มหาเวทย์จักรพรรดิ ภาคจอมราชันย์

ตอนที่ 9 : ปะทะ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 802
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    21 พ.ค. 51

บทที่ 9  ปะทะ

 เวลาเดียวกันกับที่อนากอลและแอเรียลกำลังสำรวจพื้นที่รอบเมืองน็อธ บิ๊ก ซิตี้

  ณ บ้านไม้หลังหนึ่งตั้งหลบอยู่ในพุ่มไม้สูงข้างทาง ติดริมแม่น้ำสายเล็กๆ นอกเมืองเอเวอร์กรีน มีชายวัยกลางคน รูปร่างกำยำ ผมสั้นสีดำ กำลังนั่งเอนหลังพิงเก้าอี้  ดวงตายาวรีสีน้ำตาล มองออกไปนอกหน้าต่างอย่างครุ่นคิด เขาคือจัสติน เสนาธิการของแม่ทัพปีศาจโรซาร์เนียร์ 

 เสียงเคาะประตูดังขึ้นสองครั้ง ปลุกให้จัสตินตื่นจากภวังค์ ขมวดคิ้วเข้าหากัน ตะโกนถามออกไป

"ใครน่ะ"

  เงียบ ไม่มีเสียงตอบกลับมา จัสตินลุกขึ้นยืน แบมือออกมาปรากฏหินก้อนเล็กๆ จำนวนหนึ่ง เดินมาที่ประตู ถามซ้ำอีกครั้ง

"ข้าถามว่าใคร"

"ข้าเอง" เสียงตอบกลับมา ทำให้จัสตินหน้าเปลี่ยนสี เปิดประตูอย่างช้าๆ โดยซ่อนมือที่ถือลูกหินไว้ด้านหลัง ปรับสีหน้าเป็นปกติ ทักทายคนที่ยืนอยู่ตรงหน้า

"นึกว่าใคร ท่านเอเกอร์และท่านบียอฟนี่เอง พวกท่านมีธุระอะไรกับข้าหรือครับ"

"ท่านราฟปรากฏตัวแล้ว ทำไมเจ้าจึงไม่ไปรายงานตัว" บียอฟย้อนถาม ดวงตาสีน้ำตาล มองจัสติน อย่างจับผิด จัสตินหลบตามองพื้น

"ทำไมเจ้าไม่ตอบคำถามของบียอฟ" เอเกอร์ถามซ้ำ

"ที่ข้าไม่ไปรายงานตัวก็เพราะว่า ข้าไม่ทราบว่าท่านราฟปรากฏตัวแล้ว" จัสตินพูดตะกุกตะกัก

"ไม่อยากเชื่อเลยว่าเสนาธิการปีศาจเช่นเจ้า จะไม่รู้สึกถึงการปรากฏตัวของท่านราฟ" บียอฟพูดเยาะ

"ข้าไม่ทราบจริงๆ นะครับ ท่านเอเกอร์ ท่านบียอฟ" จัสตินยืนยันคำพูดเดิม ในหัวกำลังใช้ความคิดอย่างหนัก มองเอเกอร์กับบียอฟสลับกัน หากมาแค่คนเดียว ยังพอจะรับมือได้ 

ขณะที่จัสตินกำลังใช้ความคิด บียอฟกับเอเกอร์เดินเข้ามาขนาบข้าง ล็อคแขนไว้คนละด้าน

"พวกท่านจะทำอะไรข้าน่ะ" จัสตินโวยวาย ดิ้นฮึดฮัด แต่ทั้งเอเกอร์และบียอฟล็อคแขนไว้แน่น สายตาของเอเกอร์เหลือบไปเห็นก้อนหินในมือของจัสติน จึงใช้มืออีกข้างหยิบมันขึ้นมาถือไว้

"ทำไมเจ้าจึงมีระเบิดหินอยู่ในมือ หรือว่าคิดทำร้ายพวกเราสองคน" บียอฟถามเสียงเข้ม

"ไม่ใช่ ข้าเอาไว้ป้องกันตัวเท่านั้นเอง ปล่อยข้าเดี๋ยวนี้ แม้ว่าพวกท่านจะเป็นขุนพลเทพ แต่พวกท่านก็ไม่มีสิทธิ์ใช้กำลังกับข้า" จัสตินตะโกนเสียงดัง

"พวกเราได้รับคำสั่งจากท่านราฟให้มานำตัวเจ้ากลับไป"

  จัสตินหน้าถอดสี แย่ละสิ จะทำยังไงดี

"คิดให้ดีนะจัสติน เจ้าจะตามพวกเรากลับไปดีๆ หรือว่าจะให้พวกเราใช้กำลังกับเจ้า ท่านราฟบอกว่าหากเจ้าขัดขืนอนุญาตให้ใช้กำลังได้" เอเกอร์บอกอย่างใจเย็น มองจัสตินเขม็ง

"หากเจ้าไม่ยอมตามพวกเรากลับไป แสดงว่าเจ้าสมรู้ร่วมคิดกับพวกแม่ทัพปีศาจคิดกบฎต่อท่านราฟ"

"ปละ เปล่านะ ท่านเอเกอร์ ท่านบียอฟ ขะ ข้า มะ ไม่เคยคิดแบบนั้น" จัสตินปฏิเสธปากคอสั่น

"ถ้าอย่างนั้น เจ้าก็ไปกับพวกเราซะดีๆ การที่ท่านราฟให้พวกเรามารับตัวเจ้าไป นับว่าท่านราฟกรุณาต่อเจ้ามากแล้ว หรือว่าเจ้าอยากให้ท่านราฟมาที่นี่" เอเกอร์ขู่

จัสตินหน้าซีดเผือด ขืนท่านราฟมาเอง มีหวังข้าเละเป็นวุ้นแน่

"ว่ายังไง จะยอมไปกับพวกเราดีๆ หรือว่าจะให้ท่านราฟมาที่นี่"

จัสตินคอตก พยักหน้าอย่างไม่มีทางเลือก

"ข้ายอมไปกับพวกท่านก็ได้"

บียอฟกับเอเกอร์ยิ้มให้กัน งานนี้ง่ายกว่าที่คิด นึกว่าต้องออกแรงซะแล้ว

เอเกอร์กับบียอฟ ร่ายมนต์พร้อมกัน ร่างของคนทั้งสามค่อยๆ เลือนหายไป

                                                     *********************************************************

ด้านวลาเนียร์กับเบลาอีส กำลังเกลี้ยกล่อมไอเน็ก เสนาธิการของแม่ทัพปีศาจซานฟรีส

"คิดให้ดีนะ หากท่านยอมให้ความร่วมมือตามพวกเรากลับไป บางทีเรื่องที่ท่านคิดกบฎต่อท่านราฟ อาจได้รับการลดโทษก็ได้" เบลาอีส ยืนกอดอกพิงประตูบ้านของไอเน็ก ดวงตาสีเขียวอ่อนมองไอเน็กแบบคนถือไพ่เหนือกว่า

ไอเน็กเป็นชายร่างผอม ใบหน้าแหลมยาว โหนกแก้มสูง ผมยาวสีขาวปรกต้นคอดูรกรุงรัง นั่งกุมหัวอย่างคิดหนัก เหลือบตามองด้านข้าง วลาเนียร์นั่งเท้าคางจ้องมองยิ้มๆ

"ข้าให้เวลาท่านคิดสามนาที หากเกินเวลาถือว่าท่านปฏิเสธที่จะกลับไปพบท่านราฟ คราวนี้ข้าคงไม่ต้องบอกนะว่า จะเกิดอะไรขึ้น" วลาเนียร์บอก ก่อนเริ่มจับเวลา

ไอเน็กหน้าซีดแล้วซีดอีก คำนวณผลได้ผลเสียอย่างรวดเร็ว หากข้าขัดขืนไม่ยอมตามสองคนนี้กลับไปหาท่านราฟล่ะก็ เจ้าพวกนี้คงใช้กำลังพาตัวข้ากลับไปจนได้ คราวนี้โทษของข้าคงหนักยิ่งกว่าเดิม

ภาพของท่านราฟแวบผ่านเข้ามาในห้วงความคิด ไอเน็กคอย่นหลับตาปี๋ด้วยความสยองใจ เป็นไงเป็นกัน ยอมกลับไปรับโทษจากท่านราฟ มันคงจะดีกว่าให้ท่านราฟตามล่า

"หมดเวลาคิดแล้ว ไอเน็ก" วลาเนียร์ลุกขึ้นจากเก้าอี้ เดินเข้ามาใกล้

"ข้ายอมกลับไปกับพวกท่าน" ไอเน็กรีบตอบเสียงสั่น ลุกขึ้นยืนแต่โดยดี

วลาเนียร์กับไอเน็กหัวเราะเบาๆ เดินเข้ามาคล้องแขนไอเน็กไว้คนละข้าง ร่ายมนต์ออกมา แล้วร่างของทั้งสามคนก็หายไปจากตรงนั้น

********************************************************  

ด้านธอร์นสันกับเบลลา ไม่ง่ายอย่างที่คิดเอาไว้จริงๆ เพราะทันทีที่สองคนแสดงตัวต่อหน้าแมคคอล ซึ่งเป็นเสนาธิการของแม่ทัพปีศาจเวอร์บีการ์ ก็โดนอีกฝ่ายโจมตีใส่

"พวกเจ้าสองคนคิดรุมข้าเรอะ" แมคคอลตะโกนพร้อมๆ กับปล่อยพลังจากฝ่ามือทั้งสองข้างพุ่งเข้าใส่ ธอร์นสันกับเบลลาหลบอย่างว่องไว เสียงระเบิดดังตูมตามดังลั่นไปทั่วหุบเขา เนื่องจากที่พักของแมคคอลอยู่ในหุบเขาลึกทางตอนใต้ของเมืองกรีนแลนด์

"แมคคอล หากเจ้ายังคิดต่อสู้อีกล่ะก็ จะหาว่าข้าใจร้ายไม่ได้นะ" เบลลาตะโกนเสียงดัง ในมือปรากฏคันธนูขนาดใหญ่ ในขณะที่ธอร์นสันถือง้าวสีทองขนาดใหญ่เช่นกัน

"ไม่ต้องมาขู่ข้า แน่จริงก็เข้ามา" แมคคอลตะโกนลั่น ปล่อยพลังจากมืออย่างบ้าคลั่ง ลูกไฟปลิวว่อนไปทั่วหุบเขา ต้นไม้หักโค่นลงมา บางส่วนติดไฟลุกไหม้ควันดำโขมง

เบลลาทำเสียงในลำคอด้วยความขัดใจ ลอยตัวขึ้นสูงเหนือยอดไม้ กวาดสายตามองหาแมคคอลที่หลบซ่อนตัวหลังต้นไม้ใหญ่

"พูดดีๆ ไม่ชอบ ถ้าอย่างนั้น ข้าไม่เกรงใจล่ะนะ" เบลลาง้างธนูออกพร้อมร่ายมนต์ ปรากฏลูกธนูสีเงินพุ่งตรงดิ่งไปยังแมคคอล เสียงธนูแหวกอากาศดังก้องไปทั่วหุบเขา

แมคคอลเงยหน้ามอง รีบกลิ้งตัวหลบอย่างรวดเร็ว ธนูปักบนพื้นดินส่องแสงสว่างจ้า แมคคอลรีบปิดตา ธอร์นสันปรากฏกายด้านหลัง ใช้ง้าวตวัดฟาดลงมา

แมคคอลเบี่ยงกายหลบอย่างหวุดหวิด ยกเท้าตวัดขึ้นสูง กลับโดนธอร์นสันตวัดด้ามง้าวฟาดใส่เต็มแรง ทำให้ร่างเซถลาหัวทิ่มไปด้านหน้า เบลลาโผล่ดักหน้าตวัดมือใส่อีกรอบ

"โครม" ร่างแมคคอลปลิวกระเด็นไปนอนแอ้งแม้งตรงโคนต้นไม้ เลือดซึมออกมาจากมุมปาก พยายามจะยันกายลุกขึ้นยืน ธอร์นสันกับเบลลาคว้าแขนยึดไว้คนละข้าง

"ถ้าเจ้ายังดื้อดึงอีก คราวนี้ศพเจ้าไม่สวยแน่" เบลลาขู่ หน้าตาบ่งบอกว่าเอาจริง

"ท่านราฟสั่งให้นำตัวเจ้ากลับไป หากเจ้าขัดขืนเท่ากับว่าคิดกบฎต่อท่านราฟ" ธอร์นสันพูดเสียงแข็ง

แมคคอลก้มหน้ามองพื้น ไม่พูดอะไรออกมาแม้แต่คำเดียว เบลลากับธอร์นสัน ร่ายมนต์ออกมา ร่างของคนทั้งสามหายไปจากตรงนั้น เหลือแต่ร่องรอยของการต่อสู้ทิ้งเอาไว้

                                                         *****************************************************

ไซบรัสมาสมทบกับแซนดรา ซึ่งกำลังจับตามองความเคลื่อนไหวของแคลโล

"มีอะไรผิดปกติหรือเปล่า" ไซบรัสถามทันทีที่มาถึง

แซนดราดึงมือไซบรัสให้เข้ามาหลบตรงพุ่มไม้ใหญ่ ซึ่งห่างจากบ้านของแคลโลสองร้อยเมตร

"มีคนสวมชุดดำกลุ่มหนึ่ง แวะมาหาแคลโลที่บ้าน ข้าจับตามองอยู่เกือบชั่วโมง คนกลุ่มนั้นก็ยังไม่ออกมา เจ้าว่าเราบุกเข้าไปตอนนี้ดีไหม"

 "นอกจากคนกลุ่มนั้นที่เจ้าว่าแล้ว ยังมีคนอื่นอีกหรือเปล่า"

"ข้าไม่เห็นใคร นอกจากแคลโลเพียงคนเดียวที่อยู่ในบ้านหลังนั้น"

"ถ้างั้น เรารออีกสักพักก็แล้วกัน หากคนกลุ่มนั้นยังไม่ออกมา พวกเราค่อยใช้มนต์พรางตาลอบเข้าไป"

ผ่านไปครึ่งชั่วโมง คนกลุ่มที่แซนดราพูดถึงก็เดินออกมาจากบ้านของแคลโล มุ่งหน้าตรงมาที่ทั้งสองคนแอบอยู่ ไซบรัสกับแซนดราใช้มนต์พรางตาตัวเองเอาไว้ คนกลุ่มนั้นเดินผ่านจุดที่ทั้งสองยืนอยู่อย่างช้าๆ ทั้งคู่รู้สึกเหมือนมีลมเย็นวูบหนึ่งพัดมาปะทะกับผิวกายจนขนในกายลุกชัน ทำให้อดแปลกใจไม่ได้

เมื่อแน่ใจว่า คนกลุ่มนั้นเดินห่างออกไปแล้ว ไซบรัสกับแซนดราจึงคลายมนต์พรางตา หันมาพยักหน้าให้กัน ก่อนเดินไปที่บ้านพักของแคลโล

หมอกสีเทาก่อตัวขึ้นอย่างช้าๆ โอบล้อมไซบรัสกับแซนดราเอาไว้ ทั้งคู่หยุดนิ่งอยู่กับที่ กลิ่นไอบางอย่างแผ่กระจายออกมาจากหมอกที่อยู่รอบกาย ไซบรัสย่นคิ้ว ขณะที่แซนดราเอามือกอดอก ดวงตาฉายแววครุ่นคิด กลิ่นไอแบบนี้ นี่มัน..

  เบื้องหน้าของคนทั้งสอง ปรากฏร่างของคนกลุ่มหนึ่ง เมื่อเพ่งตามองพบว่าเป็นคนกลุ่มเดียวกับที่เดินออกมาจากบ้านพักของแคลโล

 "พวกเจ้าเป็นใคร มาขวางหน้าพวกเราทำไม" ไซบรัสถาม  

"เจ้าสองคนคือขุนพลเทพ ใช่ไหม" หนึ่งในนั้นถามด้วยใบหน้าเรียบเฉย

ไซบรัสกับแซนดรานิ่งเงียบ จากคำถามแสดงว่า พวกมันตั้งใจดักรอพวกเราอยู่ก่อนแล้ว

"ว่าไง ทำไมไม่ตอบคำถามว่าเจ้าสองคนใช่ขุนพลเทพหรือเปล่า" อีกคนถาม

"จะใช่หรือไม่ คงบอกพวกเจ้าไม่ได้" ไซบรัสตอบ

"พูดแบบนี้ แสดงว่าเจ้าสองคนคือขุนพลเทพ"

"ระวังตัวด้วยแซนดรา เจ้าพวกนี้มีกลิ่นไอของอสูร" ไซบรัสกระซิบบอกเสียงเครียด

"ข้ารู้แล้ว" แซนดราพยักหน้า มองคนข้างหน้าอย่างระวัง

คนกลุ่มนั้นร่ายมนต์พร้อมกัน เกิดแสงสีดำโจมตีใส่ไซบรัสกับแซนดราจากทุกทิศ ทั้งคู่ม้วนตัวหลบลำแสงสีดำอย่างว่องไว แซนดรากางบาเรียเทพคุ้มกันตัวเองกับไซบรัสเอาไว้ ขณะที่ไซบรัสหมุนตัวเป็นลูกข่างสะบัดมือปล่อยวงแหวนสีขาวจากมือปะทะลำแสงสีดำที่โจมตีเข้ามา

"บึม" ลำแสงสีดำแตกกระจาย หมอกที่โอบล้อมไซบรัสกับแซนดราสลายไป ทำให้เห็นว่ามีทหารอสูรจำนวนหนึ่ง ไม่ต่ำกว่าสี่สิบคนยืนล้อมกรอบไซบรัสกับแซนดราเอาไว้

   ไซบรัสพุ่งเข้าใส่คนที่อยู่ใกล้ที่สุด ชายคนนั้นแสยะยิ้ม พ่นไอสีดำออกจากปาก ไซบรัสกางบาเรียเทพทันที บาเรียเทพสะเทือนเมื่อปะทะกับไอสีดำ แต่ไอสีดำไม่สามารถทะลุบาเรียเทพเข้ามาได้

 "ฝีมือดีนี่" คนที่พ่นไอสีดำใส่ไซบรัสเอ่ยชม ไซบรัสกับแซนดรามองรอบด้านด้วยความหนักใจ พวกมันขนกันมาเพื่อเล่นงานพวกเราโดยเฉพาะหรือนี่

"พวกเจ้าต้องการอะไร" แซนดราถาม ดวงตาสีน้ำเงินเข้มฉายแววไม่พอใจ

"ข้าคือโทลา หน่วยพิฆาตของอสูร ได้รับมอบหมายจากท่านอาร์ทีเมีย บุตรชายของท่านโรติเฟอร์ ให้มานำหัวของขุนพลเทพกลับไป" 

 "ไม่ง่ายไปหน่อยหรือโทลา" ไซบรัสถามเสียงแข็ง โทลาดีดนิ้วหนึ่งครั้ง ทหารอสูรอีกกลุ่มหนึ่งค่อยๆ ปรากฏตัวขึ้นมาจากทุกด้าน

 "ก็รู้อยู่เหมือนกันว่าคงไม่ง่ายนัก สำหรับจัดการกับขุนพลเทพ ยิ่งเจอขุนพลเทพสองคนพร้อมกัน ยิ่งยากเข้าไปอีก ด้วยเหตุนี้ พวกเราจึงคัดสรรทหารฝีมือดีมาจัดการกับพวกเจ้าโดยเฉพาะ"

 "ถ้ามั่นใจมากนัก ก็เข้ามาเลย" แซนดราร่ายมนต์ แสงสีขาวนวลตาแผ่กระจายออกมาจากร่างกลายเป็นฝนเข็มสีขาวพุ่งโจมตีใส่อสูรที่ล้อมกรอบตัวเองกับไซบรัสเอาไว้

 ฝนเข็มของแซนดราปะทะกับบาเรียของทหารอสูร ประกายไฟลุกวาบ ฝนเข็มทะลุบาเรียเข้าไปถูกร่างทหารอสูรล้มลงไปนอนกับพื้นเกือบสิบคน ส่วนที่เหลือต่างลอยตัวขึ้นสูง

 แซนดราลอยตัวตามขึ้นไป  ไซบรัสจะตามขึ้นมา แต่อสูรคนหนึ่งโผล่ที่ด้านหลังไซบรัสพร้อมกับยกดาบขึ้นสูง ไซบรัสหันกลับมา ยกเท้าซ้ายเหยียบไปบนเข่าของอสูร สปริงตัวขึ้นสูง ตวัดเท้าขวาฟาดใส่ก้านคอ

"กร๊อบ"  ทหารอสูรคอหักพับหงายไปด้านหลัง  ล้มกระแทกพื้นเสียงดังตึง อสูรเกือบยี่สิบคนกระโจนเข้ามาพร้อมกัน ไซบรัสยิงวงแหวนออกไปรอบด้าน วงแหวนทะลุอกทหารอสูรเป็นรูกลวงขนาดเท่ากำปั้น กลิ่นเนื้อเหม็นไหม้โชยออกมา ร่างอสูรสลายกลายเป็นไอสีดำ

 บนท้องฟ้า แซนดราตกอยู่ในวงล้อมของทหารอสูรเกือบสามสิบคน ทั้งหมดยกนิ้วชี้ขึ้นมา ยิงลำแสงสีดำใส่แซนดราพร้อมกัน  ร่างแซนดราเรืองแสงสีขาวสว่างจ้า ฝนเข็มนับพันเล่มออกจากร่างปะทะกับลำแสงสีดำ

 ระเบิดดังสนั่น สะเก็ดไฟพุ่งกระจัดกระจาย ทหารอสูรหลายคนกางบาเรียไม่ทัน โดนสะเก็ดไฟพุ่งใส่ร่าง ไฟลุกท่วม ส่งเสียงร้องดังลั่น ร่วงลงมากระแทกพื้นดินดิ้นพล่านไปมา ก่อนสลายกลายเป็นควันสีเทา

 โทลาปรากฏตัวที่ด้านหลังของแซนดรา ยกมือปล่อยลูกไฟออกมา  แซนดราหันกลับมายิงลำแสงสีขาวกระแทกใส่ ลูกไฟแตกกระจายหล่นมาบนพื้นข้างล่าง ต้นไม้ใบหญ้าติดไฟลุกไหม้ ควันดำโขมง

"ไม่ยักจะรู้ว่าอสูรชอบลอบทำร้ายผู้หญิงจากด้านหลัง" แซนดราพูดเสียงเยาะใส่หน้าโทลา

"ในสนามรบ ไม่มีการแบ่งเพศของศัตรูหรอก จุ๊ๆๆ แต่นึกไม่ถึงเหมือนกันนะเนี่ย ว่าขุนพลเทพจะสวยและรูปร่างดีแบบนี้ น่าเสียดายชะมัด" โทลาพูดพลางมองรูปร่างของแซนดราด้วยสายตาแทะโลม ทำให้อีกฝ่ายหน้าแดงก่ำ นึกด่าในใจ มองผู้หญิงด้วยสายตาอุบาทว์แบบนี้ได้ยังไง หยาบคายที่สุด!

"ไหนๆ เจ้าก็จะตายอยู่แล้ว ขอข้าดูรูปร่างของเจ้าใกล้ๆ หน่อยสิ" โทลาพุ่งตัวเข้าหาแซนดราอย่างรวดเร็ว แต่ไซบรัสโผล่ขวางหน้า แบมือออกมา ปรากฏกระบองอันใหญ่หวดใส่ทันที

โทลาเบิกตากว้าง รีบเบี่ยงตัวหลบ กระบองของไซบรัสเฉียดก้านคอไปอย่างหวุดหวิด ไซบรัสพลิกมือ หมุนตัวกลับมาหวดกระบองใส่อีกครั้งอย่างรวดเร็ว

"พลั่ก กร๊อบ..บ"  เสียงกระดูกหักดังลั่น เมื่อกระบองของไซบรัส โดนไหปลาร้าของโทลาเต็มแรง ทำให้โทลากระเด็นถอยหลังไปกระแทกต้นไม้เสียงดังสนั่น

"โครม! อั่ก..ก!" โทลาสำลักเลือดออกมาจากปาก ร่วงครูดลงมากองกับพื้น แน่นิ่งไม่ไหวติง

"เจ้าเป็นยังไงบ้าง" ไซบรัสถามแซนดรา อีกฝ่ายสั่นหัว หันไปมองโทลาที่นอนหมดสภาพบนพื้นข้างล่างด้วยสายตาขยะแขยง ขณะที่ทหารอสูรกลุ่มใหม่ทยอยโผล่มาเรื่อยๆ จากสายตาที่เห็นมีไม่ต่ำกว่าร้อยคน ไซบรัสกับแซนดราหันหลังชนกัน มองรอบด้านด้วยความหนักใจ   

"ถ้าไม่รีบจัดการกับพวกมันล่ะก็ พวกเราแย่แน่" แซนดรากระซิบบอกเสียงเครียด

 ไซบรัสคิดหนัก ถึงจะจัดการพวกมันไปได้เยอะก็จริง แต่ยังมีอีกเป็นโขยง นอกจากนี้ไม่รู้ว่าจะมีพวกมันตามมาสมทบอีกกี่คน ที่สำคัญ ไซบรัสมองไปที่ข้างล่าง ตรงโคนต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่ง ตรงนั้นมีผู้ชายสองคนยืนอยู่ ไม่ได้เข้าร่วมวงต่อสู้ด้วย จากประสบการณ์บอกให้รู้ว่า สองคนนั้น คงมีฝีมือสูง

 "ถอยก่อน" ไซบรัสกระซิบ แซนดราพยักหน้า ทั้งคู่ร่ายมนต์ เกิดแสงสีขาวสว่างวาบ ชายสองคนที่ยืนอยู่ตรงโคนต้นไม้ เคลื่อนย้ายร่างด้วยความเร็ว พุ่งเข้ามาตวัดมือใส่ไซบรัสกับแซนดราพร้อมกัน

  ไซบรัสกับแซนดราร่วงลงมากระแทกพื้นดินเสียงดังโครม ทหารอสูรกรูเข้ามาโอบล้อมทั้งคู่เอาไว้ ผู้ชายสองคนลอยตัวลงต่ำ เดินเข้ามาหยุดตรงหน้าไซบรัสกับแซนดรา ก่อนที่หนึ่งในสองจะพูดขึ้น

"ข้าคงให้พวกเจ้าหนีไปไม่ได้"  ผู้พูดคือเชอร์เบท รองหัวหน้าหน่วยพิฆาตของอสูร  ขณะที่ผู้ชายร่างสูงโปร่งอีกคนที่ยืนข้างกัน  มองไซบรัสกับแซนดราด้วยสีหน้าเรียบเฉย ก่อนพูดแนะนำตัวเอง

 "ข้าคือออกัส หัวหน้าหน่วยพิฆาตของอสูร ยินดีที่ได้รู้จัก ขุนพลเทพทั้งสอง"

                                                                     **************************************************

 ที่เมืองน็อธ บิ๊ก ซิตี้ ในห้องรับแขกส่วนกลางที่วังของกาลาฟกับไวท์ไลฟ์ ขณะนั้นขุนพลเทพทั้งหกคนได้นำตัวเสนาธิการของแม่ทัพปีศาจมาถึงในเวลาไล่เลี่ยกัน

 หลังจากทักทายถามทุกข์สุขกันเล็กน้อย กาลาฟกับไวท์ไลฟ์ ได้แจ้งให้ทราบว่าอนากอลกับแอเรียลออกไปสำรวจพื้นที่ข้างนอก ให้ทุกคนรวมทั้งเสนาธิการของแม่ทัพปีศาจคอยอยู่ในห้องรับแขกนี้ก่อน

  สิบนาทีผ่านไป เบลลาซึ่งรอการมาของแซนดรากับไซบรัสเริ่มกระวนกระวาย เนื่องจากมันผิดเวลาเกินไป จึงบ่นออกมาด้วยความร้อนใจ

 "เกิดอะไรขึ้นหรือเปล่า ป่านนี้แล้ว ทำไมไซบรัสกับแซนดรายังไม่มาอีก"

 "เจ้านั่งลงก่อนได้ไหมเบลลา เดินไปเดินมาจนพวกเราตาลายหมดแล้ว ที่สองคนนั้นมาช้า อาจเป็นเพราะว่าแคลโลไม่ยอมให้จับกุมตัว ก็เลยต้องออกแรงกันบ้าง เหมือนเจ้ากับธอร์นสันยังไงล่ะ" วลาเนียร์พูดขึ้น

 "ข้าจะนั่งหรือจะเดินกี่รอบ มันก็เรื่องของข้า ใครใช้ให้พวกเจ้ามองกันล่ะ ต่อให้แคลโลพยศแค่ไหนก็ตาม ไซบรัสคนเดียวก็เอาอยู่ แต่นี่มันช้าเกินไป ข้าว่าอาจมีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้นกับสองคนนั้นก็ได้" เบลลาพูดเสียงขุ่น

 "เจ้านี่คิดมากจริง จะมีใครมาทำอะไรสองคนนั้น กังวลไม่เข้าเรื่อง" เบลาอีสพูดพลางส่ายหัว

 แมคคอล ซึ่งนิ่งเงียบไม่ยอมพูดจากับใครตั้งแต่โดนเบลลากับธอร์นสันจับกุมตัวได้ เหลือบตามองขุนพลเทพทั้งหกคน พูดขึ้นมา

 "ไม่แน่หรอก แคลโลมันซี้กับพวกอสูร บางทีตอนนี้ไซบรัสกับแซนดราอาจจะกำลังสู้กับอสูร เผลอๆ อาจจะถูกอสูรรุมฆ่าไปแล้วก็ได้"

 "อย่าพูดพล่อยๆ นะ แมคคอล ถ้าเจ้าไม่อยากเป็นศพอยู่ตรงนี้ ก็หุบปากซะ" เบลลาตวาดเสียงดัง

 "ใจเย็นๆ ก่อนเบลลา รอให้ท่านอนากอลกับท่านแอเรียลกลับมาจากข้างนอกซะก่อน แล้วเราค่อยปรึกษากันว่าจะทำยังไง" เอเกอร์พูดเตือนสติ เพราะรู้จักนิสัยเบลลาดีว่าเป็นคนอารมณ์ร้อน โมโหร้ายผิดกับหน้าตาภายนอกลิบลับ

 เบลลาเดินไปกระแทกตัวนั่งบนเก้าอี้ที่อยู่ตรงข้ามกับเอเกอร์อย่างไม่สบอารมณ์ หน้าสวยๆ เริ่มบูดบึ้ง

คนอื่นถอนหายใจพร้อมกัน ถ้าตัดนิสัยขี้โมโหและเจ้าอารมณ์ออกไปได้ล่ะก็ เบลลาจะน่ารักกว่านี้ 

 ไม่ถึงห้านาที อนากอลและแอเรียลเดินตรงเข้ามา ทุกคนรีบลุกขึ้นทำความเคารพพร้อมกัน

 "พวกเจ้ามาถึงนานหรือยัง" แอเรียลถาม

 "สักพักแล้วครับ ท่านแอเรียล" บียอฟตอบ อนากอลกวาดสายตามองไปรอบห้อง ขมวดคิ้วเข้าหากัน

 "ไซบรัสกับแซนดรายังมาไม่ถึงอีกหรือ"

 "ค่ะ ท่านอนากอล ข้าร้อนใจมาก เกรงว่าจะเกิดเรื่อง" เบลลารีบบอก

 อนากอล มองไปทางเสนาธิการของแม่ทัพปีศาจ ถามขึ้น

 "ในกลุ่มของพวกท่าน ดูเหมือนว่าแคลโลจะสนิทกับอสูรมากกว่าคนอื่นใช่ไหม"

 "ครับ ท่านอนากอล เจ้าแคลโลมันซี้ปึ้กกับพวกอสูร มากกว่าพวกเราสามคน" แมคคอลตอบ

 "ท่านอนากอลครับ" แอเรียลเรียกเบาๆ รู้สึกกังวลใจ เพราะไซบรัสกับแซนดราฝีมือสูงพอตัว แค่จัดการพาแคลโลมาที่นี่ มันไม่น่าจะยากจนเกินไป ต้องเกิดเรื่องกับสองคนนั้นแน่

 "ให้ข้ากับบียอฟไปตามสองคนนั้นดีไหมครับ" เอเกอร์เสนอ แต่อนากอลยกมือห้าม หันมาทางแอเรียล

 "เจ้าไปพาสองคนนั้นมาที่นี่"

  "ครับ ท่านอนากอล" แอเรียลรับคำ ร่างเลือนหายไปทันที

 ขุนพลเทพทั้งหกคนมีสีหน้าไม่สบายใจ ลองท่านอนากอลให้ท่านแอเรียลไปเองแบบนี้ แสดงว่าชักจะไม่ค่อยดีแล้ว อนากอลยิ้มให้ทุกคน

 "ไม่ต้องห่วง สองคนนั้นต้องกลับมาที่นี่อย่างปลอดภัย"

                                                 *************************************************************

 ไซบรัสกับแซนดรายันกายลุกขึ้น มองออกัสกับเชอร์เบท กลิ่นไออสูรของทั้งคู่รุนแรงกว่าเมื่อครู่ แสดงว่าก่อนหน้านี้ ทั้งคู่จงใจปิดบังกลิ่นไอของตัวเองเอาไว้ เพื่อไม่ให้ไซบรัสกับแซนดราเฉลียวใจว่ามีอสูรฝีมือสูงปะปนอยู่ในกลุ่มนี้ด้วย

 "แซนดรา เจ้าเป็นอะไรมากหรือเปล่า" ไซบรัสถามเสียงกระซิบ

 "ไม่เป็นไร ยังไหวอยู่" แซนดรายิ้มให้ นิ่วหน้าเล็กน้อย รู้สึกจุกบริเวณชายโครงทั้งสองข้าง

 "เจ้าสองคน จะไม่แนะนำตัวเองหน่อยหรือว่า ชื่ออะไรกันบ้าง" เชอร์เบทถาม

 "พวกเจ้าอยากจะรู้ชื่อพวกเราไปทำไม" แซนดราถาม

 ออกัสหัวเราะแผ่วเบา มองแซนดรากับไซบรัสด้วยใบหน้าเรียบเฉย ก่อนเฉลยให้ฟัง

 "ข้าจะได้รายงานท่านอาร์ทีเมียได้ว่า หัวของขุนพลเทพที่ข้าได้มาน่ะ ชื่ออะไร"

 ไซบรัสกำมือเข้าหากัน มองออกัสด้วยแววตาขุ่นมัว

 "ให้มันน้อยๆ หน่อย เจ้าสองคนมั่นใจมากเลยหรือว่า จะได้หัวของพวกเราสองคนไปให้อาร์ทีเมีย"

 "มั่นใจสิ มั่นใจมากด้วย" เชอร์เบทตอบเสียงหนัก ก่อนพูดต่อ

 "พลังเวทย์ของพวกเจ้าสองคนสูงพอตัวทีเดียว ถ้าจะเล่นงานพวกเจ้าให้หมอบ ข้าคงต้องออกแรงน่าดู แต่ข้าไม่ชอบใช้แรงโดยไม่จำเป็น ดังนั้นต้องใช้กลยุทธนิดหน่อย"

 "กลยุทธ?" ไซบรัสมีสีหน้าแปลกใจ 

 เชอร์เบทหัวเราะเสียงต่ำในลำคอ ไซบรัสสะบัดหัวเบาๆ เมื่อภาพตรงหน้าดูโคลงเคลง รู้สึกชาตามมือตามเท้า ร่างกายเริ่มโงนเงนไปมา จนต้องคุกเข่าลงข้างหนึ่ง เมื่อหันไปมองแซนดราก็พบว่ามีสภาพไม่ต่างกัน

 "ข้าลืมบอกไปว่าหมอกสีเทาที่โอบล้อมพวกเจ้าเมื่อกี้ มันอาบไปด้วยยาพิษ ซึ่งมันเป็นยาพิษที่ไร้กลิ่น พวกเจ้าจึงไม่รู้สึกตัวยังไงล่ะ ว่าสูดพิษเข้าไป"

 "เลวมาก!" ไซบรัสชี้หน้าด่า แต่อีกฝ่ายยักไหล่ พูดน้ำเสียงเยาะหยัน

 "อยากจะด่าหรือจะว่าอะไรก็ตามสบาย เพราะอีกเดี๋ยวเจ้าสองคนก็จะไม่มีโอกาสได้พูดอีกแล้ว"

 "สกปรกที่สุด! เล่นวางยาคนอื่นแบบนี้ ยังจะมีหน้ามาพูดอวดอีกหรือ" แซนดราตวาดลั่น ดวงตาทั้งคู่ลุกวาว หน้าเริ่มซีด หายใจหอบถี่ บ้าที่สุด! ไม่คิดว่าอสูรจะใช้วิธีสกปรกแบบนี้

 "ในสนามรบ ถ้ามัวแต่คิดถึงความเป็นสุภาพบุรุษก็ไม่มีทางชนะศัตรูหรอก ขุนพลเทพคนสวย" ออกัสยิ้มเยาะใส่แซนดรา พูดต่ออย่างใจเย็น

 "ความจริงพิษตัวนี้จะออกฤทธิ์อย่างช้าๆ แต่เมื่อกี้พวกเจ้า ใช้พลังในการต่อสู้กับลูกน้องของข้า พิษก็เลยถูกกระตุ้นให้ออกฤทธิ์เร็วขึ้นกว่าเดิมถึงสามเท่า ไม่ใช่ความผิดของพวกเราสักหน่อย แต่เป็นเพราะพวกเจ้าไม่ยอมอยู่นิ่งๆ เองต่างหาก"

 ไซบรัสกับแซนดราหน้าซีดขาว ลมหายใจเริ่มติดขัด ร่างกายเริ่มหมดแรงลงไปทุกที เสื้อผ้าที่ใส่ชุ่มไปด้วยเหงื่อ  ออกัสกับเชอร์เบทเดินเข้ามาใกล้อย่างช้าๆ 

 "คงจวนเจียนแล้วสินะ แต่ข้าคงต้องขอพลังชีวิตของพวกเจ้า จากนั้นค่อยตัดหัวไปให้ท่านอาร์ทีเมีย"

 ออกัสตะปบมือเข้าที่คอของไซบรัส ขณะที่เชอร์เบทตะปบมือเข้าที่คอของแซนดรา ร่ายมนต์สูบพลังชีวิต ไอสีขาวนวลตากำลังไหลออกจากร่างของไซบรัสกับแซนดราเข้าสู่มือของออกัสกับเชอร์เบทอย่างช้าๆ

 ทั้งคู่มองไซบรัสกับแซนดราที่ร่างซีดลงเรื่อยๆ อย่างพอใจ ขณะที่ไซบรัสกับแซนดราตาพร่ามัว ภาพตรงหน้าดูดำมืด แล้วสติก็ดับวูบลงไป

"พรึ่บ" แอเรียลปรากฏตัวขึ้นที่ด้านหลังไซบรัสกับแซนดรา ดวงตาแข็งกร้าว ใช้มือทั้งสองข้างคว้าข้อมือของออกัสกับเชอร์เบทไว้คนละข้างบิดลงเต็มแรง

 "กร๊อบ" เสียงกระดูกหักดังลั่น ออกัสกับเชอร์เบทหน้าเหยเกด้วยความเจ็บปวด มองแอเรียลตาลุกวาว ตะคอกใส่หน้าเสียงดัง

 "เจ้าเป็นใคร"

  แอเรียลไม่ตอบ กลับตวัดมือกระแทกใส่อกของทั้งคู่พร้อมกัน

 "โครม" ออกัสกับเชอเบทกระเด็นถอยหลังครูด ไถลไปกับพื้นเป็นทางยาวเกือบร้อยเมตร ทหารอสูรที่รายล้อมไซบรัสกับแซนดราพุ่งกระโจนเข้าใส่แอเรียลพร้อมกัน

 ร่างแอเรียลเรืองแสงสีทอง ลำแสงนับสิบสายกระจายออกจากร่างพุ่งใส่ทหารอสูรที่กระโจนเข้ามา เสียงร้องโหยหวนดังลั่นไปทั่ว ร่างอสูรละลายกลายเป็นควันสีเทาไม่มีเหลือแม้แต่คนเดียว

 ออกัสกับเชอร์เบทมองด้วยความตกใจ จากพลังที่เห็นทำให้เดาได้ทันทีว่า ผู้ชายคนนี้คือ แม่ทัพเทพ บ้าชะมัด! อีกนิดเดียว ก็จะได้หัวของขุนพลเทพสองคนนั้นแล้วเชียว

ทั้งคู่ลุกขึ้นยืนอย่างยากลำบาก มือข้างหนึ่งหักห้อยร่องแร่ง เลือดหยดบนพื้นเป็นทางยาว พยายามกัดฟันข่มความเจ็บปวดเอาไว้  แอเรียลชี้นิ้วไปที่ออกัสกับเชอร์เบทปล่อยลูกศรสีทองออกไป ทั้งคู่เบิกตากว้างรีบร่ายมนต์กางบาเรียออกมา

"บรึม" บาเรียของออกัสกับเชอร์เบทแตกกระจายเป็นเสี่ยงๆ ร่างของทั้งคู่กระเด็นขึ้นสูง ก่อนหล่นลงมากระแทกพื้นดินเสียงดังโครม เลือดสีดำทะลักออกจากปากและจมูก คว่ำหน้าลงกับพื้น แน่นิ่งไม่ไหวติง

 แอเรียลรีบเข้ามาประคองไซบรัสกับแซนดราเอาไว้  ทั้งคู่หน้าซีดขาว เนื้อตัวเย็นเฉียบ ลมหายใจรวยริน เสื้อผ้าที่ใส่เปียกโชกไปด้วยเหงื่อที่ซึมขึ้นมาทั่วร่าง  แอเรียลมีสีหน้าเคร่งเครียด สองคนนี้ได้รับพิษเข้าไป นอกจากนี้ ยังถูกสูบพลังชีวิตออกไปเกือบครึ่ง

  แอเรียลวางมือลงไปบนร่างของไซบรัสกับแซนดรา ออร่าสีทองไหลออกจากมือของแอเรียล เข้าสู่ร่างไซบรัสกับแซนดรา ผ่านไปครู่หนึ่ง ไซบรัสกับแซนดราเริ่มรู้สึกตัว ทั้งคู่มองแอเรียลด้วยความดีใจ พูดเสียงแผ่วเบา

 "ท่านแอเรียล"

 "ข้าจะพาพวกเจ้ากลับไป" แอเรียลพูดน้ำเสียงอ่อนโยน แสงสีทองสว่างวาบไปทั่ว เมื่อแสงจางหาย ร่างของคนทั้งสามก็ไม่อยู่แล้ว

 คล้อยหลังแอเรียล บนท้องฟ้าปรากฏสัตว์ขนาดใหญ่จำนวนสองตัว รูปร่างหน้าตาคล้ายเสือ แต่ลำตัวเป็นเกล็ดสีดำ มันพุ่งลงมาที่ร่างของออกัสกับเชอร์เบท

 "ยังไม่ตาย แต่บาดเจ็บสาหัส" หนึ่งในสองพูดเสียงแหบห้าว

 "รีบพาพวกมันกลับไป ขืนปล่อยทิ้งไว้แบบนี้ พวกเราจะโดนท่านอาร์ทีเมียตำหนิได้"

 "ไม่นึกว่าแม่ทัพเทพจะโผล่มา เจ้าพวกนี้ก็เลยซวยไป"

 "ท่านอาร์ทีเมียคงคิดไม่ถึงเช่นกันว่า แม่ทัพเทพจะมาป้วนเปี้ยนแถวนี้"

 "ถ้าท่านอาร์ทีเมียเจอกับแม่ทัพเทพ จะเป็นยังไงนะ"

 "งานนี้สนุกแน่ เอ้า! อย่ามัวแต่พูดอยู่เลย รีบพาออกัสกับเชอร์เบทไปได้แล้ว"

 "เจ้าไปคาบเจ้าออกัส ส่วนข้าจะคาบเจ้าเชอร์เบทเอง" พูดจบ พวกมันก็คาบร่างออกัสกับเชอร์เบทไว้ในปาก พุ่งตัวขึ้นสูง หายไปอย่างรวดเร็ว

                                                                       **************************************************

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

474 ความคิดเห็น