ทาสรักดวงใจฟาโรห์ (ประกาศรายชื่อ)

ตอนที่ 3 : บทที่ 3

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,102
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8 ครั้ง
    15 ก.ค. 54





บทที่ 3




            “ในการขุดค้นฟาโรห์ราเมเนสองค์นี้ ได้เกิดเหตุการณ์ประหลาดขึ้นขณะที่พบหนังสือที่ว่าหายไปจากการโดนขโมย กลับมีร่องรอยของบางสิ่งที่น่าจะเป็นหลักฐานนำไปตามหาหนังสือที่ว่าได้” น้ำเสียงที่อ่านไปมีแววตื่นเต้น นัยน์ตาสีดำกลมโตพราวระยิบยามอ่านมาถึงที่ว่ามีหลักฐานนำไปตามหาหนังสือได้

            “ยัยม่อน แกอย่าบอกนะว่าแกจะ..” ปอฉัตรชี้ไปที่มนปรียาที่เงยหน้าขึ้นมายิ้มหวานเสียกว้างอย่างมีเลศนัย
   
            “ใช่..ฉันว่าจะไปตามหาหนังสือที่หายไปด้วยตัวฉันเอง และแกก็ต้องไปกับฉันด้วยยัยปอ”

            “แกบ้าไปแล้วจริงๆ ฉันไม่ไปกับแกหรอกยัยม่อน” หญิงสาวส่ายหัวไปมาทันทีที่เพื่อนสนิทบังคับให้ไปด้วย ความกลัวที่มีเป็นทุนเดิมตอนเกิดพายุยังคงวนเวียนอยู่ในหัวของเธอ

            “เถอะน๊า..ยัยปอ ถ้าแกไม่ไปด้วย แล้วฉันจะไปกับใครล่ะ ไปอียิปต์ด้วยกันน๊า” เสียงหวานออดอ้อนพร้อมกับเกาะแขนปอฉัตร ดวงตากลมโตสีดำกระพริบถี่ๆ เป็นการเรียกร้อง

            “ไม่เอา ไม่ไป ปล่อยฉันนะยัยม่อน” ตอบเสียงเขียวพร้อมกับพยายามแกะมือที่เหมือนหนวดปลาหมึกของมนปรียาออก

            “ไม่ปล่อย!..ไปด้วยกันน๊าๆ ตั๋วไปกลับฟรีตกลงมั้ย” หญิงสาวเอ่ยพร้อมกับชูนิ้วขึ้นหนึ่งนิ้วเป็นการย้ำว่าตั๋วหนึ่งใบไปกลับแน่นอนจะเป็นของปอฉัตร หากว่าเพื่อนจะยอมตกลงไปด้วยกับเธอ

            “แกเอาตั๋วฟรีมาล่อฉันหรือไงยัยม่อน” เสียงสูงเอ่ยขึ้นจนเกือบตวาด

            “หรือไม่เอาก็ตามใจ ฉันไปคนเดียวก็ได้” มือบางที่เกาะแขนปอฉัตรไว้ปล่อยลงทันทีด้วยความเซ็งจัด ใบหน้าเรียวสะบัดหน้าหนีก่อนพาตัวเองไปนั่งบนเตียงโดยไม่สนใจปอฉัตรที่ทำหน้าเหวอเมื่อเห็นมนปรียาเดินหนี

            คนที่โดนเมินเกาหัวแกรกๆ เอ่ยเสียงอ่อนเสียงหวาน “โธ่!..แค่นี้ทำงอนไปได้ยัยม่อน ฉันไปเป็นเพื่อนด้วยก็ได้ ตั๋วไปกลับฟรีๆ ใครจะไม่ชอบ จริงมั้ย?”

            ..ว่าแล้วเชียวว่ามันต้องไปเพราะได้ของฟรี ยัยปอเอ๊ย!..มนปรียาส่ายหัวยิ้มขำกับความงกของเพื่อน

           “ดีมาก งั้นอาทิตย์หน้าเตรียมตัวเดินทางได้เลย”
   
           “แน่ใจหรอยัยม่อนว่ามันจะมีอยู่จริง แล้วมันจะยังอยู่ในอียิปต์ ไปใช่ไปเก้อล่ะฉันจะหัวเราะขำให้ฟันหลุดเลย”

           “ไม่ลองก็ไม่รู้สิจ๊ะ จริงมั้ย? ฮ่าๆ” มนปรียาหัวเราะด้วยความดีใจ ร่างบางโผเข้ากอดเพื่อนรักจนอีกฝ่ายเซเพราะไม่ทันตั้งตัว

           ..ไอ้ม่อนเอ๊ย ฝันจะเป็นจริงแล้วโว๊ย ตั้งแต่อ่านหนังสือนิยายแนวอียิปต์ ทะเลทรายจนกระทั่งหนังสือประวัติศาสตร์ อารยธรรมโบราณก็ทำให้เธออยากจะไปเหยียบบ้านเกิดเมืองนอนของฟาโรห์ดูสักครั้ง ไม่คิดเลยว่าการที่ปอฉัตรซื้อหนังสือเล่มนี้มาให้ จะทำให้เธอได้ไปเที่ยวอียิปต์ได้เร็วกว่าเดิม ต้องขอบใจเพื่อนเธอจริงๆ แล้วพบกันนะอียิปต์และฟาโรห์จ๋า..มนปรียายิ้มอย่างมีความสุขก่อนที่จะล้มตัวลงนอน


            อียิปต์สมัย 2,000 ปีก่อนคริสตกาล

            ภายในท้องพระโรงที่ถูกตกแต่งไว้ด้วยผ้าละลินที่ทำเป็นระย้าลงมาอย่างสวยงามและกว้างใหญ่ตอนนี้ บนเก้าอี้สีทองสลักลายตัวใหญ่ที่ตั้งเด่นสง่าอยู่บนสุดของท้องพระโรงมีฟาโรห์ราเมเนสกำลังนั่งอยู่ ใบหน้าคมเข้มแลดูเคร่งเครียดไม่น้อย คิ้วหนาขมวดเข้าหากันยามที่ขุนนางและเสนาบดีเอ่ยถึงเรื่องการลักลอบ

            “ทูลฝ่าบาท ตอนนี้ทางตอนใต้ของอียิปต์เรา ทหารรายงานขึ้นมาว่ามีการลักลอบสินค้าพ่ะย่ะค่ะ” ซาคูลที่ดำรงตำแหน่งขุนนางชั้นสูงเอ่ยทูลฟาโรห์ราเมเนสทันทีที่การประชุมเริ่มขึ้นด้วยสีหน้าเคร่งเครียด

             “ข้าพอจะรู้มาบ้างแล้วเรื่องนี้ ข้าให้คนคอยจับตาดูเหตุการณ์อยู่ หากว่ามันทำอีกครั้ง ข้าจะไม่ปล่อยมันให้มีชีวิตรอดอีกต่อไป เจ้าไม่ต้องกลัวซาคูล”

             “แต่ยังไม่หมดเท่านั้นพ่ะย่ะค่ะ” ซาคูลค่อมตัวเอ่ยทูลอีกครั้ง ทำให้ฟาโรห์ราเมเนสเลิกคิ้วก่อนหันหน้าไปมองเซราสที่หน้าเคร่งเครียดไม่แพ้กัน

             “ว่ามา ข้ารอฟังอยู่” เสียงเข้มเอ่ยขึ้นด้วยความห้วนจัดจนซาคูลรีบเงยหน้ามองฟาโรห์ราเมเนสพร้อมกับเอ่ยทูลอย่างรวดเร็ว เพราะหากว่านานกว่านี้เขาคงจะโดนลงโทษที่เอ่ยทูลช้าอย่างแน่นอน

             “ตอนนี้นอกจากการลักลอบสินค้าแล้ว ทางตอนใต้ยังมีนูเบียที่เริ่มรวบรวมกองกำลังพลอยู่พ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมไม่แน่ใจว่าทางนูเบียนั้นคิดจะก่อสงครามกับใคร ไม่แน่อาจจะเป็นกับอียิปต์ก็ได้พ่ะย่ะค่ะ”

             “เจ้าไปรู้มาได้อย่างไรซาคูล”

             “ที่ฝ่าบาทให้กระหม่อมไปดูงานเรื่องการขนหินมาเพื่อก่อสร้างพีระมิดของพระองค์พ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมเลยไปแถบแนวชายแดนเพื่อดูความเรียบร้อย แต่เห็นว่าทางด้านโน้นมีการรวบรวมพลกันอยู่พ่ะย่ะค่ะ”

              “เซราส! เจ้ารู้เรื่องนี้มาก่อนหรือไม่” น้ำเสียงที่ดุดันเอ่ยถามองครักษ์คนสนิทที่อยู่ใกล้ๆ ทันทีที่ได้ยินอย่างนั้น

             “พ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมพอจะล่วงรู้มาบ้าง เพียงแต่ยังหาหลักฐานไม่ได้พ่ะย่ะค่ะว่าทางนูเบียจะก่อสงครามจริงหรือไม่” องครักษ์เซราสเอ่ยตอบ ใบหน้าคมแลดูเคร่งเครียดไม่น้อย เพราะว่าข่าวที่ท่านซาคูลว่ามานั้น เขาเองกำลังคิดเช่นเดียวกัน เพียงแต่ว่ายังไม่ทันจะได้เอ่ยและเพราะว่ายังไม่มีหลักฐานที่แน่ชัดจริงๆ เขาเลยไม่กล้าไม่เอ่ยทูล หากว่าทางนูเบียไม่ได้คิดจะก่อสงครามกับอียิปต์ อาจจะทำให้การค้าเกี่ยวกับทั้งสองฝ่ายเกิดปัญหาได้

            “งั้นข้าจะเดินทางไปอียิปต์ใต้ในวันพรุ่งนี้ ข้าอยากจะไปเห็นด้วยตัวข้าเอง เซราส..เจ้าจัดเตรียมคนให้พร้อม” เสียงเข้มเอ่ยขึ้น กรามขบกันแน่นเมื่อได้ยินว่านูเบียคิดจะก่อสงครามกับใคร

            “พ่ะย่ะค่ะ” เซราสรับปากด้วยความหนักแน่น

            ..เจ้าคิดผิดแล้วที่คิดจะทำสงครามกับข้า ใครหน้าไหนที่คิดจะมายึดครองดินแดนไอยคุปต์แห่งนี้ ข้า..ฟาโรห์ราเมเนสจะไม่ปล่อยให้พวกเจ้ามีชีวิตอยู่อย่างแน่นอน..มือหนากำแน่น กรามหนาขบกันเป็นสันนูน นัยน์ตาสีเหล็กแววโรจน์ไปด้วยแรงแห่งโทสะและมุ่งมั่นว่าชัยชนะต้องเป็นของพระองค์อย่างแน่นอน


            สนามบินนานาชาติกรุงไคโร ประเทศอียิปต์

            บริเวณประตูทางออกของผู้โดยสารมีหญิงสาวหน้าตาสะสวยเดินออกมาพร้อมกัน วันนี้มนปรียาอยู่ในชุดเสื้อสีขาวแขนกระบอกมีระบายอยู่ตรงข้างในหัวไหล่ถึงใต้อกสวมทับกับกางเกงขาสั้นเหนือเข่าสีน้ำตาลอ่อน เผยให้เห็นเรียวขาขาว ผมยาวสลวยปล่อยให้เป็นลอน พร้อมกับกระเป๋าสะพายหนังสีดำใบเขื่องไว้ด้านซ้าย มือขวาจับกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ของตัวเองลากตามมา

           ทางด้านปอฉัตรก็ไม่น้อยหน้าเพื่อน หญิงสาวอยู่ในชุดเสื้อยืดพิมพ์ลายภาษาอังกฤษสีน้ำเงินเข้มคอกว้าง ข้างในเป็นเสื้อกล้ามตัวจิ๋วสีชมพูเพื่อให้ตัดกับเสื้อตัวนอก สวมกับกางเกงยีนต์ขาสั้นเหนือเข่ามากว่าเกือบเผยให้เห็นเรียวขาขาวและสวยเหมือนมนปรียาแต่ทว่าสั้นกว่าอย่างเห็นได้ชัด ไหล่ขวาสะพายกระเป๋าหนังสีน้ำตาลใบใหญ่เอาไว้ ผมดำยาวถูกเจ้าตัวรวบไว้เป็นทรงซาลาเปาสูง หน้าสวยมีแว่นตาสีม่วงกรอบดำสวมไว้ มือซ้ายลากกระเป๋าเดินทางของตัวเองมาข้างๆ มนปรียา

           ขณะที่ทั้งสองสาวเดินผ่านไม่ว่าจะเป็นหนุ่มหรือสาว ทั้งหมดต่างก็จับจ้องที่ร่างบางทั้งสองคนโดยไม่กระพริบตาแม้แต่นิด เพราะความน่ารักสดใสบวกกับความสวยที่แผ่กระจายไปทั่วทั้งอาคารผู้โดยสาร ทำให้หญิงสาวทั้งสองคนกลายเป็นจุดสนใจของทุกคนได้ไม่ยาก สีผิวที่ขาวอมชมพูซึ่งผิดแปลกไปจากชาวอาหรับที่นี่ ยิ่งทำให้หนุ่มๆ ทั้งหลายมองตามกันตาละห้อยเมื่อหญิงสาวทั้งสองคนเดินผ่านประตูทางออกของสนามบินมายืนรอรถแท็กซี่ด้านนอก

           “เย้! ไอ้ม่อนได้มาอียิปต์แล้วโว๊ย! ดีใจจริงๆ เลย” มนปรียาตะโกนเสียงดังเมื่อออกมาด้านนอกอาคารด้วยความดีใจที่ได้มายังดินแดนแห่งมนต์ขลังที่ใฝ่ฝันมานาน

           “ยัยม่อน! เบาๆ หน่อยได้ไหม คนมองมากันใหญ่แล้ว เมื่อกี้ก็มองทั้งสนามบินแล้วนะแก” ปอฉัตรเอ่ยปรามเพื่อนเมื่อคนที่ยืนรอรถด้านนอกต่างก็หันมาเป็นสายตาเดียวกันทันทีที่มนปรียาเอ่ยขึ้นเสียงดัง

           “ก็ฉันดีใจนี่น่า..ฟาโรห์อเมนเนปของม่อนจ๋า ม่อนมาหาแล้วน๊า” นัยน์ตาสีดำกลมโตสวยเปล่งประกาย ริมฝีปากอิ่มยิ้มหวานเมื่อนึกถึงฟาโรห์ที่มีตัวตนโลดแล่นอยู่ในนิยายที่ตัวเองคลั่งไคล้

           “แล้วฟาโรห์อีกพระองค์หายไปไหนล่ะย่ะแม่คนบ้าอียิปต์” ปอฉัตรเอ่ยถามด้วยความหมั่นไส้คนที่บ้าอียิปต์จัด ไม่น่าพามันมาเล๊ย ไอ้ปอเอ๊ย!

           “ฉันไม่ได้ลืม เพียงแต่ว่าอเมนเนปของฉันน่ะน่าจะหล่อมากกว่าไง” คนเอ่ยตอบเอามือผสานกันไว้ใต้คางพร้อมกับทำหน้าทะเล้น

           “พูดแบบนี้เดี๋ยวคุณฟาโรห์ราเมเนสก็ได้น้อยใจแย่ ที่ยัยม่อนปันใจไปให้อเมนเนปที่ไม่มีตัวตนอยู่จริงในโลกนี้ แต่ดันมีอยู่แค่ในนิยายแค่นั้นหรอก อิอิ” ยิ้มหวานให้มนปรียาเมื่อตัวเองได้เอ่ยแซว แม้จะนิดๆ หน่อยก็เถอะ

            “ฮ่าๆ ฟาโรห์ราเมเนสเขาอาจจะมีราชินีแล้วก็ได้ยัยปอ จำไม่ได้หรือไงที่บันทึกเขียนไว้น่ะ ส่วนอเมนเนปสุดที่รักของฉันน่ะถึงจะมีแพรพิงค์สาวน้อยนัยน์ตาหวานอยู่แล้วก็เถอะ แต่ว่าฉันก็ยังรักอเมนเนปอยู่ดี หากย้อนเวลาไปได้ ฉันอยากไปแทนแพรพิงค์แล้วก็รักกับอเมนเนปจริงๆ เลยยัยปอ” ร่างบางเอ่ยอย่างรวดเร็ว ความจำในส่วนของนิยายที่อ่านมานั้นเรียกได้ว่าซึมซับเข้าไปอยู่ในโสตประสาทของเธอทุกอณูแล้ว ดังนั้นทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่ในนิยายจึงได้พรั่งพรูออกมาราวกลับว่าตัวเองเป็นแพรพิงค์นางเอกในนิยายเรื่องนี้จริงๆ ใบหน้าเรียวสวยเคลิบเคลิ้มกับจินตนาการของตัวเอง

            “แหม..ยัยม่อนเอ๊ย แกคงได้ย้อนเวลาไปเหมือนนางเอกในนิยายหรอก บ้าไปแล้วเพื่อนฉัน เฮ้อ!” ร่างบางเอ่ยพร้อมกับถอนหายใจก่อนที่จะหันไปทางรถแท็กซี่ที่เพิ่งเคลื่อนตัวเข้ามาจอดตรงหน้า

            “ฉันไม่ได้บ้านะ แต่ถ้าฉันไปได้จริงล่ะก็ งานนี้คงมีอะไรสนุกๆ ให้ทำอีกเยอะเลย” หญิงสาวเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เจือความปราถนาที่อยากจะย้อนเวลากลับไปได้บ้างเหมือนในนิยายที่ตัวเองอ่าน

            “บ้าไปคนเดียวเถอะไอ้ม่อน ฉันไม่บ้าไปกับแกแล้ว ไปๆ รถขึ้นได้แล้วจะได้ถึงที่พักสักที เหนื่อยกับการเดินทางอย่างเดียวไม่ว่า เหนื่อยใจกับเพื่อนอย่างแกที่บ้าอียิปต์ไม่เลิกอีก” ปอฉัตรเอ่ยตัดบท หากเถียงกับมันอีก งานนี้คงไม่ถึงที่พักง่ายๆ

            “ถ้าฉันไปได้ ยังไงแล้วแกก็ต้องไปกับฉันอยู่ดีไอ้ปอ ฮ่าๆ เพราะแกคงไม่ปล่อยเพื่อนรักอย่างฉันไปคนเดียวหรอก จริงมั้ย?” ร่างบางเอ่ยเสียงสูงเป็นการถาม ทำให้ปอฉัตรที่กำลังจะก้าวขึ้นรถหันขวับมาหยิกหมับเข้าที่แขนขาวๆ ของมนปรียาทันที

            “โอ๊ย! ไอ้ปอ แกหยิกฉันทำไมเนี่ย เจ็บนะวุ้ย” ริมฝีปากอิ่มส่งเสียงร้องดังด้วยความเจ็บที่โดนหยิกแขน มือบางลูบแขนตัวเองป้อยๆ ใบหน้าสวยงอหงิกทันที

            “แกจะได้เลิกฝันหวานเสียที แล้วกลับมาอยู่ในโลกแห่งความเป็นจริงไง ฮ่าๆ” เอ่ยจบปอฉัตรก็รีบก้มตัวเข้าในรถด้วยความรวดเร็วทันที ก่อนที่มนปรียาจะได้ขย้ำเธอ

            “ไอ้ปอ!”

            “เร็วเข้ายัยม่อน รถจะออกแล้วนะ ถ้าแกช้ากว่านี้ได้หารถคันอื่นนั่งตามฉันไปแน่ๆ” คิ้วเรียวสวยกระดกขึ้นอย่างเป็นต่อ ทำให้มนปรียาได้แต่ฮึดฮัดก่อนที่จะยัดตัวเองลงในรถแท็กซี่กลางเก่ากลางใหม่


            เวลาผ่านไปราวหนึ่งชั่วโมง ท้องฟ้าก็เริ่มเปลี่ยนเป็นสีกำมะหยี่ รถแท็กซี่ที่ขับมาในระดับความเร็วปกติก็แล่นมาจอดด้านหน้าของโรงแรมฮอไซรอนพิระมิดห์ โรงแรมระดับสี่ดาวที่ขึ้นชื่อติดอันดับในย่านนี้

            ทันทีที่มนปรียาลงจากรถพร้อมกับกระเป๋าเดินทางที่อยู่ไม่ห่างจากตัว หญิงสาวเงยหน้าขึ้นไปมองโรงแรมที่เธอกับเพื่อนเลือกพัก นัยน์ตากลมโตสีดำเปล่งประกายทันทีที่เห็นขนาดของโรงแรมที่ใหญ่โตไม่แพ้โรงแรมระดับห้าดาว ภายนอกของโรงแรมถูกตกแต่งด้วยสไตล์ที่เลียนแบบอียิปต์โบราณทุกกระเบียดนิ้ว มีเสากลมโตสลักลวดลายของอักษรฮีโรกลิฟิกพร้อมกับประดับประดาต้นเสาด้วยคบไฟที่สว่างไสว ทำให้โรงแรมนี้ดูมีเสน่ห์และมนต์ขลังไม่น้อย ทางด้านหน้ามีสวนย่อมเล็กๆ ที่มีไฟสนามประดับไว้อย่างสวยงาม รอบๆ มีต้นอินทผลัมปลูกไว้เป็นแนวยาวหลายต้น

            “ยัยม่อน! มัวแต่ยืนชื่นชมอยู่นั่นแหละ จะเข้ามั้ยโรงแรมน่ะ ฉันเมื่อยขาจะแย่แล้วนะ” เสียงของปอฉัตรทำให้มนปรียาที่กำลังเคลิบเคลิ้มกับการชมทัศนียภาพของโรงแรมหลุดออกจากภวังค์

            “เออๆ เข้าแล้วๆ ว่าแต่..โรงแรมนี้สวยเนอะ” คนเอ่ยถามว่าพลางมองไปยังตัวโรงแรมรอบๆ อีกครั้งด้วยความชอบใจ

            “ก็ต้องอย่างนั้นสิ ค่าห้องแพงซะขนาดนั้น ไม่สวยก็บ้าแล้วล่ะยัยม่อนเอ๊ย เลือกที่ไหนไม่เลือก ดันเลือกที่แพงๆ”

             “แล้วชอบไหมล่ะ?” เลิกคิ้วถามพร้อมกับอมยิ้ม ถึงปอฉัตรจะไม่ตอบแต่เธอก็รู้ว่าคำตอบที่ได้จะเป็นอะไร อย่างยัยปอบ่นไปแบบนั้นแหละ แต่ก็ชอบทุกที

             “เออ..ชอบ” คนที่โดนรู้ทันเอ่ยตอบอย่างเสียมิได้ ริมฝีปากอิ่มสีชมพูแยกเขี้ยวใส่มนปรียาโทษฐานที่รู้ทันเธอ

              “ฮ่าๆ” ร่างบางหัวเราะทันทีที่เพื่อนเอ่ยตอบก่อนที่จะกอดเอวปอฉัตรให้เดินเข้าไปข้างในตัวโรงแรม

               ภายในของโรงแรมฮอไซรอนพิระมิดห์ถูกตกแต่งไปด้วยหินคล้ายหินดินโคลนแต่ดูแข็งแรงผสมกับปูน ฝาผนังมีรูปวาดเกี่ยวกับอียิปต์โบราณมากมาย รวมทั้งเทพเจ้าของอียิปต์ที่อยู่ตามแต่ละต้นเสาพร้อมกับอักษรฮีโรกลิฟิก มีผ้ากำมะหยี่สีแดงเลือดนกห้อยเป็นระย้าจากด้านบนลงมา ปลายผ้าผูกปมเอาไว้ด้วยดิ้นสีทองอย่างสวยงาม ตรงกลางมีลานน้ำพุที่ปลูกดอกบัวอียิปต์ไว้มากมาย รอบๆ ลานน้ำพุมีเก้าอี้ยาวไว้ให้แขกที่มาพักได้นั่งอย่างสะดวกสบายพร้อมกับหมอนอิงสีแดงเลือดนกวางพิงไว้ให้

             “สวัสดีค่ะ โรงแรมฮอไซรอนพิระมิดห์ยินดีต้อนรับค่ะ” พนักงานสาวสวยนัยน์ตาคมเข้มเอ่ยขึ้นพร้อมรอยยิ้มหวาน

             “สวัสดีค่ะ” ทั้งสองสาวเอ่ยตอบพร้อมกับส่งรอยยิ้มกลับไปให้หญิงสาวที่อยู่หลังเคาท์เตอร์

             “ฉันคาบิน่าย์ ไม่ทราบว่าคุณได้จองที่พักไว้หรือเปล่าคะ?”

             “ค่ะ เราจองไว้หนึ่งห้องค่ะ”

             “ขอทราบชื่อ นามสกุลผู้ที่สั่งจองไว้ด้วยค่ะ”

             “มนปรียา สุเวธาค่ะ” ร่างบางเอ่ยตอบเสียงดังฟังชัด เพียงไม่นานคีย์การ์ดก็ถูกยื่นมาตรงหน้าพร้อมกับของชำร่วยที่เป็นพวงกุญแจรูปฟาโรห์ราเมเนสมาให้กับหญิงสาวทั้งสองคน

             ทันทีที่มือบางเอือมไปหยิบพวงกุญแจรูปฟาโรห์ราเมเนสนั้น จู่ๆ เสียงกระซิบก็ดังขึ้นข้างๆ หูของมนปรียาทันที

            “กลับมาหาข้าเถิดยอดรักของข้า กลับมาสู่ดินแดนไอยคุปต์ ดวงจิตของเจ้าที่ผูกติดไว้กับข้า จงนำเจ้า ยอดรักของข้ากลับคืนมาสู่ ณ ดินแดนแห่งไอยคุปต์แห่งนี้ ด้วยหัวใจรักของข้าจักยังคงอยู่กับเจ้าตลอดไปแต่เพียงผู้เดียว..ยอดรักยอดดวงใจของข้า ฟาโรห์ราเมเนสแห่งจักรวรรดิอียิปต์”

            “ใครน่ะ?” ริมฝีปากอิ่มเอ่ยถามขึ้นเสียงดัง พลางหันกลับไปมองที่มาของเสียงที่อยู่ข้างๆ หูตัวเองทันที เป็นผลให้ปอฉัตรที่อยู่ใกล้หญิงสาวรีบร้องเอ่ยถามด้วยความตกใจที่เห็นเพื่อนร้องออกมาเสียงดัง

             “ยัยม่อน! เป็นอะไร อยู่ดีๆ ก็ร้องออกมาเสียดัง”

            “มิสสุเวธาเป็นอะไรหรือเปล่าคะ มีอะไรให้ฉันช่วยมั้ยคะ” พนักงานต้อนรับสาวเอ่ยถามด้วยสีหน้าตื่นตกใจไม่แพ้ปอฉัตร

           “ฉันได้ยินเสียงคนพูดน่ะค่ะ ทำนองว่าให้กลับมา คุณไม่ได้ยินหรอคะ” เลิกคิ้วถามด้วยความสงสัยก่อนที่จะหันไปหาเพื่อนรัก “ยัยปอ แกไม่ได้ยินหรอ”

           “ฉันไม่ได้ยินอะไรเลยค่ะ” เอ่ยตอบพร้อมกับทำหน้าหวั่นๆ กับสิ่งที่มนปรียาพูด

           “ฉันก็ไม่ได้ยิน แกอาจจะหูฝาดก็ได้นะ” ปอฉัตรเอ่ยสมทบพร้อมกับส่ายหัวไปมาประกอบการพูด

            “ฉันไม่ได้หูฝาดนะ ฉันได้ยินจริงๆ คำที่เขาพูดน่ะ มันคล้ายกับในบันทึกที่เราอ่านกันที่บ้านเลยนะยัยปอ” หญิงสาวเอ่ยยืนยันว่าสิ่งที่ตัวเองได้ยินเมื่อครู่ เธอได้ยินจริงๆ แต่ทำไมทุกคนกลับไม่ได้ยิน

             “ยัยม่อนเอ๊ย! ฉันว่าแกอ่านบันทึกกับหนังสือเล่มนั้นมากไปแล้วล่ะ แล้วเอามาคิดเป็นตุเป็นตะ”

              “แต่ฉันได้ยินจริงๆ นะ” คนที่ได้ยินยังเอ่ยย้ำอีกครั้ง หวังจะเปลี่ยนใจให้เพื่อนหันมาเชื่อเธอให้ได้

              “ฉันว่าแกอาจจะหลอนเพราะอ่านมากแน่นอน” ปอฉัตรยังคงยืนยันในสิ่งที่ตัวเองเชื่อเช่นกัน

              ขณะที่ทั้งสองคนกำลังเถียงกันนั้น พนักงานต้อนรับสาวที่ชื่อคาบิน่าย์ก็เอ่ยขัดขึ้นเสียก่อน เพราะกลัวว่าจะมีสงครามขนาดย่อมๆ เกิดขึ้นกลางโรงแรม “ขอโทษนะคะ มีอะไรให้ฉันช่วยไหมคะ”

             “กลับมาหาข้ายอดรัก กลับมา ได้โปรดกลับมาหาข้า” ยังไม่ทันที่หญิงสาวจะได้เอ่ยตอบ เสียงปริศานาก็ดังขึ้นอีกครั้ง และครั้งนี้ก็ทำให้เธอขนลุกทั้งตัว

             “คุณเป็นใครกันแน่” ทันทีที่มนปรียาเอ่ยถาม แสงสว่างสีสองก็ปรากฏขึ้นที่พวงกุญแจรูปฟาโรห์ราเมเนสทันที เพียงแต่ว่าไม่มีใครเห็นนอกจาก..เธอคนเดียว!

             “เฮ้ย!” เสียงร้องของหญิงสาวทำให้ทั้งสองคนที่ยืนมองมนปรียาอยู่ตกใจไม่น้อย

             “ยัยม่อน! แกทำให้ฉันกลัวแล้วนะ” ปอฉัตรเอ่ยเสียงสั่น นัยน์ตาสวยหันมองไปรอบๆ ด้วยความหวาดผวา

             “คุณคาบิน่าย์คะ ไม่ทราบว่าพวงกุญแจรูปฟาโรห์นี้ มีพระนามว่าอะไรทราบไหมคะ” หญิงสาวชูพวงกุญแจที่เธอเพิ่งได้รับมาให้คาบิน่าย์ดู เธอรู้สึกคุ้นๆ อย่างประหลาดแต่ไม่แน่ใจว่าใช่ฟาโรห์ราเมเนสอย่างที่คิดไว้หรือเปล่า

             “อ๋อ ทราบค่ะ พวงกุณแจอันนี้เป็นรูปของฟาโรห์ราเมเนสค่ะ ทางโรงแรมได้สั่งทำพิเศษไว้ให้เฉพาะแขกที่มาเลือกพักห้องพิเศษที่ติดริมฝั่งแม่น้ำไนล์ค่ะ”

             ทันทีที่ได้ยินว่าพวงกุญแจที่ตัวเองถือเป็นของฟาโรห์องค์ใด นัยน์ตาสีดำกลมโตเบิกกว้างด้วยความตกใจทันที “ยัยปอ แกได้ยินไหมว่าเขาบอกว่าฟาโรห์ราเมเนส หรือว่าเสียงที่ฉันได้ยินเมื่อกี้จะเป็น..” ยังไม่ทันที่มนปรียาจะเอ่ยจบ ปอฉัตรที่เริ่มทำหน้าเหยเกพร้อมกับรู้สึกขนลุกก็พูดต่อท้ายทันที

             “แกอย่าบอกนะว่า เป็นเสียงของฟาโรห์ราเมเนสน่ะ” คิ้วเรียวเลิกขึ้นสูง ริมฝีปากอิ่มอ้าค้างด้วยความตกใจ

              “ฉันว่าต้องใช่แน่ๆ” เอ่ยด้วยเสียงหนักแน่น ทำให้ปอฉัตรถึงกับจะเป็นลม

             “ฉันว่าไม่น่ามาเลย กลับกันดีกว่าไหม แกก็รู้ว่าฉันกลัวผี” คนที่กลัวผีเอามือกอดอกตัวสั่น

             “มาถึงนี่แล้วก็ต้องทำให้ภารกิจที่มุ่งหวังไว้ให้สำเร็จสิยัยปอ แกอย่าลืมนะว่าหนังสือที่ว่ามันต้องมีอยู่จริง แล้วถ้าเกิดพวกเราเจอขึ้นมา ฉันก็อยากรู้เหมือนกว่าในนั้นจะเขียนว่าอะไร” แววตามุ่งมั่นนั้นทำให้ปอฉัตรแทบอยากจะบีบคอคนตรงหน้า ไม่น่าพามันมาจริงๆ เลย ไอ้ปอเอ๊ย..ปอฉัตรคร่ำครวญอยู่ในใจ ให้บุกน้ำลุยป่าที่ไหนไอ้ปอไม่เคยหวั่น หวั่นอย่างเดียวกับสิ่งเร้นลับที่ไม่สามารถมองเห็นเนี่ยล่ะวุ้ย คิดแล้วยิ่งขนลุก บรื้อ!

             “อ่อ อีกอย่างมันก็น่าท้าทายดีด้วย เพราะฉะนั้นเราต้องร่วมมือกันทำให้ภารกิจนี้สำเร็จให้ได้ เข้าใจไหมยัยปอ”

             “ถ้าฉันตอบว่าไม่เข้าใจ แกจะบีบคอฉันไหมเนี่ย”

              “ฮ่าๆ ไม่บีบคอแกหรอก แต่ฉันจะให้แกออกตั๋วเครื่องบินกลับเองไงล่ะ ดีมั้ย?” เสียงหัวเราะชอบใจของมนปรียาทำให้ปอฉัตรอยากจะเขกกระโหลกไอ้เพื่อนตัวดีสักที

              “ไอ้ม่อน! แกอย่ามากลับคำนะโว๊ย” ร่างบางโวยวายโทษฐานที่เพื่อนจะเปลี่ยนใจให้เธอออกค่าตั๋วเอง

             “ก็แกจะกลับคำก่อนทำไมล่ะ งั้นตกลงจะอยู่ต่อแล้วช่วยกันหาหนังสือที่ว่ามั้ยจ๊ะคนสวย” หญิงสาวเอ่ยพร้อมรอยยิ้มกวนประสาทในสายตาของปอฉัตร พร้อมกับจับคางเพื่อนหันไปทางซ้ายทีขวาที

             “เออ ตกลง งั้นก็รีบๆ ขึ้นไปนอน พรุ่งนี้จะไปออกตามหาแต่เช้า แต่ด้วยหลักฐานที่พอมีฉันหวังเหลือเกิ๊นให้แกพบเร็วๆ สักทีจะได้กลับบ้าน” ปอฉัตรที่ทำหน้าบูดเกิดอาการเซ็งจัด ตกกระไดพลอยโจนมากับมันแล้วนี่ จะให้ทำยังไงได้ โอ๊ย! ไอ้ปออยากบ้าโว๊ย! ใครก็ได้ช่วยให้หาหนังสือเล่มนี้เจอเร็วๆ สักทีเถิด ไอ้ม่อนมันจะได้กลับบ้าน แล้วเธอเองก็จะได้กลับบ้านด้วยเช่นกัน เฮ้อ!..

             มนปรียายิ้มกว้างด้วยความดีใจที่หว่านล้อมให้ปอฉัตรอยู่ต่อจจนได้ เอาล่ะ ไม่ว่าเสียงนั้นจะมาจากฟาโรห์ราเมเนสหรือไม่ก็ตาม ยังไงแล้วเธอก็ต้องตามหาหนังสือที่ว่าให้เจอให้ได้ อยากรู้ข้อความในหนังสือเล่มนั้นที่เป็นปริศานาใจจะขาด ไม่รู้ว่าหนังสือเล่มนั้นมีดีอะไร ทำไมถึงหายไปได้ แล้วอีกอย่างเธอจะได้พายัยปอกลับบ้านสักที ไม่งั้นคงบ่นไม่เลิกแน่ๆ หญิงสาวคิดในใจ โดยที่ไม่รู้เลยว่า การที่คิดจะกลับบ้านนั้น อาจจะไม่ใช่บ้านที่ประเทศไทยอย่างที่คิดก็เป็นได้


             อียิปต์สมัย 2,000 ปีก่อนคริสตกาล

             ภายในห้องพระบรรทมที่มีขนาดกว้างใหญ่ถูกตกแต่งด้วยเครื่องใช้ที่มีสีทองแทบจะทุกชิ้น ตรงกลางห้องเป็นเตียงนอนขนาดใหญ่มีผ้าแพรผืนสีทองที่ห่มร่างหนาที่นอนหลับอยู่ ตรงหัวเตียงมีโต๊ะขนาดเล็กที่ไว้สำหรับวางแจกันดอกไม้ ตรงด้านมุมระเบียงที่ยื่นออกไปมีผ้าม่านสีทองผืนหนาห้อยเป็นระย้าลงมาทั้งสองข้าง มีประตูปิดกั้นเอาไว้อีกชั้นเพื่อความปลอดภัย

              บนเตียงหนานุ่มตอนนี้มีฟาโรห์ราเมเนสที่นอนทอดกายเปลือยท่อนบนเผยให้เห็นแผงอกหนาสีน้ำผึ้งที่แลดูมีสุขภาพดี ใบหน้าคมเข้มแลดูผ่อนคลายไม่น้อยในยามหลับ นัยน์ตาสีเหล็กถูกแพขนตาหนางอนนั้นปิดลงมา ริมฝีปากหนานุ่มนั้นเผยอออกเล็กน้อยเหมือนจะพูดบางอย่าง

              “เดี๋ยวก่อนเจ้า! หยุดก่อน ข้าบอกให้เจ้าหยุด ไม่ได้ยินหรืออย่างไร” จากสีหน้าผ่อนคลายเมื่อครู่ถูกแปรเปลี่ยนเป็นโมโหไม่น้อย คิ้วหนาเข้มขมวดเข้าหากัน เหงื่อเม็ดโตผุดขึ้นเต็มใบหน้าของพระองค์

              “ไม่! ฉันไม่หยุด หยุดให้โง่น่ะสิ” หญิงสาวปริศนาหันมาพร้อมกับตะโกนตอบฟาโรห์ราเมเนสที่วิ่งตามมา

              “ถ้าเจ้าไม่หยุดข้าจะลงโทษเจ้า” เอ่ยตะคอกกลับไปอย่างหมดความอดทน

              “ฮ่าๆ จับฉันให้ได้เสียก่อนเถอะ แล้วค่อยมาพูดคำนั้น แบร่!” หญิงสาวหันมาแลบลิ้นปลิ้นตาใส่พระองค์ พร้อมกับออกแรงวิ่งเพิ่มขึ้น ทำให้ระยะห่างของหญิงสาวกับฟาโรห์ราเมเนสห่างมากขึ้นไปอีกนิด

              “ได้..เจ้ากล้าท้าข้าใช่ไหม แล้วเจ้าจะได้เห็นดี” พระองค์เอ่ยพร้อมกับเร่งความเร็วหวังตามให้ทันนาง แต่ขณะที่วิ่งใกล้เข้ามาเกือบจะจับตัวนางเอาไว้ได้อยู่แล้ว แต่ว่า..

              “ฮึก! เฮ้ย! แฮ่กๆ” นัยน์ตาสีเหล็กเบิกกว้างทันทีพร้อมกับกระเด้งตัวลุกขึ้นนั่งด้วยความตกใจที่หญิงสาวตรงหน้าหายตัวไปเสียอย่างนั้น มือหนาข้างซ้ายจับไปที่หัวใจของตัวเองที่เต้นแรงด้วยความตกใจ ริมฝีปากหนาเผยอออกรับอากาศให้เข้าไปในร่างกายอีกทางเมื่อพระองค์รู้สึกว่าจมูกของพระองค์ไม่สามารถหายใจเอาอากาศเข้าไปได้ทัน ก่อนที่จะยกมือปาดเหงื่อตัวเองบนใบหน้าที่ไหลลงมาเป็นทาง

              “ข้าฝันอย่างนั้นหรือ? แล้วทำไมข้าถึงได้รู้สึกเหนื่อยเช่นนี้” พระองค์เอ่ยถามตัวเองทั้งๆ ที่ยังหอบไม่หายกับการวิ่งตามนางในฝันผู้นั้น

              “ทำไมมันเหมือนความจริงเช่นนี้ ผู้หญิงคนนั้นนางคือใครกันแน่” คิ้วหนาขมวดเข้าหากันด้วยใช้ความคิดเพื่อจะนึกภาพผู้หญิงที่พระองค์ฝันให้ออก

              “ฝ่าบาทพะย่ะค่ะ ทรงเป็นอะไรพะย่ะค่ะ” เซราสวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาทันทีที่ได้ยินเสียงของเจ้าเหนือหัว

              “ไม่มีอะไรเซราส ข้าก็แค่ฝันไปเท่านั้น ฝันที่เหมือนจริง” พระองค์เอ่ยแผ่วเบาจนเซราสรู้สึกถึงความผิดปกติ

              “ฝ่าบาทมีอะไรจะเล่าให้กระหม่อมฟังหรือเปล่าพะย่ะค่ะ” เซราสเอ่ยถามไปทั้งๆ ที่หวั่นใจไม่น้อย หากเกิดว่าพระองค์โมโหในความสอดรู้สอดเห็นของเขาล่ะก็ หัวคงได้หลุดออกจากบ่าเป็นแน่

              ทันทีที่เซราสเอ่ยถาม ฟาโรห์ราเมเนสก็หันมามองหน้าองครักษ์คนสนิทก่อนที่จะเอ่ยออกมาเมื่อเห็นว่าอย่างน้อย เซราสก็เป็นองครักษ์ที่สนิทและไว้ใจได้ “ข้าอยากจะรู้ว่าผู้หญิงที่วิ่งหนีข้าในฝันคือใครกันแน่ นางดูแปลกไม่เหมือนใคร มีแต่คนจะวิ่งเข้ามาหาข้า แต่นางกลับวิ่งหนี แถมยังทำหน้าตากวนประสาทข้าได้ไม่น้อย” พระองค์เอ่ยด้วยใบหน้าโมโหจัด ถึงมันจะเป็นแค่ฝันก็เถอะ แต่ฟาโรห์ราเมเนสอย่างพระองค์ไม่เคยมีหญิงใดไม่ต้องการมาก่อน ริมฝีปากหนาขบเม้มเข้าหากันจนเกือบจะห้อเลือด คิดแล้วมันน่าเจ็บใจนัก กับแค่ผู้หญิงตัวเล็กๆ ทำไมพระองค์จึงไล่ตามนางไม่ทันเช่นนี้ได้..

              “พระองค์ฝันถึงอิสตรีหรือพะย่ะค่ะ แล้วพระองค์จำหน้าของนางได้หรือไม่พะย่ะค่ะ”

               “ข้า..เห็นหน้านางไม่ชัด รู้แต่ว่านางแลบลิ้นใส่ข้า แล้วดวงตาของนางก็ช่างกลมโต ริมฝีปากนั้นก็ดูเอิบอิ่ม แต่ช่างพูดจาได้กวนโมโหข้ายิ่งนัก” ขณะที่พระองค์เอ่ยถึงนางในฝัน พระองค์ไม่รู้ตัวเลยแม้แต่น้อยว่า รายละเอียดที่พระองค์บอกมานั้นเรียกได้ว่าสนใจนางไม่น้อย

              “นางว่าสิ่งใดพะย่ะค่ะ” เซราสเอ่ยถามทันทีด้วยความสงสัย ปกติเหนือหัวของเขาไม่ค่อยจะหงุดหงิดกับเรื่องแบบนี้ แค่ผู้หญิงคนเดียวแถมยังเป็นแค่ความฝัน แต่ดูพระองค์ตอนนี้สิ ทำยังกับว่านางมีตัวตนอยู่จริง แถมยังสนใจในรายละเอียดของนางได้เป็นอย่างดีเสียด้วย

              “ข้าบอกให้นางหยุด ถ้าไม่หยุดข้าจะลงโทษ แต่นางกลับตะโกนกลับมาว่า จับฉันให้ได้เสียก่อนเถอะ แล้วค่อยมาพูดคำนั้น แบร่! นึกแล้วยังเจ็บใจไม่หาย ผู้หญิงอะไรไม่มีความเป็นสตรีเลย” พูดไปก็ทำท่าแลบลิ้นเหมือนที่หญิงสาวทำในฝันให้เซราสดู ก่อนที่จะส่ายหัวไปมายามนึกถึงตอนที่นางวิ่งหนีพระองค์แบบไม่คิดชีวิต แต่ทำไมฝันนี้ทำให้พระองค์ไม่สามารถลบเลือนไปได้เลย ทำไมกัน?..

              “ก็จริงของนางนะพ่ะย่ะค่ะ ฝ่าบาทยังจับนางไม่ได้เลยแล้วจะลงโทษนางได้อย่างไร” องครักษ์หนุ่มเห็นตามนางในฝันของฟาโรห์ราเมเนสก่อนที่จะยิ้มออกมาเมื่อนึกถึงตอนที่พระองค์วิ่งไล่จับนาง คงจะตลกไม่น้อยทีเดียว เพราะว่าฟาโรห์ราเมเนสที่วางมาดขรึมอย่างพระองค์ต้องมานั่งวิ่งไล่จับผู้หญิง แถมเมื่อครู่ยังทำท่าล้อเลียนนางผู้นั้นด้วย ถ้าเกิดใครมาเห็นพระองค์ตอนนี้ล่ะก็คงจะต้องตาโตพร้อมกับตะลึงงันไปพักใหญ่เป็นแน่ ก็ใครจะคิดว่าพระองค์จะทำตัวได้เหมือนเด็กเยี่ยงนี้ ภาพพจน์ขององค์ฟาโรห์ผู้ยิ่งใหญ่หายไปหมดยามที่ต้องการจะเอาชนะผู้หญิงตัวเล็กๆ ตามที่พระองค์เล่า

               “เซราส! นี่เจ้าก็เป็นไปกับนางด้วยหรือไง เจ้าอยากจะโดนข้าลงโทษใช่หรือไม่” เสียงเข้มเอ่ยขึ้นพร้อมกับชักสีหน้าใส่องครักษ์คนสนิททันทีที่เข้าข้างอีกฝ่าย มันน่าจับทั้งคู่ลงโทษจริงๆ ให้มันได้อย่างนี้ ขนาดองครักษ์คนสนิทของพระองค์ยังเห็นด้วยกับนาง ถ้าเกิดนางมีชีวิตอยู่จริง องครักษ์ของพระองค์ไม่คอยให้ท้ายนางหรืออย่างไร

               “เปล่านะพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมก็แค่ว่าไปตามที่ได้ฟังก็เท่านั้นเองพ่ะย่ะค่ะ” เซราสรีบเอ่ยแย้งแต่ใบหน้าที่ก้มหลบนั้นมีแววขบขันไม่น้อย ริมฝีปากบางพยายามกลั้นยิ้มอย่างสุดความสามารถ

                “ระวังตัวไว้ให้ดีเถอะเซราส หากว่าเจ้าคิดแปรพรรคล่ะก็ เจ้าจะโดนข้าลงโทษคนแรก ไม่เชื่อก็คอยดู” พระองค์ชี้นิ้วขึ้นลงตามจังหวะการพูดพร้อมกับทำหน้าโหดใส่เซราสที่กลืนน้ำลายลงคอดังเอือกหลังจากได้ยินเช่นนนั้น

               “พ่ะย่ะค่ะ” เซราสรับคำแต่ภายในใจกลับรู้สึกว่ามันต้องมีบางอย่างเกิดขึ้นอย่างแน่นอน หรือไม่บางทีอาจจะเกี่ยวกับคำทำนายที่เทพีไอซิสกล่าวไว้ก็ได้ เฮ้อ..ชายหนุ่มได้แต่ถอนหายใจ..หากเป็นเช่นนั้นจริง หญิงผู้นั้นคงจะแก่นไม่น้อยเลย

              “เจ้าเป็นอะไรเซราส อยู่ดีๆ ก็ถอนหายใจออกมาเสียดัง” ฟาโรห์ราเมเนสที่ลอบสังเกตองครักษ์คนสนิทเอ่ยถามทันทีที่เซราสทำท่าทางมีเรื่องกังวลใจ

              “ฝ่าบาทพะย่ะค่ะ กระหม่อมคิดว่า บางทีเรื่องราวในฝันของพระองค์อาจจะเกี่ยวข้องกับคำบอกของเทพีไอซิสก็เป็นได้นะพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมรู้สึกแบบนั้น” ทูลฟาโรห์ราเมเนสด้วยสีหน้ากังวลไม่น้อย

              “เจ้าคิดอย่างนั้นหรือ การเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่จะมาจากผู้หญิงตัวเล็กในฝันของข้าเนี่ยน่ะ เจ้าคิดได้อย่างไร น่าขบขันเสียจริง ข้าไม่คิดว่าจะเป็นอย่างนั้น แต่ไม่ว่าสิ่งนั้นจะเป็นอะไรก็ตามข้าก็จะต้องรักษาสิ่งๆ นั้นไว้ให้ได้ เอาล่ะ เจ้าไปได้แล้วเซราส นี่ก็ยังไม่รุ่งสาง พรุ่งนี้ข้ากับเจ้ายังต้องไปอียิปต์ใต้กันอีก” เอ่ยจบร่างสูงใหญ่ก็ล้มตัวลงนอน ขณะที่เปลือกตากำลังจะปิด ภายในใจของพระองค์ก็กลับคิดถึงหญิงสาวปริศนาที่เริ่มเข้ามาวนเวียนอยู่ในใจของพระองค์อีกครั้ง

               ..ไม่ว่าเจ้าจะเป็นใคร แต่ถ้าเจ้ามีตัวตนอยู่จริงล่ะก็ ข้า..ฟาโรห์ราเมเนสจะตามหาเจ้าให้พบให้ได้ แล้วจะได้รู้กันว่า ใครกันแน่ที่จะโดนลงโทษ..พระองค์หมายหมาดอยู่ในใจพร้อมกับยิ้มอย่างมีความสุขก่อนเข้าสู่ห้วงนิทรารมณ์อีกครั้ง




.............................................................................................................................
จบบทที่ 3 แล้วนะคะ เป็นอย่างไรบอกกันบ้างนะคะ

ขอบคุณทุกๆ คนสำหรับมาอ่านมาคอมเม้นท์ รวมทั้งการโหวตและแฟนพันธุ์แท้ด้วยนะคะ ขอบคุณนักอ่านทุกคนที่เข้ามาอ่านแม้ไม่ได้มาเม้นท์ก็ตาม แต่อย่างน้อยๆ ก็ทำให้ดาวเหงารู้ว่ายังมีคนพอติดตามบ้างจากยอดวิวนะคะ ขอบคุณค๊า แต่ถ้าเม้นท์บอกกันบอกว่าเป็นอย่างไร ดาวเหงาจะดีใจมากๆ เลยนะคะ


>>ตอบคอมเม้นท์นิดนึงนะคะ<<

คุณ ^..NuTTy..^ , พระเอกเราออกมาตั้งแต่บทแรกแล้วนะคะ แต่ถ้าคุณ ^..NuTTy..^ ถามถึงว่าจะเจอนางเอกฉากไหน ดาวเหงาคงต้องตอบว่าใกล้แล้วค่ะ ใกล้ได้เจอกันแล้วค่ะ ฮ่าๆ ดาวเหงาเองก็อยากให้เจอกันเร็วๆ เหมือนกันค๊า ยังไงแล้วคุณ ^..NuTTy..^ ติดตามเรื่อยๆ นะคะ ^^


เฮียเอก , แหมเฮียคะ เรียกกันแบบนั้นกลัวเขาไม่แก่ใช่ม๊า อิอิ ^^


คุณ Saru~sama , ขอบคุณค๊าที่รอกันต่อ จุ๊บๆ ^^


คุณ ตกร่อง , ดาวเหงามาอัพให้แล้วนะคะคุณตกร่อง ขอโทษทีค๊าที่มาช้า(มาก) ติดธุระนิดหน่อยค่ะ แต่มาอัพให้แล้วคงไม่โกรธกันเนอะ แหะๆ ดาวเหงาทำให้คุณตกร่องค้างอีกแล้ว ^^


Love2min , ขอบใจจ้าคุณเพื่อนที่แวะมาเข้ามาอ่าน ยังไงก็ต้องรอคุณพระเอกเขานิดนะจ๊ะ จัดให้หล่อจริงๆ ฮ่าๆ ^^


ขอบคุณทุกๆ คนมากๆ นะคะ แล้วพบกันตอนหน้าในวันศุกร์ที่ 22 ก.ค. 54 นี้นะคะ


ด้วยรัก..จากใจ
ดาวเหงา (Lonely Star)


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8 ครั้ง

497 ความคิดเห็น

  1. #406 NARUTO BLEACH <3 (@earnly-poopoo) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2555 / 12:09
     ฟาโรห์แลบลิ้น - -
    #406
    0
  2. วันที่ 30 มีนาคม 2555 / 09:04
     เล่าไห้ฟังยังพอว่านิีทำท่าไห้ดูด้วย คนฟัง+ดูไม่ขำก้แปลกละ
    #370
    0
  3. #66 ฝนธารา (@mini1234) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2555 / 20:23
    น่านุกดี
    #66
    0
  4. #65 แม่ม๑น้oe (@kunlanid_far) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 19 มกราคม 2555 / 02:05
    อยากให้เจอกันเร็วๆจัง
    #65
    0
  5. #64 Fon (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 18 มกราคม 2555 / 13:13
    นึกหน้าฟาโรห์ตอนแลบลิ้นแล้วก็ขำอ่ะ น่าร๊ากก
    #64
    0
  6. #63 White..sand (@palmzawa1) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2554 / 00:23
    นึกถึงหน้าฟาโรห์แลบลิ้นแบร่แล้วท่าทางจะขำไม่น้อย หึหึ
    #63
    0
  7. #62 เมมฟิส (@tiks) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2554 / 11:15
    สนุกค่ะ    รีบอัพไวๆน่ะ    สู้ๆ
    #62
    0
  8. #61 Aburame_Shino (@Nara_nicharee) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2554 / 15:47
    อ๊าย เมื่อไหร่จะเจอกันเนี่ย >.<
    #61
    0
  9. #60 dekkaset56 (@goay56) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2554 / 23:55

    ใกล้จะได้เจอกันแล้วใช่ไหมคุณฟาโรห์ อิอิ ว่าแต่ปอจะคู่กับใครน๊า หรือจะเป็นองค์รักษ์ของฟาโรห์

    #60
    0
  10. #59 『HoneyCafe』 (@xanxus220) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2554 / 11:25
    แสบจิงเลยนะม่อนทำคุนฟาโรห์ได้
    #59
    0
  11. #58 เดือนเสี้ยว (@siriwan) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2554 / 21:02
     อ้อลืมไปเอาบุญมาฝากดาวเหงาเพียบเลยประนมมือขึ้นรับบุญนะบัดนาว55555555555555555555
    #58
    0
  12. #57 เดือนเสี้ยว (@siriwan) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2554 / 21:00
    5555555อะไรกันแค่เห็นกันในฝันก็โดนคาดโทษเสยแร้ว ถ้ามาเผชิญหน้ากันคงปวดเฮดน่าดู
    #57
    0
  13. #56 เอก (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2554 / 16:49
    ลุ้นต่อ จะเจอหนังสือไหมน้อ อิอิ
    #56
    0
  14. #55 ^..NuTTy..^ (@khoewfuang) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2554 / 01:08
     อิอิ...วันนี้ไปทำบุญมาค่ะ ม่ะมีไรมากแค่มาฝากความคิดถึง
    #55
    0
  15. #54 ตกร่อง (@9334) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2554 / 17:56
    ค้างตลอด
    แต่ไ่่ม่งอนหรอกนะคะ
    แค่แวะมาอัพให้ ก็ดีใจจะแย่แล้ววววว
    รักนิดนึง
    #54
    0