมดด้วยความโมโห นัยน์ตาสีเหล็กกร้าวขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

        ..พวกเจ้าจะได้เห็นดีกัน ว่าการที่มีเรื่องกับอียิปต์ของข้าจักมีจุดจบเช่นใด..


        ประเทศอียิปต์ยุคปัจจุบัน

        ภายในห้องพักของทางโรงแรมฮอไซรอนพิระมิดห์ ร่างบางของมนปรียานอนเกลือกกลิ้งอยู่บนเตียงพร้อมกับหนังสือดวงใจแห่งข้าที่เพิ่งได้มาสดๆ ร้อนๆ จากคุณลุงในร้านหนังสือ มือบางลูบไปที่หน้าปกตรงอักษรฮีโลกลิฟิกที่เขียนขึ้นอย่างบรรจง

        “ปอ..ฉันว่าหนังสือเล่มนี้มันยังดูใหม่อยู่เลย เหมือนเพิ่งทำขึ้นไม่นานมานี้เอง” พูดไปมือก็ยังลูบไปตามสัญลักษณ์ของไม้ตะขอ ไม้นวดข้าวและงูที่แผ่แม่เบี้ย ไล่ลลงมาเรื่อยๆ จนกระทั่งอักษรฮีโรกลิฟิก

        “ฮ่าๆ ตลกแล้วยัยม่อน ถ้าว่ามันใหม่ขนาดนั้นป่านนี้ฟาโรห์ราเมเนสยังคงมีชีวิตอยู่น่ะสิ บ้าไปใหญ่แล้วเพื่อนฉัน” ปอฉัตรที่นอนอยู่อีกเตียงส่ายหัวอย่างไม่เห็นด้วย

        “ฉันก็ไม่ได้ว่าเขามีชีวิตอยู่นี่ ก็แค่เห็นหน้าปกหนังสือเล่มนี้มันยังใหม่อยู่ก็เท่านั้น ไม่เหมือนกับรูปในหนังสือที่เป็นตัวอย่างเลย”

        “จริงหรอ ไหนดูหน่อยสิ” ร่างบางกระเด้งตัวขึ้นจากที่นอนมายังเตียงของมนปรียาทันทีด้วยความสนใจ พร้อมกับชะโงกหน้าเข้าไปดูหนังสือที่อยู่ในมือของเพื่อน

        “เออเนอะ ทำไมมันยังดูไม่เก่าเลยล่ะ แปลกจริง มีแต่เรื่องแปลกๆ วุ้ย ตอนที่อยู่ในร้านฉันก็นึกว่าเป็นเพราะแสงไฟส่อง” พูดไปก็ทำท่าขนลุกไป ตอนแรกมันไม่ได้ดูใหม่ขนาดนี้นี่หว่า ปอฉัตรเอามือเกาหัวตัวเองด้วยความงุนงง

        “ลองเปิดดูดีกว่า” หญิงสาวเอ่ยขึ้นพร้อมรอยยิ้มที่ดูมีเลศนัย ทำให้ปอฉัตรพยักหน้าตามอย่างเห็นด้วย

        ทันทีที่เปิดหนังสือดวงใจแห่งข้าออก ทั้งสองสาวกลับตกอยู่ในความตะลึงงัน ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างด้วยความตกใจ

        “เฮ้ย! อะไรกันเนี่ย” เสียงใสร้องขึ้นด้วยความตกใจที่เปิดหนังสือแล้วไม่พบกับข้อความใดๆ แม้แต่ตัวเดียว ไม่ว่าจะเป็นอักษรฮีโรกลิฟิกที่ควรจะมีหรือจะเป็นภาพประกอบหรือใดๆ ก็ตามเลยแม้แต่น้อย

        “อย่าบอกว่าโดนตาลุงหลอกนะ” ปอฉัตรเลิกคิ้วถามด้วยความเซ็งอารมณ์

        “เฮ้อ! ทำไมมันเป็นอย่างนี้ล่ะ โอ๊ย! ไอ้ม่อนอยากบ้าจริงๆ” มือบางกุมหัวตัวเองด้วยความโมโหและเซ็งจัด ไม่คิดเลยว่าจะโดนหลอก มือบางพยายามเปิดไปตั้งแต่หน้าแรกยันหน้าสุดท้าย ทั้งยกขึ้น ทั้งเขย่า ยังไงก็ไม่มีอักษรตัวใดปรากฏออกมาแม้แต่น้อย

        “ลองส่องไฟดูมั้ยยัยม่อน” เสียงใสเอ่ยขึ้นอย่างมีความหวัง ไม่แน่อักษรพวกนี้อาจจะล่องหนอยู่

        “ตลกนะเนี่ยยัยปอ ยุคนั้นจะมีหมึกล่องหนไหมเนี่ย คิดได้ไงเนี่ยเพื่อนฉัน เฮ้อ” ร่างบางทำท่าถอนหายใจดังๆ

        “มันก็ไม่แน่นะ ไม่ลองไม่รู้นี่” หญิงสาวยังคะยั้นคะยอไม่เลิก ทำให้มนปรียาอดไม่ไหวลองทำตามที่ปอฉัตรบอก ร่างบางของมนปรียานอนหงายไปบนเตียงพร้อมกับชูหนังสือขึ้นส่องไฟทีละหน้า แต่ไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้นแม้แต่น้อย

        “เฮ้อ! ไหนล่ะยัยปอหมึกล่องหนของแก มีมากเลยนะเนี่ย” คนทำตามเพื่อนเอ่ยประชดปอฉัตรที่นั่งทำหน้าแหยๆ

        “ไม่รู้นี่น่า เห็นตอนเรียนวิทยาศาสตร์ก็ทำๆ กัน เออ หรือว่าต้องใช้น้ำส้มสายชูเอามาทาๆ ผิงไฟหน่อยเผื่อจะเห็น” เสียงใสร้องบอกอย่างนึกขึ้นได้ว่าตอนเรียนมันยังมีอีกหลายวิธีที่จะให้เห็นตัวหนังสือที่ล่องหน ที่จริงการใช้น้ำมะนาวหรือน้ำส้มสายชูเขียนแล้วลนไฟมันก็จะเห็นข้อความ

        “นี่แน่ะ!” มะเงกลูกใหญ่ถูกเขกลงกลางกระหม่อมของปอฉัตรทันทีที่เอ่ยขึ้น

        “โอ๊ย! ยัยม่อน เขกหัวฉันทำไมเนี่ย เจ็บนะวุ้ย” คนเจ็บคลำหัวตัวเองป้อยๆ นัยน์ตาเรียวค้อนขวับเข้าให้

        “ก็พูดมาแต่ละอย่าง” ขณะที่ทั้งสองสาวกำลังเถียงกันอยู่นั้น อยู่ๆ ก็มีเสียงหัวเราะดังขึ้น

        “หึหึ..”

        “เสียงใครน่ะ” หญิงสาวทั้งสองคนเอ่ยขึ้นพร้อมกันอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย พร้อมกับหันมองไปรอบๆ ห้องด้วยความสงสัย

        “ไม่เห็นมีใคร สงสัยหูจะฝาด” ปอฉัตรเอ่ยบอกพร้อมกับปลอบใจตัวเอง แต่คนหูฝาดต้องสะดุ้งอีกครั้งพร้อมๆ กับมนปรียาที่อยู่ข้างๆ เพราะเสียงนั้นกลับดังขึ้นมาอีกหน

        “พวกเจ้านี่น่าขบขันเสียจริง หึหึ..ทำไมเจ้าไม่ลองใช้ริมฝีปากของเจ้าแตะไปที่ปาปิรุสนั่นเล่า แล้วเจ้าจักได้เห็นในสิ่งที่เจ้าต้องการ..ยอดรัก” เสียงเข้มเอ่ยขึ้นบอกเป็นนัย แต่เสียงที่ดังขึ้นมานั้นกลับทำให้มนปรียาและปอฉัตรต่างกระโดดกอดเข้าหากันกลมทันทีด้วยความกลัวและตกใจ นัยน์ตาสวยของมนปรียากวาดตามองไปรอบๆ ห้องอีกครั้งอย่างหวาดผวาพอๆ กับปอฉัตรที่นั่งกอดเพื่อนตัวสั่น

        “นะ..นะ..นั่นเสียงใครน่ะ?” มนปรียาเอ่ยถามเสียงสั่น

        “หึหึ..เจ้าไม่รู้หรืออย่างไรว่าข้าคือใคร..ยอดรักของข้า” เสียงเข้มเอ่ยตอบยิ่งทำให้หญิงสาวทั้งสองกอดกันกลมเข้าไปอีก

        “ฉันบอกให้ออกมานะ แล้วฉันก็ไม่ใช่ยอดรงยอดรักอะไรของคุณด้วย นี่ใครเนี่ย!” ปลายประโยคเอ่ยด้วยน้ำเสียงห้วนจัด กลัวก็กลัวอยู่หรอก แต่ตอนนี้ความโมโหกลับมีมากกว่า จู่ๆ ก็มาบอกว่าเธอเป็นยอดรัก บ้าหรือเปล่า ใครเล่นตลกกับพวกเธอกันแน่เนี่ย

        “อย่ามาล้อเล่นกันแบบนี้นะ แม่ตบตายเลย” เสียงของปอฉัตรตวาดขึ้นดังลั่นห้องด้วยความกลัว

        “เจ้าทำอะไรข้าไม่ได้หรอก ถ้าเจ้าอยากรู้เกี่ยวกับหนังสือก็ทำตามที่ข้าบอก” เสียงเข้มเอ่ยบอกอีกครั้ง

        “คุณเป็นใครกันแน่ ออกมานะ อย่ามาเล่นบ้าๆ แบบนี้นะ ฉันบอกให้ออกมายังไงล่ะ” มนปรียาเอ่ยถามเสียงแข็ง กลัวก็กลัว อยากรู้ก็อยาก มือบางยกขึ้นเท้าสะเอวอย่างเอาเรื่อง ทั้งๆ ที่ในใจก็เต้นตูมตามด้วยความกลัวไม่น้อย แต่ทำเป็นใจดีสู้เสือ
   
        “หึหึ..อีกไม่นานเราจักได้พบกัน..ยอดรัก” หลังจากจบถ้อยคำนั้นไฟฟ้าในห้องพักก็ดับลงทันทีอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย

        “พรึ่บ! อ๊าย!” ทันทีที่ไฟในห้องดับพรึ่บ ร่างบางทั้งสองกระโดดเข้าหากันพร้อมกับคลุมโปงด้วยความรวดเร็ว ตามมาด้วยเสียงกรีดร้องที่ดังลั่นห้องด้วยความตกใจและไม่ทันตั้งตัว

        “ไอ้ปอ..แกอย่าแย่งผ้าห่มสิ” ร่างบางพยายามเบียดตัวเข้าไปในผ้าห่มพร้อมกับออกแรงดึงผ้าให้มาทางตัวเอง

        “ไอ้ม่อน..แกนั่นแหละอย่าดึงสิ” ปอฉัตรโวยวาย พยายามยื้อผ้าให้กลับมาข้างเธอ

        “พรึ่บ!” แล้วระหว่างที่ทั้งคู่แย่งผ้ากันไปมา ไฟก็ติดขึ้นอีกครั้ง หนังสือดวงใจแห่งข้าเปิดกางออกอยู่ข้างๆ สองสาวเหมือนมีคนกางเอาไว้ให้

        “เฮ้ย!” เสียงร้องที่ประสานเสียงกันดังขึ้นอีกครั้ง ก่อนที่จะกระโดดหนีหนังสือที่ได้มาด้วยความตั้งใจทั้งคู่

        “ยัยม่อน..ฉันว่าเอาหนังสือเล่มนี้ไปทิ้งเถอะ” พูดพร้อมกับมองหวาดๆ ไปยังหนังสือที่อยู่บนเตียง

        “ทิ้งยังไงล่ะ ก็รับปากลุงแกมาแล้วไม่ใช่หรอ แล้วจะทำไงได้ล่ะ” ร่างบางเอ่ยขึ้นเสียงอ่อย นัยน์ตาสวยจ้องมองไปยังหนังสือที่เปิดออกอย่างเชิญชวนเช่นกัน

        “ฉันอยากจะบ้าจริงๆ ไม่น่ามาที่นี่เลย แกนะยัยม่อน ไม่น่าเลยจริงๆ” โวยวายเพื่อนอย่างฉุนจัดแต่ไม่กล้าขยับเข้าไปใกล้กับหนังสือ

        “ฉันไม่รู้นี่ว่ามันจะเป็นอย่างนี้ หรือเราจะโดนแกล้ง” เสียงใสเอ่ยถามเหมือนปลอบตัวเองมากกว่า

        “จะบ้าหรอ ใครจะมาแกล้ง คนที่นี่ไม่รู้จักเราด้วยซ้ำไป” ปอฉัตรแว้ดใส่ทันที

        ..ไอ้ม่อนเอ๊ย! ฉันไม่น่ามากับแกเลยจริงๆ เจออาถรรพ์หนังสือต้องคำสาปฟาโรห์ราเมเนสเข้าให้แล้วไหมล่ะ ไอ้ปออยากร้องไห้ ไม่เคยกลัวอะไรเท่ากลัวผีมาก่อนเลยในชีวิต..

        “แล้วจะเอายังไงล่ะทีนี้” มนปรียาที่ยังยืนเกาะแขนปอฉัตรเอ่ยถาม นัยน์ตากลมจ้องมองไปยังหนังสือ

        “ทิ้งมันไว้อย่างนั้นจนเช้านั้นแหละ ขืนไปขยับอีกคงได้หัวใจวาย” ปอฉัตรเอ่ยบอกพร้อมกับค่อยๆ เขยิบออกห่างจากหนังสือที่อยู่บนเตียงของมนปรียา

        “แล้วจะนอนยังไงล่ะ” คนโดนแย่งเตียงเพราะหนังสือต้นเหตุเอ่ยถามเสียงอ่อย

        “นอนเบียดๆ กันก็แล้วกัน เปิดไฟไว้ด้วยนะยัยม่อน” ว่าพร้อมกับกระโดดขึ้นเตียงตัวเองทันที

        “ฉันว่าเราลองทำตามหน่อยดีกว่าไหม ฉันก็อยากรู้เหมือนกัน ไหนๆ ก็นอนไม่หลับอยู่ดีหากว่าหนังสือมันยังเปิดอยู่แบบนี้”

        “แกแน่ใจนะว่าจะลองอ่ะ หากว่าเสียงหัวเราะบ้าๆ นั่นกลับมาอีกจะทำยังไง” เอ่ยเสียงสูงพร้อมกับมองอย่างหวาดๆ

        “คงไม่แล้วมั้ง ลองดูเถอะนะยัยปอ ฉันอยากรู้” คนอยากรู้ทำใจกล้าค่อยๆ เดินเข้าไปใกล้หนังสือ

        “ยัยม่อน! จะลองจริงหรอ ฉันกลัวอ่ะ” คนกลัวกระเถิบตัวลงมาจากเตียงอย่างรวดเร็วมาเกาะอยู่ด้านหลังมนปรียา

        “เฮ้ย! แกจะเกาะฉันทำไมเนี่ย ฉันก็กลัวไม่แพ้แกหรอก แต่ความอยากรู้มันมีมากกว่า ฮ่าๆ” เสียงหัวเราะของมนปรียาเรียกความกล้าของปอฉัตรให้กลับคืนมาได้บ้าง

        “เออ..เอาลองดูก็ได้ หากถ้าเสียงดังมาอีก ก็ลองดูว่าไอ้ปอจะทำยังไง” น้ำเสียงจริงจังกับท่าทางเตรียมพร้อมทำให้คนที่โดนเกาะหลังเมื่อครู่หันมายิ้มขำ

        ..เออ บทมันจะกล้าท้าผีนี่ก็เอาเรื่องดีเหมือนกันเนอะ..

        “ฉันนับหนึ่งถึงสามแล้วค่อยลอง ตกลงมั้ย?” ปอฉัตรเอ่ยถามแต่ยังไม่ยอมเข้าไปใกล้กับหนังสือ

        “อืม..ตกลง” พยักหน้าพร้อมกับเข้าไปจับหนังสือ มือบางสั่นน้อยๆ แต่ก็ข่มใจตัวเองไว้

        ..กล้าๆ หน่อยยัยม่อนเอ๊ย เรื่องแค่นี้เอง ผีไม่มีในโลกหรอก..

        “หนึ่ง สอง สาม!” ทันทีที่ปอฉัตรเอ่ยถึงสาม ริมฝีปากอิ่มของมนปรียาก็จรดเข้ากับหนังสือตรงตัวอักษรฮีโรกลิฟิกทันที นัยน์ตาสวยหลับตาปี๋ยามสัมผัสกับหนังสือ ก่อนค่อยๆ ผลักหนังสือออกห่างริมฝีปากและตัวเพื่อรอดูผล

        “เฮ้ย! ยัยปอ” เสียงใสตะโกนอย่างตกใจผสมความดีใจทันทีที่เปิดหนังสือออกแล้วพบกันข้อความที่ปรากฏขึ้นมาสามบรรทัดในหน้าแรก

        “ไม่ว่ากาลเวลาจักผันผ่านไปเนิ่นนานเพียงใด หรือไม่ว่าเจ้าจะอยู่ ณ แห่งหนไหน ขอให้ดวงจิตของเจ้าที่ผูกติดไว้กับข้า จงนำเจ้า ยอดรักของข้ากลับคืนมาสู่ ณ ดินแดนแห่งไอยคุปต์นี้ ด้วยหัวใจรักของข้าจักยังคงอยู่กับเจ้าตลอดไปแต่เพียงผู้เดียว..ยอดรักยอดดวงใจของข้า ฟาโรห์ราเมเนสแห่งจักรวรรดิอียิปต์”

        “ยะ ยะ ยัยปอ!” เสียงใสเอ่ยเรียกเพื่อนอย่างตะกุกตะกักเมื่อไล่สายตาอ่านไปตามข้อความที่ปรากฏขึ้นมา

        “ทำไม มีอะไรหรือไง อย่าทำเสียงแบบนั้นได้ไหม ฉันกลัวนะ” คนที่กลัวค่อยๆ กระเถิบตัวเองเข้ามาทีละนิดๆ จนเห็นข้อความในหนังสือ

        “เฮ้ย! มะ มะ เหมือนกันเลยนี่หว่า” เอ่ยบอกพร้อมกับชี้ไปที่ข้อความนั้น

        “เออน่ะสิ” หญิงสาวตอบรับพร้อมกับทำหน้าแหยๆ

        “งี้แสดงว่าเล่มนี้ก็เป็นหนังสือของจริงน่ะสิ” ปอฉัตรเอ่ยเสียงสั่น

        “เหอๆ สงสัยจะใช่อ่ะยัยปอ คุณลุงแกไม่ได้หลอกพวกเราหรอก แล้วเสียงเมื่อกี้ก็คงจะไม่ใช่ใครนอกจาก..” ยังไม่ทันที่มนปรียาจะเอ่ยจบ ปอฉัตรก็เอ่ยแทรกขึ้นมาเสียก่อน

        “ฟาโรห์ราเมเนส!” หลังจากปอฉัตรเอ่ยจบ มนปรียากก็พยักหน้าหงึกหงักตามด้วยเสียงตอบรับอย่างเต็มปากเต็มคำทันทีโดยไม่ต้องลังเล

        “ใช่เลยล่ะ”

        “เฮ้ย! อย่าอ่านนะยัยม่อน ฉันกลัวพายุจริงๆ” ปอฉัตรรีบเอ่ยบอกเพื่อนเพราะยังจำได้ดีถึงวันที่อ่านประโยคนี้

        “โห..กลัวไปได้ยัยปอ นี่มันในโรงแรม ตึกตั้งกี่ชั้นแล้วเราอยู่ตั้งชั้นที่ยี่สิบ ลมที่ไหนจะพัดเข้ามาได้แรงขนาดนั้น” หญิงสาวส่ายหัวกับความคิดของเพื่อน ก่อนพลิกไปอีกหน้า

        “ดวงใจแห่งข้า..ข้ารอเพียงเจ้า เจ้าคนเดียวเท่านั้นที่ข้ารัก ได้โปรดกลับมาหาข้า มาอยู่กับข้าในดินแดนไอยคุปต์แห่งนี้ ข้าทนไม่ได้หากไม่มีเจ้าอยู่เคียงข้าง กลับมาหาข้านะยอดรัก” หลังจากหญิงสาวอ่านคำที่อยู่ในหนังสือก็รู้สึกตัวเองเจ็บที่หัวใจอย่างบอกไม่ถูก มือบางทาบไปที่หน้าอกตัวเอง สีหน้าแลดูเจ็บปวด ทำให้ปอฉัตรที่อยู่ใกล้ๆ เอ่ยถามด้วยความห่วงใย

        “ม่อน..เป็นอะไรหรือเปล่า ทำไมสีหน้าไม่ค่อยดีเลย”

        “ฉันรู้สึกว่าข้อความนี้มันเหมอืนกับว่าฟาโรห์ราเมเนสเขียนถึงตัวฉันเองยังไงก็ไม่รู้ มันรู้สึกเจ็บแปลบๆ ที่ใจ” คนเจ็บหน้าอกเงยหน้าขึ้นมองเพื่อนพร้อมกับเอ่ยบอก

        “ฮ่าๆ ฉันก็นึกว่าทำไม สงสัยแกจะอินจัดแล้วล่ะมั้งยัยม่อนเอ๊ย” เสียงใสเอ่ยหัวเราะเพื่อน สงสัยเพื่อนเธอจะเป็นเอามาก ร่างบางส่ายหัวพร้อมกับยิ้มอย่างขำขัน

        “ไอ้ปอ! แกว่าฉันอีกแล้วนะ” เสียงใสเอ่ยแว้ดขึ้นอย่างไม่สบอารมณ์ ดูเถอะ มันว่าเธอกี่ครั้งแล้วเนี่ย

        “ฮ่าๆ ก็มันจริงนี่ โอเคๆ ไม่กวนโมโหแล้ว นอนกันเถอะ พรุ่งนี้ยังต้องมีภารกิจที่ต้องทำอีกนะ” เอ่ยจบปอฉัตรก็เดินที่ไปเตียงตัวเองทันที

        “อ่าว..ไม่อ่านต่อหรอ ฉันยังอยากรู้อยู่เลย” ริมฝีปากอิ่มเอ่ยเสียงอ่อย ใบหน้าเรียวแห้งลงทันทีที่ปอฉัตรเอ่ยบอก

        “ไม่เอาแล้ว แค่นี้ก็ขนลุกแล้ว ถ้าอยากรู้ไว้ไปอ่านพรุ่งนี้ที่พีระมิดเฮียแกก็แล้วกัน ฉันนอนล่ะ” ไม่รอเสียงเอ่ยท้วงของเพื่อน ปอฉัตรก็ล้มตัวลงนอนคลุมโปงทันที

        ..จริงๆ แล้วเธอก็รู้สึกขนลุกเหมือนกันตอนที่ยัยม่อนอ่าน ไม่อย่างนั้นก็ว่าจะเปิดดูต่อหรอก ไม่รู้ทำไมโชคชะตาเล่นตลกให้พวกเธอต้องมาเกี่ยวข้องกับเรื่องแบบนี้ด้วยก็ไม่รู้ เฮ้อ..ปอฉัตรถอนหายใจภายใต้ผ้าห่มก่อนที่จะหลับตาลงเข้าสู้ห้วงแห่งความฝัน

        ทันทีที่เห็นเพื่อนชิงหนีนอนไปก่อน ร่างบางก็เลยได้แต่ทำหน้าเซ็งจัด มือบางปิดหนังสือดวงใจแห่งข้าก่อนวางไว้ตรงโต๊ะหัวเตียงอย่างจำยอม อยากอ่านก็อยากอยู่หรอก แต่ถ้าอ่านคนเดียวเธอก็กลัวเหมือนกัน ขนาดข้อความสองข้อความแรกยังทำให้เธอรู้สึกแปลกๆ เลย ถ้าหากอ่านคนเดียวแล้วเกิดหนังสือดูดเธอเข้าไปจะทำยังไง เฮ้อ หรือว่าเธอจะบ้าไปแล้วจริงๆ อย่างที่ยัยปอบอก โอ้..ไม่นะ เฮ้อ! หญิงสาวส่ายศีรษะไปมาก่อนที่จะยิ้มขำตัวเอง..

        “ไอ้ม่อนเอ๊ย! แกนี่ถ้าจะบ้า ใครจะไปหายตัวได้แบบนั้น” หญิงสาวพูดกับตัวเองก่อนล้มตัวลงนอนพลางหันไปมองที่หนังสืออีกครั้ง

        “แล้วพรุ่งนี้ฉันจะเอาหนังสือไปคืนให้คุณนะ” ริมฝีปากอิ่มเอ่ยบอกก่อนที่จะล้มตัวลงนอน

        ..แน่นอนยอดรักของข้า พรุ่งนี้เราจักได้พบกัน..




...........................................................................................................................................
[1] สฟิงซ์ (Sphinx) สฟิงซ์นั้นมีอยู่หลากหลายพันธุ์ แต่สฟิงซ์ของอียิปต์ เป็นการผสมกันระหว่างมนุษย์กับสิงโต ส่วนหัวที่เหมือนมนุษย์นั้น มีสัญลักษณ์ องฟาโรห์อียิปต์แสดงไว้ชัดเจน คือมีเคราที่คาง ตรงหน้าผากมีงูจงอางแผ่แม่เบี้ย และมีเครื่องประดับรัดเกล้าแบบกษัตริย์โดยรอบ





...........................................................................................................................................
จบบทที่ 5 แล้วนะ วันนี้มาอัพให้ช้ามากเลย ยังไงก็ต้องขอโทษด้วยนะคะ สนุกไม่สนุก มีความเห็นอย่างไรบอกกันบ้างนะคะ หากพบเห็นคำผิดตรงไหนบอกดาวเหงาทีนะคะ จะได้นำไปแก้ไขค่ะ ^^



>>ตอบคอมเม้นท์นิดนุงเนอะ<<

คุณ MiSuO KunSaRuSang , แหะๆ ค้างอีกคนแล้วหรอค๊า ดาวเหงาพูดไม่ออกเลย ค้างแบบนี้ต้องตามอ่านกันต่อนะคะ ดาวเหงาจะพยายามไม่ทำให้ค้างนานค่ะ จะพยายามมาลงให้ตามวันที่บอกนะคะ อมยิ้มหวานให้คุณ MiSuO KunSaRuSang ^^


คุณ ^..NuTTy..^ , อีกไม่นานแล้วค่ะ ใกล้จะเจอกันแล้ว ยัยม่อนใกล้จะได้สร้างความป่วนแล้วค่ะ อิอิ ^^


น้อง 『HoneyCafe』 , ขอบใจมากๆ เลยจ้าน้องโยที่ยังไม่ลืมกัน ดีใจที่แวะมาแอดมาอ่านกันนะจ๊ะ เรื่องดื้อเนี่ย พี่ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าคุณฟาโรห์หรือว่ายัยม่อนของเราจะดื้อกว่ากัน ยังไงต้องติดตามเนอะ บอกเดี๋ยวไม่สนุก อิอิ อ่า ค้างอีกคนแล้ว แหะๆ เปิดเรื่องใหม่มานี้ทำให้หลายคนค้างโดยไม่ได้ตั้งใจเลยน๊า ^^


เฮียเอก , จริงปะคะเฮีย หนุกจริงปะ อิอิ ยังไงก็ขอบคุณน๊าค๊า ^^


คุณ ลูกน้ำ , ขอบคุณค๊า ดีใจนะคะที่คุณลูกน้ำมาอ่านมาเม้นท์ ตามอ่านกันเรื่อยๆ เม้นท์กันบ่อยๆ นะคะ ดาวเหงาจะได้รู้ว่าแต่ละตอนเป็นอย่างไรบ้าง ^^


คุณ เดือนเสี้ยว , ฮ่าๆ ใช่ค่ะ เดี๋ยวจะหาว่าลาว เอ้ย เราไม่เตือนเนอะคุณเดือนเสี้ยว ^^


ขอบคุณทุกๆ คนที่แวะมาอ่านมาคอมเม้นท์ให้ดาวเหงาได้นั่งยิ้มและมีกำลังใจเพิ่มที่จะปั่นนิยายต่อนะคะ ขอบคุณสำหรับคะแนนโหวตและแวะมาเล่นกับเจ้าราม่อนด้วยนะคะ แล้วพบกันตอนหน้าในวันศุกร์ที่ 5 ส.ค. 54 นี้นะคะ ^^


ด้วยรัก..จากใจ
ดาวเหงา (Lonely Star)


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

497 ความคิดเห็น

  1. #85 ฝนธารา (@mini1234) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2555 / 18:57
    จะได้เจอกันแล้ว
    #85
    0
  2. #84 Aburame_Shino (@Nara_nicharee) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2554 / 16:13
    อ๊าย จะได้พบแล้ว ๆ ดีใจอ่ะ
    #84
    0
  3. #83 dekkaset56 (@goay56) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2554 / 00:16

    อือจะได้เจอกันแล้ว แต่จะพบกันอีกท่าไหนหล่ะเนี่ย

    #83
    0
  4. #82 ตกร่อง (@9334) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2554 / 00:14
    โอย ๆๆๆ รีบมาอัพนะคะ
    รอวันได้เจอกันซะที อยากอ่านตอนที่ม่อนวิ่งหนีฟาโรห์ คงฮาพิลึก
    แล้วเพื่อนปอ ไปด้วยกันไม๊ แล้วจะมีให้ลุ้นอีกคู่ไม๊คะ
    รีบมาอัพเร็วๆ นะ
    ดื่นเต้น ตื่นเต้น
    ฮูฮูฮู
    #82
    0
  5. #81 『HoneyCafe』 (@xanxus220) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2554 / 22:20
    โยว่าถ้าทางนางเอกก้อชั่ยย่อยนะเนี้ย
    #81
    0
  6. #80 shinguza (@shinguza) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2554 / 13:48
    อัพไวไวน๊าาาาาาารออยู่่่่
    #80
    0
  7. #79 ::Nisakarn:: (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2554 / 02:14
    ค้างทุกตอนเลยอ่าาาาา TT^TT
    #79
    0
  8. #78 matjuratjung (@matjuratjun) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2554 / 00:15
    สนุกมาก มาย อยากให้เจอพระเอกเร็ว ๆ จังเลย
    #78
    0
  9. #77 เอก (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2554 / 07:26
    พรุ่งนี้เราจะได้เจอกันแว้ววว
    #77
    0
  10. #76 ^..NuTTy..^ (@khoewfuang) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2554 / 03:01
     สองสาวนี่ยังไงนี่..ขนาดยังไม่ได้ข้ามมิตินะนี่
    #76
    0
  11. #75 MiSuO KunSaRuSang (@mightym1) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2554 / 01:19
    นางเอกของเราจะได้พบกับพระเอกแล้วววว~~~~~
    #75
    0